LOGINฉันหยุดยืนอยู่กับที่พลางหอบหายใจแล้วออกเสียงไล่วายุที่ยืนอยู่หน้าประตู เขายังคงทำหน้าไม่เข้าใจอะไรเลย
ฉันรู้สึกเหนื่อยและเรี่ยวแรงเหลือน้อยเต็มที "บอกฉันหน่อย นี่มันอะไรกัน..." วายุชะงักเมื่อพี่ตะวันเดินเข้าไปหาเขา เขายัดโทรศัพท์ฉันใส่มือวายุก่อนจะพูดขึ้น "อยากรู้ก็เอาไปดู" "นี่มัน..." เขาอุทานออกมาเมื่อเห็นคลิปและข้อความนั้น "ฟ้า คือมัน..." เขาจะเข้ามาอธิบายแต่ฉันส่ายหน้าพลางก้าวถอยหลัง ฉันไม่อยากได้ยินอะไรตอนนี้ทั้งนั้น "ตอนนี้ออกไปก่อน ฟ้ากำลังโกรธ พูดไปก็ไม่ฟังหรอก" ฉันได้ยินเสียงของพี่ตะวันพูดห้าม แต่ก็ร้องไห้จนม่านน้ำตาบังให้เห็นร่างสูงของสองคนนั้นไม่ชัด "..." เสียงของวายุเงียบไป มีเพียงเสียงร้องไห้ของฉันที่ยังดังอยู่ ปัง~ และไม่นานเสียงของประตูที่ดังขึ้นก็ทำให้ฉันรู้ว่าวายุออกไปจากห้องแล้ว พรึ่บ~ "ฟ้า..." ฉันทรุดลงนั่งกับพื้นโดยมียาหยีกับข้าวหอมคอยประคองไว้ ฉันยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ความกลัวและคำสัญญาของเขาวนเข้ามาในหัวฉัน เขาสัญญาว่าจะไม่ทิ้งฉันกับลูก... แต่เขาก็ทำแบบนั้น...ฉันกลัวเหลือเกิน -วายุ- "นีน่า!" ผมเรียกชื่อเธอเสียงดัง ผมมาเจอนีน่าที่บ้านผมเอง เธอมาหาแม่ผมและผมตามเธอมา "อ้าวยุ เรียกซะเสียงดังเชียว" "เธอเก่งนะ" ผมพูด นีน่าทำหน้างงใส่ผม ผมถึงพูดต่อ "เก่งที่ทำให้ฉันรู้สึกแย่กับเธอได้ขนาดนี้!" "อะไรกันยุ นีน่าแค่มาหาคุณแม่" "ไม่ต้องมา!" ผมตวาดใส่ จนแม่ของผมที่อยู่ในครัวรีบเดินออกมา "อะไร ทะเลาะอะไรกันน่ะ" "ต่อไปนี้ไม่ต้องมาบ้านฉัน!" ผมตวาดใส่นีน่าอีกรอบจนถูกแม่ตีแขนอย่างแรง "วายุ เป็นอะไร ตวาดน้องทำไม" "แม่ไม่รู้อะไร" ผมหันไปพูดกับแม่ "ผมพยายามเงียบแล้วนะ แต่ตอนนี้สิ่งที่นีน่าทำมันมากเกินไปแล้ว แม่เลิกเชื่อนีน่าสักที" "ยุ นีน่า..." "เลิกเสแสร้งสักที" "อะไร หนูนีน่าทำอะไรให้แกนักหนา ถึงได้มาด่าทอกันแบบนี้" "นีน่าจะทำลายครอบครัวผมไง" "อะไรนะ!" "เธอทำอะไรไว้รู้อยู่แก่ใจนะนีน่า เลิกทำตัวแบบนี้ซะ" ผมชี้หน้าเธอ ผมไม่เคยต่อว่านีน่าแรงๆแบบนี้ จริงๆผมก็ไม่ได้อยากหยาบคายใส่ผู้หญิง ถ้าผมไม่โมโหจนถึงขีดสุด ผมเคยคิดว่านีน่าดีกับผม สิ่งที่นีน่าทำก็เพราะรักผม ผมไม่เคยบอกว่าเธอผิดที่อยากจะอยู่กับคนที่เธอรัก แต่ในเมื่อผมเลือกฟ้าแล้ว นีน่าต้องเข้าใจ ผมบอกให้เธอตัดใจและทำใจ เธอก็น่าจะทำแบบนั้นไม่ใช่มาทำร้ายกันแบบนี้ เธอร้ายเกินกว่าที่ผมคิดไว้ หรือบางทีผมก็มองเธอดีเกินไป ผมได้ดูคลิปนั้นแล้ว นีน่าเป็นคนส่งให้ฟ้า ถ้าถามว่าผมทำแบบนั้นจริงมั้ย ในคลิปใช่ผมหรือเปล่า...ยอมรับก็ได้ว่าใช่ เออ ผมนี่แหละ! "อย่าทำให้ฉันเกลียดเธอมากไปกว่านี้" "ยุ..." นีน่าเรียกผม เธอร้องไห้ออกมาและผมเมินหน้าหนี ผมไม่ได้รักเธอและที่ผมทำแบบนั้น...ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมโง่เองแหละ "วายุ นี่มันอะไรกันเนี่ย ทำไม..." "แล้วก็เลิกเป่าหูแม่ฉันสักที" บอกแล้วไงว่าแม่ผมไม่ใช่คนร้ายกาจอะไรขนาดนั้น ท่านเป็นคนให้โอกาสคนและไม่เคยดูถูกใคร "..." ผมรู้ว่านีน่าทำอะไรแต่แค่ไม่พูด และผมเชื่อว่าฟ้าจะพิสูจน์ตัวเองให้แม่เห็นได้ แต่ผมคงไม่รอให้ถึงวันนั้นแล้วล่ะ "ที่เธอพูดกับแม่ฉัน มีเรื่องจริงกี่เปอร์เซนต์นีน่า" "..." "เลิกนิสัยแบบนี้ เลิกจมปรัก เลิกความคิดที่จะทำร้ายพวกเรา" "..." "ฟ้าไม่เคยทำร้ายเธอก่อน เธอน่าจะรู้ดี" "ทำไมลูกพูดกับน้องแบบนี้ ดูสิ น้องเสียใจเห็นมั้ย" "แม่ครับ" ผมหันไปพูดกับแม่บ้าง ผมรู้ว่าแม่ฟังเรื่องปลายฟ้ามาจากนีน่า แต่ไม่รู้ว่าฟังมาแบบไหน... "ผมคบกับปลายฟ้าก่อนที่จะความจำเสื่อม" "ว่ายังไงนะ" "แล้วนีน่าก็เข้ามาแทนเธอในวันที่ผมจำไม่ได้" "..." "สำหรับผม คนที่ร้ายไม่ใช่ฟ้า...แต่เป็นนีน่า!" แต่ต่อจากนี้ผมจะเป็นคนเล่าเรื่องของเราให้แม่ฟังเอง หลังจากจบประโยคนั้นผมก็กระชากนีน่าเดินมาที่รถของเธอ หมับ~ "ยุ นีน่าเจ็บนะ ฮือ" "กลับไปนีน่า" ฟลุ่บ~ ผมดันตัวเธอให้กลับเข้าไปในรถ ก่อนจะปิดประตูแต่นีน่าก็ดันประตูรถไว้พลางคว้าข้อมือผม "อย่าทำแบบนี้กับนีน่านะยุ!" เธอกดเสียงพูดกับผมพลางปาดน้ำตาออกเมื่อเห็นว่ามันใช้กับผมไม่ได้ผล ก็ดี เผยตัวตนออกมาก็ดี "ฉันเคยมองว่าเธอดีขนาดนั้นได้ยังไง" ผมพูดพลางจ้องกลับนีน่า แววตาของเธอขึงขังขึ้นเธอกัดฟันอย่างโกรธจัด "นายมันโง่ วายุ นายมันโง่ นายโง่ที่เลือกมัน โง่ที่เลือกทำกับฉันแบบนี้ ฮึก!" นีน่าพูดกับผม หางตาผมเหลือบเห็นว่าแม่ยังยืนมองอยู่แต่ท่านคงไม่ได้ยินเพราะรถของนีน่าจอดอยู่ไกลจากท่านพอสมควร อ้อ ผมลืมอะไรไปอย่างแหะ พรึ่บ~ ผมคว้ากระเป๋าสะพายของนีน่ามาพลางควานหาโทรศัพท์ของเธอ "เอามานี่นะยุ" ผมมองเธอเมื่อหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแล้วผมปิดประตูใส่หน้าเธอพลางใช้หลังดันประตูไว้แล้วจัดการเอาเมมโมรี่นั่นออกมาจากโทรศัพท์ "เอาคืนไป" ผมเปิดประตูอีกครั้งเมื่อจัดการโทรศัพท์ของเธอ นีน่าที่กำลังเอื้อมไปเปิดประตูฝั่งข้างคนขับหันกลับมาคว้าโทรศัพท์ไป หมับ~ "ฉันไม่ยอมจบง่ายๆแน่" นีน่าเงยหน้ามาจ้องผม ดวงตาของเธอวาวโรจน์ "ฉันไม่เคยยอมให้ใครมาแย่งคนที่ฉันรักไป นายรู้จักฉันน้อยเกินไป หึ" ใช่ ผมรู้จักเธอน้อยเกินไปจริงๆ "ถ้านายจะทำแบบนี้มันกับฉันได้เจอกันแน่!" และนับจากนาทีนี้ผมคงมองเธอดีไม่ได้อีกแล้ว "ถ้าเธอทำอะไรฟ้า ฉันก็ไม่เอาเธอไว้เหมือนกัน" ปึ้ง~ จากนั้นเธอก็กระชากประตูรถให้ปิดลงแล้วขับออกไปด้วยความเร็ว ผมกลับมาที่ห้องปลายฟ้าหลังจากคุยกับแม่แล้ว ผมเป็นห่วงปลายฟ้านะ ห่วงมากด้วย เธอไม่ยอมออกมาจากห้องเลย ผมเองก็ได้แต่นั่งเฝ้าอยู่หน้าห้อง จริงๆผมจะไขกุญแจเข้าไปก็ได้แต่ผมกลัวว่าเธอจะยังโกรธและโวยวายใส่ผมอีก ผมห่วงความปลอดภัยของเธอนะ เพล้ง~ "ฟ้า!" ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆก็ได้ยินเสียงของบางอย่างร่วงแตก ใจผมหายวูบเมื่อตะโกนเรียกเธอแล้วไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา "ฟ้า ฟ้า ได้ยินฉันมั้ย เป็นอะไรหรือเปล่า!" ผมตะโกนถามอีกพลางล้วงเอากุญแจในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเพื่อที่จะไขเข้าไปในห้อง แต่ทว่า... "ไม่" มีเสียงตอบกลับมา ผมแนบหูกับบานประตูเพราะเสียงของเธอค่อนข้างเบา "ฟ้า..." "ไม่ได้เป็นอะไร" เธอตอบ ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก ผมอยากจะเข้าไปกอดเธอจะแย่แล้ว "ฟ้า" ผมลดเสียงลง พลางเลื่อนมือขึ้นมาวางแนบกับบานประตู ผมกำลังพูดกับเธอผ่านประตู "..." เธอเงียบไปอีก แต่ผมก็จะพูดต่อ "ฟ้า กินข้าวหรือยัง?" "..." "พักผ่อนบ้างหรือเปล่า?" "..." "ยังแพ้ท้องอยู่มั้ย?" เธอไม่ตอบอะไรผมเลย แต่ผมรู้ว่าเธอกำลังรับฟังอยู่ "ฉันเป็นห่วงเธอกับลูกนะ..." "..." "ถ้ามีอะไร เรียกฉันเลยนะ...ฉันอยู่หน้าห้อง" "..." "ฉันอยากอธิบายให้เธอฟังนะ ถ้าเธอพร้อมฟัง เปิดประตูให้ฉันนะ" "..." "ฉันรักเธอนะ" ผมพูดพร้อมกับเอนหลังพิงประตู ผมเข้าใจว่าเธอต้องโกรธมากอยู่แล้ว และผมพร้อมจะอธิบายทุกอย่างเมื่อเธอพร้อมจะฟังผม ผมจะรอ... ___________ เหตุการณ์นั้นมันอะไร เกินขึ้นได้ยังไง! ดราม่าเหลือเกินช่วงนี้ตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







