LOGINพอชงเสร็จฉันก็ส่งแก้วให้เพื่อนของเธอทุกคน นีน่ากระชากมันจากมือฉันตอนที่ส่งให้เธอ คงกะจะให้มันหกแต่ฉันรู้ทันเลยจับมันไว้แน่นกว่า ฉันกระตุกยิ้มเมื่อมันไม่ได้ผลพลางค่อยๆวางแก้วเหล้าลงตรงหน้าเธอแทน
"กลมกล่อมดีจังเลย ไม่เข้มไม่อ่อนกำลังดีเลย" เอ็มดูเหมือนจะชื่นชอบฉันเอามากๆ เขาเอาแต่ชื่นชมฉันจนน่าขนลุก "ขอบคุณนะคะ อีกแก้วนะ" ฉันส่งแก้วให้เขาอีกครั้ง โดยเลือกที่จะไม่สนใจนีน่าที่กำลังนั่งจ้องอยู่ เธอคงกำลังหาแผนอะไรมาเล่นงานฉันนั่นแหละ "นี่ เธอน่ะ" ฉันกับเอ็มชะงักอีกครั้ง ฉันตวัดสายตามองเธอพลางยิ้มให้ ยิ่งเห็นท่าทีเหมือนไม่ทุกข์ร้อนของฉันนีน่าก็ยิ่งกัดฟันกรอดก่อนที่เธอจะพูดขึ้น "ฉันได้ข่าวมาว่า...เธอเคยรวยมาก่อนเหรอ?" เธอตีสีหน้าใส่ซื่อใส่ฉันเมื่อถามคำถามนี้และเหมือนมีคนที่อยากจะรู้เรื่องพวกนี้ของฉัน เพราะคนพวกนั้นมองมาที่ฉัน "จริงเหรอนีน่า" เพื่อนสาวของเธอเอ่ยถามขึ้น "ก็ไม่รู้ดิ ถามเจ้าตัวเอา" นีน่าพยักเพยิดมาทางฉันพลางแสยะยิ้มร้ายกาจใส่ ฉันจ้องตอบเธอ ยอมรับว่าเธอกระตุ้นฉันได้จริงเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีผลต่อความรู้สึกฉันมาก ฉันไม่ได้เสียแค่ทรัพย์สินเงินทองแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ฉันเสียคุณพ่อไปด้วย คุณแม่ของฉันถึงเลือกที่จะไม่กลับมาที่ไทยอีกเพราะท่านทำใจไม่ได้แน่ๆถ้ากลับมา แล้วฉันก็เสียวายุให้ยัยเพื่อนชั่วนี่ด้วย! "จริงเหรอ แล้วเธอมาทำงานแบบนี้ทำไมล่ะ?" แล้วพวกเพื่อนๆของเธอก็คงอยู่สายเผือกเพราะทั้งสองคนรีบหันมาถามฉันทันที "ก็เห็นว่าล้มละลายไม่ใช่เหรอ" เมื่อเห็นว่าฉันไม่ตอบยัยนีน่าก็ตอบแทน เธอทำสีหน้าเหมือนอยากรู้ด้วยแต่แววตาของเธอแสดงออกชัดเจนว่าสะใจ "เก่งนะ ถ้าเป็นฉันฆ่าตัวตายไปแล้ว" เคร้ง~ ฉันปล่อยที่คีบน้ำแข็งลงกระแทกกับถังอย่างตั้งใจให้มันดัง เพื่อนของนีน่าชะงักเพราะตกใจส่วนนีน่าก็ยังคงสีหน้าแบบเดิมๆใส่ฉัน ฉันกำลังอดทนอยู่ โชคดีที่ฉันเจอเรื่องร้ายๆมามาก ความอดทนฉันมีมากกว่าแต่ก่อนเยอะ "ไม่เอาน่า พวกเธอพูดเรื่องอะไรกันเนี่ย" เอ็มเข้ามาช่วยปรามเพื่อนของเขาพลางเลื่อนมือลงมาโอบเอวฉันแล้วดึงเข้าไปใกล้ๆเขา "พวกฉันก็แค่อยากรู้ว่าจริงหรือเปล่าเท่านั้นเอง ก็แค่ตอบมาไม่เห็นจะยากตรงไหน" นีน่าพูดพลางยักไหล่แล้วกระดกเหล้าที่ฉันชงส่งให้เธอเข้าปากก่อนจะแทบสำลักออกมาเมื่อลิ้นสัมผัสกับรสของมันเพราะฉันแทบไม่ผสมอะไรมากเลยมันคงขมมากแต่ยัยนีน่าก็ฝืนกลืนลงไปแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรแทน สมน้ำหน้า เหอะ! "ค่ะ ก็จริง" ฉันยิ้มเยาะเธอพลางตอบออกไปตามความจริง ในเมื่อนีน่าอยากพูดและพวกนั้นอยากรู้ฉันก็จะบอก "ไม่ต้องตอบก็ได้นะครับฟ้า" เอ็มหันมาห้ามฉัน เขาเป็นผู้ชายเขาไม่มาสนใจอะไรพวกนี้หรอกและเขาคงไม่อยากรู้แต่ฉันเลือกที่จะพูดให้พวกที่มันอยากรู้ฟังเอง "มันเป็นเรื่องจริงจะปกปิดไปทำไมคะ ก็อย่างที่เพื่อนเอ็มพูดว่าก็แค่ตอบมาไม่เห็นจะยากตรงไหน" ฉันตอบพลางยิ้มให้เขา "แต่ว่า ฟ้าก็อยากรู้เรื่องนึงอยู่นะคะ" "อะไรครับ?" "ก็..." "หืม?" "ฟ้าก็ได้ข่าวมาเหมือนกัน ว่าเพื่อนเอ็มน่ะ" ฉันตวัดสายตามองนีน่าอย่างเจาะจงและทุกคนมองตามฉัน ฉันน่ะกล้าที่จะพูดแล้วยัยนั่นล่ะจะกล้าหรือเปล่า? "ที่ไปเกาหลีเป็นเดือนๆ คนเขาลือกันว่า..." นีน่ามองจ้องฉันเหมือนจะเค้นให้รู้ว่าฉันจะพูดอะไรออกมา ฉันกระตุกยิ้มก่อนจะพูดขึ้น "ไปทำรีแพร์มา...จริงหรือเปล่าคะ?" ฉันเอียงคอเมื่อยิงคำถามใส่เธอ ยัยนีน่าเบิกตาแทบถลนออกมาเมื่อได้ยินคำถามของฉันพลางลุกพรวดขึ้นแล้วแผดเสียงทันที พรึ่บ~ "นี่แก!" ฉันเงยหน้ามองเธอที่มีสีหน้าเดือดจัด พวกเพื่อนๆ ของเธอก็อุทานออกมาอย่างตกใจพลางเงยหน้ามองนีน่าเป็นตาเดียวกัน "ฉันก็แค่ถาม...ตอบมาไม่เห็นจะยากตรงไหน ไม่ใช่เหรอคะ" ฉันทำหน้าสงสัยแบบที่เธอทำกับฉันบ้าง "นีน่า แกไป..." "หุบปาก!" นีน่าหันไปตวาดลั่นใส่เพื่อนของเธอ คนพวกนั้นก็แค่เพื่อนทั่วไปไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของนีน่ามากนักหรอก ฉันเองก็ไม่รู้... "ถ้ามันเป็นเรื่องจริง จะปกปิดทำไมคะ..." ซ่าาา~ "เห้ย!" ใบหน้าทั้งหน้าของฉันเย็นวูบไปทันทีเมื่อถูกนีน่าสาดเหล้าใส่เพื่อให้ฉันหยุดพูด น้ำแข็งหลายก้อนกระแทกกับหน้าฉันจนเจ็บชาไปหมด พรึ่บ~ เอ็มลุกพรวดขึ้นทันทีเพราะคงถูกลูกหลงบ้าง เขาร้องอย่างตกใจ "นีน่า ทำไรวะเนี่ย" "ก็ดูมันดิ ดูมันพูด" นีน่าชี้หน้าใส่ฉัน เธอคงเสียหน้ามากเหมือนกันเมื่อตอนนี้ไม่ใช่แค่โต๊ะเราเท่านั้นที่วงแตก แต่โต๊ะอื่นๆก็หันมามองเราเป็นตาเดียวแล้ว ฟลุ่บ~ ฉันปาดแอลกอฮอล์กลิ่นฉุนบนหน้าพลางลุกขึ้นยืน ฉันยิ้มให้เธอเมื่อคนอื่นไม่ได้สนใจมาที่ฉันมีแต่นีน่าเท่านั้นที่มองเหมือนจะฆ่ากันเป็นเชิงบอกว่า'ฉันชนะ' "แกไม่ต้องเดือดขนาดนี้ก็ได้ สมัยนี้คนเขาก็ทำกันเยอะแยะ" เอ็มพูดและถูกนีน่าสวนกลับทันควัน "ฉันไม่ได้ทำ!" "แค่พูดว่าไม่ได้ทำก็จบแล้วนะคะ ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง ให้คนอื่นมองว่าฉันเป็นนางเอกและนีน่าเป็นตัวร้าย "ฉันก็ขอโทษคะที่ถามแบบนั้น" "ดูดิ ฟ้าเขากลัวหมดแล้ว" เอ็มที่ยังไงก็อยู่ข้างฉัน เขาลูบหลังฉันปลอบโยนพลางจะดึงฉันเข้าไปในอ้อมแขนแต่ฉันรั้งตัวไว้ "ฟ้าตัวเลอะหมดเลย คงต้องขอตัวก่อน" "แต่..." "ฟ้าขอตัวก่อนนะคะ ขอโทษจริงๆคะ" พูดจบฉันก็ดันแขนของเอ็มออกห่างและหมุนตัวออกมาจากตรงนั้นทันทีโดยไม่ฟังเสียงอะไรอีก แต่ก็ยังได้ยินเสียงของนีน่าโวยวายตามมาและไม่นานพวกนั้นก็ลากนีน่ากลับไปทันที ปัง! ฉันหยุดยืนอยู่ที่หน้ากระจกภายในห้องแต่งตัวพลางมองสภาพเละเทะของตัวเอง มือของฉันกำกระดาษทิชชู่ที่ใช้ซับเหล้าเหม็นๆออกจากใบหน้าแน่น ทุกครั้งที่ฉันยิ้มฉันไม่เคยมีความสุขจริงๆ เลยสักครั้งและฉันต้องการวันเวลาแบบนั้นคืนมา...ฉันต้องการมันตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







