เข้าสู่ระบบหลังจากที่ออกมาจากบ้านหลังนั้นแล้วฉันก็เลือกที่จะเดินไปเรื่อยๆบนริมทางเดินจุดหมายปลายทางของฉันคือที่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าพอเงยหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาขึ้นมาอีกทีท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว
กึก~ ฉันหยุดเดินที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งใกล้ๆน้ำตาของฉันไหลออกมาจนไม่มีจะไหลแล้วฉันเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมีดาวระยิบระยับ ท้องฟ้าคืนนี้สวยน่ะแต่ฉันไม่มีอารมณ์มาดูมันจริงๆ ฟลุ่บ~ จู่ๆฉันก็รู้สึกว่ามีใครก็ไม่รู้มาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆฉันแต่ฉันก็ไม่ได้สนใจหรอกก็คงจะมานั่งพักเหมือนฉันล่ะมั้ง "หลงทางเหรอ?" แต่เพราะเสียงที่เอ่ยขึ้นมานั่นแหละทำให้ฉันหันไปมองหน้าเขาจนได้ "นาย" มันเหมือนหนีเสือปะจระเข้ยังไงยังงั้น ฉันหนีจากความรู้สึกแย่แต่กำลังมาเจอกับความรู้สึกที่... พรึ่บ~ ฉันทำไม่สนใจเขาพร้อมทั้งลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินไปต่อแต่ก็ถูกเขาคว้ามือไว้อีกจนได้ หมับ~ "จะไปไหนอีก เดินมาตั้งนานอึดเหลือเกิน" ฉันไม่รู้ว่าเขามาโผล่ที่นี่ได้ยังไงแต่ฟังจากที่เขาพูดไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไปหรอกแต่มันเหมือนเขาตามฉันมาสักพักแล้ว ไม่งั้นเขาจะพูดเหรอว่าฉันเดินมาตั้งนานแล้ว "ต่างคนต่างอยู่ไม่ใช่เหรอ ปล่อย" ฉันทวนคำพูดของตัวเอง ฉันเป็นคนบอกเขาเองนะว่าให้ต่างคนต่างอยู่แล้วฉันก็ควรจะทำได้ด้วยสิ ฉันบิดมือออกจากเขาแต่เขากลับกระชับจับมือฉันแน่นขึ้น "ผ่านวันนี้ไปก่อน" "..." ฉันหันไปมองหน้าเขาเพราะสงสัยกับสิ่งที่เขาพูด หมายความว่ายังไง... "วันนี้ฉันจะอยู่กับเธอ แล้วพรุ่งนี้ค่อยเริ่มใหม่" ตะวันลุกขึ้นยืนเขายิ้มบางๆให้ฉันพลางกระตุกมือฉันให้เดินตามเขาไปที่รถซึ่งจอดอยู่ใกล้ๆ แล้วฉันก็ดันเดินตามไปแบบงงๆเนี่ยสิ "ฉันไม่..." "ไปส่ง" เขาพูดพร้อมเปิดประตูรถแล้วดันฉันให้เข้าไปในรถจนได้ ปึ้ง~ จากนั้นเขาก็รีบมาขึ้นรถฝั่งตัวเองแล้วสตาร์ทออกตัวไปทันที แล้วฉันก็หมดแรงที่จะต่อต้านหรือทะเลาะกับเขาจริงๆ ตอนนี้ฉันก็เป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังอ่อนแอร้องไห้และเหนื่อยล้า หัวของฉันปวดตุบๆขึ้นมาแบบไม่บอกไม่กล่าวคงเป็นผลจากที่ฉันร้องไห้และเครียดนั่นแหละ ฉันเอนหลังพิงกับเบาะรถของเขาก่อนจะเบนสายตามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วก็เผลอหลับไปจริงๆ... -ตะวัน- "ครับคุณอา ผมจะตามไปดูเอง" "ครับ ไม่ต้องห่วง" ติ้ด~ ผมตัดสายทิ้งพลางถอนหายใจพรืดเมื่อได้ยินปลายสายที่โทรหาผมเมื่อสักครู่บอกถึงข้อมูลบางอย่างผมเลี้ยวรถทันทีที่วางโทรศัพท์ไว้กับคอนโซลรถ จริงๆผมกำลังจะไปที่บ้านหลังหนึ่งแต่ก็ยังไปไม่ถึงเจ้าของบ้านก็โทรมาบอกอะไรบางอย่างจนทำให้ผมต้องเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ เดี๋ยวนี้เลย! ผมเลี้ยวรถไปทางแยกหนึ่งที่ผมมั่นใจว่าเธอจะเดินไปเพราะก่อนหน้านี้ที่ผมขับรถมาผมก็เห็นด้วยหางตาแว่บๆเหมือนจะเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินไปทางนี้ ผู้หญิงคนนั้นคุ้นตาผมมากก็จริงแต่ผมไม่ได้เอะใจอะไรจนพอมารู้จากปลายสายผมถึงได้มั่นใจว่าต้องเป็นเธอแน่ บรื้นนน~ ผมขับรถไปพลางกวาดสายตามองหาร่างบางที่คุ้นตาตามริมทางเดินเท้าไปเรื่อยๆ เวลาก็ผ่านไปหลายชั่วโมงท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงผมก็เริ่มหงุดหงิดที่ยังหาเธอไม่เจอ "อยู่ที่ไหนของเธอ..." ผมพึมพำด้วยอารมณ์ครุกรุ่นพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างบางที่ผมตามหาพอดิบพอดี เธอกำลังเดินอยู่บนทางเดินเท้าตรงหน้ารถของผมประมาณสามเมตรได้ก่อนที่เธอจะหยุดเดินแล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดลงอย่างรวดเร็ว "เห้ย!" ผมกำลังจะดีใจที่ได้เห็นเธอแต่สายตากลับมองไปเห็นอีกตำแหน่งที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่เธอหยุดอยู่นัก ผมเห็นผู้ชายสองคนสภาพผอมๆเหมือนพวกขี้เหล้า ไม่ก็ขี้ยา มันสองคนยืนอยู่ที่ข้างๆตึกแล้วมองมาที่ผู้หญิงคนนั้น ปึ้ง~ ผมเห็นท่าไม่ดีก็เลยจอดรถแล้วลงจากรถรีบพุ่งเข้าไปหาเธอทันทีซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เธอทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งใกล้ๆและไอ้สองคนนั้นก็กำลังก้าวออกมาจากข้างตึก ผมจ้องหน้าพวกมันด้วยสายตาดุดันเพื่อให้มันรู้ว่าผมเห็นและผมไม่ยอมให้มันทำอย่างที่คิดแน่ ฟลุ่บ~ ผมทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอแต่เธอก็ดูเหม่อลอยมากเหมือนจะไม่รู้หรือไม่ก็ไม่สนใจว่าผมมานั่งอยู่ข้างๆ แต่ดูสภาพหน้าเธอสิเธอร้องไห้แน่ๆเพราะตาบวมแล้วหน้าก็ยังมีคราบน้ำตาอยู่แถมยังมีเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกมาเป็นระยะด้วย ผมไม่รู้หรอกว่าก่อนหน้านั้นเธอกับผู้ชายที่โทรมาหาผมแล้วบอกว่าทะเลาะกันมันรุนแรงขั้นไหนแต่ถ้าถึงขั้นทำให้ผู้หญิงแข็งๆอย่างเธอร้องไห้ได้ขนาดนี้ก็คงจะหนักอยู่เหมือนกัน "หลงทางเหรอ?" นั่นคือคำพูดแรกที่ผมเอ่ยปากพูดกับเธอหลังจากประมาณอาทิตย์หนึ่งได้ที่เราไม่ได้คุยกันเลย เจอหน้ากันแต่ทำเหมือนไม่เห็นกัน ก็เธอบอกเองให้ต่างคนต่างอยู่ ผมก็ทำ แต่แล้วยังไงล่ะ...วันนี้ก็กลับมาเอ่ยปากพูดกับเธอง่ายๆ เห้อ บรื้นนน~ หลังจากที่พูดคุยกันไม่กี่ประโยคผมก็พาเธอขึ้นรถได้สำเร็จ เธอดูเชื่องและไม่ต่อต้านเหมือนครั้งก่อนๆซึ่งผมก็คิดว่าดีถ้ามันจะไม่เกิดจากที่สภาวะร่างกายและจิตใจของเธอย่ำแย่อ่ะนะ "ลูกโซ่" "..."*ICE SWEET กรุ๊งกริ๊ง~ เสียงกระดิ่งตรงหน้าประตูของร้านไอศกรีมแห่งหนึ่งดังขึ้นเมื่อฉันเปิดประตูของร้านเข้าไป ฉันหยุดยืนเยื้องกับประตูนิดหน่อยพลางกวาดสายตามองหาคนที่ฉันนัดไว้ นั่นไงล่ะ... ตึก~ เมื่อเห็นว่าคนที่ฉันนัดไว้นั่งอยู่ก่อนแล้วตรงตำแหน่งด้านในซึ่งร้านทั้งร้านเป็นกระจกใสทั้งหมดเธอคนนั้นนั่งอยู่ที่โต๊ะติดกับผนังกระจกที่ด้านนอกมีบ่อน้ำพุเล็กๆอยู่ด้วย ฉันเดินเข้าไปหาเธอทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา กึก~ เมื่อเดินไปถึงโต๊ะฉันก็หยุดชะงักเพราะมีผู้ชายอีกคนเดินมาที่โต๊ะก่อนจะหยุดยืนมองหน้าฉันพร้อมกับหญิงสาววัยสิบแปดที่ก็เงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมามองฉันเช่นกัน เธอมองฉันสลับกับผู้ชายคนนั้นก่อนจะยื่นมือไปกระตุกแขนผู้ชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอให้นั่งลงข้างๆ ฟลุ่บ~ ฉันมองสองคนนั้นแต่ไม่ได้พูดอะไรแค่ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้นวมฝั่งตรงข้ามสองคนนั้น "นี่...แฟนฉันเอง" พอเห็นว่าฉันมองเธอสลับกับผู้ชายคนนั้น ลูกแก้ว ใช่แล้วล่ะคนที่ฉันนัดมาคือลูกแก้ว เธอก็เอ่ยปากพูดแนะนำผู้ชายข้างๆให้ฉันรู้จัก "ชื่อ ริว" "สวัสดีครับ พี่ลูกโซ่" ผู้ชายที่ชื่อริวและเป็นแฟนของลูกแก้ว
แต่แล้วไงล่ะ อย่าลืมสิลูกโซ่แกจะไม่ยุ่งกับเขาอีกแล้วนะ แกอุตส่าห์หนีออกมาจากห้องเขาได้แล้ว ก็นั่นแหละฉันหนีออกมาเพราะพอเพื่อนของเขามาที่ห้องไม่นานผ้าก็ตามมาส่งฉันก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วอาศัยจังหวะที่เขากำลังวุ่นวายชุลมุนทำอะไรสักอย่างกับกลุ่มเพื่อนของเขาหนีออกมาได้ ถึงแม้เขาจะบอกว่าให้ฉันอยู่รอก่อนแต่ฉันก็ไม่จำเป็นต้องฟังนิ จริงมั้ย? 00.15 น. ฉันกำลังจะกลับแล้ว ตอนนี้ฉันหนีภูมิที่จ้องจะอาสาไปส่งฉันออกมาที่หลังผับและเดินตรงไปทางออกด้านหลังซึ่งมันต้องผ่านลานจอดรถของผับ ฉันก็เดินลัดไปเรื่อยๆจนกระทั่งมีแสงไฟจากรถคันหนึ่งติดขึ้นพร้อมกับเสียงสตาร์ทรถ บรื้นนน~ ฉันชะงักเพราะตกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเลือกที่จะเดินต่อไป เอี๊ยด~ กึก~ ขาของฉันหยุดชะงักจนแทบหน้าทิ่มเพราะอยู่ดีๆรถคันนั้นก็ขับเคลื่อนมาจอดตัดหน้าฉันในระยะประชิดจนฉันต้องเบรกขาตัวโก่งฉันตวัดสายตามองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถทันที "ตะวัน!" ฉันพึมพำเมื่อเห็นหน้าเจ้าของรถคันนั้นจังๆ รถคันนี้ฉันไม่เคยเห็นก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขา ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะเดียวกับที่ตะวันเปิดประตูรถลงมา ปึ้ง~ เขากระแทกประตูปิดแล้วก้าวยาวๆม
*Paradise Pub ฟลุ่บ~ "มีไรอ่ะแก?" ฉันเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สูงหน้าเคาน์เตอร์บาร์พลางถามคำถามออกไปทันทีที่ข้าวหอมหันมาเจอหน้าฉัน คือเมื่อวานนี้เธอโทรหาฉันตั้งหลายสายแต่แบตหมดฉันก็เลยไม่รู้มารู้ก็ตอนที่เปิดเครื่องอีกครั้งแล้ว "พอดี...ยุ่งๆน่ะแบตหมดเมื่อไหร่ไม่รู้ โทษทีนะ" "อืมไม่เป็นไร ว่าแต่แกว่างยัง?" ข้าวหอมที่ตอนนี้อยู่ในชุดเกาะอกสีดำคลุมด้วยเสื้อกั๊กแขนกุดตัวสั้นสีขาวและกระโปรงหนังสีดำซึ่งเป็นชุดของบาร์เทนดี้ที่นี่วางแก้วเปล่าลงแล้วเงยหน้ามาถามฉัน "อ่าาา ก็ว่างอยู่นะ" "ที่ฉันโทรไปหาอ่ะ มีงานให้ทำ" ข้าวหอมบอกฉัน ฉันเลิ่กคิ้วพลางเท้าแขนกับเคาน์เตอร์บาร์ "งานไรอ่ะ?" "ก็ถ่ายแบบไงถ่ายกับฉัน วันนั้นเป็นวันหยุดแกพอดี" "..." ฉันเกาต้นคอตัวเองอย่างใช้ความคิด ไอ้ถ่ายแบบฉันก็เคยมาบ้างเพราะข้าวหอมเคยชวนไปถ่ายแล้วแต่ฉันก็ไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่หรอก "อ้อ เงินดีด้วยนะแก" เมื่อเห็นว่าฉันกำลังตัดสินใจข้าวหอมก็รีบหาข้อมาโน้มเหนี่ยวจิตใจฉันทันที เธอเท้าแขนลงกับเคาน์เตอร์บ้างแล้วกระพริบตาปริบเชิงอ้อนฉันด้วย "ถ่ายเหอะนะ ฉันอยากให้แกถ่ายด้วย นะๆๆ" "โอเค ก็ได้" "เย้
ครืด~ ตะวันดึงเก้าอี้ออกพลางกดไหล่ฉันที่ยืนมองอาหารสามสี่อย่างบนโต๊ะอยู่ให้นั่งลงก่อนที่เขาจะขยี้หัวฉันเล่นแล้วเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง "ทำไมต้องเล่นหัว" ฉันบ่นอุบพลางใช้มือสางผมตัวเองอีกครั้งให้เข้าที่ ตะวันไม่ได้โต้ตอบฉันเขาแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น ยิ้มอะไรนักหนา ประสาท--' ฉันคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมาหรอก หลายชั่วโมงผ่านไป... เราสองคนก็ทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นตะวันก็ดึงฉันให้มานั่งเล่นที่ชุดโซฟาหน้าทีวี เขาดูมีความสุขนะส่วนฉันก็ทำหน้ายุ่งคิ้วงี้แทบจะผูกโบว์ได้อยู่แล้วเพราะเขานะเอาแต่กดรีโมตเปลี่ยนช่องไปเปลี่ยนช่องมาพอฉันจะดูซีรี่ย์เขาก็กดย้ายช่องหนีไปดูอย่างอื่น พอฉันจะดูการ์ตูนเขาก็กดย้ายหนีอีก เป็นแบบนี้มาหลายชั่วโมงแล้วเนี่ย "เมื่อไหร่เขาจะมาส่งผ้า?" ฉันเท้าคางถามตะวันด้วยใบหน้าเซ็งตะวันเอียงคอมองฉัน "เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละ" "แบบนี้ไม่ต้องตอบก็ได้" กวนประสาท ชิ-"- กริ่งงง~ พอฉันบ่นจบเสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างต้องการถาม "นั่นไงมาแล้ว ไปรับมาสิ" ตะวันเหลือบตามองฉันและเหมือนรู้ว่าฉันจะถามอะไรเขาก็เลยพูดก่อนพลางพยักเ
ไม่รู้ทำไมใจฉันสั่นแปลกๆเมื่อเขาทำแบบนี้ ฉันไม่รู้ว่านี่มันเรียกว่าอะไรแต่สำหรับฉัน ฉันรับรู้ว่ามันอ่อนโยนและมันทำให้น้ำตาอีกหลายๆหยดของฉันไหลออกมาโดยที่ฉันไม่ได้สะอึกสะอื้นให้เขารับรู้ มันเป็นแค่น้ำตาที่ไหลออกมาเอง ไม่ได้ร้องไห้ แต่มันแค่... "คืนนี้...นอนกับฉันนะ" "..." "ลูกโซ่..." "อืม..." 08.25 น. พรึ่บ~ ฉันขยับตัวพลางค่อยๆลืมตาขึ้นมาจากนั้นก็ดันตัวเองลุกขึ้นพิงหัวเตียงพลางมองไปข้างๆก็พบว่าตอนนี้มันว่างเปล่า บนเตียงนี้มีแค่ฉันคนเดียวเท่านั้น "เอ๊ะ?" ฉันก้มลงมองตัวเองแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ตัวฉันไม่ได้เปลือยเปล่าและมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่ห่อหุ้มร่างกายไว้เหมือนเมื่อคืนแต่ตอนนี้มันมีเสื้อเชิ้ตผู้ชายตัวใหญ่สีขาวกับกางเกงบอกเซอร์สีน้ำเงินเข้มมาอยู่บนตัวฉันแทน หรือว่า...เขาใส่มันให้ฉันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แอด~ "ตื่นแล้วเหรอ" เสียงเข้มๆที่ดังขึ้นทำให้ฉันตกใจนิดๆพลางหันไปมองทางต้นเสียงทันทีก็เห็นว่าตะวันยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเขาจะเพิ่งเปิดเข้ามาเมื่อกี้นี้ แต่ดูเหมือนเขาจะตื่นนานแล้วเพราะตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองเป็นเสื้อยืดแขนยาวสีเทา
เสียงของเขาพูดแทรกขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังจะบอกเขาให้คลายอ้อมแขนออกอีกฉันชะงักคำพูดของตัวเองแล้วเงียบฟังเขา "เมื่อเย็น...เป็นไร" เขาถามถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นเหรอ จริงๆฉันต้องถามเขามากกว่ามั้งว่าเขามาเจอฉันได้ยังไง "ไม่เกี่ยวกับนาย" ฉันตอบไปเพราะเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับเขาจริงๆ แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่คิดจะพูดเรื่องนี้กับใครและมันจะไม่มีการหมั้นบ้าบอนั่นเกิดขึ้นด้วย! "เกี่ยวสิ" แต่เขาก็ยังเถียงกลับมาพลางดึงผ้าห่มที่ล่นไปอยู่ช่วงเอวขึ้นมาห่มให้เราทั้งคู่ด้วย "ไม่เกี่ยว" "เกี่ยว" "ไม่..." "เมียฉันร้องไห้นะ จะไม่เกี่ยวกับฉันได้ไง" "...!" ฉันกลืนคำพูดที่จะเถียงเขาลงคออีกครั้ง ก็ดูคำที่เขาพูดออกมาสิ "บอกมาเหอะ" "นายไม่ต้องรู้หรอก แล้วอีกอย่างนะ ฉันก็ไม่..." "อย่าพูดว่าไม่ใช่เมียฉัน ไม่งั้นฉันจะย้ำอีกรอบให้ดู" เขาขู่เสียงเข้มจนฉันเผลอเม้มปากแน่น เขากล้าเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแบบนี้ได้ยังไง ก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนเกินเลยไปถึงขั้นนั้นแล้วก็จริง แต่ว่า...เขาก็ไม่ได้รักฉันนะ ไม่สิ แค่ชอบยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ คำแบบนั้นเขาไม่ได้เอาไว้ใช้เรียกคู่รักกันเหรอ... "มีปัญหาอ







