LOGINGear Trick #10
ความสงสัย
ได้แต่นั่งทำหน้าบูดบึ้งใส่ร่างสูงที่เข้าห้องนอนส่วนตัวไป แล้วเข้าไปในห้องตัวเองแบบนั้นฉันจะเข้าไปเอาได้ยังไงกันล่ะ มันเป็นพื้นที่ส่วนตัวฉันจึงทำได้เพียงนั่งกอดอกมองไปรอบๆ ห้องของพี่เกียร์ จะว่าไปห้องของเขามันกว้างมากเลยนะ แถมโซฟาที่นั่งก็นุ่มนิ่มกว่าเตียงที่ฉันนอนที่ห้องอีก
ต้องอยู่ที่นี่กับพี่เกียร์จริงเหรอปั้นหยา ทำยังไงได้พี่เกียร์เอากระเป๋าเข้าห้องส่วนตัวไปแบบนั้นแล้ว ฉันเองก็ไม่กล้าที่จะย่างเท้าเข้าไปในห้องส่วนตัวของเขาหรอก สิ่งที่ทำได้ก็คือหยิบหมอนอิงมากอดมองเพดานห้องของเขา พี่เกียร์คงจะรวยมากสินะ เขาคงจะมีเงินมากพอถึงได้มีห้องหรูๆ อยู่แบบนี้
มานั่งคิดขณะเสมองกระเป๋าผ้าที่เก่ายับเยินของตัวเอง พี่เกียร์ให้กระเป๋าราคาหกพันกับฉัน ถึงจะเป็นการซื้อมาให้พี่โฬมและเพิ่งมานึกได้ว่าเพื่อนไม่ชอบ เลยโยนมันมาให้ฉันเหรอ? มันไม่มากเกินไปหรือเปล่า เงินมากขนาดนั้นไม่ใช่น้อยๆ เลยด้วยซ้ำ ฉันไม่เข้าใจเขาเลยแม้จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อเข้าใจว่าที่พี่เกียร์ทำ พี่เกียร์กำลังคิดอะไรอยู่หรือบางทีเขาไม่ได้คิดอะไรกันแน่นะ มีอย่างที่ไหนให้กระเป๋าราคาหกพันกับคนที่ไม่ได้รู้จักดีอย่างฉัน จะว่าฉันน่าสมเพชมันก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่น่าคิด พี่เกียร์ดูไม่เหมือนคนมีน้ำใจอะไรขนาดนั้น
หรือว่า... “พี่เกียร์คิดจะปล้ำฉันจริงๆ”
เอาของมาให้กันแบบนี้ มันน่าสงสัยและไหนจะเรื่องวันนี้ที่ฉันโดนผู้หญิงคนนั้นสาดเหล้าใส่ พี่เกียร์ในตอนนั้นน่ากลัวมากถึงขนาดที่พี่โฬมต้องมาห้ามเลย รีบก้มหน้ามองเสื้อช้อปที่สวมอยู่จังหวะหันไปมองห้องนอน พี่เกียร์ก็เดินออกมาพร้อมผ้าขนหนูที่โยนให้ฉันแบบรับแทบไม่ทัน กระแทกเข้าหน้าจนแสบเล็กน้อย
“ไปอาบน้ำ”
“พะ พี่เกียร์จะทำอะไรหนู” ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางถอยหลังไปไกล “คิดอะไรอยู่คะ”
“อะไร?” เขาเท้าเอวมองฉันด้วยสีหน้ามึนงง
“ที่พี่เกียร์ทำแบบนี้ พี่เกียร์กำลังคิดอะไรไม่ดีกับหนูใช่ไหม” คำถามของฉันดูเหมือนจะทำให้คนตรงหน้านิ่งไปทันที “พี่เกียร์นิ่ง แสดงว่าพี่เกียร์คิดจริงๆ ใช่ไหมคะ!”
“บ้า” แค่คำเดียวเล่นเอาหน้าชาเลยแหะ
“เด็กวิศวะโยธา เจ้าชู้ทุกคนแถมยังสับรางไปเรื่อยด้วย พี่เกียร์คงไม่คิดจะปล้ำหนู...” ทำไมคำพูดสุดท้ายถึงแผ่วเบาขนาดนี้ ฉันกำลังหาวิธีเจรจาอยู่ไง ถ้าหากเป็นจริงจะได้ขอร้องว่าอย่าให้พี่เขาทำอะไรฉันเลย
“ไปเอาความคิดนี้มาจากไหน”
“เพื่อนหนูบอก” พี่เกียร์ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติงอะไร นอกซะจากยกแขนทั้งสองพาดอกเพื่อยืนฟัง “พี่เกียร์อย่าทำอะไรหนูเลยนะคะ หนูไม่ได้สวยเลย ดูสิหนูแย่มาก จนก็จน หุ่นก็ไม่ได้ดี ไม่ได้เซ็กซี่”
“...”
“หนูเป็นผู้หญิงธรรมดามากๆ ไร้ตัวตนสุดๆ ผู้หญิงของพี่มีแต่สวยๆ ทั้งนั้น พี่อย่าตาต่ำมาทำอะไรหนูเลยนะคะ” ยกมือพนมไว้กลางอก อธิบายยาวเยียดจนหอบเลยตัวฉัน ทว่าพี่เกียร์ก็ยืนนิ่งไม่แสดงออกทางสีหน้าสักนิด เขาเข้าใจที่ฉันพูดไหมนะ ขอล่ะช่วยมองกันดีๆ หน่อย “หนูไม่ได้น่ากินเลยนะพี่เกียร์”
“...” เป็นอีกครั้งที่พี่เกียร์นิ่ง เงียบ ไม่หือไม่อือและไม่พูดออกมาสักคำเดียว ปล่อยให้ฉันพูดจนคอแทบแตกเนี่ยนะ
“ปล่อยหนูไปเถอะนะคะ หนูสัญญาว่าจะไม่บอกใครว่าพี่พาหนูมาที่นี่ พี่จะได้ไม่ต้องถูกมองว่าคว้าคนอย่างหนูมาเพื่อหลับนอน” ยกมือไหว้พี่เกียร์สามครั้งแทบจะอยากกราบเท้าเขาด้วยซ้ำนะ
แลดูเหมือนเขาจะไม่ได้ใส่ใจ กลับยิ่งเดินต้อนฉันมาเรื่อยๆ ฉันเองก็ถอยหลังหนีพี่เขาจนแผ่นหลังกระทบกับกระจก พี่เกียร์เท้ามือกักกันฉันและโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ จนฉันหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ ทว่าสิ่งที่ทำให้ต้องลืมตาขึ้นมามองก็คือสัมผัสตรงปลายจมูก นิ้วชี้ของพี่เกียร์จิ้มลงมาไม่ได้แรงมากนักแต่ก็สัมผัสได้
“ไปอาบน้ำ” น้ำเสียงเข้มแหบพร่าบวกกับมุมปากที่ยกขึ้น ทำให้รู้สึกเหมือนหัวใจจะวายทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดกับเขา
“ตะ แต่พี่เกียร์คิดจะปล้ำหนู”
“บ๊อง” นอกจากคำว่าบ้าที่ทำให้หน้าชาก็มีคำว่าบ๊องที่ทำเอาหน้าแตกยับอีก เป็นการบอกนัยๆ ว่า ‘ใครจะไปคิดทำอะไรคนอย่างเธอ’ คิดเองจนบ้าและพูดไปเองจนพี่เกียร์ถึงกับขำออกมา
“หนูไม่รู้นี่นา พี่เกียร์ให้ของหนูถึงจะเป็นของเหลือ หนูก็แอบคิด”
“เรื่องวิศวะโยธาเจ้าชู้ ไปเอามาจากไหน” ครั้งแรกเลยนะที่พี่เกียร์ต่อประโยคยาวๆ ราวกับอยากรู้ไงเลยไม่ให้ฉันคิดเอง “แล้วก็เชื่อ”
“เห็นกับตาก็ต้องเชื่อไหมคะ พี่เกียร์ควงสาวตั้งหลายคน”
“...” เขาเงียบ
“หนูจะคิดแบบนี้ก็ไม่แปลกนี่นา” บ่นเขาเล็กน้อยมือก็กำผ้าขนหนูในมือจนยับยู่ยี่ “ผู้ชายที่หล่อ รวยแบบพี่เกียร์ จะมาอยากเกลือกกลั้วกับหนูทำไม แล้ววันนี้อีก ยื่นมือเข้ามาถึงจะรู้ว่าพี่เกียร์ไม่ได้ช่วยก็เถอะ”
“รู้ได้ไง”
“พี่เกียร์ไม่เคยพูดนี่นา” ถึงได้บอกไงว่าบางทีฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพี่เกียร์กำลังคิดหรือทำอะไรอยู่ เขาเป็นผู้ชายที่มองได้ยากมาก ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไรหรือต้องการอะไร “พี่เกียร์ชอบทำอะไรแปลกๆ ตลอดเลย หนูถึงคิดไปไกล”
“เชื่อคนง่าย” พี่เกียร์บ่นพลางเอานิ้วจิ้มจมูกฉันทิ้งท้าย “ใครพูดอะไรก็เชื่อ”
“หนูไม่ได้เชื่อ แต่เห็นค่ะ!” กระแทกเสียงใส่เขา ตอนแรกก็จะไม่เชื่อหรอก เห็นกับตาไงถึงต้องคิดใหม่ “อีกอย่างหนูไม่ได้อยากมีปัญหากับใครด้วย ให้หนูอยู่แบบนี้ดีกว่า ไม่อยากเป็นจุดเด่น”
“เหรอ” ใช่ ขนาดเจียมตัวตลอด ไม่ได้ทำตัวเป็นจุดเด่นก็มีเขาเข้ามาวนเวียนในชีวิตอยู่เรื่อยเลยไง
“หนูขอกลับห้องได้ไหมคะ”
“ไปอาบน้ำ” พี่เกียร์ก็ยังคงเป็นพวกที่ฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่องนะเอาจริง “ไม่ทำ ไม่แกล้ง”
“พี่เกียร์”
“นี่สัญญาแล้ว” กำลังจะบอกว่าสัญญาว่าจะไม่แกล้งฉันและไม่ทำอะไรงั้นสิ เหอะ ใครจะไปเชื่อกัน “ขืนยังดื้อ สัญญาจบ”
“ปะ ไปก็ได้ค่ะ!”
พอได้ฟังแบบนี้เป็นใครบางจะไม่รีบตกลง พี่เกียร์นะพี่เกียร์ เล่นแง่กับฉันได้เก่งมากอะ! เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย พลางชี้นิ้วไปยังห้องน้ำที่อยู่อีกฝั่ง พอวิ่งจู๊ดเข้ามาในห้องน้ำฉันก็ปิดประตูล็อกพลางยกมือทาบทับตำแหน่งหัวใจตัวเองที่เต้นถี่ยังไม่ยอมจะหยุด นี่เกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่... ต้องมาอยู่กับพี่เกียร์คืนหนึ่งเต็มๆ เลยเหรอ ถึงจะใกล้เช้ามืดแล้วก็เถอะนะ
“โหย ปั้นหยา ทำไมถึงได้ซื่อขนาดนี้นะ”
ทำไมเหมือนยิ่งห่าง ยิ่งใกล้กันด้วย ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทุกที่ที่ฉันทำงานต้องมีพี่เกียร์โผล่ไปแทบจะทุกที่เลย เฮ้อ อยากหนีไปทำงานที่ดวงจันทร์จัง ดูสิเขาจะตามไปเจอไหม ถ้าขนาดนั้นแล้วยังเจอเขา ฉันคงไม่หนีไปไหนแล้วล่ะ เหนื่อย!
พี่เกียร์เป็นผู้ชายที่ดูหยิ่งและจองหองมากนะ การเฉยชาหรือเรียบนิ่งของเขามันบ่งบอกอย่างดี เห็นเขาครั้งแรกยังแอบคิด ‘ผู้ชายคนนี้ทำไมหยิ่งจัง’ หากแต่ว่าพอได้สัมผัส ความหยิ่งจองหองของเขามันเหมือนไม่ได้เกิดมาเพื่อฉัน มันอาจจะเกิดก็ได้ ทว่าค่อยๆ ถูกกลืนหายไปต่างหาก
เมื่อคืนฉันนอนขดตัวอยู่บนโซฟาไม่กล้าข่มตาหลับเลย แม้ว่าพี่เกียร์จะสัญญาว่าไม่ทำเรื่องนั้นก็เถอะนะ แสดงว่าพี่เกียร์ก็แอบคิดใช่ไหม ฉันไม่มีอะไรให้เขาพิศวาสเลยนะ ดีหน่อยนะที่รอดพ้นมาจนถึงช่วงเวลาเก้าโมงเช้า ฉันหลับไปได้หลายชั่วโมงอยู่ ตอนนี้ก็เลยยืนทำข้าวต้มหมูสับให้เขาง่ายๆ เห็นมีข้าวสำเร็จรูปแช่แข็งอยู่ก็เลยเอามาทำ ตักใส่ถ้วยเอาฝาปิดไว้พลางเขียนโพสอิทแปะด้านบน
‘ขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อคืน หนูทำข้าวต้มไว้ให้ อย่าลืมกินนะคะ หนูไปก่อน... ปั้นหยา’
ตอนที่ตื่นขึ้นมาฉันเห็นกระเป๋าที่พี่เกียร์ยึดไปเมื่อคืนวางไว้บนโต๊ะกระจกโซฟา ส่วนกระเป๋าผ้าของฉันหายวับไปราวกับไม่เคยสะพายมันมาก่อนในชีวิต ฉันจึงสะพายกระเป๋าข้างและไม่วายก็เดินไปส่องที่ห้องนอนเขา ประตูเปิดแง้มเอาไว้จึงเห็นแผ่นหลังกว้างที่มีรอยสักตรงหัวไหล่ขวาหลังรูปอะไรสักอย่าง เขานอนคว่ำยังไม่ตื่น ฉันจึงเดินย่องๆ ออกจากกห้องเขาที่ประตูเป็นแบบปิดล็อกอัตโนมัติ
พอเดินออกจากคอนโดเกือบจะโดนรปภ.ที่ดูแลกักตัวเอาไว้ เพราะสภาพฉันไม่น่าได้เข้ามาใจคอนโดที่หรูแบบนี้ไง ตอนเข้ามาพี่เกียร์เป็นคนพาเข้ามาพอจะออกจำต้องบอกว่ามากับใครและพอดีมีพนักงานสาวจำได้ว่าฉันมากับพี่เกียร์ เลยปล่อยออกมาอย่างง่ายดาย ระบบรักษาความปลอดภัยเข้มมากสมกับเป็นคอนโดหรู
“พี่คราม...”
มาถึงห้องในเวลาต่อมา เปิดประตูเข้ามาก็ต้องขมวดคิ้วคิดว่าคนตัวสูงจะอยู่ในห้อง ปรากฏว่าไม่เจอ แถมเตียงนอนที่ฉันเก็บเอาไว้อย่างดีมันยังอยู่เหมือนเดิมราวกับคนที่ฉันเอ่ยถึงไม่ได้กลับมาที่ห้อง ปกติจะไปไหนก็บอกกันตลอดนี่นา พอคิดได้ก็หยิบมือถือขึ้นมาดูไม่พบว่าพี่ครามโทรหรือส่งข้อความมา ดังนั้นฉันจึงต่อสายหาเขา โดยใช้เวลาการโทรไปถึงสองสาย
(“หยา”)
“พี่ครามอยู่ไหนคะ ทำไมถึงไม่กลับห้อง” ฟังจากน้ำเสียงเหมือนเพิ่งจะตื่นเพราะโดนฉันโทรปลุก “ว่าไงคะ”
(“พี่ค้างบ้านเพื่อนน่ะ”)
“แล้วไม่เห็นส่งข้อความบอกหนู” ซึ่งต่อให้พี่ครามจะไปไหน ค้างหรือไม่ค้าง กลับหรือไม่กลับห้อง ฉันไม่ได้คิดจะซีเรียสเท่ากับว่าทำไมเขาถึงไม่โทรบอกหรือส่งข้อความมาอย่างที่เคยทำมาตลอด
(“พอดีพี่ลืม ทำรายงานหนักไปหน่อย”) น้ำเสียงัวเงียบวกกับเสียงกุกกักดังเข้ามาในปลายสาย จึงพยายามฟังว่ามันคือเสียงอะไร กระทั่งได้ยินเสียงพี่ครามพูดแผ่วเบา (“เบาๆ คุยกับหยาอยู่... เอ่อ วันนี้พี่ไม่มีเรียนนะ”)
“ค่ะ”
(“พี่รักหนูนะ”) ก่อนจะวางสายพี่ครามมักจะบอกรักฉันเสมอ แน่นอนว่าไม่รู้ว่ามันออกมาจากหัวใจจริงหรือแค่พูดเพื่อให้ฉันรู้สึกดีก็ไม่รู้ ช่างเถอะ ฉันวางมือถือลงและถอดเสื้อช้อปของพี่เกียร์ออกเพื่อเอาไปซักมือและอบแห้ง ตากแดดสักแปบน่าจะแห้งทัน วันนี้ฉันมีเรียนตอนเที่ยงจึงมีเวลาทิ้งตัวลงนอนเพราะเมื่อคืนดันนอนไม่หลับน่ะสิ
เสมองกระเป๋าที่พี่เกียร์ให้มาก่อนจะดึงมันขึ้นมากอดและกดจมูกลงไป กลิ่นของแพงมันดีขนาดนี้เชียวเหรอ รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองลอยอยู่บนท้องฟ้าเลย แต่พอนึกไปถึงราคาที่แพงหูฉีก ฉันก็ไม่อยากหยิบมันมาใช้เลย ให้ตายสิ! เขาซื้อมันได้ยังไงราคาตั้งหกพัก ไอ้ซื้อน่ะไม่แปลกใจ แปลกใจตรงที่ว่าทำไมถึงให้ของแพงแบบนี้กับฉัน
“พี่เกียร์กำลังสงสารเราอยู่ใช่ไหม”
คงจะเป็นแบบนั้นนั่นแหละ พอคิดไปถึงคำพูดของพี่โฬมที่เคยบอกว่าคนอย่างพี่เกียร์ใส่ใจคนรอบข้างด้วยเหรอ พอนึกไปก็จำต้องเลื่อนฝ่ามือแตะบนหน้าผากและวิ่งตรงเข้าห้องน้ำ ถึงได้เห็นว่าพลาสเตอร์ยาเมื่อคืนมันถูกติดและทำความสะอาดแผลก็เพราะเขานี่นา หลับตาลงพลางยกมือตบหน้าผากตัวเองอย่างแรง
“บ้าจริงปั้นหยา แล้วก็คิดว่าพี่เขาจะปล้ำตัวเองเนี่ยนะ!”
[50%]
*-------------------------------------------------------*
มาหยุดที่หน้าห้องที่ต้องการจะมาในเวลาที่เร็วจี๋ แบบเวลาเดินเร็วมาก ยืนชั่งใจอยู่นานกว่าจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปกดกริ่งหน้าห้อง หัวใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ฉันไม่ได้หวังหรอกนะว่าสิ่งที่ตัวเองคิดกับที่เห็นมันจะสัมพันธ์กัน ขอแค่อย่าให้ฉันต้องเจอกับเรื่องร้ายอะไรอีกเลยได้ไหม แค่นี้ชีวิตของฉันมันก็แย่ไปหมดจนหาทางสว่างไม่เจอแล้ว“ยะ หยา มาได้ไง?”“มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” มุกมองหน้าฉันขณะที่ไล่สายตามองเนินอกมีรอยจ้ำแดงอยู่ประมาณสองสามจุด ฉันเสมองมายังรองเท้าผ้าใบที่สงสัยมาตลอด ตอนนี้ฉันยิ่งมั่นใจเลยว่า...“โทษนะแฟนฉันอยู่ ไม่สะดวกน่ะ” ใบหน้าสวยของเพื่อนที่ต่อหน้าเหมือนหวังดี เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอดซีดเผือดเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมไป แถมยังกัดผนังในปากตัวเองจนเจ็บหนึบและสองมือก็กำหมัดเข้าหากันจนเล็บจิกลงบนผิวเนื้อ“ที่ไม่สะดวกเพราะแฟนเธอ... คือแฟนฉันใช่ไหม”“!”จังหวะที่มุกตกใจฉันก็ดันประตูเข้าไปในห้อง ก้มหน้าลงมองรองเท้าผ้าใบให้ชัดๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องนอนเปิดประตูเข้าไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเสื้อผ้าที่พี่ครามใส่เมื่อคืนบอกว่าจะมาเที่ยวกับเพื่อนกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง เสียงน้ำในห้อง
Gear Trick #16จับได้คาหนัง คาเขาดวงตาทอดมองจากฝั่งตรงข้ามที่ห่างไกลจากตรงนี้พอควร ผมโน้มตัวไปข้างหน้าสอดประสานมือของตัวเองเข้าหากัน มองร่างบอบบางที่ทำงานอยู่ในร้านปิ้งย่างด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง แลดูไร้ความสุขใดๆ ก็ตามแต่ นี่น่ะเหรอ... ทำให้มันได้ทุกอย่าง ตัวเองก็ต้องมาลำบากทำงานงกๆ ทั้งที่ไอ้ครามมีเงินหลายแสนจากการที่ผมแข่งแพ้ยังจะคบกับมันต่อ... ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าปั้นหยาดี นอกจะซื่อบื้อ ไร้เดียงสาและยังโง่เง่าจนอารมณ์ในอกร้อนรุ่มไปหมด อันที่จริงการกระทำของผมก็โคตรจะบ้า โกรธอยู่ก็ดันมายืนมองอยู่ได้ หากแต่ว่ากำลังจะหมุนตัวกลับห้อง จำต้องมองใครบางคนที่ท่าทางคุ้นๆ เดินมากอดปลอบปั้นหยาผู้หญิงคนนั้น ผมว่าผมเคยเห็นที่ไหนนะ “อ่า... แบบนี้เอง”รอยยิ้มกระตุกขึ้นทันที อันที่จริงผมน่ะเป็นพวกไม่ค่อยจำอะไรให้รกสมอง ถ้าหากเรื่องพวกนั้นไม่ระยำและชาติชั่วจริงๆ ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามหล่อนที่ออกจากร้านปิ้งย่าง เดินตามให้ห่างที่สุดพอที่จะได้ยินหล่อนคุยกับปลายสาย“ทำไมคะ มุกอยากเจอนี่นา... พี่ครามสัญญาแล้วนะ ไม่รู้ล่ะยกเลิกนัดกับหยาเลย ไม่งั้นมุกให้อดทั้งอาทิตย์นะ”นี่เหรอปั้นหยา บุคคลที
คณะวิศวกรรมศาสตร์ใต้ต้นไม้มุมลับของตึกคณะ เป็นมุมที่ผมมักจะยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้ เนื่องจากมีต้นไม้บดบังและมันค่อนข้างปิดบังสายตาของคนภายนอก มีเพียงแค่คนภายในที่เห็นว่าคนข้างนอกทำอะไรหรือกำลังเดินไปไหน ตอนนี้สายตาของผมเอาแต่ลอบมองร่างบอบบางคุ้นตากำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนนานเกือบครึ่งชั่วโมง ชะโงกหน้ามองหาใครบางคนให้หลังจากเกิดเรื่องผมหายไปจากชีวิตของปั้นหยา แบบหายไปแทบจะไม่อยากเจอหน้า ไม่ไปที่มินิมาร์ทไม่ไปกินเหล้าที่ผับหรืออะไรก็ตามแต่ที่เธอไปในทุกๆ ที่ จนถึงตอนนี้ร่างเล็กไม่ย่อท้อต่อการเจอหน้าผม ปั้นหยามาที่คณะทุกวัน และเป็นทุกครั้งที่ผมไม่ยอมออกมาเจอเธอ มีเพียงแค่ไอ้โฬมที่เป็นฝ่ายปลอบใจคนตัวเล็กเธอดูเครียด ดูไม่สบายใจและดูเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาที่ไม่เจอผม... สิ่งที่เธอทำมันกัดกินก้อนเนื้อซ้ายจนไม่เหลือชิ้นดี ผมยังคงตั้งคำถามกับปั้นหยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าทำไมเธอถึงต้องทนคบกับไอ้ครามด้วย คิดว่าเธออาจจะมีเหตุผลมากกว่านั้น สุดท้ายเหตุผลนั้นคืออะไรตอนนี้ผมก็ไม่ได้อยากจะรับรู้มันอีกต่อไปปั้นหยาคุยกับไอ้โฬมสักพักมันก็วางมือบนบ่าเล็กที่พยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นกระชับกระเป๋าที่ผมให้เดิ
: GEAR TALK :เพล้ง!“มึงโกรธที่มึงแพ้ครั้งแรกในชีวิต” เสียงของไอ้โฬมดึงสติของผมที่โยนขวดเหล้ากระทบกับกำแพง จนแตกละเอียด ทว่าความโกรธคุกรุ่นอีก เมื่อได้ฟังคำพูดต่อจากนี้ “หรือเพราะรู้ว่าน้องปั้นหยาเป็นแฟนกับไอ้คราม”โครม!“พอเลยไอ้เวร ของพี่กูฉิบหายหมดแล้ว”ผมไม่ฟังเสียงของไอ้โฬม ยกโต๊ะในห้องวีไอพีจนล้มระเนระนาดกระจัดกระจายเหมือนห้องโดนทำลายข้าวของ ใช่ ด้วยฝีมือและอารมณ์โกรธจนยับยั้งชั่งใจมันเอาไว้ไม่อยู่ ลมหายใจหอบถี่ยามนึกไปถึงภาพของปั้นหยาที่กลายมาทำงานเป็นเรซควีนข้างสนามแข่ง แถมยังหยิบธงสีแดงมาโบกทำให้ผมพ่ายแพ้ในการแข่งรถเป็นครั้งแรกในชีวิต ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาผมชนะในการแข่งแบบ Circuit มาตลอดเด็กคนนั้นทำให้ผมแพ้... แพ้ราบคาบ ไม่เว้นแม้แต่เห็นเธออยู่กับใครบางคนที่ผมเกลียดมันเข้าไส้‘หนูของพี่ทำได้ดีมากจริงๆ’‘ปั้นหยา แฟนกูเองล่ะ’คำพูดของมัน สีหน้าที่เย้ยหยันของมันและทุกอากัปกิริยาที่แสดงออกมา ทำให้ผมโกรธจนระงับสติของตัวเองไม่ได้ ผมโกรธปั้นหยาไปแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เพราะเธอโบกธงผิด เธอตั้งใจ... จะให้ผมคิดยังไงกันล่ะ เธอต้องการให้แฟนหนุ่มชนะพนันด้วยการโบกธงให้ผมแพ้ ไม่อย่าง
Gear Trick #15โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยนฉันยืนมองตัวเองในกระจกหลังจากที่เจ๊นัตตี้แปลงโฉมจากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นเรซควีนข้างสนามได้สวยราวกับนางฟ้า เจ๊นัตตี้ถึงกับปรบมือภูมิใจในตัวของฉันมาก ผมสีดำถูกดัดลอนปล่อยสยายกลางแผ่นหลัง แต่งหน้าแบบจัดเต็มมากๆ แทบจะไม่เชื่อเลยว่านี่คือปั้นหยา เด็กสาวไร้ตัวตนที่พยายามทำมาตลอดชุดเรซควีนที่ได้มาเป็นแบบเสื้อกล้ามเอวลอยรัดหน้าอกคัพซีของฉันได้เด่นชัด เพิ่งจะเข้าใจคำพูดของเจ๊เป๊กกี้ว่าคัพซีน่ะใหญ่ ใช่ ใหญ่กว่าตัวฉันมาก เพราะฉันตัวเล็กทั้งแขนและขา กระโปรงตัดสีน้ำเงินขาวสั้นอวดเรียวขายาว สวมรองเท้าบูทยาวถึงเข่าสีขาว“หนูจริงเหรอเนี่ย”“ฉันบอกหล่อนแล้วไงว่าหล่อนน่ะน่ารัก หล่อนก็เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่สวย”“เป็นพริตตี้ข้างสนามที่น่ารักที่สุดเลยนะพี่เต้”“นั่นดิ น่ารักเป็นบ้า” คุณเต้เอ่ยชมฉัน มันอายทุกครั้งเวลามีคนชมนะ ฉันได้แต่เม้มปากตัวเองก็เพราะว่าเงินห้าพันปะถึงทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นเรซควีนจำเป็นเนี่ย “ไปกัน เดี๋ยวมึงบอกน้องเขาด้วยนะเรื่องธง”“ครับพี่เต้”คุณเต้เดินจากไปและให้พี่ผู้ชายคนนี้เดินนำฉันกับเจ๊นัตตี้ออกไปยังนอกสนาม เวลานี้เสียงเชียร์กำลังดังขึ้
“มีประโยคอะไรพูดให้กำลังใจบ้าง”“อืม” คำถามของพี่เกียร์ทำให้ฉันกลอกตาขึ้นบนพลางเม้มปาก ประโยคฮีลใจงั้นเหรอ? หรือให้กำลังใจ พี่เกียร์ต้องการกำลังใจใช่ไหม “ให้หนูพูดเหรอ”“ไม่งั้นจะถามทำไม” ยังจะมาทำหน้านิ่งใส่อีกนะ พี่เกียร์หยิบซองบุหรี่มาเคาะๆ หากแต่ว่าเหมือนบุหรี่จะหมดเขาก็เลยโยนมันทิ้งถังขยะ กลับมาจดจ้องมองฉันตามเดิม“พี่เกียร์อยากได้กำลังใจแบบไหนเหรอคะ หนูจะได้คิดประโยคถูก”“การแข่งขัน” แข่งขันเหรอ... เอาเป็นอะไรดีนะ สมองฉันก็ไม่ได้มีคำพูดอะไรที่มากมายขนาดนั้นไง แต่จำได้ว่าหนังสือฮีลใจที่อ่านร้านคาเฟ่ตอนนั้นก่อนที่พี่เกียร์จะมา มีประโยคหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นเลย“Don’t worry too much.” (อย่ากังวลมากเกินไป) “I’m sure you can do it.” (ฉันมั่นใจว่าคุณทำมันได้)พี่เกียร์ได้ฟังถึงกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและต่อประโยคภาษาอังกฤษกับฉัน “sure” (แน่ใจ)“Yes, I am always by your side” (ใช่ค่ะ ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ)“หึ”“Come on” (สู้ๆ) ฉีกยิ้มให้กับพี่เกียร์พร้อมชูกำปั้นให้เขา ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดของฉันมันจะเพียงพอเป็นกำลังใจให้กับเขาได้ต่อสู้หรือลงแข่งขันอะไรก็ตามแต่ หวังว่ามันจะพอทำให้พี่เกียร์สบา







