بيت / วัยรุ่น / Gear Trick วิศวะกลรัก / วิศวะกลรัก :: CHAPTER 10 ความสงสัย [100%]

مشاركة

วิศวะกลรัก :: CHAPTER 10 ความสงสัย [100%]

مؤلف: Sweet_Moon
last update آخر تحديث: 2025-12-29 16:40:42

สลัดความคิดทั้งหมดฉันก็จัดการธุระส่วนตัวของตัวเอง ซักเสื้อช้อปให้พี่เกียร์และเข้ามาอาบน้ำชำระร่างกาย ลอกพลาสเตอร์ยาออกจากหน้าผาก และใช้อันที่มีติดมันใหม่ ขณะที่ยืนมองตัวเองในกระจกโต๊ะเครื่องแป้งขนาดเล็ก ฉันก็ลองดึงหนังยางรัดผมออกและปล่อยผมสีดำสยาย ถึงแบบนั้นฉันก็ไม่ชินที่ตัวเองจะต้องปล่อยผมดังนั้นจึงเปลี่ยนจากการมัดผมรวบเป็นหางม้า เป็นมัดเป็นมวยครึ่งศีรษะแบบยุ่งๆ และปล่อยเส้นผมสยายส่วนหนึ่งความยาวจะอยู่ตำแหน่งขอบบราเซียพอดี

‘ไปเที่ยว ซื้อของให้กับตัวเอง สำคัญคือปรับบุคลิกภาพของตัวเองให้ดี’

คำพูดของเจ๊น้อยหน่าดังก้องกังวานในหัว ฉันจึงตัดสินใจลองหยิบลิปสติกสีชมพูแบบกลอสมันวาวกลิ่นสตอร์วเบอรี่มาทาและเขียวคิ้วของตัวเองให้สวยเข้ารูป จากนั้นก็กรีดตาเล็กน้อยไม่ได้กรีดมากจนทำให้เห็นมันชัดขนาดนั้น พอแต่งนิดหน่อยพอเป็นพิธี มองตัวเองในกระจกก็...

“ฉันน่ารักขนาดนี้เลยเหรอ”

ไม่เคยคิดไม่เคยฝัน ฉันส่องกระจกทีก็แค่แวบเดียวเท่านั้น ทาแป้งผงโดยไม่ส่องกระจกและทาลิปสติกมันแค่นั้น ดูตอนนี้ดิฉันรู้สึกว่ามันไม่ได้มีความมั่นใจสักเท่าไหร่ ก็พอทำให้ตัวเองดูดีขึ้นมานิดนึง ฉันหยิบกระเป๋าสะพายข้าง หันไปคว้าเสื้อช้อปของพี่เกียร์มาพับหลังจากตากมันจนแห้งลงถุงกระดาษ

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในรั้วมหาลัย มันเป็นครั้งแรกที่ฉันถูกสายตาทุกคู่จับจ้องมองมาราวกับเป็นตัวประหลาด ปกติฉันจะเป็นพวกที่ไร้ตัวตนเดินผ่านใครไปก็แทบจะไม่มีใครสนใจ กระทั่งมาวันนี้ที่เปลี่ยนจากมองคนอื่นเป็นถูกจ้องมองบ้าง ก้มหน้างุดผ่านคณะวิศวกรรมศาสตร์มองไปยังโต๊ะหินอ่อนก็ไม่เจอกับพี่เกียร์ คิดไว้ว่าถ้าวันนี้เจอเขาก็จะคืนเสื้อให้ ดังนั้นจึงรีบสาวเท้ามาหยุดที่หน้าคณะทิ้งตัวนั่งบนโต๊ะหินอ่อน เสียงข้อความดังขึ้นเป็นข้อความจากมุกที่ส่งมาบอกว่าวันนี้ลา เพราะป่วยทำให้ฉันต้องนั่งคนเดียวใช่ไหมเนี่ย

และเป็นการนั่งที่... มีสายตาของคนในคณะมองมาราวกับไม่เคยเห็นฉันมาก่อน บางคนก็สะกิดกันไปมาพลางซุบซิบ แม้แต่รุ่นพี่ผู้ชายคณะอื่นที่ขับมอเตอร์ไซค์ผ่านยังมองฉันเลี้ยวหลัง พอเข้าใจตัวเองก็วันนี้ ‘เป็นคนไร้ตัวตนดีเสียกว่าปรับบุคลิกใหม่ให้ตัวเอง’ ฉันไม่ชินกับการถูกมองเลยด้วยซ้ำ จำต้องหยิบชีทงานขึ้นมาทบทวนเพื่อรอเข้าคลาสตอนเที่ยงถึงบ่าย

Rrr

มือถือดังช่วงชีวิต มองปลายสายก็ต้องฉงนใจและตกใจที่ได้เห็น “เจ๊นัตตี้ ปลายฟ้าเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”

(“ใจเย็นค่ะหล่อน ฉันโทรมายัยฟ้าไม่ได้ป่วยหรือเป็นอะไร หล่อนเลิกคิดว่าการที่ฉันโทรหาคือเรื่องร้ายได้ไหม”)

“ก็หนูกลัว” คนมันกลัวนี่นา กลัวว่าปลายฟ้าจะเป็นอะไรหนักหรือโรคกำเริบจนต้องเข้าโรงพยาบาลอีกรอบ และฉันคิดว่ารอบนี้มันอาจจะหนักจนถึงขั้นน้องคอยการผ่าตัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้

(“เลิกเรียนกี่โมง”) เจ๊นัตตี้ถาม (“มีงานที่สนามแข่ง จะไปด้วยไหม”)

“ไปค่ะๆ” ไปกับเจ๊นัตตี้ได้เงินเยอะขนาดนี้ ฉันก็ต้องลางานที่ร้านปิ้งย่างกับมินิมาร์ทละนะ “หนูเลิกบ่าย”

(“ล้อหมุนบ่ายสามนะคะ กินอะไรก็กินมาก่อนได้เลย”)

“ขอบคุณนะคะเจ๊” คุยกับเจ๊นัตตี้เสร็จฉันก็วางสายพลางเม้มริมฝีปากยิ้มเป็นบ้าอยู่คนเดียว ฉับพลันสายตาทุกคู่ก็ยังคงจ้องมองมาที่ฉัน ให้ตายสิ วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะแต่งหน้าและทำผมใหม่มาเรียน! แลดูเหมือนเสียงซุบซิบก็ยังไม่จบไม่สิ้น แถมยังมีเสียงกรีดร้องของนักศึกษาผู้หญิงคนอื่น ต้องเงยหน้ามองว่าพวกเธอกรี๊ดอะไรกัน มันน่าแปลกมากจนเห็นว่าพวกเธอยิ้มและทำหน้าเคลิ้มจนฉันขมวดคิ้ว

ตุ้บ

เสียงอะไรบางอย่างวางกระแทกลงบนโต๊ะหินอ่อน เรียกสายตาของฉันให้สบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิท ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าต้นเหตุที่ทำให้สาวกรี๊ดกันก็คือ... หนุ่มวิศวะโยธานามว่าพี่เกียร์

เขาวางซองบุหรี่กับไฟแช็กลงบนโต๊ะตวัดขาพาดขึ้นจนฉันดึงกระเป๋าเข้าหาตัวแทบไม่ทัน เขารวบผมเป็นมวยไว้ครึ่งศีรษะแบบยุ่งๆ จากนั้นก็ดูดกาแฟในมือพลางเสมองสายตาของคนอื่นที่ยังคงจ้องมองมาที่โต๊ะของเรา

“พี่มาที่นี่ได้ไงคะ”

“ใครใช้ให้หนีกลับก่อน” ไม่ตอบคำถามฉันตรงๆ ด้วยนะ พอเห็นสีหน้าของพี่เกียร์ฉันก็เม้มปาก

“หนูเปล่าหนี แค่ถึงเวลาก็ต้องกลับ” หลุบสายตามองชีทงานและใครจะไปคิดว่าพี่เขาจะมาที่คณะอักษรฯ กันล่ะ พี่เกียร์แลดูดังและฮอตมากในมหาลัยด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้นคงไม่ตกเป็นเป้าสายตาของนักศึกษาหญิงหลายคนหรอก มันอาจจะแปลกถ้าใครรู้นิสัยของพี่เกียร์ เขาไม่ใช่คนที่จะมาหาใครก็ได้ที่คณะอื่น ไม่ใช่ผู้ชายที่จะสนใจสายตาของใคร ง่ายๆ ไม่สนใจโลกใบนี้ด้วยซ้ำไป “หนูก็ทำข้าวต้มตอบแทนแล้วไงคะ”

“เหรอ” ย่นจมูกใส่เขาที่จ้องหน้าฉันพลางขมวดคิ้ว “แต่งหน้า?”

“นิดหน่อยค่ะ”

“มัดผมใหม่”

“ก็อยากเปลี่ยนบ้าง” ตอบเขาแบบทันควันก่อนจะดันถุงกระดาษไปตรงหน้าเขา “เสื้อค่ะ หนูซักให้เรียบร้อย”

“...” พี่เกียร์เงียบเอาแต่มองหน้าฉัน

“อะไรคะ”

“แต่งทำไม” หยิบถุงกระดาษไปเปิดดูเสื้อ “แบบเดิมก็ดีอยู่แล้ว”

“หมายถึงหนูหน้าสดใช่ไหมคะ” เขาไม่ตอบกลับหยิบแก้วกาแฟขึ้นดูด พลางหยิบซองบุหรี่คีบเข้าปากหนึ่งมวน ไฟถูกจุดและสูบเอานิโคตินเข้าปอดอึกใหญ่ จากนั้นก็พ่นควันไปอีกทางใช้มือปัดไม่ให้ควันมันลอยมาตรงฉัน “คนมองหนูเยอะเลยนะ ครั้งแรกนะคะที่หนูโดนมองขนาดนี้ ปกตินะไร้ตัวตนแบบสุดๆ”

“อยากให้คนอื่นมองทำไม” พี่เกียร์คีบบุหรี่เข้าปากพลางจ้องหน้าฉันนิ่ง “แค่ฉันมองคนเดียวก็พอ”

“!”

ฉันถึงกับเงียบปากสนิทที่พี่เกียร์พูดจบเขาก็จ้องหน้า เล่นเอาหน้าฉันร้อนจนเหมือนไฟมันลุกโชนแทบได้กลิ่นไหม้เกรียม ลอบกลืนน้ำลายพลางกระพริบตาถี่รัว ก็รู้บางทีคำพูดของพี่เกียร์บางคำมันก็ค่อนข้างเข้าใจได้ยาก ไม่คิดว่าครั้งนี้จะฟังแล้วจับใจความได้ทีเดียว

“ทะ ทำไมถึงพูดแบบนี้ล่ะคะ” พยายามควบคุมเสียงของตัวเองให้เป็นปกติ อ่านชีทงานสิปั้นหยา อ่านเดี๋ยวนี้! ทำไมมันถึงไม่เข้าหัวเลย มีแต่คำว่า ‘แค่ฉันมองคนเดียวก็พอ’ ของพี่เกียร์เต็มไปหมดขนาดนี้กันเล่า

“พูดผิดตรงไหน” ทุกตรงเลยล่ะพ่อคุณ! ฉันได้แต่ว่าเขาในใจนะไม่กล้าสบตากับเขาเลยบอกตามตรง ฉันรู้สึกว่าหัวใจเต้นโครมครามรุนแรงมาก แบบว่าไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน แม้แต่พี่ครามเองฉันก็ยังไม่เคยทำให้หวั่นไหวได้ขนาดนี้

“หนูไม่พูดกับพี่เกียร์แล้ว หนูจะไปเรียน” ลุกขึ้นและกวาดของทุกอย่างมารวบไว้

“รอ”

“ไม่ได้ค่ะ วันนี้หนูต้องไปทำงานที่อื่น ไม่ได้ไปร้านปิ้งย่างหรือมินิมาร์ท” ตอบพี่เกียร์แบบยาวเป็นหางว่าว “พี่เกียร์จะมารอหนูทำไม หนูไม่ได้ว่างทุกวันนะ”

“โอเค” ดูเหมือนพี่เกียร์จะยอมแพ้เขาเอาเท้าลงจากโต๊ะและยืนเต็มความสูง ไม่ชินความสูงพี่เกียร์สักทีหากแต่ว่าเขากลับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนฉันเอนหน้าหนี เอามือยันแผงอกแกร่งไว้ซะก่อน “ไว้กลับ ค่อยมาต้มบะหมี่ให้กิน”

“หนูไม่รับปาก”

“ฉันรับเอง”

“พี่เกียร์ ทำไมพี่เป็นคนแบบนี้”

“แบบไหน?” ซึนมากอะ ทำไมพี่เกียร์คนหยิ่งทะนงตอนเจอกันครั้งแรกหายไปไหนแล้ว เอาเขาคนนั้นกลับมานะ!

“หนูไม่คุยกับพี่แล้ว”

คิดว่าคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง จึงหมุนตัวเดินสาวเท้าเข้ามาในคณะท่ามกลางสายตาของทุกคน พอหันกลับไปมองก็พบว่าพี่เกียร์ยังคงยืนล้วงกระเป๋ากางเกงมองฉัน อยากจะบ้าตายกับพี่เกียร์ซะจริง อะไรทำให้เขาดูแปลกไปขนาดนี้อะ เนี่ยแล้วก็บอกไม่ให้ฉันคิดว่าเขาพยายามเข้าหาเพราะมีเหตุผลอะไร ดูสิ่งที่เขาทำกับฉันดิ ไม่ให้คิดว่าเขาหวังผลจะให้คิดเป็นอย่างอื่นได้ไง

ฉันไม่ได้น่ากิน ไม่ได้สวยเลยนะ สเปกพี่เกียร์ก็ต้องดูสวย เซ็กซี่ ขยี้ใจเหมือนสาวที่เขาควงไหมอะ หรือฉันเป็นของแปลกที่พี่เกียร์อยากลอง โอ๊ย ไม่คิดแล้ว เลิกคิด!

*---------------------------------------------------*

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 16 จับได้คาหนัง คาเขา [100%]

    มาหยุดที่หน้าห้องที่ต้องการจะมาในเวลาที่เร็วจี๋ แบบเวลาเดินเร็วมาก ยืนชั่งใจอยู่นานกว่าจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปกดกริ่งหน้าห้อง หัวใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ฉันไม่ได้หวังหรอกนะว่าสิ่งที่ตัวเองคิดกับที่เห็นมันจะสัมพันธ์กัน ขอแค่อย่าให้ฉันต้องเจอกับเรื่องร้ายอะไรอีกเลยได้ไหม แค่นี้ชีวิตของฉันมันก็แย่ไปหมดจนหาทางสว่างไม่เจอแล้ว“ยะ หยา มาได้ไง?”“มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” มุกมองหน้าฉันขณะที่ไล่สายตามองเนินอกมีรอยจ้ำแดงอยู่ประมาณสองสามจุด ฉันเสมองมายังรองเท้าผ้าใบที่สงสัยมาตลอด ตอนนี้ฉันยิ่งมั่นใจเลยว่า...“โทษนะแฟนฉันอยู่ ไม่สะดวกน่ะ” ใบหน้าสวยของเพื่อนที่ต่อหน้าเหมือนหวังดี เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอดซีดเผือดเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมไป แถมยังกัดผนังในปากตัวเองจนเจ็บหนึบและสองมือก็กำหมัดเข้าหากันจนเล็บจิกลงบนผิวเนื้อ“ที่ไม่สะดวกเพราะแฟนเธอ... คือแฟนฉันใช่ไหม”“!”จังหวะที่มุกตกใจฉันก็ดันประตูเข้าไปในห้อง ก้มหน้าลงมองรองเท้าผ้าใบให้ชัดๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องนอนเปิดประตูเข้าไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเสื้อผ้าที่พี่ครามใส่เมื่อคืนบอกว่าจะมาเที่ยวกับเพื่อนกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง เสียงน้ำในห้อง

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 16 จับได้คาหนัง คาเขา [50%]

    Gear Trick #16จับได้คาหนัง คาเขาดวงตาทอดมองจากฝั่งตรงข้ามที่ห่างไกลจากตรงนี้พอควร ผมโน้มตัวไปข้างหน้าสอดประสานมือของตัวเองเข้าหากัน มองร่างบอบบางที่ทำงานอยู่ในร้านปิ้งย่างด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง แลดูไร้ความสุขใดๆ ก็ตามแต่ นี่น่ะเหรอ... ทำให้มันได้ทุกอย่าง ตัวเองก็ต้องมาลำบากทำงานงกๆ ทั้งที่ไอ้ครามมีเงินหลายแสนจากการที่ผมแข่งแพ้ยังจะคบกับมันต่อ... ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าปั้นหยาดี นอกจะซื่อบื้อ ไร้เดียงสาและยังโง่เง่าจนอารมณ์ในอกร้อนรุ่มไปหมด อันที่จริงการกระทำของผมก็โคตรจะบ้า โกรธอยู่ก็ดันมายืนมองอยู่ได้ หากแต่ว่ากำลังจะหมุนตัวกลับห้อง จำต้องมองใครบางคนที่ท่าทางคุ้นๆ เดินมากอดปลอบปั้นหยาผู้หญิงคนนั้น ผมว่าผมเคยเห็นที่ไหนนะ “อ่า... แบบนี้เอง”รอยยิ้มกระตุกขึ้นทันที อันที่จริงผมน่ะเป็นพวกไม่ค่อยจำอะไรให้รกสมอง ถ้าหากเรื่องพวกนั้นไม่ระยำและชาติชั่วจริงๆ ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามหล่อนที่ออกจากร้านปิ้งย่าง เดินตามให้ห่างที่สุดพอที่จะได้ยินหล่อนคุยกับปลายสาย“ทำไมคะ มุกอยากเจอนี่นา... พี่ครามสัญญาแล้วนะ ไม่รู้ล่ะยกเลิกนัดกับหยาเลย ไม่งั้นมุกให้อดทั้งอาทิตย์นะ”นี่เหรอปั้นหยา บุคคลที

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 15 โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยน [100%]

    คณะวิศวกรรมศาสตร์ใต้ต้นไม้มุมลับของตึกคณะ เป็นมุมที่ผมมักจะยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้ เนื่องจากมีต้นไม้บดบังและมันค่อนข้างปิดบังสายตาของคนภายนอก มีเพียงแค่คนภายในที่เห็นว่าคนข้างนอกทำอะไรหรือกำลังเดินไปไหน ตอนนี้สายตาของผมเอาแต่ลอบมองร่างบอบบางคุ้นตากำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนนานเกือบครึ่งชั่วโมง ชะโงกหน้ามองหาใครบางคนให้หลังจากเกิดเรื่องผมหายไปจากชีวิตของปั้นหยา แบบหายไปแทบจะไม่อยากเจอหน้า ไม่ไปที่มินิมาร์ทไม่ไปกินเหล้าที่ผับหรืออะไรก็ตามแต่ที่เธอไปในทุกๆ ที่ จนถึงตอนนี้ร่างเล็กไม่ย่อท้อต่อการเจอหน้าผม ปั้นหยามาที่คณะทุกวัน และเป็นทุกครั้งที่ผมไม่ยอมออกมาเจอเธอ มีเพียงแค่ไอ้โฬมที่เป็นฝ่ายปลอบใจคนตัวเล็กเธอดูเครียด ดูไม่สบายใจและดูเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาที่ไม่เจอผม... สิ่งที่เธอทำมันกัดกินก้อนเนื้อซ้ายจนไม่เหลือชิ้นดี ผมยังคงตั้งคำถามกับปั้นหยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าทำไมเธอถึงต้องทนคบกับไอ้ครามด้วย คิดว่าเธออาจจะมีเหตุผลมากกว่านั้น สุดท้ายเหตุผลนั้นคืออะไรตอนนี้ผมก็ไม่ได้อยากจะรับรู้มันอีกต่อไปปั้นหยาคุยกับไอ้โฬมสักพักมันก็วางมือบนบ่าเล็กที่พยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นกระชับกระเป๋าที่ผมให้เดิ

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 15 โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยน [70%]

    : GEAR TALK :เพล้ง!“มึงโกรธที่มึงแพ้ครั้งแรกในชีวิต” เสียงของไอ้โฬมดึงสติของผมที่โยนขวดเหล้ากระทบกับกำแพง จนแตกละเอียด ทว่าความโกรธคุกรุ่นอีก เมื่อได้ฟังคำพูดต่อจากนี้ “หรือเพราะรู้ว่าน้องปั้นหยาเป็นแฟนกับไอ้คราม”โครม!“พอเลยไอ้เวร ของพี่กูฉิบหายหมดแล้ว”ผมไม่ฟังเสียงของไอ้โฬม ยกโต๊ะในห้องวีไอพีจนล้มระเนระนาดกระจัดกระจายเหมือนห้องโดนทำลายข้าวของ ใช่ ด้วยฝีมือและอารมณ์โกรธจนยับยั้งชั่งใจมันเอาไว้ไม่อยู่ ลมหายใจหอบถี่ยามนึกไปถึงภาพของปั้นหยาที่กลายมาทำงานเป็นเรซควีนข้างสนามแข่ง แถมยังหยิบธงสีแดงมาโบกทำให้ผมพ่ายแพ้ในการแข่งรถเป็นครั้งแรกในชีวิต ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาผมชนะในการแข่งแบบ Circuit มาตลอดเด็กคนนั้นทำให้ผมแพ้... แพ้ราบคาบ ไม่เว้นแม้แต่เห็นเธออยู่กับใครบางคนที่ผมเกลียดมันเข้าไส้‘หนูของพี่ทำได้ดีมากจริงๆ’‘ปั้นหยา แฟนกูเองล่ะ’คำพูดของมัน สีหน้าที่เย้ยหยันของมันและทุกอากัปกิริยาที่แสดงออกมา ทำให้ผมโกรธจนระงับสติของตัวเองไม่ได้ ผมโกรธปั้นหยาไปแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เพราะเธอโบกธงผิด เธอตั้งใจ... จะให้ผมคิดยังไงกันล่ะ เธอต้องการให้แฟนหนุ่มชนะพนันด้วยการโบกธงให้ผมแพ้ ไม่อย่าง

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 15 โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยน [30%]

    Gear Trick #15โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยนฉันยืนมองตัวเองในกระจกหลังจากที่เจ๊นัตตี้แปลงโฉมจากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นเรซควีนข้างสนามได้สวยราวกับนางฟ้า เจ๊นัตตี้ถึงกับปรบมือภูมิใจในตัวของฉันมาก ผมสีดำถูกดัดลอนปล่อยสยายกลางแผ่นหลัง แต่งหน้าแบบจัดเต็มมากๆ แทบจะไม่เชื่อเลยว่านี่คือปั้นหยา เด็กสาวไร้ตัวตนที่พยายามทำมาตลอดชุดเรซควีนที่ได้มาเป็นแบบเสื้อกล้ามเอวลอยรัดหน้าอกคัพซีของฉันได้เด่นชัด เพิ่งจะเข้าใจคำพูดของเจ๊เป๊กกี้ว่าคัพซีน่ะใหญ่ ใช่ ใหญ่กว่าตัวฉันมาก เพราะฉันตัวเล็กทั้งแขนและขา กระโปรงตัดสีน้ำเงินขาวสั้นอวดเรียวขายาว สวมรองเท้าบูทยาวถึงเข่าสีขาว“หนูจริงเหรอเนี่ย”“ฉันบอกหล่อนแล้วไงว่าหล่อนน่ะน่ารัก หล่อนก็เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่สวย”“เป็นพริตตี้ข้างสนามที่น่ารักที่สุดเลยนะพี่เต้”“นั่นดิ น่ารักเป็นบ้า” คุณเต้เอ่ยชมฉัน มันอายทุกครั้งเวลามีคนชมนะ ฉันได้แต่เม้มปากตัวเองก็เพราะว่าเงินห้าพันปะถึงทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นเรซควีนจำเป็นเนี่ย “ไปกัน เดี๋ยวมึงบอกน้องเขาด้วยนะเรื่องธง”“ครับพี่เต้”คุณเต้เดินจากไปและให้พี่ผู้ชายคนนี้เดินนำฉันกับเจ๊นัตตี้ออกไปยังนอกสนาม เวลานี้เสียงเชียร์กำลังดังขึ้

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 14 I want a prize. [100%]

    “มีประโยคอะไรพูดให้กำลังใจบ้าง”“อืม” คำถามของพี่เกียร์ทำให้ฉันกลอกตาขึ้นบนพลางเม้มปาก ประโยคฮีลใจงั้นเหรอ? หรือให้กำลังใจ พี่เกียร์ต้องการกำลังใจใช่ไหม “ให้หนูพูดเหรอ”“ไม่งั้นจะถามทำไม” ยังจะมาทำหน้านิ่งใส่อีกนะ พี่เกียร์หยิบซองบุหรี่มาเคาะๆ หากแต่ว่าเหมือนบุหรี่จะหมดเขาก็เลยโยนมันทิ้งถังขยะ กลับมาจดจ้องมองฉันตามเดิม“พี่เกียร์อยากได้กำลังใจแบบไหนเหรอคะ หนูจะได้คิดประโยคถูก”“การแข่งขัน” แข่งขันเหรอ... เอาเป็นอะไรดีนะ สมองฉันก็ไม่ได้มีคำพูดอะไรที่มากมายขนาดนั้นไง แต่จำได้ว่าหนังสือฮีลใจที่อ่านร้านคาเฟ่ตอนนั้นก่อนที่พี่เกียร์จะมา มีประโยคหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นเลย“Don’t worry too much.” (อย่ากังวลมากเกินไป) “I’m sure you can do it.” (ฉันมั่นใจว่าคุณทำมันได้)พี่เกียร์ได้ฟังถึงกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและต่อประโยคภาษาอังกฤษกับฉัน “sure” (แน่ใจ)“Yes, I am always by your side” (ใช่ค่ะ ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ)“หึ”“Come on” (สู้ๆ) ฉีกยิ้มให้กับพี่เกียร์พร้อมชูกำปั้นให้เขา ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดของฉันมันจะเพียงพอเป็นกำลังใจให้กับเขาได้ต่อสู้หรือลงแข่งขันอะไรก็ตามแต่ หวังว่ามันจะพอทำให้พี่เกียร์สบา

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status