تسجيل الدخول“เงินค่าจ้างย่ะ ขอบใจนะที่ตั้งในช่วยฉันจริงๆ ไม่ได้ไปแหกปากร้องเชียร์ติดขอบสนาม”
“ก็หนูตั้งใจทำงานจริงนี่คะเจ๊ ตอนนั้นหนูแค่ตื่นเต้นเอง” ยกมือขอบคุณเจ๊นัตตี้ที่โอนเงินให้ฉันจำนวนสามพันบาท รอบนี้คือไปแต่งหน้าให้พวกพี่ๆ เรซควีนคนสวยเช่นเดิม แต่ก็ไม่ได้อยู่นานหรอกนะเพราะเจ๊นัตตี้มีนัดกับลูกค้าคนดังที่ต้องไปแต่งหน้าให้ที่บ้านสำหรับงานปาร์ตี้พวกไฮโซ “เจ๊เป๊กกี้ไม่ได้ไปด้วย หนูก็ต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่ค่ะ”
“ฉันเชื่อหล่อน” ก่อนจะลงมาหาเจ๊นัตตี้ขึ้นไปหาน้องสาวมา กำลังเตรียมตัวเข้านอนเพราะนี่ก็สามทุ่มกว่าแล้ว “วันนี้หล่อนน่ารักนะปั้นหยา”
“คะ?”
“เอ่อ เนี่ยแต่งหน้าบางๆ มัดผมแบบนี้เข้ากับหล่อนมาก”
“หนูไม่ชินเลย ถูกคนในมหาลัยมอง” เม้มปากตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นพี่เกียร์ก็พูดอะไรก็ไม่รู้ เล่นเอาฉันเรียนไม่รู้เรื่องเลยในคลาส อยากจะถอดสมองของตัวเองออกมากระทืบเล่นจะได้กลับมามีสติสักที! “กลับไปแบบเดิมดีไหมเจ๊”
“โนค่ะ แบบนี้ดีที่สุดให้ทุกคนมอง” พี่เกียร์เองก็พูดอะไรไม่รู้บอกว่าจะให้คนอื่นมองทำไม เขามองคนเดียวก็พอ เล่นเอาฉันไปไม่เป็นเลยอะ ทำไมพี่เกียร์ถึงได้ดูเข้าใจได้ง่ายแบบแปลกๆ “เสาร์นี้ก็ต้องไปนะ อย่าลืม”
“หนูไม่ลืมแน่นอน” เห็นเจ๊นัตตี้บอกว่าเสาร์นี้เป็นการแข่งสำคัญแบบตอนนั้นที่ฉันไป นัมเบอร์วันจะลงแข่งด้วยล่ะ รอบนี้จะต้องได้เห็นหน้าเขา ไม่ใช่อะไรคนเก่งแบบนั้นก็ต้องอยากเห็นเป็นธรรมดาหรือเปล่า
“พรุ่งนี้วันหยุด หล่อนเองก็ควรไปหาความสุขใส่ตัวเองบ้างนะปั้นหยา ถือว่าฉันขอ”
“...” เจ๊นัตตี้แลดูจริงจังจนฉันเม้มริมฝีปากตัวเอง
“ไปกินอาหารอร่อยๆ ซื้อของที่อยากได้สักอย่าง ทำงานมาตลอดชีวิต หล่อนไม่ได้ใช้เงินสักบาท จะใช้ทีก็ประหยัด”
“หนู...”
“อย่าเถียง ฉันพูดเรื่องจริง” เจ๊นัตตี้ชี้หน้าฉันพลางส่ายหน้าไปมา “หยุดงานบ้างสักวัน คงไม่ตายหรอกมั้ง”
“ก็ได้ค่ะ”
“เสื้อผ้าหัดซื้อใหม่บ้างนะ ใส่แต่ตัวเดิมซ้ำจนซีดหมดแล้ว เฮ้อ ปวดหัวเหมือนเลี้ยงลูกสาวเลยฉัน”
“โอเคค่า หนูกลับก่อนนะคะคุณพ่อ”
“นังหยา!”
รีบกระโจนหนีเจ๊นัตตี้ที่วิ่งมาหวังจะตามมาตีฉัน หัวเราะลั่นทันทีที่วิ่งออกจากร้าน ระหว่างนั่งรถเมล์เพื่อกลับห้อง บางทีก็เห็นด้วยนะที่เจ๊พูดมันมีเหตุผล ฉันควรให้ความสุขกับตัวเองบ้าง พาตัวเองไปกินของอร่อยและได้ทำอะไรที่ควรทำ เพื่อพักฮีลใจลุยงานของตัวเองต่อ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ฉันอยากทำ ดังนั้นพรุ่งนี้จะเริ่มให้ความสุขตัวเองบ้าง
แกร๊ก
ประตูห้องเปิดขึ้น สายตาของฉันก็ต้องตกตะลึงเพียงเล็กน้อยเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่นั่งถอดเสื้อ โน้มตัวไปด้านหน้ามือซ้ายมีถือขวดเบียร์อยู่และบนพื้นมีอีกประมาณสามสี่ขวด ฉันปิดประตูพลางงุนงงเมื่อเห็นว่าพี่ครามเอาแต่มองมา
“พี่คราม กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”
หมับ
“โอ๊ย นะ หนูเจ็บนะ” จู่ๆ เขาก็พุ่งพรวดเข้ามาหลังจากทิ้งขวดเบียร์จนกลิ้งไปบนพื้น บนตัวพี่ครามมีแต่กลิ่นเหล้าคละคลุ้งจนฉันแทบอยากจะอาเจียน หนำซ้ำสองมือยังบีบแขนฉันแน่นจนเจ็บเจียนกระดูกจะแตก “ปล่อยหนูนะ”
“ทำไมหนูร่านขนาดนี้วะ!” ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อคำหยาบพ่นใส่หน้าพร้อมน้ำเสียงแลดูดุดัน ทำเอาฉันกลัวเสียจนน้ำตาเอ่อล้น “พี่เป็นแฟนหนูนะปั้นหยา หนูทำแบบนี้กับพี่ได้ไง สวมเขาให้พี่ทำไมวะ”
“พะ พูดอะไร... หนูไม่เข้าใจ” พี่ครามกัดฟันจนเคลื่อนไปมาจนฉันปวดหู เขาล้วงมือถือออกจากกระเป๋าและจ่อมันมาที่ใบหน้าของฉัน ภาพที่เห็นเล่นงานจนฉันไม่ไปไม่เป็นทันที “ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ”
“หนูไปรู้จักกับมันได้ไง ตอบ” ตวาดใส่หน้าจนฉันกลัว กลัวเขามากทั้งที่พี่ครามไม่เคยแสดงออกด้านนี้ให้เห็นมาก่อน
“พี่เขามาที่มินิมาร์ท หนูรู้ว่าพี่เขาเรียนคณะเดียวกับพี่คราม หนูไม่ได้ทำอะไรไม่ดีเลยนะคะ”
“เลิกยุ่งกับมันซะ หนูไม่รู้หรือไงว่าพี่เกลียดมัน!”
เพล้ง
“กรี๊ด” หลับตาปี๋กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพี่ครามคว้าขวดเบียร์และเขวี้ยงกระแทกกับกำแพง “ทะ ทำไมถึงได้โมโหขนาดนี้ หนูแค่รู้จักกับพี่เขา”
“รู้จักก็ไม่ได้!” หันมามองฉันตาแดงก่ำและบีบต้นแขนดันร่างฉันจนไปกระแทกกับประตู “พี่เกลียดมัน หนูเข้าใจไหมว่าคนอย่างมันเป็นผู้ชายที่เหี้ย หยิ่งทะนงและจองหอง อวดดี มันคิดว่าตัวเองเจ๋ง มันคิดว่าตัวเองมีดีทุกอย่าง มันถึงได้มองข้ามหัวคนอื่นเขาไง”
“หนูก็ไม่เห็นว่าพี่เกียร์เขาจะเป็นแบบนั้น”
“ปั้นหยา!” เป็นอีกครั้งที่พี่ครามตวาดใส่จนฉันกลัวตัวสั่น มือสั่นและหัวใจเต้นถี่เกิดจากความกังวล ตื่นกลัวแทบจะเป็นลมอยู่แล้วถ้าหากทำได้ “พี่ขอสั่งห้ามเลยนะ ห้ามหนูไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับมันอีก มันจะรู้จักหนูหรือไม่ก็อย่าไปข้องเกี่ยว”
“ทำไมหนูต้องทำตามด้วย”
“!”
“พี่เกียร์ไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายกับหนู พี่เกียร์ไม่ได้เป็นอย่างที่พี่ครามพูดเลยสักนิด แล้วทำไมหนูจะต้องเลิกยุ่งกับพี่เขาเพียงเพราะพี่ครามไม่ชอบหน้าพี่เกียร์ด้วย!”
“กล้าเถียงกูเหรอ”
[70%]
*----------------------------------------------------*
มาหยุดที่หน้าห้องที่ต้องการจะมาในเวลาที่เร็วจี๋ แบบเวลาเดินเร็วมาก ยืนชั่งใจอยู่นานกว่าจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปกดกริ่งหน้าห้อง หัวใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ฉันไม่ได้หวังหรอกนะว่าสิ่งที่ตัวเองคิดกับที่เห็นมันจะสัมพันธ์กัน ขอแค่อย่าให้ฉันต้องเจอกับเรื่องร้ายอะไรอีกเลยได้ไหม แค่นี้ชีวิตของฉันมันก็แย่ไปหมดจนหาทางสว่างไม่เจอแล้ว“ยะ หยา มาได้ไง?”“มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” มุกมองหน้าฉันขณะที่ไล่สายตามองเนินอกมีรอยจ้ำแดงอยู่ประมาณสองสามจุด ฉันเสมองมายังรองเท้าผ้าใบที่สงสัยมาตลอด ตอนนี้ฉันยิ่งมั่นใจเลยว่า...“โทษนะแฟนฉันอยู่ ไม่สะดวกน่ะ” ใบหน้าสวยของเพื่อนที่ต่อหน้าเหมือนหวังดี เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอดซีดเผือดเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมไป แถมยังกัดผนังในปากตัวเองจนเจ็บหนึบและสองมือก็กำหมัดเข้าหากันจนเล็บจิกลงบนผิวเนื้อ“ที่ไม่สะดวกเพราะแฟนเธอ... คือแฟนฉันใช่ไหม”“!”จังหวะที่มุกตกใจฉันก็ดันประตูเข้าไปในห้อง ก้มหน้าลงมองรองเท้าผ้าใบให้ชัดๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องนอนเปิดประตูเข้าไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเสื้อผ้าที่พี่ครามใส่เมื่อคืนบอกว่าจะมาเที่ยวกับเพื่อนกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง เสียงน้ำในห้อง
Gear Trick #16จับได้คาหนัง คาเขาดวงตาทอดมองจากฝั่งตรงข้ามที่ห่างไกลจากตรงนี้พอควร ผมโน้มตัวไปข้างหน้าสอดประสานมือของตัวเองเข้าหากัน มองร่างบอบบางที่ทำงานอยู่ในร้านปิ้งย่างด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง แลดูไร้ความสุขใดๆ ก็ตามแต่ นี่น่ะเหรอ... ทำให้มันได้ทุกอย่าง ตัวเองก็ต้องมาลำบากทำงานงกๆ ทั้งที่ไอ้ครามมีเงินหลายแสนจากการที่ผมแข่งแพ้ยังจะคบกับมันต่อ... ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าปั้นหยาดี นอกจะซื่อบื้อ ไร้เดียงสาและยังโง่เง่าจนอารมณ์ในอกร้อนรุ่มไปหมด อันที่จริงการกระทำของผมก็โคตรจะบ้า โกรธอยู่ก็ดันมายืนมองอยู่ได้ หากแต่ว่ากำลังจะหมุนตัวกลับห้อง จำต้องมองใครบางคนที่ท่าทางคุ้นๆ เดินมากอดปลอบปั้นหยาผู้หญิงคนนั้น ผมว่าผมเคยเห็นที่ไหนนะ “อ่า... แบบนี้เอง”รอยยิ้มกระตุกขึ้นทันที อันที่จริงผมน่ะเป็นพวกไม่ค่อยจำอะไรให้รกสมอง ถ้าหากเรื่องพวกนั้นไม่ระยำและชาติชั่วจริงๆ ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามหล่อนที่ออกจากร้านปิ้งย่าง เดินตามให้ห่างที่สุดพอที่จะได้ยินหล่อนคุยกับปลายสาย“ทำไมคะ มุกอยากเจอนี่นา... พี่ครามสัญญาแล้วนะ ไม่รู้ล่ะยกเลิกนัดกับหยาเลย ไม่งั้นมุกให้อดทั้งอาทิตย์นะ”นี่เหรอปั้นหยา บุคคลที
คณะวิศวกรรมศาสตร์ใต้ต้นไม้มุมลับของตึกคณะ เป็นมุมที่ผมมักจะยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้ เนื่องจากมีต้นไม้บดบังและมันค่อนข้างปิดบังสายตาของคนภายนอก มีเพียงแค่คนภายในที่เห็นว่าคนข้างนอกทำอะไรหรือกำลังเดินไปไหน ตอนนี้สายตาของผมเอาแต่ลอบมองร่างบอบบางคุ้นตากำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนนานเกือบครึ่งชั่วโมง ชะโงกหน้ามองหาใครบางคนให้หลังจากเกิดเรื่องผมหายไปจากชีวิตของปั้นหยา แบบหายไปแทบจะไม่อยากเจอหน้า ไม่ไปที่มินิมาร์ทไม่ไปกินเหล้าที่ผับหรืออะไรก็ตามแต่ที่เธอไปในทุกๆ ที่ จนถึงตอนนี้ร่างเล็กไม่ย่อท้อต่อการเจอหน้าผม ปั้นหยามาที่คณะทุกวัน และเป็นทุกครั้งที่ผมไม่ยอมออกมาเจอเธอ มีเพียงแค่ไอ้โฬมที่เป็นฝ่ายปลอบใจคนตัวเล็กเธอดูเครียด ดูไม่สบายใจและดูเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาที่ไม่เจอผม... สิ่งที่เธอทำมันกัดกินก้อนเนื้อซ้ายจนไม่เหลือชิ้นดี ผมยังคงตั้งคำถามกับปั้นหยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าทำไมเธอถึงต้องทนคบกับไอ้ครามด้วย คิดว่าเธออาจจะมีเหตุผลมากกว่านั้น สุดท้ายเหตุผลนั้นคืออะไรตอนนี้ผมก็ไม่ได้อยากจะรับรู้มันอีกต่อไปปั้นหยาคุยกับไอ้โฬมสักพักมันก็วางมือบนบ่าเล็กที่พยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นกระชับกระเป๋าที่ผมให้เดิ
: GEAR TALK :เพล้ง!“มึงโกรธที่มึงแพ้ครั้งแรกในชีวิต” เสียงของไอ้โฬมดึงสติของผมที่โยนขวดเหล้ากระทบกับกำแพง จนแตกละเอียด ทว่าความโกรธคุกรุ่นอีก เมื่อได้ฟังคำพูดต่อจากนี้ “หรือเพราะรู้ว่าน้องปั้นหยาเป็นแฟนกับไอ้คราม”โครม!“พอเลยไอ้เวร ของพี่กูฉิบหายหมดแล้ว”ผมไม่ฟังเสียงของไอ้โฬม ยกโต๊ะในห้องวีไอพีจนล้มระเนระนาดกระจัดกระจายเหมือนห้องโดนทำลายข้าวของ ใช่ ด้วยฝีมือและอารมณ์โกรธจนยับยั้งชั่งใจมันเอาไว้ไม่อยู่ ลมหายใจหอบถี่ยามนึกไปถึงภาพของปั้นหยาที่กลายมาทำงานเป็นเรซควีนข้างสนามแข่ง แถมยังหยิบธงสีแดงมาโบกทำให้ผมพ่ายแพ้ในการแข่งรถเป็นครั้งแรกในชีวิต ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาผมชนะในการแข่งแบบ Circuit มาตลอดเด็กคนนั้นทำให้ผมแพ้... แพ้ราบคาบ ไม่เว้นแม้แต่เห็นเธออยู่กับใครบางคนที่ผมเกลียดมันเข้าไส้‘หนูของพี่ทำได้ดีมากจริงๆ’‘ปั้นหยา แฟนกูเองล่ะ’คำพูดของมัน สีหน้าที่เย้ยหยันของมันและทุกอากัปกิริยาที่แสดงออกมา ทำให้ผมโกรธจนระงับสติของตัวเองไม่ได้ ผมโกรธปั้นหยาไปแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เพราะเธอโบกธงผิด เธอตั้งใจ... จะให้ผมคิดยังไงกันล่ะ เธอต้องการให้แฟนหนุ่มชนะพนันด้วยการโบกธงให้ผมแพ้ ไม่อย่าง
Gear Trick #15โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยนฉันยืนมองตัวเองในกระจกหลังจากที่เจ๊นัตตี้แปลงโฉมจากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นเรซควีนข้างสนามได้สวยราวกับนางฟ้า เจ๊นัตตี้ถึงกับปรบมือภูมิใจในตัวของฉันมาก ผมสีดำถูกดัดลอนปล่อยสยายกลางแผ่นหลัง แต่งหน้าแบบจัดเต็มมากๆ แทบจะไม่เชื่อเลยว่านี่คือปั้นหยา เด็กสาวไร้ตัวตนที่พยายามทำมาตลอดชุดเรซควีนที่ได้มาเป็นแบบเสื้อกล้ามเอวลอยรัดหน้าอกคัพซีของฉันได้เด่นชัด เพิ่งจะเข้าใจคำพูดของเจ๊เป๊กกี้ว่าคัพซีน่ะใหญ่ ใช่ ใหญ่กว่าตัวฉันมาก เพราะฉันตัวเล็กทั้งแขนและขา กระโปรงตัดสีน้ำเงินขาวสั้นอวดเรียวขายาว สวมรองเท้าบูทยาวถึงเข่าสีขาว“หนูจริงเหรอเนี่ย”“ฉันบอกหล่อนแล้วไงว่าหล่อนน่ะน่ารัก หล่อนก็เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่สวย”“เป็นพริตตี้ข้างสนามที่น่ารักที่สุดเลยนะพี่เต้”“นั่นดิ น่ารักเป็นบ้า” คุณเต้เอ่ยชมฉัน มันอายทุกครั้งเวลามีคนชมนะ ฉันได้แต่เม้มปากตัวเองก็เพราะว่าเงินห้าพันปะถึงทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นเรซควีนจำเป็นเนี่ย “ไปกัน เดี๋ยวมึงบอกน้องเขาด้วยนะเรื่องธง”“ครับพี่เต้”คุณเต้เดินจากไปและให้พี่ผู้ชายคนนี้เดินนำฉันกับเจ๊นัตตี้ออกไปยังนอกสนาม เวลานี้เสียงเชียร์กำลังดังขึ้
“มีประโยคอะไรพูดให้กำลังใจบ้าง”“อืม” คำถามของพี่เกียร์ทำให้ฉันกลอกตาขึ้นบนพลางเม้มปาก ประโยคฮีลใจงั้นเหรอ? หรือให้กำลังใจ พี่เกียร์ต้องการกำลังใจใช่ไหม “ให้หนูพูดเหรอ”“ไม่งั้นจะถามทำไม” ยังจะมาทำหน้านิ่งใส่อีกนะ พี่เกียร์หยิบซองบุหรี่มาเคาะๆ หากแต่ว่าเหมือนบุหรี่จะหมดเขาก็เลยโยนมันทิ้งถังขยะ กลับมาจดจ้องมองฉันตามเดิม“พี่เกียร์อยากได้กำลังใจแบบไหนเหรอคะ หนูจะได้คิดประโยคถูก”“การแข่งขัน” แข่งขันเหรอ... เอาเป็นอะไรดีนะ สมองฉันก็ไม่ได้มีคำพูดอะไรที่มากมายขนาดนั้นไง แต่จำได้ว่าหนังสือฮีลใจที่อ่านร้านคาเฟ่ตอนนั้นก่อนที่พี่เกียร์จะมา มีประโยคหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นเลย“Don’t worry too much.” (อย่ากังวลมากเกินไป) “I’m sure you can do it.” (ฉันมั่นใจว่าคุณทำมันได้)พี่เกียร์ได้ฟังถึงกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและต่อประโยคภาษาอังกฤษกับฉัน “sure” (แน่ใจ)“Yes, I am always by your side” (ใช่ค่ะ ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ)“หึ”“Come on” (สู้ๆ) ฉีกยิ้มให้กับพี่เกียร์พร้อมชูกำปั้นให้เขา ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดของฉันมันจะเพียงพอเป็นกำลังใจให้กับเขาได้ต่อสู้หรือลงแข่งขันอะไรก็ตามแต่ หวังว่ามันจะพอทำให้พี่เกียร์สบา







