مشاركة

บทที่ 7

مؤلف: light sky
last update تاريخ النشر: 2025-10-06 15:02:24

6

หลง...?

“ขอบใจนะแบงค์ที่มารับ” ฉันว่าขึ้นเมื่อพาตัวเองมาอยู่ในรถเก๋งของเพื่อนที่ฉันโทรวานให้มารับให้ไปเรียนด้วยกัน

“ไม่เป็นไรหรอก แล้วรถอะเรียกช่างมาแล้วใช่ไหม”

“เรียกแล้ว เดี๋ยวตอนเย็นก็คงได้แล้วแหละ”

“อ่าหะ”

“ช่วงนี้อ่านหนังสือที่ไหนเหรอ ว่างๆ มาอ่านด้วยกันสิ”

“พอดียุ่งๆ น่ะ ถ้าว่างวันไหนค่อยโทรไปนะ”

แล้วภายในรถก็ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมามีเพียงเสียงคนพูดข่าวในวิทยุช่วงเช้าเท่านั้นที่ไม่ทำให้บรรยากาศเงียบจนเกินไป ใช้เวลาไม่นานนักรถของแบงค์ก็ขับมาจอดที่หน้าตึกเรียน

“พิมพ์ขึ้นไปเรียนก่อน เดี๋ยวเราเอารถไปจอด”

“ขอบใจนะ”

ฉันกล่าวอีกครั้งก่อนจะเดินลงมาจากรถ เวลาเหลืออีกประมาณยี่สิบนาทีกว่าจะถึงแปดโมงฉันจึงเดินไปหาอะไรกินที่เซเว่นก่อนจะขึ้นไปยังห้องเรียน

“คุณครับ” ฉันชะงักเท้าเมื่อมีผู้ชายในชุดกาวน์มายืนอยู่ตรงหน้า ด้วยความที่ดูจากเครื่องแต่งกายแล้วฉันจึงยกมือไหว้เขาอย่างเสียไม่ได้

ถึงเขาจะเป็นผู้ชายเมื่อคืนก็เถอะ

“เมื่อคืนผมไม่ได้มีเจตนาจะทำอะไรคุณนะครับ”

“ค่ะ” ฉันรับคำอย่างขอไปที ถึงเขาจะเป็นรุ่นพี่แต่การที่ไปโผล่คณะของคนอื่นกลางดึกมันเป็นสิ่งที่น่าแปลกไม่ใช่หรือไง

“ที่ผมตามคุณไปเพราะผมเห็นกลุ่มผู้ชายกำลังสูบบุหรี่กัน...”

“ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ แต่พอดีว่าฉันรู้จักผู้ชายกลุ่มนั้นค่ะ” ถึงจะรู้จักคนเดียวก็เถอะ

“อ่า...เหรอครับ”

“ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะฉันต้องขึ้นไปเรียนแล้ว”

“ผมก็คงต้องขอตัวเหมือนกัน ใกล้จะถึงเวลาเข้าเวรของผมแล้ว ไว้เจอกันนะครับ” ฉันไม่ตอบแต่ค้อมศีรษะเล็กน้อยก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา

บางทีสุดสัปดาห์นี้ฉันควรจะกลับบ้าน...

Tun’ s part

ผมกำลังดูเทปกล้องวงจรปิดที่ขอก๊อบปี้จากลุงยามมา ยังดีที่ผมสนิทกับลุงเขาแบบว่าชอบไปขอไฟแช็กตอนจะสูบบุหรี่อยู่บ่อยๆ ลุงเขาก็เลยยอมบอกผมว่าผู้หญิงคนนั้นมาหาลุงทำไม

รถยางแบนงั้นเหรอ...

มันเป็นเรื่องปกติที่เหตุการณ์แบบนี้มันจะเกิดขึ้นแต่นี่ดันแบนพร้อมกันทั้งสี่ล้อราวกับจงใจมันเลยสะกิดต่อมความอยากเผือกของผมอยู่ไม่น้อย ไม่รู้ว่าผู้หญิงปากดีคนนั้นดันไปจิกตาใส่ใครเขาเข้าถึงได้โดนแบบนี้ ประเด็นคือมันเกิดขึ้นที่คณะผมไง

ยังไงผมก็ต้องรู้ให้ได้

“ไอ้ตุ่น! กับหนังสือเรียนมึงขยันแบบนี้ไหม!” ไอ้ริที่เพิ่งลงมาจากชั้นสองของตัวบ้านว่าขึ้นก่อนจะเดินมาตบหัวผมดังฉาด

“เออน่า”

“มึงดูมาสามสี่วันแล้วมึงได้อะไรกลับมาบ้าง มิดเทอมจะสอบอาทิตย์หน้าอยู่แล้ว”

“เหี้ยละไง กูยังไม่ได้เปิดอ่านสักตัว” ผมร้องขึ้นก่อนจะปิดโน้ตบุ๊กดังฉับ “แล้วนี่สอบอะไรวิชาแรกวะ มึงดูให้หน่อยไอ้ริ”

“ลงทะเบียนเรียนกูก็ลงให้ ตารางสอบมึงเองแท้ๆ มึงยังให้กูหาให้อีก” ไอ้ริบ่นอย่างเบื่อหน่ายพลางส่ายหัวอย่างไม่รู้จะจัดการยังไงกับความเหลวไหลของผม

“เดี๋ยวกูขึ้นไปอาบน้ำแป๊บ ว่าจะไปอ่านที่หอสมุดสักหน่อย”

“บอกกูว่าจะไปอ่านหนังสือร้านเหล้ายังน่าเชื่อกว่าอีกมึงอะ”

ผมหันไปไหวไหล่ให้ไอ้ริก่อนจะวิ่งขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของผม บ้านนี้เป็นบ้านเช่าที่ผมกับเพื่อนอีกสองสามคนรวมทั้งไอริร่วมกันเช่าเอาไว้อยู่ด้วยกันตั้งแต่ปีหนึ่งจนนี่ปาไปปีสามเทอมสองเข้าไปแล้ว ถึงอยู่กันสามสี่คนก็จริงแต่พอตกดึกนี่ขนกันมาเป็นโขยงทั้งเพื่อนของเพื่อนทั้งแฟนของเพื่อน

แหล่งมั่วสุมชัดๆ ผมบอกเลย

ฉันก้าวลงมาจากรถด้วยความประหม่าเล็กน้อยหลังจากแบงค์โทรมาบอกฉันว่ามีรุ่นพี่ที่รู้จักกันขันอาสามาติวหนังสือให้พวกเรา

เมื่อพูดถึงพวกเรา...ยูก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาเป็นเพื่อนของฉันมาตั้งแต่เด็กและยังเป็นผู้ชายที่ฉันชอบ ฉันเคยสารภาพความรู้สึกกับเขานะเพราะตอนนั้นมันถึงที่สุดแล้วจริงๆ แต่ก็นั่นแหละถึงเราจะผูกพันกันมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ถ้าเขาไม่รักก็คือไม่รักไงล่ะ

การปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมาของเขาทำให้ฉันรู้สึกขายหน้าอยู่ไม่น้อยแต่ลึกลงไปกว่านั้นมันคือความละอายใจมากกว่า รู้ทั้งรู้ว่าเขามีคนที่ชอบอยู่แล้วแต่กลับดื้อดึงคิดจะใช้อำนาจของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายกดดันเขาและหวังว่าเขาจะเกรงใจอยู่บ้าง

แต่เขาก็ยังปฏิเสธอยู่ดี...

ฉันสะบัดศีรษะไล่ความทรงจำนั้นออกไปก่อนจะหยิบบัตรนักศึกษาขึ้นมาสแกนเพื่อเข้าหอสมุดกลางแทนที่จะเป็นห้องสมุดของคณะที่ตอนนี้ถูกจับจองไปด้วยนักศึกษาแพทย์จนต้องย้ายมาอ่านกันที่นี่ยังไงล่ะ

ฉันขึ้นลิฟต์มายังชั้นห้าของตัวตึกก่อนจะส่งข้อความไปหาแบงค์ว่ามาถึงแล้ว ไม่นานนักร่างสูงในชุดนักศึกษาพร้อมกับแว่นอันโตก็ปรากฏตัวขึ้น

“ห้องอ่านหนังสือมันเต็มต้องรออีกสักหนึ่งชั่วโมงถึงจะจองต่อได้ ยังไงก็มานั่งอ่านที่โต๊ะพลางๆ ก็แล้วกัน”

ฉันพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะเดินตามแบงค์ไปเรื่อยๆ ฤดูแห่งการสอบแม้ว่าทางหอสมุดจะเพิ่มโต๊ะเพิ่มเก้าอี้ก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่พอต่อความต้องการของนักศึกษาเลยแม้แต่น้อย โต๊ะทุกตัวถูกจับจองไปด้วยนักศึกษาหลากหลายคณะที่บ้างก็ก้มอ่านหนังสืออย่างขะมักเขม้น

และบ้างก็มาหลับ...

“นี่พี่คิมเขาเป็นเอ็กเทิร์นอยู่ที่นี่” แบงค์พูดขึ้นเมื่อเราเดินมาถึงโต๊ะที่ตั้งติดริมกระจกใส ฉันชะงักเล็กน้อยเมื่อเขาเป็นคนเดียวกับผู้ชายที่ฉันเจอในคืนนั้นและหน้าเซเว่นเมื่อวันก่อน

อีกแล้วเหรอ...

“สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้เขาก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ว่างอยู่ตรงกันข้ามกับยู เขาเงยหน้าหน้าขึ้นมามองฉันแล้วยิ้มเพียงนิดก่อนจะก้มลงอ่านหนังสือในมือต่อ

“มากันครบแล้วใช่ไหม งั้นเรามาดูรายละเอียดภาพรวมกันก่อน...” เสียงทุ้มนุ่มดังมาจากคนที่ชื่อคิม ฉันไม่ค่อยสนิทใจเท่าไหร่กับการที่จะต้องเรียกเขาว่าพี่

บ่อยครั้งสายตาคู่นั้นตวัดมาที่ฉันอย่างจงใจจนฉันรู้สึกได้และค่อนข้างจะรู้สึกอึดอัดกับมันไม่น้อย แต่ด้วยความเป็นรุ่นน้องถ้าฉันปรายตามองเขาอย่างที่ชอบทำมันอาจจะเป็นกิริยาที่ไม่ค่อยจะดีนัก ฉันจึงอดทนนั่งฟังเขาต่อไปและขอยอมรับเลยว่าสิ่งที่เขาบรีฟเนื้อหาออกมานั้นมีประโยชน์ไม่น้อยเลยสำหรับการสอบ

“...คร่าวๆ ก็แบบนี้แหละ แบงค์แกลองไปดูห้องดิว่าว่างยัง”

“ครับ”

“เราไปด้วย” ฉันร้องขึ้นมาและมันก็สร้างความสงสัยให้กับคนรอบโต๊ะ “เราจะไปเข้าห้องน้ำ”

“อ้อ”

“พี่ก็จะไปเหมือนกัน งั้นเราไปพร้อมกันเลยนะครับ” พูดกันถึงขนาดนี้ฉันจะปฏิเสธยังไงไหว

แล้วเราสามคนก็พากันลุกออกมาจากโต๊ะ ยังดีที่ห้องน้ำหญิงถึงก่อนฉันจึงรีบเดินเลี่ยงออกมาแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อพ้นมาจากรัศมีของผู้ชายคนนั้น

ไม่รู้ว่าการที่มาวันนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือเปล่า เพราะก่อนมาฉันเตรียมใจมาแค่เจอหน้ายูเท่านั้นแต่กับผู้ชายที่ชื่อคิมมันเป็นเรื่องที่เกิดคาดไปหน่อยเท่ากับว่าฉันต้องมาเผชิญเหตุการณ์น่าอึดอัดแบบคูณสองไปเลย

ฉันเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จด้วยสีหน้าที่สดชื่นขึ้นมาเล็กน้อยเพราะได้ล้างหน้าล้างตา พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงที่ยืนเด่นหันซ้ายหันขวายกมือขึ้นเกาหัวอย่างงงๆ

“นายตุ่น” ฉันลองเรียกเบาๆ เพื่อทดสอบเพราะยังไม่แน่ใจนักว่าจะเป็นคนที่ฉันคิดไว้หรือไม่

“คุณ!”

“ชู่วว” ฉันยกนิ้วชี้ขึ้นมาจรดริมฝีปากของตัวเองก่อนจะว่าเสียงดุ “เบาๆ หน่อยนี่มันหอสมุดนะ”

“โทษๆ แต่ดีแล้วที่เจอคุณ” นายตุ่นยิ้มแหยพลางสืบเท้าเดินเข้ามาใกล้

“มีอะไรเหรอ”

“ผมหาห้องถ่ายเอกสารไม่เจอ” เขาพูดเสียงอ่อยแล้วชูชีทในมือขึ้น “เพื่อนมันฝากถ่ายชีทอะ มันบอกว่าที่นี่มีห้องถ่ายเอกสาร เนี่ยผมเดินวนไม่รู้กี่ชั้นแล้วไม่เห็นเจอ”

“อย่ามาโกหก ถ้านายเดินเวียนแล้วจริงๆ นายต้องเจอดิ”

“แต่ผมหาไม่เจอจริงๆ”

“นายเข้าหอสมุดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่” ฉันหรี่ตาถามและเหมือนว่าอีกฝ่ายจะนิ่งไปเงียบไปคล้ายจะใช้ความคิด

“ตอนปีหนึ่งมั้ง...รู้สึกวันนั้นจะเป็นกิจกรรมบังคับเรื่องการใช้หอสมุด...ใช่ๆ วันนั้นแหละ”

“=_______=”

“ผมล้อเล่นน่าคุณ ผมเข้าหอสมุดครั้งล่าสุดก็ปีก่อนอะ”

“ไม่ค่อยจะต่างกันเท่าไหร่” ฉันว่าอย่างระอาพลางส่ายศีรษะอย่างอ่อนใจ “ห้องถ่ายเอกสารอยู่ชั้นสาม ตอนนายออกจากลิฟต์จะอยู่ทางขวามือ”

“อ้อ”

“แต่คิวนานหน่อยนะ นายก็เขียนโน้ตตั้งเอาไว้แล้วกัน”

“ขอบใจนะคุณ คุณนี่เห็นวันๆ เอาแต่ทำหน้าเชิดๆ ไม่คิดว่าจะใจดีนะเนี่ย” นายตุ่นพูดเสียงกวนโอ๊ยพร้อมส่งสายตาแซวมาให้

“ตบหัวแล้วลูบหลังชัดๆ”

“ฮ่าๆ งั้นผมไปก่อนนะคุณ อ้อ! ระวังผู้ชายที่หลบหลังเสานั่นด้วย” ประโยคหลังนายตุ่นก้มหน้าลงมากระซิบชิดข้างหู

“ใส่เสื้อกาวน์ไหม” ฉันถามเสียงเบา ตั้งใจจะปรายตามองแต่โดนมือหนาล็อกคอเอาไว้ให้อยู่ท่าเดิม

“อ่าหะ”

“เขาเป็นรุ่นพี่ฉันเอง...” ว่าเสร็จฉันก็กัดริมฝีปากอย่างครุ่นคิด ผู้ชายคนนั้นทำตัวเหมือนสตอล์กเกอร์โรคจิตอย่างที่นายตุ่นพูดจริงๆ ด้วย

“นี่คุณเรียนหมอเหรอ...อย่าไปเป็นหมอเด็กเชียวนะคุณ เดี๋ยวเด็กกลัว”

“ใช่เวลามาพูดเล่นไหมห้ะ เดี๋ยวฉันไปส่งนายเอง” ฉันปรายตาดุเขาก่อนจะผลักร่างของเขาเข้าลิฟต์ไปพร้อมกับฉันทันทีเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก

“หมอนั่นตามคุณมาเหรอ”

“ไม่รู้สิ จู่ๆ เขาก็กลายมาเป็นรุ่นพี่แถมยังโผล่มาติวหนังสือให้กลุ่มของฉันอีก” ฉันว่าขณะเดินนำเขาไปยังห้องเอกสาร

“ฟังดูเหมือนฆาตกรโรคจิตเลยนะคุณ”

“หยุดนะ อย่าพูด!”

“นี่คุณกลัวเป็นกับเขาด้วยเหรอ” คิ้วเข้มของเขายกขึ้นราวกับว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อ “บางทีคุณอาจจะไปด่าแฟนของเขาจนเขามาล้างแค้นคุณก็ได้นะ”

“เพ้อเจ้อ! เอ้า! นี่ถึงแล้ว ฉันไปก่อนนะ” ฉันว่าเสียงขุ่น ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำอีกครั้งเพื่อโทรหาแบงค์ “เรามีธุระด่วนมากเลยแบงค์ ยังไงเราฝากหนังสือไว้ที่แบงค์ก่อนนะ”

“ธุระด่วนมากเลยเหรอ”

“ใช่ๆ ไว้เจอกันนะ” ว่าเสร็จฉันก็ชิ่งตัดสายก่อน ความตั้งใจที่จะกลับบ้านสุดสัปดาห์นี้ถูกเลื่อนมาเป็นวันนี้อย่างเสียไม่ได้

บางทีคุณพ่ออาจจะรู้คำตอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ก็เป็นได้

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • Get out! ว่าที่คุณหมอตัวร้ายกับนายวิศวะหน้าโฉด   บทที่ 79

    Special Chapter 2 ท่านประธานคนใหม่ เรียนพร้อมเพื่อนจบพร้อมแพทย์มีอยู่จริง ร่างสูงของนายตุ่นที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ราคาหลักหมื่นได้พิสูจน์มาแล้ว นัยน์ตาคมกริบไล่สายตามองตามกรอบรูปที่บันทึกความทรงจำของชายหนุ่มกับผู้หญิงที่เขารักเอาไว้ ไล่ตั้งแต่ช่วงชีวิตมหาลัยยาวมาจนถึงสมาชิกของครอบครัวที่

  • Get out! ว่าที่คุณหมอตัวร้ายกับนายวิศวะหน้าโฉด   บทที่ 78

    เขาคงหมายถึงที่ยูทำกุญแจซอลท้องถี่ขนาดนี้ “ผมอยากอยู่เป็นพยาน” “พยานอะไร” ฉันโพล่งถามขึ้น จู่ๆ คนตัวสูงก็ลุกขึ้นก่อนจะเดินเวียนมาคุกเข่าต่อหน้าฉัน! ผู้คนในโรงอาหารต่างมองมาที่โต๊ะเราเป็นจุดเดียวกัน ฉันเกือบแหวใส่เขาไปแล้วถ้าไม่เห็นใบหูของเขาที่กำลังแดงจัดนั่น “นายเขิน?” “อย่าเพิ่งแซวตอนนี้ได้ไห

  • Get out! ว่าที่คุณหมอตัวร้ายกับนายวิศวะหน้าโฉด   บทที่ 77

    Special Chapter Suddenly We… หลายปีต่อมา... “คราวนี้น้องเขาเป็นไข้หวัดนะคะแต่ไม่ได้รุนแรงมาก แค่ทานยาตามที่หมอสั่งไปให้จนหมดก็ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วค่ะ” กุมารแพทย์สาวคนสวยคลี่ยิ้มบางให้กับเจ้าตัวน้อยที่กำลังหลับปุ๋ยในอ้อมกอดของคนเป็นพ่อ “ขอบคุณนะครับคุณพิมพ์” “ไม่เป็นไรค่ะ น้องเกมเป็นเด็กที่ภูมิค

  • Get out! ว่าที่คุณหมอตัวร้ายกับนายวิศวะหน้าโฉด   บทที่ 76

    “เต๊ง! หมดเวลา” เสียงหวานดังโพล่งขึ้นปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ “เห้ย โกงหรือเปล่า” “แล้วนายนับหรือเปล่าล่ะ” “...” “นายไม่ได้นับใช่ไหมล่ะ งั้นแสดงว่าคำตัดสินชี้ขาดที่ฉัน โอเค๊ เอาล่ะคราวนี้ก็ตอบคำถามฉันมา” “เดี๋ยวๆๆๆ” “อะไรอีก” “ที่ผมมาวันนี้ผมเอาของมาให้คุณนะ ลืมแล้วรึไง” ผมเลิกคิ้วข้างหนึ่งถาม

  • Get out! ว่าที่คุณหมอตัวร้ายกับนายวิศวะหน้าโฉด   บทที่ 75

    Epilogue ผมชอบคุณตั้งแต่... Tun’ s part “ทิ้งไปแล้ว” “ทิ้งไปแล้ว?!!” ผมทวนคำพูดของนายกสโมสรของคณะตัวเองด้วยความมึนงง “อ่าหะ” “แล้วที่ผ่านมามันคืออะไร” ผมถามพลางขมวดคิ้วแน่นบ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ได้เป็นอย่างดี ผมพ่นลมออกจากปากเพื่อระงับอารมณ์ของตัวเองเอาไว้แต่ดูเหมือนว่ามันจ

  • Get out! ว่าที่คุณหมอตัวร้ายกับนายวิศวะหน้าโฉด   บทที่ 74

    “โหยยย~” “หยุดหอน!” นายตุ่นขัดเพื่อนของเขาอีกครั้งก่อนจะรั้งร่างของฉันให้ไปชิดลำตัว “นี่แฟนกู ชื่อพิมพ์รุ่นเดียวกันไม่ต้องไหว้” “สวัสดีคร๊าบบบ” แต่ก็นั่นแหละดูเหมือนว่าพวกเพื่อนของเขาจะไม่ฟังอะไรนายตุ่นเลย พวกเขายกมือไหว้ฉันเอ่ยทักทายพร้อมกันส่วนฉันได้แต่ส่งยิ้มแกนๆ ไปให้ “พวกมึงนี่น้ากูใช้ให้ไปท

  • Get out! ว่าที่คุณหมอตัวร้ายกับนายวิศวะหน้าโฉด   บทที่ 55

    30 จริงจังกันไหม? “สวัสดีครับแม่” นายตุ่นยกมือไหว้ผู้หญิงวัยกลางคนที่เขาเรียกว่าแม่ ท่านกำลังรดน้ำต้นไม้ตามที่นายตุ่นบอกจริงด้วย “สวัสดีค่ะคุณน้า” ฉันยกมือไหว้ท่านอีกคน “อ้าวตุ่น มานี่ทำไมไม่บอกแม่หึ” คุณน้าละจากต้นไม้หมุนตัวมาทางเราพลางถามคำถามลูกชายอย่างไม่จริงจังนัก “เซอร์ไพรส์ไหมล่ะครับ” “

  • Get out! ว่าที่คุณหมอตัวร้ายกับนายวิศวะหน้าโฉด   บทที่ 54

    ท่ามกลางผู้คนที่สนใจกับกุญแจซอล ฉันกลับเลือกที่จะมองคนที่เธอกำลังเกาะแขนอยู่ต่างหาก วันนี้นายตุ่นอยู่ในชุดสูทที่ฉันเลือกให้ ฉันแอบคลี่ยิ้มบางเมื่อไล่มองไปเจอกับโบหูกระต่ายที่สวมแทนเนกไทอ้อ...วันนี้นายตุ่นรวบผมมัดเป็นจุกไว้ด้านหลังด้วยล่ะ ก็ไม่อยากจะชมหรอกว่าเขาดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว เสร็จงานพิธีเหล

  • Get out! ว่าที่คุณหมอตัวร้ายกับนายวิศวะหน้าโฉด   บทที่ 51

    28 ป๋าตุ่น หลายอาทิตย์ก่อน @pub XXX ร่างหนาของผมกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ แผ่นหลังแกร่งนั่นแนบชิดไปกับโซฟากำมะหยี่สีแดงสดที่ถูกจัดเป็นให้ที่ส่วนตัวเหมาะกับการมาเป็นกลุ่ม นัยน์ตาคมเข้มนั่นทอดมองไปยังน้ำสีอำพันที่อยู่ในแก้วใสด้วยสายตาที่เหม่อลอยอย่างคิดไม่ตก เมื่อไม่กี่วันก่อนผมเพิ่งพูดจาทำร้ายผู้หญิ

  • Get out! ว่าที่คุณหมอตัวร้ายกับนายวิศวะหน้าโฉด   บทที่ 39

    “ถ้านายไม่ได้ชอบ...นายเลิกยุ่งกับฉันได้ไหม” ฉันกลืนก้อนแข็งๆ ลงลำคอแล้วเงยหน้าไปขอร้องเขาเสียงสั่นเล็กน้อย “...” “สิ่งที่นายทำอยู่มันคือการให้ความหวังฉัน รู้ตัวบ้างรึเปล่าคนโง่!” ฉันตะเบ็งเสียงสาดใส่เขาในประโยคหลังอย่างใส่อารมณ์ “คุณจะแต่งงานกับหมอนั่นเหรอ” “...” ฉันกัดริมฝีปากแน่น สิ่งที่ฉันพูด

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status