LOGINตูม
จังหวะที่ตัวตะกวดมันตกใจเสียงกรีดร้องของฉันก็วิ่งลงบึงไปทันทีและฉันก็ทิ้งตัวลงนั่งฟุบลงบนพื้นหญ้าที่ถูกตัดจนเกรียนพลางยกมือทาบทับตำแหน่งหน้าอกด้านซ้าย เนื่องจากหัวใจเต้นแรงจากความตื่นกลัวและรวมไปถึงการลากผู้ชายที่ตัวโตกว่าฉันประมาณร้อยเท่าได้ เขาลุกขึ้นนั่งจึงลอบมองแผ่นหลังกว้างซึ่งเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมูเต็มไปด้วยเศษใบไม้และหญ้าเขียวๆ ที่ขูดเป็นรอยทาง หนำซ้ำเขายังเอามือแตะตรงบริเวณหลังรวมไปถึงช่วงเอวพลางหันมามองฉันด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง
“ยุ่ง”
“หนูช่วยพี่นะ ไม่งั้นโดนไอ้ตัวเหี้ยนั่นแดกไปแล้ว!” เถียงเขากลับคอเป็นเอ็น หอบหายใจหนัก น้ำ... ฉันต้องการน้ำ!
“มันมีชื่อ”
“ห๊า?” อะไรนะ ฉันฟังไม่ผิดใช่ปะเนี่ย “พี่จะบอกว่า...”
“มันชื่อโจ๊ก” มีคนบ้าที่ไหนสนิทกับตัวตะกวดและตั้งชื่อให้มันว่าโจ๊ก ใช่ ฉันเพิ่งจะเคยเจอเนี่ยล่ะ เขาหล่อมากแต่ไม่น่าเลยจริงๆ ไม่น่าเป็นบ้าอะ “เดินผ่านไปก็จบ”
“หนูจะรู้ไหม”
“หนวกหู” เอานิ้วแคะที่หูตัวเอง ก่อนจะหันมามองฉัน คุณพระ! เขาหล่อจริงๆ ด้วย ตอนหลับเมื่อกี้ก็ว่าหล่อแล้วนะตอนนี้ก็คือหล่อแบบล้านเท่าเลย สายตาคมดุดันจดจ้องมองมาเล่นเอาร่างกายของฉันร้อนผะผ่าว นัยน์ตาคมสีดำสนิทเหมือนกับท้องทะเลยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น ไหนจะเครื่องหน้าของเขาอีกผู้ชายคนนี้ดูดีเวอร์ มือซ้ายยกขึ้นเสยเส้นผมสีดำขึ้นอย่างลวกๆ ผมของเขายาวระท้ายทอยเปิดใบหูโชว์ต่างหูสีดำที่ติดเรียงรายสวยงาม
ข้อมือขวาเขาสักด้วยนะ เป็นเหมือนเป็นลายของกิ่งไม้ที่พาดรอบข้อมือและหลังมือ แค่เส้นเลือดบนแขนกับมือก็หล่อแล้วนะคนเรา ให้นับว่าฉันชมเขาว่าหล่อไปกี่คำ!
“จะนั่งแบบนั้นอีกนานไหม”
“คะ?” คิ้วขมวดเข้าหากัน ไม่เข้าใจถึงคำถามของรุ่นพี่วิศวะพอเห็นว่าสายตาของเขาเหลือบมองต่ำลงมาและเสมองไปทางอื่น ฉันก็หลุบสายตามองบ้าง จึงเห็นว่าตัวเองนั่งแหกขาโชว์ช่วงล่างให้เขาดูอย่างน่าไม่อาย “ว้าย”
“...”
“พะ พี่ไม่บอกหนูให้เร็วกว่านี้เล่า”
“โวยวายเก่งชะมัด” คนบ้า! นั่งมองฉันโชว์น้องสาวอยู่ได้ดีนะที่สวมกางเกงซับในตลอดเวลา ถึงแม้จะสวมกระโปรงพลีทยาวคุมเข่าก็เถอะ “แสบหลัง”
ใครจะไปรู้กันล่ะว่าเขาจะสนิทกับไอ้ตัวตะกวดตัวนั่น แถมมีชื่อให้เสร็จสัพ อยากจะบ้าตายจริงๆ เพิร์ล เจอผู้ชายหล่อแต่ดันประหลาดถึงขนาดมีสัตว์เลี้ยงเป็นตัวเหี้ยได้
“ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”
“จะว่าหนูเสือกเหรอ”
“หรือไม่จริง” พูดก็น้อย แถมจับใจความได้ยากสุดๆ
“หนูขอโทษแล้วกันที่เสือกอยากช่วยชีวิตพี่น่ะ!” ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ เลยเพิร์ล เดินไปแต่แรกก็จบดันวิ่งมาช่วยเขาทั้งที่เขาไม่ได้ร้องขอแถมยังถูกตราหน้าหาว่ายุ่งอีก เหอะ
“จะไปไหน” เพราะพี่เขาเห็นฉันลุกขึ้นสะบัดกระโปรงจึงเอ่ยถาม
“หนูก็จะกลับคณะหนูไง”
“หยุดตรงนั้น”
ฉันควรหยุดเหรอ... คำตอบคือฉันดันบ้าจี้ตามเขาน่ะสิ ร่างสูงลุกขึ้นยืนเล่นเอาฉันเลิกคิ้วขึ้นเพราะความสูงของเขาทำให้เห็นความต่างระหว่างส่วนสูงที่ต่างกันลิบลับ หัวฉันยังไม่เลยไหล่เขาเลยอะ พี่เขาสูงเป็นบ้า! สูงกว่าไอ้ตังอีกนะ ได้แต่ยืนมองการกระทำของรุ่นพี่วิศวะที่ถอดเสื้อช้อปออกโยนใส่หน้าฉันจนดึงออกจากหน้าพลางจะโวยวาย เสื้อสีดำอีกตัวก็ถูกปาใส่หน้าอีกรอบ
“นี่พี่ทำบะ...!”
“ดู”
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทันทีที่เห็นแผ่นหลังกว้างๆ ที่ช่วงไหล่กว้างไม่พอ ช่วงเอวสอบก็คือมีแต่มัดกล้ามไม่เว้นแม้แต่กล้ามแขน รอยสักที่เป็นตัวอักษรตรงสีข้างฉันมองไม่ชัดว่าพี่เขาสักอะไร รู้แค่ว่าตรงท้ายทอยเขาสักตัวอักษรได้เด่นชัดและถึงจะเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษแบบตวัดก็พอจะอ่านได้ ‘JAKELACK’
ความหมายคืออะไรไม่ได้ใส่ใจ ที่ใส่ใจก็คือหุ่นอันแสนเพอร์เฟกของรุ่นพี่วิศวะสายมึนคนนี้ต่างหาก
“เอ่อ...” ฉันยกมือเกาศีรษะตัวเอง “หะ ให้หนูดูอะไร”
“หลัง” ก็รู้ว่าให้ดูหลัง แต่จะให้ดูอะไรกันเล่า! ทันทีที่กำลังจะอ้าปากเถียงกลับ ฉันก็ต้องตกตะลึงอีกรอบเมื่อสังเกตให้ชัดและสาวเท้าไปหยุดมองก็พบว่าผิวเนื้อขาวเนียนเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากการที่ฉันลากพี่เขาผ่านอะไรต่อมิอะไรมา หนำซ้ำยังมีรอยเขียวช้ำที่พอจะเห็นได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
“มันมีรอยขีดข่วนเป็นแผลถลอก แล้วก็รอยช้ำ” พอฉันบอกปุ๊บอะไรดลใจให้เอานิ้วจิ้มลงบนผิวเนื้อเขา จนใบหน้าหล่อเหลาหันมามองฉันตาเขม็ง รีบยกมือขึ้นอย่างยอมแพ้ “นะ หนูมียา เดี๋ยวทาให้ก่อนเนอะ”
“...” เขาเงียบไม่ตอบฉัน จึงรีบก้มหน้าควานหายาแก้ฟกช้ำมันเป็นยาที่ฉันพกเอาไว้ติดตัว เพราะตัวเองชอบเผลอทำตัวเองเจ็บแบบไม่รู้ตัวอยู่บ่อยครั้ง ยาหลอดแบบเจลว่านหางจระเข้ถูกบีบลงบนนิ้วและแตะไปบนรอยช้ำส่วนรอยขีดข่วนนี่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงนอกจากทามันแม่งให้หมดนั่นแหละ คงไม่เป็นอะไรหรอกไม่ได้แสบขนาดนั้นใช่ไหม ดูจากปฏิกิริยาของรุ่นพี่วิศวะเขายืนเฉยนิ่งเป็นหุ่นขี้ผึ้งขนาดนี้
“เรียบร้อย เดี๋ยวก็หาย” ฉันรู้ว่ามันหายโคตรจะยากเพราะฉันทำให้แผ่นหลังอันแสนเซ็กซี่ของเขาต้องเป็นรอย แค่พูดให้เขาสบายใจหรือพูดให้ร่างสูงหันมาเผชิญหน้ากับฉัน และพอเขาหันมาปุ๊บ ฉันก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว แผงอกแกร่งกำยำ มัดกล้ามและไหนจะลอนซิกแพคที่ดูแข็งแรงนั่นอีก
เซ็กซี่เป็นบ้า! ต่างจากหน้าตาลิบลับ เพราะหุ่นเซ็กซี่ แต่หล่อแบบหน้าบอกบุญไม่รับสุดๆ
“หนูไถ่โทษก็ได้” เพราะยังเห็นว่ารุ่นพี่ยังเงียบ ฉันจึงคิดวิธีหนีเอาตัวรอดให้เร็วที่สุดด้วยการดันยาทาแก้ช้ำยัดใส่มือเขาพร้อมเสื้อยืดสีดำ จากนั้นก็หยิบกล่องแซนวิชที่เก็บเอาไว้กินก่อนเข้าเรียนเป็นแซนวิชไข่ดาวกับหมูสับรวนเค็มหวานตามไป “แซนวิช อร่อยโคตร”
รุ่นพี่วิศวะหลุบสายตามองยาแก้ฟกช้ำและกล่องแซนวิชขนาดสามเหลี่ยม หน้าตามันน่ากินใช่ไหมล่ะ
“หนูไปนะ บายค่า!”
ไม่รอให้รุ่นพี่ตั้งตัวหรือเรียกรั้ง ฉันก็รีบสาวเท้าวิ่งออกจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ทันทีราวกับหนีตายไม่คิดชีวิต พอห่างออกมาไกลพอควรฉันก็หยุดเอามือเท้ากับต้นไม้ใต้คณะบริหารธุรกิจของตัวเอง ก้มหน้าลงพร้อมเม็ดเหงื่อที่ไหลเยิ้มบนใบหน้า หอบหายใจหนักจนแทบจะช็อกตายให้ได้พลางยกมือทาบทับบนหน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง
ซวยอะไรเยี่ยงนี้เพิร์ล เกือบแล้วไหมเนี่ย เพราะความเสือกของตัวเองล้วนๆ เลย ฉันยกมือเสยเส้นผมสีดำสนิทที่ตัดปะบ่าหลุดลุ่ยจากการมัดรวบเป็นมวยไว้ท้ายทอยแบบยุ่งๆ ตอนนี้เหรอคงเหมือนอีบ้าหอบฟางแน่นอน พอตั้งสติได้ก็พ่นลมออกทางริมฝีปากหันไปมองมือซ้ายของตัวเองดวงตาก็แทบจะถลนออกจากเบ้า
เสื้อช้อปสีแดงเลือดหมู? เวรกรรรม...
[70%]
*-------------------------------------------------------------*
“เอ๊ะ”“ไม่สิ คนรู้ใจแบบปลอมๆ” พอหล่อนทักมาแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวนะ หน้าตาแบบนี้คุ้นจริงหากแต่ว่าฉันเจอคนมามากหน้าหลายตาไงก็เลยไม่ค่อยจะจำหน้าใครได้เสียเท่าไหร่ “ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับพี่เจค”“...”“แต่พี่เจคไม่มีทางดึงใครให้มาเป็นคนรู้ใจได้ง่ายขนาดนั้นหรอก” แลดูคำพูดเหมือนจะไม่มีอะไรนะ แต่มันมีไงทุกคน สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ลงท้ายแบบห้วนๆ ต่างจากกิริยาท่าทางที่เป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อม ไม่ใช่คนนี้ที่กอดพี่เจคที่สนามแข่งเขามีผู้หญิงกี่คนกันแน่? ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เจคที่แสนเย็นชาคนนั้นจะเจ้าชู้ขนาดนี้“แล้วมาบอกฉันทำไม” คนยิ่งโกรธเขาเรื่องสนามแข่งอยู่ มาโยนไม้สุ่มไฟให้ลุกโชนอีกฉันก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเป็นกอง “ถึงยังไงพี่เจคก็พูดออกจากปากเองไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นคนรู้ใจของเขา”“เธอไม่รู้จักพี่เจคดีพอ”“ใช่” ฉันไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ชอบใจที่เธอมากล่าวหาฉันราวกับตัวฉันไม่มีค่าพอให้พี่เจคดึงมาเป็นคนรู้ใจ ทั้งที่เรื่องตอนนั้นเขาพูดเองฉันไม่ได้รู้เรื่องสักหน่อย “แต่ล่าสุดพี่เจคขอให้ฉันอยู่ข้างๆ เขาแล้วล่ะ”ใบหน้าสวยหวานราวกับเจ้าหญิงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย คนที่
Jake Lack #12หลบหน้า‘น่าสนใจ’พี่เงินพูดคำๆ นี้ เล่นเอาฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยดิ อะไรที่ว่าน่าสนใจกันนะ “พี่หมายถึงอะไรเหรอ”“อ่า พี่กำลังหมายถึงว่าเอาขนมไปวางตามร้านน่ะ”“ค่ะ” ยกมือเกาศีรษะตัวเองและตักไอศกรีมกิน อย่างพี่เงินเนี่ยนะจะมาสนใจฉัน หล่อ รวยขนาดนี้จะมาสนใจผู้หญิงที่โคตรจะธรรมดาอย่างฉันทำไมกัน“ไม่มีใครมาจีบเพิร์ลบ้างเหรอ”“ไม่นะคะ” ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครมาจีบฉันเลย อาจจะเพราะฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้และเอาแต่คิดเรื่องค้าขาย โฟกัสแค่เงินเป็นหลักละมั้ง“แล้วคนที่ชอบล่ะ ไม่มีบ้างเหรอ มันต้องมีบ้างสิ”“คนที่ชอบเหรอ...” ฉันทำหน้านึกคิดจู่ๆ ใบหน้าของใครบางคนก็แวบเข้ามาจนฉันถึงกับนิ่งไป พลางสะบัดศีรษะตัวเองเพื่อให้หลุดโฟกัส จะบ้าหรือไงไปคิดถึงหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้นทำไมกันล่ะเพิร์ล! “หนูไม่มีใครหรอกค่ะ”“อายุเท่าไหร่แล้วเราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”“บ้าน่า เด็กสาวรุ่นเพิร์ลพี่ควงมานับไม่ถ้วน จะไม่มีเลยเหรอคนที่ชอบน่ะ”“ค่ะ ไม่มี” ก็บอกอยู่ว่าไม่มีก็คือไม่มีดิ พี่เงินจะคาดคั้นฉันเพื่อ?! “หนูคงตายด้านเรื่องผู้ชายมั้ง”“ถึงว่าอยู่ใกล้พี่ เพิร์ลไม่เห็นหวั่นไหว”“ใครบอกพี่ว่าหนูไม่หวั่นไหว” ฉั
“หนูไม่รู้เลยว่าพี่เงินจะเป็นซิลเวอร์ คิดว่าพี่แข่งแบบปกติด้วยซ้ำ”“ก็นะ พี่แข่งได้หลายประเภท แต่ที่ชอบคือแบบดริฟต์มากกว่า” เสียดายมาก! ซิลเวอร์ควรชนะเจคแลคบ้าง ไม่สิ มันจะมีอยู่หลายครั้งนะที่ซิลเวอร์ชนะเจคแลคน่ะ เหมือนคล้ายสลับๆ กันขึ้นอันดับหนึ่งมากกว่า“ไม่เตรียมตัวเหรอคะ”“อีกยี่สิบนาที พอดีพี่หิวน่ะเห็นเพิร์ลก็เลยแวะมาทัก”“งั้นพี่...” ก้มหน้าลงมองตะกร้าก็พบว่าแซนวิชมันหมดเหลือแค่ซองคุกกี้แค่ไม่กี่ซอง “เอาคุกกี้ไปกินรองท้องก่อนสิ”“จะดีเหรอ”“ดีสิคะ” ฉันฉีกยิ้มกว้างและยื่นซองคุกกี้โอ๊ตมีลให้พี่เงินสองอัน “เป็นคุกกี้โอ๊ตมีล เนื้อสัมผัสมันจะหนึบๆ หน่อยนะ หนูใส่ผลไม้แห้งกับอัลมอนล์ไปด้วย”“เท่าไหร่ รอบนี้พี่ขอจ่ายเงินนะ ไม่เอาฟรี”“แต่หนูอยากให้ เพราะได้รู้ว่าพี่คือซิลเวอร์” จะได้เอาเรื่องนี้ไปคุยโม้กับไอ้ตังให้มันหายงอนฉันสักที “รอบหน้าหนูค่อยคิดเงิน”“โอเค” เขาพยักหน้ารับพลางแกะคุกกี้กินพลางชูนิ้วโป้งให้เชิงบอกว่ามันอร่อย“คุกกี้มีพลังงานเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดตที่ดีสำหรับเพิ่มพลังงานในเวลาที่ต้องการได้ เพราะงั้นพี่กินคุกกี้หนูจะได้มีแรงแข่งไงคะ”“ความรู้แน่นมาก” เป็นไงฉันน่ะมันเก่
Jake Lack #11มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขาชิงช้าสวรรค์ที่นั่งรถเมล์ผ่านประจำแต่ไม่เคยได้เหยียบย่างเข้ามา มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางและติดริมแม่น้ำสายสำคัญ หนำซ้ำยามพลบค่ำไฟที่ตกแต่งรอบๆ หรือบนชิงช้าสวรรค์ก็สวยงามมาก พอเห็นคนที่รอต่อคิวกันฉันก็ห่อเหี่ยวใจทันที เพราะคนค่อนข้างเยอะจนฉันทำปากงอง้ำ“คนเยอะอะ จะได้นั่งกี่โมงก็ไม่รู้” ด้วยเพราะเป็นวันหยุด กว่าพี่เจคจะวนหาที่จอดรถได้ก็เกือบสิบนาทีเชียวนะ “พี่เจคไปนั่งตรงนั้นก่อนก็ได้นะ หนูไปต่อคิวซื้อตั๋วก่อน”“ไม่เป็นไร” พี่เจคตอบ “ไปด้วยกัน”พูดจบเขาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เดินนำฉันไปต่อคิว พอเห็นว่าฉันยืนเอ๋ออยู่ก็พยักหน้าให้มายืนต่อคิวด้วยกัน ฉันพาพี่เจคมาทรมานหรือเปล่าเนี่ย ความสูงของพี่เจคทำให้คนรอบข้างต้องหันกลับมามองเขากันใหญ่ ไม่ใช่แค่ความสูง ความหล่อเองก็เช่นกัน สาวน้อยสาวใหญ่บางคนมองพี่เจคแล้วก็เอามือปิดปากกรี๊ด แถมยังซุบซิบกันหากแต่ว่าคนข้างกายฉันกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากรอต่อคิวซื้อตั๋วที่รอประมาณสิบนาทีก็มาถึงคิวเราสองคน ตอนแรกฉันจะควักเงินจ่ายเองก็ไม่ทันพี่เจค เขาออกเงินให้เสร็จสัพกระทั่งเดินนำฉันขึ้นบันไดมารอขึ้นชิงช้าสวรรค์
อธิบายออกไปด้วยเหตุและผล หวังว่าจะทำให้เด็กอย่างมันเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นฉันเป็นคนก่อ ฉันก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง “เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอารมณ์ของฉันล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับพี่เจคเลย”“เธอรู้ใช่ปะเพิร์ล หวั่นไหวน่ะได้” มันกำลังจะพูดถึงอะไรกันแน่ ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ “แต่เธอกับเขา ไม่เหมาะกัน”“จะให้บอกอีกกี่ร้อยครั้งว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”“เขาอาจจะมีคนที่ชอบหรือคนรักแล้วก็ได้ ผู้ชายที่หล่อ รวยขนาดนั้นคิดว่าจะโสดให้เธอหวั่นไหวหรือไง”“ก็ช่างเขาสิ เขาจะโสด ไม่โสดมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” อันที่จริงพี่เจคจะมีใครหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว ที่ฉันทำอยู่ตอนนี้คือชดใช้ค่าซ่อมกระจกที่ตัวเองเป็นคนทำต่างหาก พี่เจคอาจจะกำลังสอนให้ฉันรู้จักรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าหากวันนั้นฉันไม่ขับรถหนีมันอาจจะเคลียร์จบตั้งแต่ตอนนั้น แต่ด้วยความโง่เง่าของฉันไงเรื่องถึงได้บานปลายมาถึงตอนนี้ “แล้วแกเป็นอะไร จะวีนฉันเพื่อ?”“ฉันอิ่มแล้ว” ไอ้ตังลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเป้สะพายบ่า “กินกันสองคน คงจะดีกว่า”“ตัง”เรียกชื่อร่างสูงเสียงแผ่วเบาขณะไอ้ตังเดินออกจากร้านไป ฉันได้แต่สับสนและงุนงงกับเหตุกา
Jake Lack #10เรื่องจริง ไม่ใช่ฝันพรึ่บ‘อยู่ข้างๆ พี่ ได้ไหม’“เรื่องจริงหรือความฝันกันแน่วะเพิร์ล”ฉันกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งจากเตียงนอน สลัดผ้านวมที่นอนคลุมโปงและมองไปรอบห้อง พลางยกมือตบแก้มตัวเองสองทีก็พบว่าคำพูดของพี่เจคยังคงวนเวียนในหัวสมอง เวลานี้ตีสามกว่าแล้ว ฉันยังข่มตานอนไม่หลับเลยให้ตายสิ!“คนบ้า พูดจาอะไรก็ไม่รู้”ให้หลังจากพี่เจคพูดคำนั้น เราสองคนก็แทบจะไม่พูดอะไรเลยจนพี่เจคพาฉันไปกินข้าวและพามาส่งที่หน้าปากซอยเข้าบ้าน ฉันเองก็อึ้งและอึ้ง จนกลายเป็นคนหูหนวกตาบอดขึ้นมาทันที พอเจอยายนวลกับไอ้ตังที่พอเห็นฉันก็บ่นยับว่าทำไมกลับช้าบลาๆ ก็นะไม่มีเวลาจะเถียงมันกลับ กลายเป็นว่าเหมือนชีวิตหยุดสตั๊นไปแปบหนึ่งกว่าจะชาร์จพลังกลับมาได้ จนถึงตอนนี้ข่มตาก็ยังไม่หลับเลยเอี้ยวตัวเปิดโคมไฟลิ้นชักหัวเตียง สายตาเหลือบไปเห็นกล่องบุหรี่ที่ฉันยังบ้าเก็บของเขามาทั้งที่ควรทิ้งมันไปได้แล้วใช่ปะ พอเห็นแบบนี้พอจะโยนทิ้งถังขยะมันก็ทิ้งไม่ลงอะ จำต้องเปิดลิ้นชักและโยนมันใส่เข้าไปแทน“เจอกันอีก คงต้องถามให้ชัดๆ ไปเลยว่าที่พูดจริงหรือแค่กำลังอ่อนไหว”ใช่ พี่เจคอาจจะกำลังอ่อนแอหรืออ่อนไหวจากคำพูดของป้าปาก

![friend zone รักร้ายนายเพื่อนสนิท [ 3P ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





