Home / วัยรุ่น / Jake Lack วิศวะไร้รัก / วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 5 จากโจรกลายเป็นคนรู้ใจ [100%]

Share

วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 5 จากโจรกลายเป็นคนรู้ใจ [100%]

Author: Sweet_Moon
last update Last Updated: 2025-12-24 16:56:18

“จะจ้องอีกนานไหม”

“เอ๊ะ?” สะดุ้งตกใจที่พี่เจคค่อยๆ ลืมตาขึ้นและคำถามของเขาทำให้ฉันกระพริบตาถี่ “มีตาทิพย์เหรอวะ”

“ไม่มี” เขายกมือเสยเส้นผมสีดำสนิทขึ้นพลางมองหน้าฉัน “เล่นจ้องแทบจะสิง”

“หนูแค่มอง ไม่ได้จ้อง”

“ขี้โกหก” พี่เจคปากแซ่บกับฉันหลายรอบแล้วนะ นอกจากจะว่าฉันเป็นขี้ขโมยเสื้อช้อปตอนนั้นยังจะมาว่าฉันโกหกอีก ดีนะไม่ด่าว่าแถจนสีข้างถลอกปอกเปิด “ไม่ยอมรับความผิด”

“หนูแค่จ้องไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” เอ่อ... เดี๋ยวนะเพิร์ลแล้วคือยอมรับว่าจ้องหน้าพี่เขาจริงๆ ทำไมก่อน พี่เจคเลิกคิ้วขึ้นพลางส่ายหน้า จังหวะนั้นพนักงานก็ยกชุดพิซซ่าคอมโบมาแบบจัดเต็ม “กินหมดไหมเนี่ย”

“จ้องทำไม” พี่เจคเอ่ยถามขณะกวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะและเลือกหยิบพิซซ่าแบบบางกรอบกัดเข้าปาก สีหน้าของเขาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เอาจริงปะเขาเป็นคนไหมอ่า มีความรู้สึกโกรธ โมโหหรืออะไรที่คนทั่วๆ ไปเขาทำกันไหมวะ “ห้ามโทษผีสาง”

รู้ดีชะมัดว่าฉันจะเล่นมุกเดิม ซึ่งมันใช้ไม่ได้ผลตลอดไปไงเพิร์ล ดังนั้นความจริงก็เลยเป็นสิ่งที่ไม่ตาย “พี่เจคหล่อ”

“...” จะมองปฏิกิริยาคนโดนชม สุดท้ายก็หยิบแก้วน้ำอัดลมดื่ม

“หล่อหนูก็เลยจ้อง พอใจไหมคะคุณพี่” ฉันทำลอยหน้าลอยตาและเลือกเอาส้อมจิ้มสลัดผักเข้าปาก

“รู้” อะไรรู้ก่อน พี่เจคกัดพิซซ่าชิ้นสุดท้ายเข้าปากและเอานิ้วชี้กับนิ้วโป้งถูเศษขนมปังที่ติดนิ้วออก “ว่าหล่อ”

หลงตัวเองที่สุดเลยคนเรา! เออ หลงไม่ว่าหรอกก็เขาหล่อจริงนี่นา ฉันชมเขาว่าหล่อกี่ครั้งแล้วตั้งแต่เจอกันครั้งแรก เป็นร้อยหรือยังวะเนี่ยเพิร์ล

“จริงๆ ไอ้โจ๊กหล่อกว่าพี่เจค” ฉันบ่ายเบี่ยงประเด็นเรื่องนี้ไปหาไอ้โจ๊ก

“ไม่ ฉันหล่อกว่า”

“ไอ้โจ๊กมันบอกพี่เหรอ”

“อือ” ประสาท! มาหาว่าฉันบ้าเรื่องผีเข้า พี่เจคเองก็เข้าขั้นนั่นแหละที่คุยกับไอ้โจ๊กรู้เรื่องน่ะ “ถามมันสิ”

“หนูคุยกับมันไม่รู้เรื่อง” ใครจะบ้าคุยกับตัวตะกวดรู้เรื่องก่อน “คุยได้ก็บ้าแล้ว”

น่าแปลก... ทำไมฉันรู้สึกเหมือนพี่เจคผู้ชายที่คิดว่าอ่านใจได้ยากว่าต้องการหรืออยากได้อะไร ตอนนี้เขาก็ยังอ่านยากอยู่ดี หากแต่ว่ามันค่อนข้างแปลกที่ว่าคือพี่เจคปกติเขาค่อนข้างเย็นชาซึ่งโอเคตอนนี้ก็ยังเป็น มันค่อนข้างประหลาดสำหรับฉันที่ไม่เคยเจอหรือคุยกับผู้ชายคนอื่นนอกจากคนที่สนิทจริงๆ พอเป็นพี่เจคเหมือนกับว่าเรามีอะไรบางอย่างที่ดึงดูดเข้าหากัน คงเป็นเพราะเรื่องฉันทำกระจกรถเขาพังด้วยส่วนหนึ่งถึงทำให้เราจากที่ไม่เคยรู้จักกัน ค่อยๆ ซึมซับนิสัยของกันและกัน

แม้ว่าจะเป็นพี่เจคคนเดียวนะที่รู้ว่าฉันนิสัยยังไง ดื้อด้านและหัวรั้นแค่ไหน แต่สำหรับฉันแล้ว... พี่เจคเป็นคนยังไง ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันอะ มองออกยากคล้ายกับว่ากำลังหลงอยู่ในความมืดมิดมองหาทางสว่างไม่เจอเลย แบบนั้นเป๊ะ

“ถ้างั้นเราแยกกันตรงนี้นะคะ” ที่บอกว่าสั่งชุดคอมโบมาจะกินหมดไหม ผลคือพี่เจคซัดซะเกลี้ยงฉันกินไปได้ไม่กี่คำเอง กินเก่งชะมัดเลยนะคนเราพอถึงเวลาจ่ายเงินฉันยืนยื้อแย่งธนบัตรแบงค์พันกับพนักงานจนพี่เจคยืนกดดันด้วยสายตาเชิงดุ เสียดายจนน้ำตาเล็ดก็คิดซะว่าได้ทำในสิ่งที่ตัวเองก่อเอาไว้ ใครสั่งให้ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่กันล่ะเพิร์ล “วันนี้พี่มีแข่งไหมอ่า”

“มี”

“หนูรอเชียร์นะ” พี่เจคขมวดคิ้วและมองเลยหลังฉันไป เขาดูเหมือนตกใจเล็กน้อยดูจากม่านตาที่ขยายกว้างขึ้น พอฉันกำลังจะเอ่ยปากถามว่าเขาเป็นอะไรก็...

หมับ

“พะ พี่!”

“เฉยๆ”

เพราะฉันพยายามสลัดมือหนาที่จับมือฉันเอาไว้แน่น ครั้งแรกในชีวิตที่ได้จับมือผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่คนสนิทอะ มันก็มีบ้างหรือเปล่าที่ฉันรู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อนผ่าวเหมือนมีใครเอาไฟมาลนตรงหน้า คิดว่าคำพูดของพี่เจคจะทำให้ฉันหยุดได้เหรอคำตอบคือไม่อยู่แล้ว ฉันพยายามแกะมือหนาที่ใหญ่กว่ามือฉันมากเป็นสิบเท่าให้เขาปล่อย พอใบหน้าหล่อเหลาหลุบมองด้วยนัยน์ตาเชิงดุ เป็นอีกครั้งที่ร่างกายถูกหยุดโดยอัตโนมัติ แบบไม่ได้กลัวสายตาของพี่เจคนะแค่... เหมือนโดนผู้ใหญ่ดุเวลาดื้อเท่านั้นเอง

“พี่เจค”

หันไปมองตามเสียงเรียกก็พบว่ากับหญิงสาวสวมชุดนักศึกษาเรียบร้อย หน้าตาและท่าทางดูผู้หลากมากดีกว่าฉันร้อยเท่า เธอมีผิวขาวเนียนอมชมพู ใบหน้าก็สวยสะกดเหมือนกับเจ้าหญิงอยู่บนหอคอยสูง ส่วนฉันก็เหมือนนางทาสที่อยู่เฝ้าหน้าประตูหอคอยไร้ซึ่งสายตาของคนที่อยากจะมองมาเพราะเอาแต่จ้องมองเจ้าหญิงแสนสง่าผ่าเผย ดวงตากลมโตเหลือบมองมายังมือของพี่เจคที่จับมือฉันไม่ปล่อยแถมยังบีบแรงอีกต่างหากนะ ทำไมรู้สึกว่าพี่เจคเหมือนไม่เป็นตัวเองเลย

“ไม่เจอกันนานเลยนะคะ”

“อืม”

“หลายเดือนแล้วนะคะ ที่พี่ไม่กลับบ้าน” บทสนทนาแลดูตึงๆ ยังไงบอกไม่ถูก ฉันน่ะสัมผัสได้ถึงใบหน้าของพี่เจคที่นิ่งผิดปกติออกจะไม่อยากเสวนากับผู้หญิงคนนี้ด้วยซ้ำ “คุณลุงเป็นห่วงพี่มาก”

“พี่สบายดี” พี่เจคตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เหรอคะ” เธอหลุบสายตามองมายังมือของเราสองคนอีกครั้ง “แล้วเธอคือใครคะ ทำไมต้องจับมือกันด้วย”

“คนรู้ใจพี่”

“ห๊า?!” จากโจรทำกระจกรถเขาแตกกลายเป็นคนรู้ใจตั้งแต่เมื่อไหร่ก่อน จำต้องเงยหน้ามองพี่เจคพอเห็นว่าเขาส่งสายตาเชิงดุมาให้อีกก็จำต้องสงบปากสงบคำ

“คนรู้ใจ” น้ำเสียงของเธอคนนั้นและใบหน้าที่ชวนให้น่าขบขันทำเอาฉันขมวดคิ้ว แลดูเธอไม่เชื่อ ใช่ มองยังไงก็ไม่มีใครเชื่อหรอกว่าเราสองคนน่ะเป็นเหมือนคนรู้ใจ “คิดว่าจะหลอกอัญได้เหรอ”

“...” หลอก? นี่มันหมายความยังไงกันล่ะเนี่ย ฉันงงไปหมดแล้วนะ

“อยากให้อัญเชื่อใช่ไหม” เธอถามพี่เจคที่ยืนนิ่งเป็นหุ่นขี้ผึ้ง ไม่คิดจะตอบโต้หรือเถียงอะไรกลับไป มีสิ่งเดียวที่เขาไม่ปล่อยเลยก็คือมือของฉันเนี่ยล่ะ “ได้ค่ะ อัญจะเชื่อก็แล้วกันว่าเธอเป็นคนรู้ใจของพี่เจค”

“ไปกัน” พี่เจคไม่สนใจผู้หญิงตรงหน้ากระตุกมือฉันเพื่อให้เดินตามมา จังหวะที่เดินผ่านเธอคนนั้นที่สูงกว่าฉันเล็กน้อยเธอก็พูดคำๆ หนึ่งขึ้นมาเรียกรั้งปลายเท้าของพี่เจคให้หยุดชะงักชั่วขณะ

“พี่เจคหนีอัญได้นะคะ” ฉันหันไปสบตากับเธอไม่คิดจะมองหน้าฉัน กลับเอาแต่จดจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาด้านข้างของพี่เจคที่เลือกมองตรงออกไปด้านหน้าแทนการเอี้ยวกลับมาสบตากับเธอ “แต่พี่เจคหนีความรู้สึกของตัวเองไม่พ้นหรอกค่ะ”

จบประโยคพี่เจคก็ลากฉันออกมาจากตรงนั้นลงบันไดเลื่อนไปชั้นล่าง กระทั่งมาถึงห้างสรรพสินค้า มือที่ฉันพยายามให้เขาปล่อยออกเวลานี้ไม่จำเป็นต้องดีดดิ้น เพราะพี่เจคปล่อยมันอย่างง่ายดายจนฉันยกขึ้นมาเอามือลูบไล้ตำแหน่งข้อมือตัวเองเบาๆ บีบแรงจนเจ็บเลยแหะ แถมเหงื่อยังชุ่มไปหมดและเอาเข้าจริงมันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉันหรอกนะ ไม่คิดจะถามหรอกถึงอยากจะเสือกแค่ไหนก็ตามที

“หนูไปเป็นคนรู้ใจพี่ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” เลือกถามด้วยน้ำเสียงขบขัน “เลื่อนขั้นจากโจรมาเป็นคนรู้ใจพี่ ดีเหมือนกันแหะ จะได้ไม่ต้องชดใช้ค่ากระจก”

“ตลก”

“พี่พูดเองนะ หนูไม่ได้พูดเองสักหน่อย” เขามองหน้าฉันที่ยิ้มหัวเราะพลางโบกมือไปมา “หนูล้อเล่น”

“...”

“หนูต้องรีบไปทำของขาย ไปก่อนนะคะ” ฉันโบกมือให้กับพี่เจคกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปยังป้ายรถเมล์ หากแต่ว่ากลับได้ยินเสียงของเขาเรียกรั้งขาทั้งสองข้างเอาไว้ซะก่อน

“เพลิน” กลายเป็นชื่อที่ถูกเรียกยกแผงเลยปะเนี่ย ยายนวลเรียกไม่ถูกไม่ว่านะ แต่พี่เจครู้อยู่แก่ใจว่าฉันชื่อเพิร์ล ยังจะเรียกเพลินอยู่ได้นะ “แซนวิช”

“คะ?” เลิกคิ้วขึ้นเพราะพี่เจคพูดแค่คำว่าแซนวิช “ทำไม พี่จะกินเหรอ”

“อือ”

“ไม่ฟรีนะ”

“แน่ใจ” เป็นคำขู่ใช่ไหม บอกทีว่ามันเป็นคำขู่ที่ไม่มีคำขู่อยู่ในประโยคนั้นอะ “ไม่ให้ฟรี”

“โธ่ สำหรับพี่เจคนะกินฟรีตลอดชีวิตยังได้เลย” พอคิดถึงเรื่องกระจกรถพี่เจคทีไรน้ำหูน้ำตาพร้อมจะรินไหลทุกที ฉันไม่ใช่คนโง่นะที่คำพูดของพี่เจคพ่นออกมาต้องการจะสื่ออะไร “ได้เลยค่ะคุณพี่”

“หึ” รอยยิ้มผุดขึ้นตรงมุมปาก พี่เจคก็หมุนตัวเดินล้วงมือลงกระเป๋ากางเกงยีนส์กลับเข้าไปในห้างตรงโซนลานจอดรถ ส่วนฉันน่ะเหรอก็กำหมัดแน่นยกขึ้นอยากจะตะบันหน้าหล่อๆ สักทีสองที ขู่เก่ง ขู่เป็นแมวเลยนะคนเรา

อยากจะกรีดร้องออกมาให้สุดเสียง! ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้นกับแต่กับฉันด้วยนะ โทษโชคชะตาก็ไม่ได้ปะ ฉันเองต่างหากที่ต้องโทษตัวเองที่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ จนสุดท้ายเอาชีวิตตัวเองเข้าไปอยู่ในวังวนชีวิตของพี่เจคแบบมีชนักติดหลัง เฮ้อ เอาวะเพิร์ล แค่สามหมื่นห้าเอง ชดใช้ไปแล้ว 888 ค่าพิซซ่า ยังเหลืออีกเหลืออีกสามหมื่นสี่นิดๆ

ใช่ แค่นิดเดียวเอง... แค่คิดก็ท้อแท้ เดินคอตกมานั่งรอรถเมล์กลับบ้านไปทำขนมขายกี่ชาติถึงจะใช้หนี้หมดวะ!

*------------------------------------------------*

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [100%]

    “เอ๊ะ”“ไม่สิ คนรู้ใจแบบปลอมๆ” พอหล่อนทักมาแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวนะ หน้าตาแบบนี้คุ้นจริงหากแต่ว่าฉันเจอคนมามากหน้าหลายตาไงก็เลยไม่ค่อยจะจำหน้าใครได้เสียเท่าไหร่ “ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับพี่เจค”“...”“แต่พี่เจคไม่มีทางดึงใครให้มาเป็นคนรู้ใจได้ง่ายขนาดนั้นหรอก” แลดูคำพูดเหมือนจะไม่มีอะไรนะ แต่มันมีไงทุกคน สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ลงท้ายแบบห้วนๆ ต่างจากกิริยาท่าทางที่เป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อม ไม่ใช่คนนี้ที่กอดพี่เจคที่สนามแข่งเขามีผู้หญิงกี่คนกันแน่? ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เจคที่แสนเย็นชาคนนั้นจะเจ้าชู้ขนาดนี้“แล้วมาบอกฉันทำไม” คนยิ่งโกรธเขาเรื่องสนามแข่งอยู่ มาโยนไม้สุ่มไฟให้ลุกโชนอีกฉันก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเป็นกอง “ถึงยังไงพี่เจคก็พูดออกจากปากเองไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นคนรู้ใจของเขา”“เธอไม่รู้จักพี่เจคดีพอ”“ใช่” ฉันไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ชอบใจที่เธอมากล่าวหาฉันราวกับตัวฉันไม่มีค่าพอให้พี่เจคดึงมาเป็นคนรู้ใจ ทั้งที่เรื่องตอนนั้นเขาพูดเองฉันไม่ได้รู้เรื่องสักหน่อย “แต่ล่าสุดพี่เจคขอให้ฉันอยู่ข้างๆ เขาแล้วล่ะ”ใบหน้าสวยหวานราวกับเจ้าหญิงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย คนที่

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [50%]

    Jake Lack #12หลบหน้า‘น่าสนใจ’พี่เงินพูดคำๆ นี้ เล่นเอาฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยดิ อะไรที่ว่าน่าสนใจกันนะ “พี่หมายถึงอะไรเหรอ”“อ่า พี่กำลังหมายถึงว่าเอาขนมไปวางตามร้านน่ะ”“ค่ะ” ยกมือเกาศีรษะตัวเองและตักไอศกรีมกิน อย่างพี่เงินเนี่ยนะจะมาสนใจฉัน หล่อ รวยขนาดนี้จะมาสนใจผู้หญิงที่โคตรจะธรรมดาอย่างฉันทำไมกัน“ไม่มีใครมาจีบเพิร์ลบ้างเหรอ”“ไม่นะคะ” ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครมาจีบฉันเลย อาจจะเพราะฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้และเอาแต่คิดเรื่องค้าขาย โฟกัสแค่เงินเป็นหลักละมั้ง“แล้วคนที่ชอบล่ะ ไม่มีบ้างเหรอ มันต้องมีบ้างสิ”“คนที่ชอบเหรอ...” ฉันทำหน้านึกคิดจู่ๆ ใบหน้าของใครบางคนก็แวบเข้ามาจนฉันถึงกับนิ่งไป พลางสะบัดศีรษะตัวเองเพื่อให้หลุดโฟกัส จะบ้าหรือไงไปคิดถึงหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้นทำไมกันล่ะเพิร์ล! “หนูไม่มีใครหรอกค่ะ”“อายุเท่าไหร่แล้วเราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”“บ้าน่า เด็กสาวรุ่นเพิร์ลพี่ควงมานับไม่ถ้วน จะไม่มีเลยเหรอคนที่ชอบน่ะ”“ค่ะ ไม่มี” ก็บอกอยู่ว่าไม่มีก็คือไม่มีดิ พี่เงินจะคาดคั้นฉันเพื่อ?! “หนูคงตายด้านเรื่องผู้ชายมั้ง”“ถึงว่าอยู่ใกล้พี่ เพิร์ลไม่เห็นหวั่นไหว”“ใครบอกพี่ว่าหนูไม่หวั่นไหว” ฉั

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [100%]

    “หนูไม่รู้เลยว่าพี่เงินจะเป็นซิลเวอร์ คิดว่าพี่แข่งแบบปกติด้วยซ้ำ”“ก็นะ พี่แข่งได้หลายประเภท แต่ที่ชอบคือแบบดริฟต์มากกว่า” เสียดายมาก! ซิลเวอร์ควรชนะเจคแลคบ้าง ไม่สิ มันจะมีอยู่หลายครั้งนะที่ซิลเวอร์ชนะเจคแลคน่ะ เหมือนคล้ายสลับๆ กันขึ้นอันดับหนึ่งมากกว่า“ไม่เตรียมตัวเหรอคะ”“อีกยี่สิบนาที พอดีพี่หิวน่ะเห็นเพิร์ลก็เลยแวะมาทัก”“งั้นพี่...” ก้มหน้าลงมองตะกร้าก็พบว่าแซนวิชมันหมดเหลือแค่ซองคุกกี้แค่ไม่กี่ซอง “เอาคุกกี้ไปกินรองท้องก่อนสิ”“จะดีเหรอ”“ดีสิคะ” ฉันฉีกยิ้มกว้างและยื่นซองคุกกี้โอ๊ตมีลให้พี่เงินสองอัน “เป็นคุกกี้โอ๊ตมีล เนื้อสัมผัสมันจะหนึบๆ หน่อยนะ หนูใส่ผลไม้แห้งกับอัลมอนล์ไปด้วย”“เท่าไหร่ รอบนี้พี่ขอจ่ายเงินนะ ไม่เอาฟรี”“แต่หนูอยากให้ เพราะได้รู้ว่าพี่คือซิลเวอร์” จะได้เอาเรื่องนี้ไปคุยโม้กับไอ้ตังให้มันหายงอนฉันสักที “รอบหน้าหนูค่อยคิดเงิน”“โอเค” เขาพยักหน้ารับพลางแกะคุกกี้กินพลางชูนิ้วโป้งให้เชิงบอกว่ามันอร่อย“คุกกี้มีพลังงานเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดตที่ดีสำหรับเพิ่มพลังงานในเวลาที่ต้องการได้ เพราะงั้นพี่กินคุกกี้หนูจะได้มีแรงแข่งไงคะ”“ความรู้แน่นมาก” เป็นไงฉันน่ะมันเก่

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [50%]

    Jake Lack #11มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขาชิงช้าสวรรค์ที่นั่งรถเมล์ผ่านประจำแต่ไม่เคยได้เหยียบย่างเข้ามา มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางและติดริมแม่น้ำสายสำคัญ หนำซ้ำยามพลบค่ำไฟที่ตกแต่งรอบๆ หรือบนชิงช้าสวรรค์ก็สวยงามมาก พอเห็นคนที่รอต่อคิวกันฉันก็ห่อเหี่ยวใจทันที เพราะคนค่อนข้างเยอะจนฉันทำปากงอง้ำ“คนเยอะอะ จะได้นั่งกี่โมงก็ไม่รู้” ด้วยเพราะเป็นวันหยุด กว่าพี่เจคจะวนหาที่จอดรถได้ก็เกือบสิบนาทีเชียวนะ “พี่เจคไปนั่งตรงนั้นก่อนก็ได้นะ หนูไปต่อคิวซื้อตั๋วก่อน”“ไม่เป็นไร” พี่เจคตอบ “ไปด้วยกัน”พูดจบเขาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เดินนำฉันไปต่อคิว พอเห็นว่าฉันยืนเอ๋ออยู่ก็พยักหน้าให้มายืนต่อคิวด้วยกัน ฉันพาพี่เจคมาทรมานหรือเปล่าเนี่ย ความสูงของพี่เจคทำให้คนรอบข้างต้องหันกลับมามองเขากันใหญ่ ไม่ใช่แค่ความสูง ความหล่อเองก็เช่นกัน สาวน้อยสาวใหญ่บางคนมองพี่เจคแล้วก็เอามือปิดปากกรี๊ด แถมยังซุบซิบกันหากแต่ว่าคนข้างกายฉันกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากรอต่อคิวซื้อตั๋วที่รอประมาณสิบนาทีก็มาถึงคิวเราสองคน ตอนแรกฉันจะควักเงินจ่ายเองก็ไม่ทันพี่เจค เขาออกเงินให้เสร็จสัพกระทั่งเดินนำฉันขึ้นบันไดมารอขึ้นชิงช้าสวรรค์

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 10 เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน [100%]

    อธิบายออกไปด้วยเหตุและผล หวังว่าจะทำให้เด็กอย่างมันเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นฉันเป็นคนก่อ ฉันก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง “เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอารมณ์ของฉันล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับพี่เจคเลย”“เธอรู้ใช่ปะเพิร์ล หวั่นไหวน่ะได้” มันกำลังจะพูดถึงอะไรกันแน่ ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ “แต่เธอกับเขา ไม่เหมาะกัน”“จะให้บอกอีกกี่ร้อยครั้งว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”“เขาอาจจะมีคนที่ชอบหรือคนรักแล้วก็ได้ ผู้ชายที่หล่อ รวยขนาดนั้นคิดว่าจะโสดให้เธอหวั่นไหวหรือไง”“ก็ช่างเขาสิ เขาจะโสด ไม่โสดมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” อันที่จริงพี่เจคจะมีใครหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว ที่ฉันทำอยู่ตอนนี้คือชดใช้ค่าซ่อมกระจกที่ตัวเองเป็นคนทำต่างหาก พี่เจคอาจจะกำลังสอนให้ฉันรู้จักรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าหากวันนั้นฉันไม่ขับรถหนีมันอาจจะเคลียร์จบตั้งแต่ตอนนั้น แต่ด้วยความโง่เง่าของฉันไงเรื่องถึงได้บานปลายมาถึงตอนนี้ “แล้วแกเป็นอะไร จะวีนฉันเพื่อ?”“ฉันอิ่มแล้ว” ไอ้ตังลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเป้สะพายบ่า “กินกันสองคน คงจะดีกว่า”“ตัง”เรียกชื่อร่างสูงเสียงแผ่วเบาขณะไอ้ตังเดินออกจากร้านไป ฉันได้แต่สับสนและงุนงงกับเหตุกา

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 10 เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน [50%]

    Jake Lack #10เรื่องจริง ไม่ใช่ฝันพรึ่บ‘อยู่ข้างๆ พี่ ได้ไหม’“เรื่องจริงหรือความฝันกันแน่วะเพิร์ล”ฉันกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งจากเตียงนอน สลัดผ้านวมที่นอนคลุมโปงและมองไปรอบห้อง พลางยกมือตบแก้มตัวเองสองทีก็พบว่าคำพูดของพี่เจคยังคงวนเวียนในหัวสมอง เวลานี้ตีสามกว่าแล้ว ฉันยังข่มตานอนไม่หลับเลยให้ตายสิ!“คนบ้า พูดจาอะไรก็ไม่รู้”ให้หลังจากพี่เจคพูดคำนั้น เราสองคนก็แทบจะไม่พูดอะไรเลยจนพี่เจคพาฉันไปกินข้าวและพามาส่งที่หน้าปากซอยเข้าบ้าน ฉันเองก็อึ้งและอึ้ง จนกลายเป็นคนหูหนวกตาบอดขึ้นมาทันที พอเจอยายนวลกับไอ้ตังที่พอเห็นฉันก็บ่นยับว่าทำไมกลับช้าบลาๆ ก็นะไม่มีเวลาจะเถียงมันกลับ กลายเป็นว่าเหมือนชีวิตหยุดสตั๊นไปแปบหนึ่งกว่าจะชาร์จพลังกลับมาได้ จนถึงตอนนี้ข่มตาก็ยังไม่หลับเลยเอี้ยวตัวเปิดโคมไฟลิ้นชักหัวเตียง สายตาเหลือบไปเห็นกล่องบุหรี่ที่ฉันยังบ้าเก็บของเขามาทั้งที่ควรทิ้งมันไปได้แล้วใช่ปะ พอเห็นแบบนี้พอจะโยนทิ้งถังขยะมันก็ทิ้งไม่ลงอะ จำต้องเปิดลิ้นชักและโยนมันใส่เข้าไปแทน“เจอกันอีก คงต้องถามให้ชัดๆ ไปเลยว่าที่พูดจริงหรือแค่กำลังอ่อนไหว”ใช่ พี่เจคอาจจะกำลังอ่อนแอหรืออ่อนไหวจากคำพูดของป้าปาก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status