Home / วัยรุ่น / Jake Lack วิศวะไร้รัก / วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 5 จากโจรกลายเป็นคนรู้ใจ [50%]

Share

วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 5 จากโจรกลายเป็นคนรู้ใจ [50%]

Author: Sweet_Moon
last update Last Updated: 2025-12-24 16:55:39

Jake Lack #5

จากโจรกลายเป็นคนรู้ใจ

ครั้งแรกในชีวิตที่ได้นั่งรถหรูสปอร์ตราคาแพงทั้งกลิ่นในรถและเบาะที่นั่งมันนุ่มนิ่มจนฉันมองไปรอบๆ ราวกับตื่นตาตื่นใจ พอมองไปด้านหลังมีสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรอยู่ในรถหรูหราเช่นนี้ก็คือตะกร้าสแตนเลส ขณะที่รถของพี่เจคเคลื่อนตัวสู่ท้องถนนเพื่อมุ่งตรงไปยังห้างสรรพสินค้า

“พี่เจค หนูขอตะกร้าคืนได้ไหมคะ”

“ไม่ได้” ตอบโดยไม่หันมามองฉัน สำคัญคือจับพวงมาลัยรถมือเดียวคือโคตรจะเท่ เพราะเขาเอาข้อศอกขวายันกับขอบกระจกและเอนใบหน้าบนฝ่ามือสายตาก็มองไปข้างหน้าราวกับรูปปั้น ถ้าไม่พูดคือคิดว่ามากับหุ่นขี้ผึ้ง

“ทำไมอ่า หนูไม่มีตะกร้าใส่ของขายนะ”

“หลักฐาน” จะบอกว่าตะกร้าเป็นหลักฐานเพื่อเอาผิดฉันใช่ปะ

“แต่หนูก็ชดใช้ด้วยการเลี้ยงข้าวพี่ให้ครบสามหมื่นห้าแล้วไงคะ” ถึงจะต้องใช้เวลาเป็นปีเป็นชาติก็ต้องทำอะ ดูเหมือนพี่เจคจะหัวหมอมากๆ ปากก็บอกจะไม่คิดค่าซ่อมแต่การกระทำนะคือ ‘ต้องชดใช้ให้ฉันซะ’ บอกทางแววตาและท่าทางขนาดนี้ฉันจะมีหน้าไปขัดข้องอะไรอีกล่ะ กลัวติดคุกตอนยังเด็กมากกว่า หน้าเลือดขูดผิวจนเลือดกระฉูดเลยนะคนเรา!

“หลายคดี” พี่เจคพูดพลางยกมือปิดปากหาวขณะรถจอดติดสัญญาณไฟจราจร “หนี ไม่จ่าย ทำลายหลักฐาน”

“หนูเปล่าเอาตะกร้าไปทำลายหลักฐานนะคะ!” ฉันเถียงคอเป็นเอ็นเลยอะ พี่เจคคือคิดมากแบบหาที่สุดไม่ได้

“โจรในคราบเด็กน่าสงสาร”

“หนูเปล่าเป็นโจร” เอ่อแล้วทำไมต้องพูดเสียงแผ่วเบาด้วยวะเพิร์ล “หนูขอโทษ”

“ไม่เต็มใจ”

“จะให้หนูเต็มใจขนาดไหนถึงจะพอใจพี่อะ!” ฉันเป็นพวกที่ดื้อรั้น หัวดื้อและขี้โวยวายแบบสุดๆ เลยล่ะ พอไม่ได้ดั่งใจก็คือจะเถียงฉอดๆ และขึ้นเสียงใส่จนลั่นรถ ส่งผลให้สายตาคมตวัดมามองด้วยความเย็นยะเยือกมาถึงขั้วหัวใจ

พี่เจคเป็นคนเดียวในโลกเลยก็ว่าได้นะที่สามารถใช้สายตาสยบความพยศของฉันได้ แบบมองหน้าฉันปุ๊บจ๋องเป็นหมาหงอยเลย แล้วมันเป็นแบบนี้สองครั้งแล้ว ฉันรู้ได้ทันทีถึงความเปลี่ยนไปของตัวเองยามอยู่ใกล้พี่เจค ราวกับว่าพออยู่ใกล้เขาใช่ปะเถียง เสียงดังและโวยวายหรือทำตัวดื้อรั้นไม่ได้เลย แค่นัยน์ตาสีดำคู่นั้นมองมาแบบไม่พูดอะไรก็ทำให้ฉันหายพยศได้

“หนูรู้แล้วว่าทำไมพี่ถึงมีไอ้โจ๊กเป็นเพื่อน”

“...” เขาเงียบ

“เพราะมันไม่เถียง ไม่ขึ้นเสียงและไม่ดื้อกับพี่”

“อย่าดื้อสิ”

“ก็หนูเป็นของหนูแบบนี้ จะให้หยุดได้ไง”

แค่คำว่า ‘อย่าดื้อสิ’ เล่นงานหัวใจของฉันจนวูบไหวเป็นบ้าเลย ทำไมแค่คำๆ นี้ที่ไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งห่าเหวอะไร แถมน้ำเสียงก็ยังเย็นชาไร้ซึ่งความอ่อนโยน มันกลับทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงเป็นบ้าจนยกมือกุมหน้าอกด้านซ้ายของตัวเองเพื่อระงับมันเอาไว้

“ไม่ชอบเด็กดื้อ”

“เลยชอบที่อยู่กับไอ้โจ๊กสินะคะ”

“ใช่” พี่เจคตอบพลางเสมองฉันแวบหนึ่ง “มันเป็นเด็กดี”

เชอะ ชมตัวตะกวดว่าเป็นเด็กดีเนี่ยนะ ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งมันหิวเกิดอยากแทะเนื้อขึ้นมาพี่เจคโดนก่อนคนแรก

“มันไม่โกหกว่าโดนผีเข้า”

“หนูโดนผีเข้าจริงๆ นี่นาตอนนั้นอะ” แถแล้วต้องแถให้สุดๆ ไปดิเพิร์ล “พี่ไม่เชื่อหนูเอง”

“ไม่ใช่ควาย” ไม่ได้บอกว่าเขาเป็นควายสักหน่อย แค่คิดว่าคนเรานะน่าจะเชื่อกันสักนิด สำหรับพี่เจคเหรออะไรที่หลุดจากปากฉันคงเป็นเรื่องไร้สาระและเรื่องโกหกแน่นอน ดูก็รู้แล้วผู้ชายอย่างพี่เจคมองออกยากมากไม่พอ คำพูดยังจับใจความได้ยากเย็นยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรอีก “ทำผิดต้องรับผิดชอบ”

“หนูก็กำลังทำอยู่ไงคะ ถึงจะต้องทำเป็นปีเป็นชาติก็เถอะ”

“อยากรับผิดชอบให้หมด” ฉันขมวดคิ้วพลางหันไปสบตากับพี่เจคที่ขับรถเคลื่อนตัวไปด้านหน้า “หาร้านอาหารมื้อละหมื่นจะได้หมด”

“มะ ไม่เอานะคะ!” รีบโบกมือไปมาเป็นพัลวัน มื้อละหมื่นเหรอ บอกเลยตายอย่างเขียด “เป็นปีหนูก็ยินดีค่ะ”

“หึ”

แกล้งกันใช่ไหมเนี่ย พี่เจคหัวเราะและยิ้มมุมปากแบบนี้เขากำลังแกล้งกันใช่ไหมอะ “ก็รู้ว่าหนูจน ยังจะให้หนูเลี้ยงอาหารมื้อละเป็นหมื่น พี่จะใจร้ายกับหนูเกินไปแล้วนะ”

“ตรงไหน”

“ทุกตรงเลยค่ะ พี่เจคใจร้ายกับหนูตั้งแต่เห็นรถหนูเสียแล้วไม่ยอมถามไถ่”

“รู้ได้ไง”

“ก็พี่ขับรถหนีหนูไปเฉยๆ อะ!” ถึงได้โมโหเขวี้ยงตะกร้าใส่กระจกรถ จนเรื่องมันบานปลายและสุดท้ายจากที่คิดจะชิ่งหนีเอาตัวรอดก็ไม่พ้นพี่เจคจนได้ แถมยังถูกขู่จะเอาเข้าคุกไปกินข้าวแดงให้อิ่มหนำเพราะมีหลักฐานมัดตัวแน่นเวอร์ แค่พี่เจคไม่พาฉันไปสถานีตำรวจก็ดีแค่ไหนแล้วเพิร์ลเอ๋ย “ถอยกลับมาก็นึกว่าจะถาม พี่มองหน้าหนูแล้วก็ไปเลย”

“...” พี่เจคเงียบไม่พูดตอบโต้อะไรต่อ พลางยกมือปิดปากหาวเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้ว ฉันไม่ได้นับหรอกนะ

“หนูก็เลยผีเข้าเลย”

“ตลก”

“พูดจริงค่ะ” เขาหันมามองฉันพลางส่ายหน้าไปมา

“เลิกแถสักที” ปากแซ่บอีกต่างหากนะอีตาแมวดำที่ชอบง่วงนอนตลอดเวลา “ตัวเองทำผิดโทษผีโทษสาง”

“พี่ว่าหนู”

“อยู่กันสองคน”

ราวกับบอกว่า ‘อยู่สองคนจะให้ว่าใครถ้าไม่ใช่เธอ’ ฉันย่นจมูกใส่พี่เจคและยกแขนกอดอกเบือนหน้าหนีเขามองวิวกระจกข้างตัว โดยหลังจากที่พี่เจคคงเหนื่อยกับการเถียงหรือฟังฉันแผดเสียง เราก็เลยนั่งรถกันแบบเงียบๆ มีเพียงเพลงสากลเปิดคลอเบาๆ กระทั่งรถเลี้ยวเข้ามาจอดในห้างสรรพสินค้าที่หรูหราใหญ่โต ฉันเคยมาที่นี่กับเมืองเหนือและตาล ดังนั้นจึงรู้ว่าของบางอย่างและร้านอาหารบางร้านก็แพงมาก ยกเว้นก็แต่โซนอาหารของห้างที่ไม่น่าจะแพง

พอขึ้นมาบนห้างชั้นที่เป็นโซนร้านอาหาร ต้องบอกก่อนนะว่าพี่เจคเป็นหนุ่มวิศวะโยธาที่หล่อลากดินมากๆ แค่เพียงเดินผ่านกลุ่มนักศึกษาหรือหญิงสาวในวัยทำงานก็ต่างพากันมองเขาคอแทบหลุด ด้วยบุคลิกแสนเย็นชาและส่วนสูงที่เล่นเอาฉันต้องเงยหน้าคุยกับเขา ทุกอย่างบนตัวพี่เจคเพอร์เฟกไปหมดแม้กระทั่งปลายเส้นผมคิดดูนะ

“พี่เจคเลือกร้านได้หรือยังคะ”

“ไม่รู้”

“งั้นหนูเลือกให้เอาไหม” เพราะคิดไว้ว่าจะพาพี่เจคไปกินข้าวบนโซนของห้าง ประหยัดงบไปเยอะเลยนะ หากแต่ว่าเขาก็ชี้นิ้วไปยังร้านพิซซ่าซะก่อน

“กินนั้น” ถาดพิซซ่าก็ไม่ใช่ถูกๆ ด้วยนะ เป็นพันแน่เลยเพิร์ล “หรือจะเอาร้านมื้อละหมื่น”

“โหย พี่เจคนี่ฉลาดเลือกนะคะ” ฉันแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ราวกับพี่เจคเห็นสีหน้าของฉันเขาก็กระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อฉันคล้องแขนเขาและชี้นิ้วไปร้านพิซซ่า “เราใจตรงกันมาก หนูก็อยากกินพิซซ่าเหมือนกัน ไปค่ะ”

อยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาด! ปกติเคยแตะของพวกนี้ซะที่ไหนกันเล่า

เราสองคนเข้ามาในร้านและเลือกนั่งด้านในสุด พี่เจคเลือกนั่งบนโซฟานุ่มๆ มีพนักพิงหลังให้ ส่วนฉันที่นั่งตรงข้ามก็นั่งบนเก้าอี้ก็ดันเมนูให้กับพี่เจคเป็นคนจัดการ เขาไล่สายตาดูเมนูไม่ถึงวินาทีก็เลือกสั่งชุดคอมโบในราคา 888 บาท เล่นเอาฉันเหงื่อแตกเลยดิ สั่งชุดใหญ่ไฟกระพริบมาก พอพี่เขาสั่งปุ๊บฉันก็จดราคาอาหารลงในสมุดจด ชาติไหนจะครบสามหมื่นห้าวะเนี่ย

“พี่เจค”

“หือ”

“จะหลับปะเนี่ย” เรียกเขาไว้เพราะเห็นว่าพี่เขานั่งกอดอกและดวงตาก็หลับลงอีกต่างหาก

“อือ”

“แล้ว...”

“แค่พักสายตา” หลับได้ทุกที่จริงๆ นะคนเรา พอเห็นว่าพี่เจคนั่งหลับฉันก็ไม่คิดจะสนใจอะไรต่อ นอกเสียจากกดต่อสายหาเมืองเหนือเพื่อนเลิฟของฉัน

“เมือง ช่วงหกโมงครึ่งว่างไหมอ่า ไปส่งที่พัทยาหน่อยดิ”

(“ได้ดิ ไม่มีปัญหา”)

“เจอกันที่บ้านนะ ไม่ต้องรอรับ เดี๋ยวขากลับฉันนั่งแท็กซี่กลับเอง” เพราะเกรงใจเพื่อนมากๆ อาจจะอยากมีเวลาส่วนตัวอะไรบ้างไง ดังนั้นขอให้เพื่อนไปส่งก็เพียงพอแล้ว

(“โอเค รถเธอน่าจะอีกหลายวันนะ ทางอู่อยากเช็กรถให้ รถเธอมันแบบ...”) เออ ไม่ต้องสาธารยายก็รู้ว่ารถฉันมันเก่าแลใกล้จะพังเต็มแก่แล้วไง

“ไม่เป็นไร ขอบใจมากนะเพื่อนเลิฟ” มีเพื่อนดีมีชัยไปกว่าครึ่งนะบอกเลย ส่วนยัยตาลเหรอรายนั้นขับรถเป็นซะที่ไหน ป่านนี้ก็คงไปเดตกับหนุ่มมหาลัยอื่นจนอิ่มหนำไปแล้วล่ะมั้ง พอวางสายจากเมืองเหนือฉันก็เหลือบมองใบหน้าหล่อเหลาของพี่เจคที่หลับจริงหรือพักสายตาก็ไม่รู้ ฉันรู้แค่ว่าตัวเองเผลอจ้องใบหน้าของเขาเพื่อสำรวจความหล่อให้ชัดๆ

พี่เจคน่ะหล่อจริงนะทุกคน หล่อเหมือนไม่มีอยู่จริงฉันพูดคำนี้มาหลายรอบแล้วและขอย้ำมันอีกครั้งว่าคือเรื่องจริง!

[50%]

*---------------------------------------------------*

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [100%]

    “เอ๊ะ”“ไม่สิ คนรู้ใจแบบปลอมๆ” พอหล่อนทักมาแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวนะ หน้าตาแบบนี้คุ้นจริงหากแต่ว่าฉันเจอคนมามากหน้าหลายตาไงก็เลยไม่ค่อยจะจำหน้าใครได้เสียเท่าไหร่ “ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับพี่เจค”“...”“แต่พี่เจคไม่มีทางดึงใครให้มาเป็นคนรู้ใจได้ง่ายขนาดนั้นหรอก” แลดูคำพูดเหมือนจะไม่มีอะไรนะ แต่มันมีไงทุกคน สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ลงท้ายแบบห้วนๆ ต่างจากกิริยาท่าทางที่เป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อม ไม่ใช่คนนี้ที่กอดพี่เจคที่สนามแข่งเขามีผู้หญิงกี่คนกันแน่? ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เจคที่แสนเย็นชาคนนั้นจะเจ้าชู้ขนาดนี้“แล้วมาบอกฉันทำไม” คนยิ่งโกรธเขาเรื่องสนามแข่งอยู่ มาโยนไม้สุ่มไฟให้ลุกโชนอีกฉันก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเป็นกอง “ถึงยังไงพี่เจคก็พูดออกจากปากเองไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นคนรู้ใจของเขา”“เธอไม่รู้จักพี่เจคดีพอ”“ใช่” ฉันไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ชอบใจที่เธอมากล่าวหาฉันราวกับตัวฉันไม่มีค่าพอให้พี่เจคดึงมาเป็นคนรู้ใจ ทั้งที่เรื่องตอนนั้นเขาพูดเองฉันไม่ได้รู้เรื่องสักหน่อย “แต่ล่าสุดพี่เจคขอให้ฉันอยู่ข้างๆ เขาแล้วล่ะ”ใบหน้าสวยหวานราวกับเจ้าหญิงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย คนที่

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [50%]

    Jake Lack #12หลบหน้า‘น่าสนใจ’พี่เงินพูดคำๆ นี้ เล่นเอาฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยดิ อะไรที่ว่าน่าสนใจกันนะ “พี่หมายถึงอะไรเหรอ”“อ่า พี่กำลังหมายถึงว่าเอาขนมไปวางตามร้านน่ะ”“ค่ะ” ยกมือเกาศีรษะตัวเองและตักไอศกรีมกิน อย่างพี่เงินเนี่ยนะจะมาสนใจฉัน หล่อ รวยขนาดนี้จะมาสนใจผู้หญิงที่โคตรจะธรรมดาอย่างฉันทำไมกัน“ไม่มีใครมาจีบเพิร์ลบ้างเหรอ”“ไม่นะคะ” ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครมาจีบฉันเลย อาจจะเพราะฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้และเอาแต่คิดเรื่องค้าขาย โฟกัสแค่เงินเป็นหลักละมั้ง“แล้วคนที่ชอบล่ะ ไม่มีบ้างเหรอ มันต้องมีบ้างสิ”“คนที่ชอบเหรอ...” ฉันทำหน้านึกคิดจู่ๆ ใบหน้าของใครบางคนก็แวบเข้ามาจนฉันถึงกับนิ่งไป พลางสะบัดศีรษะตัวเองเพื่อให้หลุดโฟกัส จะบ้าหรือไงไปคิดถึงหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้นทำไมกันล่ะเพิร์ล! “หนูไม่มีใครหรอกค่ะ”“อายุเท่าไหร่แล้วเราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”“บ้าน่า เด็กสาวรุ่นเพิร์ลพี่ควงมานับไม่ถ้วน จะไม่มีเลยเหรอคนที่ชอบน่ะ”“ค่ะ ไม่มี” ก็บอกอยู่ว่าไม่มีก็คือไม่มีดิ พี่เงินจะคาดคั้นฉันเพื่อ?! “หนูคงตายด้านเรื่องผู้ชายมั้ง”“ถึงว่าอยู่ใกล้พี่ เพิร์ลไม่เห็นหวั่นไหว”“ใครบอกพี่ว่าหนูไม่หวั่นไหว” ฉั

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [100%]

    “หนูไม่รู้เลยว่าพี่เงินจะเป็นซิลเวอร์ คิดว่าพี่แข่งแบบปกติด้วยซ้ำ”“ก็นะ พี่แข่งได้หลายประเภท แต่ที่ชอบคือแบบดริฟต์มากกว่า” เสียดายมาก! ซิลเวอร์ควรชนะเจคแลคบ้าง ไม่สิ มันจะมีอยู่หลายครั้งนะที่ซิลเวอร์ชนะเจคแลคน่ะ เหมือนคล้ายสลับๆ กันขึ้นอันดับหนึ่งมากกว่า“ไม่เตรียมตัวเหรอคะ”“อีกยี่สิบนาที พอดีพี่หิวน่ะเห็นเพิร์ลก็เลยแวะมาทัก”“งั้นพี่...” ก้มหน้าลงมองตะกร้าก็พบว่าแซนวิชมันหมดเหลือแค่ซองคุกกี้แค่ไม่กี่ซอง “เอาคุกกี้ไปกินรองท้องก่อนสิ”“จะดีเหรอ”“ดีสิคะ” ฉันฉีกยิ้มกว้างและยื่นซองคุกกี้โอ๊ตมีลให้พี่เงินสองอัน “เป็นคุกกี้โอ๊ตมีล เนื้อสัมผัสมันจะหนึบๆ หน่อยนะ หนูใส่ผลไม้แห้งกับอัลมอนล์ไปด้วย”“เท่าไหร่ รอบนี้พี่ขอจ่ายเงินนะ ไม่เอาฟรี”“แต่หนูอยากให้ เพราะได้รู้ว่าพี่คือซิลเวอร์” จะได้เอาเรื่องนี้ไปคุยโม้กับไอ้ตังให้มันหายงอนฉันสักที “รอบหน้าหนูค่อยคิดเงิน”“โอเค” เขาพยักหน้ารับพลางแกะคุกกี้กินพลางชูนิ้วโป้งให้เชิงบอกว่ามันอร่อย“คุกกี้มีพลังงานเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดตที่ดีสำหรับเพิ่มพลังงานในเวลาที่ต้องการได้ เพราะงั้นพี่กินคุกกี้หนูจะได้มีแรงแข่งไงคะ”“ความรู้แน่นมาก” เป็นไงฉันน่ะมันเก่

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [50%]

    Jake Lack #11มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขาชิงช้าสวรรค์ที่นั่งรถเมล์ผ่านประจำแต่ไม่เคยได้เหยียบย่างเข้ามา มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางและติดริมแม่น้ำสายสำคัญ หนำซ้ำยามพลบค่ำไฟที่ตกแต่งรอบๆ หรือบนชิงช้าสวรรค์ก็สวยงามมาก พอเห็นคนที่รอต่อคิวกันฉันก็ห่อเหี่ยวใจทันที เพราะคนค่อนข้างเยอะจนฉันทำปากงอง้ำ“คนเยอะอะ จะได้นั่งกี่โมงก็ไม่รู้” ด้วยเพราะเป็นวันหยุด กว่าพี่เจคจะวนหาที่จอดรถได้ก็เกือบสิบนาทีเชียวนะ “พี่เจคไปนั่งตรงนั้นก่อนก็ได้นะ หนูไปต่อคิวซื้อตั๋วก่อน”“ไม่เป็นไร” พี่เจคตอบ “ไปด้วยกัน”พูดจบเขาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เดินนำฉันไปต่อคิว พอเห็นว่าฉันยืนเอ๋ออยู่ก็พยักหน้าให้มายืนต่อคิวด้วยกัน ฉันพาพี่เจคมาทรมานหรือเปล่าเนี่ย ความสูงของพี่เจคทำให้คนรอบข้างต้องหันกลับมามองเขากันใหญ่ ไม่ใช่แค่ความสูง ความหล่อเองก็เช่นกัน สาวน้อยสาวใหญ่บางคนมองพี่เจคแล้วก็เอามือปิดปากกรี๊ด แถมยังซุบซิบกันหากแต่ว่าคนข้างกายฉันกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากรอต่อคิวซื้อตั๋วที่รอประมาณสิบนาทีก็มาถึงคิวเราสองคน ตอนแรกฉันจะควักเงินจ่ายเองก็ไม่ทันพี่เจค เขาออกเงินให้เสร็จสัพกระทั่งเดินนำฉันขึ้นบันไดมารอขึ้นชิงช้าสวรรค์

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 10 เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน [100%]

    อธิบายออกไปด้วยเหตุและผล หวังว่าจะทำให้เด็กอย่างมันเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นฉันเป็นคนก่อ ฉันก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง “เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอารมณ์ของฉันล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับพี่เจคเลย”“เธอรู้ใช่ปะเพิร์ล หวั่นไหวน่ะได้” มันกำลังจะพูดถึงอะไรกันแน่ ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ “แต่เธอกับเขา ไม่เหมาะกัน”“จะให้บอกอีกกี่ร้อยครั้งว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”“เขาอาจจะมีคนที่ชอบหรือคนรักแล้วก็ได้ ผู้ชายที่หล่อ รวยขนาดนั้นคิดว่าจะโสดให้เธอหวั่นไหวหรือไง”“ก็ช่างเขาสิ เขาจะโสด ไม่โสดมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” อันที่จริงพี่เจคจะมีใครหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว ที่ฉันทำอยู่ตอนนี้คือชดใช้ค่าซ่อมกระจกที่ตัวเองเป็นคนทำต่างหาก พี่เจคอาจจะกำลังสอนให้ฉันรู้จักรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าหากวันนั้นฉันไม่ขับรถหนีมันอาจจะเคลียร์จบตั้งแต่ตอนนั้น แต่ด้วยความโง่เง่าของฉันไงเรื่องถึงได้บานปลายมาถึงตอนนี้ “แล้วแกเป็นอะไร จะวีนฉันเพื่อ?”“ฉันอิ่มแล้ว” ไอ้ตังลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเป้สะพายบ่า “กินกันสองคน คงจะดีกว่า”“ตัง”เรียกชื่อร่างสูงเสียงแผ่วเบาขณะไอ้ตังเดินออกจากร้านไป ฉันได้แต่สับสนและงุนงงกับเหตุกา

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 10 เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน [50%]

    Jake Lack #10เรื่องจริง ไม่ใช่ฝันพรึ่บ‘อยู่ข้างๆ พี่ ได้ไหม’“เรื่องจริงหรือความฝันกันแน่วะเพิร์ล”ฉันกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งจากเตียงนอน สลัดผ้านวมที่นอนคลุมโปงและมองไปรอบห้อง พลางยกมือตบแก้มตัวเองสองทีก็พบว่าคำพูดของพี่เจคยังคงวนเวียนในหัวสมอง เวลานี้ตีสามกว่าแล้ว ฉันยังข่มตานอนไม่หลับเลยให้ตายสิ!“คนบ้า พูดจาอะไรก็ไม่รู้”ให้หลังจากพี่เจคพูดคำนั้น เราสองคนก็แทบจะไม่พูดอะไรเลยจนพี่เจคพาฉันไปกินข้าวและพามาส่งที่หน้าปากซอยเข้าบ้าน ฉันเองก็อึ้งและอึ้ง จนกลายเป็นคนหูหนวกตาบอดขึ้นมาทันที พอเจอยายนวลกับไอ้ตังที่พอเห็นฉันก็บ่นยับว่าทำไมกลับช้าบลาๆ ก็นะไม่มีเวลาจะเถียงมันกลับ กลายเป็นว่าเหมือนชีวิตหยุดสตั๊นไปแปบหนึ่งกว่าจะชาร์จพลังกลับมาได้ จนถึงตอนนี้ข่มตาก็ยังไม่หลับเลยเอี้ยวตัวเปิดโคมไฟลิ้นชักหัวเตียง สายตาเหลือบไปเห็นกล่องบุหรี่ที่ฉันยังบ้าเก็บของเขามาทั้งที่ควรทิ้งมันไปได้แล้วใช่ปะ พอเห็นแบบนี้พอจะโยนทิ้งถังขยะมันก็ทิ้งไม่ลงอะ จำต้องเปิดลิ้นชักและโยนมันใส่เข้าไปแทน“เจอกันอีก คงต้องถามให้ชัดๆ ไปเลยว่าที่พูดจริงหรือแค่กำลังอ่อนไหว”ใช่ พี่เจคอาจจะกำลังอ่อนแอหรืออ่อนไหวจากคำพูดของป้าปาก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status