LOGINJake Lack #6
ยันต์ชนะ
“แน่ใจนะว่าจะไม่ให้รอรับ”
“ไม่เป็นไร แค่ขับรถมาส่งก็เกรงใจจะแย่ นายไม่เอาเงินอะ”
“คิดว่าฉันจะคิดเงินกับเพื่อนได้ลงคอเหรอวะ เรื่องแค่นี้เอง”
ฉันบ่นเมืองเหนือที่ขับรถมาส่งที่พัทยาและเลือกให้เพื่อนส่งแค่ด้านหน้าสนามแข่งรถเถื่อนเท่านั้นและจะเดินไปเองกับไอ้ตังที่ลงจากรถเตรียมเอาของมาเตรียมไว้ หลังจากแยกกับพี่เจคฉันก็กลับมาทันช่วยยายนวลแพคคุกกี้ใส่ซองแก้วแปะสติ๊กเกอร์เป็นอันเสร็จพอดิบพอดี จึงเปลี่ยนชุดนักศึกษาซึ่งปกติฉันจะสวมชุดนักศึกษามาขายเลย แต่ทีนี้คือไม่ได้สวมกระโปรงพลีทจำต้องเลือกเปลี่ยนเป็นสวมกางเกงยีนส์ขาสั้นชายรุ่ยสีซีดกับเสื้อยืดสีขาวโอเวอร์ไซส์เอาปลายเสื้อทับในตามด้วยสวมหมวกแก๊ปสีดำใส่แบบกลับหลัง
“พรุ่งนี้เลี้ยงหนม”
“อย่าซีดิวะ เป็นเพื่อนก็ต้องช่วยเหลือกันดิ” เดี๋ยวรถเสร็จก็ไม่ต้องพึ่งพาเมืองเหนือให้ต้องยุ่งยากแล้วล่ะ
“ขับรถดีๆ”
เมื่อร่ำลากับเพื่อนเรียบร้อยฉันก็มองตะกร้าใบใหม่แบบพลาสติกสีน้ำเงิน เพราะอันเก่าพี่เจคยึดเอาไว้เป็นหลักฐานไม่ยอมคืนมาด้วย จึงต้องบอกยายนวลไปว่าลองเปลี่ยนอะไรใหม่ๆ บ้างซึ่งยายนวลเองก็ไม่ได้คิดจะสงสัยอะไร ก็ทำให้โล่งอกไปได้ว่ายายไม่ได้โฟกัสเรื่องตะกร้าใบนั้นที่ทำให้ฉันมีชนักติดหลังกับพี่เจค
“ขายของเสร็จ ไปเดินเล่นตลาดแถวริมทะเลพัทยากันปะ”
“เอาดิ หาไรกินกันก่อนกลับ” ตอบตกลงเป็นอันว่าขายของเสร็จเราจะไปเดินเที่ยวกันก่อนกลับ พอเห็นไอ้ตังเดินนำเพื่อเอาของไปขายในสนามฉันก็คว้าต้นแขนของมันเอาไว้ซะก่อน “วันนี้เห็นนะ”
“เห็นอะไร?” มันทำหน้ามึนงง
“มีสาวมอง ใครอะบอกมาเลย”
“ไม่มี” ไอ้ตังขึ้นเสียงสูงพลางหลบตาฉัน ปกติมันไม่เคยหลบตาฉันนะ ต้องมีอะไรในกอไผ่แน่นอน
“โกหก” ฉันยังคงคะยั้นคะยอจนไอ้ตังสะบัดแขนออก “ชอบสาวก็บอกมา ไม่เห็นมีอะไรต้องอายเลยนี่นา แกหล่อขนาดนี้แถมเป็นนักกีฬาโรงเรียนอีกต่างหาก”
“ชอบที่ไหน ใครบอกไม่ทราบ”
“ก็เห็นสาวโบกมือให้”
“แค่โบกมือ ไม่ได้ชอบสักหน่อย” ทำมาเป็นปากแข็งนะเนี่ย อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะไอ้ตังฮอตจะตายไป
“หรือไง มีคนที่ชอบอยู่แล้วว่างั้น” ราวกับฉันถามจี้จุดไอ้ตังถึงกับหยุดชะงักพลางมองหน้าฉันที่หยุดเดิน หันไปมองร่างสูงที่ยืนนิ่งค้างเป็นหุ่น “เฮ้ย! หรือว่าแก...”
“ไม่มีอะไรทั้งนั้นอะ” ไอ้ตังปฏิเสธเสียงแข็งพลางยกมือเสยเส้นผมสีดำสนิทขึ้น “อย่าคาดคั้นได้ปะวะยัยบ๊อง”
“ไม่สนใจสาวคนเมื่อเช้าก็แสดงว่าแกมีคนที่ชอบจริงเหรอ ใครอะบอกหน่อยดิ”
“ไร้สาระฉิบหาย” มันไม่ตอบแถมยังผลักไหล่ฉันให้ถอยห่างและกึ่งวิ่งกึ่งเดินตรงเข้าไปในสนาม ที่เป็นทางสำหรับเดินไปยังอัฒจันทร์ ฉันยกมือเกาศีรษะตัวเองพลางอมยิ้ม
“อีแบบนี้มีสาวที่ชอบแน่นอน ร้ายนักนะไอ้เด็กเปรต”
ต้องรู้ให้ได้เลยสาวที่ไอ้ตังแอบชอบจะน่ารักและสวยแค่ไหน ถึงแบบนั้นก็นะเห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆ มีเหรอว่าเด็กผู้ชายอย่างมันจะไม่ตกหลุมรักใครน่ะเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ส่วนฉันน่ะเหรอคงยากเพราะตัวอย่างมีให้เห็นและใช่ ผู้ชายคนนั้นน่ะทำให้ฉันเลือกที่จะไม่เปิดใจให้กับใครทั้งนั้น ฉันแค่ไม่อยากเจอผู้ชายอย่างเขา แค่เขาคนเดียวก็ทำให้ฉันขยะแขยงเต็มเกลือแล้ว
ฉันเดินเข้ามาในโถงทางเดินซึ่งเป็นทางลาดยาวไปถึงสนาม ระหว่างที่เดินผ่านทางซ้ายมือที่ดูเหมือนจะเป็นโซนห้องแต่งตัวสำหรับนักแข่ง หางตามันเหมือนเห็นอะไรบางอย่างและแน่นอนว่าเรียกให้ฉันเดินถอยหลังชะโงกหน้าไปมองร่างสูงคุ้นตาที่นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาทางเข้าห้องที่ติดป้ายว่า ‘ห้ามเข้า เฉพาะนักแข่ง’ คนที่นอนตัวยาวปลายเท้าเลยโซฟาเพราะส่วนสูงที่เล่นงานคอฉันอยู่เสมอเวลาเงยหน้าคุยกัน รอยยิ้มผุดขึ้นขณะเดินย่องไปนั่งยองๆ ข้างเขา
“พี่เจค” และคนที่ว่าก็คือบุรุษผู้นอนได้ทุกที่และทุกเวลา ฉันเอานิ้วสะกิดท่อนแขนของเขาที่สวมชุดนักแข่งสีดำและเอามือซ้ายสอดเข้าใต้ท้ายทอย ใบหน้าหล่อเหลายามหลับก็ยังหล่ออยู่ดีนะคนเรา ราวกับเทพนิยายเรื่องเจ้าหญิงนิทราที่รอเจ้าชายมาจุมพิตถึงจะตื่น
สำหรับพี่เจคขอเปลี่ยนบทใหม่เป็นตำนานเจ้าชายนิทราแทน เขาคงไม่ต้องรอให้เจ้าหญิงที่รักเขาจริงมาจุมพิตหรอก ฉันเชื่อว่าคงไม่มีจูบไหนสามารถปลุกให้เจ้าชายขี้เซาคนนี้ลืมตาตื่นขึ้นมานอกเสียจากเขาจะตื่นด้วยตัวเอง ฉันค่อยๆ วางตะกร้าลงบนพื้นหันไปเห็นหมวกกันน็อกสีดำแบบทึบทั้งหมด ควานหาปากกาหมึกสีขาวขึ้นมาและขยับไปหยิบหมวกกันน็อกเต็มใบที่วางอยู่ตรงปลายเท้าเขามาถือไว้ จากนั้นฉันก็นึกสนุกด้วยการขีดเขียนอะไรบางอย่างลงบนเหนือหน้ากากเป็นรูปอีโมจิยิ้มชูสองนิ้วและเขียนคำภาษาอังกฤษว่า ‘Go for it!’ ความหมายของมันก็คือลุยไปเลยสิ!
“เรียบร้อย” พอเขียนหมวกกันน็อกให้เสร็จ พี่เจคก็ยังไม่รู้สึกตัวฉันก็เลยได้ใจเก็บปากกาหมึกสีขาวลงกระเป๋าและหยิบสีดำขึ้นมาแทนขณะค่อยๆ วางหมวกกันน็อกให้อยู่ตำแหน่งเดิม เป้าหมายคือหลังมือขวาของพี่เจคที่ห้อยออกมานอกโซฟา ฉันสอดมือตัวเองรองฝ่ามือหนาจากนั้นก็ใช้ปากเปิดปลอกปากกาคาบไว้ นึกขำในสิ่งที่ตัวเองทำตอนนี้คือการวาดตัวการ์ตูนลงบนหลังมือของเขา เป็นการวาดรูปหน้าเขาแบบตัวการ์ตูนหัวโตหลับตาและเขียนตัว Z สามตัวฟิลแบบหลับแต่ชูสองนิ้ว “คิก”
พอมองผลงานของตัวเองมันก็อดไม่ได้ปะที่จะหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาถ่ายรูปมือของพี่เจคที่วาดตัวการ์ตูนเอาไว้ จากนั้นก็เลื่อนไปกดถ่ายใบหน้าหล่อเหลาตอนหลับ หากแต่ว่าฉันกลับไม่ได้มองหน้าจอมือถือตัวเอง เอาแต่โฟกัสใบหน้าของเขายามที่ลมจากพัดลมตัวใหญ่ที่อยู่ห่างตัวพัดเส้นผมสีดำปลิวไปตามแรงลม เครื่องหน้าของพี่เจคคือดูดีไปหมดจริงๆ ดีจนหัวใจของฉันเต้นแรงเพียงเพราะนั่งจ้องเขาตอนหลับเนี่ยนะ
“บ้าจริงเพิร์ล ดึงสติหน่อย”
ยกมือทุบศีรษะตัวเองและเก็บของลงกระเป๋า ลุกขึ้นยืนไม่วายก็เลือกซองคุกกี้ที่วันนี้ยายนวลเลือกทำคุกกี้ผลไม้แห้งที่ตัวคุกกี้จะมีผลไม้แห้งเป็นส่วนผสม ตกแต่งหน้าคุกกี้เป็นบลูเบอร์รี่แห้ง ฉันยัดคุกกี้ใส่มือของพี่เจคและยกวางไว้บนหน้าท้องแกร่ง จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากมาเพื่อเร่ขายขนม ตอนนี้ไอ้ตังก็คือแซงหน้าไปแล้วอะมัวแต่ไปทำอะไรพี่เจคอยู่ก็ไม่รู้นะตัวฉัน
“มัวไปทำอะไรอยู่วะ ลูกค้าถามหาแซนวิชเนี่ย”
“ขี้”
“อุบาทว์” ไอ้ตังเอามือผลักศีรษะฉันและคว้าแซนวิชขึ้นไปให้ลูกค้า ส่วนฉันก็เดินเร่ขายของเฉกเช่นทุกวันจะมีลูกค้าประจำอยู่หลายคนที่เป็นขาประจำเลยนะ กระทั่งการแข่งขันแบบดริฟท์กำลังเริ่มต้นขึ้น ทำให้คนในสนามเตรียมพร้อมที่จะเชียร์คนที่รักที่ชอบกันอยู่แล้ว ฉันยืนเอาแขนเท้ากับขอบเหล็กมองร่างสูงคุ้นตาที่เดินออกมาพลางยกมือปิดปากตัวเอง ขนาดนอนไปแล้วยังจะง่วงอีกเหรอคนเรา “ตกลงเจคแลคไม่เอาเรื่องเธอใช่ปะ”
“อือ” ตอบไอ้ตังแบบนั้น แต่จริงๆ พี่เจคเอาเรื่องน่ะสิด้วยการให้ฉันชดใช้ด้วยการเลี้ยงข้าวให้ครบสามหมื่นห้า ฮึก
“หล่อแล้วยังใจดีอีก” ดีกับผีน่ะสิ! เขาน่ะร้ายที่สุด แต่เป็นร้ายแบบเงียบนะ ดูเหมือนคนไม่อะไรกับชีวิต ไม่แยแสและไม่ใส่ใจหรือไม่สนใจโลกก็ว่าได้ ทว่าอะไรที่เกี่ยวกับตัวเองปุ๊บจะรีบสนใจทันที ทำไมเรื่องฉันทำกระจกรถเขาร้าว เขาแสร้งทำเป็นไม่สนใจบ้างนะ แบบรวยแล้วไม่ต้องเอาผิดใครอะ “ถึงยังไงฉันก็เชียร์ซิลเวอร์อยู่ดี”
“เหรอ” ไอ้ตังเบ้ปากใส่ฉันขณะที่เสมองพี่เจคกำลังคุยกับสตาฟ ที่เอานิ้วจิ้มลงบนหมวกกันน็อกพอเขาเห็นปุ๊บก็แทนที่จะมีสีหน้าที่ตกใจหรือสงสัย ปรากฏว่าไม่มีเลยราวกับว่าเป็นเรื่องปกติทั้งที่ฉันเพิ่งจะแอบเขียนมันเองนะ จะเย็นชาเกินไปแล้วนะพ่อคุณ! “เจคแลคชนะอยู่แล้ว”
เพราะฉันร่ายคาถาให้ขนาดนั้นไม่ชนะก็ให้รู้ไปดิ พอถึงช่วงเวลาสำคัญพี่เจคขึ้นรถประจำที่เพื่อแข่งขันประเภทดริฟท์ ตอนแรกฉันเป็นพวกที่ไม่ได้สนใจหรอกนะแค่ดูผ่านๆ เนื่องจากขายของจนไม่มีเวลาเงยหน้าดูการแข่งขัน ทว่าพอถึงรอบพี่เจคแข่งปุ๊บสายตาก็เอาแต่จ้องมองรถของพี่เจคที่ยามเข้าโค้งและดริฟท์ล้อรถจนขึ้นควันโขมง เป็นการหักเลี้ยวได้สวยงามมาก จากที่ดูไม่เป็นเริ่มจะเข้าใจถึงการแข่งขันประเภทนี้แล้ว
สงสัยอย่างเดียวเลยนะ พี่เจคไม่มึนหัวบ้างเหรอที่ต้องเล่นดริฟท์รถเป็นวงกลม ฉันนั่งด้วยคนอ้วกแตก
“เฮ้อเซ็ง เจคแลคชนะอีกตามเคย”
“เพิร์ล พี่เต้เรียกหาน่ะ”
“ค่ะ เดี๋ยวมานะ” สตาฟผู้หญิงเรียกฉันให้ไปพบกับคุณเต้เจ้าของสนามที่ไม่รู้ว่าเรียกฉันไปทำไม ดันตะกร้าขนมให้ไอ้ตังถือไว้ จากนั้นฉันก็ลงอัฒจันทร์ตามไปยังห้องของคุณเต้ที่อยู่ด้านใน เคาะประตูที่เป็นแบบขุ่นจึงผลักเข้าไปเห็นคุณเต้กำลังนั่งนับเงินอยู่ ใช่ เงินก้อนพะเนินคงจะเป็นเงินที่มีคนลงเล่นพนันนั่นแหละ “คุณเต้เรียกหาหนู มีอะไรหรือเปล่าคะ”
[50%]
*---------------------------------------------------*
“เอ๊ะ”“ไม่สิ คนรู้ใจแบบปลอมๆ” พอหล่อนทักมาแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวนะ หน้าตาแบบนี้คุ้นจริงหากแต่ว่าฉันเจอคนมามากหน้าหลายตาไงก็เลยไม่ค่อยจะจำหน้าใครได้เสียเท่าไหร่ “ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับพี่เจค”“...”“แต่พี่เจคไม่มีทางดึงใครให้มาเป็นคนรู้ใจได้ง่ายขนาดนั้นหรอก” แลดูคำพูดเหมือนจะไม่มีอะไรนะ แต่มันมีไงทุกคน สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ลงท้ายแบบห้วนๆ ต่างจากกิริยาท่าทางที่เป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อม ไม่ใช่คนนี้ที่กอดพี่เจคที่สนามแข่งเขามีผู้หญิงกี่คนกันแน่? ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เจคที่แสนเย็นชาคนนั้นจะเจ้าชู้ขนาดนี้“แล้วมาบอกฉันทำไม” คนยิ่งโกรธเขาเรื่องสนามแข่งอยู่ มาโยนไม้สุ่มไฟให้ลุกโชนอีกฉันก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเป็นกอง “ถึงยังไงพี่เจคก็พูดออกจากปากเองไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นคนรู้ใจของเขา”“เธอไม่รู้จักพี่เจคดีพอ”“ใช่” ฉันไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ชอบใจที่เธอมากล่าวหาฉันราวกับตัวฉันไม่มีค่าพอให้พี่เจคดึงมาเป็นคนรู้ใจ ทั้งที่เรื่องตอนนั้นเขาพูดเองฉันไม่ได้รู้เรื่องสักหน่อย “แต่ล่าสุดพี่เจคขอให้ฉันอยู่ข้างๆ เขาแล้วล่ะ”ใบหน้าสวยหวานราวกับเจ้าหญิงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย คนที่
Jake Lack #12หลบหน้า‘น่าสนใจ’พี่เงินพูดคำๆ นี้ เล่นเอาฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยดิ อะไรที่ว่าน่าสนใจกันนะ “พี่หมายถึงอะไรเหรอ”“อ่า พี่กำลังหมายถึงว่าเอาขนมไปวางตามร้านน่ะ”“ค่ะ” ยกมือเกาศีรษะตัวเองและตักไอศกรีมกิน อย่างพี่เงินเนี่ยนะจะมาสนใจฉัน หล่อ รวยขนาดนี้จะมาสนใจผู้หญิงที่โคตรจะธรรมดาอย่างฉันทำไมกัน“ไม่มีใครมาจีบเพิร์ลบ้างเหรอ”“ไม่นะคะ” ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครมาจีบฉันเลย อาจจะเพราะฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้และเอาแต่คิดเรื่องค้าขาย โฟกัสแค่เงินเป็นหลักละมั้ง“แล้วคนที่ชอบล่ะ ไม่มีบ้างเหรอ มันต้องมีบ้างสิ”“คนที่ชอบเหรอ...” ฉันทำหน้านึกคิดจู่ๆ ใบหน้าของใครบางคนก็แวบเข้ามาจนฉันถึงกับนิ่งไป พลางสะบัดศีรษะตัวเองเพื่อให้หลุดโฟกัส จะบ้าหรือไงไปคิดถึงหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้นทำไมกันล่ะเพิร์ล! “หนูไม่มีใครหรอกค่ะ”“อายุเท่าไหร่แล้วเราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”“บ้าน่า เด็กสาวรุ่นเพิร์ลพี่ควงมานับไม่ถ้วน จะไม่มีเลยเหรอคนที่ชอบน่ะ”“ค่ะ ไม่มี” ก็บอกอยู่ว่าไม่มีก็คือไม่มีดิ พี่เงินจะคาดคั้นฉันเพื่อ?! “หนูคงตายด้านเรื่องผู้ชายมั้ง”“ถึงว่าอยู่ใกล้พี่ เพิร์ลไม่เห็นหวั่นไหว”“ใครบอกพี่ว่าหนูไม่หวั่นไหว” ฉั
“หนูไม่รู้เลยว่าพี่เงินจะเป็นซิลเวอร์ คิดว่าพี่แข่งแบบปกติด้วยซ้ำ”“ก็นะ พี่แข่งได้หลายประเภท แต่ที่ชอบคือแบบดริฟต์มากกว่า” เสียดายมาก! ซิลเวอร์ควรชนะเจคแลคบ้าง ไม่สิ มันจะมีอยู่หลายครั้งนะที่ซิลเวอร์ชนะเจคแลคน่ะ เหมือนคล้ายสลับๆ กันขึ้นอันดับหนึ่งมากกว่า“ไม่เตรียมตัวเหรอคะ”“อีกยี่สิบนาที พอดีพี่หิวน่ะเห็นเพิร์ลก็เลยแวะมาทัก”“งั้นพี่...” ก้มหน้าลงมองตะกร้าก็พบว่าแซนวิชมันหมดเหลือแค่ซองคุกกี้แค่ไม่กี่ซอง “เอาคุกกี้ไปกินรองท้องก่อนสิ”“จะดีเหรอ”“ดีสิคะ” ฉันฉีกยิ้มกว้างและยื่นซองคุกกี้โอ๊ตมีลให้พี่เงินสองอัน “เป็นคุกกี้โอ๊ตมีล เนื้อสัมผัสมันจะหนึบๆ หน่อยนะ หนูใส่ผลไม้แห้งกับอัลมอนล์ไปด้วย”“เท่าไหร่ รอบนี้พี่ขอจ่ายเงินนะ ไม่เอาฟรี”“แต่หนูอยากให้ เพราะได้รู้ว่าพี่คือซิลเวอร์” จะได้เอาเรื่องนี้ไปคุยโม้กับไอ้ตังให้มันหายงอนฉันสักที “รอบหน้าหนูค่อยคิดเงิน”“โอเค” เขาพยักหน้ารับพลางแกะคุกกี้กินพลางชูนิ้วโป้งให้เชิงบอกว่ามันอร่อย“คุกกี้มีพลังงานเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดตที่ดีสำหรับเพิ่มพลังงานในเวลาที่ต้องการได้ เพราะงั้นพี่กินคุกกี้หนูจะได้มีแรงแข่งไงคะ”“ความรู้แน่นมาก” เป็นไงฉันน่ะมันเก่
Jake Lack #11มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขาชิงช้าสวรรค์ที่นั่งรถเมล์ผ่านประจำแต่ไม่เคยได้เหยียบย่างเข้ามา มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางและติดริมแม่น้ำสายสำคัญ หนำซ้ำยามพลบค่ำไฟที่ตกแต่งรอบๆ หรือบนชิงช้าสวรรค์ก็สวยงามมาก พอเห็นคนที่รอต่อคิวกันฉันก็ห่อเหี่ยวใจทันที เพราะคนค่อนข้างเยอะจนฉันทำปากงอง้ำ“คนเยอะอะ จะได้นั่งกี่โมงก็ไม่รู้” ด้วยเพราะเป็นวันหยุด กว่าพี่เจคจะวนหาที่จอดรถได้ก็เกือบสิบนาทีเชียวนะ “พี่เจคไปนั่งตรงนั้นก่อนก็ได้นะ หนูไปต่อคิวซื้อตั๋วก่อน”“ไม่เป็นไร” พี่เจคตอบ “ไปด้วยกัน”พูดจบเขาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เดินนำฉันไปต่อคิว พอเห็นว่าฉันยืนเอ๋ออยู่ก็พยักหน้าให้มายืนต่อคิวด้วยกัน ฉันพาพี่เจคมาทรมานหรือเปล่าเนี่ย ความสูงของพี่เจคทำให้คนรอบข้างต้องหันกลับมามองเขากันใหญ่ ไม่ใช่แค่ความสูง ความหล่อเองก็เช่นกัน สาวน้อยสาวใหญ่บางคนมองพี่เจคแล้วก็เอามือปิดปากกรี๊ด แถมยังซุบซิบกันหากแต่ว่าคนข้างกายฉันกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากรอต่อคิวซื้อตั๋วที่รอประมาณสิบนาทีก็มาถึงคิวเราสองคน ตอนแรกฉันจะควักเงินจ่ายเองก็ไม่ทันพี่เจค เขาออกเงินให้เสร็จสัพกระทั่งเดินนำฉันขึ้นบันไดมารอขึ้นชิงช้าสวรรค์
อธิบายออกไปด้วยเหตุและผล หวังว่าจะทำให้เด็กอย่างมันเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นฉันเป็นคนก่อ ฉันก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง “เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอารมณ์ของฉันล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับพี่เจคเลย”“เธอรู้ใช่ปะเพิร์ล หวั่นไหวน่ะได้” มันกำลังจะพูดถึงอะไรกันแน่ ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ “แต่เธอกับเขา ไม่เหมาะกัน”“จะให้บอกอีกกี่ร้อยครั้งว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”“เขาอาจจะมีคนที่ชอบหรือคนรักแล้วก็ได้ ผู้ชายที่หล่อ รวยขนาดนั้นคิดว่าจะโสดให้เธอหวั่นไหวหรือไง”“ก็ช่างเขาสิ เขาจะโสด ไม่โสดมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” อันที่จริงพี่เจคจะมีใครหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว ที่ฉันทำอยู่ตอนนี้คือชดใช้ค่าซ่อมกระจกที่ตัวเองเป็นคนทำต่างหาก พี่เจคอาจจะกำลังสอนให้ฉันรู้จักรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าหากวันนั้นฉันไม่ขับรถหนีมันอาจจะเคลียร์จบตั้งแต่ตอนนั้น แต่ด้วยความโง่เง่าของฉันไงเรื่องถึงได้บานปลายมาถึงตอนนี้ “แล้วแกเป็นอะไร จะวีนฉันเพื่อ?”“ฉันอิ่มแล้ว” ไอ้ตังลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเป้สะพายบ่า “กินกันสองคน คงจะดีกว่า”“ตัง”เรียกชื่อร่างสูงเสียงแผ่วเบาขณะไอ้ตังเดินออกจากร้านไป ฉันได้แต่สับสนและงุนงงกับเหตุกา
Jake Lack #10เรื่องจริง ไม่ใช่ฝันพรึ่บ‘อยู่ข้างๆ พี่ ได้ไหม’“เรื่องจริงหรือความฝันกันแน่วะเพิร์ล”ฉันกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งจากเตียงนอน สลัดผ้านวมที่นอนคลุมโปงและมองไปรอบห้อง พลางยกมือตบแก้มตัวเองสองทีก็พบว่าคำพูดของพี่เจคยังคงวนเวียนในหัวสมอง เวลานี้ตีสามกว่าแล้ว ฉันยังข่มตานอนไม่หลับเลยให้ตายสิ!“คนบ้า พูดจาอะไรก็ไม่รู้”ให้หลังจากพี่เจคพูดคำนั้น เราสองคนก็แทบจะไม่พูดอะไรเลยจนพี่เจคพาฉันไปกินข้าวและพามาส่งที่หน้าปากซอยเข้าบ้าน ฉันเองก็อึ้งและอึ้ง จนกลายเป็นคนหูหนวกตาบอดขึ้นมาทันที พอเจอยายนวลกับไอ้ตังที่พอเห็นฉันก็บ่นยับว่าทำไมกลับช้าบลาๆ ก็นะไม่มีเวลาจะเถียงมันกลับ กลายเป็นว่าเหมือนชีวิตหยุดสตั๊นไปแปบหนึ่งกว่าจะชาร์จพลังกลับมาได้ จนถึงตอนนี้ข่มตาก็ยังไม่หลับเลยเอี้ยวตัวเปิดโคมไฟลิ้นชักหัวเตียง สายตาเหลือบไปเห็นกล่องบุหรี่ที่ฉันยังบ้าเก็บของเขามาทั้งที่ควรทิ้งมันไปได้แล้วใช่ปะ พอเห็นแบบนี้พอจะโยนทิ้งถังขยะมันก็ทิ้งไม่ลงอะ จำต้องเปิดลิ้นชักและโยนมันใส่เข้าไปแทน“เจอกันอีก คงต้องถามให้ชัดๆ ไปเลยว่าที่พูดจริงหรือแค่กำลังอ่อนไหว”ใช่ พี่เจคอาจจะกำลังอ่อนแอหรืออ่อนไหวจากคำพูดของป้าปาก







