로그인ตอนที่ 5
เซอร์ไพรส์
“จะพาไปไหน”
“มีของขวัญจะให้แฟนน่ะ แต่ของชิ้นใหญ่ ถือใส่มอเตอร์ไซค์คงไม่ไหวคนเดียว”
“อ๋อ~” ฉันทำเสียงยาวพลางพยักหน้ารับเรื่อง “งั้นไปเลยมั้ย มึงนัดเขาไว้กี่โมง”
“ไม่ได้นัด กะว่าจะไปเซอร์ไพรส์น่ะ วันนี้ครบรอบ 2 ปี”
“ว้าว” น้ำเสียงตื่นเต้นบวกกับแววตาพราวระยับที่ฉันแสดงออก ทำให้ใบหูของเดือนฉายขึ้นสีแดงระเรื่อ “ยินดีด้วยนะ อ้อ! เกือบลืม เอากูไปเป็นเพื่อนแทนที่จะเป็นเพื่อนผู้ชาย แฟนมึงจะไม่ว่าเอาเรอะ”
ข้อนี้ฉันอดไม่ได้ที่จะเป็นกังวล ร้อยทั้งร้อยไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากให้แฟนตัวเองสนิทกับเพื่อนผู้หญิงหนักหรอก และยิ่งเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ ยิ่งจะทำให้เข้าใจผิดไปใหญ่
“ไม่หรอก เพราะปกติกูก็มีแต่เพื่อนผู้หญิง เพื่อนชายก็มีแค่ไอ้กายที่สนิท”
“มึงเป็นตุ๊ดป่ะเนี่ย!”
“ตุ๊ดบ้านป้ามึงสิคบผู้หญิง”
แรงมากกกกกก! แต่ก็จริงอย่างที่เดือนฉายว่า
เดือนฉายกลอกสายตามองอย่างเอือมระอาและออกเดินกลับไปยังทางที่เราจากมา โดยไม่ได้สนใจฉันที่ยืนฉีกยิ้มอยู่ราวกับเป็นอากาศ ดังนั้นจึงรีบสาวเท้ายาว ๆ ตามหลังเขาไปติด ๆ
“โทษที ๆ ก็เห็นบอกว่ามีแต่เพื่อนหญิง”
มีเพียงหางตาที่ปรายมามองพร้อมสีหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งคำตอบ สงสัยจะพูดไม่เข้าหูซะแล้วสิ ได้แต่บ่นอุบอิบในใจแล้วก้าวเดินตามหลังเขาไปแบบเงียบ ๆ
เพราะชวนคุยด้วยแล้ว แต่เพื่อนดันไม่คุยด้วย …น่าจะโกรธล่ะมั้ง?
ของขวัญครบรอบ 2 ปีที่เดือนฉายบอก คือตุ๊กตาหมีสีน้ำตาลผูกโบสีแดงตรงคอ ขนาดตัวใหญ่แบบบิ๊กเบิ้ม ใหญ่เท่า ๆ กับตัวฉันเลย ไม่สิ! ใหญ่กว่าฉันเกือบ 2 เท่าเลยด้วยซ้ำ เพราะนั่งกอดเอาไว้ด้านหลังคนขับแทบจะไม่รอด
สุดท้ายเลยต้องเปลี่ยนแผนใหม่ ใช้รถเก๋งของฉันสำหรับเดินทางไปเซอร์ไพรส์แทน เนื่องจากเก๋งของเดือนฉายต้องขับไปเปลี่ยนที่บ้านซึ่งใช้เวลานานเกือบ 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว ประจวบเหมาะกับฉันที่มีรถเก๋งอยู่จะได้ไม่เสียเวลา
“แฟนนายอยู่ที่ไหนเหรอ”
“ไม่ไกล ห่างจากคอนโดของเราเกือบ ๆ 10 กิโลฯ น่ะ”
“สิบโลก็ไกลนา~” ฉันออกความเห็นเสียงยาว ส่งสายตามองออกไปนอกกระจกรถ เม้มริมฝีปากเข้าด้วยกันจนเป็นเส้นตรง “ดูจากรถที่จอดนิ่งไร้การเคลื่อนไหวนี่แล้ว”
“ในแม็บที่ขึ้นบนหน้าจอบอกเวลาเดินทางครึ่งชั่วโมง”
ฉันละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือพลางเลื่อนไปมองหน้าจอในรถที่ขึ้นบอกเวลาเดินทาง “อย่างน้อยก็เชื่อได้เกือบ ๆ 80 เปอร์เซ็นต์ ถ้าไม่เข้าเส้นทางผิดอ่ะนะ”
“ไม่ได้เป็นคนขับอย่าพูดมากน่า นั่ง ๆ ไปเถอะ”
“เอ้า!”
ฉันก็แค่แสดงความคิดเห็น และก็อยากรู้เรื่องบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ พอเป็นพิธี ไหง่มาหงุดหงิดใส่เป็นงั้นไป แต่มีหรือที่ฉันจะสนใจก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ในมือต่อ และเอื้อมมือออกไปหยิบขนมที่วางอยู่ข้างลำตัวกินด้วยความสบายอีกต่างหาก
ซึ่งเดือนฉายก็ไม่ได้ต่อปากต่อคำต่อจากนั้น หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาเล่นฆ่าเวลาระหว่างรอสัญญาณไฟจราจร
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง Civic สีขาวไร้ซึ่งการแต่งเดิม ๆ จากโรงงานก็ขับเข้ามาจอดภายในคอนโดฯ ตอนแรกเราตกลงกันว่าฉันจะนั่งรอในรถ ไม่ก็กลับก่อนเลยเพราะเดือนฉายคงอยู่ค้างที่คอนโดฯ แฟน แต่เนื่องจากของขวัญที่เตรียมมามันมีสองชิ้น นอกจากตุ๊กตาหมีก็มีช่อดอกกุหลาบขนาดใหญ่ติดมาด้วยอีก
…เล่นใหญ่เกินเบอร์เลยเพื่อนตรู ~
“นายอุ้มตุ๊กตา เดี๋ยวฉันหลบข้างหลังตอนเธอเปิดประตู”
“รุ่นนี้ไม่รอให้เสียเวลา” เจ้าของนัยน์ตาสีสนิมกระตุกยิ้มด้วยความตื่นเต้น “เปิดประตูพร้อมเซอร์ไพรส์แบบเสร็จสรรพ เพราะเมื่อคืนเธอไปดื่มมาคงจะยังไม่ตื่น”
“โห~ นี่ก็เกือบบ่ายสามละนะ”
“เธอเป็นคนขี้เซาน่ะ”
คีย์การ์ดถูกหยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ตระหว่างที่ฉันกำลังจะอ้าปากพูดต่อ แสดงให้เห็นว่าเราทั้งคู่เดินมาถึงห้องของแฟนเดือนฉายแล้ว ดังนั้นฉันจึงเงียบเสียงลงและเขยิบลงมาอยู่หลังเขาสองก้าว รอให้เจ้าตัวเปิดประตูเข้าห้องเพื่อทำตามความตั้งใจให้แล้วสิ้น
ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะเข้ากับใบหน้าจนรู้สึกขนลุกซู่ แต่ก็คงจะเทียบไม่ได้กับแววตาแสนเย็นยะเยือกที่เปลี่ยนไปทันทีที่ก้าวขาเข้ามาภายในห้องที่มืดสลัว
ตับ ตับ ตับ
“อ๊ะ อ๊ะ อ้า พี่ตะวัน อ้า~”
เสียงเนื้อกระทบเนื้อผสมเสียงครางกระเส่าโหยหวนหลังห้องกระจกบานเลื่อน คงเป็นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเพื่อนชายที่ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าประตู
ครืดดดดด
สองร่างเปลือยเปล่าบนเตียงขนาดใหญ่รีบผละออกจากกันราวกับพึ่งโดนน้ำร้อนลวก หญิงสาวใบหน้าผุดผ่องรีบคว้าผ้าห่มขึ้นมาปกปิดเรือนกายพร้อมกับดวงตาที่เบิกโพลง ส่วนชายหนุ่มใบหน้าขาวตี๋ ผมเผ้ายุ่งเหยิง รีบกระโจนลงเตียงหยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นขึ้นมาปกปิดไอ้จ้อนของตนไว้ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“พี่ฉาย! พะ พี่..”
น้ำเสียงสั่นเครือของสาวเจ้าของห้องหยุดลงพร้อมร่างที่สะดุ้งโหยง เมื่อเดือนฉายโยนตุ๊กตาที่เขาตั้งใจนำมาเซอร์ไพรส์วันครบรอบใส่แฟนสาวแบบไร้ซึ่งความอ่อนโยน
“นานแค่ไหนแล้ว?”
“พะ พี่”
“ตอบมา…”
“พี่ฉาย”
“พี่บอกให้!” โทนเสียงที่กำลังจะตวาดลั่นหยุดลงพร้อมกับลมหายใจที่สูดเข้าลึกเหมือนกำลังระงับความกรุ่นโกรธที่ปะทุ “พี่ถามว่านานแค่ไหนแล้ว”
“ไม่นาน”
เพล้ง!
ช่อกุหลาบในมือที่ฉันถืออยู่ถูกเดือนฉายคว้าไปโยนใส่ชายชู้ที่ยืนทำสีหน้าเรียบเฉยอยู่ริมกระจก กระทบเข้ากับแจกันตั้งโต๊ะร่วงลงมาแตกเสียงดังเพล้ง
“ถ้ามึงอยากได้นักก็เอาไปเลย กูยกให้!”
ฉันแทบตามหาเสียงของตัวเองไม่เจอ เมื่อเดือนฉายกลับหลังหันเดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าโกรธจัด ส่วนฉันที่เป็นส่วนประกอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ในสมการนี้ ได้แต่คลี่ยิ้มแห้ง ๆ แล้วกลับหลังหันวิ่งออกจากห้องตามหลังเพื่อนชายมาติด ๆ
“โอเคหรือเปล่า?”
ในที่สุดฉันก็ทนความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ไหว ส่งเสียงถามออกไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะแววตาของคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่นัก
“ใครมันจะโอเควะ” แม้น้ำเสียงจะเรียบเฉยราวกับคนไม่รู้สึกอะไร แต่แววตาที่ฉายออกมามักปกปิดความรู้สึกเอาไว้ไม่มิด เดือนฉายสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเลื่อนแววตาอันเลื่อนลอยเข้ามาจ้องสบสายตาเข้าด้วยกันในจังหวะที่รถหยุดรอสัญญาณไฟจราจร “กูไม่โอเคเลยเว้ย แม่ง! เจอภาพบาดตาบาดใจขนาดนั้น เป็นมึง มึงโอเคเหรอ”
“กูเข้าใจ…” มือเรียววางลงบนบ่าไหล่พลันออกแรงตบเบาๆ เป็นเชิงปลอบใจ “วัน เวลา จะช่วยเยียวยา อาจจะช้า แต่มันจะผ่านไปแน่นอน”
แววตาแสนลึกลับคู่นั้นหายไปเหลือเพียงแววตาสั่นระริกพร้อมหยาดน้ำสีใสที่รื้นขึ้นมาบริเวณดวงตา
“โทษที แสดงด้านอ่อนแอให้ได้เห็น”
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ยังไงเราก็เพื่อนกัน อยากร้อง ร้องออกมา ร้องให้พอแล้วเริ่มต้นวันใหม่ด้วยจิตใจที่ร่าเริง”
เจ้าของเรือนผมสีดำสนิทสูดน้ำมูก เขาไม่ได้ส่งเสียงร้องไห้โฮจะเป็นจะตายเหมือนที่ผู้หญิงเราเป็นกัน เพียงแค่ปล่อยให้หยดน้ำตาร่วงลงมาแทนคำพูดที่อัดอั้นอยู่ในใจ
...น้ำตาของลูกผู้ชายที่แพ้ภัยให้กับคำว่า ‘รัก’
ความสัมพันธ์ที่จบลงมักมีอีกคนที่รู้สึกมากกว่าเสมอ และคนที่รู้สึกมากกว่ามักจะเป็นผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังอยู่ร่ำไป
ฉันกับเดือนฉายแยกย้ายกันหลังจากที่กลับมาถึงคอนโดฯ ของเขา ไอ้เราก็หวังดีเห็นเพื่อนอกหักเสนอตัวอยากจะอยู่เป็นเพื่อน แต่เพื่อนไม่ยอมรับข้อเสนอบอกว่าอยากอยู่คนเดียว จะทบทวนเรื่องราวความรักที่ผ่านมาและผ่านมันมาได้แบบเป็นคนใหม่
ทว่า! ผ่านไปแล้วสองวันก็ยังไม่เห็นหน้าของคนที่บอกว่าจะทบทวน แถมยังหายเข้ากลีบเมฆ โทรไปไม่รับ โทรกลับไม่มี ตามไปหาที่คอนโดฯ ก็ไร้วิญญาณของมนุษย์ผู้อยู่อาศัย
“มึงเจอมันล่าสุดวันไหนวะพาย”
“ก็เมื่อสองวันก่อนตามที่กูเล่าให้มึงฟังนั่นแหละ”
“ไม่ใช่ว่ามันคิดสั้นไปกระโดดสะพานพระราม 8 แล้วล่ะ”
“มึงก็คิดไปเรื่อยไอ้กายแก้ว” มะลิรีบว่าเอ็ดเพื่อนชายที่ประจำที่นั่งคนขับด้วยแววตาตำหนิ “ปากไม่ดีหาแช่งเพื่อน”
“ใครจะไปรู้ล่ะ ไอ้บ้าฉายมันยิ่งชอบทำเรื่องอะไรที่นึกไม่ถึงอยู่”
“มันอาจจะกลับบ้านก็ได้ ลองไปตามหาที่บ้านมั้ย?” ฉันแสดงความคิดเห็นขึ้นมาบ้าง หลังจากที่นั่งเงียบอยู่นาน เพราะกำลังเลื่อนหาเบาะแสในสื่อโซเชียลของเดือนฉาย ที่พึ่งอัปเดตแบบล่าสุดไปเมื่อหกเดือนที่แล้ว
“ใช่ ๆ ๆ ลองไปตามหาที่บ้าน” มะลิรีบพยักหน้าเห็นด้วย
กายแก้วพยักหน้าเห็นด้วยอีกคนแล้วรีบเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปที่บ้านของเดือนฉายในเวลาต่อมา ทว่าเมื่อมาถึงกลับไร้ซึ่งร่องรอยของเดือนฉาย มีเพียงแม่ของเขาที่ออกมาต้อนรับพร้อมหาน้ำหาท่าให้กินเมื่อเห็นว่าเป็นแขกของลูกชายตัวเอง
“ไม่ต้องลำบากคุณแม่หาน้ำหาท่ามาให้ก็ได้นะคะ พวกหนูแค่มาแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับ”
“ไม่เป็นไรเลยจ้ะหนูพาย” แม่ของเดือนฉายระบายยิ้มอย่างใจดี “แค่รู้ว่าฉายเขามีเพื่อนคนอื่นนอกจากเจ้ากายแม่ก็รู้สึกดีใจมาก ๆ เลยล่ะจ้ะ”
แน่นอนว่าฉันกับมะลิไม่เคยรู้จักกับครอบครัวของเดือนฉายมาก่อน แต่ที่ท่านรู้ชื่อของฉันกับมะลิก็เพราะได้แนะนำตัวไปก่อนหน้านี้เมื่อก้าวขาลงจากรถ
“เจ้าฉายเขาไม่ได้กลับมาบ้านหรอก เห็นบอกกับแม่ไว้เมื่อสองสามวันก่อนว่าจะกลับมาอีกทีปิดเทอมเลย”
“ครับ” กายพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจหลังจากที่ฟังแม่ของเดือนฉายพูดจบ “งั้นพวกผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ขับรถกลับกันดี ๆ นะลูก ว่าง ๆ แวะมาเที่ยวเล่นหาแม่ได้นะ”
ฉันกับมะลิฉีกยิ้มกว้างพร้อมโน้มตัวเคารพด้วยความนอบน้อม ก่อนจะยัดตัวเองเข้าไปในรถ BMW ของกายแก้วที่ประจำที่นั่งคนขับรออยู่ก่อนแล้ว
“ในเมื่อมันไม่ได้กลับบ้าน แล้วมันหายไปไหนวะ แม่งโทรไปก็ไม่รับ” น้ำเสียงของกายติดโมโห สายตาของเขาที่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ฉายแววความกังวล “ไอ้ฉายมันไม่ได้บอกอะไรมึงเลยเหรอพาย”
“ไม่ ในวันเกิดเรื่องกูก็เสนอตัวจะอยู่เป็นเพื่อน แต่มันก็ปฏิเสธและเดินเข้าคอนโดฯ ไป”
“พวกมึงสองคนใจเย็น ๆ กันก่อนนะ” มะลิที่ประจำที่นั่งอยู่เบาะด้านหลัง ชะโงกหน้าเข้ามาช่องตรงกลางระหว่างเบาะหน้าพลันยื่นโทรศัพท์ของเธอมาตรงหน้า “บางทีเดือนฉายในอาจจะอยากอยู่คนเดียวเหมือนที่บอกก็ได้ อย่างว่าคนอกหัก เห็นภาพแฟนกำลังเอากับผู้ชายอื่นต่อหน้าต่อตาใครจะทำใจไหววะ”
หน้าจอโทรศัพท์ของมะลิโชว์แอคเคาท์ของคนที่พวกเรากำลังตามหาด้วยความร้อนใจ โดยในสตอรี่ที่อัปเดตล่าสุดคือภาพดวงจันทร์พร้อมระบุแคปชั่นว่า
‘…ขอทำใจสักพัก เข้มแข็งแล้วเจอกูคนใหม่ได้เลย’
ตอนที่ 9มีรุ่นพี่เข้ามาจีบ ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่นมีอยู่จริง! สีหน้า แววตา และคำพูดของเดือนฉายในคืนนั้นยังติดตรึง ถ้าไม่มีประโยคต่อท้ายที่ทำเอาคนฟังถึงกับกุมขมับคงคล้อยตามไปถึงไหนต่อไหน “ปฏิเสธเพื่อนเพราะจะไปกับผู้ น่าหมั่นไส้ว่ะ” มะลิจีบปากจีบคอพูดด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้ยแหย่ “ว่าแต่ไปรู้จักกันตอนไหนวะ?” “เขาทักไอจีมา บอกว่าอยากทำความรู้จัก” “แล้วมึงก็ยอมคุยกับเขาง่าย ๆ เลยเหรอ” “ก็ไม่เชิง” ละสายตาจากหนังสือที่กำลังอ่าน เม้มริมฝีปากเข้าด้วยกันแน่นทอดสายตามองใบหน้ากายอย่างเอือม ๆ “เกือบ ๆ อาทิตย์ถึงยอมเปิดใจคุยน่ะ” “เล่นตัวเอาเรื่อง” “แน่นอน” “สรุปตกลงคบกันแล้ว?” บุคคลที่เอนหลังเอาขาพาดโต๊ะส่งเสียงขึ้นมา พลางหยิบหนังสือที่ใช้ปิดบังใบหน้าออกทอดสายตามองมาที่ฉันด้วยความว่างเปล่า “ยัง แค่คุย ๆ แล้วก็พึ่งนัดเจอกันคืนนี้แหละ” “ระวังบ้างก็ดี ไม่ใช่ใครทักหาและชวนไปไหนก็จะไปกับเขาเลย” หนังสือเล่มหนาเตอะถูกวางทับบนใบหน้าดังเดิม ส
ตอนที่ 8เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป ต้นเดือนมีนาแรกเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ในอดีตอาจจะใช่! แต่ไม่ใช่ในยุคปัจจุบันที่เริ่มเข้าหน้าร้อนตั้งแต่ปลายมกราคม หรืออาจจะเรียกว่าฤดูร้อนตลอดทั้งปีเพราะสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนไปอย่างมาก เราทั้งหมดตกลงสถานที่เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจในช่วงปิดเทอม คือหมู่บ้านในหุบเขาที่มีจุดเด่นคือเหมืองหินติดชายแดนไทย-พม่า มีสภาพภูมิอากาศที่เย็นยะเยือกอยู่ตลอดปี แน่นอนว่าฉันเคยไปมาครั้งหนึ่งแต่เพราะเพื่อน ๆ ต่างลงความเห็นฉันจึงไม่ได้ติดขัดเพราะบรรยากาศในหุบเขาถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ระยะทางเกือบ 400 กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานคร เดินทางผ่านเทือกเขาลำห้วยเพื่อพิชิตโค้งอันน่าหวาดเสียว อาจจะเป็นความฝันและความตื่นเต้นของนักบิดสายลุยหลายคน ...แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน! รถยนต์มีกันทุกคนแต่เลือกขับมอเตอร์ไซค์เพื่อความตื่นเต้นและเร้าใจ “สีหน้าไอ้พายไม่สู้ดีเลย ไหวป่าววะ” กายเดินเข้ามาดูอาการของฉันที่นั่งสูดยาดมตราโป๊ยเซียนอยู่ม้านั่งทางเข้าห้องพัก “ไหวมั้ย เดี๋ยวจ่ายเงินค่าห้องเสร็จมึงนอนพักก่อนก็ได้นะ”
ตอนที่ 7ผีห่าซาตานเข้าสิง ทุกคนอึ้ง กรรมการอึ้ง เมื่อเดือนฉายพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยระหว่างที่ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ฉันอ้าปากค้างเกือบหนึ่งนาทีเต็ม และพอเรียกสติกลับมาได้จึงยื่นแก้วของตัวเองไปตรงหน้า “มึงเอาจริงเหรอ” “เออ”“โอเค มึงบอกแบบนั้น กูก็ไม่อยากขัดศรัทธา ดีล!” กริ๊ง เสียงแก้วกระทบแก้วเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าฉันกับเดือนฉายได้ทำสัญญากันขึ้น เกี่ยวกับการเป็นแฟนปลอม ๆ ที่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้กลายมาเป็นบทสนทนาของเราทั้งสี่คนได้อย่างไร “แล้วเราจะรออะไรอยู่ล่ะค้าบ โชนแก้ววววว” ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล ต่างคนต่างยกแก้วขึ้นกระดกราวกับเครื่องดื่มที่อยู่ในแก้วนั้นไร้ซึ่งแอลกอฮอล์ กระดกดื่มราวกับน้ำเปล่าที่ต้องดื่มกินหลังจากที่กินข้าวเสร็จ ยิ่งดึกบรรยากาศที่ร้านยิ่งครึกครื้น นักท่องราตรีที่หลุดออกจากอีกร้านก็เริ่มทยอยเข้ามา ณ ร้านนั่งชิวแห่งนี้เนื่องจากเปิดถึงตี 4 โปรแรกผ่านไป โปรสองสาม สี่และห้าก็ผ่านมาเรื่อย ๆ กระทั่งรู้สึกว่าลิ้นเริ่มจะหวาน พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง “มึง
ตอนที่ 6จำไม่ได้เหรอ?นานนับเดือนกว่าเดือนฉายจะโผล่หัวมาที่มหา’ลัย ให้เพื่อน ๆ และอาจารย์ในคณะได้เห็นหน้า จนเพื่อนบางคนในห้องคิดว่าเขาลาออกไปแล้ว แถมอาจารย์ที่เข้าสอนแต่ละวิชายังถามหาจนขี้เกียจตอบคำถาม…เพราะหายเข้ากลีบเมฆแบบไร้ร่องรอย“อ้าวเพื่อน…มึงยังมีชีวิตอยู่เหรอวะ”เสียงทักทายจาก ‘มะเดี่ยว’ เพื่อนร่วมชั้นเจ้าของสีผิวสีดำทมิฬ ชนิดที่คนอย่างฉันที่ไม่ค่อยมีสีผิวขาวนวลมากนัก ไปยืนเทียบข้างยังเหมือนกับช็อกโกแลตกับนมได้เลยทีเดียว เดือนฉายไม่ได้ตอบกลับมีเพียงริมฝีปากที่หยักยิ้มพร้อมมือที่ชูขึ้นมาทักทาย“กูก็นึกว่าลาออกไปแล้ว หายไปแบบไม่บอกไม่กล่าว” ตามมาด้วยสอง หัวหน้าห้องที่เดินเข้ามาทักทายด้วยสีหน้ายียวนตามแบบฉบับของหนุ่มอารมณ์ดี“กูก็อยากจะลาออกอยู่เหมือนกัน บางทีก็ขี้เกียจเรียน”“มึงก็พูดไป เรียน ๆ ไปเดี๋ยวก็จบเว้ย”“เออ”สองตบไหล่ของเดือนฉายเบา ๆ ก่อนจะหันมาส่งรอยยิ้มให้พวกเราทั้งสามคนที่นั่งทบทวนโจทย์สำหรับสอบปลายภาคอยู่ จากนั้นก็เดินกลับไปทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ของตัวเองที่อยู่ถัดไปประมาณคืบนึง“หยุด!” ปากของกายอ้าค้างกลางอากาศในระหว่างที่กำลังจะขยับปากพูดอะไรบางอย่างกับเดือนฉาย “ก
ตอนที่ 5เซอร์ไพรส์“จะพาไปไหน”“มีของขวัญจะให้แฟนน่ะ แต่ของชิ้นใหญ่ ถือใส่มอเตอร์ไซค์คงไม่ไหวคนเดียว”“อ๋อ~” ฉันทำเสียงยาวพลางพยักหน้ารับเรื่อง “งั้นไปเลยมั้ย มึงนัดเขาไว้กี่โมง”“ไม่ได้นัด กะว่าจะไปเซอร์ไพรส์น่ะ วันนี้ครบรอบ 2 ปี”“ว้าว” น้ำเสียงตื่นเต้นบวกกับแววตาพราวระยับที่ฉันแสดงออก ทำให้ใบหูของเดือนฉายขึ้นสีแดงระเรื่อ “ยินดีด้วยนะ อ้อ! เกือบลืม เอากูไปเป็นเพื่อนแทนที่จะเป็นเพื่อนผู้ชาย แฟนมึงจะไม่ว่าเอาเรอะ”ข้อนี้ฉันอดไม่ได้ที่จะเป็นกังวล ร้อยทั้งร้อยไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากให้แฟนตัวเองสนิทกับเพื่อนผู้หญิงหนักหรอก และยิ่งเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ ยิ่งจะทำให้เข้าใจผิดไปใหญ่“ไม่หรอก เพราะปกติกูก็มีแต่เพื่อนผู้หญิง เพื่อนชายก็มีแค่ไอ้กายที่สนิท”“มึงเป็นตุ๊ดป่ะเนี่ย!”“ตุ๊ดบ้านป้ามึงสิคบผู้หญิง”แรงมากกกกกก! แต่ก็จริงอย่างที่เดือนฉายว่าเดือนฉายกลอกสายตามองอย่างเอือมระอาและออกเดินกลับไปยังทางที่เราจากมา โดยไม่ได้สนใจฉันที่ยืนฉีกยิ้มอยู่ราวกับเป็นอากาศ ดังนั้นจึงรีบสาวเท้ายาว ๆ ตามหลังเขาไปติด ๆ“โทษที ๆ ก็เห็นบอกว่ามีแต่เพื่อนหญิง”มีเพียงหางตาที่ปรายมามองพร้อมสีหน้าเรียบเฉยไร้ซึ
ตอนที่ 4วิ่งหนีอะไรบางอย่างเจ้าของเสียงราบเรียบเมื่อครู่ยืนเอาหัวไหล่พิงกำแพงพลางกอดอกอยู่ตรงประตูทางเข้ามหา’ลัย รู้สึกแปลกใจอยู่ในทีที่อยู่ ๆ เดือนฉายก็โผล่มาทั้งที่หมดคาบเรียนแล้ว“มาทำไม?” มะลิทักขึ้นก่อน เมื่อเดือนฉายเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ“ว่าจะมาเรียน แต่ลืมไปว่าวันนี้มีเรียนแค่ช่วงเช้า” เจ้าของนัยน์ตาสีสนิมหันหน้าไปตอบมะลิ แล้วเลื่อนสายตาเข้ามาจ้องหน้าฉันที่ส่งสายตามองเขาอยู่เช่นกัน “ไป กลับห้อง”“เดี๋ยวก่อนพาย!”ตอนนี้แขนของฉันถูกยื้อยุดฉุดกระชากด้วยฝีมือของชายหนุ่มสองคน ราวกับว่าพวกเขาเห็นฉันเป็นเชือกชักเย่อยังไงยังงั้น“โอ๊ย!” ในที่สุดก็ทนไม่ไหวจนต้องเปล่งเสียงตะโกนขึ้นกลางอากาศ สะบัดแขนทั้งสองข้างให้หลุดออกจากการยื้อกระชาก “เจ็บนะเว้ย! แขนคนไม่ใช่เชือกชักเย่อ”“แต่พาย”“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น! แล้วก็พอได้แล้วโค้ก พายว่าพายพูดชัดตั้งแต่วันนั้นแล้วนะ เราเลิกกันแล้ว แล้วโค้กก็เปิดตัวคบกับคนใหม่ไปแล้วด้วย ยังจะต้องการอะไรจากพายอีก! พอได้แล้ว!” ฉันโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แต่ก็ยังระงับอารมณ์ฉุนเฉียวเอาไว้พลันสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วกวาดสายตามองเพื่อนทั้งสองที่ยืนรออยู่ “ไปพวกมึง กลับ!”







