แชร์

ผีห่าซาตานเข้าสิง

ผู้เขียน: หนูพรชิตา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-11-03 11:36:33

ตอนที่ 7

ผีห่าซาตานเข้าสิง

              ทุกคนอึ้ง กรรมการอึ้ง เมื่อเดือนฉายพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยระหว่างที่ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ฉันอ้าปากค้างเกือบหนึ่งนาทีเต็ม และพอเรียกสติกลับมาได้จึงยื่นแก้วของตัวเองไปตรงหน้า

              “มึงเอาจริงเหรอ”  

              “เออ”

“โอเค มึงบอกแบบนั้น กูก็ไม่อยากขัดศรัทธา ดีล!”

              กริ๊ง

              เสียงแก้วกระทบแก้วเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าฉันกับเดือนฉายได้ทำสัญญากันขึ้น เกี่ยวกับการเป็นแฟนปลอม ๆ ที่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้กลายมาเป็นบทสนทนาของเราทั้งสี่คนได้อย่างไร

              “แล้วเราจะรออะไรอยู่ล่ะค้าบ โชนแก้ววววว”

              ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล ต่างคนต่างยกแก้วขึ้นกระดกราวกับเครื่องดื่มที่อยู่ในแก้วนั้นไร้ซึ่งแอลกอฮอล์ กระดกดื่มราวกับน้ำเปล่าที่ต้องดื่มกินหลังจากที่กินข้าวเสร็จ ยิ่งดึกบรรยากาศที่ร้านยิ่งครึกครื้น นักท่องราตรีที่หลุดออกจากอีกร้านก็เริ่มทยอยเข้ามา ณ ร้านนั่งชิวแห่งนี้เนื่องจากเปิดถึงตี 4

              โปรแรกผ่านไป โปรสองสาม สี่และห้าก็ผ่านมาเรื่อย ๆ กระทั่งรู้สึกว่าลิ้นเริ่มจะหวาน พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง

              “มึงไหวมั้ยเนี่ย”

              “อาราย เมื่อกี้..” ฉันรู้สึกหนังตาหนักอึ้ง แถมยังปากหนักขยับพูดก็ยากลำบาก “วะ ว่าอา...อืม”

              เสียงรอบข้างอื้ออึงไปหมด สายตาที่ทอดมองก็พร่าเลือน แถมยังรู้สึกหนักหัวเหมือนกับมีเจ้ากรรมนายเวรกดเอาไว้

              “เอามันไปส่งคอนโดฯ เถอะ ดูจากสภาพแล้วน่าจะไม่ไหว”

              “คายยยยย คายไม่หวาย อึก” อยู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรขึ้นมาจุกอยู่ที่คอ มันห้ามไม่อยู่อยากจะเอามันออกมาจากลำคอให้ได้ “อึก อ้วกกกก”

              “มึงนี่ กินก็ไม่ดูสังขารตัวเอง”

              “เสียงนี้ คุ้น ๆ แฮะ”

             

              “ปวดหัวฉิบหาย”

              นั่นคือประโยคแรกที่ฉันสบถออกมาหลังจากที่ลืมตาตื่น แต่ก็เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นแล้วกลับไปซุกหน้าเข้ากับหมอนต่อ ทว่า...

              กลิ่นห้องที่ไม่คุ้นเคย สีเพดานที่แปลกตาไม่ใช่สีควันบุหรี่เหมือนกับห้องที่ตื่นขึ้นมาเจออยู่ทุกวัน แถมยังรู้สึกว่าข้างลำตัวที่มันจำเป็นต้องว่างเปล่า กลับรู้สึกได้ว่ามีร่างของใครบางคนนอนราบอยู่

              พึบ!

              ผ้าห่มที่พึ่งถูกยกขึ้นมาปิดหน้าเอาไว้ถูกเลิกออกจากลำตัวด้วยความเร็วแสง พลันสายตาก็เปิดกว้างพร้อมหลุบลงมองเรือนร่างของตัวเองว่ามีส่วนไหนแปลกประหลาดไปหรือเปล่า และแล้วก็พบว่า...

              “กะ กะ กรี๊ดดดดดด” เสียงกรีดร้องแรกฉันตกใจสุดชีวิตเมื่อเสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่ใช่ชุดเมื่อคืน “อ๊ากกกกก” และเสียงกรีดร้องครั้งที่สองคือร่างของคนที่นอนหลับอยู่ข้าง ๆ กายคือเดือนฉายนั่นเอง ด้วยเสียงที่ดังลั่นห้องทำให้เจ้าตัวงัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้ายับยู่ยี่ไม่พอใจ

              “อะไรของมึงวะ แหกปากตั้งแต่เช้า”

              “ทำไมกูถึง..”

              “มึงไม่ต้องคิดอะไรไปไกลเลยนะ” เดือนฉายรีบพูดขัดพลางยกมือขึ้นมาเสยผมที่ปกคลุมใบหน้าออก “ดู”

              คลิปวิดีโอที่ถูกบันทึกเอาไว้เมื่อคืนถูกยื่นมาข้างหน้า แน่นอนว่านางเอกในเรื่องจะเป็นใครไม่ได้นอกจากพะพายคนนี้ เมื่อดูคลิปจบแทบอยากจะฝั่งร่างของตัวเองให้จมหายไปในเตียง ทำการเม้มริมฝีปากเข้าด้วยกันแน่น ค่อย ๆ เลื่อนสายตาขึ้นมองเดือนฉายที่นั่งแสดงสีหน้าไร้อารมณ์อยู่ข้าง ๆ

              “ยังจะโวยวายอะไรอีกมั้ย”

              “ไม่แล้วจ้ะ แฮ่ะ ๆ แล้วเสื้อ...”

              “กูเปลี่ยนให้เองแหละ”

              “ฮะ!” ดวงตาของฉันเบิกโพลงพร้อมกับเสียงตะโกนลั่นด้วยความตกใจอีกรอบ “ได้ไง กูเป็นผู้หญิงนะเว้ย!”

              “กูก็ไม่ได้อยากทำนักหรอก แต่มึงเล่นอ้วกใส่ตัวเองจนหมดสภาพ แถมยังกระเด็นใส่กูเลอะเทอะไม่ต่างอะไรกับเป็นคนอ้วกเอง แต่มึงไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ ตอนเปลี่ยนชุดให้กูปิดไฟและเอาผ้าคลุม กูไม่เห็นอะไรทั้งนั้น แถมของมึงยังแบนซะจนไม่รู้สึกอะไรเลยล่ะ”

              ท่าทางที่ขึงขังเตรียมพร้อมที่จะสาดคำด่าใส่เดือนฉายในตอนแรก หลงเหลือเพียงลมหายใจที่ถูกสูดเข้าลึกพร้อมกับฝ่ามือที่ยกขึ้นมาลูบใบหน้าเบา ๆ หากไม่มีคลิปวิดีโอหลักฐานว่าฉันเมาหัวราน้ำ ป่านนี้คงชี้หน้าด่าคนที่นั่งเปลือยท่อนบนอยู่ข้าง ๆ ชนิดที่ไม่ปล่อยให้มีช่องว่างได้อธิบายอะไรเลยด้วยซ้ำ

              “เฮ้อ...ช่างมันเถอะ ยังไงก็ขอบใจนะที่หิ้วกูกลับห้องด้วย ว่าแต่ทำไมมึงไม่ไปส่งกูคอนโดฯ วะ อีกอย่างถึงนมกูจะเล็กแต่กูก็สวย”

              เจ้าของห้องส่งสายตามองด้วยแววตาไร้อารมณ์หลังจากได้ยินประโยคหลัง แถมยังส่ายหน้าไปมาช้าๆ ราวกับเอือมระอากับคำพูดของฉันแบบสุดๆ แต่ก็ไม่วายที่จะตอบคำถามก่อนหน้าขณะที่เขยิบตัวลงจากเตียง

“ทุกคนเขาเป็นห่วงมึง ดูจากสภาพแล้วไม่น่าอยู่คนเดียวได้ และก็เป็นแบบที่พวกกูคิดจริง ๆ”

              “ยังไงวะ”

              “มึงเล่นอ้วกทั้งคืน แถมยังร้องห่มร้องไห้จะเป็นจะตายอย่างกับคนโดนผีเข้า”

              ฉันอ้าปากค้างอย่างเหลือเชื่อในเรื่องที่เดือนฉายเล่า ปกติแล้วไม่เคยดื่มจนไร้สติขนาดนี้ เมื่อคืนก็ไม่รู้ว่าผีห่าซาตานตัวไหนเข้าสิงถึงได้กระดกอย่างกับคนตายอดตายอยากขนาดนั้น ฉันทอดถอนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำไปโดยไม่รู้ตัวขึ้นมาแปลก ๆ

              “ยังไงก็ขอบใจมากนะ ที่ไม่ทิ้งกูไว้คนเดียว”

              “ไม่เป็นไรหรอก คนเรามันเมาหัวราน้ำกันได้หมดนั่นแหละ ยังไงต่อไปนี้ก็อย่าไปกินเหล้าเมายาจนหมดสภาพที่ไหนอีกถ้าไม่มีพวกกูไปด้วย”

              “อืม สำนึกผิดแทบไม่ทันเลยแฮะ”

              ร่างสูงที่ยืนเอามือเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้าส่ายหน้าไปมาด้วยความเอือมระอา นับไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตั้งแต่ตื่นขึ้นมาเขาแสดงสีหน้าแบบนี้ออกมาแล้วกี่รอบ ส่วนฉันที่กำลังสำนึกผิดอยู่ก็ได้แต่หัวเราะแห้งออกมาก่อนจะทิ้งหัวนอนลงบนหมอนดังเดิม

              “ขอนอนต่ออีกแป๊บนะ หนักหัวลุกไม่ไหว”

              “ตามสบาย ยังไงวันนี้ก็วันหยุด ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว”

              เสียงของเดือนฉายหายไป และฉันก็ไม่ได้สานบทสนทนาต่อ เพียงแค่ปิดเปลือกตาลงก็เหมือนว่าเรื่องราวที่พึ่งรับรู้มาเมื่อครู่กำลังจะสลายไป แต่ภาพที่ฉันเมาเลื้อยเป็นงู แถมยังแหกปากโวยวายลั่นร้านยังคงติดตา เรื่องอื่นเอาไว้ก่อน สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือนอนเท่านั้นที่จะทำ!

              เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วไม่อาจรู้ กระทั่งยกหน้าจอโทรศัพท์มือถือขึ้นดูจึงพบว่าเป็นเวลา 13.00 น. นอนกินบ้านกินเมืองผ่านไปครึ่งวันก็ยังไม่ลุกขึ้นมาใช้ชีวิต

              ...สุดยอดเลยจริง ๆ ชีวิตพลายผกา

              กริ่ง กริ่ง

              ระหว่างที่กำลังงัวเงียพยายามพยุงร่างให้ลุกขึ้นจากที่นอน เสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้นทำให้ฉันต้องลากร่างอันอิดโรยเดินไปยังหน้าประตูอย่างเลี่ยงไม่ได้

              กำปั้นที่กำลังจะกระหน่ำทุบแทนที่จะเป็นกดกริ่งหน้าประตูหยุดชะงักเมื่อฉันเปิดประตูออก และก็ตามด้วยเสียงแหลมแสบแก้วหูจากหญิงสาวใบหน้าสะสวย แถมฉันยังคุ้นหน้าคุ้นตาอีกต่างหาก

              “เธอเป็นใคร? อ๋อ...คนที่ไปกับพี่เดือนฉายวันนั้นนี่นา” เธอเป็นคนตั้งคำถาม แล้วก็ตอบคำถามเองเสร็จสรรพโดยที่ฉันยังไม่เข้าใจสถานการณ์เลยด้วยซ้ำ และแน่นอนว่าสายตาที่เธอทอดมองมามันช่างเหยียดหยันกันเหลือเกิน “แล้วทำไมถึงได้ใส่ชุดพี่ฉาย หรือว่าเธอจะเป็นชู้พี่ฉาย!”

              ประโยคหลังดวงตาของเธอเบิกกว้างราวกับพึ่งได้รู้เรื่องที่ทำให้ประหลาดใจขีดสุด ซึ่งฉันที่ไม่ได้มีอารมณ์มาเสวนาถึงเรื่องชู้สาวและความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่จึงทอดถอนลมหายใจออกมาพลันส่งเสียงตอบแบบเนือย ๆ

              “ฉันคือเพื่อนของเดือนฉาย”

              “เพื่อนที่ไหนมาค้างที่ห้องแถมยังใส่ชุดของพี่ฉายอีกต่างหาก”

              “บอกว่าเพื่อนก็หมายความว่าเพื่อน” ฉันอ้าปากหาวหวอด ๆ รู้สึกว่าการยืนสนทนากับแม่สาวคนนี้จะสูบพลังงานไปแล้วครึ่งหนึ่ง “ค่อยมาหามันตอนเย็นแล้วกันนะ ตอนนี้ฉันง่วงมากเลยไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียง”

              “ฉันไม่เชื่อว่าเธอเป็นเพื่อนของพี่ฉาย เป็นชู้ของเขาก็ตอบมาตรง ๆ”

              มือที่กำลังจะกระชากประตูห้องปิดหยุดชะงักหลังจากสิ้นเสียง ดวงตาที่เคยสะลึมสะลือบัดนี้ตื่นเต็มตากันเลยทีเดียว ฉันเขยิบเข้าไปยืนประจันหน้าแฟนเก่าเดือนฉายพลางไล่สายตามองตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า และหยุดลงที่ดวงตาคู่สวย ซึ่งเธอก็จ้องสบสายตากลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว

“ฉันห้ามความคิดใครไม่ได้หรอกนะ แต่ก่อนที่จะว่าคนอื่นเขาเป็นชู้หรือมีชู้..” ฉันเว้นช่วงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอพลันชะโงกหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหู “ช่วยสำเหนียกดูการกระทำของตัวเองด้วยนะจ๊ะ”

              ปัง!

              ประตูห้องถูกกระชากปิดด้วยฝีมือของฉัน โดยไม่รอให้แม่แฟนเก่าของเดือนฉายได้ตอบกลับคำใดกลับมา แหม! หาว่าคนอื่นเขาเป็นชู้กับแฟนเก่าตัวเองไม่ได้ส่องกระจกดูการกระทำของตัวเองเลยสักนิด ภาพที่เธอกำลังอ้าขาแหกปากร้องครางกระเส่ายังติดตาฉันอยู่เลย

              หน็อย...พอนึกถึงแล้วก็โมโหแทนเพื่อน!

              ไม่รู้ว่าเจ้าของห้องไปไหน และก็ไม่ได้สนใจที่จะถามไถ่ด้วย ตอนนี้ฉันอารมณ์เสียมากจึงเลือกที่จะเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา และเก็บเสื้อผ้าใส่ถุงกระดาษที่พอหาได้ในคอนโดฯ ของเดือนฉาย ไม่รอให้เขากลับมาห้องและก็ไปส่งฉันให้เสียเวลาเพราะคอนโดฯ ของเราสองคนอยู่ตรงข้ามถนน

              ฉันไม่ได้เล่าเรื่องที่แฟนเก่าของเขาบุกมาหาถึงคอนโดฯ ดูท่าทางแล้วเดือนฉายก็ไม่อยากจะรับรู้เรื่องของเธอคนนั้นสักเท่าไหร่ หรือบางทีพวกเขาทั้งคู่อาจจะยังติดต่อกันอยู่เรื่องนี้ฉันก็ไม่ได้สนใจมากนัก

              ช่วงเวลาไฟนอลผ่านไปด้วยดี แม้จะติดขัดบ้างบางวิชาเพราะไม่ค่อยเข้าใจเนื้อหา บ้างก็เข้าเรียนและตั้งใจเรียนบ้าง ซึ่งก็อาศัยคะแนนเก็บระหว่างเทอมเพื่อเอาตัวรอดไม่ให้ติดเอฟติดศูนย์ต้องเรียนซ้ำชั้นให้เสียเวลา

              “สอบเสร็จวันสุดท้าย เราจะไปฉลองกันที่ไหนดี”

              “ว่าจะกลับบ้านน่ะ” ฉันตอบก่อนคนแรก ระหว่างที่เดินไปลานจอดรถ

              “บ้านก็ไม่ได้อยู่ไกลจากเมืองมาก จะกลับไปทำไม” มะลิหันหน้ามาขมวดคิ้ว ฉันจึงลดโทรศัพท์ลงและเลื่อนสายตาขึ้นมองเธอแทน

              “ย่าที่อยู่ต่างจังหวัดไม่สบาย ต้องกลับไปเยี่ยมน่ะ”

              “ไปนานมั้ย” กายถาม จ้องสบสายตาอย่างต้องการคำตอบ

              “ไม่กี่วัน สองสามวันก็กลับมา”

              “คือพวกกูคุยกันว่าจะไปตั้งแคมป์”

              “ตั้งแคมป์หน้าร้อนเนี่ยนะ!” ฉันโพลงขัดกายทันทีที่ได้ยินถึงเรื่องที่บอกกล่าว ตั้งแคมป์หน้าร้อนมันเป็นบ้าหรือเปล่า ถ้าเป็นช่วงปลายปีค่อยเข้าท่าหน่อย

              “ไม่เชิงแคมป์ขนาดนั้นหรอก ก็ไปเที่ยวเล่นกันนี่แหละ จองห้องไป พวกกูพึ่งคุยกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี่เอง เห็นว่ามึงมีสีหน้าที่ไม่ค่อยดีจึงไม่ได้เอ่ยถามตอนที่เดินลงมาจากห้องสอบ” เดือนฉายอธิบายรวดเดียวจบ ฉันจึงพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ

              “เอาสิ ไปด้วย จองห้องเผื่อเลยนะ กูกลับไปต่างจังหวัดประมาณ 2-3 วัน ออกเดินทางวันไหนก็บอกด้วย เผื่อตรงกับวันที่เดินทางกลับก็ไปเจอกันที่นู่นเลย”

              “ได้จ้า เดี๋ยวจัดการให้”

              ฉันแยกย้ายจากเพื่อน ๆ และได้ยินว่าพวกนั้นจะไปกินข้าวกันต่อก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับห้อง แต่เพราะฉันมีธุระที่ต้องจัดการจึงต้องปลีกวิเวกออกมาก่อน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • LOVE ON TERMS. รักมั้ยเพื่อน!   มีรุ่นพี่เข้ามาจีบ

    ตอนที่ 9มีรุ่นพี่เข้ามาจีบ ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่นมีอยู่จริง! สีหน้า แววตา และคำพูดของเดือนฉายในคืนนั้นยังติดตรึง ถ้าไม่มีประโยคต่อท้ายที่ทำเอาคนฟังถึงกับกุมขมับคงคล้อยตามไปถึงไหนต่อไหน “ปฏิเสธเพื่อนเพราะจะไปกับผู้ น่าหมั่นไส้ว่ะ” มะลิจีบปากจีบคอพูดด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้ยแหย่ “ว่าแต่ไปรู้จักกันตอนไหนวะ?” “เขาทักไอจีมา บอกว่าอยากทำความรู้จัก” “แล้วมึงก็ยอมคุยกับเขาง่าย ๆ เลยเหรอ” “ก็ไม่เชิง” ละสายตาจากหนังสือที่กำลังอ่าน เม้มริมฝีปากเข้าด้วยกันแน่นทอดสายตามองใบหน้ากายอย่างเอือม ๆ “เกือบ ๆ อาทิตย์ถึงยอมเปิดใจคุยน่ะ” “เล่นตัวเอาเรื่อง” “แน่นอน” “สรุปตกลงคบกันแล้ว?” บุคคลที่เอนหลังเอาขาพาดโต๊ะส่งเสียงขึ้นมา พลางหยิบหนังสือที่ใช้ปิดบังใบหน้าออกทอดสายตามองมาที่ฉันด้วยความว่างเปล่า “ยัง แค่คุย ๆ แล้วก็พึ่งนัดเจอกันคืนนี้แหละ” “ระวังบ้างก็ดี ไม่ใช่ใครทักหาและชวนไปไหนก็จะไปกับเขาเลย” หนังสือเล่มหนาเตอะถูกวางทับบนใบหน้าดังเดิม ส

  • LOVE ON TERMS. รักมั้ยเพื่อน!   เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป

    ตอนที่ 8เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป ต้นเดือนมีนาแรกเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูร้อน ในอดีตอาจจะใช่! แต่ไม่ใช่ในยุคปัจจุบันที่เริ่มเข้าหน้าร้อนตั้งแต่ปลายมกราคม หรืออาจจะเรียกว่าฤดูร้อนตลอดทั้งปีเพราะสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนไปอย่างมาก เราทั้งหมดตกลงสถานที่เที่ยวพักผ่อนหย่อนใจในช่วงปิดเทอม คือหมู่บ้านในหุบเขาที่มีจุดเด่นคือเหมืองหินติดชายแดนไทย-พม่า มีสภาพภูมิอากาศที่เย็นยะเยือกอยู่ตลอดปี แน่นอนว่าฉันเคยไปมาครั้งหนึ่งแต่เพราะเพื่อน ๆ ต่างลงความเห็นฉันจึงไม่ได้ติดขัดเพราะบรรยากาศในหุบเขาถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ระยะทางเกือบ 400 กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานคร เดินทางผ่านเทือกเขาลำห้วยเพื่อพิชิตโค้งอันน่าหวาดเสียว อาจจะเป็นความฝันและความตื่นเต้นของนักบิดสายลุยหลายคน ...แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน! รถยนต์มีกันทุกคนแต่เลือกขับมอเตอร์ไซค์เพื่อความตื่นเต้นและเร้าใจ “สีหน้าไอ้พายไม่สู้ดีเลย ไหวป่าววะ” กายเดินเข้ามาดูอาการของฉันที่นั่งสูดยาดมตราโป๊ยเซียนอยู่ม้านั่งทางเข้าห้องพัก “ไหวมั้ย เดี๋ยวจ่ายเงินค่าห้องเสร็จมึงนอนพักก่อนก็ได้นะ”

  • LOVE ON TERMS. รักมั้ยเพื่อน!   ผีห่าซาตานเข้าสิง

    ตอนที่ 7ผีห่าซาตานเข้าสิง ทุกคนอึ้ง กรรมการอึ้ง เมื่อเดือนฉายพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉยระหว่างที่ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ฉันอ้าปากค้างเกือบหนึ่งนาทีเต็ม และพอเรียกสติกลับมาได้จึงยื่นแก้วของตัวเองไปตรงหน้า “มึงเอาจริงเหรอ” “เออ”“โอเค มึงบอกแบบนั้น กูก็ไม่อยากขัดศรัทธา ดีล!” กริ๊ง เสียงแก้วกระทบแก้วเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าฉันกับเดือนฉายได้ทำสัญญากันขึ้น เกี่ยวกับการเป็นแฟนปลอม ๆ ที่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้กลายมาเป็นบทสนทนาของเราทั้งสี่คนได้อย่างไร “แล้วเราจะรออะไรอยู่ล่ะค้าบ โชนแก้ววววว” ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล ต่างคนต่างยกแก้วขึ้นกระดกราวกับเครื่องดื่มที่อยู่ในแก้วนั้นไร้ซึ่งแอลกอฮอล์ กระดกดื่มราวกับน้ำเปล่าที่ต้องดื่มกินหลังจากที่กินข้าวเสร็จ ยิ่งดึกบรรยากาศที่ร้านยิ่งครึกครื้น นักท่องราตรีที่หลุดออกจากอีกร้านก็เริ่มทยอยเข้ามา ณ ร้านนั่งชิวแห่งนี้เนื่องจากเปิดถึงตี 4 โปรแรกผ่านไป โปรสองสาม สี่และห้าก็ผ่านมาเรื่อย ๆ กระทั่งรู้สึกว่าลิ้นเริ่มจะหวาน พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง “มึง

  • LOVE ON TERMS. รักมั้ยเพื่อน!   จำไม่ได้เหรอ?

    ตอนที่ 6จำไม่ได้เหรอ?นานนับเดือนกว่าเดือนฉายจะโผล่หัวมาที่มหา’ลัย ให้เพื่อน ๆ และอาจารย์ในคณะได้เห็นหน้า จนเพื่อนบางคนในห้องคิดว่าเขาลาออกไปแล้ว แถมอาจารย์ที่เข้าสอนแต่ละวิชายังถามหาจนขี้เกียจตอบคำถาม…เพราะหายเข้ากลีบเมฆแบบไร้ร่องรอย“อ้าวเพื่อน…มึงยังมีชีวิตอยู่เหรอวะ”เสียงทักทายจาก ‘มะเดี่ยว’ เพื่อนร่วมชั้นเจ้าของสีผิวสีดำทมิฬ ชนิดที่คนอย่างฉันที่ไม่ค่อยมีสีผิวขาวนวลมากนัก ไปยืนเทียบข้างยังเหมือนกับช็อกโกแลตกับนมได้เลยทีเดียว เดือนฉายไม่ได้ตอบกลับมีเพียงริมฝีปากที่หยักยิ้มพร้อมมือที่ชูขึ้นมาทักทาย“กูก็นึกว่าลาออกไปแล้ว หายไปแบบไม่บอกไม่กล่าว” ตามมาด้วยสอง หัวหน้าห้องที่เดินเข้ามาทักทายด้วยสีหน้ายียวนตามแบบฉบับของหนุ่มอารมณ์ดี“กูก็อยากจะลาออกอยู่เหมือนกัน บางทีก็ขี้เกียจเรียน”“มึงก็พูดไป เรียน ๆ ไปเดี๋ยวก็จบเว้ย”“เออ”สองตบไหล่ของเดือนฉายเบา ๆ ก่อนจะหันมาส่งรอยยิ้มให้พวกเราทั้งสามคนที่นั่งทบทวนโจทย์สำหรับสอบปลายภาคอยู่ จากนั้นก็เดินกลับไปทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ของตัวเองที่อยู่ถัดไปประมาณคืบนึง“หยุด!” ปากของกายอ้าค้างกลางอากาศในระหว่างที่กำลังจะขยับปากพูดอะไรบางอย่างกับเดือนฉาย “ก

  • LOVE ON TERMS. รักมั้ยเพื่อน!   เซอร์ไพรส์

    ตอนที่ 5เซอร์ไพรส์“จะพาไปไหน”“มีของขวัญจะให้แฟนน่ะ แต่ของชิ้นใหญ่ ถือใส่มอเตอร์ไซค์คงไม่ไหวคนเดียว”“อ๋อ~” ฉันทำเสียงยาวพลางพยักหน้ารับเรื่อง “งั้นไปเลยมั้ย มึงนัดเขาไว้กี่โมง”“ไม่ได้นัด กะว่าจะไปเซอร์ไพรส์น่ะ วันนี้ครบรอบ 2 ปี”“ว้าว” น้ำเสียงตื่นเต้นบวกกับแววตาพราวระยับที่ฉันแสดงออก ทำให้ใบหูของเดือนฉายขึ้นสีแดงระเรื่อ “ยินดีด้วยนะ อ้อ! เกือบลืม เอากูไปเป็นเพื่อนแทนที่จะเป็นเพื่อนผู้ชาย แฟนมึงจะไม่ว่าเอาเรอะ”ข้อนี้ฉันอดไม่ได้ที่จะเป็นกังวล ร้อยทั้งร้อยไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากให้แฟนตัวเองสนิทกับเพื่อนผู้หญิงหนักหรอก และยิ่งเห็นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย ๆ ยิ่งจะทำให้เข้าใจผิดไปใหญ่“ไม่หรอก เพราะปกติกูก็มีแต่เพื่อนผู้หญิง เพื่อนชายก็มีแค่ไอ้กายที่สนิท”“มึงเป็นตุ๊ดป่ะเนี่ย!”“ตุ๊ดบ้านป้ามึงสิคบผู้หญิง”แรงมากกกกกก! แต่ก็จริงอย่างที่เดือนฉายว่าเดือนฉายกลอกสายตามองอย่างเอือมระอาและออกเดินกลับไปยังทางที่เราจากมา โดยไม่ได้สนใจฉันที่ยืนฉีกยิ้มอยู่ราวกับเป็นอากาศ ดังนั้นจึงรีบสาวเท้ายาว ๆ ตามหลังเขาไปติด ๆ“โทษที ๆ ก็เห็นบอกว่ามีแต่เพื่อนหญิง”มีเพียงหางตาที่ปรายมามองพร้อมสีหน้าเรียบเฉยไร้ซึ

  • LOVE ON TERMS. รักมั้ยเพื่อน!   ตอนที่ 4 : วิ่งหนีอะไรบางอย่าง

    ตอนที่ 4วิ่งหนีอะไรบางอย่างเจ้าของเสียงราบเรียบเมื่อครู่ยืนเอาหัวไหล่พิงกำแพงพลางกอดอกอยู่ตรงประตูทางเข้ามหา’ลัย รู้สึกแปลกใจอยู่ในทีที่อยู่ ๆ เดือนฉายก็โผล่มาทั้งที่หมดคาบเรียนแล้ว“มาทำไม?” มะลิทักขึ้นก่อน เมื่อเดือนฉายเดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ“ว่าจะมาเรียน แต่ลืมไปว่าวันนี้มีเรียนแค่ช่วงเช้า” เจ้าของนัยน์ตาสีสนิมหันหน้าไปตอบมะลิ แล้วเลื่อนสายตาเข้ามาจ้องหน้าฉันที่ส่งสายตามองเขาอยู่เช่นกัน “ไป กลับห้อง”“เดี๋ยวก่อนพาย!”ตอนนี้แขนของฉันถูกยื้อยุดฉุดกระชากด้วยฝีมือของชายหนุ่มสองคน ราวกับว่าพวกเขาเห็นฉันเป็นเชือกชักเย่อยังไงยังงั้น“โอ๊ย!” ในที่สุดก็ทนไม่ไหวจนต้องเปล่งเสียงตะโกนขึ้นกลางอากาศ สะบัดแขนทั้งสองข้างให้หลุดออกจากการยื้อกระชาก “เจ็บนะเว้ย! แขนคนไม่ใช่เชือกชักเย่อ”“แต่พาย”“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น! แล้วก็พอได้แล้วโค้ก พายว่าพายพูดชัดตั้งแต่วันนั้นแล้วนะ เราเลิกกันแล้ว แล้วโค้กก็เปิดตัวคบกับคนใหม่ไปแล้วด้วย ยังจะต้องการอะไรจากพายอีก! พอได้แล้ว!” ฉันโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แต่ก็ยังระงับอารมณ์ฉุนเฉียวเอาไว้พลันสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วกวาดสายตามองเพื่อนทั้งสองที่ยืนรออยู่ “ไปพวกมึง กลับ!”

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status