تسجيل الدخولคำโปรย ...ถ้าพี่ชวนเจ้ากับเพื่อนไปนอนที่บ้าน ก็ไม่ปฏิเสธใช่มั้ย" "โห...พ่อ ชวนขนาดนี้ ถามอาจารย์ก่อนว่าได้มั้ย นี่ไม่ได้ใจง่ายนะ แต่ถ้าปฏิเสธก็น่าเกลียด...อาจารย์เจ้คะ! คืนนี้หนูพาเพื่อนไปนอนกับผู้ชายได้มั้ย.... แนะนำเรื่อง โรม รวัช หนุ่มหล่อ อารมณ์ดี ทายาทคนเล็กของบริษัทสิ่งทอยักษ์ใหญ่ติดอันดับต้น ๆ ของไทย ด้วยความที่เขาเป็นคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใสกับคนทั่วไปเสมอ แต่ ใครจะรู้ว่าภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มนั้น มีความกดดันมหาศาลซ่อนอยู่ ด้วยความที่เขาเป็นลูกคนเล็กจึงถูกเปรียบเทียบกับพี่ชายและบรรดาเพื่อน ๆ เสมอ เลยกลายเป็นคนไม่ได้เรื่องที่สุดในครอบครัว แถมทำตัวไม่เอาอ่าว วัน ๆ อยู่แต่ร้านเหล้า เฝ้าผับบาร์ไร้อนาคตในสายตาของแม่ แต่...ใครจะรู้ว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เป็น เจ้าขา จันทร์เจ้าขา สาวน้อยภูธรจากอีสาน นักมวยหน้าหวานฝีมือดีที่เข้ามาเรียนในกรุงเทพและพักอยู่ที่บ้านของผู้เป็นอาซึ่งก็คือ น้องสาวของพ่อบุญธรรมและเป็นแม่ของชายหนุ่ม เธอเป็นเด็กดื้อ และ ซน เพราะโตมาในค่ายมวยของพ่อ แต่สิ่งหนึ่งที่เธออยากมีนั่นก็คือพี่ชายดี ๆ ซักคน...
عرض المزيدโรม หรือ รวัช ขึ้นรับตำแหน่งประธานฝ่ายบริหารแทนผู้เป็นพ่อด้วยการขอร้องของครอบครัวในอีก 3 ปีหลังจากที่เขาจบดอกเตอร์ และหลังจากนั้นอีก 5 ปีเขาและเพื่อน ๆ ได้ตกลงกันที่จะปิดบริษัทที่ต่างประเทศ เพราะศิลาและมาร์คย้ายกลับมาไทยถาวร ศิลาขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นบอสใหญ่แห่ง เคเอส กรุ๊ป มีรองประธานฝ่ายบริหารผู้มากความสามารถอย่างมาร์คหรือมนัสพงษ์ 1 ในเพื่อนรักเคียงข้าง โดยที่คุณปู่ของศิลาให้มาร์คถือหุ้นในบริษัทถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อตอบแทนความดีและความซื่อสัตย์ที่เขามีให้คุณหญิงรวิดาวางมือจากร้านเสื้อผ้าของตัวเองให้ลูกสะใภ้ทั้ง 2 ร่วมกันบริหารและถือหุ้นร่วมกันคนละครึ่ง โรมตัดสินใจขายผับให้กับรุ่นน้อง แต่สร้างรีสอร์ตริมทะเลเพิ่มขยายพื้นที่จนใหญ่ที่สุดในจังหวัด โดยให้ปิยะเป็นผู้ดูแลและให้แฮคกับอาร์ขึ้นมาเป็นผู้ช่วยของตัวเองที่บริษัทส่วน สรัญ เขาประสบความสำเร็จกับบริษัทออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เริ่มก่อตั้งด้วยทุนจดทะเบียนเพียง 3 ล้านบาทและมีพนักงานแค่เขากับภรรยาในช่วงเริ่มแรกด้วยการช่วยวางแผนของน้องชาย ตอนนี้กิจการก้าวหน้าจนเป็นที่ยอมรับทั้งในไทยและต่างประเทศ และเขาก็ปฏิเสธหุ้นของโรงทอที่พ่อจ
งานฉลองบัณฑิตจบใหม่ถูกจัดขึ้นที่ผับชื่อดังไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเท่าไหร่ รถสปอร์ตเปิดประทุนคันสวยวิ่งเข้ามาจอดด้านหน้า พร้อมกับการปรากฎกายของสาวสวยสุดเซ็กซี่ที่วันนี้เธอจัดเต็มมาด้วยเสื้อผ้าหน้าผมสมกับเป็นภรรยาเจ้าของผับ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอไม่เคยเปลี่ยนไม่ว่าจะแต่งกายด้วยชุดอะไรหรือเทศกาลอะไรนั่นก็คือสร้อยคอเส้นเล็กจี้พระจันทร์เสี้ยวกับตัวอาร์ที่ใส่ติดคอเธอตลอดตั้งแต่วันแรกที่โรมใส่ให้เมื่อ 4 ปีก่อน เจ้าขาในวันนี้แขวนนวมนักมวยขึ้นเป็นผู้บริหารร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังร่วมกับแม่สามีหญิงสาวก้าวเข้ามาในร้านอย่างมาดมั่น แต่ต้องหยุดชะงักกับภาพเห็นตรงหน้า กับไอ้หนุ่มผมยาวคุ้นตาที่กำลังนั่งดื่มกินและหัวเราะต่อกระซิกอยู่กับสาวสวยคุ้นหน้าคนหนึ่งอยู่ในร้าน"อิป๋า! เมียมายืนหัวโด่อยู่นี่ไม่คิดจะเชิญนั่งรึไง" เสียงหวานปนเกรี้ยวกราดดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้ชายหนุ่มหันขวับกลับมามองก่อนจะยิ้มกว้างแล้วลุกขึ้นเดินมาโอบเอวหญิงสาวไปนั่งลงที่โซฟาตัวเดิม"ฟาง นี่เจ้าขา ภรรยาไอ...เจ้า นี่พี่ฟางฉีเพื่อนร่วมคณะพี่ แล้วนี่ก็พี่จิ๊กหรือพี่แจ็คแฟนพี่ฟาง" ชายหนุ่มแนะนำให้หญิงสาวรู้จักกับเพื่อนผ
2 ปีต่อมาอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ แห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษโรมเดินขึ้นบันไดขึ้นไปที่ชั้น 2 ของอพาร์ตเมนต์แล้วหยุดยืนเคาะประตูหน้าห้องที่ติดบันไดทางเดิน ก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ รอคนที่อยู่ข้างในมาเปิดให้ ชายร่างผอมสวมแว่นสายตาค่อนข้างหนาเดินออกมาเปิดประตูแล้วมองหน้าผู้มาเยือนเป็นคำถาม กว่า 2 ปีแล้วที่สรัญพาครอบครัวของเขามาอยู่ที่นี่ โดยการช่วยเหลือของโรมและเพื่อน ๆ โดยที่พ่อเขาไม่ทราบมาก่อน ทั้งเขาและภรรยาทำงานเป็นลูกจ้างร้านสะดวกซื้อที่ไม่ไกลจากที่พักมากนักและให้ลูกชายคนเดียวเข้าเรียนอยู่ที่โรงเรียนฝึกภาษาไม่ไกลจากอพาร์ตเมนต์เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะตอนที่เกิดเรื่องบัญชีของเขาที่รับโอนเงินจากบัญชีหุ้นของโรมถูกทางธนาคารสำนักงานใหญ่อายัดไว้ทั้งหมดเพื่อตรวจสอบและโยงไปถึงบัญชีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันด้วย ทำให้เขาค่อนข้างลำบากในการใช้ชีวิตอย่างมาก การมาที่นี่ในตอนแรกนั้นได้ความช่วยเหลือจากศิลาให้พักอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ของทางบริษัทที่ศิลากับมาร์คพักอยู่ แต่เมื่อทั้งคู่ได้งานจึงขอย้ายออกมาอยู่ที่นี่ และเพราะตอนที่ออกมาจากไทยทั้งคู่ไม่ได้นำเอกสารใด ๆ ติดตัวมาด้วย จึงทำงานได้เพียงพนักงาน
"โอ๊ย! เจ้าลูก หล่อขนาดนี้ รวยก็ปานนี้ แถมรับความมึนของเราได้ขนาดนี้ เป็นแม่นะ แม่พยักหน้าตั้งแต่เกริ่น 3 ประโยคแรกแล้วลูก หรือยังไง อึกอักนี่คือพี่เขาไม่แซบว่างั้น" คุณนายเตือนตาว่ากับลูกสาวพร้อมกับเอ่ยแซวในตอนท้ายทำเอาคนโดนถามถึงกับอายม้วนก้มหลบตาประชาชนแทบมุดม้าหินอ่อนหนี"ก็แซบอยู่" หญิงสาวตอบเสียงอ่อย ๆ อาย ๆ"ถ้าแซบก็เก็บไว้กินเองค่ะลูก รีบรับก่อนผู้ชายจะเปลี่ยนใจค่า" คุณแม่บอกลูกสาวเสียงประชด เจ้าขาเงยหน้าขึ้นแล้วหันไปมองหน้าชายหนุ่มนิ่ง ๆ ตอนนี้ทั้งลานเงียบรอฟังผลตอบรับเหมือนกับว่าตัวเองเป็นคนรอคำตอบซะเอง"ว่าไง เป็นแฟนกับพี่มั้ย" ชายหนุ่มเอ่ยถามยิ้ม ๆ"เป็นแค่แฟนนะ" "อืม...ตอนนี้เป็นแค่แฟนก่อน" ชายหนุ่มพยักหน้าพร้อมกับอมยิ้มขำ ๆ *ตอนนี้เป็นแฟนถึงห้องนอนแล้วค่อยเป็นเมียพี่ก็ได้* ชายหนุ่มคิดในใจ"ก็ได้" คนตัวเล็กพยักหน้าตอบอาย ๆ"อะไรนะ!!" คำถามพร้อมเพรียงเสียงดังขึ้นทันที หญิงสาวลุกขึ้นยืนพร้อมกับมองพี่น้องนักมวยรอบลานแล้วมองหน้าพ่อกับแม่ พี่สาวคนสนิทก่อนจะหันมาตอบชายหนุ่มอีกครั้งอย่างเสียงดังและฟังชัด"เออ...เป็นแฟนกับพ
"อืม... ก็ตามใจแล้วกัน แล้วรถนี่ซื้อมาทำไมล่ะจะเอามาจอดทิ้งไว้นี่?" ท่านอัฐเอ่ยถามอย่างสงสัยเพราะเห็นว่าโรมมีรถหลายคัน แต่ทำไมถึงซื้อกระบะเพิ่มแล้วบอกว่าตัวเองไม่ค่อยได้ขับกระบะเลยจะทิ้งไว้ให้ใช้งานที่นี่"ใครว่าผมอยากซื้อล่ะครับ โดนเอามาประเคนถึงร้านเลยต่างหาก พอดีน้องรหัสไอ้เทนมันจะเลื่อนขั้นเป็น
"หึ! งานกู ผลประโยชน์กู ครั้งต่อไปเหรอวะ นี่มึงยังคิดว่ากูจะช่วยมึงอีกหรือไง ใครดีใครเก่งก็ไปเรียกมันมาช่วยสิ สรรเสริญใครก็บอกแม่มึงไปเรียกมันมาจะได้เยินยอได้เต็มปาก บริษัทพ่อมึงจะไม่กระดากเหรอถ้าในใบปิดดีลเป็นชื่อไอ้ขี้กากอย่างกูเนี่ย ระวังพ่อมึงจะด่าว่ามึงไม่รับผิดชอบงาน แล้วแม่มึงด่าว่ามึงไม่เอาอ
"แม่อยากมาขอโทษโรมเรื่องวันนั้นที่แม่เสียงดังกับโรมไปน่ะลูก" คุณหญิงตัดสินใจพูดขึ้นเสียงอ่อนพร้อมกับมองหน้าลูกชายอย่างรู้สึกผิด"ช่างมันเถอะครับ ผมชินแล้วล่ะ เมื่อก่อนผมคิดนะว่าทำไมคนถึงมองผมไม่ดีนักทั้ง ๆ ที่ผมก็ไม่เคยเลวอะไรกับใครเลย ผมพยายามทำดีจนเหนื่อย แต่ตอนนี้ผมช่างแม่งละ ถึงใครจะมอง
"เจ้า! ที่รัก (TY rak) โทรมา" ชายหนุ่มเอ่ยบอกชื่อที่หญิงสาวบันทึกไว้ แต่ก็ทำให้ผู้ใหญ่ในห้องมองหน้ากันเลิ่กลั่กได้เจ้าขารีบวิ่งออกมาจากห้องโดยไม่ได้มองมุมโซฟาว่ามีคนนั่งอยู่มือบางคว้ามือถือมากดรับสายพร้อมกับจับเก้าอี้ของโรมหมุนออกด้านข้างแล้วนั่งลงบนหน้าขาแบบที่เคยทำ ก่อนจะเหลือบไปเห็นสรัญ











