Masukสายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยที่ขึ้นสีระเรื่อ แสงไฟจากรั้วบ้านสาดส่องกระทบริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ายวน พิมมาดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด เธอพยายามจะยุติสถานการณ์นี้ด้วยการควักกระเป๋าสตางค์ออกมา
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ คือฉันอยากจ่ายค่าไอติมเมื่อเช้า...” ระหว่างที่เธอส่งเงินให้เขาก็รีบยกมือปฏิเสธทันที
“ผมไม่รับครับ”
“แต่ผมขอมาเล่นกับเจ้าเอยทุกวัน... ได้มั้ยครับ?”
“ถ้าคุณสะดวก... ก็เชิญค่ะ”
“คุณพิมทำงานที่ไหนเหรอครับ” เขาถามเสียงพร่า สายตาจับจ้องไปที่กระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอที่รั้งตึงตามจังหวะการหายใจที่หอบกระชั้น
“ถามทำไมคะ ฉันว่าชุดทำงานที่ฉันใส่เมื่อเช้า คุณก็น่าจะพอรู้แล้วมั้ง”
“ครับ คุณพิมทำงานเป็นผู้จัดการธนาคาร... แต่ผมอยากรู้ว่าคุณอยู่สาขาไหน” เขายิ้มกริ่มเมื่อเห็นเธอเริ่มเสียอาการ
“คุณไม่จำเป็นต้องรู้ค่ะ”
“งั้น... ผมขอเบอร์ติดต่อคุณพิมได้มั้ยครับ”
“บ้านเราอยู่ติดกัน คงไม่จำเป็นหรอกมั้งคะ” หญิงสาวปฏิเสธเสียงสั่นเล็กน้อย
“ทำไมล่ะครับ... หรือว่ากลัวแฟนคุณหึง?” คำถามนั้นราวกับปลายเข็มที่สะกิดโดนจุดอ่อนไหว ความโดดเดี่ยวที่ถูกฉาบไว้ด้วยมาดผู้จัดการสาวผู้แข็งแกร่งพังทลายลงเพียงชั่วครู่ เธอช้อนสายตามองเขา แววตานั้นไหวระริกและเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาที่ซ่อนเร้น
“ฉันไม่มีแฟนค่ะ” เธอกระซิบตอบ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้แหบพร่าและสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด ฉลามยกยิ้มอย่างผู้ชนะที่รุกคืบเข้าใกล้เป้าหมาย
“งั้นผมขอจีบคุณได้มั้ยครับ” พิมมาดาใจเต้นโครมคราม เธอรวบรวมสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด แล้วเอ่ยท้าทายกลับไปด้วยท่าทีที่พยายามจะรักษามาดเอาไว้
“ถ้าคิดว่าจีบติดก็ลองดูสิคะ แต่ฉันว่าคุณอย่าเสียเวลาเลย สู้เอาเวลาไปท่องตำราเรียนจะดีกว่า”
ฉลามไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าสวยนั้นแม้แต่วินาทีเดียว เขายิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมก่อนจะถอยออกมาเพียงก้าวเดียว
“กู๊ดไนท์ครับ คุณพิม...”
“กู๊ดไนท์ค่ะ” พิมมาดารีบหมุนตัวเข้าบ้านทันทีที่สิ้นเสียง ทิ้งให้ความร้อนแรงนั้นยังคงอบอวลอยู่เบื้องหลัง
ท่ามกลางความเงียบสงัดของหยาดน้ำค้างยามดึก แสงจันทร์นวลตาฉาบไล้ลงบนผิวกายขาวกระจ่างของพิมมาดาที่ยืนกลางสนามหญ้าหน้าบ้าน ลมกลางคืนพัดโชยมาเอื่อย ๆ ทว่ากลับไม่ช่วยให้ความร้อนรุ่มภายในใจของเธอลดน้อยลงเลย ชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีแชมเปญที่สวมอยู่นั้นแนบไปกับส่วนโค้งเว้าของร่างกายอย่างจงใจ เนื้อผ้าบางเบาจนเผยให้เห็นยอดทรวงอวบหยุ่นที่ขยับเขยื้อนยามเธอผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างเป็นจังหวะ
เสียงฝีเท้าเบา ๆ บนผืนหญ้าฝั่งตรงข้ามดึงสติของเธอกลับมา พิมมาดาหันไปตามเสียง และพบกับฉลามที่ยืนอยู่ริมรั้วฝั่งบ้านของเขา ชายหนุ่มอยู่ในชุดนอนกางเกงผ้าเนื้อนิ่มเพียงตัวเดียว เปลือยแผงอกล่ำสันที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแกร่ง แสงจันทร์ดวงโตสะท้อนให้เห็นลอนหน้าท้องที่เรียงตัวสวยงามและไรขนอ่อนจาง ๆ ที่พาดผ่านหน้าท้องหายเข้าไปในขอบกางเกง
“เจ้าเอยหลับแล้วเหรอครับ?” เสียงทุ้มพร่ามัวของเขาดังขึ้นในความเงียบ ฉลามขยับกายเข้ามาชิดริมรั้วจนพิมมาดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายวัยหนุ่มที่แผ่ซ่านออกมา กลิ่นสบู่อ่อน ๆ หลังอาบน้ำผสมกับกลิ่นกายดิบ ๆ ของชายหนุ่มทำให้อะดรีนาลีนในกายของเธอพุ่งพล่าน
“ค่ะ... หลับไปได้สักพักแล้ว” พิมมาดาตอบเสียงแผ่ว ใบหน้าสวยร้อนผ่าวเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมปลาบที่มองเธออย่างลึกซึ้ง... สายตาที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ใบหน้า แต่มันกวาดมองต่ำลงไปยังเนินอกขาวผ่องที่กระเพื่อมไหวอยู่ภายใต้ผ้าซาตินบางกริบ
“ดึกขนาดนี้... ทำไมถึงยังออกมายืนตากลมข้างนอกคนเดียวล่ะครับ?”
“หรือว่า... กำลังรอใครอยู่”
“เปล่าค่ะ แค่เดินมาดูไฟด้านนอกเฉย ๆ ” พิมมาดาพยายามเบือนหน้าหลบ แต่กลิ่นอายความแกร่งกร้าวของเขากลับครอบงำประสาทสัมผัสของเธอไปหมดสิ้น
“ถ้าคุณยังไม่นอน... จะรังเกียจไหมครับ ถ้าผมจะขอเข้าไปคุยด้วย”
“เสียใจค่ะ ฉันกำลังง่วงพอดี”
“เดี๋ยวสิครับคุณพิม”
หลายวันต่อมาพิมมาดาก็ยอมเปิดใจมากขึ้นเมื่อเห็นว่าลูกสาวจะได้มีเพื่อนเล่น บรรยากาศภายในบ้านของสาวสวยดีกรีผู้จัดการธนาคารดูมีชีวิตชีวา แสงไฟสีนวลตาขับเน้นให้ความอ่อนล้าจากการทำงานจางหายไป ทว่าความรู้สึกใหม่ที่เข้ามาแทนที่กลับเป็นความประหม่าที่แสนหวาน
“สวัสดีครับ” เสียงทุ้มเข้มดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงใหญ่ ฉลามที่เดินเข้ามาในบ้านด้วยท่าทีสนิทสนม หลังจากลอบมองจนแน่ใจว่าเธอน่าจะทำอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“พี่กำลังทำอาหารเย็นเสร็จพอดีเลยค่ะ” เธอรีบบอกพลางง่วนอยู่กับหน้าเตา ริมฝีปากหยักของชายหนุ่มพยายามซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยามมองแผ่นหลังเนียน
“พิม... คุณแพ้ท้องหรือเปล่า?” ฉลามเอ่ยถามขณะที่มองใบหน้าซีดเซียวของภรรยา พิมมาดาตวัดหางตาค้อนเขา แต่สายตานั้นไม่อาจทำให้เขารู้สึกเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย“ยังไม่แน่ใจค่ะ”“ผมอยากมีลูกกับคุณจังเลย พิมจ๋า” เขากระซิบเสียงพร่า พลางซุกหน้าเข้าหาซอกคอหอมกรุ่น“มีน้ำยาก็ทำสิคะ แต่เดี๋ยวค่ะ... ยังไม่ใช่ตอนนี้นะคะ” หญิงสาวพยายามดันใบหน้าของสามีออกห่างจากร่องอกอวบอิ่มของเธอ“โธ่... ผมก็อุตส่าห์ดีใจ” ฉลามถอนหายใจช้า ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตู เขาเดินไปเปิดก็เห็นปลาวาฬยืนอยู่ตรงหน้า มือถือจานมะม่วงส่องประกายยั่วยวน“พี่เตรียมมาให้แล้ว เห็นบอกว่าอยากทานของเปรี้ยวใช่ไหม!” ปลาวาฬตะโกนบอกน้องสะใภ้ที่นั่งหน้าซีดอยู่บนโซฟาด้านใน ฉลามรีบรับจานมะม่วงมาถือไว้ก่อนที่พี่สาวจะได้เดินเข้ามาในห้อง“ขอบคุณครับพี่ เดี๋ยวผมป้อนเมียผมเอง” เขาพูดพลางส่งยิ้มกวน ๆ“แหม่! บริการทุกระดับเชียวนะ” ปลาวาฬอดแซวไม่ได้ ก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้สองสามีภรรยาได้อยู่กันตามลำพังฉลามเดินกลับมานั่งข้างพิมมาดา ป้อนมะม่วงเปรี้ยวจี๊ดเข้าปากภรรยาอย่างเอาใจ ไม่นานนักคุณพราวตะวันก็เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเป็นห่วง“เป็นอะไรหรือเปล่าพิม ด
การฮันนีมูนที่ฟินแลนด์ไม่ใช่เพียงการพักผ่อน แต่คือการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบ ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงามของเมืองเฮลซิงกิ พิมมาดาทอดสายตามองมหาวิหารสีขาวโดดเด่นและสถาปัตยกรรมสไตล์ออโธดอกซ์ขณะล่องเรือท่องเที่ยว ความสงบของทะเลบอลติกทำให้นึกถึงอนาคตที่กำลังจะมาถึงที่นี่ถาวร“ถ้าช่วงใกล้คริสต์มาส คุณพาพิมไปเที่ยวทางเหนือได้มั้ยคะ”“ได้สิครับ แต่ก่อนหน้านั้นผมน่าจะกลับไปรับปริญญาพอดี เสร็จงานแล้วเราจะมาอยู่กันที่นี่ถาวรเลย คุณว่าไงครับ?” ฉลามถามพลางโอบไหล่ภรรยาไว้แน่น“ก็แล้วแต่คุณสิคะ พิมอยู่ที่ไหนก็ได้ถ้ามีคุณ” เธอตอบเสียงหวาน“หึหึ...ฉลามจะกินคุณทุกวันเลย?” สามีหนุ่มหยอดมุกเสี่ยวพลางยิ้มกริ่ม“ไม่หรอกค่ะ กินบ่อยเท่าไหร่ก็ได้ แต่ห้ามเบื่อ... โอเคไหมคะ?” พิมมาดาหันไปจ้องตาเขาอย่างจริงจัง จนฉลามต้องดึงเธอเข้ามากอดแนบอก “ผมไม่มีวันเบื่อคุณหรอกครับพิม ผมรักคุณแล้วก็เจ้าเอย และอีกอย่างผมก็อยากให้คุณอยู่ใกล้ๆ ลูก ขอบคุณที่ยอมทิ้งทุกอย่างที่เมืองไทยเพื่อมาสร้างครอบครัวกับผมนะครับ”ทั้งคู่คุยกันถึงแผนการท่องเที่ยวฤดูหนาวที่แลปแลนด์ ความตื่นเต้นที่จะได้พาเจ้าเอยไปดูแสงเหนือและนั่งรถลา
“โห่ ฮี้ โห่ ฮี้ โห่ ฮิ้ววว!” เสียงโห่ร้องกึกก้องกังวาลไปทั่วคุ้งน้ำดำเนินสะดวก ขบวนกลองยาวรัวจังหวะสนุกสนานเร้าใจ นำขบวนโดยเรือพายลำใหญ่ที่มี เพชรตะวัน หรือ ฉลาม ในชุดไทยประยุกต์สีขาวครีมดูหล่อเหลาสง่างามราวกับพระเอกวรรณคดี เขานั่งอยู่บนหัวเรือด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขที่สุดในชีวิต เบื้องหลังคือขบวนเรือนับสิบลำที่บรรทุกขันหมาก เงินทองสินสอดมหาศาล และพานพุ่มคาวหวานที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงมุ่งตรงสู่คุ้มรีสอร์ตไม้สักทองภายในงานพิมมาดา เจ้าสาวที่สวยสง่าในชุดไทยจักรีสีชมพูกลีบบัว ยืนกระวนกระวายด้วยความตื่นเต้นอยู่หลังบานเฟี้ยมไม้ นี่คืองานวิวาห์ครั้งที่สองที่เธอเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ หัวใจดวงน้อยสั่นรัวเมื่อได้ยินเสียงกลองยาวที่ใกล้เข้ามาทุกที“มาแล้วครับ! ขบวนเจ้าบ่าวมาแล้ววว!”เตโช เพื่อนสนิทของฉลามที่เป็นต้นเสียงตะโกนอย่างคึกคะนองอยู่บนเรือลำหนึ่ง เขาตื่นเต้นจนรีบยืนขึ้นกวักมือเรียกแขกเหรื่อ แต่ด้วยจังหวะที่เรือโครงเครงบวกกับการทรงตัวที่ไม่ดีพอ ร่างสูงหนาของเตโชจึงเสียหลักเซไปกระแทกกับหญิงสาวร่างเพรียวระหงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จนพากันล้มตึงตูมมมม!เสียงน้ำแตกกระจายพร้อมกับ
บรรยากาศตึงเครียดภายในคฤหาสน์เมื่อค่ำคืนก่อนดูจะมลายหายไปพร้อมกับไอหมอกยามเช้า พิมมาดาส่งยิ้มละไมพลางเดินเคียงข้างร่างสูงสง่าลงมาจากบันไดวนหินอ่อน กลิ่นอายความรักจากการพลอดรักเมื่อครู่ยังคงอบอวลอยู่รอบตัวจนพวงแก้มของเธอซับสีระเรื่อ ฉลามอุ้มเจ้าเอยเอาไว้แนบอกกว้างอย่างหวงแหน ราวกับจะประกาศให้ทุกคนในบ้านรู้ว่านี่คือแก้วตาดวงใจของเขาทว่าที่เชิงบันได ทั้งสองกลับต้องชะงักเมื่อเห็น คุณพราวตะวัน ยืนรออยู่ แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับอ่อนเชื่อมลงอย่างประหลาด“คุณแม่จะไปไหนครับ?” ฉลามเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งสงสัยกึ่งระแวดระวัง เขาขยับตัวเข้าใกล้พิมมาดาเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ“แม่ก็จะมาชวนฉลาม กับหนูพิม แล้วก็เจ้าเอยไปทานมื้อเช้าด้วยกันไงลูก” พราวตะวันแย้มรอยยิ้มที่พิมมาดาสัมผัสได้ถึงความจริงใจเป็นครั้งแรก ก่อนที่ผู้ใหญ่สาวจะหันมาหาว่าที่ลูกสะใภ้โดยตรง“หนูพิมจ๊ะ... เรื่องเมื่อวานแม่ต้องขอโทษด้วยนะลูกที่แม่พูดจาไม่ดีออกไปแบบนั้น เป็นเพราะแม่คิดน้อยไปหน่อย แม่ห่วงลูกชายจนหลงลืมความรู้สึกของหนู”คำกล่าวขอโทษที่ไม่มีใครคาดคิดทำเอาพิมมาดาตื้นตันจนขอบตาเกือบเบลอด้วยน้ำตา เธอรีบส่ายหน้าเบาๆ อย่างถ่อมต
ภายในห้องนอนใหญ่ของคฤหาสน์ที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับระอุไปด้วยอารมณ์ที่รุนแรงจากการโต้เถียงของคุณพงษ์เพชรและคุณพราวตะวัน แสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงส่องให้เห็นใบหน้าดุดันของผู้เป็นสามีที่ยืนจ้องมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง“ก็ลูกอุตส่าห์พาแฟนกลับบ้านมาหาเราทั้งที แล้วเจ้าฉลามก็ไม่ได้มาคนเดียวสักหน่อย พาพิมกับลูกมาหาเราด้วย แล้วคุณไปพูดแบบนั้นได้ยังไง! คิดถึงหัวอกลูกผู้หญิงด้วยกันบ้างสิพราว! และอีกอย่างเจ้าฉลามก็ไม่ได้รักยัยหนูเลน่าของคุณเลยสักนิด ผมบอกไว้ตรงนี้เลย” พงษ์เพชรตวาดเสียงกร้าว“แต่ผู้หญิงคนนั้น... เธอกำลังจะหลอกลูกชายเรานะคะ” พราวตะวันเริ่มเสียงสั่น ยอมออ่อนข้อลงเมื่อเห็นสามีเอาจริง“คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาหลอก! หนูพิมอาจจะรักลูกเราจริง ๆ ก็ได้ แล้วมันก็คือความสุขของลูก คุณไม่ควรเข้าไปขวาง” พงษ์เพชรเอ่ยถึงพิมมาดาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง เขาเห็นความอ่อนน้อมและกิริยาที่พิมมาดาสอนเจ้าเอยมาอย่างดี เด็กน้อยน่ารักไร้เดียงสาคนนั้นทำให้เขารู้สึกถูกชะตาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เล่นด้วย“ก็ปลาวาฬบอกว่าเธออายุมากกว่าลูกเรานะคะพราวว่าแม่คนนี้ต้องเป็นไก่แก่แม่ปลาช่อนแน่ ๆ เจ้าฉลามคงไม่ทันเล
ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังนิ่งสงบ เจ้าเอยตัวน้อยที่นอนอยู่ข้างๆ ก็ขยับกายตื่นขึ้นมา พิมมาดารีบหันไปโอบกอดลูกสาวไว้แน่นเพื่อปลอบประโลม ฉลามเองก็เอื้อมวงแขนแกร่งไปโอบกอดทั้งคุณแม่และคุณลูกไว้พร้อมกัน เจ้าเอยเอานิ้วก้อยของเขาไปกุมไว้แน่น ก่อนจะดึงมือบางของมารดามาสัมผัสประสานนิ้วก้อยของเขาเข้าด้วยกัน“คุณพ่อฉลามอย่าดุคุณแม่นะคะ วันนี้คุณแม่ร้องไห้ไม่หยุดเลย” เสียงใสไร้เดียงสาทำเอาหัวใจคนฟังสะท้าน“คุณพ่อไม่ได้ดุคุณแม่นะครับ และตอนนี้คุณพ่อกับคุณแม่ก็เข้าใจกันแล้ว” เขาตอบพลางสบตาพิมมาดา“จริงเหรอคะ... ถ้างั้นคุณแม่กับคุณพ่อห้ามปล่อยมือออกจากกันนะคะ”“ได้สิครับเจ้าเอย พ่อให้สัญญา” ฉลามรีบบอกก่อนจะก้มลงหอมแก้มทั้งคู่คนละฟอดใหญ่ เพียงไม่นานเด็กน้อยก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกครั้ง“ลูกหลับแล้ว... งั้นก็คงถึงเวลาของเราแล้วล่ะ” ครั้งนี้ฉลามไม่รอช้าและไม่สนเสียงค้านแผ่วเบา เขาโผเข้าหาพิมมาดาอย่างหิวโหย ริมฝีปากหยักประกบลงบนเรียวปากบาง ดูดซับความหวานอย่างหนักหน่วงจนเกิดเสียงน่าอาย ลิ้นร้อนสอดลึกเข้าสู่โพรงปากนุ่มอย่างชำนาญ มือหนาเริ่มดึงทึ้งชุดนอนบางเบาจนขาดพ้นร่างระหง ก่อนจะขยับกายหนาขึ้นทาบทับลงบนตัว




![บัตเลอร์ที่รัก [3P]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


