LOGINกลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ บอกให้รู้ว่าเก้าคงดื่มมาไม่น้อย ฉันไม่รู้เลยว่าเขามาที่นี่และไม่รู้ว่าเก้ามาตอนไหน ทำไมเขาถึงได้กลับทั้งที่เพิ่งสามทุ่ม แต่ก็ถือว่าดีเพราะช่วยให้ฉันประหยัดค่ารถแท็กซี่ได้
"เพิ่งรู้ว่าเธอรับงานแฟนเดย์"
จากที่เงียบอยู่สักพัก เก้าก็เริ่มบทสนทนา
"ทำมาสักพักใหญ่แล้วล่ะ"
"ทำไมถึงทำ"
"ถามแบบนี้ ไม่ได้ไม่ชอบใช่ไหม"
เก้าหันมาเลิกคิ้ว แปปเดียวก็มองท้องถนน "ไม่ได้อคติกับงานนี้ แค่อยากรู้ว่าทำไมออมถึงทำงานนี้"
ชื่อที่ถูกเรียกอย่างสนิทสนมสร้างมวลความเขินให้ฉันอย่างถึงที่สุด มีไม่กี่คนที่จะเรียกฉันว่า 'ออม' ไม่ใช่ออมสินชื่อเต็มๆ
"เงินดี ช่วยลดค่าใช้จ่ายครอบครัว"
"พูดให้ฟังหน่อยว่าดียังไง"
"พูดให้ฟังแล้ว ห้ามมาแย่งงานกันนะ ทำคาเฟ่แมวไปน่ะดีแล้ว"
เก้าทำเพียงยิ้มตอบ หันมองฉันเป็นระยะเพื่อฟัง และเขาจะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนใกล้ชิดที่รู้ว่าฉันทำงานนี้ ขนาดฝ้ายก็ยังไม่รู้เลย
"เราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินอะไรหรอกนะ พ่อแม่ให้เงินใช้ไม่เคยขาด แต่แค่รู้สึกว่าอยากทำงาน พอดีชินกับการช่วยงานพ่อแม่มาตั้งแต่เด็กน่ะ ก็เลยเข้าไปหางานในกลุ่มเฟซบุ๊ค มีคนแนะนำงานนี้ เราก็เลยลองทำดู แฟนเดย์ ดูแลเทคแคร์ฟีลแฟน เป็นเพื่อนคุย เพื่อนกินข้าวดูหนัง ขั้นต่ำสองชั่วโมงได้สองพัน ซื้อชั่วโมงเพิ่มก็ค่อยคุยกันอีกที มีเรทจับมือได้ด้วยนะ ก็จ่ายเงินเพิ่มกันไป"
"พ่อแม่รู้ไหม"
ฉันส่ายหน้า "ความลับ นายห้ามไปบอกล่ะ เราบอกว่ารับจ็อบทำรายงานให้รุ่นพี่"
"จะบอก"
"เก้า!"
"ล้อเล่น"
"แหงล่ะว่านายต้องล้อเล่น ถ้านายทำจริง ไม่เผาผีนะบอกเลย"
"กลัวพ่อแม่รู้แล้วไม่ชอบเหรอ แบบนี้มีแฟนก็ต้องกลัวเหมือนกันน่ะสิ"
"ไม่รู้สิ"
"ไม่รู้ว่าต้องกลัวไหม?"
"ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีแฟนต่างหาก ตอนนี้ไม่มีก็ทำไปก่อน มีแล้วค่อยว่ากัน"
"จะมีผู้ชายที่ไหนชอบให้แฟนไปมีฟีลแฟนกับคนอื่น"
"จะจำเอาไว้แล้วกัน"
ฉันพึมพำพลางอมยิ้ม เอาไว้ได้เป็นแฟนเขาเมื่อไหร่ ฉันจะเลิกทำงานนี้ทันทีให้เขาเลย
"บังเอิญมากที่เจอพวกนาย"
"ร้านพี่เขยเรา ไอ้วินซ์มันว้อนท์"
"แล้วทำไมรีบกลับล่ะ"
"ไอ้เดย์ฝากให้พากลับ มันบอกว่าแพรวบ่นใหญ่ที่เธอรับงานกลางคืน"
ที่แท้ก็เพื่อนสั่งให้กลับ ฉันเผลอคิดว่าเก้าเป็นห่วงเลยยอมกลับพร้อมกัน นกในความคิดแล้วหนึ่ง
"ไม่ได้รับบ่อยหรอก ดูเป็นเคสๆ น่ะ"
"เลือกลูกค้ายังไง"
"ก็โปรไฟล์ สถานที่แล้วก็มาดูที่หน้างาน ไม่โอเคก็ปฏิเสธ"
"หิวไหม เราไม่เห็นเธอกินอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า"
"นั่นเป็นหนึ่งวิธีระวังตัว"
"แต่เธอกินเฟรนซ์ฟรายส์ไปสามชิ้น กับน้ำเปล่าไปอีกหลายแก้วนะ แบบนั้นไม่น่ารอด"
รถมาจอดนิ่งสนิทในที่จอดรถใต้คอนโดมิเนียม เก้าก็เคาะนิ้วลงบนหน้าผากของฉัน
"เป็นเราคงรับงานแค่กลางวัน เซฟตัวเองที่สุด"
เก้าปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยให้ โยกตัวมาเก็บสายของมันเข้าที่ หากหัวใจมีโหมดเพิ่มวอลลุ่มได้ เก้าคงตกใจที่ได้ยินเสียงของมันเป็นจังหวะสามช่าเพิ่มสปรีดไปอีกสามเท่า ยิ่งเขาเข้ามาใกล้ เอาใบหน้าหล่อเหลาขาวใสมาจ่อชิดดวงตา เอากลิ่นหอมมีเสน่ห์มาชนปลายจมูก เอาร่างกายร่อนผ่าวมาแนบชิดต้นแขน
หายใจติดขัดยังไงชอบกล รู้สึกเหมือนจะตายเลยแหะ
ตกหลุมรักเก้าขึ้นไม่ไหวแล้วจริงๆ
"สรุปว่าจะกินอะไรก่อนไหม"
เขาหันมาถามในตอนที่ผละกลับไปนั่งที่เดิม
"ไม่ล่ะ เราอยากนอน เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นสาย"
"ถ้างั้นก็ไปนอน เดี๋ยวเราจะอดกินอาหารอร่อยๆ ฝีมือเธอ"
บางครั้งฉันก็แอบคิดว่าเก้าตั้งใจถีบฉันให้หล่นลงไปในหลุมที่เขาขุด โดยมีฉันหลับหูหลับตาซวนเซให้เขาถีบอย่างง่ายดาย ฉันถึงได้ดูใจง่ายเพียงแค่เห็นรอยยิ้มของเขา
[9 Part]
ผมค่อนข้างตกใจตอนที่รู้ว่าออมสินทำงานแฟนเดย์ ยอมรับว่าเพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกว่าบนโลกมีอาชีพนี้ด้วย ตอนอยู่ที่บาร์ไอ้เดย์บอกว่าแพรวเคยทดลองทำ แต่ถูกคนจ้างลวนลาม มันเลยบอกให้ผมช่วยดูออมสินหน่อย
'มึงเอาตีนไปแกว่งใกล้เธอแล้ว ดูๆ หน่อยก็ดี ไม่ค่อยโอเค'
คือสิ่งที่ไอ้เดย์พูดกับผม ก็ไม่ได้ตั้งใจเอาตีนไปใกล้ ผมแค่หวังดีและอยากช่วยเหลือเธอเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนของแฟนเพื่อนเท่านั้น แต่เหมือนจะกลับหัวรถไม่ทันเพราะนอกจากแพรวแล้ว ออมสินเหมือนจะมีแค่... ผม ที่พร้อมจะยื่นมือช่วยเหลือเพียงคนเดียว
เช้านี้เป็นอีกวันที่ภายในห้องมีใครบางคนเดินหมุนไปทางนู้นทีทางนี้ที ทุกทีผมอยู่คนเดียว ชินกับการเปิดประตูห้องนอนมาเจอความมืดเคล้าเสียงแตรรถจากภายนอก แต่ช่วงนี้ได้ยินแต่เสียงตะหลิวกับเสียงฮัดชิ้วของตัวเอง
"โทษที พอดีทำกะเพราเนื้อน่ะ" ออมสินตะโกนบอกแล้วหันไปตั้งหน้าตั้งตาทำอาหารต่อ
ผมเดินตรงเข้าไปในห้องครัว หยิบแก้วมาชงกาแฟอย่างใจเย็นแล้วยืนอยู่ในนี้ไม่ได้ไปไหนไกล
"เมื่อวานไปทำงานมาเหรอ"
"อื้อ ดูหนังที่ห้าง xxx ลูกค้าบอกดูหนังผีเลยอยากมีเพื่อนไปนั่งข้างๆ"
ออมสินตอบอย่างเป็นธรรมชาติ ดูเธอจะชำนาญกับงานนั้นไม่น้อย
ไม่นานผัดกะเพราในกระทะก็ถูกตักใส่จานแล้วนำมาวางลงบนโต๊ะ สายตาเจ้ากรรมดันเกิดมองต่ำกว่าลำคอ พลันภาพในคืนนั้นที่หน้าผับก็ย้อนกลับมาซ้อนทับ
ตัวก็นิดเดียว แต่นมดัน.. ผมเบือนหน้ามองทางอื่นเพราะเธอไม่ระวังตัวก้มลงเก็บช้อนที่หล่นบนพื้นให้ผมเห็นอีกเหมือนเดิม แค่รอบเดียวก็ติดตา สองรอบบอกเลยว่าลืมไม่ลง
"กินได้เลยนะ เราต้องไปแต่งตัว"
"วันนี้วันเสาร์.."
"เราต้องกลับบ้านที่อุบล เสาร์อาทิตย์นี้คงไม่ได้มาทำอาหารเช้าให้นายนะ เอาไว้จะมากวาดถูห้องทดแทนให้แล้วกัน"
"ครับ" นั่นเท่ากับว่าวันหยุดนี้ไม่มีคนรับงานแฟนเดย์ให้ผมต้องคอยมาถามว่างานเป็นยังไงบ้าง ออมสินเตรียมอาหารให้ผมเสร็จ เธอก็เดินตรงมาหยิบขนมคุ้กกี้ที่วางอยู่ในโหลข้างมือผมยัดใส่ปากตัวเอง หยิบอีกชิ้นมาจ่อริมฝีปากผม
"ช่วยกินหน่อย เอาไว้นานๆ มันจะเหม็นหืน"
ผมมองคุ้กกี้ชิ้นเล็กตรงหน้า ครุ่นคิดว่าซื้อมันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ไม่ทันนึกออกก็มีมือเล็กมาจับปลายคาง บีบบังคับให้ผมอ้าปากรับมันมาเคี้ยว พอได้ดั่งใจออมสินก็ยิ้มจนตาหยี
"เจอกันเช้าวันจันทร์นะ กินข้าวให้อร่อยล่ะ"
เธอเดินผ่านผมพร้อมกับกลิ่นแชมพูจากปลายเส้นผมมาชนปลายจมูก หอมจนละสายตาจากเธอไม่ได้ กระทั่งประตูห้องปิดลง ผมหันกลับมามองอาหารบนโต๊ะ ไม่รู้ว่าคิดถูกคิดผิดที่มีแม่ครัวประจำตัวเพราะผมกลัวว่าวันหนึ่งจะเคยชินรสชาติฝีมือของเธอจนขาดไม่ได้
ผมมาถึงคาเฟ่ในเวลาเก้าโมงก่อนร้านเปิดหนึ่งชั่วโมง วันเสาร์อาทิตย์ผมจะหมกตัวอยู่ที่นี่ คาดว่าปิดเทอมก็คงอยู่ที่นี่ทั้งวันเช่นกัน วันนี้ผมมาทันเจอพี่แก้วพี่สาวที่อายุห่างกันห้าปี เธอกำลังอุ้มเจ้าเต่าแมวพันธุ์เปอร์เซียออกจากกรง
"เก้ามาพอดีเลย พี่จะเอาเต่าไปหาหมอนะ มันท้องเสีย"
"ท้องเสียเหรอครับ" ได้ยินว่าแมวป่วยหัวใจก็กระตุกรีบถลาเข้าไปดูมัน "เป็นไงเต่า แกโอเคไหม"
"ไม่น่านะ พี่แอ๊ดโทรไปบอกว่าพวกมันเล่นกันทั้งคืน ไหนจะท้องเสียอีก พี่ว่าเราต้องกำชับลูกค้าว่าอย่าป้อนอาหารแมวแล้วล่ะ"
พี่แอ๊ดคือคนของพ่อที่ผมจ้างมานอนเฝ้าพวกมันตอนกลางคืน หากมีอาการอะไรแปลกๆ เขาจะโทรมาแจ้งผมหรือไม่ก็พี่แก้วทันที และครั้งนี้เขาเลือกจะโทรบอกพี่แก้วเพราะเธอดูแลแมวได้ดีกว่าผม
"ครับ เดี๋ยวผมจะเขียนป้ายติดเอาไว้ตัวใหญ่ๆ"
"ดีจ้ะ แล้วนี่แม่โทรหาหรือยัง"
"ยังครับ มีอะไรเหรอครับ"
"มีนัดกินข้าวกับครอบครัวรินนทีวันพรุ่งนี้ กำชับว่าต้องไปทุกคน"
นามสกุลรินนทีได้ยินแล้วหัวใจกระตุกยิ่งกว่าตอนรู้ว่าเจ้าเต่าป่วย ผมไม่ได้เจอคนบ้านนั้นนานกว่าสามปีแล้ว จะยังมีคนจำผมได้อยู่อีกอย่างนั้นเหรอ
[9 Part]
ที่วินซ์บอกจัดการไม่ยากคือเรื่องจริง อีกวันตำรวจสามารถจับตัวนิธิได้พร้อมกับพนักงานโรงแรมที่รับเงินค่าจ้างผสมยาในขวดน้ำเปล่าที่รินใส่แก้วให้ฉัน เก้าพาฉันไปชี้ตัวคนทำผิดที่สถานีตำรวจ ป้าแม่บ้านก็ยืนยันว่าใช่ด้วยเช่นกัน สุดท้ายยอมจำนนทั้งพยานหลักฐานและพยานบุคคลยอมรับสารภาพว่ามอมยาฉันเพื่อหวังขืนใจจริงๆตั้งแต่เกิดเรื่องฉันก็ยังไม่ได้รับงานแฟนเดย์อีกเลย กระทั่งคุณโรมส่งข้อความแชทเข้ามาทวงคิวงานที่บอกจะยกยอดไปวันอื่น ฉันก็เลยแจ้งกฏการจ้างแฟนเดย์พร้อมเรทราคาให้เขาใหม่ ปักหมุดสถานที่เป็น Nine Sweet Cafe ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะตอบตกลงอย่างง่ายดายสิบโมงฉันก็เลยติดรถเก้ามาที่คาเฟ่ด้วย แต่เวลานัดหมายคือสิบเอ็ดโมงก็เลยมีเวลานั่งเล่นกับเจ้าแมวเหมียวที่ถูกปล่อยให้ออกมาเดินเผ่นผ่านรอเล่นกับลูกค้า"นี่ยัยอ้อน ได้ข่าวว่าแกชอบอ้อนผู้ชายเหรอ"ฉันอุ้มเจ้าเหมียวตัวสีเทาขึ้นมา ลูบหัวมันเบาๆ อย่างเอ็นดู แม้จะไม่ได้รักแมว แต่ก็ชอบความน่ารักของมันอยู่ไม่น้อย"แกเป็นแมวที่โชคดีนะยังมีผู้ชายให้อ้อน ฉันนี่สิ.. ได้เขาเป็นผัวแต่เขาไม่เอาฉัน"ประโยคหลังฉันกระซิบพลางเหล่ตามองเก้าที่กำลังอบรมพนักงานอยู่ ตั้งแต่คืนนั้นเร
เรามาต่อกันในห้องนอนอีกหลายรอบโดยไม่มีปัญหาเรื่องถุงยางอนามัยเพราะก่อนนี้เก้าเคยอยู่ที่นี่ ลิ้นชักของโต๊ะเขียนหนังสือชั้นล่างสุดที่ฉันไม่เคยเปิด นั่นคือจุดเก็บถุงยางอนามัยของเขาในอดีต เรานอนด้วยกันในห้องของฉัน เข้าใจความรู้สึกของคนที่อยากตื่นมาเจอหน้าคนรักเป็นคนแรกว่าเป็นอย่างไรก็วันนี้ เราไม่ได้กอดกัน แต่มือของเขาวางแนบศีรษะของฉันตลอดคืน ฉันมีความสุขมากจนไม่รู้จะอธิบายยังไง แม้ว่าฉันกับเก้าจะมีสถานะแค่คนที่หวังดีต่อกันเท่านั้น"ออม คุยกันหน่อยได้ไหม"เก้านั่งลงบนเก้าอี้ตำแหน่งจานข้าวของเขาวางอยู่บนโต๊ะ ท่าทางซีเรียสของเก้าทำฉันใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ก็ยอมนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา พอมาเจอหน้าจังๆ ก็เกิดอาการเขินอายไม่กล้าสบตาตรงๆ"คุยสิ""เมื่อคืนเราเมา ขอโทษนะ""อื้อ" ฉันตอบรับอย่างว่าง่าย เมื่อคืนได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากเขา ฉันรู้ว่าเขาไปดื่มมาและตัวกระตุ้นอารมณ์ของเขาก็คงเป็นมันแอบเจ็บ แต่ฉันเองที่เป็นคนเริ่มจูบเขาจนเราสองคนเลยเถิดกัน"เราก็ขอโทษที่มึนยาอะไรก็ไม่รู้จนลวนลามนาย""ไม่โกรธเราใช่ไหม""โกรธ.. แต่โกรธตัวเองนะ ดูนายลำบากใจ"เก้าแสดงออกแบบนั้นจริงๆ และฉันก็เสียเซลฟ์มาก ถึงตอนนั้นเข
"นี่ห้องน้ำหญิง เดี๋ยวฉันเข้าไปดูให้ดีกว่าค่ะ"สิ้นเสียงของผู้หญิง ฉันก็นั่งตัวเกร็ง ใบหูได้ยินเสียงประตูแต่ละบานถูกผลักเปิดจนมาถึงห้องข้างๆ ฉันตัดสินใจยื่นมือไปปลดล็อกกลอนและประตูก็ถูกผลักเข้ามา ผู้หญิงมีอายุที่คาดว่าเป็นแม่บ้านตกใจที่เห็นฉัน เธอนิ่งไปชั่วครู่แล้วดึงประตูปิดให้ ฉันกดล็อกกลอนอีกครั้ง ถอนหายใจอย่างโล่งใจแล้วเอามือถือมาแนบหูพูดคุยกับเก้าเสียงกระซิบ"ฮึก! เก้า.. ต้องมานะ"[เราจะถึงแล้ว]"ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลยค่ะคุณ ลูกคุณอาจจะกลับบ้านไปแล้วก็ได้นะ" เสียงแม่บ้านคนนั้นลอยมาอีกครั้ง"ขอบคุณมาก"แต่พอได้ยินเสียงคุณนิธิหัวใจก็เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ หวังว่าเขาจะถอดใจแล้วไปจากตรงนี้ ไม่นานประตูห้องน้ำก็ถูกเคาะ"หนูๆ เขาไปแล้ว ออกมาได้แล้ว"ในเมื่อมีคนช่วยฉันจึงไม่รีรอเปิดประตู ป้าแม่บ้านรีบเข้ามาช่วยพยุงฉันออกมาตรงหน้ากระจก"ไหวไหมหนู ป้าไปแจ้งผู้จัดการโรงแรมให้ดีไหม"ฉันวักน้ำล้างหน้าให้รู้สึกดีขึ้นเสร็จก็เงยหน้าขึ้นพนมมือไหว้"ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวรอเพื่อนหนูมาถึงก่อนดีกว่า""หนูก็ฉลาดนะที่ชูข้อความในมือถือให้ป้าเห็น ไม่งั้นป้าคงตะโกนเรียกให้คนนั้นรู้ตัว ไปอยู่แถวลอบบี้น่าจะปลอดภัยกว
@บ้านเขมราชย์เก้ากลับบ้านอีกครั้งในรอบเดือนเพราะถูกมารดาโทรตามให้มารับประทานอาหารเย็น ในค่ำคืนนี้สวนข้างตัวบ้านจึงถูกเนรมิตเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ในครอบครัวอีกครั้งหลังจากที่มันถูกใช้งานไปแล้วในลักษณะเดียวกันเมื่อสองเดือนก่อนครอบครัวเขมราชย์ผู้ประกอบธุรกิจผลิตเครื่องหนังส่งออก มีความสัมพันธ์อันดีกับครอบครัวรินนทีมายาวนานด้วยเพราะหัวเรือใหญ่ของทั้งสองครอบครัวเป็นเพื่อนกันไม่บ่อยที่สองครอบครัวจะนัดหมายพบปะได้แบบครบองค์ประชุม โดยเฉพาะลูกชายคนเล็กของบ้านเขมราชย์ที่การเรียนและการงานรัดตัวจนหาตัวจับยากไม่มีเวลาว่างค่ำคืนนี้เก้าก็ใช่ว่าจะว่าง งานที่คาเฟ่เป็นหลักหากไม่สำคัญจริงๆ เขาไม่มีทางทิ้งแต่เพราะมารดาขู่เข็ญว่าจะยึดที่ดินตรงคาเฟ่คืนหากเขาไม่โผล่มา ณ เวลานี้เก้าจึงนั่งอยู่ข้างแก้วกัลยาพี่สาวของเขา ฝั่งตรงข้ามคือครอบครัวรินนทีผู้มีลูกสาวหนึ่งคนอายุไล่เลี่ยกับเก้าชื่อว่าคนึงนิตหรือน้องนิดของทุกคน"ยินดีด้วยนะน้องนิด ดูสิ.. เจออีกทีก็จะแต่งงานซะแล้ว พี่ยังจำภาพเราวิ่งไล่จับกับเก้าได้อยู่เลย"แก้วกัลยาแซวคนึงนิตผู้ที่เป็นคนสำคัญของการนัดกินข้าวในค่ำคืนนี้คนึงนิตผู้จัดการบริษัทนำเข้าอาหารสัต
ลำพังตัวกะเปี๊ยกอย่างแพรวจะไปสู้ผู้ชายตัวใหญ่อย่างคุณโรมได้ยังไงถ้าเดย์ไม่รีบมาช่วย แถมเดย์ที่มีพ่อเป็นอดีตนายพลผู้มีอำนาจเหลือล้นยังพกไฟที่ได้ยินมาว่าเป็นลูกชายนักการเมืองมาใช้อำนาจข่มด้วยอีกคนคราวนี้ทรงเอหรือจะสู้ทรงอำนาจ คุณโรมไม่เอาเรื่องยัยแพรว แต่ขอเค้กกลับบ้านไปฝากสุนัขสามปอนด์ ทางพี่สะใภ้ของเดย์จัดการให้โดยมีเดย์เป็นคนออกค่าใช้จ่าย ไม่ใช่เพียงร้านโดนผลกระทบ ฉันเองก็ด้วยเพราะงานแฟนเดย์เพิ่งเริ่มไปไม่กี่นาที คุณโรมจึงขอยกยอดของวันนี้ไปเป็นวันอื่น ส่วนเหตุผลของเพื่อนฉันก็..."ดูก็รู้ว่าไม่น่าไว้ใจ ท่าทางก็น่ากลัวอาจหลอกแกไปขายก็ได้นะ ฉันเลยต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม"แบบนี้ฉันจะไปต่อว่าแพรวลงได้อย่างไร ฉันวางมือลงบนศีรษะเล็กแล้วยีเส้นผมเบาๆ "ขอบใจนะ แกทำดีแล้วล่ะที่ช่วยสแกนคนให้ฉัน"แต่แทนที่จะทำงานให้เสร็จวันนี้แล้วจบไป กลับต้องยกยอดเป็นวันอื่นช่างเถอะ.. เพื่อนหวังดี"ไอ้ไฟไปส่งออมสินที กูจะพาแพรวไปหาหมอ"เดย์ย่อตัวนั่งลง จับขาของแพรวดูตรงตำแหน่งที่ถูกน้ำร้อนลวกตอนชงกาแฟอย่างห่วงใยไฟพยักหน้า ไม่ได้พูดสิ่งใดแล้วเดินนำฉันไปยังรถซูเปอร์คาร์ของเขา คนนี้ก็น่ากลัวนะ เคยได้ยินว่าขาโหดชอบ
ฉันกลับมามองหน้าเก้าได้อีกครั้งเพิ่มเติมความชอบในตัวเขามีมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ฉันชอบที่เขาใส่ใจและสนใจความรู้สึก.. ของฉันเราออกมาจากห้องน้ำก็กลับมานั่งที่โต๊ะ ถูกสายตาของเพื่อนๆ เขามองอย่าล้อเลียน แต่เก้าก็เฉลยในทันทีว่าเป็นเพราะพูดจาไม่ดีกับฉันเลยตามไปขอโทษ ไม่ได้ทำอะไรเสียหายและไม่ได้ทำอะไรชั่วๆ อย่างที่พวกมึงคิดดูสิ.. เขาให้เกียรติและปกป้องฉันด้วยนะ น่ารักที่สุดเลยดื่มเสร็จเราก็กลับด้วยกัน ระหว่างทางก็คุยเรื่องงานของฉันในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ดูเขาจะสนใจมันไม่น้อยเพราะก่อนนี้เขาถามแทบจะทุกวันเลยถึงห้องเราก็แยกกัน ตอนเช้าฉันก็มาทำอาหารให้เขาปกติ ช่วงนี้ฉันกับเก้าปิดเทอมแล้วจึงไม่ได้เร่งรีบเรื่องเวลา ระหว่างรอเก้าออกกำลังกายก็เดินออกมาตรงระเบียง มุมขวามือมีกระถางดอกไม้ห้อยอยู่สามต้นเลยมายืนรดน้ำไปพลางๆ บ้างก็หันไปมองคนหล่อที่เดี๋ยววิดพื้น เดี๋ยวซิทอัพในช่วงชีวิตฉันเคยแอบชอบเพื่อนชอบรุ่นพี่มาก่อน แต่ไม่เคยได้ใกล้ชิดกับใครแบบนี้สักคน ความรู้สึกของฉันตอนนี้จึงเรียกได้ว่ามีความสุขมาก เก้าทำให้โลกของฉันที่พบเจอผู้คนหลากหลายให้เปลี่ยนมาพบเจอเขาเพียงคนเดียว ฉันอยากอยู่กับเขาแบบนี้นาน







