LOGINส่งข้อความบอกเก้าเอาไว้เพื่อที่เขาจะไม่คิดว่าฉันเข้าไปวุ่นวายในห้อง จากนั้นก็แยกตัวกับแพรวกลับห้องเพื่อมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวไปทำงานที่เรียกได้ว่ารายได้หลักในตอนนี้
แต่งตัวเสร็จฉันก็หยิบมือถือมาดูตารางนัดหมายอีกครั้ง
"VV ผับ เวลาหนึ่งทุ่ม"
ทวนสถานที่และเวลาเรียบร้อยก็นั่งรถแท็กซี่มายัง VV ผับ หยิบมือถือมาโทรหา 'ลูกค้า' ที่ซื้อบริการของฉัน
"เอมมี่อยู่หน้าบาร์แล้วค่ะ"
[เดี๋ยวผมเดินไปรับครับ]
ลูกค้าวางสาย ฉันก็มายืนรออยู่ด้านหน้าทางเข้าเพื่อที่เขาจะได้มองเห็นได้ง่าย ระหว่างนี้ก็สังเกตบริเวณโดยรอบไปด้วย บาร์แห่งนี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงในย่านนี้ เวลาหนึ่งทุ่มมีรถหรูจอดเรียงรายและผู้คนแต่งตัวดีเดินเข้าไปด้านในบาร์เป็นระยะ
ไม่นานก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินตรงมาจากลานจอดรถเข้ามาทักทายฉัน
"น้องเอมมี่ใช่ไหมครับ"
ฉันยิ้มให้เขาเพราะมองถี่ถ้วนแล้วว่าตรงกับรูปโปรไฟล์ที่เขาส่งมาให้ตอนดีลงานกัน ภาพลักษณ์โดยรวมดูดี ใบหน้าหล่อตี๋เข้ากับรูปร่างสูงโปร่งของเขา
"ใช่ค่ะ เอมมี่ค่ะ คุณพีชใช่ไหมคะ"
"ครับผม ตรงปก น่ารักตามรีวิว"
คุณพีชเอ่ยชม ยื่นแขนออกมาด้านข้างให้ฉันควงพาเดินเข้าไปในบาร์ด้วยกัน เริ่มต้นทำงาน 'แฟนเดย์' ของวันนี้
ภายในบาร์ช่วงหัวค่ำยังไม่ครึกครื้นเท่าไหร่นัก ผู้คนยังกระจายตัวนั่งแยกโต๊ะกันประปราย มีเสียงเพลงคลอเบาๆ เคล้ากับบรรยากาศสบายๆ คุณพีชพาฉันมานั่งโต๊ะริมติดกับผนัง เขาจัดแจงให้ฉันนั่งฝั่งตรงข้ามเว้นระยะห่างที่พอดีเพราะงานของฉันมีขอบเขต ไม่ใช่ว่าต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวเพื่อแลกเงินเสมอไป
"น้องเอมมี่ดื่มอะไรดีครับ"
"ถ้าบอกว่าน้ำเปล่าจะเคืองเอมมี่ไหมคะ"
"ได้เสมอครับ"
เขาหัวเราะแล้วเรียกพนักงานมารับออเดอร์
ผิดคาดมากที่เขาโอเคเพราะการเสียเงินจ้างฉันมาเป็นแฟนชั่วคราวย่อมต้องอยากได้สิ่งที่ชอบและต้องการ เคยมีลูกค้าคะยั้นคะยอให้ฉันดื่มเหล้าเพียว แต่เพราะฉันมีกฏเกณฑ์เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ฉันยกเลิกงานกลางคันพร้อมให้เหตุผล วันนั้นฉันทำงานฟรี เหนื่อย อารมณ์เสีย แต่โล่งใจและดีใจที่ไม่เห็นแก่เงินจนตัวเองอาจเกิดอันตราย
น้ำเปล่าของฉันมาเสิร์ฟพร้อมกับเบียร์ของเขา มีเฟรนซ์ฟรายส์มาวางเอาไว้เป็นกับแกล้มหนึ่งจาน
หน้าที่แฟนเดย์ของฉันคือเป็นเพื่อนคุย รับฟังปัญหาและคอยเทคแคร์คนว่าจ้างให้มีความสุข พิจารณาดูจากคุณพีชแล้ว เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวทำหน้าเศร้า เดี๋ยวก็หยิบมือถือมาดู ฉันว่าเขาเพิ่งอกหักมาชัวร์ๆ
"ไม่น่าเชื่อว่าน้ำเปล่าก็อร่อย เครื่องดื่มที่นี่ดีจริงๆ เลยนะคะ คุณพีชลองชิมเบียร์ดูไหมคะ คอนเฟิร์มให้เอมมี่หน่อยว่าคิดไม่ผิด"
ฉันรินเบียร์ใส่แก้วให้เขา เหมือนคุณพีชจะยิ้มขึ้นมาได้อีกครั้ง แต่พอแก้วเบียร์ไปอยู่ตรงหน้า เขาก็ตีหน้าเศร้าเหมือนเดิม
"เอมมี่เป็นผู้ฟังที่ดีนะคะ"
เขาเงยหน้าขึ้นสบตา กระพริบตามองฉันอยู่หลายวินาทีก่อนจะถอนหายใจ ดูแล้วเรื่องที่ทำให้เขาเศร้าคงรุนแรงน่าดู
"น้องเอมมี่รับมือยังไงเหรอครับถ้าหากรู้ว่าคนที่เรารัก.. รักคนอื่น"
"แค่คำถามก็เศร้าแล้วค่ะ" ฉันหัวเราะหวังให้เขาหัวเราะตาม "ถ้าเป็นเอมมี่.. รักเขามันเหนื่อยก็คงหันมารักตัวเองค่ะ"
"ผมพยายามทำแล้วครับ แต่มันยากมาก ผมเบื่อตัวเองที่เวลารักใครแล้วมักทุ่มให้หมดทุกอย่าง"
"นั่นเท่ากับว่าเราทำหน้าที่ของตัวเองได้แบบสุดยอดแล้วค่ะ"
ฉันยกนิ้วโป้งให้เขาทั้งสองข้าง
"การที่เขาไม่รักเรา ไม่เลือกเรา ก็เป็นปัญหาของเขาแล้วค่ะ น่าเสียดายแทนเธอคนนั้นจริงๆ"
"ใช่ครับ.. น่าเสียดาย แล้วถ้าวกกลับมา ผมคงไม่เอาแล้วล่ะเพราะเขาเลือกจะไปแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น"
พูดจบคุณพีชก็ยกแก้วเบียร์ขึ้นกระดก
ทว่าฉันยังติดอยู่ที่สรรพนาม 'เขา' ดูเหมือนฉันจะอัปเลเวลของการเป็นแฟนเดย์ด้วยการรับงานของเพศทางเลือกแล้วล่ะ
หลังจากเบียร์แก้วนั้น ฉันก็กลายเป็นผู้ฟังอย่างเต็มรูปแบบ คุณพีชระบายความเศร้าพร้อมทั้งเปิดรูปเขาคนนั้นให้ดู น่าตกใจที่คนนั้นดันเป็นดาราที่ฉันเคยเห็นหน้าและเพิ่งจะแต่งงานเป็นข่าวโด่งดังไปหมาดๆ เมื่อวานนี้
เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงจะครบกำหนดเวลางานคุณพีชไปเข้าห้องน้ำ ฉันเลยมีเวลาได้ผ่อนคลายหยิบเฟรนซ์ฟรายส์มากิน เรื่องราวของเขาพาฉันเศร้าไปด้วย คบหากันแบบเปิดเผยไม่ได้ตั้งห้าปี ส่งเขาถึงจุดโด่งดังได้ก็ดันไปทำผู้หญิงท้อง ไม่แค่นั้นยังมาเฉลยว่าแท้จริงแล้วชอบผู้หญิง
"เลวสะบัด" และฉันคงทำใจดูผลงานของเขาไม่ได้อีก นั่งไปนั่งมาก็หันมองไปฝั่งขวามือเพราะรู้สึกได้ถึงการจับจ้อง
เฮือก! แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งตกใจเพราะดันสบตาเข้ากับเก้าที่นั่งอยู่ถัดไปอีกสี่โต๊ะ
นึกว่าเขาอยู่คาเฟ่เสียอีก ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่
เก้าไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ไม่ยิ้มเหมือนอย่างเคย ก่อนจะก้มหน้าพิมพ์บางอย่างในมือถือ
ติ๊ง! และเสียงแชทไลน์ของฉันก็ดังตามมา
9Nine : ไหนว่าไปทำงาน
อ่อ.. ฉันไม่ได้บอกเขาว่าทำงานอะไร เก้าอาจงง
Aomsinjaja : ก็ทำงานอยู่
ฉันเงยหน้าส่งยิ้ม แต่เก้ากลับขมวดคิ้วแล้วหันไปคุยกับเดย์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม คราวนี้ห้าหนุ่มวิศวะมองฉันเป็นตาเดียว วินซ์โบกมือทักทาย ฉันเลยส่งยิ้มกลับ
"น้องเอมมี่เข้าห้องน้ำไหมครับ"
แต่ไม่ทันไร คุณพีชกลับมานั่ง หน้าตาดูสดใสขึ้น ฉันจึงเลิกสนใจคนพวกนั้นมาคุยกับลูกค้า
"ไม่เข้าค่ะ"
"อยากดื่มต่อไหมครับ เดี๋ยวผมจ่ายค่าเครื่องดื่มเอาไว้ให้"
"ไม่ดีกว่าค่ะ"
"ถ้างั้นกลับเลยนะ ขอบคุณมากๆ เลยครับที่อยู่เป็นเพื่อนคุย"
"ยินดีค่ะ"
เราสองคนแยกกันที่ลานจอดรถ จบงานแฟนเดย์ของเอมมี่นามลับยามทำงานในสองชั่วโมง พ้นท้ายรถของคุณพีช ฉันก็เดินมารอรถแท็กซี่ แต่กลับมีรถเก๋งคุ้นตามาจอดเทียบตรงหน้าแทนพร้อมกระจกเลื่อนเปิด
"กลับด้วยกันไหม"
"เพิ่งจะสามทุ่มเองนะ ทำไมนายกลับแล้วล่ะ"
ฉันค่อมตัวลงคุยกับเก้า เห็นดวงตาของเขาหลุบมองคอเสื้อก่อนจะเงยขึ้นสบตาฉัน ถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเสื้อครอปแขนสั้นที่ใส่คอเสื้อเว้าหย่อนคล้อยจนเผยให้เห็นหน้าอก ฉันตะปบมือปิดมัน ปั้นสีหน้าไม่ถูกเพราะไม่ได้ตั้งใจจะโชว์จริงๆ แต่เดาว่าเขาน่าจะเห็นบราสีดำของฉันแล้ว
"ออม.. ขึ้นรถ มีคันหลังต่อคิว"
สิ้นคำสั่งของเก้า เสียงแตรรถด้านหลังก็ดังขึ้นเร่งเร้าให้ฉันปฏิเสธไม่ได้
ที่วินซ์บอกจัดการไม่ยากคือเรื่องจริง อีกวันตำรวจสามารถจับตัวนิธิได้พร้อมกับพนักงานโรงแรมที่รับเงินค่าจ้างผสมยาในขวดน้ำเปล่าที่รินใส่แก้วให้ฉัน เก้าพาฉันไปชี้ตัวคนทำผิดที่สถานีตำรวจ ป้าแม่บ้านก็ยืนยันว่าใช่ด้วยเช่นกัน สุดท้ายยอมจำนนทั้งพยานหลักฐานและพยานบุคคลยอมรับสารภาพว่ามอมยาฉันเพื่อหวังขืนใจจริงๆตั้งแต่เกิดเรื่องฉันก็ยังไม่ได้รับงานแฟนเดย์อีกเลย กระทั่งคุณโรมส่งข้อความแชทเข้ามาทวงคิวงานที่บอกจะยกยอดไปวันอื่น ฉันก็เลยแจ้งกฏการจ้างแฟนเดย์พร้อมเรทราคาให้เขาใหม่ ปักหมุดสถานที่เป็น Nine Sweet Cafe ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะตอบตกลงอย่างง่ายดายสิบโมงฉันก็เลยติดรถเก้ามาที่คาเฟ่ด้วย แต่เวลานัดหมายคือสิบเอ็ดโมงก็เลยมีเวลานั่งเล่นกับเจ้าแมวเหมียวที่ถูกปล่อยให้ออกมาเดินเผ่นผ่านรอเล่นกับลูกค้า"นี่ยัยอ้อน ได้ข่าวว่าแกชอบอ้อนผู้ชายเหรอ"ฉันอุ้มเจ้าเหมียวตัวสีเทาขึ้นมา ลูบหัวมันเบาๆ อย่างเอ็นดู แม้จะไม่ได้รักแมว แต่ก็ชอบความน่ารักของมันอยู่ไม่น้อย"แกเป็นแมวที่โชคดีนะยังมีผู้ชายให้อ้อน ฉันนี่สิ.. ได้เขาเป็นผัวแต่เขาไม่เอาฉัน"ประโยคหลังฉันกระซิบพลางเหล่ตามองเก้าที่กำลังอบรมพนักงานอยู่ ตั้งแต่คืนนั้นเร
เรามาต่อกันในห้องนอนอีกหลายรอบโดยไม่มีปัญหาเรื่องถุงยางอนามัยเพราะก่อนนี้เก้าเคยอยู่ที่นี่ ลิ้นชักของโต๊ะเขียนหนังสือชั้นล่างสุดที่ฉันไม่เคยเปิด นั่นคือจุดเก็บถุงยางอนามัยของเขาในอดีต เรานอนด้วยกันในห้องของฉัน เข้าใจความรู้สึกของคนที่อยากตื่นมาเจอหน้าคนรักเป็นคนแรกว่าเป็นอย่างไรก็วันนี้ เราไม่ได้กอดกัน แต่มือของเขาวางแนบศีรษะของฉันตลอดคืน ฉันมีความสุขมากจนไม่รู้จะอธิบายยังไง แม้ว่าฉันกับเก้าจะมีสถานะแค่คนที่หวังดีต่อกันเท่านั้น"ออม คุยกันหน่อยได้ไหม"เก้านั่งลงบนเก้าอี้ตำแหน่งจานข้าวของเขาวางอยู่บนโต๊ะ ท่าทางซีเรียสของเก้าทำฉันใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่ก็ยอมนั่งลงฝั่งตรงข้ามเขา พอมาเจอหน้าจังๆ ก็เกิดอาการเขินอายไม่กล้าสบตาตรงๆ"คุยสิ""เมื่อคืนเราเมา ขอโทษนะ""อื้อ" ฉันตอบรับอย่างว่าง่าย เมื่อคืนได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากเขา ฉันรู้ว่าเขาไปดื่มมาและตัวกระตุ้นอารมณ์ของเขาก็คงเป็นมันแอบเจ็บ แต่ฉันเองที่เป็นคนเริ่มจูบเขาจนเราสองคนเลยเถิดกัน"เราก็ขอโทษที่มึนยาอะไรก็ไม่รู้จนลวนลามนาย""ไม่โกรธเราใช่ไหม""โกรธ.. แต่โกรธตัวเองนะ ดูนายลำบากใจ"เก้าแสดงออกแบบนั้นจริงๆ และฉันก็เสียเซลฟ์มาก ถึงตอนนั้นเข
"นี่ห้องน้ำหญิง เดี๋ยวฉันเข้าไปดูให้ดีกว่าค่ะ"สิ้นเสียงของผู้หญิง ฉันก็นั่งตัวเกร็ง ใบหูได้ยินเสียงประตูแต่ละบานถูกผลักเปิดจนมาถึงห้องข้างๆ ฉันตัดสินใจยื่นมือไปปลดล็อกกลอนและประตูก็ถูกผลักเข้ามา ผู้หญิงมีอายุที่คาดว่าเป็นแม่บ้านตกใจที่เห็นฉัน เธอนิ่งไปชั่วครู่แล้วดึงประตูปิดให้ ฉันกดล็อกกลอนอีกครั้ง ถอนหายใจอย่างโล่งใจแล้วเอามือถือมาแนบหูพูดคุยกับเก้าเสียงกระซิบ"ฮึก! เก้า.. ต้องมานะ"[เราจะถึงแล้ว]"ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลยค่ะคุณ ลูกคุณอาจจะกลับบ้านไปแล้วก็ได้นะ" เสียงแม่บ้านคนนั้นลอยมาอีกครั้ง"ขอบคุณมาก"แต่พอได้ยินเสียงคุณนิธิหัวใจก็เต้นตุ้มๆ ต่อมๆ หวังว่าเขาจะถอดใจแล้วไปจากตรงนี้ ไม่นานประตูห้องน้ำก็ถูกเคาะ"หนูๆ เขาไปแล้ว ออกมาได้แล้ว"ในเมื่อมีคนช่วยฉันจึงไม่รีรอเปิดประตู ป้าแม่บ้านรีบเข้ามาช่วยพยุงฉันออกมาตรงหน้ากระจก"ไหวไหมหนู ป้าไปแจ้งผู้จัดการโรงแรมให้ดีไหม"ฉันวักน้ำล้างหน้าให้รู้สึกดีขึ้นเสร็จก็เงยหน้าขึ้นพนมมือไหว้"ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวรอเพื่อนหนูมาถึงก่อนดีกว่า""หนูก็ฉลาดนะที่ชูข้อความในมือถือให้ป้าเห็น ไม่งั้นป้าคงตะโกนเรียกให้คนนั้นรู้ตัว ไปอยู่แถวลอบบี้น่าจะปลอดภัยกว
@บ้านเขมราชย์เก้ากลับบ้านอีกครั้งในรอบเดือนเพราะถูกมารดาโทรตามให้มารับประทานอาหารเย็น ในค่ำคืนนี้สวนข้างตัวบ้านจึงถูกเนรมิตเป็นพื้นที่ปาร์ตี้ในครอบครัวอีกครั้งหลังจากที่มันถูกใช้งานไปแล้วในลักษณะเดียวกันเมื่อสองเดือนก่อนครอบครัวเขมราชย์ผู้ประกอบธุรกิจผลิตเครื่องหนังส่งออก มีความสัมพันธ์อันดีกับครอบครัวรินนทีมายาวนานด้วยเพราะหัวเรือใหญ่ของทั้งสองครอบครัวเป็นเพื่อนกันไม่บ่อยที่สองครอบครัวจะนัดหมายพบปะได้แบบครบองค์ประชุม โดยเฉพาะลูกชายคนเล็กของบ้านเขมราชย์ที่การเรียนและการงานรัดตัวจนหาตัวจับยากไม่มีเวลาว่างค่ำคืนนี้เก้าก็ใช่ว่าจะว่าง งานที่คาเฟ่เป็นหลักหากไม่สำคัญจริงๆ เขาไม่มีทางทิ้งแต่เพราะมารดาขู่เข็ญว่าจะยึดที่ดินตรงคาเฟ่คืนหากเขาไม่โผล่มา ณ เวลานี้เก้าจึงนั่งอยู่ข้างแก้วกัลยาพี่สาวของเขา ฝั่งตรงข้ามคือครอบครัวรินนทีผู้มีลูกสาวหนึ่งคนอายุไล่เลี่ยกับเก้าชื่อว่าคนึงนิตหรือน้องนิดของทุกคน"ยินดีด้วยนะน้องนิด ดูสิ.. เจออีกทีก็จะแต่งงานซะแล้ว พี่ยังจำภาพเราวิ่งไล่จับกับเก้าได้อยู่เลย"แก้วกัลยาแซวคนึงนิตผู้ที่เป็นคนสำคัญของการนัดกินข้าวในค่ำคืนนี้คนึงนิตผู้จัดการบริษัทนำเข้าอาหารสัต
ลำพังตัวกะเปี๊ยกอย่างแพรวจะไปสู้ผู้ชายตัวใหญ่อย่างคุณโรมได้ยังไงถ้าเดย์ไม่รีบมาช่วย แถมเดย์ที่มีพ่อเป็นอดีตนายพลผู้มีอำนาจเหลือล้นยังพกไฟที่ได้ยินมาว่าเป็นลูกชายนักการเมืองมาใช้อำนาจข่มด้วยอีกคนคราวนี้ทรงเอหรือจะสู้ทรงอำนาจ คุณโรมไม่เอาเรื่องยัยแพรว แต่ขอเค้กกลับบ้านไปฝากสุนัขสามปอนด์ ทางพี่สะใภ้ของเดย์จัดการให้โดยมีเดย์เป็นคนออกค่าใช้จ่าย ไม่ใช่เพียงร้านโดนผลกระทบ ฉันเองก็ด้วยเพราะงานแฟนเดย์เพิ่งเริ่มไปไม่กี่นาที คุณโรมจึงขอยกยอดของวันนี้ไปเป็นวันอื่น ส่วนเหตุผลของเพื่อนฉันก็..."ดูก็รู้ว่าไม่น่าไว้ใจ ท่าทางก็น่ากลัวอาจหลอกแกไปขายก็ได้นะ ฉันเลยต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม"แบบนี้ฉันจะไปต่อว่าแพรวลงได้อย่างไร ฉันวางมือลงบนศีรษะเล็กแล้วยีเส้นผมเบาๆ "ขอบใจนะ แกทำดีแล้วล่ะที่ช่วยสแกนคนให้ฉัน"แต่แทนที่จะทำงานให้เสร็จวันนี้แล้วจบไป กลับต้องยกยอดเป็นวันอื่นช่างเถอะ.. เพื่อนหวังดี"ไอ้ไฟไปส่งออมสินที กูจะพาแพรวไปหาหมอ"เดย์ย่อตัวนั่งลง จับขาของแพรวดูตรงตำแหน่งที่ถูกน้ำร้อนลวกตอนชงกาแฟอย่างห่วงใยไฟพยักหน้า ไม่ได้พูดสิ่งใดแล้วเดินนำฉันไปยังรถซูเปอร์คาร์ของเขา คนนี้ก็น่ากลัวนะ เคยได้ยินว่าขาโหดชอบ
ฉันกลับมามองหน้าเก้าได้อีกครั้งเพิ่มเติมความชอบในตัวเขามีมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ฉันชอบที่เขาใส่ใจและสนใจความรู้สึก.. ของฉันเราออกมาจากห้องน้ำก็กลับมานั่งที่โต๊ะ ถูกสายตาของเพื่อนๆ เขามองอย่าล้อเลียน แต่เก้าก็เฉลยในทันทีว่าเป็นเพราะพูดจาไม่ดีกับฉันเลยตามไปขอโทษ ไม่ได้ทำอะไรเสียหายและไม่ได้ทำอะไรชั่วๆ อย่างที่พวกมึงคิดดูสิ.. เขาให้เกียรติและปกป้องฉันด้วยนะ น่ารักที่สุดเลยดื่มเสร็จเราก็กลับด้วยกัน ระหว่างทางก็คุยเรื่องงานของฉันในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ดูเขาจะสนใจมันไม่น้อยเพราะก่อนนี้เขาถามแทบจะทุกวันเลยถึงห้องเราก็แยกกัน ตอนเช้าฉันก็มาทำอาหารให้เขาปกติ ช่วงนี้ฉันกับเก้าปิดเทอมแล้วจึงไม่ได้เร่งรีบเรื่องเวลา ระหว่างรอเก้าออกกำลังกายก็เดินออกมาตรงระเบียง มุมขวามือมีกระถางดอกไม้ห้อยอยู่สามต้นเลยมายืนรดน้ำไปพลางๆ บ้างก็หันไปมองคนหล่อที่เดี๋ยววิดพื้น เดี๋ยวซิทอัพในช่วงชีวิตฉันเคยแอบชอบเพื่อนชอบรุ่นพี่มาก่อน แต่ไม่เคยได้ใกล้ชิดกับใครแบบนี้สักคน ความรู้สึกของฉันตอนนี้จึงเรียกได้ว่ามีความสุขมาก เก้าทำให้โลกของฉันที่พบเจอผู้คนหลากหลายให้เปลี่ยนมาพบเจอเขาเพียงคนเดียว ฉันอยากอยู่กับเขาแบบนี้นาน







