Share

บทที่ 4

last update publish date: 2026-08-08 14:34:21

บทที่ 4

ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นทั้งบ้าน ทั้งที่พักพิงและที่พึ่งทางใจของครามตั้งแต่วัยเยาว์ เคยเป็นสถานที่ที่อบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่นของครอบครัว ทว่าตอนนี้กลับแปรเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม บ้านหลังเดิมที่เคยเป็นดั่งสวรรค์กลับกลายเป็นขุมนรกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและบาดแผลทางใจ ทุกย่างก้าวที่เท้าเขาเหยียบย้ำลงบนพื้นแห่งนี้ เหมือนยิ่งตอกย้ำให้หัวใจแกร่งต้องเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตึก ตึก ตึก!

เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงบ้าน ชายร่างสูง 188 เซนติเมตรในชุดสูทเรียบหรูเดินตรงเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน แววตาคมเข้มเหลือบมองไปยังห้องรับแขกเพียงครู่แต่ก็รับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่อึมครึมและเต็มไปด้วยแรงกดดัน ทุกสายตาในห้องนั้นจับจ้องมาที่เขาเป็นตาเดียว ราวกับรอคอยการมาของชายหนุ่มผู้นี้มาเนิ่นนานแล้ว

ไม่รู้ว่าทุกคนเฝ้ารอด้วยความคาดหวังหรือความเกลียดชังกันแน่ ครามเองก็ไม่แน่ใจเช่นกัน

“ลูกมาแล้ว กินไรมารึยังลูก?”

เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นทำลายความเงียบในห้องทันทีที่เห็นครามที่เดินเข้ามา ใบหน้าอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยความกังวลฉายชัดในทุกถ้อยคำ เธอรีบก้าวเข้าไปหาพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความห่วงใยสุดหัวใจ

ทว่าแทนที่ชายหนุ่มจะตอบกลับด้วยความอ่อนโยน เขากลับมองเธอด้วยแววตาเรียบนิ่งเย็นชาไร้ซึ่งความรู้สึก ในดวงตานั้นมีเพียงความห่างเหินและความขุ่นมัวที่เก็บงำไว้ในใจ ก่อนจะเบือนหน้าหลบแล้วเดินผ่านเธอไปโดยไม่เอ่ยคำใด ราวกับว่าแม้แต่จะมองหน้ายังเป็นสิ่งที่เขาไม่อยากทำ

ดวงดาว ชะงักนิ่งในอากาศมองร่างสูงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกของเธอเดินผ่านไปด้วยความช้ำใจ แต่ก็ต้องเดินกลับมานั่งที่เดิมทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เป็นแบบนี้มาโดยตลอด...ตั้งแต่เธอย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้เมื่อสิบปีก่อน

“แม่เค้าเป็นห่วงแกมาก เห็นข่าวเครื่องบินก็ตกไม่เป็นอันกินอันนอน แกจะตอบแทนความเป็นห่วงของแม่แบบนี้รึไงคราม!?”

คนิน ผู้เป็นพ่อเอ็ดลูกชายเสียงแข็ง แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าถึงอย่างไรครามก็ยังเป็นคราม ไม่มีทางอ่อนโยนกับดวงดาวอย่างแน่นอน ซึ่งสำหรับคนินเธอคือผู้หญิงที่ตนรัก แต่สำหรับคราม...เธอเป็นเพียงชู้รักของพ่อ ไร้ยางอายสิ้นดี

“ไม่ใช่แม่ผม” ครามเอ่ยเสียงเรียบขณะเอนกายพิงพนักโซฟาแล้วยกท่อนขายาวขึ้นไขว้อย่างวางอำนาจ พร้อมเหลือบสายตามองชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม “แม่ผมไม่ใช่กะหรี่!”

คำว่า ‘กะหรี่’ ดังชัดจนคนเป็นพ่อต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจไม่คิดว่าลูกชายที่เคยอ่อนโยนจะกลายเป็นคนปากร้ายขนาดนี้ ทว่ากลับมีเสียงเค้นหัวเราะดังมาจากฝั่งตรงข้าม เขาดันลิ้นที่กระพุ้งแก้มแสดงถึงความอดทนอดกลั้นกับคำพูดของครามเมื่อครู่

“หึ!” คเชนทร์ ลูกชายของดวงดาวและคนินยกแขนขึ้นกอดอกแน่นจ้องมองครามอย่างเอาเรื่อง

“คราม!! พูดอะไรให้เกียรติผู้ใหญ่บ้าง”

“แล้วทำไมผมต้องให้เกียรติคนพวกนี้ด้วย?”

ครามว่าพร้อมพยักพเยิดหน้าไปยังสองแม่ลูกอย่างไม่เกรงกลัว เขาไม่เพียงแค่ไม่เคารพแต่เขารังเกียจครอบครัวนี้จนไม่อยากแม้จะหายใจร่วมด้วย

“พอเถอะค่ะคุณ” ดวงดาวผู้ถูกเหยียดด้วยคำพูดและสายตารีบห้ามสามีตัวเองแล้วระบายยิ้มออกมาแม้ในแววตาคู่นั้นจะเศร้ามาก็ตาม “ฉันเข้าใจลูก”

คำก็ลูก...สองคำก็ลูก ครามเป็นลูกสำหรับเธอเสมอ แม้จะไม่ได้คลอดหรือเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก แต่เธอเองก็รักเอ็นดูและเข้าใจครามเป็นอย่างดี ไม่แปลกหรอกที่เขาจะโกรธจะเกลียด...ก็เธอเข้ามาแทนที่แม่ของเขานี่หน่า

“แกอย่าพูดจาหมา ๆ ให้ฉันได้ยินอีกนะ!” คนินชี้หน้าตำหนิลูกชายทันที

ครามยกยิ้มมุมปากไม่ตอบโต้ใด ๆ เขาเพียงเสมองไปทางอื่นอย่างไม่แยแส สิ่งที่พ่อขอมันคงจะเป็นเรื่องยากหน่อย ปกติปากก็จัดอยู่แล้วคิดเหรอว่าเขาจะไม่ด่าสองแม่ลูกนี้อีก

“พ่อก็อย่าเรียกผมกลับบ้านบ่อยละกัน จะได้ไม่ต้องได้ยินอะไรที่แสลงหูแบบนี้”

“นี่คือบ้าน แกไม่คิดจะกลับบ้างรึไง”

“จะกลับก็ต่อเมื่อมันสองคนไม่อยู่...พ่อไล่มันออกไปได้มั้ยล่ะ?”

ครามว่าพร้อมบู้ยปากไปยังคเชนทร์และดวงดาว แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่ารังเกียจที่จะได้อยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับทั้งสอง

“ไอ้คราม…” ชายหนุ่มที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ดวงตาแข็งกร้าวตวัดมองคนตรงหน้า “มึงคิดว่ากูไม่มีปัญญาออกไปอยู่เองรึไง ถึงได้ไล่ทุกครั้งที่เจอหน้า…พวกกูพร้อมจะไปอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อมึงรั้งเอาไว้!”

“ข้ออ้าง” ครามพึมพำเสียงเรียบ “ที่พวกมึงยังอยู่ ก็เพราะเงิน…ไม่ใช่เหรอ?”

“กูอยู่เพราะแม่ ไม่ได้หน้าเงินอย่างที่มึงพูด ไอ้ควาย!!” คเชนทร์ตะโกนตอบกลับ เสียงดังลั่นด้วยโทสะ “โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วยังคิดอะไรตื้น ๆ เหมือนเด็ก! ทำตัวมีปัญหา ทั้งที่ก็ถูกเลี้ยงมาอย่างสุขสบาย ตอนเด็ก ๆ แม่มึงไม่สอนรึไง ว่าอย่าดูถูกคนอื่นด้วยอคติปัญญาอ่อนแบบมึง!”

“ระวังปากมึงหน่อยไอ้เชนทร์” ครามข่มเสียงต่ำอย่างอดกลั้น

“แล้วกูต้องกลัวเหรอ?” คเชนทร์หัวเราะในลำคอ “มึงก็แค่ลูกเมียแต่ง ที่พ่อมึงจำใจต้องรับเข้าบ้าน แล้วคิดว่ามีสิทธิ์เหยียบหัวใครก็ได้งั้นสิ?”

“มึงอย่าล้ำเส้นพูดถึงแม่กูเด็ดขาด!!” ครามกัดฟันกรอดพลางชี้นิ้วใส่อีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง

“เอ้า! แล้วทีมึงล่ะ ด่าแม่กูทุกครั้งที่เจอหน้า!” คเชนทร์ตวาดกลับดวงตาแดงก่ำด้วยโทสะ “ที่ผ่านมากูทนเห็นมึงรังแกแม่กู ไม่ใช่เพราะกูไม่มีปัญญาสู้แต่เพราะแม่กูสอนว่า หมาเห่าใส่ก็อย่าเห่าตอบ เพราะสักวันหมามันจะเหนื่อยไปเอง…แต่กูคิดผิดว่ะ หมาตัวนี้แม่งกัดไม่ปล่อย แซะไม่เลิก…มึงคิดว่ามีปากอยู่คนเดียวรึไง! ไอ้เวร!”

ตุ๊บ!!

สิ้นเสียงของคเชนทร์ โต๊ะกลางโซฟาก็ถูกครามถีบกระแทกจนปลิวไปกระทบหน้าแข้งอีกฝ่ายอย่างเต็มแรง เสียงกระแทกดังไปทั้งห้องจนคนินและดวงดาวสะดุ้งสุดตัวมองลูกชายทั้งสองสลับไปมาด้วยความสับสน

“ไอ้สัส!!”

คเชนทร์สบถออกมาเสียงดัง ดวงตาแดงวาบด้วยความเดือดพล่าน เขาหยัดตัวลุกขึ้นเต็มความสูง ขณะเดียวกันครามก็ยืนขึ้นเช่นกัน สองสายตาคมมองกันราวกับกำลังจะเผาอีกฝ่ายให้มอดไหม้ด้วยแรงแค้นที่สะสมมานาน

“นี่!! คิดว่าที่นี่เป็นสนามมวยรึไง!! พวกแกเห็นหัวฉันบ้างไหมห้ะ!!”

เสียงเหี้ยมตวาดลั่นเพื่อสงบศึกของลูกชายทั้งสอง คเชนทร์ได้ยินแบบนั้นรีบเสมองไปทางอื่นก่อนจะหันมามองแม่ตัวเองที่น้ำตาคลอเบ้าพร้อมจะหลั่งออกมาทุกเมื่อ ขณะครามเองก็ยอมนั่งลงบนโซฟาเหมือนเดิมด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองที่พร้อมจะแผดเผา

“นี่ขนาดฉันนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้พวกแกยังทะเลาะ ถ้าให้ทำงานร่วมกันมันจะรอดไหมห้ะ!!”

คเชนทร์ไม่ตอบสิ่งใดเขาตวัดหางตามองครามอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องรับแขกไปทันที ขืนอยู่ต่ออีกหน่อยหน้าหวาน ๆ กวนตีน ๆ ของไอ้ครามได้มีเลือดแน่นอน

“ไม่รอด”

ครามมองร่างสูงที่เดินออกไปจนสุดสายตาก่อนจะหันมาตอบพ่อตัวเองน้ำเสียงเรียบนิ่ง เรื่องแบบนี้ไม่ต้องคิดให้เยอะเลย เพราะคเชนทร์และคราม ยังไงก็อยู่ร่วมกันไม่ได้อยู่แล้ว แม้ในความเป็นจริงจะเป็นพี่น้องพ่อเดียวกันก็ตาม

“ไม่รอดก็ต้องรอด!!” คนินว่าเสียงหนักแน่นกดดันลูกชาย “ฉันจะให้คเชนทร์ไปดูแลสาขา1 ตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริการหลังการขาย”

“พ่อ!! นั้นมันสาขาที่ผมดูแลอยู่!!”

“แต่แกอยู่ฝ่ายบริหารคราม!”

“แล้วคนเก่าล่ะ สาขา 1 คนก็ครบแล้วพ่อจะเอามันมาทำไม!”

“คนเก่าขอย้ายไปดูแลสาขาใกล้บ้าน เมียเค้าท้องแก่”

“แล้วทำไมต้องเป็นมันด้วย!”

“มีคนที่เหมาะสมกว่าคเชนทร์อีกรึไง? ถ้ามี…แกก็หามาสิ”

คนินท้าทายลูกชายตัวเองอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าคเชนทร์นั้นเก่ง มีความสามารถ ยากนักที่จะหาคนมาเปรียบเทียบได้ เพราะตำแหน่งนี้ต้องมีความรู้เรื่องรถและงานช่างด้วย ซึ่งถือว่าคเชนทร์นั้นรอบรู้ทุกอย่าง

“ยอมลดอคติลงบ้างเถอะคราม พริ้งพราวแม่ของแกจะได้สบายใจบ้าง”

“อย่ามาพูดชื่อแม่ผม!”

“เหอะ! แม่แกก็เมียฉันนั่นแหละ...ฉันจะพูดถึงเมียฉันไม่ได้เลยรึไง”

“เมียที่พ่อไม่รัก? ...ใช่มั้ย”

“อย่าทำตัวเป็นเด็กคราม อายุจะสามสิบแล้วนะ”

“พ่อไม่เคยรักแม่เลยใช่มั้ย?”

ครามเอ่ยถามอีกครั้ง เป็นสิ่งที่ถามทุกครั้งและก็ได้คำตอบที่น่าเจ็บปวดใจทุกครั้ง

“คำตอบยังคงเหมือนเดิมคราม...พ่อกับแม่รักกันแบบมิตรภาพ”

“แต่กับผู้หญิงคนนี้” ครามหันมามองดวงดาวที่มองตนด้วยสายตาแห่งความรู้สึกผิด

“ดวงดาวคือรักแรกและรักเดียว...พ่อเคยบอกแกแล้วคราม”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 10

    บทที่ 10“ห้องเก็บเสียงมั้ย?” ในขณะที่กำลังจูบซับบริเวณเนินอกอวบสุ้มเสียงแผ่วเบาก็ดังขึ้นพลางเลื่อนมือหนาจับเอวคอดไว้แน่น เจนิสส่ายใบหน้าพลันเป็นคำตอบพร้อมเม้มริมฝีปากแน่น ก็หอพักเดือนไม่ถึงหมื่นจะเป็นห้องเก็บเสียงได้ไงพรึ่บ!! เมื่อได้คำตอบดังนั้นครามจึงผละกายขึ้นพร้อมดึงเรียวแขนเล็กให้ลุกขึ้น ก่อนจะอุ้มร่างบางในท่าลิงอุ้มแตงแล้วเดินเข้าห้องน้ำทันที“แล้วในห้องน้ำเก็บเสียงมั้ย?” ครามว่าขณะที่วางร่างบางบนเคาน์เตอร์พร้อมซุกไซร้ใบหน้าหล่อที่ซอกคอระหงส์พลางดูดเม้มเบา ๆ จนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ“อื้ออ...ดิฉันไม่รู้ค่ะ อ้ะ!”“แทนตัวเองด้วยชื่อ พูดแบบนี้มันดูท่างเหิน”“อะ..เอ่อ” เจนิสมองชายหนุ่มอย่างไม่มั่นใจก่อนจะก้มมองเรือนร่างตัวเองที่มีเพียงชุดชั้นในปกปิดของสงวนเอาไว้ หากเพียงแค่ใช้ปลายนิ้วปลดตะขอก็คงเผยให้เห็นหน้าอกอวบซ่อนรูป “แบบนี้จะดีเหรอคะ?” อยู่ ๆ ก็เกิดอาการกลัวขึ้นมาสะอย่างงั้น ทำเอาครามขมวดคิ้วแน่นก็จูบแลกลิ้นกันขนาดนี้ เปลือยกายกันทั้งคู่แบบนี้ยังจะมาถามอีกว่าดีมั้ย...ถึงจะไม่ดีก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือแล้ว“ดี...คิดสะว่าหาอะไรทำฆ่าเวลาตอนรอไฟติด”“อ

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 9

    บทที่ 9“จอดตรงนี้ก็ได้ค่ะ” เสียงแหบพร่าดังขึ้นหลังจากที่หลับเต็มอิ่มตอนที่ครามลงไปส่งนุชให้กับสามีในบ้าน เจนิสรีบปลดสายเบลท์ทำท่าพร้อมจะลงรถ“คุณพักอยู่ตึกไหน?” ครามเอ่ยถามพร้อมหันมองรอบ ๆ ที่มีตึกเรียงกันเป็นแถวในสภาพที่ไม่น่าอยู่มากนัก เจนิสรีบชี้ตึกหอพักตัวเองซึ่งแน่นอนว่าหากมองจากภายนอกอาจจะไม่ได้สวยงามน่าอยู่มากนัก แต่การตกแต่งภายในตึกสำหรับเธอแล้วก็ถือว่าไม่ได้แย่ขนาดนั้น“ปลอดภัยเหรอ?” ครามหันมาถามพร้อมจอดรถเทียบฟุตบาททันทีก่อนจะหันกลับไปมองตึกที่เธอชี้ “เดี๋ยวผมลงไปส่งที่ห้องดีกว่า”“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็เกรงใจมากแล้ว”“งั้นก็บอกให้แฟนลงมารับ เธอเมาอยู่นะ”“ดิฉันไม่มีแฟนค่ะ อยู่คนเดียว...เดินไปเองได้ค่ะ” เจนิสระบายยิ้มแหยะ ๆ แล้วใช้มือตบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติให้สร่างเมา“....งั้นผมไปส่งดีกว่า” ไม่รอคำตอบใด ๆ จากหญิงสาว ครามรีบลงจากรถทันทีก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูให้เธอ การกระทำของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำ อยู่ ๆ ก็รู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก็ใครจะไปคิดว่ารองประธานบริษัทที่ดุและเข้มงวดอย่างเขาจะสุภาพบุรุษและอ่อนโยนกับเธอ

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 8

    บทที่ 8--ร้านคาราโอเกะ XXX— ภายในห้องคาราโอเกะขนาดใหญ่ที่ถูกจองเป็นห้องพิเศษ รองรับคนได้ถึง 30 คน เสียงเพลงดังก้องพร้อมไฟแทคสลับกับเสียงชนแก้วของนักดื่ม ทำให้เจนิสที่ไม่ได้ดื่มต้องนั่งมองตาปริบ ๆ พร้อมหยิบของแกล้มอย่างเอ็นไก่ทอดเข้าปากไปพลาง ๆ ดวงตาคู่สวยกวาดมองผู้คนรอบตัวที่กำลังสนุกสนานไปกับเสียงเพลง เสียงหัวเราะดังปะปนกันอย่างเป็นกันเอง จนเธออดยิ้มออกมาไม่ได้ เจนิสชอบบรรยากาศแบบนี้ บรรยากาศที่ไม่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน ทุกคนเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทว่าในจังหวะนั้นเอง เธอกลับรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้อง ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าหยุดชะงักก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ เขานั่งอยู่ตรงมุมห้อง ในมือถือแก้วบรั่นดีที่หมุนวนช้า ๆ ดวงตาคมเข้มคู่นั้นจับจ้องมาที่เธออย่างนิ่งงันไม่ละสายตา เจนิสเห็นแบบนั้นก็รีบหลบสายตาลงทันที หัวใจดวงน้อยเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกหวาดระแวงแล่นวาบขึ้นมาจนเธอต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ หากสายตาคู่นั้นเป็นของใครอื่น เธออาจไม่รู้สึกกลัวเลยแต่เพราะมันเป็นสายตาของ คเชนทร์ และในห้วงความคิดนั้นเอง คำพ

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 7

    บทที่ 7--2 สัปดาห์ผ่านไป— ภายในห้องผู้บริหาร อากาศเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศผสานกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้จากก้านไม้หอมที่วางอยู่ตรงมุมห้อง กลิ่นนั้นลอยอบอวลชวนให้รู้สึกผ่อนคลายหากแต่กลับสร้างบรรยากาศประหลาดชวนอึดอัดขึ้นในคราเดียวกัน หญิงสาวในชุดกระโปรงทรงเอสีอ่อนความยาวเหนือเข่าเพียงเล็กน้อย เธอสวมเสื้อแขนตุ๊กตาสีชมพูพาสเทล ทำให้ดูสุภาพเรียบร้อยแฝงความอ่อนหวาน เส้นผมสลวยถูกรวบขึ้นเป็นทรงหางม้าเผยให้เห็นลำคอขาวระหงส์ที่ดึงดูดสายตาอย่างห้ามไม่ได้ ครามทอดสายตามองหญิงสาวตรงหน้าสลับกับเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“อย่ามัดผมขึ้นแบบนี้อีก” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นในขณะที่กำลังตวัดปลายปากกาลงเอกสารแผ่นสุดท้าย ก่อนแววตาคมเข้มจะเลื่อนขึ้นจ้องหน้าเธออย่างไม่ถูกใจกับทรงผมในวันนี้ของเธอเท่าไหร่นัก“ทำไมคะ?” เจนิสขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจ ก็ไม่มีกฎข้อไหนห้ามให้พนักงานรวบผมขึ้นสักหน่อย“ห้ามก็คือห้าม”“ห้ามไม่มีเหตุผล เจไม่ใช่เด็กนะคะ”“มันเห็นต้นคอ ไม่สวย” ครามว่าพร้อมเบือนหน้าหนี ที่บอกว่าไม่สวยนั้นโกหกทั้งเพ บอกว่าไม่สวยแต่กลับมองจนละสา

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 6

    บทที่ 6“พี่ครามของเจเก่งที่สุดแล้ว” เป็นเพียงคำพูดสั้น ๆ ที่หญิงสาวพูดอยู่บ่อยครั้ง แต่น่าแปลกที่ได้ยินทีไรก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย ครามยอมผละกายออกช้า ๆ ก่อนจะจรดริมฝีปากที่หน้าผากมนแล้วเลื่อนลงมาหอมแก้มเนียนนุ่มทั้งสองข้างของเธอฟอดใหญ่“หอมจัง” ครามว่าเสียงแผ่วเบาแล้วจูบริมฝีปากนุ่มอีกครั้ง“ทำไมกลับมาแล้วไม่เปิดไฟคะ เจคิดว่าโจรแอบเข้ามาดื่มไวน์พี่สะอีก” เจนิสว่าหลังจากที่ครามผละริมฝีปากออก ชายหนุ่มเพียงไหวไหล่เบา ๆ ก็เมื่อกี้อยากอยู่คนเดียวมืด ๆ ดื่มด่ำไปกับแอลกอฮอล์พอให้หายเครียดเลยคิดว่าแสงสว่างไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น“คิดว่าเป็นโจรแล้วเดินดุ่ม ๆ เข้ามามือเปล่าเนี่ยนะ” ครามว่าหยอกพร้อมกระชับเอวบางไว้แน่น “ตัวก็เท่านี้ถ้าโจรอุ้มเธอไป พี่จะทำไงดี”“พี่ก็ต้องตามหาเจสิ” เจนิสรีบตอบกลับทันควันเพราะเรื่องแบบนี้ครามต้องทำอยู่แล้วไม่ใช่รึไง“หึ!”แปะ! แปะ! ครามหัวเราะแผ่วในลำคอเมื่อได้ยินเสียงแหวะของแฟนสาวตอบกลับ เขายกมือหนาขึ้นเหนือศีรษะแล้วปรบเบา ๆ สองครั้ง ทำให้แสงไฟในห้องติดสว่างทันตาด้วยระบบอัตโนมัติ พอหันกลับมามองใบหน้าสวยก็พบว่าเธอกำลังจ้องมอง

  • Not secret คนในความรักคุณคราม   บทที่ 5

    บทที่ 5 ครามไม่แน่ใจเลยว่าความเห็นแก่ตัวของมนุษย์จะสิ้นสุดลงตรงไหน…จะต้องแลกด้วยความเจ็บของใครอีกกี่คนถึงจะรู้สึกได้บ้างว่ามันมากเกินไปแล้ว คำถามนี้ฝังอยู่ในใจเขาเสมอโดยเฉพาะในวันที่ความทรงจำบางอย่างย้อนกลับมาแทงกลางใจเขาซ้ำไม่รู้จบ--ย้อนไปเมื่อ 14 ปีก่อน— ในวันที่สายฝนกระหน่ำราวกับมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน ท้องฟ้าครึ้มเทาไม่ต่างจากหัวใจของเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีที่กำลังแตกสลาย เขานั่งนิ่งมองรูปถ่ายของผู้เป็นแม่ด้วยดวงตาเอ่อคลอ พวงแก้มยังเปื้อนคราบน้ำตาที่ไม่ยอมแห้ง ทั้งที่ความจริงควรจะยอมรับได้แล้วว่า…แม่ได้จากไปแล้ว เขาคงไม่รู้สึกเจ็บปวดมากถึงเพียงนี้…ถ้าหากผู้เป็นพ่อไม่พาผู้หญิงอีกคนเข้ามาในบ้าน แล้วยังมีหน้าบอกให้เขาเรียกเธอคนนั้นว่า แม่ มันช่างเป็นตลกร้ายสิ้นดี เมียตายได้ไม่ถึงปีแต่กลับพาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาพร้อมกับลูกที่ตัวเองไป “ไข่ทิ้งไว้” อย่างไม่รู้สึกผิด ครามอยากรู้เหลือเกินว่าพ่อเคยรู้สึกเสียใจบ้างไหมกับการสูญเสียผู้หญิงที่ตัวเองใช้ชีวิตร่วมทุกร่วมสุขมาด้วยกันเกือบยี่สิบปี ทำให้ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา…เด็กหนุ่มที่เคยอ่อนโยนและยิ้มให้กับท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status