Share

โหดของแทร่

Author: Baby_Snow
last update publish date: 2026-09-07 20:34:26

อีกวันพี่โอบบอกว่าไม่ได้มามหาวิทยาลัยฉันจึงไม่ได้ถือเสื้อช็อปมาด้วย ใช้เวลาอยู่มหาวิทยาลัยแค่ครึ่งวันฉันก็กลับมาเตรียมตัวเพราะมีนัดกับพี่นิ้งวันนี้ กระเป๋าเป้ใบเดิมถูกฉันใส่ของเข้าไปมากขึ้น สำคัญเลยคือรองเท้าส้นสูงที่ฉันจะได้สวมใส่มันอีกครั้ง

วันนี้พี่นิ้งมารับฉันตรงเวลาด้วยรถคันเดิม ระหว่างทางฉันจึงถามในสิ่งที่สงสัย

"ตำแหน่งพี่โอบคืออะไรเหรอคะ"

"ก็คนดูแลความเรียบร้อยที่นัั่นนั้นแหละ พี่ตกใจมากเลยนะที่โอบมาบอกจะพาปันกลับ แต่โอบบอกว่ารู้จักปัน ปันนอนดึกไม่ได้ อยากค้านนะ แต่ค้านไม่ได้แล้วคืนนี้จะอยู่ถึงกี่โมง"

"วันนี้พี่โอบก็มาเหรอคะ"

"ก่อนนี้จะมาแค่อังคารกับพฤหัส แต่สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมาพี่เห็นโอบมาเกือบทุกวัน"

"คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ ครั้งที่แล้วพี่โอบไม่รู้ว่าปันมีเหตุจำเป็นต้องมาทำงานที่นี่ ขนาดเขาก็ยังมาทำงานเลย คงเข้าใจนั่นแหละค่ะ"

"ก็หวังว่าอย่างนั้นนะ"

วันนี้ชุดที่สวมใส่ยังเป็นชุดเดิม พี่นิ้งมาเก็บจากล็อกเกอร์เอาไว้ให้ฉัน เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็เจอะเจอกับสาวนมตู้มคนนั้นเดินสวนเข้ามาในหลังผ้าม่าน ฉันยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ทว่าเธอกลับขมวดคิ้วทำหน้าเหวี่ยงใส่แล้วเดินสวนเข้าไป

ทะเลาะกับแฟนมาหรือไงถึงได้เหวี่ยงขนาดนั้น

ฉันเลิกสนใจแล้วออกมาให้พี่นิ้งแต่งหน้าโดยกำชับว่าขอหนาๆ เอาให้แบบคนจำไม่ได้ว่าฉันเป็นใคร พี่นิ้งก็จัดให้แบบจัดเต็ม

จากนั้นก็สวมใส่รองเท้าแก้วราคาแพง ของขวัญชิ้นเดียวที่คุณแม่ซื้อให้แล้วออกมาทำงาน ก่อนเดินเสิร์ฟฉันสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ เพื่อดูว่าพี่โอบอยู่ที่นี่หรือไม่ พอไม่เห็นใครที่เหมือนพี่โอบสักคนก็โล่งใจ หวังว่าวันนี้ฉันจะได้ทิปหลักหมื่นตามหวัง

ผ่านไปสองชั่วโมงทุกอย่างราบรื่นและฉันได้ทิปรวมแบงค์สีเขียว สีแดงและสีเทาทั้งหมดเก้าพัันบาท จากเมื่อยขาที่ไม่ได้นั่งพักก็รู้สึกหึกเหิมขึ้นมา ทำจนถึงตีสามฉันอาจจะได้เงินถึงสามหมื่นก็ได้ แถมวันนี้ยังไม่เจอเพื่อนคุณแม่หรือคนรู้จักด้วย

"เป็นไงปัน โอเคไหม"

พี่นิ้งแวะมาพูดคุยด้วยตอนที่ฉันกำลังยืนรอเครื่องดื่มถาดต่อไป

"ได้หลายบาทแล้วค่ะ ค่อยชื่นใจหน่อย"

"วันนี้พี่ก็รวยแล้วเหมือนกัน ป่ะ สู้ต่อ"

รุ่นพี่ยิ้มหวานแล้วเดินจากไป ฉันมองตามแผ่นหลังของพี่นิ้งพลางยิ้มเช่นกัน ดูเธอมีความสุขและสนุกกับงานมากเลยนะ แต่ไม่น่าแปลกใจหรอก เงินดีขนาดนี้ใครจะไม่มีความสุขบ้าง

"ได้แล้วน้อง รอบนี้เอาน้ำเปล่าไปเยอะหน่อย ให้พวกมันล้างปากบ้าง"

ถาดเครื่องดื่มถูกส่งให้ ฉันรับสารด้วยการพยักหน้าแล้วนำไปเสิร์ฟให้ลูกค้าโต๊ะริมติดบันไดเหล็กที่สามารถเดินขึ้นไปชั้นสอง ตรงหัวบันไดมีคนยืนเฝ้าอยู่สองคน ตั้งแต่มาทำงานวันนี้ยังไม่เห็นว่ามีใครเดินขึ้นไปบนนั้นเลย

ตุบ!

"อะไรวะ!! มึงโกงนี่หว่า"

เสียงตบโต๊ะและโวยวายดังขึ้นจากผู้ชายที่เพิ่งรับแก้วเหล้าไปจากถาดของฉัน เขาชี้หน้าผู้ชายที่สวมใส่ชุดสีดำมีหน้าที่แจกไพ่

"โกงที่ไหนคุณ ถ้าผมโกงคุณคนนี้และคุณคนนี้จะเล่นได้ได้ยังไง" ชายชุดดำย้อน

"แต่ทำไมกูไม่ได้เลยสักตาล่ะวะ พวกมึงเป็นหน้าม้าใช่ไหม"

ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าควรขยับถอยห่างจากโต๊ะก็ตอนที่เขาหันมาหยิบแก้วเหล้าจากในถาดแล้วสาดใส่ทุกคนที่นั่งร่วมโต๊ะจนเปียกปอน ทุกคนในโต๊ะลุกพรวดพราดเช็ดหูเช็ดตา ไม่ทันได้เก็บเหรียญชิปตรงหน้าให้คนก่อเรื่องก้มกวาดใส่เสื้อ เหตุทะเลาะวิวาทรุนแรงขึ้นมาจากโต๊ะเดียว ฉันหันมองโต๊ะอื่นๆ แต่ก็ต้องแปลกใจที่ทุกคนไม่ได้สนใจแม้แต่นิด ต่างคนต่างเล่นราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ แม้แต่เด็กเสิร์ฟก็ด้วย มีฉันคนเดียวที่ยืนเอ๋องุนงงและตกใจ

แกร๊ก! กระทั่งมีเสียงหนึ่งดังขึ้นให้ฉันดึงสายตากลับมามองที่โต๊ะนี้อีกครั้ง ตอนนี้ทุกอย่างแน่นิ่ง คนก่อเรื่องยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนและตรงขมับมีอาวุธสีดำจ่ออยู่

เฮือก! ปืน!

เพล้ง! วินาทีต่อมาถาดในมือของฉันก็ร่วงหล่นพื้นแก้วใสแตกกระจาย ทุกสายตาหันมามอง แต่ฉันกลับหยุดสายตาเอาไว้ที่คนถือปืน

"พี่โอบ" ฉันขยับปากเอ่ยเรียกเขาเสียงแผ่ว ต่างกับหัวใจที่เต้นระรัวทมาพร้อมกับความหวาดกลัว

สีหน้าของพี่โอบเรียบเฉยไม่สะทกสะท้านทั้งที่เขาเอาอาวุธจ่อหัวคนอื่นอยู่ เขาปรายตามองฉันเพียงแวบเดียว ทว่าฉันกลับรับรู้ได้ว่านัยน์ตาคมคู่นั้นแฝงความไม่พอใจอยู่มาก

"ออกมานี่"

แต่แล้วก็มีคนมาดึงแขนฉันให้เดินถอยหลังออกมา ฉันถูกคนนั้นลากมายังห้องแต่งตัวแล้วถูกเหวี่ยงจนลำตัวชนผนังในห้อง

"ไปยืนเซ่ออยู่ทำไม อยากโดนลูกหลงหรือไง"

ฉันยืนตัวสั่นยกมือทาบอกด้วยความกลัว พาดวงตาไหวระริกมองเธอคนนั้นที่ฉันไม่รู้จักชื่อแต่บังเอิญเจอหน้าบ่อยเหลือเกิน

"ทำงานที่นี่ต้องใจแข็ง เกิดอะไรขึ้นถ้าไม่เกี่ยวกับเราก็ไม่ต้องยุ่ง"

"ฉะ ฉันแค่ตกใจ"

"ถ้าเธอยังยืนบื้ออยู่ตรงนั้น คงได้ตกใจมากกว่านี้เพราะอาจจะเป็นเธอก็ได้ที่ถูกปืนจ่อหัว"

ฉันเบิกตาโตกว้าง ภาพพี่โอบถือปืนย้อนกลับมา รู้มาเสมอว่าเขาโหดและนักเลง แต่ฉันไม่คิดว่าเขาจะใจอำมหิตถึงขึ้นเอาปืนมาจ่อยิงคืนอื่น

ด่าฉันเสร็จยัยนมตู้มก็เดินออกไป เป็นพี่นิ้งที่เดินเข้ามาแทน ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

"เป็นไงบ้างปัน โอ๊ย! พี่ไปเข้าห้องน้ำแปปเดียวเอง ดันเกิดเรื่องกับน้องฉันจนได้"

ปึง! ยังไม่ทันได้พูดคุย ประตูก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง

พี่โอบเดินดุ่มๆ เข้ามาด้วยท่าทางน่ากลัว เขาคว้าข้อมือฉันแล้วออกแรงดึงให้ถลาเข้าไปใกล้ แต่เพราะฉันยังมีภาพจำเมื่อครู่ ยอมรับเลยว่ากลัวมากและไม่สามารถมองพี่โอบได้เหมือนเดิมอีก ฉันจึงยกมือขึ้นมาบังใบหน้าแสดงท่าทางหวาดกลัวเขา

"บอกแล้วไม่ใช่? ว่าอย่าให้เห็นที่นี่อีก"

"ปะ ปล่อยปันนะ ปันแค่ไปเสิร์ฟเครื่องดื่ม ไม่ได้ทำอะไรผิด ยะ อย่าเอาปืนมายิงปันนะพี่โอบ"

"อะไรนะ"

แรงบีบข้อมือมากขึ้น ฉันไม่รู้ว่าพี่โอบแสดงสีหน้ายังไง จับจากน้ำเสียง เขาก็น่าจะไม่พอใจอยู่มาก

"ใจเย็นหน่าโอบ น้องตกใจอยู่"

"ก็รู้ว่าปันเป็นแบบนี้ เธอก็ยังจะเอามาที่นี่ ฉันจะกลับมาคิดบัญชีทีหลัง"

"น้องต้องหาเงินเรียน.."

"แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่!"

รุ่นพี่สองคนถกเถียงกัน คนที่ยอมคือพี่นิ้ง ขณะเดียวกันฉันพยายามบิดข้อมือออกจากการพันธนาการ แต่กลับเป็นแรงกระตุ้นให้พี่โอบจับแน่นขึ้น หนักสุดคือการแบกฉันขึ้นบ่าแล้วพาเดินไปทิศทางไหนก็มิอาจรู้ได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   เอาคืนสาสม

    วันนี้โอบไม่ได้ไปบ่อนเพราะเขาไม่มีเวลาเหลือพอ หลังจากเข้าไปขลุกตัวอยู่ที่ผับ K Night ในฐานะหุ้นส่วน โอบไม่ลืมส่งแชทบอกสิงหราชให้เก็บเรื่องที่เจอปันปันวันนี้เป็นความลับแล้วขับรถออกจากผับมากับเจไดตรงไปยังซอยหนึ่งในเวลาเที่ยงคืนภายในซอยเงียบสงัดด้วยบ้านหลังน้อยหลังใหญ่ส่วนมากแล้วจะเป็นบ้านคนมีเงินที่มักไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครรถคันสีดำไม่เปิดแม้แต่ไฟหน้ารถกลืนไปกับความมืดจอดนิ่งสนิทห่างจากบ้านชั้นเดียวประตูรั้วเหล็กสีดำราวหนึ่งร้อยเมตร ชายสองคนสวมใส่หมวกแก๊ปลงจากรถมายืนสูบบุหรี่อยู่ด้านหน้าจ้องมองไปยังบ้านหลังนั้น"ใครมันกล้ามากระตุกตีนมึงวะ" เจไดสงสัยโอบบอกเขาแค่ว่าให้มาช่วยจัดการคน มีเรื่องกันเมื่อกลางวัน แต่ไม่ได้ขยายความว่าเป็นใครและมีเรื่องอะไรกัน"ในนั้นมีคนอยู่คนเดียวกับพิทบูลสี่ตัว""แล้วมึงต้องการอะไร""ให้มันไม่กล้าไปพล่านกับใครได้อีก"คนพูดสูดบุหรี่เข้าปอดหนักๆ ก่อนจะพ่นควันขึ้นด้านบนแล้วนึกถึงสภาพกระเซอะกระเซิงของปันปัน ความโมโหก็วิ่งมาสุมอยู่ในอกไม่ต่างจากลาวา"ใครที่ว่าใช่มึงไหม""ไม่ใช่"เจไดเกาหัว โอบพูดเหมือนว่าไม่ได้มาเอาคืนให้ตัวเองอย่างนั้น"มึงขยายความได้ไหม กูจะได้ช่ว

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   เด็กพี่โอบ

    พี่โอบจูบฉันอีกครั้งเหิมเกริมหนักด้วยเรียวลิ้นสอดเข้ามาหยอกล้อในโพรงปาก ฉันเป็นเด็กดีนั่งนิ่งให้เขาทำตามใจและเรียนรู้ไปในคราวเดียวกันครั้นได้ยินเสียงครางต่ำในลำคอหนา พี่โอบก็ผละออกแล้วจับใบหน้าฉันให้หันกลับมาทางเดิม"เล่ามาได้แล้ว"จูบขนาดนั้นฉันจะยังจำอะไรได้ไหมล่ะฉันเอนตัวพิงซบเหมือนเดิม อย่างแรกควรพูดให้เขารู้ว่าฉันมีปัญหาทางการเงินเพราะอะไร"เมื่อปีที่แล้วบ้านปันล้มละลายค่ะ พ่อแม่ไปต่างประเทศแล้วทิ้งเงินไว้ให้หนึ่งก้อน ตอนนี้เงินหมดแล้ว ปันเลยต้องดิ้นรนหาเงิน"พี่โอบไม่ได้ตอบโต้ แต่มือใหญ่ที่ลูบวนอยู่ที่หน้าท้องบอกให้รู้ว่าเขาฟังอยู่"ปันรับงานเป็นที่ปรึกษาปัญหาชั่วโมงละ 200 บ. ปกติจะคุยผ่านมือถือ จะคุยต่อหน้าเฉพาะนักศึกษาในมอ แต่วันนี้เห็นว่าเป็นวันเสาร์ ปันเลยไปรับงานข้างนอก เขาบอกสถานที่เป็นห้องซ้อมดนตรี ปันไม่คิดว่าห้องนั้นจะอยู่ในบ้านที่มีรั้วทึบ และไม่รู้ว่าปัญหาของเขาคือ..นกเขาไม่ขัน"มือใหญ่หยุดชะงัก ฉันเงยหน้ามองพี่โอบ เขาก็ก้มหน้าลงมาเช่นกัน"ต่อ""มันบอกนกเขาไม่ขัน แต่พอมันถอดกางเกงออกมาก็ตั้งโด่เหมือนของพี่เลย แบบนี้เขาเรียกขันใช่ไหมล่ะคะ มันบอกให้ปันช่วยหน่อย ปันเลย

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   ยอมแล้ว

    รถเคลื่อนตัวออกมาได้ห้านาทีฉันก็ยกฝ่ามือขึ้นมาปาดเช็ดน้ำตาแล้วใช้มันปิดใบหน้ากดความรู้สึกย่ำแย่ เหตุการณ์เมื่อครู่เลวร้ายยิ่งกว่าพ่อแม่ทิ้งเอาไว้คนเดียวเสียอีก ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าฉันช่วยตัวเองออกมาไม่ได้จะเป็นอย่างไร"ไปไหนมา"ในที่สุดก็มีคำถามจากพี่โอบ ฉันสูดน้ำมูกแรงๆ แล้วเอามือออกจากใบหน้าหันมองเขา"ไปทำงานค่ะ""งานอะไร"เขาไม่ได้มองหน้าฉันนะ แต่ใบหน้ายังคงขึงขังคิ้วขมวด"งานที่ปรึกษา""แล้ว?""ปันถูกลูกค้าหลอกมาปล้ำ"เสียงของฉันสั่นพยายามกลั้นที่สุด พี่โอบยังคงมองตรงไปข้างหน้าแล้วเงียบไปตั้งแต่นั้นไม่มีคำถามใดต่อ จากนั้นความเร็วของรถเพิ่มมากขึ้นไปพร้อมกับบรรยากาศในรถคุกรุ่นด้วยอารมณ์บางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกร้อนๆ หนาวๆและฉันก็คิดว่าพี่โอบคงจะพาไปส่งอะพาร์ตเม้นต์ แต่กลับคิดผิดเมื่อรถเข้ามาจอดนิ่งสนิทในลานจอดรถใต้อาคารคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งฉันไม่ได้ถามว่าที่นี่่ที่ไหน พาฉันมาที่นี่ทำไม และเขาเองก็ยังคงเงียบและนั่งนิ่งมานานกว่าห้านาทีแล้วเป็นฉันเองที่ทนกับความอึดอัดนี้ไม่ไหวจึงยื่นมือไปจับท่อนแขนหนาเอ่ยทำลายความเงียบ"พี่โอบมีแฟนไหม"เขาหันมาสบตาทันที"มีแฟนไหมคะ""ถามเพื่อ?""ถามเ

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   พลาดท่าอย่างแรง

    ฉันพยายามลืมเรื่องที่พี่โอบพูดแล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่ปรึกษาชั่วโมงละสองร้อยบาทต่อไป ในเมื่อตอนนี้ฉันมีเวลาและกำลังไหวเท่านี้ก็ต้องกัดฟันวันเสาร์ฉันมีนัดนอกสถานที่ คุณคุณสายฟ้านัดหมายให้ฉันไปนั่งรับฟังเขาปรับทุกข์ที่ห้องซ้อมดนตรีแห่งหนึ่ง เขายินดีจ่ายค่าเดินทางให้ฉันหนึ่งพันบาท ไหนๆ วันเสาร์ก็ว่างอยู่แล้ว ก็เลยไม่อยากปฏิเสธเงินค่าเดินทางที่ได้มากกว่าค่าจ้างฉันมาถึงสถานที่นัดหมายเวลาบ่ายโมง ห้องซ้อมดนตรีแห่งนี้อยู่ใน..บ้านชั้นเดียวหลังหนึ่ง ฉันคิดว่ามันจะอยู่ในอาคารพาณิชย์เสียอีก"อยู่ในบ้านเหรอ""ปันปันใช่ไหมครับ"ในขณะยืนงงอยู่ ประตูเหล็กบานเล็กก็ถูกเปิดพร้อมกับผู้ชายรูปร่างผอมสูงโผล่หน้าออกมา"ใช่ค่ะ""เข้าข้างในเถอะ ผมอยากคุยกับคุณจะแย่อยู่แล้ว"มือใหญ่หยาบกร้านยื่นออกมาคว้าแขนฉันให้เข้าไปด้านในประตูรั้ว อย่างแรกที่ฉันเห็นคือสุนัขพันธุ์พิทบูลอยู่ในกรงสี่ตัว บ้านปิดประตูเอาไว้แน่น บนพื้นมีเศษใบไม้แห้งมากมาย เสียงสุนัขเห่ามาพร้อมกับลมพัดเบาหวิวชวนให้รู้สึกวังเวง ฉันยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองไปมา"ทางนี้ครับ"เฮือก! ฉันสะดุ้งเมื่อเสียงพูดนั้นดังใกล้เกินไปราวกับพูดอยู่ข้างหู หันมองก็พบว

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   จะเลี้ยงเอง

    ฉันคิดผิดที่ว่าไม่มีธุรกงการอะไรกับพี่โอบอีกเพราะกลับมาถึงห้องถึงเพิ่งรู้ตัวว่าคืนของให้พี่โอบไม่หมดฉันหยิบพวงกุญแจเกียร์ที่วางอยู่บนชั้นหนังสือข้างโต๊ะขึ้นมาดู ลืมไปเสียสนิทว่าตอนซักเสื้อฉันเอามันมาวางไว้ตรงนี้"หรือเขาจะโทรมาทวงเกียร์"ใช่แน่ๆ ฉันนั่งทำใจอยู่สักพักก็หยิบมือถือมาโทรหาพี่โอบ รอสายไม่กี่วินาทีทางนั้นก็รับสาย"เดี๋ยวเอาพวงกุญแจไปคืนให้พรุ่งนี้ค่ะ"พูดจบฉันก็วางสายไม่รอฟังว่าพี่โอบจะตอบกลับว่าอย่างไรติ๊งๆ ไม่เกินคาดว่าต้องมีข้อความตามมา ฉันไม่ได้เปิดอ่าน แต่อ่านจากแจ้งเตือนบนหน้าจอคนโหด : เป็นแรปเปอร์?คนโหด : พรุ่งนี้บ่ายสองจะรอที่ตึกวิศวะ"ไปให้โง่ทำไม"แต่เพราะความกลัวว่าเขาจะบุกไปหาถึงตึกคณะ ฉันเลยเลือกจะมาหาพี่โอบเองดีกว่า บ่ายสองฉันก็มาเกาะอยู่ต้นไม้หน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ สวมวิญญาณพวกถ้ำมองมองหาคนหน้าโหดเอี๊ยด!เสียงล้อยางบดเบียดถนนพร้อมกับรถที่มาจอดเทียบบดบังการมองเห็น ฉันตัวชาวาบขนลุกเพราะรถคันนั้นเป็นของพี่โอบ เขาเปิดกระจกรถแล้วกระดิกนิ้วชี้เรียว..ฉันชิ! ตาดีเชียวฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินอย่างเชื่องช้าเข้่าไปหาเขา และคงไม่ทันใจนั่นแหละ พี่โอบถึงได้ลงจากรถม

  • OAB Engineer คนโหดมีเกียร์   กลัวพี่

    หลังจากดีดดิ้นอยู่บนบ่าแกร่งจนเหนื่อย ฉันก็ถูกพี่โอบเหวี่ยงเข้ามานั่งในรถ พอเป็นอิสระฉันก็เบี่ยงตัวหนีด้วยความหวาดกลัวตัวสั่น"ปืนไม่ได้จ่อหัวเรา จะกลัวเพื่อ?""พี่เป็นคนถือปืนจะไปเข้าใจอะไร"ฉันหลบหลีกดวงตาคมน่ากลัวก้มมองรองเท้าแก้วที่เหลือข้างเดียว มันน่าจะหล่นระหว่างทางที่เดินมา"ปันอยากได้รองเท้าคืนค่ะ""เราควรออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"พี่โอบรัดเข็มขัดนิรภัยให้ฉันเสร็จก็หยัดยืนขึ้นเตรียมปิดประตู แต่ฉันก็ปลดมันออกแล้วผลักประตูดึงดัน"พี่อยากไปก็ไปเลยค่ะ ปันจะไปเอารองเท้า เอาของๆ ปันในนั้น"ฉันหย่อนขาลงจากรถ ก่อนจะได้ยืนขึ้นคนโหดที่อยู่ไม่ไกลกลับจับมันมาวางที่เดิม มือใหญ่สอดรับปลายคางมนบีบแน่น"เตือนอีกครั้งว่าอย่าดื้อกับพี่ถ้าไม่อยากเจ็บตัว""ฮึก! ฮึก!"ความน่ากลัวและคำข่มขู่เรียกเสียงสะอื้นไห้ น้ำตาร่วงเผาะเป็นเม็ดๆ อาบแก้ม ฉันก็แค่จะไปเอาของ ทำไมถึงต้องมาข่มขู่กันด้วยเหมือนว่าพี่โอบจะไม่ชอบน้ำตาเท่าไหร่ เขาดึงมือออกด้วยแรงหงุดหงิดแล้วปิดประตูอย่างแรง ฉันยกมือขึ้นปิดใบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น พยายามสลัดความหวาดกลัวเท่าไหร่ก็สลัดไม่ได้ เขาเป็นนักศึกษานะ ทำไมถึงมีปืน ทำไมถึงกล้าทำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status