ANMELDENหลังจากดีดดิ้นอยู่บนบ่าแกร่งจนเหนื่อย ฉันก็ถูกพี่โอบเหวี่ยงเข้ามานั่งในรถ พอเป็นอิสระฉันก็เบี่ยงตัวหนีด้วยความหวาดกลัวตัวสั่น
"ปืนไม่ได้จ่อหัวเรา จะกลัวเพื่อ?"
"พี่เป็นคนถือปืนจะไปเข้าใจอะไร"
ฉันหลบหลีกดวงตาคมน่ากลัวก้มมองรองเท้าแก้วที่เหลือข้างเดียว มันน่าจะหล่นระหว่างทางที่เดินมา
"ปันอยากได้รองเท้าคืนค่ะ"
"เราควรออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"
พี่โอบรัดเข็มขัดนิรภัยให้ฉันเสร็จก็หยัดยืนขึ้นเตรียมปิดประตู แต่ฉันก็ปลดมันออกแล้วผลักประตูดึงดัน
"พี่อยากไปก็ไปเลยค่ะ ปันจะไปเอารองเท้า เอาของๆ ปันในนั้น"
ฉันหย่อนขาลงจากรถ ก่อนจะได้ยืนขึ้นคนโหดที่อยู่ไม่ไกลกลับจับมันมาวางที่เดิม มือใหญ่สอดรับปลายคางมนบีบแน่น
"เตือนอีกครั้งว่าอย่าดื้อกับพี่ถ้าไม่อยากเจ็บตัว"
"ฮึก! ฮึก!"
ความน่ากลัวและคำข่มขู่เรียกเสียงสะอื้นไห้ น้ำตาร่วงเผาะเป็นเม็ดๆ อาบแก้ม ฉันก็แค่จะไปเอาของ ทำไมถึงต้องมาข่มขู่กันด้วย
เหมือนว่าพี่โอบจะไม่ชอบน้ำตาเท่าไหร่ เขาดึงมือออกด้วยแรงหงุดหงิดแล้วปิดประตูอย่างแรง ฉันยกมือขึ้นปิดใบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น พยายามสลัดความหวาดกลัวเท่าไหร่ก็สลัดไม่ได้ เขาเป็นนักศึกษานะ ทำไมถึงมีปืน ทำไมถึงกล้าทำแบบนั้น
จริงๆ ฉันควรตั้งคำถามกับพี่โอบว่า..ทำไมถึงมามีตำแหน่งใหญ่โตในบ่อนพนันนี้ได้ทั้งที่เขายังเรียนหนังสืออยู่ แต่คงไม่มีใครตอบได้นอกจากเจ้าตัว และเจ้าตัวก็คงไม่มีทางตอบ
แล้วตอนนี้เขาก็หายไปนานกว่าสิบนาทีแล้ว
ฉันหันมองซ้ายมองขวาหาพี่โอบเพราะคิดว่าคงยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงไหนสักจุด แต่กลับไม่พบแม้แต่เงา
"หรือจะเข้าไปจัดการคนนั้นต่อ จัดการคนนั้นเสร็จก็มาจัดการเรา ฮื้อ!"
อยากหนีจัง แต่ไม่ทันแล้วเพราะพี่โอบกลับมา ขึ้นรถมาได้เขาก็วางกระเป๋าเป้กับรองเท้าแก้วหนึ่งข้างลงบนหน้าตักฉัน ไม่พูดอะไรสักคำ ไม่บอกว่าที่หายไปนานสองนานคือไปเอาของให้ฉัน เขาขับรถออกไปจากที่นี่ด้วยความเร็วสูง แผ่กระจายความน่ากลัวและความหงุดหงิดออกมาตลอดเวลาที่ขับรถ ฉันเหลือตัวเท่ามดกอดกระเป๋าเป้กับรองเท้าแน่นเอียงตัวชิดประตู
เอี๊ยด! และแล้วรถก็จอดนิ่งสนิทหน้าอะพาร์ตเม้นต์ในเวลาเพียงไม่นาน ฉันถอดรองเท้าอีกข้างมากอดรวมๆ กับของอย่างอื่นแล้วเปิดประตูลงจากรถวิ่งเข้ามาในตัวอาคารอย่างรวดเร็ว นับว่าเป็นครั้งแรกที่เสียมารยาท แต่ฉันกลัวพี่โอบมากจริงๆ จนคิดว่าการอยู่ใกล้เขาไม่ปลอดภัย
ขึ้นมาถึงบนห้องเสียงมือถือก็ร้องดัง เป็นสายเรียกเข้าจากคนที่ฉันบันทึกชื่อเอาไว้ว่า 'พี่โอบวิศวะ' ฉันไม่รับสาย พอสายตัดก็ปิดมือถือแล้วแอบออกไปมองตรงระเบียงเพราะตรงนี้จะมองเห็นจุดที่เขาจอดรถ รถของพี่โอบยังจอดอยู่ เขาลงมายืนสูบบุหรี่ถือมือถือแนบหู แต่พอโทรไม่ติดก็เงยหน้าขึ้นมอง ฉันตกใจล้มหงายหลังก้นกระแทกพื้น ยกมือทาบอกปลอบประโลมตัวเองแล้วค่อยๆ คลานไปแอบส่องตรงลูกกรงมองไปด้านล่างอีกครั้ง พื้นที่ตรงนั้นว่างเปล่า ไม่มีรถของพี่โอบจอดอยู่แล้ว
ฟู่! ฉันพู่ลมหายใจอย่างโล่งอก กลับมาทิ้งตัวนอนหงายบนเตียงนอนน้ำตาซึมลงหางตา ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยุ่งกับพี่โอบอีกแล้ว คนอะไรน่ากลัวเป็นบ้าเลย
@โรงอาหารมหาวิทยาลัย
'เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้'
เป็นอีกครั้งและอีกครั้งที่โอบได้ยินประโยคนี้จากปลายสาย เขาโทรหาปันปันตั้งแต่เธอวิ่งหนีลงจากรถเข้าไปในอะพาร์ตเม้นต์เหมือนหนีคนร้าย เขาอยากถามหาความกับเธอว่าหวาดกลัวอะไรนัก และอยากกำชับว่าห้ามไปทำงานที่นั่นอีกเด็ดขาด
โอบออกอาการหงุดหงิดหัวเสียทุบโต๊ะจนจานข้าวขาหมูกระเด้งกระดอนหกเลอะเทอะ พาให้เจไดกับแทนคุณสะดุ้งเกือบข้าวติดคอ
"เป็นเหี้ยอะไร" แทนคุณดื่มน้ำเสร็จรีบถาม
แต่กับโอบอย่าคิดว่าจะได้คำตอบง่ายๆ โอบไม่เพียงแต่ไม่ตอบยังทุบโต๊ะอีกครั้งหลังจากดูแชทที่หนักขวาของเขาตั้งแต่เมื่อคืน
ห้านาทีผ่านไปโชนก็เดินกลับมาพร้อมลูกชิ้นเนื้อที่ไปซื้อ เขาวางถุงกระดาษสีดำลงตรงข้างมือโอบ
"น้องปันปันฝากมา"
และคนที่ไวที่สุดคือเจได เขาคว้าถุงนั้นไปดู "เสื้อช็อปว่ะ"
โอบคว้ามาดูบ้าง เป็นเสื้อช็อปของเขาจริงๆ
"มึงเจอปันปันที่ไหน"
"หน้าโรงอาหาร กูบอกว่ามึงนั่งอยู่ตรงนี้ แต่น้องบอกไม่อยากเจอมึงแล้วฝากกูมา ไปโหดใส่น้องชัวร์"
โชนขำเคี้ยวลูกชิ้นไปด้วย แต่ก็ต้องหยุดขำเพราะเพื่อนเขาดันไม่ขำด้วย
"เรื่องจริง?"
"ปันปันไปทำงานที่บ่อน ไปเห็นกูเอาปืนจ่อหัวคนกร่าง"
ฟังเท่านี้เพื่อนก็ร้องอ๋อพร้อมกัน
"ผู้หญิงที่ไหนเห็นก็ต้องกลัวล่ะวะ ภาพลักษณ์มึงก็อย่างโหด แล้วที่โทร..โทรหาน้องปันปันเหรอ" เจไดถาม
"วิ่งหนีกูอย่างกับวิ่งหนีผี กูจะโทรไปถามว่ากลัวอะไร"
"นี่ไง แบบนี้น้องเขาถึงกลัว" แทนคุณชี้หน้า
"กูจะโทรไปบอกว่าห้ามไปทำงานที่นั่นอีก ที่นั่นไม่เหมาะกับปันปัน"
ข้อนี้ทุกคนเห็นด้วย ปันปันเป็นสาวเรียบร้อยหน้าหวาน สถานที่ที่เต็มไปด้วยอบายมุขแบบนั้นไม่เหมาะกับเธอแม้แต่นิด
ฉันไม่ได้เปิดมือถือเลยจนกระทั่งบ่ายโมงก่อนแยกกับนิริณและชูครีม หลังจากยืนส่งชูครีมขึ้นรถของแฟนที่มารับ ฉันกับนิริณก็เดินมาทางหลังมหาวิทยาลัยเพราะชักชวนกันมากินสุกี้แห้ง
ระหว่างรอสุกี้มาเสิร์ฟ ฉันส่งแชทไปขอโทษพี่นิ้งและบอกเธอเอาไว้อย่างชัดเจนว่าคงไม่ได้ไปทำงานที่นั่นอีกแล้วด้วยเหตุผลความน่ากลัวที่ฉันใจปอดรับไม่ไหว จากนั้นก็อ่านแชทของลูกค้า เลือกนัดหมายวันนี้สองคนสี่ชั่วโมงช่วงหัวค่ำไปถึงดึก
"แม่ฉันถูกหวยอีกแล้ว เฮงจริงจัง"
นิริณหันแชทของมารดามาให้ดูว่าถูกล็อตเตอรี่เลขท้ายสามตัวถึงห้าใบ
"เดี๋ยวฉันเลี้ยงแกเอง"
"ฉันเลี้ยงแกดีกว่า สลับกันกับทำสปาผมครั้งที่แล้ว"
รอบที่แล้วแม่ของนิริณก็ถูกหวยแล้วโอนเงินมาให้ลูกสาว นิริณพาฉันกับชูครีมไปทำสปาผมใช้เงินร้อน รอบนี้ฉันเลยอยากเลี้ยงเพื่อนกลับคืน
"อย่าบอกนะว่าแกก็ถูกหวย ล้ำนะยะ เดี๋ยวนี้ซื้อหวยด้วย"
"ก็..อื้อ! เผื่อมีโชคกับเขาบ้างไง"
ดีนะที่นึกขึ้นได้ก่อนว่าห้ามพูดเรื่องงานนั้น ให้นิริณคิดว่าฉันถูกหวยก็ดีแล้วล่ะ
ติ๊ง! นั่งกินสุกี้ไปสักพักเสียงแชทก็ดังขึ้น หน้าจอสว่างวาบให้ฉันทันอ่านข้อความของพี่โอบที่ฉันเปลี่ยนชื่อไลน์เขาว่า 'คนโหด' ไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
คนโหด : โทรกลับด้วย
โทรทำไม? เสื้อช็อปก็คืนแล้ว ไม่มีธุระกงการให้คุยกันแล้วทั้งนั้น
วันนี้โอบไม่ได้ไปบ่อนเพราะเขาไม่มีเวลาเหลือพอ หลังจากเข้าไปขลุกตัวอยู่ที่ผับ K Night ในฐานะหุ้นส่วน โอบไม่ลืมส่งแชทบอกสิงหราชให้เก็บเรื่องที่เจอปันปันวันนี้เป็นความลับแล้วขับรถออกจากผับมากับเจไดตรงไปยังซอยหนึ่งในเวลาเที่ยงคืนภายในซอยเงียบสงัดด้วยบ้านหลังน้อยหลังใหญ่ส่วนมากแล้วจะเป็นบ้านคนมีเงินที่มักไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครรถคันสีดำไม่เปิดแม้แต่ไฟหน้ารถกลืนไปกับความมืดจอดนิ่งสนิทห่างจากบ้านชั้นเดียวประตูรั้วเหล็กสีดำราวหนึ่งร้อยเมตร ชายสองคนสวมใส่หมวกแก๊ปลงจากรถมายืนสูบบุหรี่อยู่ด้านหน้าจ้องมองไปยังบ้านหลังนั้น"ใครมันกล้ามากระตุกตีนมึงวะ" เจไดสงสัยโอบบอกเขาแค่ว่าให้มาช่วยจัดการคน มีเรื่องกันเมื่อกลางวัน แต่ไม่ได้ขยายความว่าเป็นใครและมีเรื่องอะไรกัน"ในนั้นมีคนอยู่คนเดียวกับพิทบูลสี่ตัว""แล้วมึงต้องการอะไร""ให้มันไม่กล้าไปพล่านกับใครได้อีก"คนพูดสูดบุหรี่เข้าปอดหนักๆ ก่อนจะพ่นควันขึ้นด้านบนแล้วนึกถึงสภาพกระเซอะกระเซิงของปันปัน ความโมโหก็วิ่งมาสุมอยู่ในอกไม่ต่างจากลาวา"ใครที่ว่าใช่มึงไหม""ไม่ใช่"เจไดเกาหัว โอบพูดเหมือนว่าไม่ได้มาเอาคืนให้ตัวเองอย่างนั้น"มึงขยายความได้ไหม กูจะได้ช่ว
พี่โอบจูบฉันอีกครั้งเหิมเกริมหนักด้วยเรียวลิ้นสอดเข้ามาหยอกล้อในโพรงปาก ฉันเป็นเด็กดีนั่งนิ่งให้เขาทำตามใจและเรียนรู้ไปในคราวเดียวกันครั้นได้ยินเสียงครางต่ำในลำคอหนา พี่โอบก็ผละออกแล้วจับใบหน้าฉันให้หันกลับมาทางเดิม"เล่ามาได้แล้ว"จูบขนาดนั้นฉันจะยังจำอะไรได้ไหมล่ะฉันเอนตัวพิงซบเหมือนเดิม อย่างแรกควรพูดให้เขารู้ว่าฉันมีปัญหาทางการเงินเพราะอะไร"เมื่อปีที่แล้วบ้านปันล้มละลายค่ะ พ่อแม่ไปต่างประเทศแล้วทิ้งเงินไว้ให้หนึ่งก้อน ตอนนี้เงินหมดแล้ว ปันเลยต้องดิ้นรนหาเงิน"พี่โอบไม่ได้ตอบโต้ แต่มือใหญ่ที่ลูบวนอยู่ที่หน้าท้องบอกให้รู้ว่าเขาฟังอยู่"ปันรับงานเป็นที่ปรึกษาปัญหาชั่วโมงละ 200 บ. ปกติจะคุยผ่านมือถือ จะคุยต่อหน้าเฉพาะนักศึกษาในมอ แต่วันนี้เห็นว่าเป็นวันเสาร์ ปันเลยไปรับงานข้างนอก เขาบอกสถานที่เป็นห้องซ้อมดนตรี ปันไม่คิดว่าห้องนั้นจะอยู่ในบ้านที่มีรั้วทึบ และไม่รู้ว่าปัญหาของเขาคือ..นกเขาไม่ขัน"มือใหญ่หยุดชะงัก ฉันเงยหน้ามองพี่โอบ เขาก็ก้มหน้าลงมาเช่นกัน"ต่อ""มันบอกนกเขาไม่ขัน แต่พอมันถอดกางเกงออกมาก็ตั้งโด่เหมือนของพี่เลย แบบนี้เขาเรียกขันใช่ไหมล่ะคะ มันบอกให้ปันช่วยหน่อย ปันเลย
รถเคลื่อนตัวออกมาได้ห้านาทีฉันก็ยกฝ่ามือขึ้นมาปาดเช็ดน้ำตาแล้วใช้มันปิดใบหน้ากดความรู้สึกย่ำแย่ เหตุการณ์เมื่อครู่เลวร้ายยิ่งกว่าพ่อแม่ทิ้งเอาไว้คนเดียวเสียอีก ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าฉันช่วยตัวเองออกมาไม่ได้จะเป็นอย่างไร"ไปไหนมา"ในที่สุดก็มีคำถามจากพี่โอบ ฉันสูดน้ำมูกแรงๆ แล้วเอามือออกจากใบหน้าหันมองเขา"ไปทำงานค่ะ""งานอะไร"เขาไม่ได้มองหน้าฉันนะ แต่ใบหน้ายังคงขึงขังคิ้วขมวด"งานที่ปรึกษา""แล้ว?""ปันถูกลูกค้าหลอกมาปล้ำ"เสียงของฉันสั่นพยายามกลั้นที่สุด พี่โอบยังคงมองตรงไปข้างหน้าแล้วเงียบไปตั้งแต่นั้นไม่มีคำถามใดต่อ จากนั้นความเร็วของรถเพิ่มมากขึ้นไปพร้อมกับบรรยากาศในรถคุกรุ่นด้วยอารมณ์บางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกร้อนๆ หนาวๆและฉันก็คิดว่าพี่โอบคงจะพาไปส่งอะพาร์ตเม้นต์ แต่กลับคิดผิดเมื่อรถเข้ามาจอดนิ่งสนิทในลานจอดรถใต้อาคารคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งฉันไม่ได้ถามว่าที่นี่่ที่ไหน พาฉันมาที่นี่ทำไม และเขาเองก็ยังคงเงียบและนั่งนิ่งมานานกว่าห้านาทีแล้วเป็นฉันเองที่ทนกับความอึดอัดนี้ไม่ไหวจึงยื่นมือไปจับท่อนแขนหนาเอ่ยทำลายความเงียบ"พี่โอบมีแฟนไหม"เขาหันมาสบตาทันที"มีแฟนไหมคะ""ถามเพื่อ?""ถามเ
ฉันพยายามลืมเรื่องที่พี่โอบพูดแล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่ปรึกษาชั่วโมงละสองร้อยบาทต่อไป ในเมื่อตอนนี้ฉันมีเวลาและกำลังไหวเท่านี้ก็ต้องกัดฟันวันเสาร์ฉันมีนัดนอกสถานที่ คุณคุณสายฟ้านัดหมายให้ฉันไปนั่งรับฟังเขาปรับทุกข์ที่ห้องซ้อมดนตรีแห่งหนึ่ง เขายินดีจ่ายค่าเดินทางให้ฉันหนึ่งพันบาท ไหนๆ วันเสาร์ก็ว่างอยู่แล้ว ก็เลยไม่อยากปฏิเสธเงินค่าเดินทางที่ได้มากกว่าค่าจ้างฉันมาถึงสถานที่นัดหมายเวลาบ่ายโมง ห้องซ้อมดนตรีแห่งนี้อยู่ใน..บ้านชั้นเดียวหลังหนึ่ง ฉันคิดว่ามันจะอยู่ในอาคารพาณิชย์เสียอีก"อยู่ในบ้านเหรอ""ปันปันใช่ไหมครับ"ในขณะยืนงงอยู่ ประตูเหล็กบานเล็กก็ถูกเปิดพร้อมกับผู้ชายรูปร่างผอมสูงโผล่หน้าออกมา"ใช่ค่ะ""เข้าข้างในเถอะ ผมอยากคุยกับคุณจะแย่อยู่แล้ว"มือใหญ่หยาบกร้านยื่นออกมาคว้าแขนฉันให้เข้าไปด้านในประตูรั้ว อย่างแรกที่ฉันเห็นคือสุนัขพันธุ์พิทบูลอยู่ในกรงสี่ตัว บ้านปิดประตูเอาไว้แน่น บนพื้นมีเศษใบไม้แห้งมากมาย เสียงสุนัขเห่ามาพร้อมกับลมพัดเบาหวิวชวนให้รู้สึกวังเวง ฉันยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองไปมา"ทางนี้ครับ"เฮือก! ฉันสะดุ้งเมื่อเสียงพูดนั้นดังใกล้เกินไปราวกับพูดอยู่ข้างหู หันมองก็พบว
ฉันคิดผิดที่ว่าไม่มีธุรกงการอะไรกับพี่โอบอีกเพราะกลับมาถึงห้องถึงเพิ่งรู้ตัวว่าคืนของให้พี่โอบไม่หมดฉันหยิบพวงกุญแจเกียร์ที่วางอยู่บนชั้นหนังสือข้างโต๊ะขึ้นมาดู ลืมไปเสียสนิทว่าตอนซักเสื้อฉันเอามันมาวางไว้ตรงนี้"หรือเขาจะโทรมาทวงเกียร์"ใช่แน่ๆ ฉันนั่งทำใจอยู่สักพักก็หยิบมือถือมาโทรหาพี่โอบ รอสายไม่กี่วินาทีทางนั้นก็รับสาย"เดี๋ยวเอาพวงกุญแจไปคืนให้พรุ่งนี้ค่ะ"พูดจบฉันก็วางสายไม่รอฟังว่าพี่โอบจะตอบกลับว่าอย่างไรติ๊งๆ ไม่เกินคาดว่าต้องมีข้อความตามมา ฉันไม่ได้เปิดอ่าน แต่อ่านจากแจ้งเตือนบนหน้าจอคนโหด : เป็นแรปเปอร์?คนโหด : พรุ่งนี้บ่ายสองจะรอที่ตึกวิศวะ"ไปให้โง่ทำไม"แต่เพราะความกลัวว่าเขาจะบุกไปหาถึงตึกคณะ ฉันเลยเลือกจะมาหาพี่โอบเองดีกว่า บ่ายสองฉันก็มาเกาะอยู่ต้นไม้หน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ สวมวิญญาณพวกถ้ำมองมองหาคนหน้าโหดเอี๊ยด!เสียงล้อยางบดเบียดถนนพร้อมกับรถที่มาจอดเทียบบดบังการมองเห็น ฉันตัวชาวาบขนลุกเพราะรถคันนั้นเป็นของพี่โอบ เขาเปิดกระจกรถแล้วกระดิกนิ้วชี้เรียว..ฉันชิ! ตาดีเชียวฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินอย่างเชื่องช้าเข้่าไปหาเขา และคงไม่ทันใจนั่นแหละ พี่โอบถึงได้ลงจากรถม
หลังจากดีดดิ้นอยู่บนบ่าแกร่งจนเหนื่อย ฉันก็ถูกพี่โอบเหวี่ยงเข้ามานั่งในรถ พอเป็นอิสระฉันก็เบี่ยงตัวหนีด้วยความหวาดกลัวตัวสั่น"ปืนไม่ได้จ่อหัวเรา จะกลัวเพื่อ?""พี่เป็นคนถือปืนจะไปเข้าใจอะไร"ฉันหลบหลีกดวงตาคมน่ากลัวก้มมองรองเท้าแก้วที่เหลือข้างเดียว มันน่าจะหล่นระหว่างทางที่เดินมา"ปันอยากได้รองเท้าคืนค่ะ""เราควรออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"พี่โอบรัดเข็มขัดนิรภัยให้ฉันเสร็จก็หยัดยืนขึ้นเตรียมปิดประตู แต่ฉันก็ปลดมันออกแล้วผลักประตูดึงดัน"พี่อยากไปก็ไปเลยค่ะ ปันจะไปเอารองเท้า เอาของๆ ปันในนั้น"ฉันหย่อนขาลงจากรถ ก่อนจะได้ยืนขึ้นคนโหดที่อยู่ไม่ไกลกลับจับมันมาวางที่เดิม มือใหญ่สอดรับปลายคางมนบีบแน่น"เตือนอีกครั้งว่าอย่าดื้อกับพี่ถ้าไม่อยากเจ็บตัว""ฮึก! ฮึก!"ความน่ากลัวและคำข่มขู่เรียกเสียงสะอื้นไห้ น้ำตาร่วงเผาะเป็นเม็ดๆ อาบแก้ม ฉันก็แค่จะไปเอาของ ทำไมถึงต้องมาข่มขู่กันด้วยเหมือนว่าพี่โอบจะไม่ชอบน้ำตาเท่าไหร่ เขาดึงมือออกด้วยแรงหงุดหงิดแล้วปิดประตูอย่างแรง ฉันยกมือขึ้นปิดใบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น พยายามสลัดความหวาดกลัวเท่าไหร่ก็สลัดไม่ได้ เขาเป็นนักศึกษานะ ทำไมถึงมีปืน ทำไมถึงกล้าทำ







