ANMELDENวันนี้โอบไม่ได้ไปบ่อนเพราะเขาไม่มีเวลาเหลือพอ หลังจากเข้าไปขลุกตัวอยู่ที่ผับ K Night ในฐานะหุ้นส่วน โอบไม่ลืมส่งแชทบอกสิงหราชให้เก็บเรื่องที่เจอปันปันวันนี้เป็นความลับแล้วขับรถออกจากผับมากับเจไดตรงไปยังซอยหนึ่งในเวลาเที่ยงคืน
ภายในซอยเงียบสงัดด้วยบ้านหลังน้อยหลังใหญ่ส่วนมากแล้วจะเป็นบ้านคนมีเงินที่มักไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร
รถคันสีดำไม่เปิดแม้แต่ไฟหน้ารถกลืนไปกับความมืดจอดนิ่งสนิทห่างจากบ้านชั้นเดียวประตูรั้วเหล็กสีดำราวหนึ่งร้อยเมตร ชายสองคนสวมใส่หมวกแก๊ปลงจากรถมายืนสูบบุหรี่อยู่ด้านหน้าจ้องมองไปยังบ้านหลังนั้น
"ใครมันกล้ามากระตุกตีนมึงวะ" เจไดสงสัย
โอบบอกเขาแค่ว่าให้มาช่วยจัดการคน มีเรื่องกันเมื่อกลางวัน แต่ไม่ได้ขยายความว่าเป็นใครและมีเรื่องอะไรกัน
"ในนั้นมีคนอยู่คนเดียวกับพิทบูลสี่ตัว"
"แล้วมึงต้องการอะไร"
"ให้มันไม่กล้าไปพล่านกับใครได้อีก"
คนพูดสูดบุหรี่เข้าปอดหนักๆ ก่อนจะพ่นควันขึ้นด้านบนแล้วนึกถึงสภาพกระเซอะกระเซิงของปันปัน ความโมโหก็วิ่งมาสุมอยู่ในอกไม่ต่างจากลาวา
"ใครที่ว่าใช่มึงไหม"
"ไม่ใช่"
เจไดเกาหัว โอบพูดเหมือนว่าไม่ได้มาเอาคืนให้ตัวเองอย่างนั้น
"มึงขยายความได้ไหม กูจะได้ช่วยมึงได้เต็มที่ไง"
"ไอ้เหี้ยในนั้นจะปล้ำคนรู้จักกู แต่ดีเธอรอดมาได้"
"กูเข้าใจล่ะ มึงดูมายังว่ามีกล้องไหม"
"ไม่มี"
"มึงมาเก็บรายละเอียดตอนไหนวะ"
โอบไม่ตอบแต่เดินนำไปก่อนจนมาหยุดยืนหน้าบ้านหลังนั้น เขาชะเง้อคอมองไปด้านใน มีไฟเปิดอยู่ตรงหน้าห้องซ้อมดนตรีหนึ่งดวงเล็กๆ มุมปากหนายกยิ้มร้าย ก่อนโอบจะปีนประตูรั้วเข้าไปยืนด้านใน เจไดตามเข้าไปติดๆ ย่องด้วยฝีเท้าอันเบาไปยังกรงสุนัขสองกรงที่บรรจุสุนัขสี่ตัวหลับใหลไม่รู้เรื่องราวว่ามีผู้บุกรุก พวกเขายืนประจำด้านหน้าคนละกรง มือจับตัวล็อกกลอนเอาไว้มั่นแล้วสานสบตากัน
พอโอบพยักหน้าให้สัญญาณกลอนก็ถูกปลดล็อกพร้อมประตูเปิดอ้าออก เสียงแปลกปลอมทำให้สุนัขดุตื่นจากหลับใหลแล้วส่งเสียงเห่า พวกมันทั้งสี่กระโจนออกจากกรงวิ่งตามหลังคนแปลกหน้าที่ปีนประตูรั้วออกไปได้ทันอย่างหวุดหวิด
คนทั้งสองซุ่มดูอยู่ข้างนอกประตูรั้ว มองเห็นว่าประตูห้องซ้อมดนตรีถูกเปิด มีผู้ชายสวมใส่กางเกงในตัวเดียวเดินออกมา
"เห่าอะไรกันวะ เฮ้ย!"
พลันหมาทั้งสี่ตัวก็เปลี่ยนเป้าหมายจากหน้าประตูวิ่งไปทางนั้น เจ้าของมันตกใจที่เห็นหมาดุหลุดออกมาขาแข็งค้างวิ่งหนีไม่ทันถูกพวกมันกระโจนเข้าใส่ เสียงร้องโหยหวนทรมานกระตุกรอยยิ้มคนหน้าโหด แม้แต่เจไดที่เป็นเพื่อนได้เห็นยังรู้สึกขนลุก
'เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับไอ้โหด โคตรซวยเลยมึง'
แปลกที่แปลกทางก็ใช่ว่าจะนอนหลับง่ายๆ ตั้งแต่พี่โอบไปฉันก็หาอะไรทำอย่างเช่นเดินสำรวจห้อง ในห้องมีของส่วนตัวของพี่โอบน้อยมาก เหมือนกับว่าใช้ชีวิตอยู่ในห้องนี้เพียงแค่หลับนอน ไม่ได้คิดจะซื้ออะไรมาประดับประดาหรือสะสม ไม่มีอะไรน่าสนใจฉันก็เอาผ้าของเขามานั่งซัก ดูหนัง เอาอาหารมาอุ่นกินล่วงเลยจนถึงเที่ยงคืน ฉันก็ยังนอนไม่หลับเลย
"อีกสองชั่วโมงกว่าพี่โอบจะกลับ เฮ้อ!"
ฉันลุกจากโซฟาขึ้นมานั่ง หยิบรีโมตมากดปิดหนังรักต่างชาติแล้วเข้าไปหาอะไรดื่มในห้องครัวอีกครั้ง ฉันเล็งเบียร์กระป๋องในตู้เย็นเอาไว้ มันอาจจะช่วยให้ฉันง่วงนอนได้
เบียร์สองกระป๋องจึงถูกฉันหอบมายืนตรงระเบียง วิวห้องของพี่โอบคือที่สุดของยามค่ำคืน มองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาไกลๆ เห็นแนวรถไฟฟ้า เห็นตึกสูงติดไฟสวยงามมากมาย ที่สุดคือลมเย็นๆ ตีใบหน้าชวนให้... เหงาเนอะ
"ยัยริณจะเหงายามกลางคืนเหมือนฉันไหมนะ"
แต่ชูครีมคงไม่เหงาแน่ๆ
เบียร์กระป๋องแรกหมดอย่างรวดเร็ว ฉันคออ่อนมากเพราะแค่กระป๋องเดียวก็รู้สึกมึนหัว ก็ดี.. จะได้หลับง่ายๆ
"เอิ๊ก!" ฉันเรอเสียงดังแล้วยกเบียร์ขึ้นกระดกอึกๆ
แต่ก็ตกใจเพราะจู่ๆ ก็มีใบหน้าคนหล่อลอยเคว้งอยู่ด้านบน
"แค้กๆๆ"
ฉันกลับมาตั้งศีรษะตรงไอโครกคราก ใช้หลังมือปาดเช็ดริมฝีปากแล้วมองว่าที่เห็นคนหรือผี
"พี่โอบ! ตกใจหมดเลยค่ะ"
"แมวขโมย" เบียร์ในมือถูกยื้อแย่งไปดื่ม ก่อนมันจะถูกโยนทิ้งบนพื้นส่งเสียงดังก่องแก่ง
"ปันแค่..อื้อ!"
พี่โอบจู่โจมจูบฉัน โอบกอดรัดเอวแล้วพาเข้ามาในห้องทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา จูบครั้งนี้แตกต่างจากเมื่อกลางวัน ร้อนแรงและเอ่อล้นด้วยความต้องการที่บดเบียดอยู่กับหว่างขาที่อ้าแยกกว้าง ทว่าสัมผัสจากมือใหญ่กลับลูบไล้อย่างแผ่วเบาไปตามเรียวขา ประหนึ่งว่าอยากให้ฉันไม่ตื่นเต้น
แต่ฉันตื่นเต้นมากและตัวก็คงจะสั่นมาก พี่โอบถึงได้ผละออกมามองตาดุ
"เด็กเสี่ยเขาไม่ตัวแข็งทื่อเป็นไม้กระดาน"
"ก็ปัน..ทำไม่เป็น"
นัยน์ตาดุอ่อนแสงลงเล็กน้อย แวบหนึ่งฉันเห็นมุมปากหนากระตุกยิ้ม แต่มันแทบจะหายไปทันทีกับจูบที่พี่โอบมอบให้พร้อมกับเรียวลิ้นสากเกี่ยวกวัดพัวพันให้ฉันสั่นระริก สองแขนโอบรอบคอหนาบดเบียดร่างกายกับเขาตามสัญชาตญาณการถูกปลุกเร้า ฉันหอบหายใจเสียงดังใบหน้าแหงนเงยรับการซุกไซ้หอมฟัด รู้สึกเสียวและจั๊กจี๊จนต้องจิกเล็บลงบนบ่าแกร่ง ยามปลายจมูกลากไล้ไปตามลำคอลงมาเรื่อยถึงหน้าอก เสียงหายใจและเสียงครางหวิวก็เล็ดลอดออกจากริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว
"อ่า เสียวจัง"
ฉันยกมือขึ้นปิดปากผงกหัวมองความเสียวที่เกิดตรงหน้าอก เสื้อยืดตัวใหญ่ถูกถลกขึ้นมากองเหนือมัน ตั้งแต่น้องนมลงไปเปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิด พี่โอบกำลังดูดเลียยอดอกของฉัน ดูดเสียงดังจ๊วบจ๊าบน่าอาย และเพียงเขาเหลือบตาขึ้นสานสบ ฉันก็ต้องทิ้งศีรษะลงยกมือปิดใบหน้าด้วยความเขินอาย
ไม่ใช่เพราะเกรงความโหด แต่ดวงตาพี่โอบยามนี้ไม่ต่างจากไฟที่พร้อมจะแผดเผาฉัน
"กลับมาถึงไม่อาบน้ำก่อนเหรอคะ"
"กินก่อน อาบทีเดียว" เขาตอบทั้งที่ดูดนมฉันอย่างเมาส์มัน
"กินปันเหรอ"
"ชื่อปันไหมล่ะ"
ใช่! ฉันชื่อปันปันและกำลังจะถูกคนโหดกิน
"พี่โอบ"
มือฉันยื่นมือไปหาคนที่กำลังเคลื่อนตัวลงข้างล่างเรื่อยๆ แต่ก็คว้าไม่ถึงเสียทีเพราะตำแหน่งใบหน้าของเขาอยู่ตรงหว่างขา เขากำลังดูดโคนขาอ่อนทั้งสองข้างสลับกันให้ฉันรู้สึกเจ็บนิดๆ ทว่าคงเทียบเท่าความเสียวที่รู้สึกในตอนนี้ไม่ได้
ฮื้อ! พี่โอบกินตรงนั้นของฉัน
ฉันหยัดตัวขึ้นเล็กน้อยใช้ข้อศอกค้ำยันตัว มองพี่โอบละเลงลิ้นตวัดเลียเร็วรัวด้วยหัวใจจะระเบิดออกจากอก เมื่อความเสียวแล่นพล่านอย่างหนักหน่วงมือก็ยื่นออกไปขยุ้มเส้นผมสั้นดำขลับพร้อมกับแหงนเงยใบหน้าร้องคราง
รู้สึกไม่เป็นตัวเองเลย เหมือนเป็นคนร่านที่กระดกเอวสอดรับความเสียวนั้นโดยไม่รู้ตัวและห้ามไม่ได้
"ฮื้อ! ปันเสียวมาก"
"จะเสร็จก็เสร็จ"
"ปันทำไม่เป็น อ๊าส์!"
จังหวะนั้นฉันบังคับตัวเองไม่ได้ปล่อยให้ความรู้สึกบางอย่างแล่นพล่านทั่วร่างกาย ตรงนั้นที่พี่โอบกำลังกลืนกินเสียววาบลำตัวกระตุกท้องแข็ง สองขาเรียวงอเกร็งและหัวใจเต้นระรัวรุนแรง
เห็นฉันเป็นแบบนี้พี่โอบจึงหยุดแล้วจูบไล่ขึ้นมาเรื่อยถึงหน้าอก เขาฝังใบหน้าอยู่กับมันทั้งสองข้างอยู่นานเป็นนาทีแล้วเคลื่อนขึ้นมาสบตา
"เขาเรียกว่าเสร็จ"
"ปัน..เสร็จเหรอคะ อื้อ!"
ฉันร้องเสียงหลงเมื่อมีบางอย่างสอดแทรกเข้าไปในช่องทางอุ่นกะทันหัน มันสอดลึกชักออกอยู่แบบนั้นสองสามครั้งสร้างความเสียวก่อนมันจะหายไปแล้วมาโผล่อยู่ตรงหน้า มันคือนิ้วชี้กับนิ้วกลางของพี่โอบที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำสีใสฉ่ำวาว
"น้ำเยอะมาก"
และเขาก็แลบลิ้นออกมาปาดเลียฉกชิมรสชาติทำความสะอาดสองนิ้วนั้นจนเกลี้ยง
ฉากนี้ทำฉันเกือบตายไม่ต่างจากฉากที่เขากินฉันเลยนะ
"เชื่อยังว่าตัวเองเสร็จ"
"แล้วพี่ล่ะคะ"
"พี่จะเสร็จในตัวปัน"
เฮือก! น้ำเสียงเหี้ยมมาตอนนี้คืออะไร
พี่โอบผละออกไปยืนถอดเสื้อยืดโยนทิ้งแล้วปลดกางเกงยีนส์ออกอย่างไม่เร่งรีบ ทุกวินาทีดวงตาของเขาจ้องมองร่างกายของฉันให้ฉันเขินอายแก้มร้อนฉ่า ฉันเลยวางสายตาเอาไว้ที่ความใหญ่โตกลางลำตัวของเขาบ้าง มันตั้งผงาดพร้อมรบยิ่งกว่าเมื่อตอนกลางวันหลายเท่า
ถอดเสื้อผ้าเสร็จพี่โอบก็หยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ กล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กที่ไม่ต้องเดาให้เหนื่อยเลยคือถุงยางอนามัย เขาเตรียมพร้อมมากินฉันจริงๆ
สวมใส่เครื่องป้องกันเสร็จพี่โอบก็วางกล่องนั้นใส่มือฉันแล้วโอบอุ้มเข้ามาในห้องนอน โถมตัวลงบนเตียงพร้อมกันรูดรั้งเสื้อตัวใหญ่ออกทางศีรษะฉันอย่างรวดเร็วจนเราเปลือยเปล่าเท่าเทียม
พี่โอบจูบฉันอีกครั้ง เหมือนว่าเขาจะชอบการจูบอยู่มากถึงได้ใช้เวลาอยู่กับมันนานสองนานจนริมฝีปากจืดชืดไร้รสชาติถึงได้ผละออกมาก้มมองจุดตรงกลางลำตัวของเรา เขากดท่อนขาเรียวแบะออกกว้างให้ถนัดในท่วงท่า และคงรู้ว่าฉันหวาดกลัวและตื่นเต้นมากแค่ไหนถึงได้แนบสองมือกับแก้มนวลกลับมาจูบปากไร้รสชาติอีกครั้งไปพร้อมกับช่วงล่างสอดลึกเข้ามาในตัวของฉันทีละช้าๆ
ความเจ็บปวดช่วงล่างไม่ต่างจากถูกมีดกรีดทำฉันกรีดร้องอื้ออึงกับปากของพี่โอบ ฉันผวาโอบกอดเขาแน่น จิกเล็บบนผิวระบายความรู้สึกแสนทรมาน และคงไม่ใช่เพียงฉันเพราะได้ยินเสียงพี่โอบครางต่ำทรมานเช่นกัน
"ซี้ด! แน่นมาก"
"ปันก็เจ็บ อ๊าส์!"
พี่โอบชอบฉวยโอกาสตอนฉันเผลอทุกที พอฉันร้องเขาก็ผลักดันสะโพกเข้ามาอย่างแรงจนแนบสนิทสุดทาง เขาหอมแก้มฉันแรงๆ ฟอดใหญ่ จากนั้นก็ไม่คิดรั้งรอใดๆ เริ่มต้นบทบาทของเสี่ยกับเด็กเลี้ยงอย่างสมบูรณ์
จังหวะเนิบนาบเริ่มต้นขึ้นก่อน สะโพกสอบทำงานตามอารมณ์ปรารถนาที่ครอบงำ ฉันรู้สึกว่าหลายนาทีผ่านไปความโหดห่ามของเขาไม่ได้ถูกนำมาใช้ มันดูอ่อนโยนทะนุถนอมด้วยซ้ำ จะมีก็แต่เสียงครางต่ำในลำคอที่บอกว่าเขาสุขสมมากแค่ไหน ฉันเองก็ด้วยที่ความเจ็บมลายหายไปเป็นความวาบหวามครอบงำร่างกาย มองเรือนร่างสุดเร้าใจขยับโยกดุนดันหว่างขาฉันด้วยความแรดอย่างไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นมาก่อน
“ปัน ซี้ด” เสียงทุ้มต่ำครางแหบพร่าข้างลำคอขาวไปพร้อมจังหวะรักยังคงดำเนิน ฉันโอบกอดพี่โอบ ถูไถใบหน้ากับลำคอแกร่งที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ริมฝีปากขบกัดปากตัวเองเพื่อสะกดกลั้นความเสียวซ่าน
ในอกรู้สึกสุขลึกๆ เคยได้ยินว่าเซ็กซ์มีส่วนช่วยทำให้มีความสุข ฉันเชื่อก็คราวนี้และอาจจะชอบมันถึงขั้นขาดไม่ได้ในอนาคต
ผ่านไปสักพักแรงดุนดันเข้ามาอย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด พี่โอบไม่ได้จับฉันเปลี่ยนท่า มีแต่ตัวเองที่หยัดตัวขึ้นหมอบลง บางครั้งก็ยกขาฉันแหกไปทางนู้นทีทางนี้ที
"อ๊ะ! พี่โอบ"
จู่ๆ ฉันก็รู้สึกเหมือนตอนที่ถูกเขากลืนกินตรงนั้น บางอย่างกำลังวิ่งมาหลอมรวมตรงจุดที่ถูกสอดใส่ ยิ่งฉันร้องพี่โอบก็ยิ่งกระแทก นิ้วโป้งบดบี้เร่งเร้าให้ฉันตัวกระตุกเกร็งอีกครั้งในที่สุด
"พี่บ้าง"
สิ้นประโยคที่น่าจะเป็นคำเตือนมากกว่าบอกกล่าว พี่โอบก็ลากฉันมาปลายเตียง เขายืนอยู่บนพื้นจับสองเรียวเข้าคู่ผลักดันไปทางขวา ที่ว่าทะนุถนอมเมื่อครู่เหมือนภาพลวงตา เวลานี้เขาสาดสะโพกรุนแรงพาแผ่นหลังบางเสียดสีที่นอนร้อนฉ่า พี่โอบแหงนเงยใบหน้าร้องซี้ดซ้าดเสียงดัง เพียงไม่นานแรงส่งสุดท้ายก็มาถึงและแรงดุนดันก็หยุดลงในที่สุด
พี่โอบวางขาทั้งสองข้างลงแล้วโถมตัวทาบทับฉันหอบหายใจจนตัวโยนอยู่ตรงซอกคอ ฝ่ามือวางแหมะลงบนนมฉันข้างหนึ่งบีบขย้ำไปด้วย
เมื่อปรับลมหายใจได้ปกติฉันก็เบือนหน้าหนีไปอีกด้านด้วยความอาย พอพี่โอบผละออกก็ตวัดผ้าห่มนวมมาคลุมร่างกายแล้วพลิกตัวตะแคงข้างเตรียมนอน เหนื่อยขนาดนี้ฉันคงหลับได้แล้วล่ะ
ไม่นานที่นอนด้านหลังก็ยวบยาบพร้อมกับผ้าห่มถูกสลัดออก ฉันเบี่ยงหน้ากลับมอง แต่ก่อนจะได้เห็นหน้าพี่โอบกลับเห็นขาตัวเองถูกยกขึ้นแล้วมีขาแกร่งของเขาสอดมาตรงกลาง ส่วนตรงนั้นเราก็สอดประสานเป็นหนึ่งอีกครั้ง
"พี่ยังไม่พอ"
"ยะ ยังทำได้อีกเหรอคะ"
"อย่าดูถูกพี่" เขาจูบใบหูฉันแรงๆ แรงพอๆ กับช่วงล่างที่ขยับซอยถี่ให้ฉันผวา ไอ้ที่ว่าทะนุถนอมไม่มีแล้วนะ หลังจากนั้นก็คือคนโหดตัวจริงเลยล่ะ
วันนี้โอบไม่ได้ไปบ่อนเพราะเขาไม่มีเวลาเหลือพอ หลังจากเข้าไปขลุกตัวอยู่ที่ผับ K Night ในฐานะหุ้นส่วน โอบไม่ลืมส่งแชทบอกสิงหราชให้เก็บเรื่องที่เจอปันปันวันนี้เป็นความลับแล้วขับรถออกจากผับมากับเจไดตรงไปยังซอยหนึ่งในเวลาเที่ยงคืนภายในซอยเงียบสงัดด้วยบ้านหลังน้อยหลังใหญ่ส่วนมากแล้วจะเป็นบ้านคนมีเงินที่มักไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครรถคันสีดำไม่เปิดแม้แต่ไฟหน้ารถกลืนไปกับความมืดจอดนิ่งสนิทห่างจากบ้านชั้นเดียวประตูรั้วเหล็กสีดำราวหนึ่งร้อยเมตร ชายสองคนสวมใส่หมวกแก๊ปลงจากรถมายืนสูบบุหรี่อยู่ด้านหน้าจ้องมองไปยังบ้านหลังนั้น"ใครมันกล้ามากระตุกตีนมึงวะ" เจไดสงสัยโอบบอกเขาแค่ว่าให้มาช่วยจัดการคน มีเรื่องกันเมื่อกลางวัน แต่ไม่ได้ขยายความว่าเป็นใครและมีเรื่องอะไรกัน"ในนั้นมีคนอยู่คนเดียวกับพิทบูลสี่ตัว""แล้วมึงต้องการอะไร""ให้มันไม่กล้าไปพล่านกับใครได้อีก"คนพูดสูดบุหรี่เข้าปอดหนักๆ ก่อนจะพ่นควันขึ้นด้านบนแล้วนึกถึงสภาพกระเซอะกระเซิงของปันปัน ความโมโหก็วิ่งมาสุมอยู่ในอกไม่ต่างจากลาวา"ใครที่ว่าใช่มึงไหม""ไม่ใช่"เจไดเกาหัว โอบพูดเหมือนว่าไม่ได้มาเอาคืนให้ตัวเองอย่างนั้น"มึงขยายความได้ไหม กูจะได้ช่ว
พี่โอบจูบฉันอีกครั้งเหิมเกริมหนักด้วยเรียวลิ้นสอดเข้ามาหยอกล้อในโพรงปาก ฉันเป็นเด็กดีนั่งนิ่งให้เขาทำตามใจและเรียนรู้ไปในคราวเดียวกันครั้นได้ยินเสียงครางต่ำในลำคอหนา พี่โอบก็ผละออกแล้วจับใบหน้าฉันให้หันกลับมาทางเดิม"เล่ามาได้แล้ว"จูบขนาดนั้นฉันจะยังจำอะไรได้ไหมล่ะฉันเอนตัวพิงซบเหมือนเดิม อย่างแรกควรพูดให้เขารู้ว่าฉันมีปัญหาทางการเงินเพราะอะไร"เมื่อปีที่แล้วบ้านปันล้มละลายค่ะ พ่อแม่ไปต่างประเทศแล้วทิ้งเงินไว้ให้หนึ่งก้อน ตอนนี้เงินหมดแล้ว ปันเลยต้องดิ้นรนหาเงิน"พี่โอบไม่ได้ตอบโต้ แต่มือใหญ่ที่ลูบวนอยู่ที่หน้าท้องบอกให้รู้ว่าเขาฟังอยู่"ปันรับงานเป็นที่ปรึกษาปัญหาชั่วโมงละ 200 บ. ปกติจะคุยผ่านมือถือ จะคุยต่อหน้าเฉพาะนักศึกษาในมอ แต่วันนี้เห็นว่าเป็นวันเสาร์ ปันเลยไปรับงานข้างนอก เขาบอกสถานที่เป็นห้องซ้อมดนตรี ปันไม่คิดว่าห้องนั้นจะอยู่ในบ้านที่มีรั้วทึบ และไม่รู้ว่าปัญหาของเขาคือ..นกเขาไม่ขัน"มือใหญ่หยุดชะงัก ฉันเงยหน้ามองพี่โอบ เขาก็ก้มหน้าลงมาเช่นกัน"ต่อ""มันบอกนกเขาไม่ขัน แต่พอมันถอดกางเกงออกมาก็ตั้งโด่เหมือนของพี่เลย แบบนี้เขาเรียกขันใช่ไหมล่ะคะ มันบอกให้ปันช่วยหน่อย ปันเลย
รถเคลื่อนตัวออกมาได้ห้านาทีฉันก็ยกฝ่ามือขึ้นมาปาดเช็ดน้ำตาแล้วใช้มันปิดใบหน้ากดความรู้สึกย่ำแย่ เหตุการณ์เมื่อครู่เลวร้ายยิ่งกว่าพ่อแม่ทิ้งเอาไว้คนเดียวเสียอีก ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าฉันช่วยตัวเองออกมาไม่ได้จะเป็นอย่างไร"ไปไหนมา"ในที่สุดก็มีคำถามจากพี่โอบ ฉันสูดน้ำมูกแรงๆ แล้วเอามือออกจากใบหน้าหันมองเขา"ไปทำงานค่ะ""งานอะไร"เขาไม่ได้มองหน้าฉันนะ แต่ใบหน้ายังคงขึงขังคิ้วขมวด"งานที่ปรึกษา""แล้ว?""ปันถูกลูกค้าหลอกมาปล้ำ"เสียงของฉันสั่นพยายามกลั้นที่สุด พี่โอบยังคงมองตรงไปข้างหน้าแล้วเงียบไปตั้งแต่นั้นไม่มีคำถามใดต่อ จากนั้นความเร็วของรถเพิ่มมากขึ้นไปพร้อมกับบรรยากาศในรถคุกรุ่นด้วยอารมณ์บางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกร้อนๆ หนาวๆและฉันก็คิดว่าพี่โอบคงจะพาไปส่งอะพาร์ตเม้นต์ แต่กลับคิดผิดเมื่อรถเข้ามาจอดนิ่งสนิทในลานจอดรถใต้อาคารคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งฉันไม่ได้ถามว่าที่นี่่ที่ไหน พาฉันมาที่นี่ทำไม และเขาเองก็ยังคงเงียบและนั่งนิ่งมานานกว่าห้านาทีแล้วเป็นฉันเองที่ทนกับความอึดอัดนี้ไม่ไหวจึงยื่นมือไปจับท่อนแขนหนาเอ่ยทำลายความเงียบ"พี่โอบมีแฟนไหม"เขาหันมาสบตาทันที"มีแฟนไหมคะ""ถามเพื่อ?""ถามเ
ฉันพยายามลืมเรื่องที่พี่โอบพูดแล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่ปรึกษาชั่วโมงละสองร้อยบาทต่อไป ในเมื่อตอนนี้ฉันมีเวลาและกำลังไหวเท่านี้ก็ต้องกัดฟันวันเสาร์ฉันมีนัดนอกสถานที่ คุณคุณสายฟ้านัดหมายให้ฉันไปนั่งรับฟังเขาปรับทุกข์ที่ห้องซ้อมดนตรีแห่งหนึ่ง เขายินดีจ่ายค่าเดินทางให้ฉันหนึ่งพันบาท ไหนๆ วันเสาร์ก็ว่างอยู่แล้ว ก็เลยไม่อยากปฏิเสธเงินค่าเดินทางที่ได้มากกว่าค่าจ้างฉันมาถึงสถานที่นัดหมายเวลาบ่ายโมง ห้องซ้อมดนตรีแห่งนี้อยู่ใน..บ้านชั้นเดียวหลังหนึ่ง ฉันคิดว่ามันจะอยู่ในอาคารพาณิชย์เสียอีก"อยู่ในบ้านเหรอ""ปันปันใช่ไหมครับ"ในขณะยืนงงอยู่ ประตูเหล็กบานเล็กก็ถูกเปิดพร้อมกับผู้ชายรูปร่างผอมสูงโผล่หน้าออกมา"ใช่ค่ะ""เข้าข้างในเถอะ ผมอยากคุยกับคุณจะแย่อยู่แล้ว"มือใหญ่หยาบกร้านยื่นออกมาคว้าแขนฉันให้เข้าไปด้านในประตูรั้ว อย่างแรกที่ฉันเห็นคือสุนัขพันธุ์พิทบูลอยู่ในกรงสี่ตัว บ้านปิดประตูเอาไว้แน่น บนพื้นมีเศษใบไม้แห้งมากมาย เสียงสุนัขเห่ามาพร้อมกับลมพัดเบาหวิวชวนให้รู้สึกวังเวง ฉันยกมือขึ้นลูบแขนตัวเองไปมา"ทางนี้ครับ"เฮือก! ฉันสะดุ้งเมื่อเสียงพูดนั้นดังใกล้เกินไปราวกับพูดอยู่ข้างหู หันมองก็พบว
ฉันคิดผิดที่ว่าไม่มีธุรกงการอะไรกับพี่โอบอีกเพราะกลับมาถึงห้องถึงเพิ่งรู้ตัวว่าคืนของให้พี่โอบไม่หมดฉันหยิบพวงกุญแจเกียร์ที่วางอยู่บนชั้นหนังสือข้างโต๊ะขึ้นมาดู ลืมไปเสียสนิทว่าตอนซักเสื้อฉันเอามันมาวางไว้ตรงนี้"หรือเขาจะโทรมาทวงเกียร์"ใช่แน่ๆ ฉันนั่งทำใจอยู่สักพักก็หยิบมือถือมาโทรหาพี่โอบ รอสายไม่กี่วินาทีทางนั้นก็รับสาย"เดี๋ยวเอาพวงกุญแจไปคืนให้พรุ่งนี้ค่ะ"พูดจบฉันก็วางสายไม่รอฟังว่าพี่โอบจะตอบกลับว่าอย่างไรติ๊งๆ ไม่เกินคาดว่าต้องมีข้อความตามมา ฉันไม่ได้เปิดอ่าน แต่อ่านจากแจ้งเตือนบนหน้าจอคนโหด : เป็นแรปเปอร์?คนโหด : พรุ่งนี้บ่ายสองจะรอที่ตึกวิศวะ"ไปให้โง่ทำไม"แต่เพราะความกลัวว่าเขาจะบุกไปหาถึงตึกคณะ ฉันเลยเลือกจะมาหาพี่โอบเองดีกว่า บ่ายสองฉันก็มาเกาะอยู่ต้นไม้หน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ สวมวิญญาณพวกถ้ำมองมองหาคนหน้าโหดเอี๊ยด!เสียงล้อยางบดเบียดถนนพร้อมกับรถที่มาจอดเทียบบดบังการมองเห็น ฉันตัวชาวาบขนลุกเพราะรถคันนั้นเป็นของพี่โอบ เขาเปิดกระจกรถแล้วกระดิกนิ้วชี้เรียว..ฉันชิ! ตาดีเชียวฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เดินอย่างเชื่องช้าเข้่าไปหาเขา และคงไม่ทันใจนั่นแหละ พี่โอบถึงได้ลงจากรถม
หลังจากดีดดิ้นอยู่บนบ่าแกร่งจนเหนื่อย ฉันก็ถูกพี่โอบเหวี่ยงเข้ามานั่งในรถ พอเป็นอิสระฉันก็เบี่ยงตัวหนีด้วยความหวาดกลัวตัวสั่น"ปืนไม่ได้จ่อหัวเรา จะกลัวเพื่อ?""พี่เป็นคนถือปืนจะไปเข้าใจอะไร"ฉันหลบหลีกดวงตาคมน่ากลัวก้มมองรองเท้าแก้วที่เหลือข้างเดียว มันน่าจะหล่นระหว่างทางที่เดินมา"ปันอยากได้รองเท้าคืนค่ะ""เราควรออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด"พี่โอบรัดเข็มขัดนิรภัยให้ฉันเสร็จก็หยัดยืนขึ้นเตรียมปิดประตู แต่ฉันก็ปลดมันออกแล้วผลักประตูดึงดัน"พี่อยากไปก็ไปเลยค่ะ ปันจะไปเอารองเท้า เอาของๆ ปันในนั้น"ฉันหย่อนขาลงจากรถ ก่อนจะได้ยืนขึ้นคนโหดที่อยู่ไม่ไกลกลับจับมันมาวางที่เดิม มือใหญ่สอดรับปลายคางมนบีบแน่น"เตือนอีกครั้งว่าอย่าดื้อกับพี่ถ้าไม่อยากเจ็บตัว""ฮึก! ฮึก!"ความน่ากลัวและคำข่มขู่เรียกเสียงสะอื้นไห้ น้ำตาร่วงเผาะเป็นเม็ดๆ อาบแก้ม ฉันก็แค่จะไปเอาของ ทำไมถึงต้องมาข่มขู่กันด้วยเหมือนว่าพี่โอบจะไม่ชอบน้ำตาเท่าไหร่ เขาดึงมือออกด้วยแรงหงุดหงิดแล้วปิดประตูอย่างแรง ฉันยกมือขึ้นปิดใบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น พยายามสลัดความหวาดกลัวเท่าไหร่ก็สลัดไม่ได้ เขาเป็นนักศึกษานะ ทำไมถึงมีปืน ทำไมถึงกล้าทำ







