Se connecter"...ฌาณ" ฉันสบถออกมาเบา ๆ ทันทีที่นึกชื่อได้พอดี
"...." เจ้าของใบหน้าหล่อแบบอินเตอร์ยกยิ้มบาง ๆ พร้อมกับโน้มตัวเอามือยันพนังอยู่ในระยะประชิด
"ออกไป" ฉันใช้มือทั้งสองผลักหน้าอกเขาออก เพราะเขาอยู่ใกล้มากจนแทบจะสิงร่างฉันอยู่แล้ว
"มาทำอะไรที่นี่ครับ" ฌาณ หนุ่มรุ่นน้องเอ่ยถาม
"ทำไมฉันต้องรายงานนายด้วย"
"ตามผมมา?" เขาสวนกลับแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก
"ทำไมฉันต้องตามนายด้วย" พูดจบ ฉันก็เบือนหน้าไปลอบหายใจ
"หลงเสน่ห์ผมไงล่ะ" ฉันหันขวับคอแทบเคล็ดหลังจากที่เขาพูดจบ
"หลงตัวเองชะมัด" ใช่ เด็กบ้านี่ หลงตัวเองจริง ๆ
"หึ.." เขากลั้วหัวเราะในลำคอเบา ๆ
"...ไปรอผมที่ห้องวีไอพี 14 พอคุยธุระเสร็จผมจะไปหา" ฉันจ้องเขาตาถลนไม่กระพริบ เพราะไม่คิดว่าเด็กบ้านี่จะมโนเก่ง.
"นายบ้าไปแล้วเหรอ ฉันไม่ได้ตามนายมา แล้วก็ไม่ได้อยากเจอนายด้วย เชอะ!" ว่าจบ ฉันก็รีบก้าวขาเดินออกมา
"บ้าจริง ใครเขาอยากเจอนายย่ะ แหม่ ๆ ให้ฉันไปรอวีไอพี 14 เหอะ 14 งั้นเหรอ ฉันไม่ถูกกับเลขนี้เว้ย"
ฉันบ่นพึมพำคนเดียวจนมาถึงห้องอาหารที่มีครอบครัวรออยู่
อีกด้าน
"ใครเหรอฌาณ" ระหว่างที่ชายหนุ่มลูกครึ่งกำลังมองแผ่นหลังหญิงสาวรุ่นพี่ที่เพิ่งเดินไปด้วยสายตาลึกล้ำยากจะเดาความคิด ก็มีหญิงวัยกลางคนแต่งตัวภูมิฐานเดินเข้ามาสะกิดไหล่ด้วย แล้วกล่าวถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"พี่สาวของเพื่อนน่ะครับ" เจ้าของใบหน้าหล่อหันไปยิ้มบาง ๆ แล้วตอบกลับ
"ชอบเธอเหรอ" คนที่มีอายุมากกว่ากล่าวถามแสดงท่าทีสนใจ
"หึ" ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามได้แต่แค่นหัวเราะเบา ๆ
"งั้นรีบไปกันเถอะพ่อเราคงมารอแล้ว"
"ครับแม่" จากนั้นทั้งสองก็เดินไปยังห้องอาหารวีไอพีที่จองไว้เช่นกัน
บ้าน ฮิโร
พอกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นพี่ ๆ แม่บ้านต่างพากันตระเตรียมงานปาร์ตี้ที่แม่พูดถึง ซึ่งเป็นฝั่งสระว่ายน้ำ ฉันลงจากรถก็เดินขึ้นห้อง เพื่อจะโทรไปชวนเพื่อนรักทั้งสองมาปาร์ตี้ด้วยกัน
ประชุมสาย
(ว่าไงย่ะ ยัยกระติ๊บมีอะไรสำคัญเหรอถึงกับต้องประชุมสาย) นั่นเป็นเสียงของเฟิร์ล
(ใช่ ๆ หรือว่าแกจะชวนพวกเราท่องราตรีอีก) ไอรินเสริม
"ทำนองนั้น แต่ว่าเป็นที่บ้านฉันนะ"
(บ้านแก?) ทั้งสองพูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
"ใช่แล้ว พอดีว่าคุณทัพพีจัดปาร์ตี้ต้อนรับพี่คาซูเอะ แล้วก็ฉลองให้กับไคโตะคุงที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้น่ะ"
(แบบนี้เอง) เฟิร์ลสบถออกมาเบา ๆ
(งั้นพวกเราไป...ไปใช่มั้ยเฟิร์ล?) ไอรินพูดกับฉันประโยคแรก ก่อนจะกล่าวถามเฟิร์ลประโยคท้าย
(ไปสิ)
"โอเค งั้นเจอกัน" หลังจากวางสายจากเพื่อน ฉันก็ลงไปดูพี่แม่บ้านจัดเตรียมงาน ก็เจอกับคุณทัพพีที่กำลังช่วยพี่แม่บ้านเตรียมถ้วยจาน ฉันจึงเดินเข้าไปหา
"แม่..." คุณทัพพีหันมา ระหว่างที่ฉันกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แล้วก็เอ่ยปากถาม
"...พ่อ พี่คาซูเอะ แล้วก็ไคโตะคุงไปไหนกันเหรอ"
"พ่อคุยงานกับคาซูเอะจังในห้องทำงาน ส่วนไคโตะจังขึ้นห้องไปยังไม่ลงมาเลย" ปากตอบ แต่มือยังคงจัดถ้วยชาม
"ให้กระติ๊บช่วยอะไรมั้ย" เห็นว่าแม่ตั้งใจขนาดนี้ ฉันในฐานะลูกสาวเพียงคนเดียวก็ต้องช่วยแล้วมั้ยล่ะ
"ไปยกแก้วตรงนั้นมา" แม่ฉันก็ชี้นิ้วออกคำสั่งทันที ให้ได้แบบนี้สิ
หลังจากจัดเตรียมถ้วยชาม แก้วน้ำ วางเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ฉันก็ขอตัวขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนงานจะเริ่มขึ้น
และแล้วงานปาร์ตี้ก็เริ่มขึ้น
ระหว่างที่ฉันกำลังแต่งองค์ทรงเครื่องอยู่ ก็มีเสียงเคาะประตู พร้อมกับเสียงของแม่บ้านที่คุ้นเคยเรียกฉันอยู่หน้าห้อง ก๊อก ก๊อก
"คุณกระติ๊บคะ คุณกระติ๊บ..." ก๊อก ก๊อก
"...เพื่อน ๆ ของคุณกระติ๊บมาแล้วค่ะ"
"ค่ะ ฝากบอกเพื่อนกระติ๊บด้วยนะคะว่า กระติ๊บจะรีบลงไป" ฉันตะโกนบอกพี่แม่บ้านกลับไป ระหว่างที่กำลังใส่ต่างหู
"ค่ะ" พี่แม่บ้านตอบรับสั้น ๆ จากนั้นเสียงก็เงียบไป
พอสำรวจร่างกายตัวเองเสร็จเรียบร้อย ฉันก็เดินลงมาจากห้องไปยังสถานที่จัดปาร์ตี้ ซึ่งอยู่บริเวณสระว่ายน้ำ เห็นทุกคนมากันพร้อมตาพร้อมตา ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนไคโตะคุง ซึ่งฉันก็พอจำหน้าคาดตาได้บ้าง และเพื่อนของฉัน เฟิร์ลกับไอริน ส่วนพี่คาซูเอะน่ะเหรอ ชายหนุ่มผู้แสนจะเย็นชา ที่มีเพื่อนน้อยมาก ยิ่งเพื่อนที่ไทยแทบจะไม่มี เจ้าตัวดูไม่สนใจเท่าไหร่ ยกแก้วเหล้าไปนั่งดื่ม พร้อมกับพอตคู่ใจ สูบอย่างสบายอกสบายใจ ที่มุมส่วนตัว
"กระติ๊บ ทางนี้" ฉันหันขวับไปที่เสียง ก็พบว่าเฟิร์ลกับไอรินกวักมือเรียก ฉันยกมือทำสัญลักษณ์โอเค แล้วรีบเดินไปหา
พอไปถึงโต๊ะ เฟิร์ลก็ชงเหล้าแล้วยื่นมาให้ฉัน
"ขอบใจจ้ะ" ฉันรับมาแล้วยกกระดกดื่ม ก่อนจะกวาดสายตามองไปยังโต๊ะของไคโตะคุงที่กำลังเม้าธ์มอยกับเพื่อนอย่างเมามันส์
"ขี้โม้ชะมัด" ฉันพึมพำแล้วส่ายหน้า แล้ววางแก้วเหล้าลงหยิบกระเกียบคีบปลาแซลม่อนจิ้มโซยุกับวาซาบิเข้าปาก
"อื้อ มันจิ้งมาก ชิมกันหรือยัง" ฉันใช้ตะเกียบชี้ไปที่ปลาแซลม่อนสดแล้วกล่าวชวนเพื่อน ๆ ให้ลอง
"พวกฉันกินไปหมดหนึ่งจานแล้วจ้ะ" ไอรินกล่าวแล้วหันไปหัวเราะกับเฟิร์ล
"เอ้าเหรอ เหอะ ๆ" ฉันหัวเราะอย่างแห้ง ๆ
"ก็แกช้าน่ะ งานก็จัดที่บ้านยังจะแต่งสวยอยู่อีก"
"ไม่ได้สิ ฉันต้องสวย"
ระหว่างที่ฉัน และเพื่อนสนิทนั่งดื่ม และพูดคุยกันตามประสาสาว ๆ ก็เหลือบไปเห็นพี่แม่บ้านเดินนำหน้าชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าลูกครึ่งไปยังโต๊ะของน้องชายฉัน
"นั่นมัน..." เฟิร์ลเอ่ยแล้วยกนิ้วชี้ไปยังชายหนุ่มคนนั้น
"...น้องฌาณสุดหล่อ เพื่อนไคโตะคุง" ไอรินพูดต่อ
"ใช่ ๆ ไม่คิดว่าจะมาเนาะ" เฟิร์ลหันไปพูดกับไอริน ขณะที่สายตาฉันประสานเข้ากับสายตาของเขาที่มองมาพอดี
ใบหน้าลูกครึ่งแบบอินเตอร์เปื้อนรอยยิ้มมีเสน่ห์ส่งมา ฉันรีบเบือนหน้าหนีในขณะที่จู่ ๆ พวงแก้มทั้งสองก็เห่อร้อนขึ้นมาดื้อ ๆ
พี่แม่บ้านไปส่งให้กับไคโตะคุงแล้วก็เดินออกมา ระหว่างที่น้องชายกับเพื่อนของเขาต่างทักทาย แล้วชวนนั่งที่เก้าอี้ ก่อนจะสั่งให้พี่แม่บ้านที่คอยดูแลพวกเครื่องดื่มนำมาเสิร์ฟให้
"กูขอเหล้าแบบออนเดอะร็อค" พอได้ยินฌาณพูด ฉันก็ย่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ได้แต่นั่งตั้งคำถามภายในใจ ยังเด็กอยู่เลย ดื่มออนเดอะร็อคเชียวหรือ แต่ก็ไม่ได้ไปห้ามหรือทักท้วง
พวกเราเริ่มดื่มพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน รวมถึงโต๊ะของไคโตะด้วย ส่วนพ่อกับแม่ฉันไม่ได้ลงมาหรอก ฉันกวาดสายตาไปรอบ ๆ ก็เห็นว่าพี่คาซูเอะคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด คิดว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ ๆ แต่ช่างเขาเถอะ พี่ชายฉันเก่งยังไงต้องแก้ปัญหาได้อยู่แล้ว
ตูมมมม! ฉันละสายตาจากพี่คาซูเอะ แล้วหันไปที่เสียงคนกระโดดน้ำลงไปในสระ ซึ่งเป็นเพื่อนในกลุ่มของไคโตะคุงนั่นเอง
"มา ๆ ต่อ ๆ ใครแพ้โดดน้ำนะมึง" สงสัยคงจะเล่นเกมกัน ใครแพ้คงต้องกระโดดน้ำแหละ รู้แบบนั้นแล้ว ฉันก็ไม่สนใจ ตักอาหารทาน แล้วยกแก้วเหล้าดื่มต่อ
เวลาผ่านล่วงเลยไปนานพอสมควร เพื่อนในกลุ่มของน้องชายก็กระโดดลงน้ำกัน สาม - สี่คน และบางคนก็เริ่มเมากันแล้ว ไคโตะจึงขอให้พี่คนขับรถพาพวกที่เมาขึ้นไปนอนที่ห้องรับรองแขก ส่วนพวกที่เสื้อผ้าเปียก น้องชายฉันก็พาไปเปลี่ยนข้างบน ส่วนเฟิร์ล และไอรินดูทรงไม่น่าจะไหว จึงขอพักที่บ้านฉัน พี่แม่บ้านจึงพาพวกเธอไป
ในขณะที่ฉันยังนั่งดื่มอยู่ เพราะในใจยังคิดถึงพี่หมอคนนั้นอยู่ ถึงภายนอกอาจจะดูเข้มแข็ง แต่ภายในฉันมันเจ็บปวดมาก
"ชนแก้วครับ" ฉันหลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงเด็กหนุ่มดังเข้ามาใกล้ พร้อมกับยื่นแก้วเหล้าในมือมาที่ฉัน
"นี่นาย..." ฉันกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก็พบว่า ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากฉันกับฌาณ พี่คาซูเอะไปไหนแล้วก็ไม่รู้
"...ยังไม่กลับอีกเหรอ" เขายกยิ้มบาง ๆ แล้วถือวิสาสะนั่งลงที่เก้าอี้ตรงหน้าฉัน
"ไล่ผม?"
"เปล๊า...." ทำไมฉันต้องเสียงสูง
"...ฉันเห็นว่ามันดึกแล้วก็คิดว่านายน่าจะ..."
"ผมจะนอนที่นี่..." ยังไม่ทันพูดจบประโยค เด็กหนุ่มอายุราว ๆ สิบแปดย่างสิบเก้าก็แทรกพูดขึ้น
"...ให้ผมนอนกับพี่ได้มั้ยครับ" พูดจบ ใบหน้าลูกครึ่งก็ผุดยิ้มเจ้าเล่ห์
"เด็กบ้า!" ฉันสบถเบา ๆ แล้วเบือนหน้าหนี
"บอกแล้วไงว่าผมไม่ใช่เด็ก" ฉันหันกลับมาแล้วเบะปากใส่
"อยากเห็นป่ะล่ะ ว่าผมไม่เด็ก"
"นายจะแก้ผ้าโชว์" ฉันยกยิ้มมุมปาก เพราะคิดว่าเขาคงไม่กล้าหรอก แต่ ๆ
ฌาณยืนขึ้นแล้วปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตทีละเม็ด เผยหน้าอกแกร่ง จนลงมาถึงหน้าท้องที่เป็นรอนเรียงกันสวย มันดูเซ็กซี่จนฉันต้องตะลึงมองตาค้าง
"เล่นน้ำกับผมมั้ย" เขาวางเสื้อไว้แล้วเดินไปกระโดดลงน้ำในสระ ตูมมมมม แล้วว่ายไปมาอยู่ในสระหนึ่งรอบก่อนจะขึ้นมาด้วยสภาพเนื้อตัวเปียกปอน จากนั้นเขาก็เดินมาที่ฉันนั่ง แล้วสะบัดผมที่เปียกท่าทางเซ็กซี่ชวนมอง
-เขากำลังอ่อยฉัน?-
*การสูบพอตไม่ดีกับสุขภาพนะคะ และผิดกฎหมาย ไม่ควรทำตาม แต่นี่คือนิยาย เขียนเพืี่อความบันเทิง*
หลังจากเรียนจบ ฌาณก็เข้าทำงานที่โรงพยาบาลของตระกูลฝ่ายแม่ เป็นนายแพทย์ที่อายุน้อยที่สุดในโรงพยาบาลและเรียนจบเร็วในคณะ ตอนนี้เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก ดูสุขุมกว่าเมื่อก่อน ฉันย้ายไปอยู่เพนต์เฮ้าส์กับเขา ซึ่งคุณพ่อของฌาณยกให้ฉันเป็นของขวัญวันแต่งงาน หรูหราหมาเห่ามากใกล้จะถึงวันแต่งงาน ฉันเตรียมตัวอย่างดี ใช่แล้วฉันจะต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด อิอิ"แก..ไปฉีดโบท๊อกกับฉันหน่อย" ฉันโทรไปชวนไอริน ซึ่งพักหลัง ๆ เฟิร์ลดูไม่ค่อยว่างเลย ไม่รู้ว่างานยุ่งหรือติดผู้ชาย(แกจะฉีดไปทำไม หน้าแกก็ไม่...)"ไม่ได้หรอก ฉันแก่กว่าฌาณตั้งสามปีนะ" ฉันแทรกพูดด้วยน้ำเสียนอยด์ ๆ ตัวเอง(โอ๊ย แกไม่ได้ดูแก่ขนาดนั้นสักหน่อย ไปบำรุงผิวก็พอ) ไอรินเพื่อนรักเอ่ยปลอบใจ"ก็ได้" ฉันก็เออออไป เพราะจริง ๆ แล้วฉันกลัวเข็ม ย้อนแย้งมั้ยล่ะอยากมีแฟนเป็นหมอ แต่กลัวเข็มกลัวเลือด(เลิกงานเจอกัน)"โอเค" พอฉันกดวางสาย เสียงโทรเข้าก็ดังขึ้นหน้าจอแสดงสายที่โทรเข้าเป็น 'สามีเด็ก' ยังไม่แต่งแต่เรียกสามีไปแล้ว"ฮัลโหล" ฉันกดรับแล้วส่งเสียงหวานเข้าไปในสาย(ทำไมไม่รับโทรศัพท์!) เสียงทุ้มดุดังเข้ามาจากลำโพงโทรศัพท์ ทำให้ฉันก็รีบเอาออกห่างจ
ตอนนี้ฉันกับไทกะอยู่บนเครื่องบินมุ่งหน้าไปยังโตเกียว และเป็นที่พี่ชายของฉันก็อยู่ที่นั่น ไทกะเคยพบเจอกับพี่คาซูเอะช่วงที่เขามาฉลองวันปีใหม่ที่บ้าน ไทกะเคยบอกฉันว่า พี่คาซูเอะ ไม่ใช่คนธรรมดา ฉันไม่เข้าใจที่เขากำลังจะสื่อ แค่บอกเพียงว่า พี่คาซูเอะมีอิทธิพลในโตเกียวมาก ๆ มันจะขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันแอบขำในใจ"เสียใจไหม" ระหว่างการเดินทาง ไทกะก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม"เสียใจเรื่องอะไรคะ" จริง ๆ ฉันรู้นะ ว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร แต่แสร้งทำเป็นไม่รู้"ดูเขาน่าสงสารนะ" ฉันก้มหน้าลง แล้วบีบมือตัวเองแน่น ใช่ ฉันเห็นแล้วก็สงสารเขาเช่นกัน"...." ฉันยังคงนั่งเงียบ ไม่อยากจะพูดอะไร ภายในใจรู้สึกเจ็บนิดหน่อย"เรื่องหมั้นเลื่อนไปก่อนได้นะ" พอไทกะพูดจบ ฉันก็เงยหน้ามองเขา"คิดซะว่าเรามาเที่ยว..." เขาเผยรอยยิ้มบาง ๆ"...ชวนเพื่อน ๆ ของเธอมาด้วยดีไหม" เขาคงหมายถึง เฟิร์ล กับไอริน"พี่คะ..." เป็นครั้งแรกที่ฉันเรียกเขาว่าพี่"...กระติ๊บ อยากทบทวนอะไรบางอย่าง" สิ้นเสียง ลมหายใจของไทกะก็เปล่งออกมาจนให้ได้ยิน"พี่เข้าใจ" เขาเอื้อมมากุมมือฉันไว้แน่น"พี่จะไม่โกรธกระติ๊บใช่มั้ย" เขาส่ายหน้า แล้วเปล่งเสียงออกมาเบา
ไทกะเข้ามาที่บ้านเพื่อพูดคุยเรื่องหมั้นของเราสองคน คุณพ่อ คุณแม่ ต่างก็แสดงความยินดี คงอยากจะให้ฉันออกเรือนไปเร็ว ๆ เพราะอายุอานามฉันก็ไม่น้อยแล้วครอบครัวของไทกะอยู่ที่ญี่ปุ่น เขาจึงจะไปรับพวกเขามาเจรจา และปรึกษาหารืออีกครั้งอย่างเป็นทางการ ทางฝ่ายฉันก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร หลังจากพูดคุยกันเรียบร้อย ไทกะก็พาครอบครัวฉันไปทานข้าวที่ร้านอาหารแห่ง เฟิร์ล ไอริน และไคโตะ ก็ตามมาด้วยจริง ๆ แล้วน้องชายตัวแสบของฉันไม่ได้อยากมาด้วยหรอก แต่โดนคุณพ่อบังคับให้มาทำความรู้จักกับพี่เขยไว้ แม้ว่าไคโตะกับไทกะจะเคยพบเจอกันบ่อย ๆ เวลาเขาไปที่บ้าน แต่ทั้งสองก็ไม่ค่อยจะได้พูดคุยกันสักเท่าไหร่ แต่ไม่ถึงกับไม่ชอบขี้หน้ากันนะ"อยากทานอะไรสั่งเต็มที่เลยนะ" ไทกะกล่าวกับทุกคนอย่างสุภาพ"ขอจัดเต็มเลยนะ" เฟิร์ลเอ่ยพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ"แก ๆ ..." ไอรินที่นั่งข้าง ๆ สะกิดแขนฉันแล้วพูดเบา ๆ"...เดือนหน้าแกจะไปญี่ปุ่นเหรอ" ฉันผงกหัว ทั้งเฟิร์ล และไอรินคงไม่รู้ว่าฉันกับไทกะจะไปหมั้นกันที่ญี่ปุ่นเป็นประเพณีทางฝ่ายนั้น และถือโอกาสรับคุณพ่อคุณแม่ และญาติ ๆ ของไทกะมาด้วย"ได้ข่าวเอ่อ....ฌาณบ้างมั้ย" ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ ๆ เฟิร์
หลังเลิกงาน ฉันกดเบอร์โทรหาฌาณ นัดเขามาต่อว่า และจะพูดคุยให้ชัดเจน เพราะตอนนี้ฉันกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว เขายังจะมาวุ่นวายกับฉันไม่เลิก ถึงขนาดทำใบตรวจร่างกายปลอมไปหลอกถามเพื่อนฉันอีกตรืดดดด ตรืดดดด(ฮัลโหล) เสียงทุ้มดังเข้ามาในลำโพงของโทรศัพท์"ฉันเองนะ เจอกันหน่อยมั้ย" ฉันพูดเข้าไปในสายด้วยน้ำเสียงเรียบแฝงความดุดัน(ได้สิครับ ที่ไหนดี...) ฉันกำลังครุ่นคิด ทว่าฌาณก็พูดขึ้นมาซะก่อน(...คอนโดผมดีมั้ย) สิ้นเสียง หัวใจไม่รักดีเกิดอาการเต้นแรงขึ้นมาซะงั้น พอนึกถึงคอนโดอดีตแฟนเด็ก ความทรงจำเก่า ๆ ก็ผุดขึ้นมาในหัว ทุก ๆ สิ่ง ทุกอย่างที่เราสองคนกระทำ รวมถึงเรื่องบนเตียง ช่วงเวลานั้นฉันรู้สึกมีความสุขมาก(ว่าไงครับ หรือจะให้ผมไปคอนโดพี่) อาจจะเป็นเพราะฉันเงียบไป เขาจึงพูดขึ้นพร้อมกับแนะนำสถานที่อีกแห่ง"ทำไมต้องเจาะจงที่คอนโด" ฉันกัดกรามพูดอย่างโมโห เจตนาเขาต้องไม่ดีแน่ ๆ(ถ้าไม่ไปคอนโด งั้นไปโรงแรม?) ไอ้เด็กบ้านี่คิดไม่ซื่อกับฉันจริง ๆ ด้วย"ฉันไม่ไป และจะไม่ไปไหนกับนายทั้งนั้นแล้ว!" ฉันตวาดใส่ด้วยความโกรธ(ถ้าไม่ไป ผมจะเอาใบตรวจร่างกายของพี่ไปให้ไอ้ไทกะดู หึหึ) กรี๊ดดดด ฉันอยากจะกรีดร้
ฉันกับไทกะอยู่ที่บ่อปลานานพอสมควรแล้ว จึงพากันเข้าไปในห้องอาหารวีไอพี ประจวบเหมาะที่ทุกคนก็ต่างเตรียมตัวกลับบริษัท ระหว่างที่ฉันเดินมาขึ้นรถกับไทกะ ก็สวนกับชายหญิงคู่หนึ่ง ฉันชะงักฝีเท้าครู่นึง ในขณะที่ชายหนุ่มก็หยุดเดินแล้วจ้องมาที่ฉัน"ใครเหรอครับ" ไทกะคงจะสังเกตเห็นชายหนุ่มอีกฝ่ายยืนจ้องมองฉันไม่ละสายตา"คนเคยรู้จักน่ะ อย่าไปสนใจเลย" ไทกะผงกหัวรับ แล้วเดินไปเปิดประตูรถให้ฉันนั่งตรงฝั่งโดยสาร ส่วนเขาก็ไปนั่งประจำที่คนขับ รถเคลื่อนที่ออกมาฌาณก็ยังคงยืนมองอยู่ไม่ขยับไปไหนจนลับตาพอมาถึงบริษัทนั่งลงได้ไม่นาน โทรศัพท์ก็ดังขึ้น ฉันรีบกดรับสายเพราะโชว์เบอร์ของเพื่อนสนิทฉันเอง"ฮัลโหล ไอรินเป็นยังไงบ้าง" ฉันกล่าวถามอาการคนป่วยด้วยความเป็นห่วง ช่วงเช้าฉันยุ่งมากจึงไม่ได้โทรไปถามไถ่อาการเพื่อนเลย(ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ตอนนี้หลับอยู่) เฟิร์ลตอบกลับมาน้ำเสียงแจ่มใส"อืม" ฉันขานรับอย่างโล่งใจ(แก ฉันมีเรื่องจะเม้าท์) พอได้ยินแบบนี้ฉันนี่หูผึ่งขึ้นมาทันที"เล่ามา ๆ"(เอ่อ เรื่องแฟนเก่าแกนะ ไอ้เด็กเวรนั่นนะ) ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะตอบกลับไป"เล่ามาเถอะ" ถึงแม้จะไม่รู้สึกหวั่นไหวเหมือนแต่ก่อน แต่ฉ
ประตูห้องผ่าตัดเปิดพร้อมกับคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียงแขนข้างหนึ่งมีสายน้ำเกลือระโยงระยางโดยบุรุษพยาบาล และพยาบาลสาวพากันเข็นออกมา ฉันกับเฟิร์ลวิ่งเข้าไปกล่าวถามทันที"เป็นยังไงบ้างคะ""ปลอดภัยแล้วค่ะ เดี๋ยวจะพาไปห้องพักฟื้นนะคะ" พยาบาลสาวตอบกลับอย่างสุภาพ ฉันกับเฟิร์ลเผยยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ แล้วเดินตามไปติด ๆ เฟิร์ลได้จองห้องพักวิไอพีไว้ล่วงหน้าแล้ว พอพยาบาลนำคนป่วยขึ้นเตียงจัดแจงอะไรเรียบร้อยก็เอ่ยบอกกับพวกเรา"เดี๋ยวคุณหมอจะเข้ามาดูอาการหลังผ่าตัดอีกทีนะคะ" พอสิ้นเสียงก็เดินออกไปจากห้องฉันกับเฟิร์ลยืนมองเพื่อนรักที่ยังนอนนิ่งเพราะฤทธิ์ยาสลบด้วยความสงสาร และเป็นห่วง เห็นเพื่อนเจ็บแบบนี้ดวงตาก็แดงก่ำน้ำตาคลอเบ้า"จะกินอะไรมั้ย เดี๋ยวจะลงไปซื้อให้" ฉันถามเฟิร์ลที่นั่งลงแล้วคว้ามือไอรินมากุมไว้ สีหน้าเศร้ามาก"ฉันอยากรอให้ไอรินฟื้นก่อน" ฉันลอบหายใจเบา ๆ เพราะฉันเองก็ไม่อยากกินอะไรในตอนนี้เช่นกัน"อืม" ฉันตอบรับสั้น ๆ แล้วพาตัวเองไปนั่งเงียบ ๆ ที่โซฟาริมห้องผ่านไปร่วมสองชั่วโมง ไอรินก็ฟื้น ฉันก็ลุกขึ้นเดินไปหา แล้วถามคำถามเดียวกับเฟิร์ล"เป็นอย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนมั้ย" ไอรินคลี่ยิ้มบาง ๆ







