مشاركة

บทที่ 2

last update تاريخ النشر: 2025-05-14 21:55:11

-Beep-

เธอแตะคีย์การ์ดและพาการัณย์เข้ามายังคอนโด ไม่สิ ต้องเรียกว่าเพนต์เฮาส์ต่างหาก เพราะขนาดของมันใหญ่พอ ๆ กับบ้านหลังหนึ่งเลย

หญิงสาวเปิดเครื่องปรับอากาศและเดินไปรินแชมเปญราคาแพงลงบนแก้วใสจำนวนสองแก้ว ก่อนมานั่งลงบนโซฟาและเริ่มจิบเบา ๆ พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย

มีเพื่อนนั่งดื่มก็ดีเหมือนกัน เพราะตอนนี้หัวใจของเธอมันว่างเปล่าเกินกว่าจะผ่านค่ำคืนอันโหดร้ายนี้ไปได้ด้วยตัวคนเดียว…ถึงแม้ว่าเพื่อนดื่มจะเป็นคนที่เธอไม่ได้คาดหวังว่าจะอยู่ด้วยในวันแย่ ๆ แบบนี้ก็เถอะ

“เป็นอะไรครับ อกหักมาหรือไง”

“เหอะ…” อกหักงั้นเหรอ อกหักตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเป็นแฟนกันเลยเนี่ยนะ เรียกว่าโดนทิ้งตั้งแต่ยังไม่เริ่มยังจะดูดีเสียกว่า

“เอาน่า คนเราอกหักบ้างไม่เห็นเป็นไรเลยครับ” น่าแปลกที่น้ำเสียงของเขาในตอนนี้ช่างนุ่มนวลปราศจากความเจ้าเล่ห์แบบที่เคย แถมประโยคที่เขาพูดออกมายังทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกใครสักคนช่วยบรรเทาความเจ็บปวดในใจอย่างไม่น่าเชื่อ

“เจ็บบ้าง ผิดหวังบ้าง อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ชีวิต” ไม่พูดเปล่าแต่เขายังเอื้อมมือมาลูบหัวเธอเบา ๆ อย่างปลอบใจ

“...”

ด้วยความที่ตอนนี้เธอและเขาอยู่ใกล้กันมาก จนทั้งสองได้หันหน้ามาสบตากัน แม้จะเมาหนักจนแทบไม่มีสติ แต่สายตาอ่อนโยนของเขากลับชัดเจนกว่าสิ่งใด

หลังจากสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าของทั้งคู่ก็เคลื่อนเข้าหากันราวกับแม่เหล็ก ริมฝีปากของเขาและเธอสัมผัสกันอย่างแผ่วเบาช้า ๆ หัวใจที่เคยนิ่งงันของเธอเริ่มเต้นแรงขึ้นเมื่อเขาเพิ่มจังหวะในการจูบให้เร่าร้อนและดุดัน

“...” และก็ต้องตกใจเมื่อแขนแกร่งของเขาอุ้มเธอขึ้นโดยที่ขาเรียวรีบเกี่ยวเอวสอบอัตโนมัติเพราะกลัวตก โดยที่ริมฝีปากยังคงคลอเคลียกันไม่ห่าง

“อืม…” ริมฝีปากหยักกดแทรกลิ้นร้อนเข้ามาเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นน้อยอย่างเชี่ยวชาญ เขากวาดต้อนความละมุนของรสชาติโพรงปากหวานที่ผสมกับรสเลิศของแชมเปญราคาแพงเป็นอย่างดี

จุมพิตทั้งครั้งแรกและครั้งที่สองของเขาและเธอมันช่างมัวเมาในรสสัมผัสจนไม่อาจต้านทานได้ ยิ่งเมื่อริมฝีปากอิ่มออกแรงบดคลึงกับริมฝีปากหยักบวกกับปลายลิ้นน้อยเกี่ยวตวัดกับลิ้นร้อนของเขาอย่างหยอกเย้า ชายหนุ่มก็ยิ่งสั่นสะท้านไปทั้งกายราวกับไม่เคยจูบกับใคร

ทั้งคู่ยังคงแลกจูบกันอย่างเมามันจนเกิดเสียงดังขึ้นชัดเจน ร่างสูงอุ้มคนตัวเล็กและเดินถอยหลังเข้าไปยังห้องนอนของเธอ ก่อนจะวางวรัญชิตาลงบนเตียงและแทรกกายเข้ามาตรงกลางระหว่างต้นขาเรียวทั้งสองข้างด้วยความร้อนรน

เขาทาบทับร่างกายแข็งแกร่งลงบนความนุ่มนิ่มก่อนจะประกบริมฝีปากจูบเธออีกครั้งพลางจับมือน้อยขึ้นมาโอบรอบคอแกร่งไว้ แต่เธอก็ซุกซนเกินกว่าที่นอนให้เขาจูบเฉย ๆ ได้ เพราะมือเล็กนั้นลูบไล้ไปทั่วร่างกายกำยำ แถมยังแอบปลดกระดุมของเขาออกทีละเม็ดจนแทบจะหลุดไปหมดทั้งตัวแล้วด้วย

“ซนเหรอ…” เขาถอนริมฝีปากจากความหอมหวานและเลื่อนไล้ใบหน้าลงไปซุกไซ้กับซอกคอขาวเนียน และออกแรงดูดดึงเบา ๆ จนเกิดสีกุหลาบจาง ๆ

“อือ…” หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นเพื่อให้การัณย์ได้จูบไซ้อย่างถนัด ตอนนี้เธอเหมือนคนเมามายไม่ได้สติ ทั้ง ๆ ที่รู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่

ฝ่ามือบางลูบไล้ไปตามมัดกล้ามแข็งตึงและค่อย ๆ ลงต่ำไปเรื่อย ๆ จนหยุดอยู่ที่ขอบกางเกงและไม่เลื่อนลงต่อ

“ไม่แน่จริงนี่ครับ” เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย เพราะสังเกตได้ว่ามือที่แสนซุกซนนั้นเริ่มสั่นตั้งแต่ลูบไล้ไปถึงซิกแพคของเขาแล้ว ถ้าต่ำกว่านี้เธอคงไม่กล้าหรอก

“แล้วของจริงต้องเป็นแบบไหนคะ” เธอเอียงคอถามอย่างท้าทาย ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาความกล้ามาจากไหน เพราะน้ำเมาราคาแพงงั้นเหรอ หรือเพราะความเจ็บปวดที่ได้รับมันเลยทำให้เธออยากจะ “ลองอะไรที่ไม่เคยลอง” ให้มันรู้แล้วรู้รอด

“หึ…” การัณย์แสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะค่อย ๆ ลากไล้ปลายนิ้วที่ร้อนราวกับไฟลงไปบนลาดไหล่เนียนลงมาเรื่อย ๆ ลมหายใจของเธอสะดุดขาดเป็นห้วง ๆ เมื่อปลายนิ้วใหญ่ลูบไล้มาจนมาถึงหน้าอกอิ่มที่อยู่ภายใต้ชุดเดรสสีดำ

“แบบนี้ไง”

เขาหยุดอยู่ตรงนั้นและเลื่อนมือใหญ่ไปกอบกุมความอวบอิ่มอย่างแผ่วเบา แต่นั่นก็มากพอให้หญิงสาวรู้สึกเสียวสะท้านจากความไม่เคยมีใครได้สัมผัสบริเวณนั้นมาก่อน

แค่ได้ออกแรงเคล้นคลึงผ่านเนื้อผ้ายังสัมผัสได้ว่าทรวงอกอวบนั้นนุ่มเด้งสู้มือแค่ไหน ไม่คิดเลยว่าลูกเพื่อนพ่อที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กจะมีเรือนกายเซ็กซี่ยั่วยวนขนาดนี้

เขาเองก็เป็นผู้ชาย แถมไม่ได้มีความอดทนมากพอที่จะไม่ถอดชุดเกะกะนี้ออกไปจากตัวของยัยน้องได้ ดังนั้นมือใหญ่ถึงทำการลากเดรสเปิดไหล่ลงมากองไว้ที่บริเวณเอวคอด

“อ่า สวย…” แม้ว่าเต้ากลมกลึงนั้นจะถูกปิดบังด้วยบราไร้สาย แต่ก็เผยให้เห็นเนินอกเบียดชิดขาวเนียนกระจ่างไร้ไฝฝ้าได้อย่างถนัดตา เธอสวยจนทำให้เขาต้องร้องครางออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้น

“อ๊ะ…” หญิงสาวสะดุ้งนิด ๆ เมื่อเขาทำท่าเหมือนจะดึงบราไร้สายออกไปให้พ้นหูพ้นตา แม้ว่าตอนนี้เธอจะรู้สึกเหมือนจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ แต่สติอันน้อยนิดก็ยังตระหนักรู้ว่าเขาสัมผัสไปตรงไหนบ้าง

“อยากให้พี่หยุดไหม?”

“...” วรัญชิตาเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตอบออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ไม่ค่ะ”

เมื่อได้ยินสัญญาณไฟเขียวจากคนใต้ร่าง ริมฝีปากอุ่นร้อนก็ทาบทับลงบนอกอิ่มทันที เขาจูบไซ้ไปทั่วเนินเนื้อกลมกลึงที่โผล่พ้นออกมาจากบราไร้สาย ก่อนจะค่อย ๆ ใช้ปากลากผ้าเนื้อเนียนออกไปให้พ้นจากเรือนกายอ้อนแอ้น

ภาพตรงหน้าทำให้เขาถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทรวงอกอวบอิ่มที่มีขนาดเกินตัวไปมาก ถูกประดับด้วยยอดทับทิมเม็ดเล็กสีชมพูสดที่ตั้งชูชันราวกับเชื้อเชิญให้เขาลงไปลิ้มชิมรส

นอนกับผู้หญิงมาก็เยอะ ดาราสวย ๆ ก็มี แต่ยังไม่เคยเห็นใครมีหน้าอกสวยขนาดนี้เลย ความอิ่มฟูของเธอทำให้เขาปากสั่นด้วยความตะลึงงัน

“สวย สวยมาก”

การัณย์โน้มใบหน้าเข้าไปซุกไซ้กับก้อนเนื้อเนียนนุ่ม และลากไล้ปลายลิ้นไปที่ยอดถันสีหวานก่อนจะค่อย ๆ ละเลียดแตะลิ้นชิมเบา ๆ พอให้หญิงสาวได้สะดุ้งเสียว

“อ๊ะ…” แค่ปลายลิ้นร้อนละเลงบนยอดอกสีสดเธอก็แทบจะดิ้นตายอยู่แล้ว แต่ยามริมฝีปากอุ่นเปิดโพรงปากเข้าครอบครองเม็ดทับทิมชูชันอย่างสมบูรณ์นั้นทำให้เธอรู้สึกเสียวซ่านเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

“อา…” แรงดูดดึงและการกระทำสุดวาบหวามเรียกเสียงครางหวานได้เป็นอย่างดี เปลือกตาบางลืมตามามองการกระทำของเขาเล็กน้อย ใบหน้างามขึ้นสีแดงระเรื่อไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์ของน้ำเมาหรือเป็นเพราะภาพของใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังคลุกเคล้ากับทรวงอกของเธอกันแน่

เปลือกตาหนักอึ้งปิดสนิทลงอีกครั้ง แต่สัมผัสบริเวณจุดอ่อนไหวนั้นยังคงชัดเจนในทุกโสตประสาทเธอรู้สึกได้ว่าเขากำลังดูดดึงเม็ดทับทิมเขาเธออย่างเมามันเดี๋ยวซ้ายที…เดี๋ยวขวาที สลับไปมากับมือใหญ่ที่บีบขยำทรวงอกกลมกลึงอย่างหื่นกระหาย

แม้อารมณ์จะพลุ่งพล่านจนเสียววาบไปทั้งตัวแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจต้านทานฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ซัดไปหลายขวดได้ อย่างน้อยสัมผัสที่แปลกใหม่ในวันนี้ก็ช่วยให้เธอเข้าถึงนิทราอย่างสงบแม้ว่าจะรู้สึกราวกับมีผีเสื้อบินวนในท้องน้อยเป็นล้านตัวก็ตาม….

เวลา 05.30

หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างยากลำบาก หัวของเธอปวดและรู้สึกหนักอึ้งราวกับมีอะไรมากดทับไว้ คงเป็นเพราะฤทธิ์จากสุราที่ดื่มไปหนักหนักเมื่อคืน

เอ๊ะ…ดื่มงั้นเหรอ?

เธอกวาดสายตาไปมาในความมืด และพยายามจะเอื้อมมือไปควานหาสวิตช์โคมไฟ แต่การขยับกลับเป็นเรื่องที่ยาก เพราะเธอรู้สึกเหมือนมีท่อนแขนหนัก ๆ ของใครบางคนกำลังกอดก่ายเธออยู่

และภาพรายละเอียดทุกอย่างก็ค่อย ๆ ฉายซ้ำมาตั้งแต่ที่เธอชวนเพื่อนสาวออกไปดื่มเพื่อลืมความเศร้า ก่อนจะถูกท้าให้ไปจูบกับการัณย์พี่ชายคนสนิทของทางบ้าน และจบด้วยภาพของใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังดูดเม้มทรวงอกของเธออย่างเมามัน

‘กรี๊ดดดดดดดดดด! นี่เธอทำอะไรลงไป!’

หญิงสาวกรีดร้องภายในใจพลางยกมือขึ้นมาเขกหัวตัวเอง อยากจะบ้าตายรายวัน! นี่เธอเสียซิงให้คนอย่างพี่กายคนที่เธอเกลียดเหมือนขี้เนี่ยนะ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น ฮือออออ

แต่เอ๊ะ…ชุดเดรสของเธอก็ยังใส่อยู่นี่นา แพนตี้ตัวน้อยก็ยังอยู่ บราไร้สายถึงจะถูกติดตะขอมั่ว ๆ ไปบ้างแต่ก็ยังถือว่าทุกอย่างยังอยู่บนตัวครบ

หรือว่าเมื่อคืนมันจะจบแค่นั้น?

หรือว่าจริง ๆ แล้วเธอกับเขาไม่ได้มีอะไรกัน?

แต่คงไม่ใช่หรอก…มีเหยื่อลอยเข้าปากเสือทั้งทีไม่มีทางที่เขาจะไม่กินเข้าไป คนอย่างเขายิ่งเป็นพวกชอบฉวยโอกาส หน้าไม่อาย ชอบล้อเลียนเธอเป็นสันดานอยู่แล้ว พอมีจังหวะได้รังแกเธอมีหรือคนอย่างเขาจะพลาด ไม่มีทาง!

แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บบริเวณส่วนนั้นเลยนะ…หรือเพราะของเขามัน ‘เล็ก’ เหรอ เธอถึงแทบไม่รู้สึกอะไรเลย

หรือจริง ๆ แล้วมันจบแค่ที่เขา…เอ่อ จูบตรงหน้าอกเธองั้นเหรอ?

โอ๊ยยยย ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว เอาเป็นว่าตอนนี้เธอจะยอมรับว่าเสียซิงให้เขา ‘ครึ่งหนึ่ง’ ก่อนแล้วกัน อย่างอื่นค่อยคิดทีหลัง!

ไม่รู้แหละ เธอต้องรีบหนีออกไปจากที่นี่ ถึงแม้มันจะเป็นเพนต์เฮาส์ของเธอ แต่หนีกลับบ้านก่อนแล้วค่อยว่ากัน เพราะยังไงวันนี้เธอก็มีประชุมผู้ถือหุ้นตอนสิบโมง แล้วอีกอย่างจะได้หลบหน้าเขาไปยาว ๆ ไม่ต้องเจอกันเลยยิ่งดี!

“…ฮึบ”

หญิงสาวออกแรงยกท่อนแขนออกไปจากเอวบางเบา ๆ และขยับตัวหนีจากอ้อมกอดที่กอดก่ายเธออยู่และก้าวลงจากเตียงหนานุ่ม ก่อนค่อย ๆ ย่องเปิดประตูให้เบาที่สุดเพื่อออกจากห้องนอนของตัวเอง

ในที่สุดวรัญชิตาก็หนีออกมาได้สำเร็จ เธอสำรวจมองแก้วแชมเปญที่ถูกดื่มทั้งสองแก้ววางตั้งอยู่ติดกัน แล้วก็ได้แต่หวังว่าคนตัวสูงจะเมาจนลืมเรื่องทุกอย่างไปบ้าง โดยเฉพาะฉากที่เธอยั่วยวนเขาด้วยท่าทีก๋ากั่นด้วยล่ะนะ

“เฮ้อ…” วรัญชิตารีบใส่รองเท้า หยิบกระเป๋าและกดโทรศัพท์เรียกคนขับรถที่บ้านมารับทันที แต่ก่อนจะออกจากห้องเธอก็ได้สำรวจสภาพตัวเองหน้ากระจกและก็ต้องแอบตกใจเบา ๆ เพราะตรงซอกคอระหงไล่ลงมาถึงเนินอกอิ่มมีรอยสีแดงบาง ๆ อยู่เต็มไปหมด

ถึงจะแทบมองไม่เห็นแต่ถ้าสังเกตดี ๆ รอยพวกนั้นก็ชัดอยู่ดี ชุดเดรสนี่ก็ยับยู่ยี่ราวกับไม่ผ่านการรีดมาอยากจะบ้า!

แต่ก่อนอื่นเธอต้องนำผมยาว ๆ มาปิดบริเวณที่โผล่พ้นมาจากชุดเดรสสีดำเสียก่อน ถ้าคุณลุงคนขับรถเห็นมีหวังได้ตกใจกันไปใหญ่แน่ว่าเธอไปผ่านศึกอะไรมา

ติ๊ง!

หลังจากยืนจัดการกับลุคตัวเองอยู่สักพักลิฟต์ส่วนตัวที่กดไว้ก็เปิดออกมา เธอรีบเดินเข้าไปข้างในและกดลงไปชั้นหนึ่งทันที โดยไม่ลืมที่จะทิ้งคีย์การ์ดอีกอันไว้ให้การัณย์เพื่อตอนที่เขาตื่นจะได้ออกไปจากที่นี่ได้ นับว่าเธอใจดีต่อเขามากเลยนะเนี่ย!

ลิฟต์เคลื่อนตัวจากชั้น 43 ลงมาเรื่อย ๆ จนถึงลานจอดรถ และเธอก็เห็นคุณลุงแดงคนขับรถประจำบ้านจอดรอด้วยรอยยิ้มอยู่แล้ว

“ขอโทษที่รบกวนตั้งแต่เช้านะคะคุณลุงแดง”

“ไม่เป็นไรเลยครับคุณหนู” เขาเอ่ยอย่างนอบน้อม อันที่จริงคุณลุงแดงเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่ของเธออีกคนเลยด้วยซ้ำ เพราะว่าที่บ้านของเธอดูแลบรรดาคนงานในบ้านเหมือนครอบครัว และด้วยความสนิทสนมเพราะคุณลุงแดงคอยรับส่งเธอไปไหนมาไหนตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก ๆ ยันโตจนไปเสียซิงให้คนที่เกลียดครึ่งนึง!

เจ็บใจจริง! แต่จะไปโทษเขาทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะเธอเริ่มเองทุกอย่าง ทั้งการชวนเขาขึ้นมาบนห้อง จูบเขาก่อน แถมยังยั่วให้เขาเกิดกำหนัดจน… กรี๊ดดดด! ไม่นึกถึงแล้ว

20 นาทีผ่านไป

ในที่สุดรถตู้คันหรูก็เคลื่อนตัวมาถึงคฤหาสน์วงศ์ธารานิพิฐเสียที พอรถจอดสนิทเธอก็รีบลงจากรถและวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนทันที

ฟุ่บ!

เธอทิ้งตัวลงบนเตียงหนานุ่ม พลางคิดเรื่องเมื่อคืนซ้ำไปซ้ำมาแล้วก็อยากจะต่อยหน้าตัวเองให้สลบไปเหลือเกิน ขอให้เมื่อคืนเป็นแค่ฝันไปจะได้ไหมคะพระเจ้า ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันเกิดขึ้นจริง ๆ …

และเพียงไม่นานหญิงสาวก็ผล็อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลียและอาการปวดหัวจากการดื่มหนัก

08.30

“คุณหนูคะ เช้าแล้วค่ะ เดี๋ยวไม่ทันประชุมนะคะ” เสียงเรียกปลุกครั้งแล้วครั้งเล่าดังขึ้นในโสตประสาทของคนตัวเล็กที่ตอนนี้เปลือกตาหนักอึ้งจนแทบลืมตาไม่ขึ้น

“อือ…เช้าแล้วเหรอคะ”

“08.30 แล้วค่ะคุณหนู”

“!!!” ร่างงามกระเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงหนานุ่มด้วยความตกใจ แย่ล่ะ เธอกำลังจะทานมื้อเช้ากับที่บ้านสาย เพราะประชุมผู้ถือหุ้นเริ่ม 10 โมง และถึงแม้คฤหาสน์ของเธอจะอยู่ใจกลางเมืองใกล้กับบริษัท แต่ในเวลาคับขันแบบนี้ก็ต้องฝ่าจราจรรถติดเช่นกัน

ที่สำคัญ…บิดาและมารดาของเธอเป็นคนตรงต่อเวลามาก ถ้าเธอสายแม้แต่นาทีเดียว พวกท่านจะไม่มีทางรอแน่นอน

“อ๊ะ…” หลังจากก้าวขาลงจากเตียง อาการปวดหัวจี๊ดก็เข้าเล่นงานเธออย่างจัง เธอก็พอจะเข้าใจได้ เพราะเมื่อคืนเธอดื่มหนักไปจริง ๆ แถมได้งีบแค่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากกลับมาจากเพนต์เฮาส์อีกด้วย

“คอคุณหนูไปโดนอะไรมาคะ”

“เอ่อ ยุงกัดมั้งคะ” วรัญชิตารู้สึกอับอายจนรีบคว้าเสื้อคลุมและวิ่งเข้ามาหลบในห้องน้ำ ฮือ ตอนนี้เธอไม่มีหน้าไปสู้กับใครทั้งนั้นแล้ว แม้กระทั่งพี่อิ่มที่เป็นพี่เลี้ยงที่เลี้ยงเธอมาแต่เด็กก็ตาม

หลายนาทีผ่านไป…

หลังจากอาบน้ำเสร็จ หญิงสาวก็มานั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้งเตรียมแต่งหน้าแต่งตัวให้เรียบร้อย โดยมีพี่อิ่มคอยดัดลอนผมให้ข้างหลัง

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนเป็นประกายที่โอบล้อมด้วยแพขนตางอนยาวราวกับเส้นไหม ถูกแต่งแต้มให้สวยงามด้วยเครื่องสำอางราคาแพงบาง ๆ ซึ่งรับกันดีกับจมูกโด่งเรียวและการปัดแก้มสีชมพูระเรื่อ บวกกับริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูดูสุขภาพดีที่ถูกทาด้วยลิปกลอสฉ่ำวาวราวกับผลไม้แสนหวานที่ถูกเคลือบด้วยน้ำตาล

ซึ่งระหว่างแต่งหน้าเธอไม่ลืมที่จะนำคอลซีลเลอร์มาแต้มปิดรอยแดง ๆ ที่คอ เพราะเธอกลัวว่าพ่อกับแม่จะเห็นแล้วเอ่ยทักขึ้นมาอีกคน

ตอนนี้เรือนผมยาวถูกดัดลอนเล็ก ๆ สวยงามแต่ดูไม่มากจนเกินไป เหมาะสมกับการประชุมผู้ถือหุ้นครั้งนี้ รูปร่างสมส่วนด้วยส่วนสูง 165 เซนติเมตรอยู่ในชุดสุภาพด้วยเสื้อเบลาส์สีพีชตัดกับกระโปรงสีดำที่มีความยาวคลุมเข่า ซึ่งแมตช์กับรองเท้าส้นสูงสีขาวจาก Christian Louboutin ที่ช่วยเสริมความสง่าให้ลุคนี้มีความเป็นทางการและสมบูรณ์แบบ

“ขอบคุณค่ะพี่อิ่ม” หญิงสาวเอ่ยขอบคุณก่อนรีบหยิบกระเป๋าถือสีครีมเดินลงไปข้างล่าง

เมื่อถึงชั้นหนึ่งวรัญชิตาก็กวาดสายตาไปยังบนโต๊ะรับประทานอาหารที่ว่างเปล่าปราศจากบิดามารดา และมันคือคำตอบว่าเธอสายแล้ว!

“เดี๋ยวค่า รอไวน์ด้วย” หญิงสาวรีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินมายังรถตู้ที่พ่อและแม่ของเธอกำลังทยอยเดินขึ้นไป นับว่าโชคยังดีที่พี่อิ่มเตรียมรองเท้าให้ใส่ตั้งแต่ในห้องนอน ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องเสียเวลามาเลือกรองเท้าอีกแน่

“อายุ 26 แล้ว แต่เมาจนหาทางกลับบ้านไม่ถูก มิน่าถึงตื่นแทบไม่ไหว” ทันทีที่เข้ามานั่งในรถ นุชนาทคนเป็นแม่ก็เอ่ยวลีเสียดสีด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แก่ลูกสาวตัวแสบ

“โธ่ คุณแม่ขา ก็แค่นาน ๆ ทีเองค่ะ” เสียงหวานเอ่ยประจบฉอเลาะกับผู้เป็นแม่พลางส่งสายตาปริบ ๆ ไปยังผู้เป็นพ่ออย่างออดอ้อน

“ไม่ต้องมามองพ่อเลย…รู้นะว่ากลับมาถึงบ้านตอนจะ 6 โมงแล้วน่ะ”

“แหะ ๆ ขอโทษค่า” จริง ๆ ควรจะถึงบ้านตั้งแต่เที่ยงคืนแล้วค่ะคุณพ่อ แต่ลูกสาวคนนี้ดันไปแวะเพนต์เฮาส์กับคนบางคนมา

Wongtharaniphit Tower

หลังจากฝ่าการจราจรที่แน่นขนัด รถตู้คันหรูก็มาจอดที่หน้าอาคารขนาดใหญ่ที่สูงถึง 21 ชั้น โดยทันทีที่ครอบครัววงศ์ธารานิพิฐก้าวเข้าไป เหล่าบรรดาพนักงานต่างยกมือไหว้และทักทายตลอดทาง

หญิงสาวส่งยิ้มหวานและก้มหัวน้อย ๆ ให้กับพนักงานทุกคน เพราะเธอถูกสอนว่าต้องให้เกียรติผู้อื่นไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใคร

อันที่จริงวรัญชิตาเองก็แอบตื่นเต้นไม่น้อย เพราะตลอดมาพ่อแม่ของเธออนุญาตให้แค่ดู ๆ งานแบบไม่ลงลึกมาก แต่วันนี้จะเป็นการเข้าประชุมผู้ถือหุ้นครั้งแรกของเธอ

ติ๊ง!

ร่างระหงและครอบครัวเดินเข้ามาในลิฟต์และเตรียมกดขึ้นไปที่ชั้น 18 ซึ่งเป็นชั้นสำหรับห้องประชุมใหญ่

“รอด้วยครับ!” เสียงทุ้มที่ดูคุ้นหูยังไงชอบกลดังขึ้นระหว่างที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิด วรเวชจึงกดเปิดประตูลิฟต์อีกครั้ง

“อ้าว! กาย มาได้ไงลูก” วรัญชิตารีบเงยหน้าขึ้นมาตามเสียงทักของมารดา ก่อนดวงตากลมโตต้องเบิกกว้างด้วยความตกใจกับภาพตรงหน้า

ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปปั้นกอปรด้วยคิ้วเข้ม ๆ จมูกโด่งเป็นสัน นัยน์ตาคมสีฟ้าเข้มที่ได้รับกรรมพันธุ์มาจากมารดาชาวเยอรมันรับกันดีกับริมฝีปากสวยได้รูป ด้วยส่วนผสมที่ลงตัวทำให้เขาเป็นผู้ชายที่มีใบหน้าคมคายแฝงความร้ายกาจนิด ๆ เพราะรอยยิ้มมุมปากท่าประจำ

ชุดสูทสีดำที่ถูกตัดเย็บอย่างพอดีกับรูปร่างสูงโปร่งแสนสง่าในส่วนสูงกว่า 188 เซนติเมตร กับรองเท้าหนังสีดำขัดมันสะท้อนแสงในทุกก้าวเดิน

และข้อมือใหญ่ที่ดูโดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะถูกประดับด้วยนาฬิกา Patek Philippe สีดำตัดกับผิวโทนสว่างของเขาได้เป็นอย่างดี

ด้วยชุดและการแต่งกายของชายหนุ่มและการมาโผล่ที่นี่ในวันนี้ คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาคือหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เข้าร่วมประชุมด้วย!

“สวัสดีครับ คุณลุง, คุณป้า” การัณย์ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินเข้ามายืนข้าง ๆ เธอในลิฟต์

“แล้วก็สวัสดีน้องไวน์ด้วยนะครับ”

กรี๊ดดด! ได้โปรดอย่ามาคุยกับเธอเลย แค่นี้เธอก็อายจนแทบจะมุดลิฟต์หนีอยู่แล้ว จะหลอกหลอนกันไปถึงไหน แล้วไอ้ท่าทีแสนนอบน้อมนั้นน่ะ ดูไม่ออกกันหรือไงว่าปลอม! ปลอมที่สุด

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • One Night Stand กลายเป็นแฟนได้ไง   บทที่ 53

    และในที่สุดพิธีแต่งงานก็จบลงอย่างสมบูรณ์ สามีภรรยาป้ายแดงยืนส่งแขกอยู่ครู่หนึ่งก็พากันขึ้นไปบนห้องหอที่มีพ่อกับแม่ของทั้งสองฝ่ายรออยู่แล้วภายในห้องประกอบไปด้วย วรเวช และนุชนาท พ่อกับแม่ของวรัญชิตา และกรรชัยกับอาเมเลียแม่ของการัณย์ที่ถึงแม้จะเลิกรากับพ่อไปตั้งแต่เขายังเด็ก แต่วันนี้เป็นวันสำคัญของลู

  • One Night Stand กลายเป็นแฟนได้ไง   บทที่ 52

    ความหวานของคู่รักมหาเศรษฐีทำเอาทีมงานที่คอยจัดเตรียมความเรียบร้อยของงานแต่งสุดอลังการแถวนั้นอดยิ้มตามไม่ได้กลายเป็นว่าหลังจากผ่านเรื่องร้าย ๆ มาทั้งหมด วรัญชิตากับการัณย์ก็ขึ้นแท่นคู่รักสุดฮอตขวัญใจชาวเน็ตไปโดยปริยาย เพราะการแสดงออกอย่างคลั่งรักของเขาทำให้สาว ๆ หลายคนแต่งตั้งให้เขาเป็นแฟนหนุ่มในฝัน

  • One Night Stand กลายเป็นแฟนได้ไง   บทที่ 51

    “แต่งค่ะ” หลังจากคำตอบแสนหวานจากคนที่เขารักที่สุดออกมา การัณย์ก็ไม่รอช้ารีบสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอทันที เขาลุกขึ้นมากอดหญิงสาวบนเตียงด้วยความรักใคร่เป็นที่สุด“พี่สัญญาว่าจะดูแลน้องไวน์กับลูกของเราให้ดีที่สุด เชื่อใจพี่นะครับ” “ค่ะ” วรัญชิตาเอ่ยออกมาทั้งน้ำตาที่เอ่อคลอไปเต็มเบ้าตา มันเป็นหย

  • One Night Stand กลายเป็นแฟนได้ไง   บทที่ 50

    “อ๊า อื้อ…” คนตัวเล็กครางเสียงสั่น เธอรู้สึกถึงการหวิวในท้องน้อยมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่การัณย์ก็ยังคงมอบความเสียวซ่านจนสมองขาวโพลนไปหมด และในที่สุดหญิงสาวก็ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างมีความสุข“อ๊า…” เธอปลดปล่อยหยาดธาราสีใสออกมาจนมันอาบย้อมแก่นกายที่ยังคงกระแทกเข้าออกอย่างไม่ลดละจนฉ่ำวาวไปหมดการัณย

  • One Night Stand กลายเป็นแฟนได้ไง   บทที่ 49

    โพรงปากน้อยดูดดุนแท่งร้อนราวกับกำลังกินไอศกรีมแท่งโปรด แม้ว่าจะเป็นการจูบความเป็นชายของเขาครั้งแรก แต่เธอก็ทำทุกอย่างได้ดีเพราะสัญชาตญาณนำพา ยิ่งยามที่เธอใช้ปลายลิ้นเล็กตวัดเลียกายแกร่งและออกแรงดูดเม้มจนเกิดเสียงลามกขึ้น คนใต้ร่างยิ่งร้องครางออกมาอย่างเสียวซ่านความกระสันที่เมียตัวน้อยปรนเปรอให้ ทำเ

  • One Night Stand กลายเป็นแฟนได้ไง   บทที่ 48

    “อยากกอดเมีย…” “แต่พี่เพิ่งตื่นขึ้นมาเองนะคะ เมื่อกี้ยังจะตายอยู่เลย…” หญิงสาวพยายามเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมา เพราะเธอไม่ได้อยู่ในระยะใกล้ชิดกับเขามาสองอาทิตย์แล้ว“ก็คิดถึง อยากกอด อยากจูบ รู้ไหมว่าสองอาทิตย์ที่เราห่างกันพี่ทรมานแค่ไหน ใจจะขาดอยู่แล้ว” “ไม่ไ

  • One Night Stand กลายเป็นแฟนได้ไง   บทที่ 14

    “ก๊อก ก๊อก ก๊อก!”“Shit!” เขาสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด แต่เขาพยายามจะไม่สนใจเสียงเคาะประตูอันน่ารำคาญและโน้มตัวลงจูบบนเรียวปากนุ่มอีกครั้ง แต่ทว่าเสียงเคาะประตูก็ยังคงดังต่อเนื่องอย่างไม่ลดละ เขาจึงจำใจต้องผละออกจากเรือนร่างนุ่มนิ่มอย่างเสียดาย“มาแล้ว ๆ จะเคาะทำไมนักหนา!” ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูอย่า

    last updateآخر تحديث : 2026-03-18
  • One Night Stand กลายเป็นแฟนได้ไง   บทที่ 45

    บ้านพักตากอากาศของวรัญชิตาเป็นเวลาสองอาทิตย์แล้วที่เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ในตอนแรกก็ยังมีความไม่ชินกับอากาศที่หนาวเหน็บเพราะหิมะตกทุกวันบ้างแต่เธอก็เริ่มปรับตัวได้แล้ว แถมยังหากิจกรรมใหม่ ๆ มาทำไม่ให้ตัวเองเหงาอยู่เสมอ เช่นเรียนทำอาหารจากป้ามาร์ลีน ขับรถไปเดินเล่นที่ตลาดแถวบ้าน และการไม่เสพข่าวอะไรก

    last updateآخر تحديث : 2026-04-01
  • One Night Stand กลายเป็นแฟนได้ไง   บทที่ 15

    “5 ล้าน!” เสียงแขกในงานคนหนึ่งเริ่มเปิดประมูลมาในราคาชวนว้าว และหลังจากนั้นก็มีการประมูลกันอย่างดุเดือดเข้มข้นจนราคาพุ่งทะยานไปสู่ 35 ล้าน!“45 ล้าน…” แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องตกใจเมื่อคนตัวสูงที่นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ เอ่ยตัวเลขประมูลขึ้นมาอีกคน และด้วยความที่ราคาประมูลดีดเพิ่มไปอีก 10 ล้าน คนในงานจึงฮือฮา

    last updateآخر تحديث : 2026-03-18
  • One Night Stand กลายเป็นแฟนได้ไง   บทที่ 13

    สายตาอบอุ่นสอดประสานกับนัยน์ตาหยาดปรือที่พยายามจ้องมองหาความกระล่อนในดวงตาสีฟ้าเข้มคู่นั้น แต่เธอไม่พบอะไรเลยนอกจากความจริงที่แสนอ่อนโยน นี่คงจะเป็นครั้งแรกที่เธอไม่เห็นนัยน์ตาคมฉายแววเจ้าเล่ห์แสนร้ายกาจเฉกเช่นทุกครั้ง“ถ้าพี่ไม่แคร์พี่คงไม่รู้สึกโกรธทุกครั้งตอนเห็นเราอยู่กับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พี่

    last updateآخر تحديث : 2026-03-17
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status