LOGINห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เมื่อทั้งสองมาถึงจุดหมายปลายทางเรียบร้อยแล้วก่อนหน้านั้นเขากับหอมแก้มนิ่มจนทั่วใบหน้าอย่างมั่นเขี้ยวทำให้เธอรู้สึกว่าเหมือนแก้มตัวเองจะช้ำเพราะเขาแต่เธอก็ไม่โกรธเพราะมันคือการแสดงความรักให้กันและตอนนี้ทั้งสองต่างลงจากรถเพื่อไปที่ร้านอาหารญี่ปุ่นที่บีมได้นัดกันไว้ “เฮียคะ
“หยุดหัวเราะกันให้หมดเลย มึงด้วยไอ้วิทย์ ถ้ากูยังเห็นมึงหัวเราะอยู่กูจะหักเงินเดือนมึงที่มึงเอาเรื่องของกูไปนินทาให้คนอื่นฟัง” “โถ่ นายครับอย่าหักเงินเดือนผมเลยผมเองไม่ได้นินทานายสักหน่อยปค่เล่าสู่กันฟังให้กับทุกคนเองครับ” “ฮึ มันก็ไม่ต่างอะไรจากนินทาปะวะ” เมื่อทั้งสองต่างถกถัยงกันจนเธอเองต้องห้
“จริงเหรอคะ…” เธอหมุนตัวและหันไปหาเขาจนทำให้ทั้งสองสบตากัน “จริงสิครับ อย่างที่เฮียบอกหนูว่าหนูนะสวยสำหรับเฮียที่สุด ส่วนคนอื่นจะมองหนูยังไงก็ช่างมันแต่ใครที่มาหาเรื่องหนูเฮียก็จะเอาเรื่องมันเช่นกัน โทษฐานที่มารังแกเมียของเฮีย” “คิก ๆ เฮียโหดจัง คงไม่มีใครมารังแกหนูหรอกค่ะเพราะตอนนี้หนูมีเฮียและ
เช้าวันต่อมา… ในช่วงเช้าของอีกวันทั้งคู่ต่างนอนกอดกันอย่างอบอุ่นภายในห้องนอนและเครื่องแอร์ที่กำลังทำงานพัดเป่าภายในห้องนอนของเขาเพราะหลังจากที่ทั้งสองได้ปรับทำความเข้าใจกันแล้วทำให้สัญญาของทั้งสองจึงโมฆะทันทีเธอจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ เพราะเธอไม่รู้ว่าภายนอกคฤหาสน์เช้าแล้วเมื่อเธอได้อีกฝ่า
“ไม่ได้สิคะเฮียต้องให้เงินเดือนหนูนะ หนูไม่ยอมและหนูเองก็เกรงใจเฮียด้วยถ้าหนูจะให้เฮียซื้อให้ตลอด” “จะเกรงใจทำไมเป็นผัวเมียใช้กระเป๋าเงินใบเดียวกันไม่เห็นจะเป็นไรเลย” “ผ…ผัวเมีย เฮียพูดอะไรอะเราสองคนยังไม่ได้คบกันเลยนะคะ เฮียอย่ามาขี้ตู่” “ฮึ ขี้ตู่อะไรของเธอเอากันแทบทุกวันจะไม่ให้เรียกผัวเมีย
ผมเดินมาถึงห้องของเธอเพื่อที่เราสองคนจะได้คุยกันแต่ในช่วงที่ผมกำลังเคาะประตูผมเอาหูมาแนบกับประตูผมกับได้ยินเสียงเธอร้องไห้แต่ทำไมผมรู้สึกปวดใจยังไงไม่รู้หรือเป็นเพราะผมที่ปฏิเสธเธอจนเธอต้องมาเสียใจเพราะปากของผมใช่ไหม ผมมันโคตรไม่ได้เรื่องเลยว่ะและผมไม่ชอบที่เธอมาร้องไห้ด้วยแต่ยังไงผมก็ต้องเข้าไปคุยก
“โอเคค่ะ หนูไม่รู้หรอกนะคะว่าสิ่งที่เฮียกำลังทำอยู่มันคืออะไรแต่ไม่เป็นไรค่ะถ้าเฮียไม่ได้รู้สึกเหมือนที่หนูรู้สึกหนูจะพยายามจัดการความรู้สึกของตัวเองและหนูจะอยู่กับเฮียให้ครบตามสัญญาที่กำหนดไว้…งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะหนูคงจะนอนห้องเดิม” หลังจากที่ฉันบอกเขาไปฉันรีบแต่งตัวของตนเองและรีบออกจากห้องของเขาเพ
“ทำไมไม่หันมาคุยกับฉันดี ๆ กลัวอะไร?” “ป…เปล่าค่ะ หนูไม่ได้กลัว…” ฉันตอบน้ำเสียงตะกุกตะกักจนกระทั่งเขาจับแขนฉันนอนราบที่นอนคิงไซส์ “ฮึ ตอนนั้นยังต่อปากต่อคำกับฉันอยู่เลยทำไมทีแบบนี้ไม่กล้าต่อปากต่คำกับฉันอีกล่ะ” “เอ่อ…ก ก็หนูไม่รู้ว่าจะคุยกับเฮียเรื่องอะไรและอีกอย่างหนูไม่พร้อม…” “ฮึ ไม่พร้อ
“ฉันไม่เชื่อหรอกเพราะจมูกของเธอมันแดงและเพิ่งผ่านการร้องไห้ไม่นานมานี้ เธอร้องไห้? หรือเธอฟ้องบีมว่าฉันแกล้งอะไรเธอ?” “เปล่านะคะ ที่จมูกหนูแดงเพราะหนูเป็นภูมิแพ้ค่ะ” “ฉันไม่เชื่อ เธอร้องไห้เรื่องอะไรตอบฉันมา…” “เฮียจะรู้ไปทำไมคะ หนูจะร้องหรือไม่ร้องไห้มันก็สิทธิ์ของหนู” “ฮึ เดี๋ยวนี้เธอต่อปา
“ต่อไปนี้อย่าให้ไอ้วศินขึ้นมาที่นี้อีกและบอกคนข้างล่างด้วยห้ามเอาไอ้ห่านั้นเข้ามาบริษัทอีก” “รับทราบครับนาย นายจะเอายังไงกับคุณวศินต่อครับ?” “กูจะรอดูมันว่ามันกล้าทำอะไรกูอีกไหม ถ้ามันกล้ากูก็ไม่ปล่อยไว้เหมือนแบบวันนี้ เดี๋ยววันจันทร์เรียกทุกคนเข้าประชุมด้วย” “ครับนาย ผมมีอีกเรื่องที่จะแจ้งให้







