เข้าสู่ระบบออกัสขับรถเข้ามาจอดยังโรงรถดับเครื่องยนต์ลง แล้วส่ายหัวไปมาพยายามไล่ภาพของวันเดย์ออกไปอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วเดินเข้าบ้านใหญ่ไป
ระหว่างที่รอแม่บ้านตั้งโต๊ะอาหาร ออกัสเลยมานั่งเล่นอยู่ที่บ้านใหญ่ แม้เขาจะพยายามแค่ไหนสุดท้ายก็อดคิดถึงอีกคนไม่ได้ จนมีนากลับมาจากการทำงานพอดีเห็นออกัสสีหน้าไม่ค่อยดีจึงเอ่ยถาม
“ทำไมวันนี้หน้าเครียด ๆ เป็นอะไรหรือเปล่าลูก มีคนบอกว่าเมื่อเช้าลูกไม่ให้เอกขับรถไปให้เหรอ ทำไมละ” ผู้เป็นแม่เอ่ยถามลูกชายทันทีที่เจอหน้ากัน
“ก็ไม่ได้ทำไมครับแม่ กัสแค่สงสัยว่าทำไมจู่ ๆ พี่เดย์เขาถึงมาขอลาออก”
“อ่อ เดย์เขามีงานพาร์ตไทม์ที่สมัครไว้ทำหลังเลิกเรียน แล้วลูกก็กลับไม่เป็นเวลา เขาก็ไม่อยากจะเสียงานนั้นไปเลยมาขอป๊าของลูกว่าจะไปทำส่วนอื่นแทน” เมื่อได้ฟังคำตอบจากแม่ ออกัสคิดว่ามันข้อแก้ตัวชัด ๆ แล้วงานของเขามันไม่ใช่งานหรือไง
“แล้วงานขับรถของกัสมันไม่ใช่งานเหรอครับแม่ เขาถึงไม่ต้องรับผิดชอบอะไร” ออกัสว่าออกมาด้วยความหงุดหงิด
“มันก็ใช่ แต่ลูกมีเอกมาขับรถให้แทนแล้ว ยังจะโมโหอะไรอีก” ออกัสนิ่งไปชั่วครู่เพื่อทบทวนคำถามของมีนา ว่าเขากำลังโมโหวันเดย์เรื่องอะไรกันแน่
จนได้เหตุผลว่าเขาคงหงุดหงิดที่อยู่ ๆ วันเดย์ก็ทิ้งหน้าที่ไปดื้อ ๆ แบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้และคืนก่อนยังมาพูดจาไม่ดีอีก ขอโทษสักคำก็ไม่มี เขาแค่อยากให้วันเดย์มารับผิดชอบการกระทำของตัวเองเพียงแค่นั้น
“กัสไม่ได้หงุดหงิดครับแม่ แค่ไม่เข้าใจเฉย ๆ อีกอย่าง ถ้าพี่เดย์เขาขับรถให้กัสแล้วก็ไม่เห็นจะต้องไปทำงานพาร์ตไทม์อะไรนั่นเลย คือกัสแค่เห็นว่าพี่เขาขับรถดี แถมเรียนที่เดียวกันมันสะดวกกว่าด้วย”
“แม่ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ แต่เรื่องของเดย์อันนี้แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ กัสลองไปถามเดย์เขาเองนะลูก เรียนอยู่ที่เดียวกันไม่ใช่เหรอ”
“ครับแม่” ออกัสทำหน้าอย่างเหนื่อยใจ เพราะเขาก็อยากจะทำอย่างที่มีนาบอก แต่วันนี้ทั้งวันเขาไม่ได้เจอหน้าพี่เขาเลย เสี้ยววินาทีที่เจอคงเป็นตอนที่กลับเข้าบ้านมา
“กัสแน่ใจนะลูก ว่าไม่ได้เป็นอะไร” มีนาถามเมื่อเห็นสีหน้าของออกัสเหมือนกำลังคิดอะไรสักอย่าง
“ครับแม่ กัสสบายดี” ออกัสเลือกที่จะตอบเพื่อตัดปัญหา เพราะไม่อยากให้มีนาตั้งข้อสงสัยอะไรอีก ในเมื่อทุกคนให้คำตอบไม่ได้ เขาจะต้องหาคำตอบด้วยตัวเองให้มันรู้กันไปว่า เรื่องนี้วันเดย์จะหนีเขาไปได้ตลอดจริงเหรอ
หลังจากวันนั้นออกัสพยายามตามหาวันเดย์ที่มหาลัยทุกวัน แต่เหมือนว่าคนพี่ก็พยายามหลบหน้าเขาตลอด จนเวลาผ่านเข้ามาถึงวันที่ 3
วันนี้ก็เช่นกันที่เขาตามหาคนพี่ตั้งแต่เลิกเรียน แต่หาเท่าไรก็ไม่เจอสักทีจนต้องเลิกล้มความตั้งใจแล้วตรงกลับบ้านมากินข้าวกับครอบครัว
ในระหว่างที่ออกัสเดินกลับบ้านพักของตัวเอง เขาก็คิดขึ้นได้ว่าในเมื่อตามหาที่มหาวิทยาลัยไม่เจอ ก็มาดักรอมันที่หน้าบ้านตัวเองแทนซะเลย เพราะต่อให้วันเดย์จะไปทำอะไรที่ไหนกับใคร สุดท้ายเขาต้องกลับมาที่บ้านอยู่ดี
“ไหนคนที่บอกว่าผมป๊อด วันนี้ทำไมกลายมาเป็นคนที่หนีหน้าผมซะเองล่ะ” ออกัสนั่งรออยู่นาน จนเห็นร่างสูงของวันเดย์เดินมาก็เอ่ยถามทันที
“ไม่ได้ป๊อด แต่รำคาญเด็กที่ไม่รู้จักโต” วันเดย์หันหน้าหนีไปทางที่ไม่มีออกัสแล้วตอบออกมาตรง ๆ
“พี่ว่าใคร” ออกัสโมโหทันทีที่ได้ยินคนตรงหน้าพูดแบบนั้น
“ก็คุยกันอยู่แค่สองคน แล้วคิดว่าผมพูดถึงใครเหรอครับคุณหนู” ขนาดที่ไม่ได้เจอกันมาทั้งวัน แต่ความปากดีชอบประชดประชันของวันเดย์ท่าทางจะไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย เผลอ ๆ มากกว่าตอนที่เป็นคนขับรถให้เขาด้วยซ้ำ
สงสัยคงเพราะเห็นว่าไม่ต้องมานั่งเกรงใจกัน ก็เลยคิดจะพูดอะไรกับเขาก็ได้
“ทำไมพี่ถึงมาขอลาออก”
“เคลิ้มอะไรครับ ผมก็แค่ง่วงนอน”“ไอ้เดย์มันดูดีใช่ไหมล่ะ เวลาอยู่กับเครื่องดนตรี เพราะตอนที่มันได้อยู่กับของพวกนี้ มันได้เป็นตัวของตัวเองมากที่สุดแล้วแหละ”“แล้วพี่จะมาบอกผมทำไมครับ มันก็เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับผมสักหน่อย” รุ่นพี่ในชมรมคนนั้นถือวิสาสะนั่งลงข้าง ๆ ออกัสจริง ๆ รุ่นพี่คนนี้ออกัสค่อนข้างคุ้นหน้ากันเป็นอย่างดี เพราะเป็นหนึ่งในกลุ่มรุ่นพี่เถื่อน ที่อยู่กับคนขับรถของเขาบ่อย ๆ“ไอ้คุณนีโอ มานั่งทำเหี้ยอะไรตรงนี้ครับ วงมึงไม่มีซ้อมหรือไง” หลังจากวงของวันเดย์ที่ซ้อมอยู่จบลง คนขับรถของออกัสก็เดินมาเท้าเอวจ้องหน้าเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขา“ก็วงมึงซ้อมเสียงดัง รบกวนวงเทพ ๆ อย่างกู อีกอย่าง กูอยากมาทำความรู้จักสมาชิกใหม่ด้วย เพิ่งรู้ว่าญาติดีกันแล้ว” นีโอตอบวันเดย์ ก่อนจะหันมามองออกัสเล็กน้อยแล้วหันกลับไปถามพี่มันอีกครั้ง“น้องมันไม่ใช่สมาชิกใหม่ น้องมันแค่มานั่งรอกูเฉย ๆ” วันเดย์ตอบ“ก็ปกติเห็นมึงบอกห้ามพาคนนอกเข้าชมรม”“กูเป็นคนขับรถบ้านน้องมัน ก็เลยต้องให้มารอ เดี๋ยวเสร็จงานชมรมจะกลับบ้านแล้ว”“เออดีจริง เป็นคนขับรถเขา แต่ให้เขามานั่งรอ แหม!! ดีเว้ย ๆ
“มานั่งทำอะไรแถวนี้” ออกัสนั่งมองโทรศัพท์ในมือไม่รู้ว่านานเท่าไร ก่อนที่จะมีคนเดินมาใกล้แล้วเอ่ยทักขึ้น“ทำไม ตรงนี้มีป้ายห้ามนั่งเหรอครับ ผมถึงนั่งไม่ได้”“คนถามดี ๆ อยากกลับบ้านแล้วหรือไง หน้างอเชียว”“เปล่า ผมแค่ไม่มีอะไรทำ เพื่อน ๆ กลับกันไปหมดแล้วก็แค่นั้น” ร่างสูงของวันเดย์เดินเข้ามาหาออกัสที่นั่งหลบอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้ ๆ กับห้องชมรมดนตรี“โทรให้ที่บ้านมารับก่อนไหม อีกพักใหญ่เลยนะกว่าจะเสร็จ”“หน้าที่รับส่งผม มันเป็นหน้าที่พี่” ออกัสเอ่ยออกมาพร้อมปรายตามองคนที่ยืนอยู่หน้า“เออ ย้ำจัง รู้แล้วว่าเป็นคนขับรถ งั้นไปนั่งในชมรมไหมตรงนี้มันร้อนเดี๋ยวเป็นลมตาย ผมไม่มีปัญญาหาลูกชายไปคืนให้พ่อคุณหรอกนะ” วันเดย์พูดกวนประสาทออกัสอีกครั้ง“คนนอกเข้าได้ด้วยเหรอ” ออกัสถามด้วยความสงสัย“ปกติก็ห้ามนะ แต่ถือว่าเป็นกรณีพิเศษแล้วกัน จะไปไม่ไป”“ไป!!” ออกัสตอบพร้อมดีดตัวลุกขึ้น เรื่องอะไรที่เขาจะต้องทนร้อนอยู่ตรงนี้ละ อย่างน้อยในชมรมบรรยากาศก็คงดีกว่าตรงนี้“เออเมื่อกี้เพื่อนคุณมาหาผมที่ชมรมด้วยนะ” จู่ ๆ วันเดย์เอ่ยขึ้นมาในระหว่างที่เดินไปห้องชมรม“เพื่อนคนไหน แล้วเขามาทำไมเหรอครับ” ออ
Special By “Oneday”อันที่จริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่ได้มีอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่วันเดย์แค่รู้สึกสนุกกับการได้ปั่นประสาทคุณหนูของเขาเล่น ๆ ก็เท่านั้นเองอย่างเช่นเรื่องของไข่มุก ตอนแรกวันเดย์ก็หลงคิดว่าเธอกับออกัสเป็นแฟนกัน แต่พอมารู้ทีหลังว่าจริง ๆ แล้วทั้งสองเป็นแค่เพื่อนสนิทกันเท่านั้นเรื่องที่ออกัสสงสัย จริง ๆ คือเมื่อวานไข่มุกเธอโพสต์รูปภาพอะไรสักอย่างในอินสตาแกรม ซึ่งวันเดย์เองก็ไม่ได้ติดตามอะไรเธอ ก็เลยไม่รู้ว่าเธอลงรูปอะไรไป แต่รูปนั้นมันทำให้เจ้านายสุดที่รักของเขา ตามมาซักไซ้ราวกับเขาเป็นนักโทษพอตอบกลับไปคราวนี้ออกัสก็นิ่งเงียบไปเลย ไม่เห็นปากเก่งเหมือนตอนแรก ตลอดชีวิตของคุณหนูคงจะอยู่ท่ามกลางคนรุมล้อมที่คอยตามใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่เคยต้องเรียนรู้คำว่าผิดหวัง มันก็เลยทำให้ออกัสรู้สึกไม่โอเค ที่จู่ ๆ มีใครคนหนึ่งลุกขึ้นมาต่อต้าน ไม่ทำตามที่เขาต้องการมันก็ตลกดีแทนที่ออกัสจะไล่วันเดย์ออกเหมือนคนอื่น ๆ ที่ทำให้ไม่พอใจ แต่กลับไปตามตัวเขากลับมาด้วยตัวเอง และที่บ้าไปกว่านั้นคือเขาดันยอมกลับมานะสิ“ผมขอบอกพี่อีกครั้งเลยนะ ว่า...อย่าแม้แต่จะคิดหรือมายุ่งว
วันรุ่งขึ้นออกัสตื่นนอนก่อนจะบิดขี้เกียจเล็กน้อย แต่ไม่ยอมลุกออกจากเตียง ก่อนจะนึกได้ว่าเช้านี้ต้องเอาคำตอบกับคนขับรถให้ได้ เขาจึงรีบดีดตัวลุกจากเตียงจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย พอออกมาหน้าบ้านก็เจอหน้าคนที่ต้องการถามพอดี ก่อนจะเดินขึ้นรถที่สตาร์ตเครื่องรออยู่“เมื่อวานเพื่อนผมแวะไปหาพี่ที่ร้านเหรอครับ ผมเห็นเธอถ่ายรูปลงโซเชียล” ออกัสเอ่ยถามขึ้นในขณะที่ออกมาจากบ้านได้สักพักแล้ว วันเดย์ทำหน้างงกับคำถามเขา ก่อนจะนึกอะไรสักอย่าง“หมายถึงไข่มุกเหรอ ก็ใช่นะ เห็นเขาบอกว่าไปซื้อของกับที่บ้าน ก็เลยแวะหาไอศกรีมกินแล้วบังเอิญเจอผมทำงานอยู่พอดี”“โลกกลมดีเนอะ” ออกัสพูดลอย ๆ ออกไป“กลมสิ ดูอย่างเราสิ แค่นี้ก็เป็นคำตอบละ ว่าโลกมันกลมจนหน้าหงุดหงิดขนาดไหน ไปถึงแล้วรีบ ๆ ลงไปได้แล้ว คนอื่นเขามีเรียนนะครับ ไม่ได้ว่าง”แทนที่จะได้คำตอบ สุดท้ายออกัสกลับถูกคนขับรถไล่ลงจากรถของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ที่น่าโมโหคือเขายอมเดินลงมาอย่าง งง ๆกว่าจะนึกขึ้นได้วันเดย์ก็ขับรถไปจอดแล้วส่วนคนที่ทิ้งระเบิดใส่เขาไว้ได้เดินย้อนกลับไปที่อาคารเรียนภาคไทยเรียบร้อยแล้ว ฝากไว้ก่อนเถอะ ออกัสได้แต่เก็บค
ออกัสละความสนใจจากคนขับรถก่อนจะจัดการธุระส่วนตัวจนเรียบร้อย แล้วก็เดินไปที่บ้านใหญ่ เพื่อรอเวลาทานข้าวเย็นระหว่างที่ออกัสนั่งเล่นอยู่ในห้องรับแขก ก็นึกขึ้นมาได้เกี่ยวกับเรื่องของวันเดย์ที่พึ่งแยกกันไป เขาอยากรู้เหมือนกันว่าจะสามารถหาข้อมูลนักศึกษาในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัยได้ไหมไม่รอช้าออกัสยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเข้าเว็บมหาลัยในทันทีและนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาเปิดเข้ามาดูเว็บบอร์ดนี้เลยก็ว่าได้ เขาจัดการพิมพ์ชื่อของวันเดย์ที่จำมาตอนเอากระเป๊าเงินไปคืนเข้าไปในช่องค้นหานั้นทันที ก่อนจะกดค้นหา ข้อมูลของพี่มันก็เด้งขึ้นมายาวเหยียดจนต้องเลื่อนลงไปอ่าน‘นายวันเวฬา ดำรงธรรมมา’‘นักเรียนทุนดีเด่น’‘นักกีฬาฟุตบอลของมหาวิทยาลัย’‘ประธานชมรมดนตรีสากล’‘ประธานสโมสรนักศึกษาของมหาวิทยาลัย’‘รูปใบประกาศนียบัตร รูปถ้วยและเหรียญรางวัลจากการแข่งขันต่าง ๆ ตั้งแต่งานวิชาการจนถึงกีฬาของมหาวิทยาลัย’ออกัสนั่งมองตำแหน่งและรางวัลของคนขับรถเขาจากมือถืออย่างอึ้ง ๆ ที่เป็นแค่คนธรรมดา แต่กลับมีตำแหน่งหน้าที่ในมหาวิทยาลัยมากมายขนาดนี้ นี่คงเป็นเหตุผลที่ใ
ออกัสแอบนึกหมั่นไส้ในใจที่คนด้านข้างคุยกับวายุเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย เพราะปกติไม่เคยเห็นจะพูดดี ๆ กับเขาแบบนี้บ้างเลย“เออ ขอโทษนะคะ พี่เดย์ใช่ไหมคะ” จู่ ๆ ก็มีนักศึกษาหญิงเดินเข้ามาระหว่างบทสนทนาวายุกับวันเดย์“ใช่ครับ มีอะไรหรือเปล่า” วันเดย์ตอบกลับ“ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ” เสียงบุคคลไม่ได้รับเชิญทำเอาออกัสต้องเด้งตัวขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ ต้องเป็นคนดังขนาดไหน ถึงได้มีนักศึกษาเดินมาขอถ่ายรูปด้วยแบบนี้ที่สำคัญที่นี่เป็นฝั่งภาคอินเตอร์ ซึ่งมันน้อยมากที่เด็กอินเตอร์จะรู้จักนักศึกษาภาคไทยสำหรับมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ขนาดนี้การที่คนคนหนึ่งจะเป็นที่รู้จักได้ทั้งสองภาคต้องเป็นคนดังในมหาวิทยาลัยมากพอสมควร อย่างเช่น เป็นดาวเดือน แบบไข่มุกหรือพวกนามสกุลดัง ๆ แบบออกัสแต่นี่ คนตรงหน้าออกัสคือคนขับรถ และครอบครัวของวันเดย์ก็ทำงานที่บ้านผมอีกด้วย ซึ่งสามารถตัดเรื่องนามสกุลดังออกไปได้เลย อีกข้อที่น่าเป็นไปได้คือเดือนมหาวิทยาลัย แต่ดูท่าทางเขาคงไม่ใช่คนที่ชอบทำกิจกรรมอะไรแบบนั้นแน่ ๆ แค่เห็นสีหน้าตอนที่สาว ๆ มาขอถ่ายรูปก็พอเดาได้“มีสาวมาขอถ่ายรูปด้วย พี่คนดังหรือเป







