Mag-log inRome Game #4
เจอกันบ่อยขึ้น
พอจะเข้าใจอะไรได้หลายอย่างเลยนะ ที่พี่โฬมลงพนันไปสองแสนมันก็เพราะว่าเพื่อนของเขาลงแข่ง แถมยังชนะแบบไม่เห็นฝุ่นด้วยซ้ำ พี่เจคกับฉันยืนมองหน้ากันท่ามกลางเสียงเชียร์ ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ใส่ใจและหมุนตัวเดินกลับเข้าไปด้านใน ฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันนะว่าทำไมถึงมองพี่เจคแล้วใจเต้นโครมคราม ก็ตั้งแต่เขามาช่วยฉันวันนั้นจากการกระทำเลวๆ ของพี่อัฐ ความรู้สึกมันก็...
“หนูจะกลับเลยหรือเปล่า”
“คะ! เอ่อ กลับเลยก็ได้ค่ะ” พี่โฬมวางมือลงบนบ่า ขณะที่ฉันเสมองผู้หญิงที่พี่โฬมคุยด้วย “พี่โฬมคุยกับเธออยู่”
“ไม่เป็นไร เพราะพี่นัดกับเธอที่ผับ LC” พอเขาบอกแบบนี้ก็ถึงบางอ้อ จึงเดินตามหลังพี่โฬมออกจากสนามแข่งเหมือนเด็กน้อยเดินตามหลังผู้ใหญ่แล้วหมาไม่กัด เพราะตลอดทางเดินคือมีสายตาของผู้ชายมองฉันแบบร้องว้าวกันหมด ฉันรู้ตัวเองดีว่าสวยจนใครก็ตามที่มองก็พากันหลงใหล ไม่คิดว่าจะถูกมองจนแอบรู้สึกอึดอัดเท่านี้มาก่อน
เวลา 22.55 น.
รถของพี่โฬมถูกสั่งให้จอดหน้าปากซอยทางเข้าบ้าน อารมณ์ที่เคยขุ่นมัวถูกกลืนหายไปกับการดูแข่งขันรถ มันกลับมาอีกครั้งขณะที่ฉันลอบมองซอยทางเข้าบ้าน ป่านนี้ขอให้พวกเขาหลับกันไปให้หมดเถอะ ฉันถอนหายใจพลางหลุบสายตามองนิ้วมือที่จิกเข้าหากันไปมาเรื่องราววันนี้ทำให้ฉันหม่นหมองจนนึกไปถึงเรื่องราวเดิมๆ จนยกมือเสยเส้นผมสีดำสนิทที่ยุ่งเหยิงไม่ได้มัดรวบให้เรียบร้อย ขนาดที่ว่าผมที่มัดเป็นก้อนยังหลุดลุ่ยโดยที่ฉันไม่ได้แคร์มัน ก็ยังมีคนมองสภาพฉันว่าสวยได้อยู่อีกนะ
“แน่ใจนะว่าจะไม่ให้พี่ไปส่งที่หน้าบ้าน”
“หนูแน่ใจค่ะ” หันไปสบตากับพี่โฬมที่มือขวาวางบนพวงมาลัยรถ มือซ้ายวางบนเบาะที่ฉันนั่งและมองตรงไปยังซอยทางเข้าบ้านที่ค่อนข้างมืดและมีไฟตามเสาไฟแบ่งกันเป็นช่วงๆ ให้ความสว่าง
“จะไม่เดินหลงแน่นะ”
“หนูโตแล้ว หนูจะหลงได้ไง” ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่โฬมต้องถามฉันแบบนี้ด้วย “ขอบคุณนะคะที่พาหนูไปดูแข่งรถ”
“...”
“มันสนุกมากเลยค่ะ” ใช่ สนุกจนลืมเรื่องที่คิดไปเสียจนหมดและก็วนกลับมาคิดใหม่ ช่างเถอะ กินยานอนหลับก็คงจะดีกว่าข่มตานอนไม่หลับทั้งคืน “เปิดโลกให้หนูมาก”
เขากวาดสายตามองหน้าฉันนิ่งๆ ไม่พูดและไม่มีคำตอบอะไรออกมาจากริมฝีปากแดงคล้ำ พอเห็นปากพี่โฬมก็... บ้าจริงนินิว! ไปจูบพี่เขาแบบนั้นได้ไงกัน เธอมันบ้าที่สุดเลย จิตใจไม่อยู่กับตัวถึงขนาดไปกระชากคอเขามาจูบตัวเองเนี่ยนะ ฉันน่ะคงจะบ้าไปแล้วจริงๆ
“หนูไปก่อนนะคะ”
พูดจบก็ค้อมศีรษะให้เขาหนึ่งที เปิดประตูรถและถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เดินไปตามทางเพื่อกลับบ้านที่ไม่ใช่บ้านแห่งความสุขสำหรับฉันอีกต่อไป เดินเตะก้อนหินเล่นกระทั่งต้องเลี้ยวซ้ายทางโค้งเดินผ่านบ้านประมาณสามสี่หลังก็จะถึงบ้านของฉัน ไม่รู้อะไรดลใจให้หันกลับไปมองหน้าปากซอยถึงได้เห็นว่ารถของพี่โฬมยังคงจอดอยู่ ไม่ได้ขยับไปไหนด้วยซ้ำ จนฉันขมวดคิ้วจะเดินไปหาก็เดินมาไกลพอควรแล้ว
ยืนมองว่ารถพี่โฬมจะไปตอนไหนประมาณสามนาทีก็ไม่มีวี่แวว จนฉันไม่สามารถยืนมองได้นานเพราะนานาจิตตัง ยุงตอดขาจนคันไปหมด ฉันก็เลยหันหน้ากลับมาเดินมาหยุดที่หน้าบ้าน ตอนนี้บ้านปิดสนิทคงจะหลับนอนกันหมดแล้วล่ะมั้ง ฉันเดินเข้าประตูเล็กและเลือกเข้าประตูหลังครัวแทน รีบขึ้นบันไดไขกุญแจห้องปิดล็อกและมองรูปภาพของพ่อกับฉันที่กรอบรูปแตกละเอียด จึงหยิบรูปถ่ายขึ้นมามองเด็กหญิงตัวอ้วนท้วม ใบหน้าฉีกยิ้มอย่างสดใส
ตอนนี้เหรอ... แค่รอยยิ้มจากตอนเด็ก มันยังไม่เกิดขึ้นกับฉันเลย ดังนั้นภาพมันก็แค่ความทรงจำ ปัจจุบันต่างหากที่คือเรื่องจริง เปิดลิ้นชักโต๊ะกระจกยัดรูปนั้นเก็บไว้ในซอกลึกไม่อยากเห็นหน้าพ่อ ไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น กระทั่งเสมองตัวเองผ่านกระจก ฉันสวยจริงๆ นั่นแหละ ข้อนี้ไม่คิดจะเถียงและมีใบหน้าเหมือนกับพ่อจนแม่รังเกียจจนเฉดหัวออกจากบ้าน
ส่งต่อฉันให้กับท่านรณกรเจ้าหนี้ของพ่อ เพื่อให้ไปเป็นเมียน้อยเมียเก็บของเขา หวังแค่ว่าท่านจะเห็นใจเด็กน้อยตาดำๆ คนนี้และไม่รับข้อเสนอที่แม่ยื่นให้ ฉันยังคงเชื่อมั่นว่าท่านรณกรเป็นผู้ใหญ่ใจดี คงไม่อยากทำร้ายเด็กสาวอย่างฉันได้ลงคอใช่ไหม ถ้าหากเขาปฏิเสธฉันจะรีบหางานทำและเอาเงินมาชดใช้หนี้ของพ่อเอง ขอให้คำภาวนาของฉันมันสำฤทธิ์พลด้วยเถอะ
“เอ๊ะ?”
มือที่ล้วงลงกระเป๋าเสื้อช้อปหยิบของอะไรบางอย่างขึ้นมาดู เป็นธนบัตรสีแดงจำนวนแปดร้อยบาท เงินของพี่โฬมตอนที่ให้ฉันไปจ่ายค่ายานี่นา แล้วประเด็นก็คือฉันลืมถุงยาเอาไว้กับเขาซะด้วย เฮ้อ พรุ่งนี้คงต้องเอาไปคืนเขาที่คณะแล้วสินะ เอาเงินก้อนนั้นยัดใส่กระเป๋าสะพาย ตรงเข้ามาอาบน้ำเพื่อให้น้ำเย็นๆ ช่วยชะล้างความรู้สึกที่อึดอัดนี้ให้ออกไป
ฉันสวมชุดนอนกระโปรงผ้าซาตินสีดำสายเดี่ยวออกมานอนคว่ำบนเตียง หยิบมือถือขึ้นมาคุยแชทกับกลุ่มเพื่อนที่ดูเหมือนจะแชทหาฉันรัวๆ โดยเฉพาะเสือ พอได้รับคำตอบว่าฉันเผลอหลับก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เรื่องนี้จะบอกให้เพื่อนรู้ไม่ได้เด็ดขาดเลย ไม่อย่างนั้นปัญหามันจะยิ่งขยายกว้างกว่าเดิม
โน้มตัวไปหยิบยานอนหลับและยาอีกหนึ่งตัวที่ต้องกินมันมาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ตบยาเข้าปากตามด้วยการดื่มน้ำ ฉันก็ทิ้งศีรษะลงนอนสายตาทอดมองไปยังบานหน้าต่างที่ผ้าม่านถูกเปิดแง้มเอาไว้ นิ้วมือของฉันยกขึ้นแตะกลีบปากตัวเอง เมื่อนึกไปถึงตอนที่ได้สัมผัสกับริมฝีปากแดงคล้ำร้อนระอุของพี่โฬม
ทำไมกันนะนินิว... รสสัมผัสจากปากของพี่โฬม ถึงไม่จางหายไปเสียที ไม่เว้นแม้แต่สายตาของพี่เจคที่มองฉันตอนอยู่สนามแข่งด้วยเช่นกัน ไม่ๆ นินิว ห้ามนึกไปถึงนะ นึกถึงพี่เจคได้แต่อย่านึกถึงปากของพี่โฬม ห้ามนึกถึงจูบกับพี่โฬมนะ!
คณะวิศวกรรมศาสตร์
เพราะมีเรียนตอนสิบเอ็ดโมง ฉันก็เลยมามหาลัยแต่เช้าตรู่เพราะไม่ต้องการเจอหน้าของใครในบ้านทั้งนั้น กว่าจะมาถึงมหาลัยก็ปาเข้าไปเกือบเก้าโมงกว่าแล้ว พอเดินเข้ามาถึงคณะสายตาก็ทอดมองไปยังโต๊ะหินอ่อนประจำที่พี่โฬมกับเพื่อนชอบนั่ง จึงเห็นว่าเขานั่งอยู่พร้อมสูบบุหรี่และดูหน้าจอมือถือไปด้วย ข้างกายกันมีร่างสูงนอนตัวยาวโดยไม่คิดจะใส่ใจว่าใครจะไปหรือใครจะมา พี่โฬมเหมือนรู้ว่ามีคนมาเขาก็ผละใบหน้าหันมามองฉันขณะสูบเอานิโคตินเข้าปอดอึกใหญ่
กลิ่นเย็นๆ นี่มัน... มาจากบุหรี่ที่พี่โฬมสูบอย่างนั้นเหรอ กลิ่นหอมเย็นๆ ค่อนข้างแรงถึงขนาดติดบนตัวเขาเลยนะ
“เมื่อคืนหนูลืมคืนเงินพี่โฬม” ยื่นเงินจำนวนแปดร้อยให้เขา
“หนูเก็บไว้เถอะ พี่ให้แล้วไม่รับคืน”
“ค่ารักษาเมื่อคืนมันเยอะนะคะ”
“ไม่เป็นไร พี่เฉี่ยวหนูจนเป็นแผล...” พี่โฬมหยุดพูดเขาก็เสมองมาที่หน้าแข้งฉัน จากนั้นก็เอื้อมมือกำลังจะถลกกระโปรงฉันขึ้น
หมับ
“ยะ อย่าถลกนะคะ!” ตวาดใส่เขาพลางมองซ้ายมองขวา จับมือหนาเอาไว้ก่อนจะได้มาจับกระโปรง “น่าเกลียด”
“ทำไมไม่ทำแผล” จะบอกว่าเมื่อคืนลืมถุงยาเอาไว้ในรถเขาไง จะให้ทำแผลได้ไง ขี้เกียจเจอหน้าใครในบ้านก็เลยรีบออกมาโดยไม่ได้ดูว่าตัวเองปล่อยให้แผลมันรับเชื้อโรคแบบเต็มๆ “รอตรงนี้ พี่ไปเอาถุงยาที่รถก่อน”
“แต่ว่า...” กำลังจะร้องห้ามพี่โฬมเขาก็เอากรองบุหรี่จิ้มลงบนโต๊ะ สาวเท้าเดินหนีจากไปเพื่อไปเอาถุงยาให้ ถอนหายใจพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้และเลิกคิ้วมองพี่เจคที่ยังคงนอนหลับไม่รู้ตัว
“ทำยังไง” จู่ๆ เสียงเข้มแหบพร่าก็เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ถ้าพี่เจคไม่อยู่ตรงนี้ฉันคงคิดว่าเป็นเสียงของผี “ถึงเข้าถึงตัวไอ้โฬมได้”
“หนูเปล่านะคะ” ฉันทำอะไรที่ไหนกันล่ะ มันบังเอิญเจอกันเมื่อคืนตอนเขาเฉี่ยวฉันและขอติดรถไปกับเขา จากนั้นก็จูบเขา เอ่อ... ใช่ จูบเขาแบบกล้าบ้าบิ่นสุดๆ ทั้งที่เป็นจูบแรกของฉันด้วยซ้ำ ทำยังกับว่าเชี่ยวชาญเรื่องพวกนั้นเหลือเกินนะนินิว “พี่เจคแข่งรถเก่งมากเลยค่ะ หนูไม่คิดว่าพี่เจคที่ชอบนอน จะแข่งรถได้ด้วย”
“มีปัญหาอะไร” คำถามของพี่เจคและร่างสูงที่กระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งยกมือยีเส้นผมตัวเอง ตวัดสายตาคมมามองเล่นเอาหัวใจดวงน้อยเต้นถี่รัวเป็นบ้า ทำไมต้องมาเต้นเร็วเพราะมองหน้าพี่เจคด้วยนะนินิว “ถึงต้องไปพบจิตแพทย์”
“นะ หนู...”
“เป็นโรควิตกกังวลใช่ไหม” ลอบกลืนน้ำลาย แค่ไม่คิดว่าพี่เจคจะมองถุงยาตอนนั้นแค่แปบเดียวก็รู้ว่าฉันเป็นโรคอะไรหรือแม้กระทั่งรู้ถึงขั้นว่าฉันมีปัญหาบางอย่างในใจ “กี่ปี”
“หนูไม่จำเป็นต้องบอกพี่” ฉันแค่ไม่อยากถูกมองว่าตัวเองเป็นบ้าที่ไปพบจิตแพทย์และเรื่องส่วนตัว ฉันจะไม่เล่าให้ใครฟังทั้งนั้น แม้ว่าพี่เจคจะเข้าใจกับโรคที่ฉันเป็นก็ตามที “พี่มองข้ามหนูไปเหมือนกับที่มองข้ามคนอื่นเถอะค่ะ”
“มีหลงลืมด้วย” เขาฟังฉันบ้างหรือเปล่าเนี่ย!
“ไม่มีค่ะ” โกหกเพราะไม่อยากคุยกับพี่เจคไปมากกว่านี้ มันไม่ใช่เรื่องที่ควรเล่าให้คนนอกฟังซะที่ไหน ขนาดเพื่อนฉันเองยังไม่เล่าเลยว่ากำลังถูกขายให้กับชายแก่เจ้าหนี้ของพ่อ “หนูจะไม่ตอบคำถามพี่เกี่ยวกับเรื่องนี้ หนูถือว่าหนูตอบแทนพี่แล้ว เรื่องชามะนาว”
พี่เจคนิ่งไป ปกติเขาก็นิ่งอยู่แล้วมันก็เลยไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกเกรงกลัวสายตาของเขาสักนิด
“พี่ชอบหนูเหรอ ถึงได้ถามซอกแซกขนาดนี้” ปากไม่ดีสุดๆ เลยนินิว! ก็แค่ไม่อยากให้เขาซักไซ้ฉันมากไปกว่านี้ก็เท่านั้น ใครจะไปคิดว่าพี่เจคจะขมวดคิ้วมองฉันราวกับไม่พอใจ ฉันจะโดนพี่เจคฆ่าตายหมกบ่อน้ำหน้าคณะไหมเนี่ย “หนูขอโทษ หนูแค่ไม่ชอบให้ใครมาถามเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องนี้”
“...”
“มันไม่มีอะไรน่าฟังหรอกค่ะ” คำพูดสุดท้ายฉันพูดแผ่วเบาพลางหลุบสายตามองมือที่จิกระบายบนกระโปรงพลีท “มีแต่จะทำให้คนฟังรู้สึกแย่มากกว่ารู้สึกดี”
ร่างสูงลุกขึ้นยืนล้วงมือลงกระเป๋ากางเกงยีนส์ มองหน้าฉันนิ่งๆ เขาก็เดินจากไปราวกับฉันไม่มีตัวตน พี่เจคน่ะเป็นผู้ชายที่เข้าถึงได้ยากกว่าพี่โฬมอีกนะฉันบอกได้แค่นี้ มันน่าแปลกนิดหน่อยที่เขาถามไถ่เรื่องส่วนตัว ทั้งที่ผู้ชายแบบเขาแทบจะไม่สนใจหรือใส่ใจคนรอบข้างเลย เขาสนแค่ตัวเองง่วงตรงไหนก็นอนตรงนั้นเสียมากกว่า
“เอาขามาพาดขาพี่”
“เอ่อ หนูทำเองดีกว่านะคะ”
“จะเอามาพาดดีๆ หรือจะให้พี่ยกมันมาเอง” ฉันเพิ่งเข้าใจว่าคำขู่ของพี่โฬมมันเป็นเรื่องจริง ฉันไม่กล้าต่อรองอะไรเขาเลยพอเจอเขาอุ้มไปตอนนั้น แบบว่าพี่โฬมพูดอะไรต้องรีบทำ ไม่งั้นเขาทำมันจริงอย่างที่ปากว่า ยกขาขวาขึ้นพาดบนขาของพี่โฬมที่มองแผลของฉันเขาก็เปิดถุงยาทำความสะอาดแผลก่อนอันดับแรก ตามด้วยการเอายาทาและพันให้แบบค่อนข้างทุลักทุเล พันได้เหมือนก้อนขี้หมามาก
“หนูทำเองก็จบ ดูพี่พันสิ” ชี้นิ้วมายังผ้าพันแผลจึงโน้มตัวไปเอามันออกและพันเองใหม่ให้เรียบร้อย เมื่อกี้เหมือนก้อนขี้หมาจริงๆ นะ ถึงจะทำแผลให้ก็ใช่ว่าเขาจะทำมันเป็น “พี่โฬมไม่เอาเงินคืน งั้นพี่ชอบกินอะไร หนูซื้อมาให้นะคะ”
ไม่อยากติดค้างเขานี่นา เงินก็ไม่ใช่น้อยๆ นะตั้งแปดร้อยอะ ให้ได้ยังไงกันคนเราไม่มีเอาคืนด้วย ใจดีเกินไปแล้ว
“ขนมปังปิ้งสังขยา” คำตอบของพี่โฬมทำให้ฉันพยักหน้ารับ
“โอเคค่ะ หนูยังไม่เข้าเรียนเดี๋ยวหนูไปหาซื้อให้”
“ไม่ต้อง” คำตอบของเขาและใบหน้าหล่อเหลาที่เงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ “คืนนี้สองทุ่ม มาเจอกับพี่ที่หน้าผับ LC ได้ไหม”
“คะ” เลิกคิ้วขึ้น ฉันฟังไม่ผิดใช่ไหมที่พี่โฬมนัดเจอกับฉันที่ผับ LC
“พี่จะพาไปกินร้านประจำ ถ้าหนูสนใจ”
“นี่พี่โฬมกำลังหลอกล่อหนูใช่ไหม” คนตรงหน้าถึงกับหลุดขำ “เห็นหนูมีปัญหาเลยจะหลอกกันสินะ”
“เมื่อคืน... ใครอ้อนอยากไปกับพี่” พอเขาย้อนมาฉันก็เม้มปากพลางมองค้อนคนตัวสูง “พี่ชวนหนูเองเลย หรือจะไม่ไปก็ได้ พี่ก็แค่ชวนเฉยๆ”
“ไหนเพื่อนหนูบอกว่าพี่โฬมเข้าถึงยาก”
“จริงเหรอ” เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง พลางเอาขาฉันออกจากหน้าขาตัวเอง “พี่เข้าถึงยาก”
“อืม หรือไม่จริงคะ”
“ถ้าพี่เข้าถึงยาก ทำไมหนูเข้าถึงตัวพี่ง่าย” พี่โฬมทำหน้านึกคิดและเสมองฉันด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ นอกจากรอยยิ้มแล้วก็มีสายตาของเขาเนี่ยล่ะที่เป็นท่าไม้ตายสุดๆ ไม่ต้องคิดอะไรเยอะสาวหลงสาวชอบคือไม่แปลกใจเลย
“ก็พี่ไม่สนใจใคร พี่ก็จะไม่ยุ่ง นอกจากพี่จะยุ่งกับคนที่พี่สนใจจริงๆ”
“งั้นแสดงว่าหนูเป็นผู้หญิงที่พี่สนใจ”
[50%]
*--------------------------------------------------*
หลังจากกินปิ้งย่างและต่อด้วยของหวานจนอิ่มท้อง เราสองคนก็โบกมือให้กับน้องปั้นหยาและพี่เกียร์ที่ยังคงรอแฟนสาวเลิกงาน “พี่เจคยังไม่กลับอีกเหรอคะ”“ถามหามันทำไม” เอาอีกละ ถามอะไรเกี่ยวกับพี่เจคคือไม่ได้เลยใช่ไหมเนี่ย“หนูก็แค่ถามเองนะ ทำไมต้องหงุดหงิดใส่หนูอีกแล้ว”“มันน่าจะอยู่สนามแข่ง” ตอบแค่นี้ก็จบปะ ทำไมพี่โฬมจะต้องใส่อารมณ์กับฉันด้วยก็ไม่รู้ “ไอ้เจคเหมือนจีบหนู”“ห๊ะ! ปะ เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ พี่เจคจะมา...” พอเห็นหน้าพี่โฬมที่เอี้ยวมองฉันแวบหนึ่ง เขาก็ถอดเสื้อช้อปออกตามด้วยเสื้อยืดสีดำ “นี่อย่าบอกนะคะที่พี่โฬมไม่พอใจหนูเรื่องพี่เจค คือเรื่องนี้”“ไม่ใช่แค่นี้ อีกหลายเรื่องที่หนูปิดบังพี่”“ฟังหนูนะ” เดินไปดักหน้าพี่โฬมก่อนเขาจะเดินหนีเข้าห้องน้ำ “หนูไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”เออ อาจจะมีช่วงแรกที่มีหวั่นไหวบ้างก็แค่นิดเดียวเอง หลังจากนั้นก็แทบจะไม่ได้หวั่นไหวอะไรกับพี่เขาเลยนะ แค่พี่เจคเขาเข้าใจอาการหรือโรคที่ฉันเป็นต่างหาก“ยอมรับค่ะ เคยหวั่นไหวกับพี่เจค”“ว่าไงนะ!”“แค่นิดเดียวค่ะ” ปิดบังไปก็เท่านั้นอะ พี่โฬมเล่นมองหน้าฉันราวกับไม่ชอบใจสุดๆ แบบนี้ เกิดมีเรื่องปิดบังเขาอีก เรื่องที่จะขอร
Rome Game #16เปิดประสบการณ์ใหม่‘แกดูสดใสมากขึ้นด้วยซ้ำตั้งแต่ได้รู้จักกับพี่โฬม’‘พี่เขาน่ะดูเป็นห่วงเธอจะตายไป’“นินิว”“...”“นิว!”“คะ มะ มีอะไรคะ”“หนูเป็นอะไร เหม่อนานแล้วนะ ไม่สั่งเค้กเหรอ?” หลุดจากภวังค์สบตากับพี่โฬมที่พยักเพยิดหน้าไปทางพนักงานที่กำลังรอฉันสั่งเครื่องดื่มกับเค้กที่อยากมากินก่อนไปกินปิ้งย่าง ฉันจึงเลือกสั่งชาเขียวเย็นและเค้กบลูเบอร์รี่ ส่วนพี่โฬมนั่งแค่น้ำแตงโมปั่นแก้วเดียวเท่านั้น “คิดมากเรื่องอะไรอีก”“เปล่าค่ะ” ไม่ได้คิดมากเรื่องอดีตหรอก แต่เป็นปัจจุบันเสียมากกว่าก็คำพูดของเยลกับทอยดังเข้ามาในโสตประสาท เรื่องที่ก่อนฉันจะหายไป พี่โฬมไปตามหาฉันกับเพื่อน เรื่องนี้พี่โฬมไม่ได้บอกดังนั้นก็เลยไม่กล้าที่จะถาม ตอนเขาว้าวุ่นหน้าตาจะเป็นยังไงนะ ให้เพื่อนอธิบายให้ฟังก็นึกไม่ออกอยากเห็นกับตาตัวเองมากกว่า“มีอะไรก็บอกพี่ เคยบอกแล้วใช่ไหม”“หนูรู้ค่ะ แค่คิดเรื่องเรียนนิดหน่อย” อ้างเรื่องเรียนดีกว่า อย่างน้อยพี่โฬมจะได้ไม่ถามซ้ำเนื่องจากฉันขาดเรียนไปหลายวัน จะคิดเรื่องเรียนก็คงไม่แปลกใจอะไร“วันหยุดที่จะถึงพี่จะไม่อยู่นะ”“เอ๊ะ? ไปไหนคะ” พนักงานเอาเครื่องดื่มกับเค้กมาเสิร
ความนุ่มหยุ่นจากริมฝีปากแดงคล้ำกดแนบลงมาจนฉันหลับตาลงจิกนิ้วระบายบนถุงขนมปังนึ่งจนป่านนี้มันคงจะขดกันเป็นก้อนกลมๆ จากฝีมือของฉัน มันสำคัญด้วยเหรอ ในเมื่อกลับรู้สึกดีทุกครั้งที่พี่โฬมบดคลึงกลีบปากฉันด้วยจูบที่แสนร้อนแรง แม้เป็นเพียงจูบเพียงแค่ด้านนอกไม่ได้สัมผัสเข้ามาในโพรงปาก ก็เล่นงานหัวใจไม่รักดีดวงนี้ให้เต้นถี่ราวกับกลองรบ หนำซ้ำยังหวั่นไหวขยับบดเบียดริมฝีปากสู้กับพี่โฬมจนเขาครางอย่างพึงพอใจเรื่องบอกอาการที่เป็นก็อีกส่วนไม่เกี่ยวกับเอกสาร หากแต่ว่าเรื่องทำให้เขาพอใจ ทำตัวดีมันก็ยังสำคัญกับฉันอยู่ดีนั่นแหละ แค่ไม่พูดพร่ำเพรื่อจนทำให้พี่โฬมคิดว่าที่ฉันทำมันมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง ถึงยังไงก็ยังอยากรู้จุดอ่อนของพี่โฬม จะถามได้จากใครล่ะถ้าไม่ใช่เพื่อนของเขา คุณพ่อแค่แนะนำว่าพี่โฬมไม่ได้ง่ายก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะรู้เรื่องราวทุกอย่างในชีวิตของลูกชายนี่นา ในเมื่อพี่โฬมคลุกคลีกับเพื่อนมากกว่าพ่อกับแม่“เก่งมาก” ถอนจูบออกเอ่ยปากชมฉัน ไม่วายก็กดจูบลงบนพวงแก้มใส “หนูจูบเก่งขึ้น”ดีใจเหรอ... คำชมของพี่โฬมทำให้ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวไปหมด จำต้องกัดผนังในปากเพื่อดึงสติของตัวเอง“หนูทำดีแล้วใช่ไ
Rome Game #15หลุมพรางของคู่หมั้นเมื่อคืนรอให้พี่โฬมหลับฉันถึงจะย่องออกจากห้องมาหาน้ำดื่มพร้อมกินยาไปด้วย ช่วงสายของวันฉันเตรียมตัวที่จะไปเรียนหลังจากส่งข้อความบอกเพื่อนในกลุ่มแชท ทุกคนต้องรอคอยฉันอย่างมีความหวังและอยากจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ดังนั้นพอออกจากห้องน้ำ เลี้ยวเข้ามาในห้องแต่งตัวก็ต้องตกใจเพราะคิดว่าพี่โฬมออกไปรอนอกห้องแล้ว กลับกลายเป็นว่าเขายืนจัดทรงผมของตัวเองใช้ไดร์เป่าเส้นผมสีดำสนิทให้เปิดขึ้นเพื่อเห็นโครงหน้าหล่อๆ ของเขาหนำซ้ำยังหยิบน้ำหอมกลิ่นที่ฉันชอบฉีดลงบนตัว กลายเป็นว่าพี่โฬมไม่แตะน้ำหอมของตัวเอง เขาเลือกใช้น้ำหอมผู้หญิงที่ฉันชอบมากกว่า “หวงน้ำหอมพี่หรือเปล่า”“ไม่หวงค่ะ” ใครจะไปกล้าหวง ฉันมองค้อนพี่โฬมผ่านกระจกสะท้อนเงาบนโต๊ะกระจก ก่อนที่เขาจะหันมามองฉันที่กระโจมอกด้วยผ้าขนหนูสีขาวตัวเล็ก เอามือกุมปมผ้าขนหนูเอาไว้ใครจะไปคิดว่าพี่โฬมจะอยู่ในห้องกันล่ะ“หนูจะแต่งตัวเหรอ”“ใช่ค่ะ รอพี่โฬมออกไปก่อน”“ทำไม” เอนสะโพกพิงขอบโต๊ะกระจกพลางยกยิ้มมุมปาก “หนูก็แต่งตัวไปสิ พี่ไม่ว่า”“หนูโป๊นะคะ พี่โฬมจะ...” มายืนมองฉันแต่งตัวทำไมกัน ฉันก็อายเป็นปะ! ยังไม่หายโมโหเขาเรื่องเมื่
“ขอบใจนะ หยา”“หนูขอเบอร์พี่นิวได้ไหม”“ได้สิ” ฉันก้มหน้ามองมือถือของน้องปั้นหยาเห็นว่าหน้าจอล็อกเป็นรูปของพี่เกียร์และพอหน้าจอหลัก เป็นรูปคู่ที่ถ่ายแบบแก้มแนบแก้ม ถึงพี่เกียร์จะดูสีหน้าเรียบนิ่ง ฉันก็สัมผัสได้จากแววตาที่เขามองน้องเลยนะ คือคลั่งรักน้องปั้นหยามาก “น่ารักมากเลยนะ รูปคู่เนี่ย”“แหะ กว่าจะให้พี่เกียร์ถ่ายได้ เล่นเอาเหงื่อตกเลยค่ะ” น้องน่ารักมากจริงๆ ฉันไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ พี่เกียร์ผู้ชายที่ใครต่อใครก็ไม่ค่อยชอบหน้าในคณะวิศวะ ได้แฟนสาวรุ่นน้องที่น่ารักน่าหยิกแบบว่าเหมือนมาเติมเต็มชีวิตเขา ดูแล้วน้องปั้นหยาน่ะเหมาะกับพี่เกียร์มากจนฉันเองก็มองไม่ออกว่าจะมีใครเหมาะกับพี่เกียร์ได้มากเท่าน้อง “กว่าจะได้คบกัน ผ่านเรื่องราวแย่ๆ มาเยอะมากเลยค่ะ”“แต่ก็ผ่านมาได้”“เพราะพี่เกียร์มั่นคงกับหนูค่ะ หนูโชคดีที่ได้เจอกับพี่เกียร์” ไม่ใช่แค่พี่เกียร์แล้วล่ะที่คลั่งน้องปั้นหยา น้องเองก็นะคลั่งแฟนหนุ่มวิศวะโยธามากเช่นกัน “หนูรักพี่เกียร์ที่สุดในโลกเลยค่ะ”“บอกรักพี่ต่อหน้านิว”“...”“คืนนี้พี่จะบอกรักหยาบ้าง” พี่เกียร์กับพี่โฬมที่คุยกันเสร็จก็โผล่พรวดเข้ามา กระทั่งคำตอบของพี่เกียร์หลัง
Rome Game #14ขึ้นชื่อว่าลาภิศ ไม่มีคำว่าง่ายลาภิศ ความหมายของชื่อเขาคือ ‘เจ้าแห่งลาภและมีลาภได้มาก’ เป็นชื่อที่เหมาะกับเขามากจนหาที่ติไม่ได้ เพราะชื่อเป็นหน้าต่างของลักษณะนิสัยที่แท้จริงของคนๆ นั้นและพี่โฬมคือเจ้าแห่งลาภที่มีลาภได้มากจากการเป็นเซียนพนันตัวยง“ว่างๆ แวะไปหาแม่บ้างนะ”“ได้ค่ะ”“น่ารักที่สุดเลยลูก แม่กอดหน่อย” ฉันตรงเข้าสวมกอดคุณแม่พี่โฬม หลังจากที่พูดคุยธุระกับคุณพ่อเรียบร้อย เราสี่คนก็ออกจากโรงแรมของท่าน ยืนรอส่งท่านทั้งสองขึ้นรถโรลอยซ์ที่จอดรออยู่ “พี่โฬมรังแกอะไร หนูบอกแม่เลย แม่จะรีบมา”“ค่ะ” คุณแม่กระซิบบอกฉันที่ตอบตกลงว่าถ้าพี่โฬมรังแกปุ๊บ ต้องรีบแจ้นไปฟ้องคุณแม่ “ขอบคุณนะคะ”ยกมือไหว้ขอบคุณท่านทั้งสองและสบตากับคุณพ่อที่ระบายยิ้มที่แสนอบอุ่นมา กระทั่งท้ายรถโรลอยซ์ขับออกจากตัวโรงแรมไป พี่โฬมก็จับมือฉันสอดประสานกับนิ้วมือตัวเอง“หนูคุยอะไรกับพ่อพี่ตั้งนาน”“ไว้ถึงห้องหนูค่อยบอกได้ไหม”“ได้สิ แต่ตอนนี้... ไปผับ LC กันก่อนดีกว่า”“ไปทำไมคะ” ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงุนงง ก็ยอมเดินตามพี่โฬมมาถึงรถคันโปรดของเขาเพิ่งจะรู้ว่ารถของพี่โฬมเป็นรถมัสแตงสปอร์ตราคาไม่ต้องพูดถึงหร
Rome Game #11การหมั้นหมายเริ่มขึ้นและแล้วงานหมั้นก็มาถึง ฉันนั่งมองตัวเองในกระจกขณะนั่งแต่งหน้าจนสวยงามเหมาะกับงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าสีหน้าของคนที่กำลังจะมีงานมงคลไม่ได้รู้สึกดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว ฉันปล่อยเส้นผมที่ดัดเป็นลอนใหญ่คลายตรงปลายผมและเหน็บข้างใบหู สวมชุดเดรสผ้าชีฟองพิมพ์ลายดอกไม
“กูจะรอวันนั้น” รอยยิ้มของไอ้เกียร์ทำให้ผมแปลกใจมาก มันไม่เคยยิ้มแบบนี้มาก่อนเลย ยิ้มที่ฉีกกว้างซึ่งปกติยิ้มของมันจะเน้นไปที่กวนตีนเสียมากกว่า “หยาส่งข้อความมา กูไปรับเมียก่อนแล้วกัน”ไอ้เกียร์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินสวนผมออกไปทางประตู หากแต่ว่ามันกลับชูนิ้วชี้ขึ้นและชี้หน้าผม “อะไร”“ในเมื่อติดต่
Rome Game #10ไม่ยอมด้วยฐานะอะไร: ROME TALK :เด็กคนนั้นเป็นอะไร ไม่ได้รู้จักกัน ไม่ได้สนิทสนมกันและไม่เคยนอนกับผม ทำไมเธอถึงมองผมด้วยสายตาและท่าทางที่แสนจะรังเกียจผมด้วยนะ ผมมั่นใจและแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรให้เธอแน่นอน ทว่า... พอยิ่งคิดมันก็ยิ่งชวนให้น่าสงสัย เอ่ยปากถามออกไปคำตอบที่ได้ก็ช่างกว
Rome Game #9เบี้ยล่างวันนี้แม่นัดให้ฉันไปเข้าสปาเพื่อเสริมสวย ถึงจะบอกว่าฉันสวยอยู่แล้วก็ตามทีและแม้ว่างานหมั้นจะจัดแบบภายในครอบครัวแม่ก็อยากทำให้ฉันสวย เพื่อพาไปขัดผิว ทำผมใหม่ทั้งหมด เลิกเรียนบ่ายนี้จำต้องรีบกลับบ้านตามคำสั่งของแม่ พอฉันทำตามอย่างว่าง่าย แม่ก็เอาใจใส่ฉันเอาแต่พร่ำบอกว่าให้เอาอก







