Masukคำถามของพี่โฬมทำให้ฉันเงียบ ไม่ได้คิดไปถึงเรื่องนั้นนี่นา แค่คิดว่าไม่อยากกลับบ้านเลยคิดว่าไปไหนก็ได้ที่เขาไปก็ได้ทั้งนั้น ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเสมองไปทางอื่นโดยไม่มองเขาตรงๆ “ดึกแล้ว มันอันตรายกับผู้หญิงสวยๆ อย่างน้อง”
ชมฉันว่าสวยเหรอ เพราะความสวยของฉันเลยถูกขายให้กับชายแก่ที่เป็นเจ้าหนี้พ่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าหากฉันไม่สวยแม่จะยังขายฉันให้ท่านอยู่หรือเปล่านะ ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยในความรู้สึกที่ดำดิ่งของตัวเอง
“หนูไม่ได้พกมือถือมาด้วย หนูกลัวตัวเองลืมว่าอยู่ที่ไหน” อย่างน้อยเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างเพื่อไปกับพี่โฬมดีกว่า “คือหนูชอบลืมบ่อยๆ น่ะค่ะ มันแบบมีเรื่องให้คิดจนมีอาการหลงลืมบ้าง”
“ยังไม่แก่ ลืมเก่งจังนะ” พี่โฬมไม่เข้าใจไงว่าโรคที่ฉันเป็นมันหนักหนาแค่ไหน จะถูกมองว่าบ้าก็คงไม่แปลกหรอก “พี่ก็ไม่ได้อยากจะยุ่งเรื่องของใครหรอกนะ พี่ไม่ใช่คนดี น้องรู้”
ก็ไม่รู้ไงว่าเขาดีหรือไม่ดี อย่างน้อยพี่โฬมก็ยังมีน้ำใจพาฉันมาโรงพยาบาลทั้งที่แผลโดนชนก็ไม่ได้หนักหนาอะไร
“พี่รีบ กลับบ้านซะ” หลุบสายตามองนาฬิกาที่ข้อมือพี่โฬมก็แทรกตัวเข้าไปนั่งในรถ จังหวะที่ประตูจะปิดและพี่โฬมจะกดล็อกประตู ฉันก็รีบแทรกตัวเข้าไปนั่งข้างคนขับทันทีจนเขาหันมามองฉันด้วยสีหน้าตกใจ “น้อง”
“นินิวค่ะ วิศวะคอมปีสอง อายุ 20 หนูไม่ใช่เด็กแล้ว” แนะนำตัวเสร็จสัพพี่โฬมก็ถอนหายใจพลางยกมือขวาเสยเส้นผมสีดำสนิทขึ้น เขาหันมามองฉันที่ยกมือพนมไว้กลางอก “หนูขอร้อง”
“มีปัญหาอะไรที่บ้านปะเนี่ย” เข้าใจถูกเลยล่ะพี่โฬม หนูเนี่ยตัวปัญหาของบ้านหลังนั้นเลย
“ขอไปด้วยนะคะ พี่โฬมเสร็จธุระของตัวเอง หนูสัญญาว่าจะกลับบ้าน” ฉันดึงสายคาดนิรภัยมากดลงตัวล็อก มองตากับเขาที่เต็มไปด้วยความสงสัยอะไรหลายๆ อย่างในตัวของฉัน กระทั่งพี่โฬมเอื้อมมือมาเกี่ยวเส้นผมฉันเหน็บข้างใบหู มันเป็นการกระทำที่ทำให้ฉันถึงกับเอนใบหน้าหนี ก็ทำได้เพียงเท่านั้นเพราะหลีกหนีเขาได้ยากเนื่องจากอยู่ในรถ
“เวลามองคนอื่นต้องใช้สายตาแบบนี้ ไม่ใช่สายตารังเกียจเหมือนที่เคยมองพี่”
“หนูขอโทษ”
“ยังไงพี่ก็ยังอยากรู้เหตุผลที่หนูมองพี่แบบนั้นนะ นินิว”
เอ่อ... นะ หนูเหรอ นอกจากจะเรียกชื่อฉันแล้วเขายังแทนตัวฉันด้วยหนูเนี่ยนะ พอจะเข้าใจในสิ่งที่เยลเพ้อถึงพี่โฬมแล้วล่ะ เขามีเสน่ห์มากไม่ใช่แค่หน้าตา แต่เป็นคำพูดที่เล่นเอาฉันเบือนหน้าหนีมองวิวกระจกด้านข้าง กัดผนังในปากจนเจ็บหนึบเลย พี่โฬมเข้าถึงยากจริงใช่ไหม? นี่คือเข้าถึงยากทำไมรู้สึกเหมือนตัวเองเข้าถึงเขาง่ายเสียจนไม่เป็นตัวเองขนาดนี้
‘พ่อขอโทษนะนินิว’
‘จะทิ้งหนูเหรอ’
‘พ่อรักลูก’
ปัง!
“นินิว”
เฮือก
สะดุ้งตกใจและหลุดออกจากภวังค์ความคิดในอดีตที่ย้อนกลับเข้ามาในสมอง ฉันค่อยๆ หันไปมองใบหน้าหล่อเหลาที่ขมวดคิ้วพลางเอื้อมมือมาประคองแก้มฉัน ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาและปลายนิ้วโป้งที่ปาดตรงหางตาเล่นเอาหัวใจของฉันเต้นช้าลงเรื่อยๆ
เมื่อกี้ความคิดมันถูกหล่อหลอมไปถึงช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของฉัน พ่อเข้ามาในห้องของฉันและเอ่ยขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทั่งพอเดินออกไปจากห้องเพียงแค่ไม่เท่าไหร่ เสียงอะไรบางอย่างก็ดังสนั่นลั่นบ้าน เล่นเอาร่างกายถึงกับชาวาบ ฉันรู้ได้ทันทีว่าเสียงนั้นมันคือเสียงอะไร ถึงขนาดที่ว่าไม่กล้าแม้แต่จะเปิดประตูออกไปเพราะจิตใจมันบอกว่าอย่าเปิดนะ กระทั่งฉันเลือกที่จะเปิดมันและภาพสุดท้ายที่ได้เห็นคือ... กองเลือดสีแดงสด ร่างกายแกร่งกำยำนอนแผ่หลาบนพื้นตรงบันได ดวงตาคมเปิดขึ้นจ้องหน้าฉันพร้อมน้ำตาที่รินไหลไม่ขาดสาย
“หนูร้องไห้ทำไม”
ร้องไห้เหรอ? ฉันถึงกับต้องยกนิ้วมือที่สั่นเทาแตะบนแก้มตัวเอง มันเป็นน้ำตาจริงๆ และตอนนี้รถของพี่โฬมจอดลง ณ สถานที่แห่งหนึ่งที่มีเสียงโห่ร้องดังแทรกเข้ามาภายในรถ แม้จะเปิดเพลงสากลคลอไม่ดัง ไม่เบาจนเกินไป
“นินิว” น้ำเสียงแหบพร่าเซ็กซี่ดังเข้ามาในโสตประสาท ไล่สายตามองมายังริมฝีปากแดงคล้ำที่ขยับขึ้นลงโดยที่ไม่ได้ฟังว่าเขาพูดอะไร หากแต่ว่าฉันกลับดึงคอเสื้อยืดสีดำของพี่โฬมจนเขาตกใจสุดขีด... “หนูจะ อื้ม”
ก่อนพี่โฬมจะได้พูดอะไรฉันก็เลือกที่จะปิดปากของเขาด้วยกลีบปากที่นุ่มนิ่มของฉันเอง ยามที่สัมผัสของเราสองคนได้แตะกัน ราวกับสมองของฉันถูกได้รับการคุ้มครอง ได้หลงลืมเรื่องที่มันคิดไปเมื่อกี้ไปเสียสนิท เขาดูตกใจถึงกระนั้นก็ไม่ทิ้งลายผู้ชายเจ้าชู้เชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้ดีกว่าฉันที่ไม่ประสีประสา และมันคือจูบแรกของฉัน
ดวงตาของฉันหลับลงเมื่อพี่โฬมเอื้อมมือมากดท้ายทอยเล็กๆ ฉันเอาไว้เพื่อไม่ให้ขยับหนีเขาไปไหน จากนั้นก็บดคลึงริมฝีปากจนฉันรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ หนำซ้ำพี่โฬมยังกดจูบลงมาอย่างแนบแน่น แทบจะไม่ให้จูบของเราถูกพรากออกจากกัน เขาบรรจงจูบอย่างดูดดื่มถึงแม้จะเป็นการจูบที่ปากนัวเนียกันจนฉันส่งเสียงครางหวานผ่านลำคอ กระทั่งสติถูกดึงกลับมา สองมือก็ถูกยันไว้บนแผงอกแกร่งที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม ออกแรงผลักพี่โฬมจนริมฝีปากของเราแยกออกจากกัน ฉันถึงกับลอบกลืนน้ำลายจดจ้องมองนัยน์ตาสีดำสนิทและลมหายใจของเขาที่ผ่อนปรนออกมาแรงๆ
“นะ หนูขอโทษ” เอ่ยปากขอโทษกับการกระทำอันแสนกล้าบ้าบิ่นของตัวเอง “หนูไม่ได้ตั้งใจนะคะ พี่โฬม...”
“จูบแรก” พี่โฬมยกยิ้มมุมปากพลางจ้องดวงหน้าฉัน เล่นเอาแก้มทั้งสองข้างร้อนผะผ่าว “ประชดชีวิตแบบนี้ ไม่ดีเลยนะนินิว”
ก็ไม่ได้อยากประชดตัวเองหรอก แค่เมื่อกี้สมองมันไม่ได้คิดอะไรนอกจาก... จูบเขา
“หนูอย่าคิดเล่นเกมกับพี่นะนินิว”
“หนูเปล่าสักหน่อย” ใครจะไปคิดเล่นเกมอะไรกับเขากันล่ะ “หนูก็ขอโทษแล้ว”
“จำไว้” พี่โฬมชี้หน้าฉันจากนั้นก็เอานิ้วจิ้มมายังหน้าผาก “พี่ไม่เคยแพ้ใคร”
ใช่สิ เล่นพนันอะไรก็ชนะไปหมดทุกอย่างเลยนี่นา เรื่องแพ้สำหรับพี่โฬมคงจะเป็นเรื่องเล็กน้อย สำหรับฉันเหรอการพนันก็ยังคงเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจอยู่ดี อาจจะยกเว้นแค่เขาหรือเปล่านะที่แม้ว่าตอนแรกจะไม่ชอบใจที่เขาเล่นพนัน ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชอบอยู่ดีนั่นแหละ แค่ไม่แสดงออกทางสายตาให้เขาได้รู้ก็เท่านั้น
“ลงมาสิ” เขาเรียกและลงจากรถ ฉันจึงลงจากรถบ้างและมองไปรอบๆ จึงได้รู้ว่ามันคือลานจอดรถ เสียงดังโห่ร้องมาจากอัฒจันทร์ที่ดูเหมือนมีแสงสว่างกับเสียงอะไรบางอย่างที่ดังเข้ามาในระบบประสาท ฉันเดินตามพี่โฬมเข้ามาด้านในซึ่งเป็นโถงทางเดินลาดยาวกระทั่งพี่โฬมหยุดเดินเพื่อคุยกับใครบางคน
“โอ้โห ไปหาสาวมาจากไหนวะเนี่ยโฬม สวยมาก” ผู้ชายคนนั้นมองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า พลางยิ้มกรุ่มกริ่ม “สวยมาก สวยจนคิดว่าน่าจะมาเป็นเรซควีนประจำสนามนะเนี่ย”
“รุ่นน้องที่คณะน่ะครับพี่เต้”
“แหม ไม่ทิ้งลายเลยนะควงสาวแต่ละคนสวยระดับทั้งนั้น” พี่เต้คือชื่อที่พี่โฬมเรียกสินะ
“ไอ้เจคแข่งยังครับ”
“ครึ่งชั่วโมง” พี่เจคเหรอ? หมายถึงแข่งอะไรกันฉันงงไปหมดแล้ว แถมยังมีคนเดินสวนไปมาสวมชุดหมีเหมือนกับนักแข่งหรือนักกีฬาอะไรสักอย่าง “เท่าไหร่”
“สองแสน”
“จัดไป” จำนวนเงินที่พี่โฬมพูดถึง ฉันไม่อยากเดาอะไรให้มากมันคงเป็นเงินพนันอะไรบางอย่างที่มีชื่อของพี่เจคอยู่ในนั้นด้วยสินะ พอพี่เต้จดอะไรบางอย่างเขาก็ฉีกยิ้มให้พี่โฬมและปิดท้ายด้วยฉัน เขายังคงมองความสวยของฉันจนละสายตา จากนั้นพี่โฬมก็เดินนำฉันออกมา จังหวะที่เดินออกมาห้องโถง เสียงโห่ร้องและเสียงเชียร์ก็ดังก้องเข้ามาในหู เล่นเอาเงยหน้าขึ้นไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นคนนับร้อยกำลังส่งเสียงเชียร์อะไรบางอย่างที่ว่าในสนาม
แข่งรถ? นี่มันคือสนามแข่งรถ เพราะดูจากรถที่ขับวนไปมาอยู่บนสนาม สาวสวยนุ่งน้อยห่มน้อยโบกธงไปมา หนำซ้ำยังมีนักแข่งยืนสูบบุหรี่รอดูการแข่งขันกันบ้าง ความเร็วของรถ เสียงเชียร์ของคนในสนามทำให้ความรู้สึกตึงเครียดก่อนหน้านั้นหายวับไปกับตา มันเหมือนกับว่าฉันได้เปิดโลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต
“จับชายเสื้อพี่ไว้” พี่โฬมโน้มมากระซิบข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินเล่นเอาขนในกายลุกชัน ฉันเอื้อมมือไปจับชายเสื้อช้อปแดงเลือดหมูของเขา ขณะที่พี่โฬมพาฉันเดินขึ้นบันไดมาบนอัฒจันทร์เพื่อจะได้มองเห็นการแข่งขันได้แบบชัดถนัดตาทั้งมองในนามหรือจอ LED ขนาดยักษ์
“นี่ที่ไหนเหรอคะ” เอามือป้องข้างใบหูพี่โฬมเพราะเสียงเชียร์ยังคงดังกึกก้อง ไม่เว้นแม้แต่เสียงเครื่องยนต์ในสนาม พี่โฬมพาฉันมายืนเกาะติดตรงราวเหล็กกั้นด้านล่างอัฒจันทร์
“สนามแข่งรถเถื่อน พัทยา” นี่อย่าบอกนะว่าระหว่างนั่งรถมากับพี่โฬม เขาพาฉันมาพัทยาในระยะเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเนี่ยนะ “ที่นี่ไม่ได้ถูกกฎหมาย มีการลงพนัน”
แสดงว่าสองแสนที่พี่โฬมพูดกับพี่เต้ก็คือ... เล่นการพนันแข่งรถสินะ พอคิดได้แบบนั้น ฉันก็หันมองค้อนเขา
“มองพี่ด้วยสายตาแบบนี้อีกแล้ว” มันน่าให้มองแบบนี้ไหมอะ อย่ามาพูดเรื่องพนันกับฉันจะได้ไหมล่ะ ฉันโคตรจะเกลียดและไม่อยากได้ยินมันที่สุด ขนาดนึกไปถึงอดีตที่แสนเลวร้าย ฉันยังไม่อยากจะนึกถึงมันเลยเพราะยิ่งนึกถึงก็ต้องกินยานอนหลับเพื่อให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ความวิตกกังวลพอได้ยินเรื่องพวกนี้จะวิ่งวนกลับมาเหมือนหนังม้วนเดิมที่ฉายวนซ้ำ “ดูเพื่อความสนุกก็พอ”
มันก็แหงอยู่แล้วไหมล่ะ อย่างฉันเหรอจะไปลงอะไรแบบที่เขาทำ ไม่มีทางและไม่มีวันอยู่แล้ว
ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอตะโกนแข่งเชียร์รถที่แข่งยังไง รู้แค่ว่าฉันทำตามผู้คนที่เขาทำกันอย่างสนุกสนานและมันผ่อนคลายเสียจนหลงลืมเรื่องที่คิดไปชั่วขณะ พี่โฬมขยับตัวออกไปห่างฉันพอควร เพราะอยากปล่อยให้ฉันได้สนุกกับการแข่งรถ พอหันกลับไปมองก็เห็นว่าเขากำลังยืนเอาแขนเท้ากับราวเหล็กโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย หันไปฉีกยิ้มคุยกับหญิงสาวคนหนึ่งที่สวยมากๆ แต่งตัวนุ่งน้อยห่มน้อย
มุมข้างของพี่โฬมมีเสน่ห์มากจริงๆ นะ ไม่ว่าจะมุมไหนก็ตามเขาจะดูน่ามองไปหมด หนำซ้ำรอยยิ้มของเขาเล่นงานฉันได้มากทีเดียว ไม่คิดว่าเวลาเขายิ้มจะดูน่ารักและน่ามองขนาดนั้น ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอยืนจ้องพี่โฬมนานแค่ไหน ดูเหมือนเขาจะรู้สึกว่ามีคนจ้องจึงหันมามองฉัน จำต้องรีบหลบนัยน์ตาคมสีดำสนิทคู่นั้น ทำไมต้องหลบตาพี่เขาด้วยล่ะนินิว
‘ผลการแข่งขันแบบดริฟต์... เจคแลค Winner!’
พอผลประกาศออกมา ฉันก็ขมวดคิ้วกับชื่อของนักแข่งและรถสีขาวก็ขับหมุนเป็นวงกลมจนเกิดเสียงยางเสียดสีไปกับสนาม ควันลอยคลุ้งโขมงจนคิดว่ารถจะติดไฟ กระทั่งเสียงตะโกนเชียร์ก็ดังขึ้นเมื่อประตูรถด้านคนขับเปิดขึ้น ร่างสูงที่สวมชุดหมีสีดำถอดถุงมือและหมวกกันน็อกสีดำออก ดึงโม่งสีดำและยกมือยีเส้นผมที่เปียกชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อ
ใบหน้าหล่อเหลาแสนเย็นชาและไร้ความรู้สึกใดๆ ทำเอาหัวใจของฉันเต้นโครมคราม ยามที่สายตาของเราสองคนปะทะเข้าหากันเป็นฉันเองที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
พี่เจค... คือเจคแลคงั้นเหรอ?
*-------------------------------------*
หลังจากกินปิ้งย่างและต่อด้วยของหวานจนอิ่มท้อง เราสองคนก็โบกมือให้กับน้องปั้นหยาและพี่เกียร์ที่ยังคงรอแฟนสาวเลิกงาน “พี่เจคยังไม่กลับอีกเหรอคะ”“ถามหามันทำไม” เอาอีกละ ถามอะไรเกี่ยวกับพี่เจคคือไม่ได้เลยใช่ไหมเนี่ย“หนูก็แค่ถามเองนะ ทำไมต้องหงุดหงิดใส่หนูอีกแล้ว”“มันน่าจะอยู่สนามแข่ง” ตอบแค่นี้ก็จบปะ ทำไมพี่โฬมจะต้องใส่อารมณ์กับฉันด้วยก็ไม่รู้ “ไอ้เจคเหมือนจีบหนู”“ห๊ะ! ปะ เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ พี่เจคจะมา...” พอเห็นหน้าพี่โฬมที่เอี้ยวมองฉันแวบหนึ่ง เขาก็ถอดเสื้อช้อปออกตามด้วยเสื้อยืดสีดำ “นี่อย่าบอกนะคะที่พี่โฬมไม่พอใจหนูเรื่องพี่เจค คือเรื่องนี้”“ไม่ใช่แค่นี้ อีกหลายเรื่องที่หนูปิดบังพี่”“ฟังหนูนะ” เดินไปดักหน้าพี่โฬมก่อนเขาจะเดินหนีเข้าห้องน้ำ “หนูไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”เออ อาจจะมีช่วงแรกที่มีหวั่นไหวบ้างก็แค่นิดเดียวเอง หลังจากนั้นก็แทบจะไม่ได้หวั่นไหวอะไรกับพี่เขาเลยนะ แค่พี่เจคเขาเข้าใจอาการหรือโรคที่ฉันเป็นต่างหาก“ยอมรับค่ะ เคยหวั่นไหวกับพี่เจค”“ว่าไงนะ!”“แค่นิดเดียวค่ะ” ปิดบังไปก็เท่านั้นอะ พี่โฬมเล่นมองหน้าฉันราวกับไม่ชอบใจสุดๆ แบบนี้ เกิดมีเรื่องปิดบังเขาอีก เรื่องที่จะขอร
Rome Game #16เปิดประสบการณ์ใหม่‘แกดูสดใสมากขึ้นด้วยซ้ำตั้งแต่ได้รู้จักกับพี่โฬม’‘พี่เขาน่ะดูเป็นห่วงเธอจะตายไป’“นินิว”“...”“นิว!”“คะ มะ มีอะไรคะ”“หนูเป็นอะไร เหม่อนานแล้วนะ ไม่สั่งเค้กเหรอ?” หลุดจากภวังค์สบตากับพี่โฬมที่พยักเพยิดหน้าไปทางพนักงานที่กำลังรอฉันสั่งเครื่องดื่มกับเค้กที่อยากมากินก่อนไปกินปิ้งย่าง ฉันจึงเลือกสั่งชาเขียวเย็นและเค้กบลูเบอร์รี่ ส่วนพี่โฬมนั่งแค่น้ำแตงโมปั่นแก้วเดียวเท่านั้น “คิดมากเรื่องอะไรอีก”“เปล่าค่ะ” ไม่ได้คิดมากเรื่องอดีตหรอก แต่เป็นปัจจุบันเสียมากกว่าก็คำพูดของเยลกับทอยดังเข้ามาในโสตประสาท เรื่องที่ก่อนฉันจะหายไป พี่โฬมไปตามหาฉันกับเพื่อน เรื่องนี้พี่โฬมไม่ได้บอกดังนั้นก็เลยไม่กล้าที่จะถาม ตอนเขาว้าวุ่นหน้าตาจะเป็นยังไงนะ ให้เพื่อนอธิบายให้ฟังก็นึกไม่ออกอยากเห็นกับตาตัวเองมากกว่า“มีอะไรก็บอกพี่ เคยบอกแล้วใช่ไหม”“หนูรู้ค่ะ แค่คิดเรื่องเรียนนิดหน่อย” อ้างเรื่องเรียนดีกว่า อย่างน้อยพี่โฬมจะได้ไม่ถามซ้ำเนื่องจากฉันขาดเรียนไปหลายวัน จะคิดเรื่องเรียนก็คงไม่แปลกใจอะไร“วันหยุดที่จะถึงพี่จะไม่อยู่นะ”“เอ๊ะ? ไปไหนคะ” พนักงานเอาเครื่องดื่มกับเค้กมาเสิร
ความนุ่มหยุ่นจากริมฝีปากแดงคล้ำกดแนบลงมาจนฉันหลับตาลงจิกนิ้วระบายบนถุงขนมปังนึ่งจนป่านนี้มันคงจะขดกันเป็นก้อนกลมๆ จากฝีมือของฉัน มันสำคัญด้วยเหรอ ในเมื่อกลับรู้สึกดีทุกครั้งที่พี่โฬมบดคลึงกลีบปากฉันด้วยจูบที่แสนร้อนแรง แม้เป็นเพียงจูบเพียงแค่ด้านนอกไม่ได้สัมผัสเข้ามาในโพรงปาก ก็เล่นงานหัวใจไม่รักดีดวงนี้ให้เต้นถี่ราวกับกลองรบ หนำซ้ำยังหวั่นไหวขยับบดเบียดริมฝีปากสู้กับพี่โฬมจนเขาครางอย่างพึงพอใจเรื่องบอกอาการที่เป็นก็อีกส่วนไม่เกี่ยวกับเอกสาร หากแต่ว่าเรื่องทำให้เขาพอใจ ทำตัวดีมันก็ยังสำคัญกับฉันอยู่ดีนั่นแหละ แค่ไม่พูดพร่ำเพรื่อจนทำให้พี่โฬมคิดว่าที่ฉันทำมันมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง ถึงยังไงก็ยังอยากรู้จุดอ่อนของพี่โฬม จะถามได้จากใครล่ะถ้าไม่ใช่เพื่อนของเขา คุณพ่อแค่แนะนำว่าพี่โฬมไม่ได้ง่ายก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะรู้เรื่องราวทุกอย่างในชีวิตของลูกชายนี่นา ในเมื่อพี่โฬมคลุกคลีกับเพื่อนมากกว่าพ่อกับแม่“เก่งมาก” ถอนจูบออกเอ่ยปากชมฉัน ไม่วายก็กดจูบลงบนพวงแก้มใส “หนูจูบเก่งขึ้น”ดีใจเหรอ... คำชมของพี่โฬมทำให้ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวไปหมด จำต้องกัดผนังในปากเพื่อดึงสติของตัวเอง“หนูทำดีแล้วใช่ไ
Rome Game #15หลุมพรางของคู่หมั้นเมื่อคืนรอให้พี่โฬมหลับฉันถึงจะย่องออกจากห้องมาหาน้ำดื่มพร้อมกินยาไปด้วย ช่วงสายของวันฉันเตรียมตัวที่จะไปเรียนหลังจากส่งข้อความบอกเพื่อนในกลุ่มแชท ทุกคนต้องรอคอยฉันอย่างมีความหวังและอยากจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ดังนั้นพอออกจากห้องน้ำ เลี้ยวเข้ามาในห้องแต่งตัวก็ต้องตกใจเพราะคิดว่าพี่โฬมออกไปรอนอกห้องแล้ว กลับกลายเป็นว่าเขายืนจัดทรงผมของตัวเองใช้ไดร์เป่าเส้นผมสีดำสนิทให้เปิดขึ้นเพื่อเห็นโครงหน้าหล่อๆ ของเขาหนำซ้ำยังหยิบน้ำหอมกลิ่นที่ฉันชอบฉีดลงบนตัว กลายเป็นว่าพี่โฬมไม่แตะน้ำหอมของตัวเอง เขาเลือกใช้น้ำหอมผู้หญิงที่ฉันชอบมากกว่า “หวงน้ำหอมพี่หรือเปล่า”“ไม่หวงค่ะ” ใครจะไปกล้าหวง ฉันมองค้อนพี่โฬมผ่านกระจกสะท้อนเงาบนโต๊ะกระจก ก่อนที่เขาจะหันมามองฉันที่กระโจมอกด้วยผ้าขนหนูสีขาวตัวเล็ก เอามือกุมปมผ้าขนหนูเอาไว้ใครจะไปคิดว่าพี่โฬมจะอยู่ในห้องกันล่ะ“หนูจะแต่งตัวเหรอ”“ใช่ค่ะ รอพี่โฬมออกไปก่อน”“ทำไม” เอนสะโพกพิงขอบโต๊ะกระจกพลางยกยิ้มมุมปาก “หนูก็แต่งตัวไปสิ พี่ไม่ว่า”“หนูโป๊นะคะ พี่โฬมจะ...” มายืนมองฉันแต่งตัวทำไมกัน ฉันก็อายเป็นปะ! ยังไม่หายโมโหเขาเรื่องเมื่
“ขอบใจนะ หยา”“หนูขอเบอร์พี่นิวได้ไหม”“ได้สิ” ฉันก้มหน้ามองมือถือของน้องปั้นหยาเห็นว่าหน้าจอล็อกเป็นรูปของพี่เกียร์และพอหน้าจอหลัก เป็นรูปคู่ที่ถ่ายแบบแก้มแนบแก้ม ถึงพี่เกียร์จะดูสีหน้าเรียบนิ่ง ฉันก็สัมผัสได้จากแววตาที่เขามองน้องเลยนะ คือคลั่งรักน้องปั้นหยามาก “น่ารักมากเลยนะ รูปคู่เนี่ย”“แหะ กว่าจะให้พี่เกียร์ถ่ายได้ เล่นเอาเหงื่อตกเลยค่ะ” น้องน่ารักมากจริงๆ ฉันไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ พี่เกียร์ผู้ชายที่ใครต่อใครก็ไม่ค่อยชอบหน้าในคณะวิศวะ ได้แฟนสาวรุ่นน้องที่น่ารักน่าหยิกแบบว่าเหมือนมาเติมเต็มชีวิตเขา ดูแล้วน้องปั้นหยาน่ะเหมาะกับพี่เกียร์มากจนฉันเองก็มองไม่ออกว่าจะมีใครเหมาะกับพี่เกียร์ได้มากเท่าน้อง “กว่าจะได้คบกัน ผ่านเรื่องราวแย่ๆ มาเยอะมากเลยค่ะ”“แต่ก็ผ่านมาได้”“เพราะพี่เกียร์มั่นคงกับหนูค่ะ หนูโชคดีที่ได้เจอกับพี่เกียร์” ไม่ใช่แค่พี่เกียร์แล้วล่ะที่คลั่งน้องปั้นหยา น้องเองก็นะคลั่งแฟนหนุ่มวิศวะโยธามากเช่นกัน “หนูรักพี่เกียร์ที่สุดในโลกเลยค่ะ”“บอกรักพี่ต่อหน้านิว”“...”“คืนนี้พี่จะบอกรักหยาบ้าง” พี่เกียร์กับพี่โฬมที่คุยกันเสร็จก็โผล่พรวดเข้ามา กระทั่งคำตอบของพี่เกียร์หลัง
Rome Game #14ขึ้นชื่อว่าลาภิศ ไม่มีคำว่าง่ายลาภิศ ความหมายของชื่อเขาคือ ‘เจ้าแห่งลาภและมีลาภได้มาก’ เป็นชื่อที่เหมาะกับเขามากจนหาที่ติไม่ได้ เพราะชื่อเป็นหน้าต่างของลักษณะนิสัยที่แท้จริงของคนๆ นั้นและพี่โฬมคือเจ้าแห่งลาภที่มีลาภได้มากจากการเป็นเซียนพนันตัวยง“ว่างๆ แวะไปหาแม่บ้างนะ”“ได้ค่ะ”“น่ารักที่สุดเลยลูก แม่กอดหน่อย” ฉันตรงเข้าสวมกอดคุณแม่พี่โฬม หลังจากที่พูดคุยธุระกับคุณพ่อเรียบร้อย เราสี่คนก็ออกจากโรงแรมของท่าน ยืนรอส่งท่านทั้งสองขึ้นรถโรลอยซ์ที่จอดรออยู่ “พี่โฬมรังแกอะไร หนูบอกแม่เลย แม่จะรีบมา”“ค่ะ” คุณแม่กระซิบบอกฉันที่ตอบตกลงว่าถ้าพี่โฬมรังแกปุ๊บ ต้องรีบแจ้นไปฟ้องคุณแม่ “ขอบคุณนะคะ”ยกมือไหว้ขอบคุณท่านทั้งสองและสบตากับคุณพ่อที่ระบายยิ้มที่แสนอบอุ่นมา กระทั่งท้ายรถโรลอยซ์ขับออกจากตัวโรงแรมไป พี่โฬมก็จับมือฉันสอดประสานกับนิ้วมือตัวเอง“หนูคุยอะไรกับพ่อพี่ตั้งนาน”“ไว้ถึงห้องหนูค่อยบอกได้ไหม”“ได้สิ แต่ตอนนี้... ไปผับ LC กันก่อนดีกว่า”“ไปทำไมคะ” ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงุนงง ก็ยอมเดินตามพี่โฬมมาถึงรถคันโปรดของเขาเพิ่งจะรู้ว่ารถของพี่โฬมเป็นรถมัสแตงสปอร์ตราคาไม่ต้องพูดถึงหร
อาหารบนโต๊ะถูกจัดการเรียบร้อยและต่อด้วยของหวาน คุณพ่อเป็นฝ่ายลุกขึ้นเดินไปยังโซนที่นั่งของแขกที่แยกออกมาพอควร ฉันจึงขอตัวเดินตามท่านที่นั่งบนโซฟาตวัดขาไขว่ห้างโดยมีฉันทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามท่าน รอยยิ้มที่อ่อนโยนและความสุขุมทำให้กล้าๆ กลัวๆ ที่จะเอ่ยถามเรื่องที่ชวนให้น่าสงสัย“หนูขออนุญาตคุณพ่อนะคะ”“
Rome Game #13เล่นเกมณ โรมแรมหรูระดับห้าดาว“ที่นี่เป็นโรงแรมที่ใช้พื้นที่ของพ่อพี่เอง พ่อพี่เป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์น่ะ” พี่โฬมหันมาระบายยิ้มให้ จากนั้นเขาก็เดินนำฉันเข้าไปในเครือโรงแรมที่ใช้พื้นที่ดินของท่านรณกร ร่ำรวยขนาดนี้แบบว่าคงไม่ได้เดือดร้อนเรื่องหนี้ที่พ่อฉันติดอยู่ใช่ไหมล่ะ เพีย
Rome Game #11การหมั้นหมายเริ่มขึ้นและแล้วงานหมั้นก็มาถึง ฉันนั่งมองตัวเองในกระจกขณะนั่งแต่งหน้าจนสวยงามเหมาะกับงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าสีหน้าของคนที่กำลังจะมีงานมงคลไม่ได้รู้สึกดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว ฉันปล่อยเส้นผมที่ดัดเป็นลอนใหญ่คลายตรงปลายผมและเหน็บข้างใบหู สวมชุดเดรสผ้าชีฟองพิมพ์ลายดอกไม
ด้วยความหงุดหงิดเลยลุกขึ้นเดินหนีมันเข้ามาในห้อง ทิ้งตัวลงนอนคว่ำหยิบมือถือขึ้นมากดต่อสายหานินิว มันก็เหมือนเดิมจนผมกดเข้าไปที่แอพฯ กดดูรูปโปรไฟล์ของเธอที่สวมเสื้อสายเดี่ยวสีขาว ปล่อยผมสยายผมแสกกลางเปิดรับใบหน้าเรียวสวยและเท้าคางให้เห็นโครงหน้าชัดๆ ปลายนิ้วโป้งของผมลากไล้บนรูปเธอและกดเข้าไปยังกล่อง







