Mag-log inมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยและชี้หน้ามาทางฉัน เล่นเอากระพริบตาถี่รัวจำต้องลุกขึ้นยืน ดูเหมือนยิ่งอยู่ใกล้พี่โฬมฉันเหมือนโดนเขาค่อยๆ ลากเข้าไปใกล้อย่างไม่รู้ตัวเลย “จะรีบไปไหน”
“หนูจะไปรอเพื่อน”
“คืนนี้ล่ะ” พี่โฬมเรียกรั้งฉันเอาไว้ซะก่อน พอหันกลับไปมองก็พบว่าพี่โฬมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เอาจริงเพิ่งจะสังเกตว่าตัวเองสูงเลยไหล่พี่เขามาแค่เซ็นเดียวเท่านั้น หุ่นดีไม่พอยังหล่อล่ำ มีเสน่ห์และยิ้มเก่งอีกต่างหาก “ว่ายังไง”
“ไม่รู้ค่ะ หนูอาจจะไม่ว่าง”
“พี่จะรอ”
“หนูบอกว่าหนูอาจจะไม่ว่าง”
“ไม่เป็นไร” ยักไหล่ไหวพลางเดินมาหยุดตรงหน้า โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมเย็นๆ จากลมหายใจของพี่โฬม เขาหล่อเป็นบ้าเลย ฉันชมเขาหล่อกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้สิ! “หนูบอกเองว่าจะเลี้ยง”
“หนูไม่ได้พูดนะคะ แค่บอกว่าพี่โฬมชอบกินอะไรจะซื้อให้”
“นี่ไง พี่ก็บอกหนูอยู่” ฟังภาษามนุษย์ออกไหมเนี่ย คนบ้า!
“พี่จะรอก็แล้วแต่ หนูไม่ว่างและหนูไม่ไปด้วย หนูกลัวพี่จะพาหนูไปปล้ำ”
“หึ”
สีหน้าของพี่โฬมบ่งบอกทำนองว่า ‘ทีตัวเองจูบพี่เมื่อคืนล่ะ’ เล่นเอาฉันหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวหนีพี่โฬม พร้อมดวงหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิดกับตัวเองเป็นบ้า ฉันอยู่ใกล้พี่โฬมทีไรทำไมเหมือนไม่เป็นตัวเองทุกทีเลยก็ไม่รู้สิ ทั้งที่ควรไม่ชอบหน้าเขาไหมอะ เขาเป็นเซียนพนันตัวยงเลยนะ เธอต้องไม่ชอบหน้าเขาสินินิวไม่ใช่มารู้สึกแปลกๆ เวลาอยู่ใกล้เขาน่ะ
โอ๊ย ฉันไม่รู้ด้วยแล้วนะ พอทีเลยความรู้สึกบ้าๆ แบบนี้ ไปให้พ้นเลย!
คลาสเรียนวันนี้ทำเอาฉันนั่งเรียนไม่รู้เรื่องเลย มันกลายเป็นว่าฉันโฟกัสคำพูดและสีหน้าของพี่โฬมจนไม่เป็นอันเรียน ทั้งที่ควรจะคิดเรื่องชีวิตอันแสนเฮงซวยของตัวเองดีกว่าปะ เขาจะเป็นยังไงก็ช่างสิ ในเมื่อคืนเงินแล้วพี่เขาไม่เอา ฉันก็จะเก็บมันเอาไว้แทนการไปเจอกับพี่โฬมที่หน้าผับ LC ก็แล้วกัน
“เฮ้อ การบ้านโคตรเยอะเลยอะ” ทอยบ่นขณะเอาชีทงานม้วนใส่มือและเตรียมตัวจะออกจากคลาสเรียนในช่วงบ่าย
“นั่นดิ ฉันเหนื่อยมาก กลับไปต้องทำแคลคูลัสอีก” เยลเอาหน้าผากโขกกับโต๊ะ “เกลียดคณิตศาสตร์ที่สุด”
“เลือกเรียนวิศวะคอมก็ต้องอดทน” ฉันเอามือยีศีรษะเพื่อนสาวที่จับมือฉัน
“หาอะไรหวานๆ ลงท้องกัน ฉันอยากมีแรงในการทำแคลคูลัส” ทำหน้าเหมือนหมาน้อยที่ต้องการอาหารลงท้อง ก่อนที่คืนนี้จะต้องใช้ชีวิตกับแคลคูลัสทั้งคืน “ไปปะเสือ ทอย”
“ฉันขอบาย” ทอยปฏิเสธพลางยกมือโบกให้เราสามคน ยกเว้นเสือที่ยังไม่ได้ให้คำตอบ
“เสือล่ะ”
“เอาสิ พวกเธอก็นั่งแท็กซี่ไป อยู่ร้านไหนก็บอก”
“อิอิ ได้เจ้ามื้อเลี้ยงของหวานแล้ว” ดูเหมือนยัยเพื่อนตัวแสบจะชอบของฟรีซะจริงนะ ฉันส่ายหน้าไปมาลุกขึ้นยืนหลังจากเก็บของลงกระเป๋าสะพายเรียบร้อย เยลกอดแขนฉันออกจากคณะตอนนั้นเองที่เยลเขย่าแขนจนแทบจะหลุดติดมือเพื่อนไป เพราะเห็นพี่โฬมเดินมากับพี่เกียร์ เขาคีบบุหรี่ออกจากริมฝีปากทิ้งก้นกรองลงบนพื้นและใช้ปลายรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อยี่ห้อดังขยี้จนไฟมอด โก้งโค้งหยิบขึ้นมาโยนทิ้งถังขยะข้างตัว พี่โฬมเห็นฉันเขาก็ยกยิ้มมุมปากล้วงมือลงกระเป๋ากางเกง
ขอล่ะพี่โฬม ช่วยเดินผ่านไปแบบไม่ต้องทักทายกันจะได้ไหม ฉันไม่อยากอธิบายอะไรให้เพื่อนฟัง ยัยเยลยิ่งเป็นพวกต้อนเก่งซะด้วย ทว่า... ความฝันของฉันก็พังทลาย เมื่อพี่โฬมดักหน้าเอาไว้ พอจะขยับไปซ้ายเขาก็เอนตัวมาบดบัง ย้ายมาทางขวาพี่โฬมก็ยังคงตามมา
“อะไรของพี่เนี่ย!”
“ตกลงหนูจะไม่มาเจอพี่จริงๆ เหรอนินิว”
“ถอยไปนะคะ หนูรีบ” ไม่ตอบคำถามจนได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอ “หนูมีการบ้านเยอะ”
“จริงเหรอ”
“เลิกแกล้งน้องได้แล้ว” น้ำเสียงเย็นยะเยือกของพี่เกียร์เอ่ยขึ้น เขาวางมือลงบนบ่าพี่โฬมเสมองหน้าฉันนิ่งๆ “น้องตกใจ”
“แกล้งที่ไหน กูแค่ถามเฉยๆ” เรียกว่าถามเหรอ! มันเป็นการย้ำเตือนต่างหากว่าเขาจะรอฉันจริง แต่ฉันเหรอก็ยังคงยืนยันคำเดิมคือไม่ไปหาพี่โฬมแน่ ฉันกลัวโดนเขาจับปล้ำเสียมากกว่า เมื่อคืนก็แค่ไม่มีสติถึงได้จูบเขา ตอนนี้มีแล้วไงจะไม่ยอมหลงกลผู้ชายเจ้าชู้อย่างเขาง่ายๆ หรอก ถึงเวลายิ้มจะดูน่ารัก เวลาแกล้งฉันก็ดูน่าหมั่นไส้จนอยากต่อยหน้าหล่อๆ ให้พังยับ
“ไปกันเถอะ” หันไปคว้าข้อมือเยลพาเดินผ่านพี่โฬม เขายังมีหน้ามาหัวเราะฉันอีกนะ ผู้ชายอย่างเขาฉันไม่อยากเข้าใกล้ที่สุดเลยให้ตายสิ ทำไมยิ่งเหมือนไม่ชอบนักพนันก็ดันมาพัวพันเซียนพนันตัวยงอย่างเขาด้วยก็ไม่รู้
ตุ้บ
“อะไร ยังไง ตอบมานะนิว!” ตกใจสุดขีดเมื่อเยลเอามือทุบลงบนโต๊ะขณะที่เรามาถึงห้างสรรพสินค้า อยู่ร้านเค้กกึ่งกาแฟแห่งหนึ่ง พนักงานที่เอาเครื่องดื่มกับเค้กมาวางบนโต๊ะจนมันกระฉอกแทบหกออกจากแก้ว “แกรู้จักกับพี่โฬมได้ไง”
“ไม่ได้รู้จัก”
“ทำไมพี่เขาถึงได้ดูอยากสนิทกับแกอะ” จะไปรู้เหรอ ฉันเองก็ไม่เข้าใจเขาเหมือนกันนั่นแหละ “พี่โฬมเข้าถึงยากมากๆ เลยนะ ถ้าหากเขาไม่สนใจ ระ หรือว่าเขา...”
“หยุดเลย เขาแค่สนุกที่ได้แกล้งฉันมากกว่า” อย่ามาพูดนะว่าสนใจฉันจนทำให้ตัวเองดูเข้าถึงง่ายน่ะ ขอบอกว่าไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่นอน ฉันมั่นใจเลย อย่างพี่โฬมจะมาสนใจฉันทำไมกัน ทั้งที่เขาก็รู้ว่าฉันไม่ชอบหน้าเขาด้วยเหตุผลอะไร “พี่โฬมเจ้าชู้จะตาย”
“ก็ไม่เห็นว่าเขาจะเข้าหาใครก่อนนะ”
“มันก็แค่บังเอิญน่ะ” ใช่ แค่เรื่องบังเอิญเฉยๆ ไม่มีอะไรหรอก หยิบช้อนจิ้มเค้กเข้าปาก “อย่าบอกเสือ”
“รู้”
“ไม่มีอะไรจริงๆ เยล แกอย่ามองฉันแบบนั้นได้ไหม” เห็นสีหน้าเพื่อนที่ยิ้มกริ่มก็รู้สึกพะว้าพะวงเป็นบ้า “แกชอบพี่โฬมไม่ใช่ไง”
“ฉันแค่ปลื้ม ต่อให้ปลื้มพี่โฬมไม่สนใจก็ทำอะไรไม่ได้ปะ”
“...”
“แต่พี่เขาน่ะสนใจแกแน่นอน ล้านเปอร์เซ็น” สนใจที่ว่าก็คงจะเพราะฉันมันแปลกสำหรับเขาหรือเปล่า ไหนจะขอไปกับเขาตอนสติแทบไม่เหลือ จูบเขาก่อนทั้งที่นั่นคือจูบแรกของฉัน พี่โฬมจะสนใจแบบนั้นไม่มีทางแน่ หากสนใจแบบหลอกล่อฉันไปหลับนอนก็ไม่แน่หรอก รู้แค่ว่าวิศวะโยธาเจ้าชู้จะตายและพี่โฬมคือหนึ่งในนั้นแบบไม่มีข้อยกเว้น “ไม่สนใจเหรอหล่อ รวย กรวยใหญ่”
“เยล!” ถึงกับสำลักเค้กที่กำลังจะกลืน จำต้องเอื้อมือไปหวังจะตบปากเพื่อน “พูดน่าเกลียด เคยเห็นของพี่เขาเหรอ”
“เปล่าหรอก แกไม่เคยสังเกตเหรอ กางเกงยีนส์ที่พี่โฬมใส่รัดตรงนั้นตุงเบ้อเร่อ”
เอิ่ม ใครจะไปสังเกตอะไรขนาดนั้น ฉันไม่ได้ลามกเหมือนยัยเพื่อนบ้าหรอกนะ
“ใครจะไปมองท่อนล่างมากกว่ามองหน้ากันล่ะ ยัยลามก!” ฟาดมือลงบนท่อนแขนเยลที่ย่นจมูกใส่ฉัน หรือว่า... ฉันควรสังเกตบ้างนะว่ากรวยพี่โฬมใหญ่จริงหรือเปล่า
“ฮั่นแน่ แกก็แอบอยากสังเกตใช่ปะ ลองดูดิ โอ๊ยๆ”
“พอเลยนะ ใครจะไปอยากมองกันล่ะ กินไปเลยจะได้กลับไปทำแคลคูลัส!” จากฟาดเปลี่ยนเป็นหยิกเนื้อยัยเพื่อนตัวแสบให้เนื้อเขียว จนเยลเอามือปัดพัลวันเพราะรู้สึกเจ็บจริง
“ฟาดงวงฟาดงาทำไมอะ ถ้าไม่อยากรู้จริง แกไม่น่าจะโวยวาย” มันน่าให้โวยวายไหมล่ะ ก็เล่นพูดเรื่องกรวยในที่สาธารณะแบบนี้ “ไม่สนใจจริงเหรอ รุ่นพี่วิศวะโยธาที่ฮอตที่สุดในมหาลัยมาสนใจขนาดนี้”
ใครสนกันล่ะ... ไม่มีทางซะหรอก ชีวิตฉันตอนนี้ยังเอาตัวเองไม่รอดเลย ไม่รู้จะพ้นเงื้อมือท่านรณกรหรือเปล่า จะมีหน้าไปสนใจผู้ชายที่ไหนกัน ชีวิตกำลังจะถูกบงการให้ไปเป็นเมียน้อยเมียเก็บของเจ้าหนี้พ่ออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ขนาดนั้น
“ฮ้า เสร็จสักที จะบ้า”
วางปากกาลงบนชีทงานแคลคูลัสที่นั่งทำหลังขดหลังแข็งจนปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว ฉันหยิบมือถือมาคุยแชทกลุ่มที่มีฉัน เสือที่ทำเสร็จเรียบร้อย ส่วนทอยกับเยลยังคงเงียบกริบ หลังจากที่นั่งกินของหวานจะหนำใจยัยเยลและเสือก็ตามมาทีหลังเพื่อมานั่งดูฉันกินมากกว่าและคุยเรื่องการบ้านแคลคูลัส เราก็แยกย้ายกันกลับมาถึงบ้าน ฉันจึงอาบน้ำตั้งแต่มาถึงสวมเสื้อท็อปสายเดี่ยวขอบลูกไม้สีขาวและบราเซียสีดำที่กระชับหน้าอกคัพซี สวมกางเกงยีนส์สั้นสีดำชายรุ่ย ผมสีดำก็มัดรวบเป็นก้อนกลมๆ ตอนนี้คงจะหลุดลุ่ยจากการนั่งทำการบ้านแบบมาราธอน ท้องก็เริ่มร้องเสียงดังกะว่าจะลงไปหาอะไรกินสักหน่อย
21.05 น.
เวลาที่ติดผนังบ่งบอกว่าเป็นเวลาสามทุ่มแล้ว... สามทุ่มเหรอ
‘คืนนี้สองทุ่ม มาเจอกับพี่ที่หน้าผับ LC ได้ไหม’
‘พี่จะรอ’
ใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มที่ยิ้มทีก็ทำให้คนเห็นใจละลาย คำพูดที่เอ่ยออกมามันคงจะไม่ได้ออกมาจากใจจริงๆ หรอกมั้ง ป่านนี้พี่โฬมก็คงจะไปกกสาวสักคนเรียบร้อยแล้วล่ะ เขาคงไม่รอหรอก...
“ไม่มั้ง พี่โฬมเนี่ยนะจะมารอฉัน” หัวเราะออกมาจากนั้นรอยยิ้มก็หุบลงทันที “บ้าจริง!”
เกิดบ้าจี้รอขึ้นมาจริงๆ ฉันจะทำยังไงล่ะทีนี้ หลับตาลงพ่นลมหายใจออกทางปากก็คว้ามือถือยัดลงกระเป๋ากางเกงและเงินที่วางบนโต๊ะเป็นเงินทอนของพี่โฬม เปิดประตูห้องล็อกเรียบร้อยฉันก็วิ่งลงบันไดปะทะกับแม่และพ่อเลี้ยง
“แกจะไปไหน”
“หนูหิว จะไปหาอะไรกินข้างนอกค่ะ” ตอบแบบรัวเร็ว ฉันก็วิ่งสวนแม่ไปสวมรองเท้าผ้าใบสีขาว
“ในครัวก็มี... นะ นี่ นินิว!”
ฉันวิ่งออกจากบ้านแบบไม่คิดชีวิต ดีนะที่บ้านไม่ได้อยู่ไกลจากผับ LC เท่าไหร่ เพราะโชคดีที่มีวินมอเตอร์ไซค์ผ่านมาพอดีจึงให้พี่เขารีบบึ่งไปผับซึ่งจะผ่านประมาณสามไฟแดงก็จะถึง ทันทีที่รถจอดฉันก็ให้ค่าโดยสาร วิ่งไปหยุดตรงหน้าผับและกวาดสายตามองไปรอบๆ โดยมีการ์ดของผับมองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
หรือว่าพี่โฬมจะไม่ได้รอฉันจริง แบบนั้นคือโคตรจะบ้าของแท้เลยนะนินิว ที่บ้าเชื่อว่าเขาจะรอน่ะ มันผ่านมาตั้งชั่วโมงหนึ่งแล้วนะ ไม่ใครมานั่งรอทั้งที่ฉันไม่ได้ตอบตกลงว่าจะมา ใช่ไหมล่ะ เป็นไปไม่ได้หรอก...
“ไม่กลัวว่าพี่จะหลอกหนูไปปล้ำแล้วเหรอ”
“!”
*--------------------------------------------------*
หลังจากกินปิ้งย่างและต่อด้วยของหวานจนอิ่มท้อง เราสองคนก็โบกมือให้กับน้องปั้นหยาและพี่เกียร์ที่ยังคงรอแฟนสาวเลิกงาน “พี่เจคยังไม่กลับอีกเหรอคะ”“ถามหามันทำไม” เอาอีกละ ถามอะไรเกี่ยวกับพี่เจคคือไม่ได้เลยใช่ไหมเนี่ย“หนูก็แค่ถามเองนะ ทำไมต้องหงุดหงิดใส่หนูอีกแล้ว”“มันน่าจะอยู่สนามแข่ง” ตอบแค่นี้ก็จบปะ ทำไมพี่โฬมจะต้องใส่อารมณ์กับฉันด้วยก็ไม่รู้ “ไอ้เจคเหมือนจีบหนู”“ห๊ะ! ปะ เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ พี่เจคจะมา...” พอเห็นหน้าพี่โฬมที่เอี้ยวมองฉันแวบหนึ่ง เขาก็ถอดเสื้อช้อปออกตามด้วยเสื้อยืดสีดำ “นี่อย่าบอกนะคะที่พี่โฬมไม่พอใจหนูเรื่องพี่เจค คือเรื่องนี้”“ไม่ใช่แค่นี้ อีกหลายเรื่องที่หนูปิดบังพี่”“ฟังหนูนะ” เดินไปดักหน้าพี่โฬมก่อนเขาจะเดินหนีเข้าห้องน้ำ “หนูไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”เออ อาจจะมีช่วงแรกที่มีหวั่นไหวบ้างก็แค่นิดเดียวเอง หลังจากนั้นก็แทบจะไม่ได้หวั่นไหวอะไรกับพี่เขาเลยนะ แค่พี่เจคเขาเข้าใจอาการหรือโรคที่ฉันเป็นต่างหาก“ยอมรับค่ะ เคยหวั่นไหวกับพี่เจค”“ว่าไงนะ!”“แค่นิดเดียวค่ะ” ปิดบังไปก็เท่านั้นอะ พี่โฬมเล่นมองหน้าฉันราวกับไม่ชอบใจสุดๆ แบบนี้ เกิดมีเรื่องปิดบังเขาอีก เรื่องที่จะขอร
Rome Game #16เปิดประสบการณ์ใหม่‘แกดูสดใสมากขึ้นด้วยซ้ำตั้งแต่ได้รู้จักกับพี่โฬม’‘พี่เขาน่ะดูเป็นห่วงเธอจะตายไป’“นินิว”“...”“นิว!”“คะ มะ มีอะไรคะ”“หนูเป็นอะไร เหม่อนานแล้วนะ ไม่สั่งเค้กเหรอ?” หลุดจากภวังค์สบตากับพี่โฬมที่พยักเพยิดหน้าไปทางพนักงานที่กำลังรอฉันสั่งเครื่องดื่มกับเค้กที่อยากมากินก่อนไปกินปิ้งย่าง ฉันจึงเลือกสั่งชาเขียวเย็นและเค้กบลูเบอร์รี่ ส่วนพี่โฬมนั่งแค่น้ำแตงโมปั่นแก้วเดียวเท่านั้น “คิดมากเรื่องอะไรอีก”“เปล่าค่ะ” ไม่ได้คิดมากเรื่องอดีตหรอก แต่เป็นปัจจุบันเสียมากกว่าก็คำพูดของเยลกับทอยดังเข้ามาในโสตประสาท เรื่องที่ก่อนฉันจะหายไป พี่โฬมไปตามหาฉันกับเพื่อน เรื่องนี้พี่โฬมไม่ได้บอกดังนั้นก็เลยไม่กล้าที่จะถาม ตอนเขาว้าวุ่นหน้าตาจะเป็นยังไงนะ ให้เพื่อนอธิบายให้ฟังก็นึกไม่ออกอยากเห็นกับตาตัวเองมากกว่า“มีอะไรก็บอกพี่ เคยบอกแล้วใช่ไหม”“หนูรู้ค่ะ แค่คิดเรื่องเรียนนิดหน่อย” อ้างเรื่องเรียนดีกว่า อย่างน้อยพี่โฬมจะได้ไม่ถามซ้ำเนื่องจากฉันขาดเรียนไปหลายวัน จะคิดเรื่องเรียนก็คงไม่แปลกใจอะไร“วันหยุดที่จะถึงพี่จะไม่อยู่นะ”“เอ๊ะ? ไปไหนคะ” พนักงานเอาเครื่องดื่มกับเค้กมาเสิร
ความนุ่มหยุ่นจากริมฝีปากแดงคล้ำกดแนบลงมาจนฉันหลับตาลงจิกนิ้วระบายบนถุงขนมปังนึ่งจนป่านนี้มันคงจะขดกันเป็นก้อนกลมๆ จากฝีมือของฉัน มันสำคัญด้วยเหรอ ในเมื่อกลับรู้สึกดีทุกครั้งที่พี่โฬมบดคลึงกลีบปากฉันด้วยจูบที่แสนร้อนแรง แม้เป็นเพียงจูบเพียงแค่ด้านนอกไม่ได้สัมผัสเข้ามาในโพรงปาก ก็เล่นงานหัวใจไม่รักดีดวงนี้ให้เต้นถี่ราวกับกลองรบ หนำซ้ำยังหวั่นไหวขยับบดเบียดริมฝีปากสู้กับพี่โฬมจนเขาครางอย่างพึงพอใจเรื่องบอกอาการที่เป็นก็อีกส่วนไม่เกี่ยวกับเอกสาร หากแต่ว่าเรื่องทำให้เขาพอใจ ทำตัวดีมันก็ยังสำคัญกับฉันอยู่ดีนั่นแหละ แค่ไม่พูดพร่ำเพรื่อจนทำให้พี่โฬมคิดว่าที่ฉันทำมันมีจุดประสงค์อะไรบางอย่าง ถึงยังไงก็ยังอยากรู้จุดอ่อนของพี่โฬม จะถามได้จากใครล่ะถ้าไม่ใช่เพื่อนของเขา คุณพ่อแค่แนะนำว่าพี่โฬมไม่ได้ง่ายก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะรู้เรื่องราวทุกอย่างในชีวิตของลูกชายนี่นา ในเมื่อพี่โฬมคลุกคลีกับเพื่อนมากกว่าพ่อกับแม่“เก่งมาก” ถอนจูบออกเอ่ยปากชมฉัน ไม่วายก็กดจูบลงบนพวงแก้มใส “หนูจูบเก่งขึ้น”ดีใจเหรอ... คำชมของพี่โฬมทำให้ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวไปหมด จำต้องกัดผนังในปากเพื่อดึงสติของตัวเอง“หนูทำดีแล้วใช่ไ
Rome Game #15หลุมพรางของคู่หมั้นเมื่อคืนรอให้พี่โฬมหลับฉันถึงจะย่องออกจากห้องมาหาน้ำดื่มพร้อมกินยาไปด้วย ช่วงสายของวันฉันเตรียมตัวที่จะไปเรียนหลังจากส่งข้อความบอกเพื่อนในกลุ่มแชท ทุกคนต้องรอคอยฉันอย่างมีความหวังและอยากจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ดังนั้นพอออกจากห้องน้ำ เลี้ยวเข้ามาในห้องแต่งตัวก็ต้องตกใจเพราะคิดว่าพี่โฬมออกไปรอนอกห้องแล้ว กลับกลายเป็นว่าเขายืนจัดทรงผมของตัวเองใช้ไดร์เป่าเส้นผมสีดำสนิทให้เปิดขึ้นเพื่อเห็นโครงหน้าหล่อๆ ของเขาหนำซ้ำยังหยิบน้ำหอมกลิ่นที่ฉันชอบฉีดลงบนตัว กลายเป็นว่าพี่โฬมไม่แตะน้ำหอมของตัวเอง เขาเลือกใช้น้ำหอมผู้หญิงที่ฉันชอบมากกว่า “หวงน้ำหอมพี่หรือเปล่า”“ไม่หวงค่ะ” ใครจะไปกล้าหวง ฉันมองค้อนพี่โฬมผ่านกระจกสะท้อนเงาบนโต๊ะกระจก ก่อนที่เขาจะหันมามองฉันที่กระโจมอกด้วยผ้าขนหนูสีขาวตัวเล็ก เอามือกุมปมผ้าขนหนูเอาไว้ใครจะไปคิดว่าพี่โฬมจะอยู่ในห้องกันล่ะ“หนูจะแต่งตัวเหรอ”“ใช่ค่ะ รอพี่โฬมออกไปก่อน”“ทำไม” เอนสะโพกพิงขอบโต๊ะกระจกพลางยกยิ้มมุมปาก “หนูก็แต่งตัวไปสิ พี่ไม่ว่า”“หนูโป๊นะคะ พี่โฬมจะ...” มายืนมองฉันแต่งตัวทำไมกัน ฉันก็อายเป็นปะ! ยังไม่หายโมโหเขาเรื่องเมื่
“ขอบใจนะ หยา”“หนูขอเบอร์พี่นิวได้ไหม”“ได้สิ” ฉันก้มหน้ามองมือถือของน้องปั้นหยาเห็นว่าหน้าจอล็อกเป็นรูปของพี่เกียร์และพอหน้าจอหลัก เป็นรูปคู่ที่ถ่ายแบบแก้มแนบแก้ม ถึงพี่เกียร์จะดูสีหน้าเรียบนิ่ง ฉันก็สัมผัสได้จากแววตาที่เขามองน้องเลยนะ คือคลั่งรักน้องปั้นหยามาก “น่ารักมากเลยนะ รูปคู่เนี่ย”“แหะ กว่าจะให้พี่เกียร์ถ่ายได้ เล่นเอาเหงื่อตกเลยค่ะ” น้องน่ารักมากจริงๆ ฉันไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ พี่เกียร์ผู้ชายที่ใครต่อใครก็ไม่ค่อยชอบหน้าในคณะวิศวะ ได้แฟนสาวรุ่นน้องที่น่ารักน่าหยิกแบบว่าเหมือนมาเติมเต็มชีวิตเขา ดูแล้วน้องปั้นหยาน่ะเหมาะกับพี่เกียร์มากจนฉันเองก็มองไม่ออกว่าจะมีใครเหมาะกับพี่เกียร์ได้มากเท่าน้อง “กว่าจะได้คบกัน ผ่านเรื่องราวแย่ๆ มาเยอะมากเลยค่ะ”“แต่ก็ผ่านมาได้”“เพราะพี่เกียร์มั่นคงกับหนูค่ะ หนูโชคดีที่ได้เจอกับพี่เกียร์” ไม่ใช่แค่พี่เกียร์แล้วล่ะที่คลั่งน้องปั้นหยา น้องเองก็นะคลั่งแฟนหนุ่มวิศวะโยธามากเช่นกัน “หนูรักพี่เกียร์ที่สุดในโลกเลยค่ะ”“บอกรักพี่ต่อหน้านิว”“...”“คืนนี้พี่จะบอกรักหยาบ้าง” พี่เกียร์กับพี่โฬมที่คุยกันเสร็จก็โผล่พรวดเข้ามา กระทั่งคำตอบของพี่เกียร์หลัง
Rome Game #14ขึ้นชื่อว่าลาภิศ ไม่มีคำว่าง่ายลาภิศ ความหมายของชื่อเขาคือ ‘เจ้าแห่งลาภและมีลาภได้มาก’ เป็นชื่อที่เหมาะกับเขามากจนหาที่ติไม่ได้ เพราะชื่อเป็นหน้าต่างของลักษณะนิสัยที่แท้จริงของคนๆ นั้นและพี่โฬมคือเจ้าแห่งลาภที่มีลาภได้มากจากการเป็นเซียนพนันตัวยง“ว่างๆ แวะไปหาแม่บ้างนะ”“ได้ค่ะ”“น่ารักที่สุดเลยลูก แม่กอดหน่อย” ฉันตรงเข้าสวมกอดคุณแม่พี่โฬม หลังจากที่พูดคุยธุระกับคุณพ่อเรียบร้อย เราสี่คนก็ออกจากโรงแรมของท่าน ยืนรอส่งท่านทั้งสองขึ้นรถโรลอยซ์ที่จอดรออยู่ “พี่โฬมรังแกอะไร หนูบอกแม่เลย แม่จะรีบมา”“ค่ะ” คุณแม่กระซิบบอกฉันที่ตอบตกลงว่าถ้าพี่โฬมรังแกปุ๊บ ต้องรีบแจ้นไปฟ้องคุณแม่ “ขอบคุณนะคะ”ยกมือไหว้ขอบคุณท่านทั้งสองและสบตากับคุณพ่อที่ระบายยิ้มที่แสนอบอุ่นมา กระทั่งท้ายรถโรลอยซ์ขับออกจากตัวโรงแรมไป พี่โฬมก็จับมือฉันสอดประสานกับนิ้วมือตัวเอง“หนูคุยอะไรกับพ่อพี่ตั้งนาน”“ไว้ถึงห้องหนูค่อยบอกได้ไหม”“ได้สิ แต่ตอนนี้... ไปผับ LC กันก่อนดีกว่า”“ไปทำไมคะ” ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงุนงง ก็ยอมเดินตามพี่โฬมมาถึงรถคันโปรดของเขาเพิ่งจะรู้ว่ารถของพี่โฬมเป็นรถมัสแตงสปอร์ตราคาไม่ต้องพูดถึงหร
อาหารบนโต๊ะถูกจัดการเรียบร้อยและต่อด้วยของหวาน คุณพ่อเป็นฝ่ายลุกขึ้นเดินไปยังโซนที่นั่งของแขกที่แยกออกมาพอควร ฉันจึงขอตัวเดินตามท่านที่นั่งบนโซฟาตวัดขาไขว่ห้างโดยมีฉันทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามท่าน รอยยิ้มที่อ่อนโยนและความสุขุมทำให้กล้าๆ กลัวๆ ที่จะเอ่ยถามเรื่องที่ชวนให้น่าสงสัย“หนูขออนุญาตคุณพ่อนะคะ”“
Rome Game #13เล่นเกมณ โรมแรมหรูระดับห้าดาว“ที่นี่เป็นโรงแรมที่ใช้พื้นที่ของพ่อพี่เอง พ่อพี่เป็นเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์น่ะ” พี่โฬมหันมาระบายยิ้มให้ จากนั้นเขาก็เดินนำฉันเข้าไปในเครือโรงแรมที่ใช้พื้นที่ดินของท่านรณกร ร่ำรวยขนาดนี้แบบว่าคงไม่ได้เดือดร้อนเรื่องหนี้ที่พ่อฉันติดอยู่ใช่ไหมล่ะ เพีย
Rome Game #11การหมั้นหมายเริ่มขึ้นและแล้วงานหมั้นก็มาถึง ฉันนั่งมองตัวเองในกระจกขณะนั่งแต่งหน้าจนสวยงามเหมาะกับงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าสีหน้าของคนที่กำลังจะมีงานมงคลไม่ได้รู้สึกดีใจเลยแม้แต่นิดเดียว ฉันปล่อยเส้นผมที่ดัดเป็นลอนใหญ่คลายตรงปลายผมและเหน็บข้างใบหู สวมชุดเดรสผ้าชีฟองพิมพ์ลายดอกไม
“กูจะรอวันนั้น” รอยยิ้มของไอ้เกียร์ทำให้ผมแปลกใจมาก มันไม่เคยยิ้มแบบนี้มาก่อนเลย ยิ้มที่ฉีกกว้างซึ่งปกติยิ้มของมันจะเน้นไปที่กวนตีนเสียมากกว่า “หยาส่งข้อความมา กูไปรับเมียก่อนแล้วกัน”ไอ้เกียร์เดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินสวนผมออกไปทางประตู หากแต่ว่ามันกลับชูนิ้วชี้ขึ้นและชี้หน้าผม “อะไร”“ในเมื่อติดต่







