เข้าสู่ระบบ
“คนอย่างเธอนี่ระดับความอายกับความสำนึกมันอยู่ตรงไหนกัน ถึงไม่คิดจะรู้สึกผิดอะไรเลย สิ่งเลวๆที่ทำลงไป ไม่ได้คิดเลยใช่มั้ยว่ามันผิด เธอถึงยังกล้าทำเรื่องคาวๆตามสันดาน ยังจะกล้ารับจ๊อบนอนกับใครต่อใคร ทั้งๆที่ควรจะสำนึกตั้งแต่เรื่องชั่วๆของเธอมันแดงไปทั่ว ม. !” เขาตะคอกใส่หน้าฉันจนฉันตกใจพูดไม่ออก “นี่ถ้าคืนนี้บังเอิญไม่มีคิว เธอคงรับจ็อบไปกับไอ้เจมส์มันแล้วสินะ หึ สงสัยลูกค้าเธอคืนนี้มันคงกระเป๋าหนักใช่เล่น เธอถึงกล้าปฏิเสธลูกเศรษฐีไฮโซอย่างไอ้เจมส์” เขามองฉันอย่างโคตรสมเพช “ตอบมาดิ เงียบทำไม!” “ฉัน ฉันเปล่านะ ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น ฉัน ฉันไม่ใช่วีริน” ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะพูดความจริงกับเขา เพราะถ้าขืนปล่อยให้เขาเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ มีหวัง เขาต้องฆ่าฉันตายแน่ๆ “เธอว่าไงนะ” เขาเอียงหน้ามองฉัน แรงบีบที่แก้มฉันลดลงนิดนึง แต่ความน่ากลัวในสีหน้าและท่าทางไม่ได้ลดลงเลย แต่ฉันก็จะกัดฟันฝืนความกลัวแล้วอธิบายกับเขาแล้วกัน ในเมื่อมันคงจะเป็นทางที่ดีที่สุดแล้ว “ฉัน ฉันบอกว่าฉันไม่ใช่วีริน แต่ฉันชื่อจีริน ฉันเป็นน้องสาวฝาแฝดของวี วีเขาให้ฉันมาเรียนแทนเขา แต่ฉันไม่รู้จริงๆว่าวีเขาทำเรื่องแบบนี้เอาไว้ เขาไม่ได้บอกอะไรฉันเลย เชื่อฉันเถอะนะ ฉันพูดความจริง” เสียงฉันมันสั่นมาก แต่ฉันก็หวังว่าเขาจะฟังรู้เรื่อง แต่ทำไมเขาถึงยังนิ่งก็ไม่รู้ “จีริน?” อยู่ๆเขาก็ทวนชื่อฉันขึ้นมา “อือ” ฉันรีบพยักหน้ารับรัวๆ น้ำตามันเหมือนจะไหลยังไงก็ไม่รู้ ก็ฉันกลัวเขามาตั้งแต่แรกแล้ว “นายเชื่อฉันแล้วใช่มั้ย” ฉันยิ้มออกมาเพราะรู้สึกว่าเริ่มเห็นแสงสว่าง “เชื่อ” “จริงเหรอ ขอบคุณนะ” “เชื่อว่าเธอโกหก” ประโยคนั้นของเขาทำฉันหุบยิ้มแทบไม่ทัน แสงสว่างที่คิดว่ามี ตอนนี้กลับเหลือเพียงความมืด “แต่ถือว่าเธอกุเรื่องเก่งอยู่เหมือนกันนะ แต่ขอโทษ ฉันริว ไม่ใช่ไอ้เรียว ฉันไม่ได้โง่เหมือนมัน” “ริว?” นี่น่ะเหรอชื่อเขา ฉันเพิ่งรู้ก็ตอนนี้ แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ควรโฟกัสในตอนนี้เลย “มองหน้าฉันแบบนั้นทำไม อ้อ! จะบอกว่าเธอไม่ใช่วีริน เลยไม่รู้จักฉันสินะ” เขาพูดถูกแล้ว แล้วถ้าเขาคิดอย่างนั้นจริงๆ ฉันก็คงจะดีใจมาก ติดอยู่ที่มันไม่ใช่ เพราะสายตาเขาบอกฉันชัดเจนว่าเขาไม่เชื่อ “เงียบคือยังไง หรือกำลังนึกอยู่ ว่าจะกุเรื่องอะไรต่อดี” “ฉันไม่ได้กุเรื่องนะ ฉัน ฉันพูดความจริง ฉันชื่อจีรินไม่ใช่วีริน นายจะดูหลักฐานก็ได้” “หลักฐาน?” ฉันพยักหน้าให้เขาแทนคำตอบ “ฉันจะเอาบัตรประชาชนให้นายดูนะ นายจะได้เชื่อว่าฉันไม่ได้โกหก” ฉันบอกเขาก่อนรีบปลดกระเป๋าเป้มาล้วงกระเป๋าตังค์อย่างรีบร้อน แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ “อยู่ไหนนะ” ฉันพยายามควานหาอย่างลนลานอยู่หลายรอบมาก ก่อนจะนึกได้ว่าฉันลืมเอากระเป๋าตังค์มานี่นา โอ๊ย!!! ทำไมชีวิตฉันถึงได้ซวยขนาดนี้ก็ไม่รู้นะ “ไหนล่ะหลักฐาน” เพราะเขาทวงถาม ฉันเลยจำเป็นต้องเงยขึ้นไปมองเขา “คือฉัน คือฉันลืมเอากระเป๋าตังค์มา” ฉันบอกเขาไม่ค่อยเต็มเสียง “ลืม?” “อืม แต่ว่า พรุ่งนี้ พรุ่งนี้นะ พรุ่งนี้เดี๋ยวฉันจะเอามาให้นายดู รับรองว่าพรุ่งนี้ฉันจะไม่ลืมนะ แต่ว่าตอนนี้ ให้ฉันกลับบ้านก่อนได้มั้ย คือฉัน ฉันหิวข้าว วันนี้ฉันยังไม่กินข้าวเลย นะ ให้ฉันกลับบ้านก่อนนะ” ฉันเองก็ไม่รู้ว่าบอกเรื่องยังไม่ได้กินข้าวกับเขาทำไม แต่ฉันนึกอะไรไม่ออกแล้ว ก็ฉันหิวข้าวจริงๆ “หมดมุกแล้วหรือไง” เขาถามฉันนิ่งๆ “เอ่อ คือฉัน ฉันเปล่า” “เหรอ หึ มารยาเธอนี่แม่ง สารพัดเลยนะ” “นายจะไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ฉันยืนยันว่าฉันพูดความจริง ปล่อยฉันได้สักที ปล่อย” “ไปขอโทษไอ้เรียวกับฉัน แล้วเรื่องทุกอย่างจะจบ หลังจากนี้เธอจะไปอะไรกับใคร ฉันจะไม่สนใจอีก ต่างคนต่างอยู่ ทางใครทางมัน” ฉันยอมรับว่าตกใจในสิ่งที่เขาพูดออกมา แล้วทำไมอยู่ๆเขาถึงได้ดูนิ่งลงกว่าเดิม “ไป” เขากระตุกแขนฉัน เหมือนตั้งใจจะให้เดินตาม “เห้ยนาย เดี๋ยว!” ฉันใช้มืออีกข้างรั้งแขนเขาไว้ “อะไร” “ฉันไม่ใช่วี จะให้ไปขอโทษผู้ชายที่ชื่อเรียวได้ไงกัน มันคนละคน” “เลือกเอาว่าจะไปขอโทษน้องฉันแล้วจบ หรืออยากให้ฉันตามรังควานเธอทั้งปีทั้งชาติ” ทำไมฉันรู้สึกเหมือนโดนเขาขู่จนถึงทางตัน จนสุดท้ายก็ไม่มีสิทธิ์เลือก “เอ่อฉัน” “ว่าไง” “เอ่อ ก็ได้ ไป เอ่อ ไปก็ได้” “ก็แค่นั้น” จากนั้นเขาก็ดึงข้อมือฉันให้เดินตามไปไหนไม่รู้ ก่อนฉันจะเห็นว่ามันเป็นลานจอดรถ “เข้าไป” เขาบอกฉันหลังจากเปิดประตูรถให้ “เอ่อ จะไปที่ไหนเหรอ ฉันไปเองก็ได้” “ฉันไม่โง่ให้เธอชิ่งหรอกนะ เข้าไป!” “โอ๊ย!” เขาเหวี่ยงฉันเข้ามาแล้วปิดประตูรถดังปัง ก่อนเขาจะตามเข้ามาแล้วออกรถทันที <br/> <br/> @บนรถ ตอนนี้เขาขับรถออกมาได้สักพักแล้ว และเขาเงียบไม่พูดอะไรเลยมาตลอดทาง เอาแต่ขับรถอย่างเดียว ส่วนฉัน เอ่อ จะให้พูดตรงๆมั้ย ว่าฉันตัวสั่นมาตลอดทาง “นาย คือ นายจะพาฉันไปไหนเหรอ ไปขอโทษที่ไหน แล้ว เมื่อไหร่จะถึง” เสียงฉันมันสั่นจนควบคุมไม่ได้เลย เพราะฉันกลัวเขา แต่ความอยากรู้มันก็มีมากเหมือนกัน ฉันเลยแข็งใจถามออกไป “เธอมีหน้าที่นั่งนิ่งๆ ไม่ต้องกลัวหรอก ถึงที่เมื่อไหร่ ฉันจะให้เธอขอโทษจนหนำใจ” ประโยคหลังเขาปรายตามามองฉันแว้บนึง เป็นสายตานิ่งๆอย่างที่ฉันเคยเห็นก่อนหน้านี้ แต่ไม่รู้ทำไม ฉันถึงขนลุกขึ้นมาเอาดื้อๆ ติดตรงที่ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายฉันก็เลยต้องนั่งเงียบมาจนกระทั่งเขาเลี้ยวเข้ามาที่ไหนสักแห่ง มันเป็นตึกสูงหลายๆชั้นเหมือนคอนโด “นาย เอ่อ ผู้ชายที่ชื่อเรียว เขาอยู่ที่นี่เหรอ” ฉันถามเขาออกไป แต่เขาไม่ตอบ สิ่งที่เขาทำคือลงจากรถ ก่อนฉันจะรู้สึกว่าประตูฝั่งฉันถูกเปิดออก “ลงมา” เขาไม่ได้บอกอย่างเดียว แต่ดึงฉันให้ลงตามเขาไปด้วย “นาย ฉันเดินเองก็ได้” ฉันบอกเขาเบาๆพร้อมกับพยายามแกะมือเขาที่จับข้อมือฉันอยู่ออก “ไม่ได้” เขาหันมาบอกฉันด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะลากฉันเข้าลิฟต์ ตลอดเวลาที่รอให้ลิฟต์ขึ้นไปถึงชั้นเป้าหมาย ฉันก็พยายามบิดข้อมือออกจากมือเขาตลอด แต่มันไม่หลุดสักที เหมือนฉันยิ่งบิด เขาก็ยิ่งจับแรงขึ้น ติ๊ง! ลิฟต์เปิดแล้ว😀 ที่ฉันดีใจเพราะใกล้จะได้ขอโทษแล้ว ฉันจะได้กลับหอไปกินข้าวสักที หิวจะแย่อยู่แล้ว ติ๊ด ติ๊ด! เห็นเขาเสียบคีย์การ์ด แล้วกดรหัสที่หน้าประตูห้องที่เขาเพิ่งจะลากฉันมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า จากนั้นประตูก็เปิดออก ตามด้วยฉันที่ถูกเขาดึงเข้าไป และคราวนี้แหละ เขาถึงได้ยอมปล่อยมือฉันสักที เพราะเขาหันกลับไปปิดประตู “นาย แล้วไหนน้องชายนายล่ะ ผู้ชายที่ชื่อเรียว เขา เอ่อ อยู่ไหนเหรอ ฉันจะได้รีบไปขอโทษเขา” พอฉันบอกแบบนี้ เขาก็นิ่งอยู่เสี้ยววินาที ก่อนหันมาหาฉัน สายตาที่เขามองฉันก็ยังนิ่งเหมือนเดิม “เข้าไปในห้องนั้นดิ” เขาหันไปทางห้องๆนึง เหมือนตั้งใจจะบอกทิศทาง “ห้องนั้นเหรอ อืม” ฉันพยักหน้ารับแล้วเดินไปทางห้องที่เขาบอก คือที่รีบทำตามเพราะฉันอยากกลับหอเต็มทีแล้ว ก็อย่างที่บอกไป ฉันหิวข้าว แอ๊ด... ฉันเปิดประตูเข้ามาในห้องที่เขาบอก ก็พบว่ามันเป็นห้องนอน แต่ไม่ยักจะมีใครอยู่ในนี้ “ไม่เห็นมีใครเลย” ฉันพึมพำกับตัวเองก่อนกลับหลังหันไปทางประตู “ฮึก!” ฉันตกใจแทบแย่ ที่หันไปเจอเขายืนอยู่แทบประชิดตัวฉัน ไม่รู้เขาเข้ามาตอนไหน แล้วทำไมสายตาเขาแปลกๆ แปลกจนฉันตัวสั่นอีกรอบ เหมือนสถานการณ์มันไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด “นะ...นาย แล้ว แล้วน้องนายล่ะ” “หึ” เขากระตุกมุมปากแล้วเดินเข้าหาฉัน จนฉันต้องถอยหลังอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตุบ! “ว้าย” ฉันเผลอถอยจนไม่ทันมองว่าข้างหลังมันเป็นเตียง เลยเผลอล้มหงายหลังลงมา พอทำท่าจะลุกขึ้น เขาก็ตามลงมาคร่อมฉันไว้ซะก่อน แล้วถ้าถามว่าฉันตกใจมั้ย บอกเลยว่ามากยิ่งกว่ามาก ฉันไม่เคยเจออะไรแบบนี้เลย ฉัน ฉันกลัว “นี่นาย นายจะทำอะไร ถอยไปนะ ออกไป บอกให้ออกไปไง” ฉันบอกเขาเสียงสั่นปนอาการลนลาน ลมหายใจมันถี่ยิบขึ้นมาเองอย่างไม่ต้องสั่ง “เวลาขึ้นเตียงกับบรรดาลูกค้า เธอแอ๊บไร้เดียงสาแบบนี้ด้วยรึเปล่า” RYUบอกตามตรงว่าตอนนี้ผมแทบจะรอให้ถึงเวลาเลิกงานของจีรินไม่ไหว ผมตื่นเต้น เพราะตอนนี้ผมนึกออกแล้วครับ ว่าจะตอบแทนความน่ารักของเมียผมยังไง คิดว่าเธอจะต้องดีใจแน่ๆ แต่เดี๋ยวนะ ทำไมผมรู้สึกว่าจีรินแปลกๆ เธอยิ้มตอบผมก็จริง แต่เหมือนเธอจะมีอะไรในใจ ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่ด้วยสิ งั้นเดี๋ยวเธอเลิกงาน ผมคงต้องลองถามดู#Ryu EndJIRINเลิกงาน...“กลับกันเลยมั้ย” ริวเดินมาหาฉัน“อืม เดี๋ยวขอเอากระเป๋าแป๊บนึงนะ”“อืม” เขาพยักหน้าแล้วนั่งรอ ส่วนฉันก็แยกไปเอากระเป๋าที่หลังร้าน“อิจฉาน้องจีจังเลยอ่ะ” อยู่ๆพี่พนักงานเขาก็พูดยิ้มๆกับฉัน“เอ่อ อิจฉาอะไรเหรอคะ”“แหม ก็แฟนน้องจีไงล่ะคะ ผู้ชายอะไรหล่อแล้วยังโคตรน่ารักอีก ทั้งมารับมาส่ง ทั้งมานั่งรอจนเลิกงาน แถมไม่บ่นอะไรสักคำ ดูท่าทางจะรักน้องจีมากด้วยนะคะ พี่ล่ะอยากได้แบบนี้สักคนจัง”“พี่ก็เว่อร์ไปค่ะ” ฉันพูดยิ้มๆ พลางหยิบกระเป๋า และฉันคงยิ้มได้เต็มหน้ากว่านี้ ถ้าหากว่าตอนนี้ฉันไม่มีอะไรในใจให้ต้องกังวล“ไม่เว่อร์หรอกค่ะ แฟนน้องจีอ่ะ น่ารักจริงๆ น้องจีโชคดีมากเลยนะ ที่ได้เขาเป็นแฟน”“เอ่อ ขอบคุณค่ะ งั้น จีกลับก่อนนะคะ”“จ้ะ พรุ่งนี้เจอกันนะ”“
“วี” ฉันหันกลับไปมองถึงได้รู้ว่าคนเรียกคือใคร“เธอมาทำไม” ริวก้าวมาขวางวีเอาไว้ เหมือนตั้งใจไม่ให้เข้ามาใกล้ฉัน“ถอยไป ฉันจะคุยกับจี”“ฉันไม่ให้คุย บอกแล้วไงว่าอย่ายุ่งกับจีรินอีก จะไปไหนก็ไป ไสหัวไปให้พ้น”“ไม่!” วีตวาดใส่หน้าริวแล้วพยายามมองมาที่ฉัน“จี แกต้องช่วยฉันนะ ถ้ายังอยากเป็นพี่เป็นน้องกันอยู่”“กับผู้หญิงเลวทรามต่ำช้าอย่างเธอน่ะเหรอ จะมีคนอยากเป็นพี่เป็นน้อง เลือกมาดีกว่า ว่าอยากไปดีๆ หรืออยากโดนโยนออกไป”“ริว” ฉันแตะแขนริวเบาๆ“ไม่เป็นไรหรอก”“แต่”“ไม่เป็นไรจริงๆ ฉันแค่อยากรู้ว่าวีจะพูดอะไร” ฉันบอกริวก่อนเดินขึ้นมายืนข้างๆเขา“มีอะไรเหรอวี”“แกต้องช่วยฉัน”“เรื่องอะไรเหรอ”“ไปเจอเพื่อนฉันแทนฉันที ฉันไม่อยากเจอมัน”“เธอคิดจะทำอะไรอีก คราวที่แล้วหลอกจีรินให้ไปรับกรรมแทนมันยังไม่พอหรือไง”“ไม่ใช่เรื่องของนาย!”“วีริน!” ริวกดเสียงต่ำจนน่ากลัว และฉันรู้ว่าตอนนี้เขากำลังโกรธมาก รู้ด้วยว่าที่เขาโกรธขนาดนี้เพราะคงเป็นห่วงและต้องการจะปกป้องฉัน แต่ฉันเองก็อยากปกป้องเขาและเป็นห่วงเขาเหมือนกัน เพราะงั้น ฉันถึงคิดว่าควรจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ริวจะได้ไม่ต้องมาพลอยลำบากใจไปกับฉัน
JIRIN“ที่นี่เหรอริว” ฉันถามเพื่อความแน่ใจ แต่คิดว่าไม่ผิดหรอก ที่นี่แน่ๆ เพราะริวเลี้ยวรถเข้ามาจอดในลานจอดรถของสวนสนุกแล้ว ใช่แล้วล่ะ ริวพาฉันมาสวนสนุก“อืม” เขาพยักหน้าแล้วลงจากรถ ฉันก็เลยลงตามก่อนริวจะจูงมือพาฉันเข้าไปข้างใน“โห...” รู้สึกตื่นตาตื่นใจขึ้นมาทันที ปกติฉันเคยเห็นแต่ในทีวี ไม่เคยมาเห็นของจริงเลยสักครั้ง“ริว อันนั้นเรียกอะไรอ่ะ” ฉันจับแขนริวเขย่าๆแล้วชี้ให้เขาดู“อันไหน”“ที่หมุนเหวี่ยงๆอยู่บนนั้นอ่ะ”“อ๋อ สกายโคสเตอร์ไง ไม่รู้จักเหรอ” เขาถามเสียงเรียบปกติ แต่ก็เหมือนแปลกใจหน่อยๆ“ไม่อ่ะ ฉันไม่เคยมา”“ไม่เข้าใจ”“ก็คือไม่เคยมาไง ฉันเป็นคนต่างจังหวัดน่ะ ตั้งใจมาเรียนแล้วก็ทำงานไปด้วย ไม่ค่อยได้เที่ยวหรอก ว่าแต่ มันสนุกมั้ย อยากเล่นอ่ะ”“ไปดิ”“จริงเหรอ” ชักตื่นเต้นแล้วสิ แบบว่ามันเก็บอาการไม่อยู่ ใครจะบอกว่าฉันเป็นเด็กที่เพิ่งได้เหยียบสวนสนุกเป็นครั้งแรก ฉันก็ไม่เถียงแล้วล่ะ“จริง”“เย้!!!”“เพิ่งรู้ว่าฉันมีเมียเด็ก” นั่นไง โดนเข้าแล้ว“นายอ่ะ”“ก็พูดเรื่องจริง ไปเหอะ อยากเล่นเดี๋ยวจัดให้” แล้วเขาก็จูงมือฉันไป เดี๋ยวนะ แล้วทำไมเมื่อกี้เขายิ้มแปลกๆ แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ฉั
RYU“ทำไมต้องขับรถเร็วขนาดนี้ด้วย” ผมไม่แน่ใจว่าที่จีรินถามเพราะไม่รู้จริงๆหรือแกล้งไม่รู้กันแน่ เธอดูไม่ออกหรือไงว่าผมไม่พอใจเรื่องที่เธอคุยอี๋อ๋อกับไอ้หมอนั่นด้วยท่าทางโคตรสนิทสนม เธอเป็นเมียผมนะ ผมหึงนะเว้ย“...” ผมเลือกที่จะเงียบไม่ตอบ หมั่นไส้เธอ น้อยใจด้วย ก็นอกจากเธอจะคุยกับไอ้หมอนั่นข้ามหน้าข้ามตาผมแล้ว เธอยังมีหน้ามาพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าโสดอีก ผัวยืนหัวโด่อยู่ทั้งคน ยังจะบอกว่าโสด แบบนี้มันน่าจับกดซะให้เข็ด ถ้าไม่ติดกับว่าผมยังต้องพิสูจน์ตัวเอง แต่ถึงจะอย่างนั้น ผมก็อดน้อยใจไม่ได้อยู่ดี“ริว ฉันถามนายอยู่นะ”“อยากถึงคอนโดเร็วๆ” คราวนี้ผมเลือกตอบแบบนิ่งๆให้มันพ้นๆไป ไม่อยากพูดอะไรมากกว่านี้ เพราะถึงจะพูด ยัยผู้หญิงใจร้ายก็คงไม่รู้เรื่องอะไรอยู่ดี เพราะถึงผมจะแสดงออกว่าน้อยใจเธอชัดเจนขนาดนี้ เธอก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะง้อผมเลย#Ryu EndJIRIN@คอนโดตั้งแต่กลับมาถึง ริวไม่พูดกับฉันสักคำ ไม่รู้เป็นอะไรของเขา ท่าทางแปลกๆ แถมเมื่อกี้ก็เดินผ่านหน้าฉันเข้าไปอาบน้ำเฉยเลย“เป็นอะไรของนาย” ตอนนี้ฉันยืนอยู่หน้าห้องน้ำ แปลกใจจริงๆที่อยู่ๆเขาก็เงียบขรึมผิดปกติ“คงไม่เป็นไรหรอกมั
Rr ryu is with Jirin jee56 minsอย่าลืมกินข้าวนะ #ที่รัก(รูปจีริน)Dream Wilawan and 2.7K others likeView previous comments...Kessarin Fangกรี๊ดดด แฟนพี่ริวเหรอคร้าาาาBowy Hqงื้อออ หนูอกหักPhing Parayaน่ารักอ่าา มีเรียกที่ร้งที่รักZy BaLenอิจแฟนพี่Pu Kevinไอ้สัส ซุกเมียไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับRr ryuไม่เสือก Pu Kevin...“ริว นี่นาย...” บอกตามตรงว่าฉันทั้งงง ทั้งอึ้ง ทั้งสับสนไปหมดแล้ว ตกใจด้วย ไม่คิดว่าริวเขาจะทำแบบนี้ ไม่สิ ไม่คิดว่าผู้ชายเงียบๆหน้านิ่งๆอย่างเขาจะทำอะไรแบบนี้เป็นต่างหาก ถึงฉันจะพยายามทำใจแข็งไม่คิดไปไกล แต่มันก็อดนึกดีใจอยู่ลึกๆไม่ได้ อดคิดไม่ได้ด้วยว่าเขาน่ารักขึ้นทุกวัน ...ตกลงนี่เขาจริงจังกับฉันจริงๆน่ะเหรอ?แต่เดี๋ยวนะ แล้วเขาไปเอารูปฉันมาจากไหนอ่ะ ฉันจำได้ว่ารูปนั้นมันอยู่ในเครื่องฉัน ฉันถ่ายไว้นานแล้ว ตอนนั้นจำได้ว่าฉันไปติวหนังสือกับเพื่อน แล้วเพื่อนมันก็เลี้ยงหมาไว้ตัวนึง น่ารักมาก อ้อนเก่งด้วย ฉันเลยชวนมันเข้ากล้องซะเลย“หรือนายจะแอบเอารูปไปจากเครื่องฉัน” คิดไปคิดมา ฉันก็คิดได้อย่างนี้อย่างเดียว แต่เรื่องนั้นช่างเถอะ เขาจะเอารูปมาจากไหนก็ช่
RYUหลังจากโดนไล่ให้ออกมาพิสูจน์รักแท้นอกห้อง ผมก็จำเป็นต้องเดินคอตกออกมานั่งหน้าประตู(ไม่ต่างกับหมาหงอยที่โดนบังคับให้เฝ้าบ้าน)อย่างจำใจ ทั้งๆที่ความจริงผมคิดถึงเมียใจแทบขาด กะว่าวันนี้เคลียร์กันเสร็จแล้ว ผมจะนอนกอดเธอให้หายคิดถึง ใครจะคิดล่ะครับ ว่าจีรินจะใจแข็งกว่าที่ผมคิด เล่นไล่ให้มานอนนอกห้องแบบนี้ เธอคงไม่คิดจะสงสารผู้ชายตาดำๆอย่างผมเลยสักนิด...😞 แต่ก็ยังดีที่อย่างน้อยเธอก็ยอมให้ผมได้พิสูจน์ เพราะงั้นต่อจากนี้ผมจะไม่บ่น ไม่งอแงอะไรอีกแล้วล่ะครับ ในเมื่อผมเองก็ทำกับเธอไว้เยอะโดนแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ อีกอย่างคือผมรักเธอ ไม่ว่าเธอจะต้องการให้ผมทำอะไร ให้พิสูจน์ด้วยวิธีไหนผมก็ยินดี ผมจะยอมทำทุกอย่างที่เธอต้องการ และผมเต็มใจพิสูจน์ความจริงใจของผมให้เธอได้เห็น จนกว่าเธอจะพอใจ#Ryu EndJIRINเช้าวันต่อมา...ทันทีที่ฉันลุกขึ้นมาจากเตียง ผู้ชายที่โดนฉันไล่ให้ไปนอนนอกห้องคือคนที่ฉันนึกถึงเป็นอันดับแรก ไม่รู้ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้าง ฉันยอมรับนะว่าเมื่อคืนฉันหมั่นไส้ในความเอาแต่ใจของเขา เลยคิดวิธีนี้ขึ้นมา แต่พอเอาเข้าจริง ฉันก็อดเป็นห่วงเขาไม่ได้อยู่ดี เกือบจะเปิดประตู







