LOGIN
บทที่ 1
ณ ห้องรับรองแขกของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งที่จังหวัดปทุมธานี
“แม่ดอกแก้ว ฉันต้องการให้เธอเลิกกับลูกชายของฉัน แลกกับการรักษาแม่ของเธออย่างเต็มที่เพื่อต่อชีวิตแม่ของเธอออกไปโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว” เสียงหนักแน่นของคุณหญิงชญาดา พงษ์วานิช วัยสี่สิบเก้าปีเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่มีชื่อว่า ปริ้นซ์ เมดิคอล ฮอสพิทอล (Prince Medical Hospital) ในจังหวัดปทุมธานี คุณหญิงชญาดากำลังนั่งสนทนาพูดคุยอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่มีชื่อว่า ดอกแก้ว จำปาทอง หรือ แก้ว เธอคือหญิงสาววัยยี่สิบสามปี โดยมีคุณหญิงชลิตา อัครโสพล วัยสี่สิบหกปีผู้เป็นน้องสาวแท้ๆของคุณหญิงชญาดานั่งอยู่ข้างๆกัน ทั้งสามคนกำลังพูดคุยกันอยู่ที่ห้องรับรองแขกของโรงพยาบาล
“คะ?” ดอกแก้วตอบรับด้วยความรู้สึกมึนงง
ย้อนกลับไป15 นาทีก่อนหน้านี้
ดอกแก้วเดินทางมาดูแม่ของเธอที่โรงพยาบาลแห่งนี้ด้วยความรู้สึกทุกข์ใจและเศร้าใจมาก แม่ของเธอล้มป่วยด้วยโรคเนื้องอกในสมองและป่วยด้วยโรคนี้มาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว แม่ของเธอต้องเข้าออกโรงพยาบาลมาตลอดจนมาช่วงหลัง แม่ของเธอไม่สามารถไปทำงานได้จนสุดท้ายต้องลาออกจากงานแม่บ้านของบริษัทมาทำขนมไทยขายโดยมีเธอเป็นผู้ช่วย ครั้งนี้แม่ของเธอป่วยหนักอาการปวดหัวกำเริบขึ้นมาอย่างรุนแรงในขณะที่เธออยู่ที่มหาวิทยาลัย โชคดีที่ป้าน้อยซึ่งเป็นเพื่อนบ้านติดกันช่วยเรียกรถพยาบาลให้พาแม่ของเธอไปส่งโรงพยาบาลตามคำบอกของแม่เธอตอนที่แม่ของเธอยังพอที่จะสื่อสารได้และเธอก็ได้รับโทรศัพท์จากป้าน้อยที่โทรมาบอกเธอ แม่ของเธอมีสิทธิ์การรักษาประกันสังคมอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้เพราะถึงแม้ว่าแม่ของเธอจะลาออกจากงานแต่แม่ของเธอก็ยังส่งเงินเข้าประกันสังคมต่อเพื่อรักษาสิทธิ์ในการรักษาพยาบาลและเพราะแม่กลัวว่าเธอจะลำบาก ระหว่างที่ดอกแก้วกำลังยืนอยู่ที่หน้าห้องไอซียูแล้วกำลังมองดูแม่ของเธอที่มีสายระโยงระยางเต็มตัวไปหมดและยังไม่ฟื้น หมอก็เดินออกมาบอกเธอว่าแม่ของเธอจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งเดือน มันทำให้ดอกแก้วรู้สึกช็อกตกใจและก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เธอไม่สามารถทำใจได้เพราะมันเร็วเกินไปสำหรับเธอ ดอกแก้วถามถึงแนวทางการรักษากับหมอ หมอบอกว่าแม่ของเธออาการหนักมากแล้วแต่ถ้าอยากจะต่อชีวิตให้แม่ของเธอจะต้องใช้ยาที่อยู่นอกบัญชีการรักษาซึ่งสิทธิ์ประกันสังคมที่แม่ของเธอมีอยู่นั้นมันไม่ครอบคลุม ฉะนั้นเธอจะต้องจ่ายเงินค่ารักษาในส่วนนี้เองไม่งั้นแม่ของเธอจะอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งเดือน เธออยากให้แม่ของเธออยู่กับเธอนานกว่านี้มันเร็วเกินไปสำหรับเธอเธออยากให้แม่ของเธออยู่ดูเธอเรียนจบรับปริญญาตอนนี้เธออยู่ปีสี่แล้วเหลืออีกแค่สองเดือนเท่านั้นเธอก็จะเรียนจบอยากเป็นทางการแล้ว ดอกแก้วได้ฟังที่หมอพูดแล้วเธอก็รู้สึกเสียใจเพราะเธอคงไม่มีเงินที่จะจ่ายค่ายาค่ารักษาตามที่หมอบอก หมอบอกให้เธอเก็บไปคิด ก่อนที่หมอจะเดินออกไป ส่วนดอกแก้วเธอก็ยืนร้องไห้แล้วมองไปที่แม่ของเธอที่นอนอยู่ในห้องไอซียูผ่านกระจกกั้นห้อง ดอกแก้วยืนมองแม่อยู่ตรงนั้นสักพัก...จนกระทั่งมีสาวใหญ่วัยกลางคนสองคนที่ดูเป็นผู้ลากมากดีดูสวยสมวัยเดินเข้ามาหาเธอ ทั้งสองคนเดินเข้ามาพูดคุยกับเธอโดยที่คุณหญิงชญาดาแนะนำตัวกับเธอแล้วบอกว่าเป็นเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้และที่สำคัญคุณหญิงชญาดาบอกกับเธออีกว่า เป็นแม่ของ ฟิน รชตะ แฟนหนุ่มรุ่นน้องของเธอ มันทำให้เธอรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อยเพราะเธอไม่เคยเจอครอบครัวของแฟนหนุ่มมาก่อนมีแต่แฟนหนุ่มที่บอกกับเธอว่าอยากจะพาเธอไปเจอครอบครัวของเขาและเธอก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้มาเจอกับครอบครัวของแฟนหนุ่มที่นี่ในเวลาแบบนี้ ส่วนคุณหญิงชลิตาก็เช่นกันเธอแนะนำตัวแล้วบอกว่าเป็นน้องสาวของคุณหญิงชญาดาและเป็นน้าของฟิน แฟนหนุ่มรุ่นน้องของเธอก่อนที่ทั้งคู่จะเชิญเธอมาพูดคุยกันที่ห้องรับรองแขกของโรงพยาบาล
กลับมาที่ปัจจุบัน
ภายในห้องรับรองแขกของโรงพยาบาล ที่มีคุณหญิงชญาดา คุณหญิงหญิงชลิตานั่งอยู่ข้างๆกัน โดยมีดอกแก้วนั่งอยู่ตรงกันข้ามกับทั้งคู่
“คะ? เธอตอบว่าคะ ฉันว่าเธอได้ยินสิ่งที่ฉันพูดชัดนะ ฉันบอกเธอแล้วว่าฉันเป็นแม่ของตาฟิน แล้วฉันรู้ว่าเธอกำลังคบหากับลูกชายของฉันอยู่ ฉันพูดชัดๆตรงๆให้เธอฟังอีกครั้งก็ได้ ฉันต้องการให้เธอเลิกกับลูกชายของฉัน แลกกับการรักษาแม่ของเธออย่างเต็มที่เพื่อต่อชีวิตแม่ของเธอออกไปโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการออกไปอีกครั้ง
“ทำไม......?” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกมาด้วยความรู้สึกมึนงงพลางน้ำตาเอ่อคลอ ‘ไหนฟินบอกว่าแม่ของเขาใจดีแล้วยังบอกกับเธออีกว่าจะพาเธอไปพบแม่ของเขาเร็วๆนี้ แล้วทำไม……’ ดอกแก้วคิดในใจ
“ทำไม? เธอคงจะสงสัยสินะ ว่าทำไมฉันถึงขอให้เธอเลิกกับลูกชายของฉัน ฉันขอพูดกับเธอตรงๆเลยนะ เพราะฉันไม่ชอบเธอ ฉันไม่ต้องการให้ลูกชายของฉันคบกับผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเลยอย่างเธอ ฉันสืบประวัติของเธอมาหมดแล้ว เธอไม่เหมาะสมไม่คู่ควรกับลูกชายของฉัน ตาฟินควรได้เจอกับผู้หญิงที่ดีกว่านี้ ผู้หญิงที่เหมาะสมทัดเทียมกัน” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพลางมองไปที่ดอกแก้วอย่างสำรวจ ‘ลูกชายของเธอเคยมาบอกกับเธอว่ามีผู้หญิงที่รักและกำลังคบหาเป็นแฟนกันแล้วอยากจะพามาพบ ตอนแรกเธอก็คิดว่าจะเป็นลูกสาวของผู้ลากมากดีที่ไหนที่ตาฟินไปตกหลุมรัก แต่ที่ไหนได้เธอให้คนไปตามสืบทุกอย่างจนรู้ว่า ตาฟินดันไปตกหลุมรักผู้หญิงบ้านๆจนๆที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าไม่มีอะไรเลยอย่างผู้หญิงคนนี้ที่เป็นแค่ลูกสาวของแม่บ้านและแม่ค้าขายขนมธรรมดาๆ ไม่มีอะไรทัดเทียมเหมาะสมกับลูกชายของเธอเลยสักนิด แล้วอีกอย่างแม่ดอกแก้วคนนี้ก็อายุมากกว่าลูกชายของเธอสองปีแล้วก็เคยเป็นพี่รหัสของลูกชายเธอด้วย สำหรับเธอผู้หญิงจนๆพวกนี้มันคงจะหวังรวยทางลัดคงจะมาเกาะมาหลอกลูกชายของเธอเพื่อยกระดับตัวเอง ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงไม่รู้จักเจียมตัว หึ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจ
“คุณพี่” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดขึ้นเพื่อปรามพี่สาวของตัวเอง เธอไม่ค่อยเห็นด้วยกับพี่สาวของเธอสักเท่าไรที่ทำแบบนี้แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้
“ทำไมล่ะตา พี่พูดความจริง แล้วก็พูดกันตรงๆนี่แหละ ฉันไม่ชอบเธอแม่ดอกแก้ว ผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่มีชาติตระกูล ไม่มีอะไรเหมาะสมกับลูกชายฉัน ฉันไม่ต้องการให้เธอคบหากับลูกชายของฉัน เธออายุมากกว่าลูกชายของฉันถึงจะมากกว่ากันไม่กี่ปีแต่ลูกชายของฉันก็ยังเด็กอายุก็แค่ยี่สิบเอ็ดคงจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมผู้หญิงอย่างเธอ ฉันไม่ต้องการให้เธอเข้ามาหลอกล่อลูกชายของฉัน”
“หนูไม่เคยหลอกอะไรฟินเลยนะคะ ไม่เคยคิดจะทำแบบนั้นด้วย หนู...หนูรักฟินจริงๆแล้ว...แล้วฟินเองเขาก็รักหนู......” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกไปทั้งน้ำตา แล้วก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรต่อเธอก็ถูกคุณหญิงชญาดาพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นมาซะก่อน
“รักเหรอ เพ้อเจ้อ! ฉันไม่เชื่อหรอก! ผู้หญิงจนๆอย่างเธอมันไม่คู่ควรกับลูกชายของฉัน เธอคงหวังจะรวยทางลัดซะมากกว่า ออกไปจากชีวิตลูกชายของฉันไม่ต้องมาอ้างเรื่องความรักบ้าๆบอๆแบบเด็กๆของพวกเธอ อย่าทำให้ฉันต้องหมดความอดทน!” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด
“แต่หนู.....” ดอกแก้วเอ่ยพูดขึ้นทั้งน้ำตา
“เงียบ! แล้วฟังฉัน! ฉันไม่อยากเสียเวลาคุยกับคนอย่างเธอไปมากกว่านี้แล้ว เอาเป็นว่า ฉันต้องการให้เธอออกไปจากชีวิตลูกชายของฉันแลกกับการรักษาแม่ของเธอ ออกไปจากชีวิตตาฟิน เลิกกับตาฟิน ไปบอกเลิกลูกชายของฉันซะ! ตัดขาดจากลูกชายของฉัน ออกไปจากชีวิตตาฟินให้เร็วที่สุด พรุ่งนี้เลย ไปบอกเลิกลูกชายฉันพรุ่งนี้เลย จริงๆเท่าที่ฉันรู้พรุ่งนี้ก็เป็นวันสอบวันสุดท้ายแล้ว เธอเองก็อยู่ปีสี่แล้วก็คงจะเรียนจบ แล้วก็คงไม่ต้องเจอกับลูกชายของฉันอีก”
“แล้วถ้าคุณ...คุณป้า รู้แบบนั้น รู้ว่ายังไงหนูก็จะเรียนจบแล้วยังไงก็คงไม่ต้องเจอกับฟินแล้ว แล้วคุณป้าจะให้หนูไปบอกเลิกฟินทำไม ให้หนูหายไปเลยไม่ดีกว่าเหรอคะ” ‘เธอไม่กล้าไปบอกเลิกเขาหรอก ความสัมพันธ์ของเรากำลังดีๆ อยู่ๆจะให้เธอไปบอกเลิกเขา เธอจะทำได้ยังไง เธอทำไม่ได้หรอก’ ดอกแก้วคิดในใจ
“ไม่ได้! ถ้าเธอหายไปเฉยๆยังไงตาฟินก็ต้องตามหาเธอ ฉันรู้ว่าตาฟินรักเธอมากแล้วฉันก็รู้ว่าตาฟินรู้ว่าบ้านของเธออยู่ที่ไหนเพราะเขาเคยเล่าให้ฉันฟังว่าเขาเคยไปส่งเธอที่บ้านแล้วอยากจะพาเธอมาหาฉัน ฉันต้องการให้เธอไปบอกเลิกกับลูกชายของฉันให้เด็ดขาด ไม่ให้เหลือเยื้อใยต่อกันอีกลูกชายของฉันจะได้ไม่ต้องตามหาหรือติดตามเธออีก แล้วถ้าเธอไม่ทำตาม ฉันจำเป็นจะต้องจัดการขั้นเด็ดขาด”
“จัด...จัดการขั้นเด็ดขาด คุณ...คุณป้าจะทำอะไรคะ”
“แล้วเธอคิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ แม่ของเธออยู่ในกำมือของฉัน” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางยกยิ้มมุมปาก
“คุณพี่....เราต้องมีจรรยาบรรณนะคะเราทำธุรกิจโรงพยาบาล เราไม่ควรเอาชีวิตคนมาต่อรองแบบนี้นะคะ” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดด้วยความรู้สึกตกใจที่พี่สาวของตัวเองไปขู่หญิงสาวรุ่นลูกแบบนั้น
“เงียบ!ยัยตา”
“ใช่ค่ะ คุณป้าต้องมีจรรยาบรรณสิคะ แม่ของหนูมีสิทธิ์รักษาที่นี่นะคะ คุณป้าจะไม่รักษาแม่ของหนูเหรอ”
“หึ ฉันมีจรรยาบรรณเสมอแหละแม่ดอกแก้ว แต่ฉันก็ทราบอาการแม่ของเธอจากหมอแล้ว ว่ามันหนักหนาสาหัสขนาดไหน แม่ของเธอจะอยู่ได้อีกไม่เกินหนึ่งเดือนหากไม่ได้ยานอกบัญชีที่อยู่นอกเหนือจากสิทธิ์ในการรักษาซึ่งเธอจะต้องจ่ายเงินเอง เธอมีปัญญาไหมล่ะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“คุณป้า....” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางมองหน้าคุณหญิงชญาดาด้วยความรู้สึกเจ็บใจ
“หึ ไม่มีสินะ ฉะนั้นทางที่ดีเธอควรทำตามที่ฉันบอก ไปบอกเลิกลูกชายของฉันซะ ฉันต้องการให้เธอเลิกกับลูกชายของฉัน แลกกับการรักษาแม่ของเธออย่างเต็มที่เพื่อต่อชีวิตแม่ของเธอโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสักบาท นี่พูดกันดีๆนะแม่ดอกแก้ว ถ้าเธอรับปากฉัน ฉันสัญญาว่าแม่ของเธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกอย่างน้อยก็ห้าปีถ้าได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ แล้วฉันจะให้หมอรักษาแม่ของเธออย่างเต็มที่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ นี่! มันเลือกไม่ยากหรอกนะระหว่างชีวิตแม่ของตัวเองกับผู้ชาย หรือเธอจะเห็นผู้ชายดีกว่าแม่ของตัวเอง” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด
ดอกแก้วมองหน้าคุณหญิงชญาดาด้วยน้ำตานองหน้า ‘ยังไงเธอก็ต้องเลือกแม่ของเธออยู่แล้ว....เธอคงไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆใช่ไหม....ไม่สิ เธอไม่ควรจะคิดลังเลอะไรทั้งนั้นยังไงเธอก็ต้องเลือกแม่ของเธอ ถ้าเธอจะได้อยู่กับแม่ของเธอได้ดูแลแม่ของเธอได้ต่อชีวิตแม่ของเธอให้เธอได้อยู่กับแม่ต่อไปไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรมันก็คุ้ม’ ดอกแก้วคิดในใจพลางปาดเช็ดน้ำตาก่อนที่เธอจะเอ่ยพูดออกไป
“ค่ะ ตก...ตกลง หนูจะทำตามที่คุณป้าต้องการ”
“ดีมากจ๊ะดอกแก้ว พรุ่งนี้เธอไปเลิกกับลูกชายของฉันได้เลยแล้วก็ตัดการติดต่อกับลูกชายของฉันนับตั้งแต่วินาทีนี้เลยยังไงพรุ่งนี้พวกเธอก็สอบเป็นวันสุดท้ายแล้ว ทำทันที แล้วฉันสัญญาว่าฉันจะให้หมอดูแลแม่ของเธออย่างดี อ้อ...แล้วเธออย่าคิดเอาเรื่องที่ฉันคุยกับเธอวันนี้ไปบอกตาฟินเด็ดขาดไม่งั้นฉันก็จะจัดการกับเธอและโดยเฉพาะแม่ของเธอตามที่ฉันเห็นสมควร เข้าใจไหมจ๊ะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดขู่ดอกแก้วพลางยกยิ้มมุมปาก
“ค่ะ หนูจะทำตามนั้น งั้นขอตัวไปดูแม่ก่อนนะคะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดทั้งน้ำตา
“จ๊ะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ
ดอกแก้วยกมือไหว้คุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาทั้งน้ำตาก่อนที่เธอจะเดินออกมาจากห้องรับรองแขกของโรงพยาบาล
ที่โรงพยาบาลหลังจากที่ดอกแก้วฝากครรภ์เรียบร้อยแล้วเธอกับฟินก็ออกมาพูดคุยกับคุณหญิงชญาดาและคุณหญิงชลิตาที่นั่งรออยู่ด้านนอก“เดี๋ยวแม่กับน้าต้องไปเข้าประชุมแล้วนะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“อ้าว...ผมว่าจะชวนแม่กับน้าตาไปทานข้าวฉลองด้วยกัน”“เอาไว้วันหลังก็ได้ลูก วันเสาร์อาทิตย์ก็ได้ แล้ววันเสาร์อาทิตย์ก็กลับบ้านไปทานข้าวกับแม่และน้าเหมือนเดิมด้วยนะ ไม่ใช่มีเมียแล้วลืมแม่กับน้า พาเมียไปด้วยก็ได้จะได้รู้จักกันมากขึ้น” คุณหญิงชญาดาพูด“ครับแม่ ผมไม่ลืมแม่กับน้าตาหรอกครับ”“เธอก็เหมือนกัน ดอกแก้ว ฝากท้องแล้วก็ดูแลตัวเองดีๆ ทานข้าวให้ตรงเวลา เดินเหินอะไรก็ระมัดระวัง แล้วเดี๋ยวฉันจะให้สาวใช้ที่บ้านไปอยู่เป็นเพื่อนเวลาที่ตาฟินไปทำงานคอยทำงานบ้านให้ด้วย แล้วถ้าฉันว่างฉันจะไปหา” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ขอบคุณค่ะ คุณป้า” ดอกแก้วเอ่ยพูดตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอย่างไม่เรื่องมาก“แหมคุณพี่ ไม่ค่อยเป็นห่วงลูกสะใภ้เลยนะคะ” คุณหญิงชลิตาเอ่ยแซวคุณหญิงชญาดา“ฉันเป็นห่วงหลานฉันต่างหาก”“เหรอคะ ปากแข็งนะคะคุณพี่” คุณหญิงชลิตารู้ดีว่าพี่สาวของเธอเริ่มจะใจอ่อนเปิดใจให้ดอกแก้วบ้างแล้ว“นี่ยัยตา อย่ามาแซวพี่ ไปประชุมกัน
วันต่อมาคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาเดินทางมาที่บ้านพงษ์วานิชเพราะต้องการจะมาพูดคุยกับฟินและดอกแก้วถึงชีวิตของทั้งคู่โดยเฉพาะคุณหญิงชญาดาที่ต้องการจะมาพูดคุยกับทั้งคู่ถึงชีวิตหลังจากนี้ คุณหญิงชญาดาคิดว่าฟินคงจะอยู่กับดอกแก้วที่บ้าน ‘เพราะเธอโทรไปเช็คกับเลขาของฟินแล้วว่าวันนี้ฟินไม่เข้าบริษัท ช่วงเช้านี้เธอเองก็พอจะมีเวลาก็เลยตัดสินใจให้คนขับรถขับรถพาเข้ากรุงเทพเพื่อมาหาฟินกับดอกแก้วเพราะเดี๋ยวช่วงบ่ายเธอก็ต้องกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลต่อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจในขณะที่ฟินกับดอกแก้วที่กำลังเดินลงบันไดมาจากห้องพัก ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันลงมาโดยที่ฟินโอบกอดเอวบางของดอกแก้วเอาไว้“วันนี้แก้ว...แต่งตัวสวยจัง สวยเป็นพิเศษเลยนะจากปกติที่ก็สวยมากๆอยู่แล้ว ผมว่าจะชมแก้วตั้งแต่อยู่ในห้องแล้ว” ฟินเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางก้มลงไปหอมเรือนผมของดอกแก้ว“ค่ะแก้วไม่ปฏิเสธ ก็วันนี้เป็นวันแต่งงานเริ่มต้นชีวิตคู่ของเราอย่างเป็นทางการนี่คะ แต่วันนี้ฟินก็แต่งตัวหล่อกว่าทุกวันจากปกติที่ก็หล่อมากๆอยู่แล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดชมฟินกลับไปด้วยความรู้สึกเขินอาย“ครับ แน่นอน ผมก็ไม่ปฏิเสธเหมือนกัน ก็วันนี้เป็นวันสำคัญของเราผ
“ก็..ค่ะ แก้ว...แก้วจะแต่งงานกับฟิน”“เยส!” ฟินเอ่ยพูดพลางยื่นหน้าเข้าไปจูบหน้าผากของดอกแก้วก่อนที่เขาจะผละออกมาแล้วใช้มือลูบศีรษะของเธอ“ผมรักแก้วนะ รักมากที่สุดเลย”“อืม แก้วรู้แล้ว แก้วก็รักฟินเหมือนกันนะ”“อือ แล้วเราจะจัดงานแต่งงานกันแบบไหนดี” ฟินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“เออ...คือ...แก้วขอไม่จัดงานแต่งได้ไหม”“ทำไมอะแก้ว”“ก็...จริงๆแก้วก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงาน...แล้วแก้วก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้วด้วย...สำหรับแก้วงานแต่งงานมันไม่จำเป็นหรอกสิ้นเปลืองเปล่าๆขอแค่...แก้วได้อยู่กับฟินแก้วก็ดีใจมากแล้ว”“แก้ว แน่ใจนะ” ‘จริงๆเขาเองก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงานเหมือนกัน แต่เขาก็แค่อยากจะให้เกียรติเธอ แต่ยังไงก็คงต้องแล้วแต่เธอเพราะเขายังไงก็ได้อยู่แล้วขอแค่เขาได้อยู่กับเธอก็พอแล้ว’ ฟินคิดในใจ“อืม” ดอกแก้วเอ่ยตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม“งั้นไม่อยากจัดงานแต่งงานก็ไม่เป็นไรแต่อย่างน้อยก็...จดทะเบียนสมรสกันนะ” ฟินเอ่ยพูด“อือ ค่ะ เราจดทะเบียนสมรสกันก็พอ” ดอกแก้วเอ่ยพูดก่อนที่ฟินกับดอกแก้วจะโผเข้ากอดกันอีกครั้งด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข...ก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกมา“งั้นผมว่าเราไปดินเนอร์กัน
“ก็ได้ ยังไงนังดอกแก้วมันก็ท้องแล้วนี่” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางมองหน้าลูกชายของเธอ“พูดถึงเมียผมให้มันดีๆหน่อยครับแม่”“เออๆ ไหนๆมันก็...เอ้ย!...ดอกแก้วก็ท้องแล้วนี่ ลูกฟินก็หลานแม่เหมือนกัน ถึงแม่จะไม่ชอบมัน...เอ้ย!...ดอกแก้ว แต่แม่ก็คงไม่ใจร้ายกับหลานตัวเองจนพรากครอบครัวของหลานตัวเองไปหรอก แต่...ฟินก็ต้องให้เวลาแม่ทำใจยอมรับเมียฟินบ้าง” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางปาดเช็ดน้ำตา“ครับ...แต่อย่านานนะครับแม่”“เออ แม่รู้แล้ว”“ดีแล้วค่ะคุณพี่” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางจับแขนพี่สาวของเธอเอาไว้“คงสมใจเธอแล้วสิยัยตาที่ได้แม่ดอกแก้วเป็นหลานสะใภ้น่ะ”“ค่ะ คุณพี่ สมใจตามาก น้ายินดีด้วยนะฟิน เอาไว้พาแม่ดอกแก้วเขามาทานข้าวด้วยกันที่บ้านบ้าง”“นี่ยัยตา!..น้อยๆหน่อย” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางกระทุ้งข้อศอกใส่น้องสาวของเธอ“ครับน้าตา ขอบคุณมากนะครับ”“เฮ้อ...นี่ฉันคงต้องโทรไปขอโทษคุณหญิงปิ่นแก้วกับหนูแพรวพรรณรายว่าคงไม่ได้ดองกันแล้ว เพราะตาฟินมีครอบครัวแล้วนี่ เสียดายชะมัด” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ก็ดีแล้วครับแม่ รีบโทรไปบอกเลย งั้นไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”“จะไปไหนล่ะไม่อยู่ทานข้าวเย็นกับแม่
คุณหญิงชญาดาแอบฉุกคิดในสิ่งที่คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูด ‘เธอเองก็แอบกลัว...ว่าตาฟินจะโกรธจนไม่ยอมมาหาเธอมาเจอเธออีกแล้วไม่ยอมกลับบ้าน...แล้ว...ถ้าตาฟินหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปกับแม่ดอกแก้วตามที่น้องสาวของเธอพูดล่ะ...เฮ้อ แต่เธอก็ทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆแล้วเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้วเหมือนกัน แต่...ไม่...เธอไม่ยอมรับเธอยอมรับไม่ได้...เฮ้อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกสับสนก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเขาปอดลึกๆเรียกความมั่นใจให้กับตัวเองแล้วเอ่ยพูดขึ้น“ไม่! ยังไงพี่ก็รับไม่ได้ เธอไม่ต้องมาพยายามพูดเกลี้ยกล่อมพี่อีก พี่จะหาทางขัดขวางตาฟินกับนังดอกแก้วให้ได้”“แม่คิดจะทำอะไรครับ” ฟินที่ยืนแอบฟังอยู่นานเขาเดินเข้ามาในห้องรับแขกพลางเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกโกรธเกรี้ยวที่ได้ยินแม่ของเขาพูดจาแบบนั้นพลางกำหมัดไว้แน่น ‘เขากะว่าจะมาคุยด้วยดีๆแต่เขาต้องมาได้ยินแม่ของเขาพูดอะไรแบบนี้ หึ’ ฟินคิดในใจส่วนคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาก็ลุกขึ้นยืนจากโซฟาด้วยความรู้สึกตกใจที่เห็นฟินมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้ ทั้งสองคนคิดว่าฟินคงจะได้ยินสิ่งที่พวกเธอทั้งสองคนพูดคุยกัน“ฟิน....” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกตกใจแต่เธอ
“อืม ผมเข้าใจแล้ว แต่ต่อไปนี้ถ้ามีอะไรแก้วต้องบอกผมก่อนนะ อย่าคิดเองคนเดียวหรือแก้ปัญหาเองคนเดียว แก้วมีผมนะ มีอะไรเราจะช่วยกันแก้ปัญหา...อย่าทิ้งกันไปอีก”“อือค่ะ...แต่ว่า...มันก็ขึ้นอยู่กับแม่ของคุณด้วยถ้าแม่ของคุณไม่ยอมให้ฉันอยู่กับคุณ.....”“ไม่ แก้ว อย่าคิดมากแบบนั้น เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมจะกลับไปที่บ้านไปคุยกับแม่ของผม”“แล้วแม่ของคุณจะยอมใช่ไหมคะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกไปด้วยความรู้สึกกังวล ‘สำหรับเธอคุณหญิงชลิตาน้าของฟินไม่เท่าไร คุณหญิงชลิตาดูใจดีดูไม่ได้มีท่าทีที่จะไม่ชอบหรือว่ารังเกียจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่...คุณหญิงชญาดาแม่ของฟินนี่สิ...เฮ้อ....’ ดอกแก้วคิดในใจ“ยังไงก็ต้องยอม เชื่อผม” ฟินเอ่ยพูดกับดอกแก้วที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ‘จริงๆเขาก็ไม่แน่ใจหรอกว่าแม่ของเขาจะยอมไหม....แต่ถึงไม่ยอมเขาก็ไม่สน’ ฟินคิดในใจ“เรามาคุยเรื่องของเรากันดีกว่า ผมอยากให้แก้วกลับมาเรียกผมว่าฟินแล้วก็แทนตัวเองว่าแก้วเหมือนที่เคยเรียก เรียกผมว่าคุณมันดูห่างเหินยังไงก็ไม่รู้ ได้ไหม”“ก็..ค่ะ ฟิน”“อืม” ฟินก้มลงไปจูบหน้าผากของดอกแก้ว“แล้วแก้วอยากได้ลูกสาวหรือว่าลูกชายเหรอ”“ลูก







