LOGIN
บทที่ 1
ณ ห้องรับรองแขกของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งที่จังหวัดปทุมธานี
“แม่ดอกแก้ว ฉันต้องการให้เธอเลิกกับลูกชายของฉัน แลกกับการรักษาแม่ของเธออย่างเต็มที่เพื่อต่อชีวิตแม่ของเธอออกไปโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว” เสียงหนักแน่นของคุณหญิงชญาดา พงษ์วานิช วัยสี่สิบเก้าปีเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่มีชื่อว่า ปริ้นซ์ เมดิคอล ฮอสพิทอล (Prince Medical Hospital) ในจังหวัดปทุมธานี คุณหญิงชญาดากำลังนั่งสนทนาพูดคุยอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งที่มีชื่อว่า ดอกแก้ว จำปาทอง หรือ แก้ว เธอคือหญิงสาววัยยี่สิบสามปี โดยมีคุณหญิงชลิตา อัครโสพล วัยสี่สิบหกปีผู้เป็นน้องสาวแท้ๆของคุณหญิงชญาดานั่งอยู่ข้างๆกัน ทั้งสามคนกำลังพูดคุยกันอยู่ที่ห้องรับรองแขกของโรงพยาบาล
“คะ?” ดอกแก้วตอบรับด้วยความรู้สึกมึนงง
ย้อนกลับไป15 นาทีก่อนหน้านี้
ดอกแก้วเดินทางมาดูแม่ของเธอที่โรงพยาบาลแห่งนี้ด้วยความรู้สึกทุกข์ใจและเศร้าใจมาก แม่ของเธอล้มป่วยด้วยโรคเนื้องอกในสมองและป่วยด้วยโรคนี้มาเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว แม่ของเธอต้องเข้าออกโรงพยาบาลมาตลอดจนมาช่วงหลัง แม่ของเธอไม่สามารถไปทำงานได้จนสุดท้ายต้องลาออกจากงานแม่บ้านของบริษัทมาทำขนมไทยขายโดยมีเธอเป็นผู้ช่วย ครั้งนี้แม่ของเธอป่วยหนักอาการปวดหัวกำเริบขึ้นมาอย่างรุนแรงในขณะที่เธออยู่ที่มหาวิทยาลัย โชคดีที่ป้าน้อยซึ่งเป็นเพื่อนบ้านติดกันช่วยเรียกรถพยาบาลให้พาแม่ของเธอไปส่งโรงพยาบาลตามคำบอกของแม่เธอตอนที่แม่ของเธอยังพอที่จะสื่อสารได้และเธอก็ได้รับโทรศัพท์จากป้าน้อยที่โทรมาบอกเธอ แม่ของเธอมีสิทธิ์การรักษาประกันสังคมอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้เพราะถึงแม้ว่าแม่ของเธอจะลาออกจากงานแต่แม่ของเธอก็ยังส่งเงินเข้าประกันสังคมต่อเพื่อรักษาสิทธิ์ในการรักษาพยาบาลและเพราะแม่กลัวว่าเธอจะลำบาก ระหว่างที่ดอกแก้วกำลังยืนอยู่ที่หน้าห้องไอซียูแล้วกำลังมองดูแม่ของเธอที่มีสายระโยงระยางเต็มตัวไปหมดและยังไม่ฟื้น หมอก็เดินออกมาบอกเธอว่าแม่ของเธอจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งเดือน มันทำให้ดอกแก้วรู้สึกช็อกตกใจและก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เธอไม่สามารถทำใจได้เพราะมันเร็วเกินไปสำหรับเธอ ดอกแก้วถามถึงแนวทางการรักษากับหมอ หมอบอกว่าแม่ของเธออาการหนักมากแล้วแต่ถ้าอยากจะต่อชีวิตให้แม่ของเธอจะต้องใช้ยาที่อยู่นอกบัญชีการรักษาซึ่งสิทธิ์ประกันสังคมที่แม่ของเธอมีอยู่นั้นมันไม่ครอบคลุม ฉะนั้นเธอจะต้องจ่ายเงินค่ารักษาในส่วนนี้เองไม่งั้นแม่ของเธอจะอยู่ได้ไม่เกินหนึ่งเดือน เธออยากให้แม่ของเธออยู่กับเธอนานกว่านี้มันเร็วเกินไปสำหรับเธอเธออยากให้แม่ของเธออยู่ดูเธอเรียนจบรับปริญญาตอนนี้เธออยู่ปีสี่แล้วเหลืออีกแค่สองเดือนเท่านั้นเธอก็จะเรียนจบอยากเป็นทางการแล้ว ดอกแก้วได้ฟังที่หมอพูดแล้วเธอก็รู้สึกเสียใจเพราะเธอคงไม่มีเงินที่จะจ่ายค่ายาค่ารักษาตามที่หมอบอก หมอบอกให้เธอเก็บไปคิด ก่อนที่หมอจะเดินออกไป ส่วนดอกแก้วเธอก็ยืนร้องไห้แล้วมองไปที่แม่ของเธอที่นอนอยู่ในห้องไอซียูผ่านกระจกกั้นห้อง ดอกแก้วยืนมองแม่อยู่ตรงนั้นสักพัก...จนกระทั่งมีสาวใหญ่วัยกลางคนสองคนที่ดูเป็นผู้ลากมากดีดูสวยสมวัยเดินเข้ามาหาเธอ ทั้งสองคนเดินเข้ามาพูดคุยกับเธอโดยที่คุณหญิงชญาดาแนะนำตัวกับเธอแล้วบอกว่าเป็นเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้และที่สำคัญคุณหญิงชญาดาบอกกับเธออีกว่า เป็นแม่ของ ฟิน รชตะ แฟนหนุ่มรุ่นน้องของเธอ มันทำให้เธอรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อยเพราะเธอไม่เคยเจอครอบครัวของแฟนหนุ่มมาก่อนมีแต่แฟนหนุ่มที่บอกกับเธอว่าอยากจะพาเธอไปเจอครอบครัวของเขาและเธอก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้มาเจอกับครอบครัวของแฟนหนุ่มที่นี่ในเวลาแบบนี้ ส่วนคุณหญิงชลิตาก็เช่นกันเธอแนะนำตัวแล้วบอกว่าเป็นน้องสาวของคุณหญิงชญาดาและเป็นน้าของฟิน แฟนหนุ่มรุ่นน้องของเธอก่อนที่ทั้งคู่จะเชิญเธอมาพูดคุยกันที่ห้องรับรองแขกของโรงพยาบาล
กลับมาที่ปัจจุบัน
ภายในห้องรับรองแขกของโรงพยาบาล ที่มีคุณหญิงชญาดา คุณหญิงหญิงชลิตานั่งอยู่ข้างๆกัน โดยมีดอกแก้วนั่งอยู่ตรงกันข้ามกับทั้งคู่
“คะ? เธอตอบว่าคะ ฉันว่าเธอได้ยินสิ่งที่ฉันพูดชัดนะ ฉันบอกเธอแล้วว่าฉันเป็นแม่ของตาฟิน แล้วฉันรู้ว่าเธอกำลังคบหากับลูกชายของฉันอยู่ ฉันพูดชัดๆตรงๆให้เธอฟังอีกครั้งก็ได้ ฉันต้องการให้เธอเลิกกับลูกชายของฉัน แลกกับการรักษาแม่ของเธออย่างเต็มที่เพื่อต่อชีวิตแม่ของเธอออกไปโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการออกไปอีกครั้ง
“ทำไม......?” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกมาด้วยความรู้สึกมึนงงพลางน้ำตาเอ่อคลอ ‘ไหนฟินบอกว่าแม่ของเขาใจดีแล้วยังบอกกับเธออีกว่าจะพาเธอไปพบแม่ของเขาเร็วๆนี้ แล้วทำไม……’ ดอกแก้วคิดในใจ
“ทำไม? เธอคงจะสงสัยสินะ ว่าทำไมฉันถึงขอให้เธอเลิกกับลูกชายของฉัน ฉันขอพูดกับเธอตรงๆเลยนะ เพราะฉันไม่ชอบเธอ ฉันไม่ต้องการให้ลูกชายของฉันคบกับผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเลยอย่างเธอ ฉันสืบประวัติของเธอมาหมดแล้ว เธอไม่เหมาะสมไม่คู่ควรกับลูกชายของฉัน ตาฟินควรได้เจอกับผู้หญิงที่ดีกว่านี้ ผู้หญิงที่เหมาะสมทัดเทียมกัน” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพลางมองไปที่ดอกแก้วอย่างสำรวจ ‘ลูกชายของเธอเคยมาบอกกับเธอว่ามีผู้หญิงที่รักและกำลังคบหาเป็นแฟนกันแล้วอยากจะพามาพบ ตอนแรกเธอก็คิดว่าจะเป็นลูกสาวของผู้ลากมากดีที่ไหนที่ตาฟินไปตกหลุมรัก แต่ที่ไหนได้เธอให้คนไปตามสืบทุกอย่างจนรู้ว่า ตาฟินดันไปตกหลุมรักผู้หญิงบ้านๆจนๆที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าไม่มีอะไรเลยอย่างผู้หญิงคนนี้ที่เป็นแค่ลูกสาวของแม่บ้านและแม่ค้าขายขนมธรรมดาๆ ไม่มีอะไรทัดเทียมเหมาะสมกับลูกชายของเธอเลยสักนิด แล้วอีกอย่างแม่ดอกแก้วคนนี้ก็อายุมากกว่าลูกชายของเธอสองปีแล้วก็เคยเป็นพี่รหัสของลูกชายเธอด้วย สำหรับเธอผู้หญิงจนๆพวกนี้มันคงจะหวังรวยทางลัดคงจะมาเกาะมาหลอกลูกชายของเธอเพื่อยกระดับตัวเอง ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงไม่รู้จักเจียมตัว หึ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจ
“คุณพี่” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดขึ้นเพื่อปรามพี่สาวของตัวเอง เธอไม่ค่อยเห็นด้วยกับพี่สาวของเธอสักเท่าไรที่ทำแบบนี้แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้
“ทำไมล่ะตา พี่พูดความจริง แล้วก็พูดกันตรงๆนี่แหละ ฉันไม่ชอบเธอแม่ดอกแก้ว ผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่มีชาติตระกูล ไม่มีอะไรเหมาะสมกับลูกชายฉัน ฉันไม่ต้องการให้เธอคบหากับลูกชายของฉัน เธออายุมากกว่าลูกชายของฉันถึงจะมากกว่ากันไม่กี่ปีแต่ลูกชายของฉันก็ยังเด็กอายุก็แค่ยี่สิบเอ็ดคงจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมผู้หญิงอย่างเธอ ฉันไม่ต้องการให้เธอเข้ามาหลอกล่อลูกชายของฉัน”
“หนูไม่เคยหลอกอะไรฟินเลยนะคะ ไม่เคยคิดจะทำแบบนั้นด้วย หนู...หนูรักฟินจริงๆแล้ว...แล้วฟินเองเขาก็รักหนู......” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกไปทั้งน้ำตา แล้วก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรต่อเธอก็ถูกคุณหญิงชญาดาพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นมาซะก่อน
“รักเหรอ เพ้อเจ้อ! ฉันไม่เชื่อหรอก! ผู้หญิงจนๆอย่างเธอมันไม่คู่ควรกับลูกชายของฉัน เธอคงหวังจะรวยทางลัดซะมากกว่า ออกไปจากชีวิตลูกชายของฉันไม่ต้องมาอ้างเรื่องความรักบ้าๆบอๆแบบเด็กๆของพวกเธอ อย่าทำให้ฉันต้องหมดความอดทน!” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด
“แต่หนู.....” ดอกแก้วเอ่ยพูดขึ้นทั้งน้ำตา
“เงียบ! แล้วฟังฉัน! ฉันไม่อยากเสียเวลาคุยกับคนอย่างเธอไปมากกว่านี้แล้ว เอาเป็นว่า ฉันต้องการให้เธอออกไปจากชีวิตลูกชายของฉันแลกกับการรักษาแม่ของเธอ ออกไปจากชีวิตตาฟิน เลิกกับตาฟิน ไปบอกเลิกลูกชายของฉันซะ! ตัดขาดจากลูกชายของฉัน ออกไปจากชีวิตตาฟินให้เร็วที่สุด พรุ่งนี้เลย ไปบอกเลิกลูกชายฉันพรุ่งนี้เลย จริงๆเท่าที่ฉันรู้พรุ่งนี้ก็เป็นวันสอบวันสุดท้ายแล้ว เธอเองก็อยู่ปีสี่แล้วก็คงจะเรียนจบ แล้วก็คงไม่ต้องเจอกับลูกชายของฉันอีก”
“แล้วถ้าคุณ...คุณป้า รู้แบบนั้น รู้ว่ายังไงหนูก็จะเรียนจบแล้วยังไงก็คงไม่ต้องเจอกับฟินแล้ว แล้วคุณป้าจะให้หนูไปบอกเลิกฟินทำไม ให้หนูหายไปเลยไม่ดีกว่าเหรอคะ” ‘เธอไม่กล้าไปบอกเลิกเขาหรอก ความสัมพันธ์ของเรากำลังดีๆ อยู่ๆจะให้เธอไปบอกเลิกเขา เธอจะทำได้ยังไง เธอทำไม่ได้หรอก’ ดอกแก้วคิดในใจ
“ไม่ได้! ถ้าเธอหายไปเฉยๆยังไงตาฟินก็ต้องตามหาเธอ ฉันรู้ว่าตาฟินรักเธอมากแล้วฉันก็รู้ว่าตาฟินรู้ว่าบ้านของเธออยู่ที่ไหนเพราะเขาเคยเล่าให้ฉันฟังว่าเขาเคยไปส่งเธอที่บ้านแล้วอยากจะพาเธอมาหาฉัน ฉันต้องการให้เธอไปบอกเลิกกับลูกชายของฉันให้เด็ดขาด ไม่ให้เหลือเยื้อใยต่อกันอีกลูกชายของฉันจะได้ไม่ต้องตามหาหรือติดตามเธออีก แล้วถ้าเธอไม่ทำตาม ฉันจำเป็นจะต้องจัดการขั้นเด็ดขาด”
“จัด...จัดการขั้นเด็ดขาด คุณ...คุณป้าจะทำอะไรคะ”
“แล้วเธอคิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ แม่ของเธออยู่ในกำมือของฉัน” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางยกยิ้มมุมปาก
“คุณพี่....เราต้องมีจรรยาบรรณนะคะเราทำธุรกิจโรงพยาบาล เราไม่ควรเอาชีวิตคนมาต่อรองแบบนี้นะคะ” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดด้วยความรู้สึกตกใจที่พี่สาวของตัวเองไปขู่หญิงสาวรุ่นลูกแบบนั้น
“เงียบ!ยัยตา”
“ใช่ค่ะ คุณป้าต้องมีจรรยาบรรณสิคะ แม่ของหนูมีสิทธิ์รักษาที่นี่นะคะ คุณป้าจะไม่รักษาแม่ของหนูเหรอ”
“หึ ฉันมีจรรยาบรรณเสมอแหละแม่ดอกแก้ว แต่ฉันก็ทราบอาการแม่ของเธอจากหมอแล้ว ว่ามันหนักหนาสาหัสขนาดไหน แม่ของเธอจะอยู่ได้อีกไม่เกินหนึ่งเดือนหากไม่ได้ยานอกบัญชีที่อยู่นอกเหนือจากสิทธิ์ในการรักษาซึ่งเธอจะต้องจ่ายเงินเอง เธอมีปัญญาไหมล่ะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“คุณป้า....” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางมองหน้าคุณหญิงชญาดาด้วยความรู้สึกเจ็บใจ
“หึ ไม่มีสินะ ฉะนั้นทางที่ดีเธอควรทำตามที่ฉันบอก ไปบอกเลิกลูกชายของฉันซะ ฉันต้องการให้เธอเลิกกับลูกชายของฉัน แลกกับการรักษาแม่ของเธออย่างเต็มที่เพื่อต่อชีวิตแม่ของเธอโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสักบาท นี่พูดกันดีๆนะแม่ดอกแก้ว ถ้าเธอรับปากฉัน ฉันสัญญาว่าแม่ของเธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกอย่างน้อยก็ห้าปีถ้าได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ แล้วฉันจะให้หมอรักษาแม่ของเธออย่างเต็มที่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ นี่! มันเลือกไม่ยากหรอกนะระหว่างชีวิตแม่ของตัวเองกับผู้ชาย หรือเธอจะเห็นผู้ชายดีกว่าแม่ของตัวเอง” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด
ดอกแก้วมองหน้าคุณหญิงชญาดาด้วยน้ำตานองหน้า ‘ยังไงเธอก็ต้องเลือกแม่ของเธออยู่แล้ว....เธอคงไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆใช่ไหม....ไม่สิ เธอไม่ควรจะคิดลังเลอะไรทั้งนั้นยังไงเธอก็ต้องเลือกแม่ของเธอ ถ้าเธอจะได้อยู่กับแม่ของเธอได้ดูแลแม่ของเธอได้ต่อชีวิตแม่ของเธอให้เธอได้อยู่กับแม่ต่อไปไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรมันก็คุ้ม’ ดอกแก้วคิดในใจพลางปาดเช็ดน้ำตาก่อนที่เธอจะเอ่ยพูดออกไป
“ค่ะ ตก...ตกลง หนูจะทำตามที่คุณป้าต้องการ”
“ดีมากจ๊ะดอกแก้ว พรุ่งนี้เธอไปเลิกกับลูกชายของฉันได้เลยแล้วก็ตัดการติดต่อกับลูกชายของฉันนับตั้งแต่วินาทีนี้เลยยังไงพรุ่งนี้พวกเธอก็สอบเป็นวันสุดท้ายแล้ว ทำทันที แล้วฉันสัญญาว่าฉันจะให้หมอดูแลแม่ของเธออย่างดี อ้อ...แล้วเธออย่าคิดเอาเรื่องที่ฉันคุยกับเธอวันนี้ไปบอกตาฟินเด็ดขาดไม่งั้นฉันก็จะจัดการกับเธอและโดยเฉพาะแม่ของเธอตามที่ฉันเห็นสมควร เข้าใจไหมจ๊ะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดขู่ดอกแก้วพลางยกยิ้มมุมปาก
“ค่ะ หนูจะทำตามนั้น งั้นขอตัวไปดูแม่ก่อนนะคะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดทั้งน้ำตา
“จ๊ะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ
ดอกแก้วยกมือไหว้คุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาทั้งน้ำตาก่อนที่เธอจะเดินออกมาจากห้องรับรองแขกของโรงพยาบาล
“ไม่ ไม่ครับแม่ ไม่จริง แก้วไม่ใช่คนแบบนั้น ผมจะไปคุยกับแก้วให้รู้เรื่อง ผมจะไปหาเขา” ฟินเอ่ยพูดพลางลุกขึ้นยืนจากเตียงแล้วกำลังจะเดินไปที่ประตู แต่เขาเดินซวนเซไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลงไปที่พื้นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกาย“ตาฟิน! ตาฟินลูก!” คุณหญิงชญาดาอุทานออกมาด้วยความรู้สึกตกใจเมื่อเห็นลูกชายล้มลงจึงรีบเข้าไปประคอง“ฟิน ไปไม่ไหวหรอกลูก ลูกเมาขนาดนี้จะไปได้ยังไง แม่ไม่ให้ไป อะไรจะขนาดนี้นะตาฟิน” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดเชิงตำหนิลูกชาย“ไม่ครับแม่ ผมจะไปหาแก้ว แก้ว! แก้ว! อยู่ไหน แก้วอยู่ไหน! แก้ว....” ฟินเอ่ยพูดตัดพ้อออกมาก่อนที่เขาจะค่อยๆหลับใหลแล้วสลบไป“ฟิน ฟิน! หลับไปแล้ว ฟ้า ฝน สุก มาช่วยฉันพาตาฟินไปนอนหน่อยเร็ว!!” คุณหญิงชญาดาเอ่ยตะโกนเรียกคนงานในบ้าน ทั้งป้าสุกแม่บ้านใหญ่และสาวใช้อีกสองคน ทั้งหมดรีบวิ่งขึ้นมาข้างบนรวมถึงคุณหญิงชลิตาด้วย ทุกคนช่วยกันพยุงพาฟินไปนอนที่เตียง แล้วป้าสุกก็จัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ฟินก่อนที่จะปล่อยให้ฟินได้พักผ่อนแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่ห้องพักของตัวเองคุณหญิงชญาดากลับมาที่ห้องพักของเธอแล้วเดินมานั่งที่เตียงนอนพลางครุ่นคิดอย่า
“นี่ยัยตา เสียใจเดี๋ยวตาฟินก็หาย ไม่กี่วันหรอก” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด ถึงแม้ลึกๆเธอจะแอบรู้สึกตกใจอยู่เหมือนกันที่ลูกชายของเธอดื่มเหล้ามาแบบนั้น ‘นี่ตาฟินเสียใจเรื่องแม่นั่นขนาดนี้เลยเหรอ แต่...ก็คงจะเสียใจไม่กี่วันหรอกมั้ง’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกมั่นใจ“แต่คุณพี่...”“พอยัยตา เดี๋ยวพี่จะโทรไปถามแม่นั่นเพื่อความชัวร์เอง” คุณหญิงชญาดาเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าส่วนตัวซึ่งวางอยู่บนโต๊ะในห้องรับแขกเพื่อโทรศัพท์ไปหาดอกแก้ว ‘เธอสืบประวัติของแม่ดอกแก้วนั่นมาหมดแล้วทำไมแค่เบอร์โทรศัพท์ของแม่นั่นเธอจะไม่รู้’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจพลางกดโทรศัพท์โทรออกไปหาดอกแก้วในขณะที่คุณหญิงชลิตาก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับพี่สาวของตัวเองและรู้สึกเห็นใจหลานชายของตัวเองที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ก่อนที่คุณหญิงชลิตาจะเดินกลับไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารด้านดอกแก้วที่กลับมาจากโรงพยาบาลหลังจากที่ไปเยี่ยมแม่จนตอนนี้เธอกลับมาถึงที่บ้าน ตอนนี้เธอกำลังจะเตรียมตัวเพื่อไปอาบน้ำชำระร่างกายแต่จู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น“เบอร์ใคร” ดอกแก้วเอ่ยพูดก่อนที่เธอจะกดรับโทรศัพท์“ฮัลโหล” ดอกแก้วกรอกเสียงพูดลงไป“บอ
ดอกแก้วเดินเข้ามาในโรงพยาบาลแล้วได้เจอและพูดคุยกับหมอถึงอาการแม่ของเธอ หมอบอกว่าแม่ของเธอมีอาการตอบสนองต่อการรักษาเป็นอย่างดีแต่หมอยังไม่สามารถตอบได้ว่าแม่ของเธอจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไร แต่โดยรวมแล้วถือว่าอาการแม่ของเธอดีขึ้นจากเมื่อวาน ดอกแก้วได้ฟังหมอพูดแบบนั้นเธอก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย เมื่อดอกแก้วพูดคุยกับหมอเสร็จเธอก็กล่าวขอบคุณหมอแล้วเดินมายืนมองแม่ของเธอที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูอยู่ที่หน้ากระจกเช่นเดิม ดอกแก้วยังไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมแม่ของเธอใกล้ๆได้เพราะแม่ของเธอยังคงต้องอยู่ในห้องไอซียูที่เป็นห้องปลอดเชื้อ“แม่ เมื่อไรแม่จะฟื้นขึ้นมาคุยกับแก้ว แก้วรอแม่อยู่นะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดตัดพ้อพลางน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมา‘แก้วเลิกกับฟินแล้วนะ แม่คงไม่มีโอกาสได้เจอเขาแล้ว แก้วเหนื่อยจังเลยแม่ แก้วอยากให้แม่ตื่นขึ้นมาปลอบใจแก้ว แม่รีบตื่นขึ้นมานะ แก้วจะทำทุกอย่างเพื่อให้แม่อยู่กับแก้ว อยู่กับแก้วให้นานที่สุด’ ดอกแก้วคิดในใจทั้งน้ำตา‘ส่วนเรื่องของเธอกับฟินยังไงมันก็จบลงแล้ว แล้วตอนนี้ก็ปิดเทอมแล้วด้วย เธอเองก็เรียนจบแล้วถึงจะยังไม่เป็นทางการ ที่เหลือก็รอผลสอบซึ่งเธอมั่นใจว่ายังไงเธอก็สอบผ่
“ปล่อย! ปล่อยฉัน! ฟิน คนที่ฉันคบอยู่มาแล้ว คุณอยากรู้เหตุผลไม่ใช่เหรอ นี่ไงเหตุผลที่ฉันต้องเลิกกับคุณ นอกจากที่ฉันจะไม่ได้รักคุณแล้ว ฉันก็มีคนที่ฉันคบอยู่แล้วด้วย คนที่ดีกว่าคุณ ปล่อย!” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางพยายามผลักฟินออก ในขณะที่ต้นเขาก็เดินเข้ามาแล้วช่วยดึงดอกแก้วออกมาจากฟินจนสามารถดึงดอกแก้วออกมาได้ ตอนนี้ต้นกับดอกแก้วยืนอยู่ข้างๆกัน ในขณะที่ฟินเขามองหน้าดอกแก้วกับต้นสลับกันพลางลุกขึ้นยืนจากพื้น“เหอะ ที่แท้ก็มึงนี่เอง” ฟินเอ่ยพูดออกมาทั้งน้ำตาพลางชี้หน้าต้นด้วยความรู้สึกไม่พอใจ ‘เขาเคยเห็นหน้ามันอยู่สองสามครั้งที่คณะมันเป็นรุ่นพี่ปีสามแล้วเขาก็พอจะรู้ว่ามันรู้จักกับแก้ว นี่...สองคนนี้...’ ฟินคิดในใจ“แก้ว แก้วคบกับมันจริงๆเหรอ ห๊ะ!”“ใช่!” ดอกแก้วเอ่ยตอบ“คบตั้งแต่เมื่อไร! ห๊ะ!” ฟินเอ่ยถามกลับไปด้วยความรู้สึกเดือดจัด ‘อย่างที่บอกเขาเคยเห็นหน้ามัน เขาพอจะจำมันได้มันชื่อต้นเป็นรุ่นพี่อยู่ปีสามเขาเคยเดินสวนกับมันสองสามครั้งแล้วก็รู้ว่ามันรู้จักกับแก้วเพราะเคยเห็นว่ามันกับแก้วทักทายกันไม่คิดเลยว่ามันกับแก้วจะแอบคบกันแบบนี้’ ฟินคิดในใจ“ฉัน..ฉัน ฉัน...” ดอกแก้วพูดไม่ออกเธอไม่รู้ว่าจะตอบ
วันต่อมา ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดปทุมธานี16:20 นาทีด้านหลังตึกบริเวณลานจอดรถของมหาวิทยาลัยเวลานี้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน ทุกคนต่างทยอยเดินทางกลับบ้านกันหมดหลังจากที่วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายก่อนที่จะปิดเทอม ฟินมายืนรอดอกแก้วตามที่ได้นัดหมายกันไว้อยู่ที่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ด้านหลังตึกบริเวณลานจอดรถได้สักครู่ก่อนที่เขาจะเห็นดอกแก้วเดินมา ฟินโบกมือให้ดอกแก้วด้วยรอยยิ้มก่อนที่ดอกแก้วจะเดินเข้ามาหาเขา“แก้ว เป็นไงบ้าง วันนี้ผมไม่ได้เจอแก้วไม่ได้ทานข้าวกับแก้วเลย ข้อสอบยากไหม คงเหนื่อยแย่ใช่ไหม ดูทำหน้าเข้าสิ” ฟินเอ่ยพูดทักทายพลางถามสารทุกข์สุกดิบทั่วไปแล้วจับมือของดอกแก้วไว้ด้วยรอยยิ้ม ‘สงสัยแก้วคงจะเหนื่อยมากดูจากสีหน้าท่าทางของแก้วแล้วดูเหนื่อยๆเพลียๆคงอ่านหนังสือสอบหนักแล้วข้อสอบก็คงจะยากมากแน่ๆ’ ฟินคิดในใจ“เดี๋ยวช่วงปิดเทอม ผมจะพาแก้วไปเที่ยวพักผ่อนนะเพราะแก้วเรียนจบแล้ว แก้วก็คงต้องเริ่มหางานทำ ผมว่าเก่งๆอย่างแก้วคงหางานได้ไม่ยากหรือแก้วจะไปทำงานที่บริษัทของครอบครัวผมไหม ถ้าอยากไปทำงานบริษัทของครอบครัวผมเดี๋ยวผมจัดการให้ งั้นเอางี้ ก่อนที่แก้วจะเริ่มทำงานเราไปเที่ยวพักผ่อนกันก่อ
“ก็นี่แหละแตงกวา ฉันอยากให้แกกับต้นช่วย โดยเฉพาะต้น คือ..พรุ่งนี้ฉันตัดสินใจจะไปบอกเลิกฟินทำตามข้อเสนอของแม่เขา แต่...ฉันกลัวว่าถ้าจู่ๆฉันไปบอกเลิกฟิน ฟินเขาจะไม่ยอมเพราะฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะให้เหตุผลในการบอกเลิกกับฟินว่าอะไร ฉันกลัวว่าเขาจะไม่ยอมเลิก ฉันเลยคิดว่าจะให้ต้นแกล้งมาเป็นแฟนฉันแล้วบอกเลิกเขา ถ้าฟินเห็นว่าฉันมีคนอื่นเขาคงจะยอมเลิกกับฉันไปเอง” ดอกแก้วเอ่ยพูด“เฮ้ย! แก้ว แกจะเอาอย่างนี้จริงๆเหรอ คือฉันไม่ได้หวงแฟนฉันหรอกนะ แต่แกแน่ใจแล้วเหรอแก้ว มันไม่มีทางอื่นแล้วเหรอ” แตงกวาเอ่ยพูดด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสาว“ฉัน...ฉันแน่ใจ ฉันคิดมาดีแล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดด้วยความมั่นใจ“เฮ้อ...เออ งั้น...แกลองคุยกับต้นเองนะ เฮ้อ...” แตงกวาเอ่ยพูด ‘เธอไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการของเพื่อนสาวสักเท่าไรเพราะเธอคิดว่าความสัมพันธ์ของแก้วกับฟินกำลังไปได้ดี มันไม่ควรจะต้องมาจบลงแบบนี้เลย เฮ้อ...แต่เธอก็ต้องเคารพการตัดสินใจของแก้วเพราะมันก็คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วมั้ง แต่ก็คงต้องถามต้นแฟนหนุ่มของเธอที่พัฒนาจากรุ่นน้องมาเป็นแฟนด้วย’ แตงกวาคิดในใจ“อะต้น แก้วมันมีเรื่องให้ช่วย ลองคุยดู” แตงกวาเอ่ยพูดพลางยื่นโทร







