LOGINฉันแยกกับป่านที่หน้าตึกคณะเพราะป่านจะเดินไปขึ้นรถกะป้อที่หลังมหาวิทยาลัย ส่วนฉันจะไปด้านหน้าเพื่อขึ้นรถโดยสารประจำทางคันใหญ่ ในขณะที่เดินเลียบบึงซึ่งเป็นจุดใจกลางของสถานที่นี้ จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาดักหน้า ฉันสะดุ้งโหยงทันทีตามสัญชาตญาณ ออกอาการร้อนตัวอยากวิ่งหนีเพราะเขาดันคือพี่วินซ์
“เดี๋ยวก่อน”
พี่วินซ์ไม่เพียงแต่เอ่ยเรียก เขาดึงรั้งแขนของฉันเอาไว้ให้กลับมายืนที่เดิม แบบนี้เท่ากับว่าจำฉันได้ใช่ไหม.. ไม่สิ! น่าจะมีแค่ฉันคนเดียวที่จำอะไรไม่ได้เลยมากกว่า
“เอ่อ พี่มีอะไรกับเราเหรอ” น้ำเสียงเอ่ยถามสั่นเครือ ฉันประหม่า ไม่กล้ามองหน้าเขาด้วย
“ใช่! พี่มีอะไรกับน้อง”
“ห๊ะ!”
ฉันอ้าปากหวอเบิกตาค้าง ทวนคำถามของตัวเองอีกหน ‘พี่มีอะไรกับเราเหรอ’ คำถามตรงตัว และเขาก็ตอบถูกแล้ว
อื้อ... ฉันถามผิดเอง
พี่วินซ์ยิ้ม ไม่ใช่แค่ริมฝีปาก ดวงตาของเขาก็ยิ้มเหมือนกับว่าขบขันท่าทางตลกๆ ของฉัน
“แล้วเมื่อเช้าทำไมออกมาก่อน ทำไมไม่รอ”
“ก็..”
“นี่.. ที่ตกลงกันเอาไว้”
ยังไม่ทันได้ฟังเหตุผลของฉัน พี่วินซ์ก็ยื่นเงินจำนวนหนึ่งมาให้
"เงินอะไรคะ เราตกลงอะไรกันเหรอ"
เมื่อมีคำถามฉันจึงต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขา พี่วินซ์หล่อจัง ดวงตาซุกซนบ่งบอกได้ดีเลยว่าเขาเป็นนักรักอย่างที่เคยได้ยินมาจริงๆ
"ก็เงินค่าทำงานไง ตอนอยู่ในรถเราบอกพี่ว่าสามพัน พี่ให้ทิปด้วย"
ค่าทำงานสามพัน ว๊อท!
ฉันรับเงินมานับดู แบงค์พันทั้งหมดห้าใบ ใจป๋าให้ทิปตั้งสองพันเชียวเหรอ แต่ตรงนี้ไม่ใช่ประเด็น ฉันยัดเงินคืนใส่มือเขา ก่อนจะยกมือคลึงขมับเรียกสติ ยังไงก็ต้องเคลียร์เพราะฟังดูทะแม่งๆ แล้ว
"เมื่อคืนเรายืนอยู่ตรงนั้น แล้วพี่.."
"พี่ก็เลือกน้องไง เลือกมาเรื่อยๆ เป็นกิโลเลยนะ ขนาดตรงที่น้องยืนมันมืดยังออร่าจับกว่าคนอื่น"
ใช่! ฉันจำได้แล้ว ตรงนั้นมีผู้หญิงแต่งตัวสวยๆ ยืนอยู่หลายคน ฉันเอียงคอครุ่นคิด ไม่ใช่ว่ารอรถเมล์กลับบ้านกันหรอกเหรอ
"รับงานอีกไหม" พี่วินซ์ถามขึ้นดึงความสนใจให้กลับมาอยู่ที่เขาอีกครั้ง
"อะไรนะคะ"
"คืนนี้พี่ซื้อน้องหมื่นหนึ่ง ดีลไหม"
"ซื้อ? เฮ้ย! พี่วินซ์ เราไม่ได้ขาย"
คุยมาตั้งนานก็เพิ่งฉลาดคิดได้ตอนนี้ ทุกอย่างที่เขาพูดบทสรุปออกมาว่าเมื่อคืนนี้พี่วินซ์รับฉันขึ้นรถไปด้วยเพราะคิดว่าเป็นสาวขายบริการ เธอเหล่านั้นใช่ แต่ฉันแค่คนเมาที่รอเรียกรถกลับบ้าน
พี่วินซ์ดูจะตกใจไม่น้อย ยิ่งเห็นว่าฉันหัวเสียยกมือขึ้นเสยผมครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยแล้ว จากยิ้มเขากลับเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงสงสัยและงุนงง
"พี่ฟังเรานะ.. "
เขาพยักหน้า
"ก่อนอื่นเราไม่รับเงินนั่นเพราะเราไม่ได้ทำงานอะไรอย่างที่พี่ว่า เราไปยืนตรงนั้นเพราะจะเรียกรถแท็กซี่กลับห้อง แต่รถพี่มาจอดแล้วเรียกเราขึ้นรถ เราเมามากหลังจากขึ้นรถก็จำอะไรไม่ได้เลยจนกระทั้งตื่นตอนเช้า ไม่ได้มีอาชีพแบบนั้น.. "
ฉันถอนหายใจ ปิดเปลือกตาลงพยายามข่มอารมณ์กรุ่นๆ และหน่วงหนึบในอก เรื่องนี้โทษเขาไม่ได้หรอก
"ผิดที่เราเอง เราเมาแล้วไปยืนตรงนั้นให้พี่เข้าใจผิด"
คิดว่าหมดธุระแล้วฉันจึงเดินผ่านตัวเขาไป แต่พี่วินซ์ยังไม่หมดธุระกับฉัน เขาเอ่ยประโยคเรียกรั้งขาของฉันให้หันกลับมอง
"แล้วที่เรา.. เมื่อคืน"
"ช่างมันเถอะ พี่วินซ์ก็วันไนต์บ่อยๆ อยู่แล้วนี่ มันก็เหมือนกันนั่นแหละ เราไปนะ"
เอ่ยร่ำลาก็รีบสาวเท้าเดินออกมาให้ห่างเขาโดยเร็ว น่าอับอายจนไม่อาจสู้หน้าเขาได้เลย หวังว่าเขาจะลืมและฉันก็จะของดแอลกอฮอล์ตัวพรากสติสัมปชัญญะยาวๆ
ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงฉันก็เดินทางมาถึงอะพาร์ตเม้นต์ เวรกรรมอีกหนที่เจอผู้ชายอีกคน แต่คนนี้น่าจะเรียกว่าคู่กรณีมากกว่า
บาสในชุดนักศึกษาสวมใส่หมวกแก็ปสีดำยืนอยู่หน้าอะพาร์ตเม้นต์ และตอนนี้เขาก็เห็นฉันแล้วถึงได้เดินตรงเข้ามาหาท่าทางเอาเรื่อง
"กีวี่! ทำไมเธอทำแบบนั้นวะ"
"ฉันต้องถามนายมากกว่าว่าทำไมถึงทำแบบนั้น นายคบกับฉัน แต่ไปเอากับผู้หญิงอีกคน คนที่สารเลวที่สุดคือนาย"
"แต่.."
ฉันยกมือปราม "หยุด! เราเลิกกันแล้ว และคลิปนั่นถือว่านายชดใช้ให้ฉันแล้วกัน"
"กีวี่" บาสจับมือฉัน สีหน้าและน้ำเสียงของเขาอ่อนลง "เราขอโทษ ให้โอกาสเรานะ สัญญาว่าจะไม่ทำอีก"
"เสียใจด้วย ฉันไม่มีโอกาสให้ใครทั้งนั้น" ฉันสะบัดมือออก เร่งรีบฝีเท้าเดินไปหาพี่รปภ. หาคนคุ้มครองเผื่อบาสคิดทำอะไรฉัน แต่ผิดคาดที่เขาทำเพียงยืนมองเฉยๆ
ชิ! คงไม่ได้คิดจริงใจกับฉันนั่นแหละ ฉันเกลียด.. เกลียดผู้ชายเจ้าชู้มักมากที่สุด
วันเสาร์ฉันเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่บ่อยที่ฉันจะกลับ แต่เพราะวันนี้พี่แอปเปิ้ลพี่สาวของฉันร้องว่าอยากทำเล็บเจล น้องสาวคนสวยที่เอาเวลาว่างยามไม่กลับบ้านในวันหยุดไปร่ำเรียนเลยต้องหอบอุปกรณ์กลับมาทำให้
บ้านของฉันเป็นร้านขายอุปกรณ์กีฬาอยู่ในตัวตลาด โดยมีแม่กับพี่แอปเปิ้ลช่วยกันบริหาร ลูกสาวคนเล็กอย่างฉันไม่ได้มีความคิดกลับมาอยู่ที่บ้านหรอกนะ เรียนจบตะลอนๆ ทำงานในกรุงเทพฯ ดีกว่า เบื่อเมื่อไหร่ค่อยกลับมา
"แกมันแจ๋ว ดีนะที่แม่ไม่เล่นทวิตเตอร์ ถึงไม่เห็นวีรกรรมลูกสาว" พี่แอปเปิ้ลกึ่งบ่นกึ่งชม
เราสองคนใช้พื้นที่โต๊ะม้าหินอ่อนที่ตั้งอยู่หน้าร้านเป็นจุดทำสวย ตรงนี้วิวดี มองรถราขับผ่านได้ชัดเจน
"ทีมันยังแจ๋วใส่วี่เลย หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง"
"แล้วเขามาขอโอกาสไหม"
"มาสิ แต่จะให้ทำไมให้โง่ แฟนที่ดีคือแฟนใหม่ คบมันเดี๋ยวก็วนลูปเดิม"
"แกคงได้เชื้อแม่มาเต็มๆ"
พี่แอปเปิ้ลหัวเราะ แต่ฉันกลับหน้าบูดและไม่คิดค้าน พ่อของฉันหรือสามีของแม่เป็นผู้ชายเจ้าชู้คนหนึ่งที่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ไม่คิดเปลี่ยนแปลงนิสัย นอกใจและนอกกาย แม่จับได้อยู่แค่สามครั้ง ครั้งที่สามแม่เลือกหย่า ยอมให้ครอบครัวแตกสลายดีกว่าทนทุกข์ทรมานกับผู้ชายไม่รู้จักพอ ในตอนนั้นฉันอายุแปดขวบ แม้จะเด็กมากๆ แต่ก็เป็นเด็กที่เข้าใจและฝังใจเกลียดผู้ชายแบบพ่อที่สุด เรื่องที่บาสทำฉันถึงให้อภัยเขาไม่ได้
"ตรงนี้เอาไข่ดาว.. ไข่ดาวเหมือนนมแกน่ะ"
ฉันชะงัก มองค้อนพี่แอปเปิ้ล แต่ก็ยังไม่วายบูลลี่นมน้องอีกหน
"อุ๊ย! หรือเป็นลูกส้มแมนดารินแล้ว"
"ส้มโอไหมล่ะ.."
"ถึงจะส้มโอแต่ไม่มีใครมารู้มาเห็น น่าเสียดายของ คิกคิก"
ดูพี่สาวของฉันสิ มีที่ไหนพูดจากระเซ้าเหย้าแหย่ให้น้องหาคนมาดูนม พลันใบหน้าหล่อเหลาของพี่วินซ์ก็ลอยเข้ามา ตามมาด้วยภาพจำในห้วงคล้ายความฝันว่าเขาฟัดน้องนมของฉันอย่างเมาส์มัน
กรี๊ด! จู่ๆ ก็ดันรู้สึกเสียววาบไปทั้งตัว
ฉันมายืนเคาะประตูอยู่หน้าห้องของพี่วินซ์ เฝ้ารออย่างใจจดจ่อและตื่นเต้น ในหัวจินตนาการไปต่างๆ นาๆ ถึงคำว่าป่วยและเจ็บที่พี่เก้าพูด ห้านาทีประตูจึงแง้มอ้าออกพร้อมกับเจ้าของห้องที่โผล่หน้าออกมาพี่วินซ์ตกใจอย่างเห็นได้ชัดที่พบเจอว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้ แต่คงไม่เท่าฉันที่ตกใจกับสภาพของเขา"พี่เป็นอะไรคะ"ไม่รีรอจะเอ่ยถามเสียงสั่น ดวงตาจดจ้องท่อนบนที่ไร้เสื้อผ้าปิดกาย ผิวเนื้อของเขามันมีแต่รอยฟกช้ำ ไม่ว่าจะเป็นลำคอ หน้าอก หน้าท้องและท่อนแขน ฉันช้อนสายตาขึ้นสบตาเขา ถึงได้เห็นชัดเจนว่าบนใบหน้าหล่อเหลาก็มีรอยฟกช้ำเช่นกัน"กลับมาเมื่อไหร่"เขาโยนคำถามกลับมา และฉันดูออกว่าพี่วินซ์พยายามปั้นสีหน้าให้ดีอยู่"พี่ตอบคำถามเราก่อนสิว่าเป็นอะไร ที่พี่หายไป.. ไปทำอะไรมา"ใบหน้าของเขาพร่าเบลอเพราะหยาดน้ำตาบดบัง ไม่รู้เลยจริงๆ นะว่าพี่วินซ์มีผลต่อความรู้สึกของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ฉันอยากร้องไห้อีกแล้ว"คือ..." มือใหญ่ยื่นมาจับมือฉัน ทว่าฉันสะบัดออก นี่ฉันน้ำตาเอ่อล้อมดวงตาขนาดนี้ ถ่อมาหาถึงขนาดนี้ก็ยังไม่คิดพูดบอก นั่นหมายความว่าฉันคงไม่ได้สำคัญขนาดที่จะต้องรู้เรื่องของเขา"ไม่บอกก็ไม่เป็นไร เราลืมไปว่าจะเ
มีคนคิดถึงฉันขนาดโพสต์สตอรี่ไอจีด้วยแคปชั่นและเพลงเศร้า ที่รู้ว่าพี่วินซ์สื่อถึงฉันเพราะมุมด้านล่างของสตอรี่นั้นมีอีโมจิขนาดเล็กจิ๋วที่เป็นผลกีวี่สีเขียวอยู่ เขาโทรมาคุยกับฉันด้วยนะ มาบ่นๆ ว่าคิดถึงและเหงานั่นแหละวันอาทิตย์ฉันช่วยแม่ขายของ แต่สายตาจับจ้องไปยังมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะบัญชีด้านหลังเคาน์เตอร์คิดเงินสลับกับมองนาฬิกาข้อมือไปด้วยขณะนี้เวลาห้าโมงเย็น พี่วินซ์เงียบหายไปตั้งช่วงเที่ยงที่โทรมาบอกว่ากำลังจะไปบ้านของเขา ระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะไม่มีสายของใครโทรเข้ามา แต่เพราะเขาทำให้ฉันติดนิสัยเฝ้ารอไปแล้ว เขาน่ะผิดเต็มๆ“ไปเดินตลาดไหมวี่”พี่แอปเปิ้ลเอ่ยชวน ยามเย็นไม่ห่างจากบ้านจะมีตลาดนัดที่มีของกินมากชนิดที่ว่าขุนให้อ้วนเป็นหมู แต่ฉันกลับส่ายหน้าปฏิเสธ“ปวดหัวอ่า หนาวๆ ด้วย ไม่ไปดีกว่า”“ไม่สบายยังจะมาช่วยแม่อีกนะ ไปนอนพักซะ” แม่เอ่ยไล่ทั้งยังผลักดันแผ่นหลังของฉันเป็นการบังคับให้เดินกลับเข้ามาในบ้านฉันจึงขึ้นมาบนห้องนอน อาบน้ำทั้งที่หนาวสั่นให้เรียบร้อยเพราะคิดว่าอาจจะนอนยาว หลังจากกินยาแก้ปวดหัวก็มาล้มตัวลงนอน ยังไม่วายหยิบมือถือมาดูว่าพี่วินซ์ส่งแชท
มีคนเนียนนอนที่ห้องของฉัน แม้เตียงนอนจะแค่ห้าฟุตแต่พื้นที่กลับเหลือเฟือเพราะพี่วินซ์นอนกอดฉันแน่น และได้รู้หนึ่งอย่างว่าพี่วินซ์ขี้โม้มาก เขาพูดนั่นพูดนี่ให้ฉันฟังก่อนนอน บอกว่าตัวเองชอบแข่งรถ ชอบเล่นเกม เรียนเกือบเก่ง พ่อเป็นนักการเมืองและยังสามารถกินพริกสดได้เป็นกำๆ เดี๋ยววันไหนฉันจะขอเทสต์ข้อหลังสุดสักหน่อย ทำไมได้อย่างที่โม้จะผลักไสไล่ส่งไปให้ไกลเลยน่าแปลกที่ทั้งคืนฉันกลับหลับสนิทโดยไม่อึดอัดจากการถูกโอบกอด ตื่นขึ้นมาตอนเช้าท่อนแขนแกร่งก็ยังคงกอดรัดแน่น"ชอบฉวยโอกาส"บ่นงึมงำใส่คนหล่อที่ตอนหลับอย่างกับเด็กสามขวบ ดีนะที่เมื่อคืนฉันบ่นง่วงนอนเลยรอดพ้นมือของคนหื่นได้อย่างหวุดหวิด"พี่วินซ์.. ขอเราลุกหน่อย"เขาขยับตัวเป็นนอนหงายทันที "พี่มีประชุมกับฝ่ายขาย""ถ้างั้นก็ลุกสิคะ"เป็นฉันที่กระเด้งตัวจากที่นอนแล้วดึงรั้งท่อนแขนใหญ่โตให้เจ้าตัวลุกขึ้นนั่ง พี่วินซ์ไม่ดื้อดึง ยอมนั่งแต่โดยดี ระหว่างให้เขาหายเมาขี้ตา ฉันก็มาเตรียมผ้าเช็ดตัวกับแปรงสีฟันให้เขา ส่วนเสื้อผ้าพี่วินซ์เตรียมมาแล้ว ดูเหมือนจะมีสำรองเอาไว้ในรถตลอดเวลา"ไปค่ะ อาบน้ำแล้วไปทำงาน""คร้าบคุณวีวี่ของผม แม่พี่คงดีใจตายเลย"เ
ร้านข้าวต้มเจ้าเด็ดของพี่วินซ์คือในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย ในเมื่อเคยย้ำแล้วว่าเรื่องแซ่บๆ ของเราที่เกิดขึ้นต้องเป็นความลับ ฉันเลยค้านที่จะไปกินที่นั่น พี่วินซ์จึงต้องเป็นคนไปซื้อมาให้ฉันกินบนรถผู้ชายที่อยากได้ฉันเป็นแฟนก็จัดให้ตลอดไม่มีบ่น แถมยังบริการเป่าแล้วป้อนให้ด้วย"อาย่อย" ฉันเคี้ยวตุ้ยๆ ทำตาโต เคี้ยวหมดก็อ้าปากรอคำต่อไป พี่วินซ์ก็ป้อนฉันต่อเรื่อยๆ เขายิ้ม บ้างก็หัวเราะดูมีความสุขที่ให้ผู้ชายป้อนไม่ใช่ว่าฉันหลงระเริงได้ใจว่ามีคนมาเอาใจหรอกนะ การกระทำที่พิสูจน์ความจริงใจคือการเอาใจใส่ ฉันกำลังดูว่าผู้ชายเจ้าชู้อย่างเขาตอแหลแกล้งทำหรือไม่"พี่.. มีอะไรกับคนอื่นนอกจากเราไหม"แค้กๆๆ พี่วินซ์สำลักน้ำเปล่าที่กำลังกระดกดื่มหลังจากที่กินข้าวต้มเหลือจากของฉัน เขาปิดฝาขวดน้ำ ส่ายหน้าพรืด"ตั้งแต่มีอะไรกับน้อง.. พี่ก็หลอกน้องมาเย็บคนเดียวเลยครับ""เหรอ.. ไม่น่าเชื่อ"ฉันจ้องหน้าเขาพยายามจับผิด ถ้าเขาจะไปมีอะไรกับคนอื่นก็คงห้ามไม่ได้ ฉันก็ถามไปอย่างนั้นแหละ แต่คำตอบดันไปในทิศทางที่ดีเกินคาด"เป็นคนซื่อๆ.. ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีอะไรไม่น่าเชื่อหรอก ลองรักดูไหม แล้วจะ..""อุ๊ย! สายแล้วเราไป
ช่วยด้วยฉันพลาดท่าพี่วินซ์!!เพราะมัวแต่หัวใจเต้นและครุ่นคิดกับประโยคนั้นของเขา รู้ตัวอีกทีฉันก็ถูกคนกึ่งเปลือยโอบอุ้มขึ้นมานอนบนโซฟา มอมเมาหัวสมองของฉันด้วยจูบเร่าร้อนแล้วจัดการดั่งคนบ้าเหมือนที่ผ่านมาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน รู้แค่ว่าท้องฟ้ามืดสนิทและฝนเทลงมาสร้างบรรยากาศให้เป็นใจ ในเมื่อพลาดไปแล้ว ฉันเลยพลิกวิกฤติเป็นโอกาสกอบโกยความฟินมันเสียเลย"น้องกีวี่ ซี้ด!"พี่วินซ์บีบขยำก้นของฉัน แหงนเงยใบหน้าส่งเสียงบอกให้รู้ว่าเขาสุขสมแค่ไหน ไม่นานฉันก็เป็นฝ่ายกรีดร้องตัวกระตุกเกร็งบ้าง พี่วินซ์เองก็ตามมาติดๆ อีกครั้งฉันทิ้งตัวนอนทาบทับเขา ออนท็อปครั้งแรกทำฉันล้าไปทั้งขาและหมดเรี่ยวแรง"โคตรเก่งเลยว่ะ"พี่วินซ์โอบกอดฉัน ลูบหัวและแผ่นหลังช่วยให้ฉันผ่อนคลาย ฉันเขินที่เขาชม แต่ขอฉันรวบรวมแรงฮึดก่อนนะ จะฟาดเขาให้ตายเลย นี่มาทำเล็บนะ นอกจากเล็บจะไม่ได้ทำ ดันเย็บกันจนยับ ฉันจะคิดเงินคูณห้าสิบ ยังไงก็ห้าสิบ"หิวข้าวได้ยัง""หิว""ป่ะ กินกันเถอะ"เขาขยับสะโพกช้าๆ ฉันเลยต้องรีบหยัดตัวขึ้นใช้เล็บข่วนหน้าอกแกร่งเพราะทำท่าจะเสียรู้คนหื่นอีกหน"ไม่กิน เราจะกลับ พี่หลอกเรามาได้ยังไงเนี่ย"หมับ! พี
[Winz Part]ไอ้เก้าบ่นเหงาผมเลยชักชวนมันมานั่งดื่มด้วยกันที่ผับเพราะผมเองก็ชักจะเหงาๆ อยู่เหมือนกัน ผมมองไปยังผู้หญิงกลุ่มหนึ่งในขณะที่ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ มีหนึ่งคนยิ้มให้ผม ผมก็เลยยิ้มตอบพร้อมกับที่เท้าถูกปลายเท้าของไอ้เก้าสะกิด"จะดีลเหรอวะ""ไม่ว่ะ" ผมเบือนหน้ากลับมามองผู้คนที่เต้นกันอยู่ตรงหน้า"แปลก ปกติมึงเก็บเรียบตลอด เครียดเคลียร์งาน?""งานเคลียร์จบแล้ว เฉียดเกียรตินิยมขนาดนั้นเอาไรมาเครียดวะ กูก็แค่เบื่อๆ""มึงเล่นงานคนซะยับยังมีอะไรให้น่าเบื่ออีกเพื่อน"ท่อนแขนของไอ้เก้าพาดผ่านบ่าของผม ก่อนจะหยิบแก้วเหล้ามาชนกัน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมยุ่งๆ เกี่ยวกับการจัดการคนให้มังกร รวมถึงจัดการคนในฝั่งของผมเริ่มจากผู้หญิงที่อดีตเคยเป็นลูกบ้านในคอนโดมิเนียม เธอถูกลูกน้องของผมนำหลักฐานเมื่อครั้งเข้าไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งแล้วสูบบุหรี่ ข่มขู่เธอไปว่าถ้าไม่อยากให้ภาพหลุดไปถึงพ่อกับแม่ก็เลิกวุ่นวายกับกีวี่ ตั้งแต่วันนั้นเธอก็หายไปทันทีส่วนไอ้บาสหลานชายนายกรัฐมนตรี ถ้าจะเล่นงานมันคงต้องทำอะไรให้รัดกุมและหลักฐานชัดเจน ผมจึงใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาเจาะและเสาะหาจนพบว่ามันเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน







