مشاركة

บทที่6

last update تاريخ النشر: 2025-01-08 23:12:58

คิ้วได้รูปของดรุณีสาวเพียงยักขึ้น ดวงตาหวานเจือดุหรี่มองพร้อมกอดอก ไอ้ต้าวหัวขโมยตัวเล็กหลุบตาลงอย่างคนไม่กล้าสู้หน้า ในขณะที่ผู้สูงวัยกว่าเตรียมจะฟาดไม่ยั้ง

"ลื้อมีปัญหาอะไรหรืออาจินจิน หรือคิดจะเข้าข้างอาตี๋ของลื้อ"น้ำเสียงข่มขู่ ทั้งคำเรียกขานของเจ้าของบ้าน เรียกสายตาประหลาดใจจากหญิงสาวได้ไม่น้อย ดวงตาคู่สวยเต็มไปด้วยความครุ่นคิด..ไอ้ต้าวหัวขโมยรู้จักเธอ?

“พวกคุณกล่าวหาว่าเด็กคนนี้เป็นหัวขโมย...มีหลักฐานหรือเปล่า?”

“นี้ไง เงินที่อาเทียนขโมยไป..แล้วพวกเพื่อนๆอั้วก็เห็นอีขโมยเงินด้วยจริงมั้ย?”คำท้ายของเด็กชายอายุมากสุดในกลุ่ม หันไปขอความเห็นกับบรรดาพวกลิ้วล้อ พวกนั้นเพียงพยักหน้ารับ แต่หากล้าสู้หน้ากับเจ่เจ้คนสวย..เพราะประวัติความดุร้ายของจินเยว่ขึ้นชื่อลือชาในชุมชนชาวจีนไม่ใช่น้อย

“เหรอ แต่เงินไม่ได้อยู่ในมือเด็กนั้นนี้ แต่อยู่ในมือนาย”

“นี้อาจินจิน ลื้อจะหาว่าลูกชายอั้วเป็นคนขโมย อาตี๋เล็กบ้านอั้วนี้นะจะขโมย? ถ้าอีอยากได้..อีก็ขออั้วแล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องขโมยเงินเลย...ไม่เหมือนกับไอ้เด็กเหลือขอน้องชายลื้อหรอก ที่บ้านฐานะก็ยาจก ขโมยของชาวบ้านเขาไปทั่ว”

คำว่า ‘น้องชาย’ ส่งผลให้คนตัวเล็กนิ่วหน้าเล็กน้อย ก่อนดวงตาคมคู่สวยจะมองสำรวจร่างเล็กๆ นั่น..ไม่มีส่วนไหนของเด็กชายแม้แต่เศษเสี้ยวเดียวที่จะเหมือนเธอ เว้นแต่ ‘แววตาเฉลียวฉลาด’

ไอ้คนโดนด่าว่าเป็นหัวขโมยแทบร้องไห้ เด็กชายผอมเกร็งพยายามดิ้นรนจากมือหนาใหญ่ของคนอายุมากกว่า

“เปล่า อั๊วไม่ได้เอาไป เจ่เจ้จินจินเชื่ออั้วนะ”

“ไอ้เด็กเหลือขอนี้ ยังจะโกหกอีก!!”เจ้าของบ้านฟาดหลังเข้าให้เต็มแรงไปหนึ่งที เรียกเสียงร้องเจ็บปวดของเด็กชายได้ทันที

“ฉันบอกให้หยุดไง!! งั้นเรามาพิสูจน์กันมั้ยละว่าเด็กคนนี้ขโมยเงินไปจริงมั้ย”น้ำเสียงหวานใสเจือดุเริ่มโมโห เธอเกลียดความรุนแรงในเด็กมากที่สุด

"พิสูจน์ ลื้อจะพิสูจน์ยังไง?"

ร่างบอบบางไม่ตอบ เธอเพียงแต่เดินไปหาชายหนุ่มรุ่นเดียวกัน ผู้ที่กำลังนั่งจิบชาไปด้วย เสพเหตุการณ์ตรงหน้าไปด้วยอย่างคนอารมณ์ดี..ดวงตาชั้นเดียวมองพฤติกรรมของยัยตัวร้ายหน้าสวยแห่งตรอกหมายเลขแปดด้วยความสนใจ ซึ่งหญิงสาวเองแทบจะไม่ชายตามองคนตรงหน้าเลยด้วยซ้ำ

จินเยว่จัดการหงายถ้วยน้ำชาที่ยังไม่ใช้ทั้งสองถ้วยขึ้น พร้อมรินน้ำชาใส่ถ้วย นิ้วเรียวสวยกระดิกเรียกเด็กชายที่มีอายุมากสุด อาจเพราะดวงตาหวานดำขลับเจือดุ...บุคลิกเต็มไปด้วยอำนาจ ร่างอวบอ้วนของเด็กชายวัยสิบสองจึงเดินเข้ามาอย่างเสียไม่ได้

“เหรียญที่เด็กนั่นขโมยคือเหรียญที่นายถือถูกมั้ย?”เสียงอาเจ้สุดสวยเรียบเรื่อย ร่างอวบอ้วนพยักหน้ารับหงึกหงัก เด็กชายเกร็งโดยไม่รู้ตัว 

“งั้นนายเอาเหรียญนั่นใส่ถ้วยใบนี้..ส่วนนายมานี้ซิ”จินเยว่สั่ง และหันไปเรียกไอ้ต้าวที่ถูกเรียกว่าน้องชายให้เดินเข้ามาหา พร้อมหยิบเหรียญอีกอันจากกระเป๋ากางเกงยื่นให้เด็กชายตัวเล็ก

การกระทำของหญิงสาวคนสวยสร้างความแปลกใจกับทุกคนได้ไม่น้อย แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าอาเจ้สุดสวยจะมาไม้ไหน...เด็กชายคู่กรณีจึงหย่อนเหรียญในมือลงถ้วยชา..ในขณะที่คนมีฐานะเป็นน้องชายผู้กำลังกำเหรียญแน่นก็หย่อนเหรียญลงอีกถ้วย

เจ้าของบ้านวัยกลางคนนามว่าเหมยรีบเข้ามาดูด้วยความสนใจ ก่อนที่เจ้าหล่อนจะเบิกตากว้าง เหตุเพราะถ้วยของลูกชายเธอนั่นปกติดี แต่ถ้วยของเด็กชายที่ถูกกล่าหาว่าขี้ขโมยกับมีน้ำมันใสๆ ลอยขึ้นมา

“นี้..คืออะไร อั้วไม่เข้าใจ”ซ้อเหมยตั้งคำถามขึ้นทันที

“แบมือให้อาซ้อแกดูซิ”ยัยตัวแสบหันไปสั่งคนเป็นน้องชาย เด็กชายเองก็ตกใจไม่น้อย..ก่อนจะรีบปฎิบัติตาม...ภาพตรงหน้าที่ผู้สูงวัยเห็นคือมือเล็กๆ หยาบด้านแวววาวเต็มไปด้วยน้ำมัน 

“หยิบปาท่องโก๋ที่อยู่ในกระเป๋าให้อาซ้อดูด้วย”เธอยังคงสั่งต่อ และอีกเช่นเคยเด็กชายยังคงปฎิบัติตาม ดวงตาคมคู่สวยมีเสน่ห์หรี่มองเย็นชา ริมฝีปากรูปกระจับบิดขึ้นเล็กน้อย 

“ถ้าเด็กคนนี้ขโมยเงินซ้อจริง เหรียญต้องมีน้ำมันเคลือบ เพราะอีพึ่งกินปาท่องโก๋ไป..ทีนี้คงรู้ตัวหัวขโมยตัวจริงแล้วใช่มั้ย?”น้ำเสียงหยามเยาะ เล่นเอาใบหน้าผู้สูงวัยกว่าขึ้นสีด้วยความอับอาย ก่อนร่างอวบอ้วนจะกระโจนเข้าหาคนเป็นลูกพร้อมบิดหูของเจ้าหัวขโมยตัวจริง

“ไป..เข้าบ้านกับอั้ว อายุแค่นี้ริอาจขโมย อั้วจะตีลื้อให้ขาหักเลยคอยดู!!”

“โอ้ยยยย อั้วเจ็บ ม๊าเบาๆ หน่อย”เสียงร้องโอดโอยของเด็กชายนิสัยไม่ดีลั่นไปทั้งตรอกเล็กๆ แห่งนั้น ดวงตาคู่สวยแต่คมกริบกับมองสองแม่ลูกด้วยความสมเพช..ร่างเพรียวระหงรั้นแขนผู้สูงวัยไว้ก่อนที่เจ้าหล่อนจะพาลูกชายเข้าบ้าน...ใบหน้าอวบอ้วนเต็มไปด้วยริ้วรอยมองกลับด้วยความสงสัย

“เดี๋ยว...หยุดก่อน” 

“...”

“เมื่อกี้ซ้อตีอาตี๋ของอั้วไปหนึ่งที”ทันทีที่เสียงเย็นชาของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญพูดจบ กลับกลายเป็นเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นในความเงียบ...มือเรียวยาวราวลำเทียนสะบัดเล็กน้อย เพราะคำว่าออมมือไม่มีอยู่ในสารบทของเธอ...ในขณะที่รอยแดงบนแก้มของเด็กชายตัวโตเป็นรอยฝ่ามือขึ้นสีทันทีเช่นกัน พฤติกรรมดุร้ายของหญิงสาวทำคนบริเวณรอบๆ เงียบงัน

“นี้..ลื้อ..ลื้อกล้าตบหน้าลูกอั้ว”

“อื่อ ทำไมอั้วจะไม่กล้า..ทีลื้อยังตีเด็กคนหนึ่งโดยไม่หาข้อเท็จจริงเลย..เพราะฉะนั้นเราก็หายกันแล้วอะเนอะ”น้ำเสียงคนตัวเล็กกว่าเหี้ยมเกรียมเอาจริง ดวงตาคมหวานแสนดุส่งผลให้คนอายุมากกว่าพูดไม่ออก และกว่าจะรู้ตัวหญิงสาวก็ลากน้องชายกลับไปแล้ว

กลางตรอกร่างเพรียวระหงที่ดูบอบบางกำลังลากคอเด็กชายผอมเกร็งมาตามทาง...ไอ้ต้าวน้องชายที่เธอเองยังจำไม่ได้ ร้องโวยวายมาตามทาง บัดเดี๋ยวอ้อนวอน บัดเดี๋ยวขอร้อง...สักพักก็เริ่มข่มขู่

"เจ่เจ้อย่าทำกับอั้วแบบนี้นะ ไม่งั้นอั้วจะไปฟ้องอาม่าแน่" และเช่นเคยคำขู่ที่กาลก่อนไม่เคยได้ผลฉันใด ปัจจุบันไอ้ต้าวต่างภพผู้ซึ่งไร้ความทรงจำในอดีตก็ยังคงจำอะไรไม่ได้เลยสักนิด ก็ย่อมไม่กลัวฉันนั้น...ยิ่งขู่เหมือนเธอจะยิ่งลากคอเขาแรงขึ้น เล่นเอาเด็กชายแทบร้อง

"เจ่เจ้จินจิน เบาๆ อั้วเจ็บ"

"รู้จักเจ็บด้วยเหรอ...ไอ้เด็กหัวขโมย"เสียงขู่ฟ่อเหี้ยมเกรียม เต็มไปด้วยความโมโหหิว...อีกทั้งหงุดหงิด 

"อั้วขอโทษ เจ่เจ้อย่าทุบตีอั้วเลยนะ ไม่งั้นตอนเย็นอั้วไปช่วยงานที่โรงน้ำแข็งไม่ไหวแน่"เด็กชายเริ่มกลับมาอ้อนวอนอีกรอบ อาจเพราะรู้รสมือรสเท้ากันดี...พี่สาวตัวเล็กแต่ใจยักษ์ของเขาเห็นตัวเล็กๆ แบบนี้แต่มือไม้หาได้เบาไม่...เพราะคำว่า 'ทุบตี' ทำให้หญิงสาวชะงัก..มันทำให้เธอชักสงสัยแล้วว่าร่างเดิมในอดีตของเธอคงเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรงไม่ใช่น้อย

"งั้นนายตอบฉันมาก่อน ทำไมต้องขโมยด้วย?"

"ก็อั้วหิวนี้ เมื่อวานอั้วได้กินข้าวแค่สองมื้อเอง"น้ำเสียงเศร้าสร้อยของเด็กชายตัวผอม ส่งผลให้คนที่ถูกเรียกว่า 'เจ่เจ้' งงงัน มือเรียวสวยปล่อยคอเสื้อ ดวงตาคมกริบกวาดมองคนตรงหน้าจากหัวจรดเท้า...เสื้อผ้าที่เด็กชายตัวจ้อยที่สูงเพียงอกเธอสวมใส่คือเสื้อยืดสีน้ำตาลหม่นๆ ที่ดูแลผ่านการซักมาหลายรอบ จนสีจางและบางลง..กางเกงสีดำเข้มสั้นเต๋อ ถ้าสังเกตดีๆ ก็มีรอยปะชุนไม่น้อย

ถ้าเธอกับเด็กคนนี้เป็นพี่น้องกันจริง...ทำไมเด็กชายถึงดูยากจนข้นแค้น สวมเสื้อผ้าเก่าๆ ทั้งยังเป็นหัวขโมยด้วยเล่า? 

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • back to 1950's ย้อนเวลาให้ดอกไม้ผลิบาน   บทพิเศษ2

    ณ มหาวิทยาลัย J ชื่อดังระดับต้นๆ ของประเทศหลังตึกคณะบริหารธุรกิจ...หญิงสาวในชุดนักศึกษากำลังยืนรอชายหนุ่มทายาทของตระกูลดังอย่างใจจดใจจ่อ...ท่าทางกระสับกระส่ายพาลให้เพื่อนสาวที่มาด้วยสองคนหัวเราะคึกคัก "ยัยซีลีนเธอจะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้นยะ ทำเหมือนไม่เคยอ่อยผู้ไปได้"เพื่อนที่มาด้วยกันแซวเมื่อเห็นดาวคณะนิเทศกระสับกระส่ายใบหน้าสวยเฉี่ยวตามสมัยนิยมถูกแต่งแต้มเป๊ะปัง จนหนุ่มๆ พากันเหลียวหลังมองด้วยความชื่นชม...นอกจากหน้าตาที่ดีเลิศ โปรไฟล์เจ้าหล่อนก็แสนจะไม่ธรรมดา..เพราะเป็นถึงลูกสาวบริษัทรับเหมารายใหญ่ระดับประเทศ คนที่มาจีบมีตั้งแต่ลูกเศรษฐีด้วยกัน ไปจนนักธุรกิจหนุ่มดาวรุ่ง...แต่ชายที่หญิงสาวตกหลุมรักดันเป็นชายหนุ่มสุดหล่อแสนเย็นชาของคณะบริหาร"คีรีมาทางนั้นแล้วยัยซีลีน"เพื่อนอีกคนรีบสะกิด เมื่อเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าราวกับหลุดมาจากนิยายจีน..ที่ตอนนี้มีสีหน้าเรียบเฉยติดจะเย็นชาเล็กน้อย..ยิ่งสายตาคมกริบที่กวาดมองยิ่งพาให้หัวใจไฮโซสาวหวั่นไหวร่างอวบอิ่มรีบเดินเข้าไปตรงหน้าตามแรงผลักของคนเป็นเพื่อน"สวัสดีคีรี"เสียงหวานเอ่ยถามขึ้น พร้อมช้อนดวงตากลมโตขึ้นมอง...ชายหนุ่มเพียงหรี่ต

  • back to 1950's ย้อนเวลาให้ดอกไม้ผลิบาน   บทพิเศษ1

    ย้อนไปเมื่อสิบปีก่อนณ MMMO international schoolเด็กหนุ่มชั้นมัธยมปีศึกษาปีที่สี่ผู้มีฐานะเป็นหลานของเจ้าของโรงเรียนเอกชนอันดับหนึ่งของประเทศ..ซึ่งเวลานี้กำลังนั่งอารมณ์ไม่ดีอยู่บริเวณหน้าโถงประชุมของโรงเรียน ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มบูดบึ้ง..นัยน์ตาคมกริบกวาดมองหมู่คนที่ผ่านไปผ่านมา..คล้ายกับกำลังใครสักคนอยู่...รุ่นพี่รุ่นน้องผู้หญิงเมื่อสบสายตาเข้าก็แทบเป็นลม..บรรยากาศเย็นชาน่าหลงใหลไม่ได้ทำให้ความนิยมในตัวเด็กหนุ่มน้อยลงเลยไม่ถ้าในโรงเรียนหรือมหาลัยวิทยาลัยมีเดือนคณะ นายคีรี สิริวงษ์ชัย ย่อมเหนือเมนขึ้นไปอีกขั้นแน่ละ ทั้งรูปร่างหน้าตา..รวมถึงฐานะวงศ์ตระกูลที่จัดอยู่ในหนึ่งกลุ่มลูกหลานผู้มีอิทธิพลระดับประเทศ...รวมถึงผลการเรียนอันดับหนึ่งของสายชั้น เมื่อขึ้นเวทีร้องเพลงเสียงก็เพราะเป็นหนักหนา..ต้องเรียกว่า hot ยิ่งกว่า hotดังนั้นตั้งแต่เกิดมาใครๆ ล้วนต่างประจบสอพลอ เชิดชูบูชา ถ้าจะมีคนหนึ่งที่ปฏิเสธมัน ก็คงไม่พ้นนางสาวดาริน กิตติวรชัยกุล เจ้าหล่อนอย่าว่าแต่ประจบเอาใจเขาเลย วันๆ มีแต่ไล่เขาไปให้พ้นๆ หน้าอีกทั้งวันนี้ยัยตัวร้ายยังหลอกให้เขามารอหน้าโถงประชุมใหญ่ได้ครึ่งค่อนชั่วโมง ทั้งๆ

  • back to 1950's ย้อนเวลาให้ดอกไม้ผลิบาน   บทที่81 จบ

    รถสปอร์ตคันหรูยังวิ่งไปตามทางที่คุ้นเคย..เพียงแต่รอบนี้หญิงสาวสายซิ่งกับขับรถด้วยความไวที่ช้าลงกว่าปกติ หลังคารถเปิดประทุนถูกเปิดออก..สายลมยามดึกปะทะหน้าพาให้อารมณ์ดีไม่น้อย..ผมดำสลวยที่เริ่มยาวถูกมัดรวบง่ายๆ ไว้ด้านหลัง น่าแปลกปกติอดีตคู่หมั้นคนสวยจะตัดมันเสียสั้นกุด เพราะเจ้าหล่อนติดนิสัยขี้รำคาญจวบจนรถหรูจอดสนิทตรงลานจอดรถสะพานขึ้น p มันคือสถานที่...ที่หญิงสาวมาทุกครั้งเวลาไม่สบายใจ หรือเวลาที่เขารู้สึกแย่..เธอจะยืนอยู่บนข้างๆ หันมามองหน้าเขา พร้อมเอียงหัวรับฟังเล็กน้อย..แล้วก็ปล่อยเขาพูดไป..แม้จะไม่มีคำแนะนำดีๆ แต่แค่เธอยืนอยู่ตรงนั้น แค่รับฟัง..มันก็ทำให้เขามีความสุข เวลานี้ก็เช่นกัน..ร่างเพรียวระหงยังยืนอยู่ตรงนั้นเงียบ ๆ ดวงตาคู่สวยที่เขานึกรักเหม่อมองออกไปยังแม่น้ำสายใหญ่ประจำประเทศ ใบหน้าด้านข้างของเธอยังงดงามราวกับรูปสลัก..ริมฝีปากที่ถูกเคลือบด้วยสีแดงจัดเหมือนสีเสื้อผยอเล็กน้อย..ก่อนที่เธอจะตัดสินใจผินตากลับมามองเขา..เราต่างก็รู้ถึงนัยยะเดียวกัน..เขารู้ว่าเธอจดจำได้..และอะไรบางอย่างในดวงตาเขาก็บ่งบอกว่าเขาจดจำได้เช่นกัน“นายคีรี”“ว่ายังไงนางสาวดาริน”คำเรียกขานที่ชอบใช้แท

  • back to 1950's ย้อนเวลาให้ดอกไม้ผลิบาน   บทที่80

    "หมายความว่ายังไงคะ!!!"คำตอบของคนเป็นพ่อ ส่งผลให้ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ...หัวใจดวงน้อยเต้นช้าลง..ความรู้สึกสูญเสียบางอย่างเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว"ป๊ะป๋าก็หมายความตามนั้น ป๊ะป๋าเป็นคนขอถอนหมั้นเอง""อ้าว ได้ยังไงคะ แล้วแบบนี้นายคีรีไม่เสียใจแย่เหรอ""ถ้านายคีรีจะเสียใจก็เป็นปัญหาของนายคีรีซิ เกี่ยวอะไรกับบ้านเราด้วยล่ะแค่วันนั้นขับรถพาอายไปลงเขา...ป๋าก็แทบจะฆ่ามันทิ้งแล้ว..ถอนหมั้นๆ ไปก็ดีแล้ว อีกอย่างหนูก็ไม่เคยชอบพันธะนี้อยู่แล้วนี่""ป๊ะป๋า!!! มันไม่ใช่ความผิดของนายคีรี วันนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ..นายคีรีเขาปกป้องอายด้วยซ้ำ""ไม่รู้ ถอนหมั้นแล้วก็คือถอนหมั้น อย่าไปพูดถึงผู้ชายคนนั้นอีกเลย"คนเป็นพ่อผู้หวงลูกสาวรีบตัดจบอารมณ์ดี ก่อนจะหยิบมือถือมาไล่อ่านข่าว ไม่สังเกตสีหน้าซีดเซียวของคนเป็นลูกแม้แต่นิด'เผด็จการชะมัด..เผด็จการเหมือนใครกันนะ ก็เหมือนตัวเธอนะซิ!!'เมื่อออกจากโรงพยาบาลได้สองอาทิตย์คนป่วยเริ่มอาการดีขึ้น...อีกทั้งได้สรุปในใจอีกหลายอย่าง ดังนั้นไอ้คนที่ไม่ชอบออกงานเลี้ยงสังคมหรูหราก็กลับมาออก...เพื่อจะเห็นหน้าใครบางคนและยังสามารถใช้เหตุผลประมาณว่า 'บังเอิญเจอกัน เลยไ

  • back to 1950's ย้อนเวลาให้ดอกไม้ผลิบาน   บทที่79

    เมื่อคนเป็นพี่กลับบ้านมาแล้วพบน้องชายทำหน้าเครียด ในมือของเขามีสมุดเบิกถอนสมุนไพร ส่งผลให้คนมีชนักติดหลังเสียววาบในใจ...ดวงตาคมกริบหรี่มอง พร้อมโยนสมุดในมือลงบนโต๊ะ"มีอะไรจะแก้ตัวมั้ย?""...""ทำไมเจ้ทำแบบนี้ เจ้ทำมันลงไปได้ยังไง""ลื้อมันบ้าอาซาน อีฮวงนั้งไม่สมควรให้กำเนิดลูกหลานตระกูลหลี่!!""คนที่ไม่สมควรเกิดมาเป็นลูกหลานตระกูลหลี่คือเจ้ต่างหาก ส่วนจินจินเธอดีเกินกว่าผู้หญิงหลงท่ก สันดานเลวอย่างเจ้มาก""อาซาน นี้ลื้อ นี้ลื้อด่าอั๊ว""เออ อั๊วด่าเจ้นี้แหละ เรื่องนี้มันไม่จบแน่ เจ้เตรียมใจไว้ได้เลย"คนเป็นน้องพูดพร้อมกับเก็บสมุดเบิกจ่ายสมุนไพรติดมือไปด้วย เล่นเอาพี่สาวเหงื่อตก แต่หล่อนรู้น้องชายนั้นแสนดีขี้ใจอ่อนมากแค่ไหน...อีกอย่างจินเยว่ก็เสียไปหลายปีแล้ว...ไหนเลยจะมาเอาผิดเธอได้แต่ไอ้คนใจดีมาตลอดชีวิต กับเลือกนำเรื่องไปฟ้องอาปามู่เฉิน กับอาม๊าด้วยรู้ว่าท่านทั้งสองเป็นคนยุติธรรม...เมื่อบุพการีรับรู้เรื่องทุกอย่างก็ถึงกับตกใจ...เพราะสิ่งที่ลูกสาวคนเดียวกระทำเป็นสิ่งที่เลวร้ายมาก มันไม่ต่างทำจากการทำร้ายสายเลือดครอบครัวตระกูลหลี่ดังนั้นตอนหลี่หนิงเกอเดินเข้าห้องทำงานของอาปามู่เฉิน

  • back to 1950's ย้อนเวลาให้ดอกไม้ผลิบาน   บทที่78

    ระหว่างที่ชายหนุ่มลงมือทำความสะอาดหลุมศพของภรรยา...หลี่มู่เฉินที่เดาไว้แล้วว่าลูกชายจะมาที่นี้ ก็เดินเข้ามาหาทันที หลังจากที่ยัยหนูจินเยว่เสียไปได้สองเดือน..ลูกชายของเขามักมาทำความสะอาด เอาดอกไม้มาวาง “อาซาน”“อ้าว อาปา มาได้ยังไงครับ”เสียงแห้งถามกลับ พร้อมส่งรอยยิ้มเศร้าหมองไปให้..ใบหน้าภายใต้หมวกสานกันแดด แดงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากอยู่ด้านนอกเป็นระยะเวลานาน“อื่ม อาปามีเรื่องจะคุยกับลื้อ”หลังจบคำผู้ชายสองวัยจึงเดินไปนั่งใต้ร่มไม้ที่อยู่ไม่ไกลจากหลุมฝังศพจินเยว่นัก“ลื้อแน่ใจแล้วรึ ที่จะลาออกจากโรงพยาบาล”“ครับ”“เห้อ อาซาน..ฟังอาปานะ จินจินอีตายไปแล้ว แต่ลื้อยังมีชีวิตอยู่”“อื่ม ผมรู้..ผมเองก็กำลังใช้ชีวิตอยู่นี้ไง”“แบบที่ลื้อทำอยู่ เขาไม่ได้เรียกว่าการใช้ชีวิตนะอาซาน”เสียงอาปาอ่อนล้า มือหนาหยาบตบหลังลูกชายเบาๆ เพื่อปลอบประโลม“อาปารู้ว่าลื้อรักจินจินมาก”“...”“ไม่งั้นอาปาคงไม่หมั้นหมายลื้อให้จินจินหรอก”“ทำไม...อาปารู้ละครับว่าผมรักจินจิน”น้ำเสียงลูกชายโตเริ่มพร่า..เพราะตัวเขาเองยังไม่รู้ตัวเลยว่ารักเธอตั้งแต่เมื่อไร“จำได้มั้ย ว่าปีหลังๆ มานี้ ลื้อชอบบ่นว่าน้อง..แต่พอกลับมาทีไ

  • back to 1950's ย้อนเวลาให้ดอกไม้ผลิบาน   บทที่37

    "ถ้าให้เฮียอยู่ชั่วคราว..สักสองอาทิตย์ก่อนที่เรือจะออก เฮียจะให้ค่าเช่าวันละสองบาท""สองบาท? ไม่เอา..น้อยไป"ไอ้ต้าวน้องสะใภ้หน้าเลือดคำนวณเงินในสมองทันควัน สองอาทิตย์สิบสี่วัน วันละสองบาท ตกยี่สิบสี่บาท...ไหนจะค่าน้ำค่าไฟ ค่าอาหารที่ต้องจ่าย ฟังยังไงก็ไม่คุ้ม...เธอไม่ยอมเสียรู้เหมือนที่เคยเสียรู้นา

  • back to 1950's ย้อนเวลาให้ดอกไม้ผลิบาน   บทที่26

    ตกค่ำระหว่างที่จินเยว่อาบน้ำ...คนเป็นสามีผู้อยู่ในชุดนอนนั่งกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง เนื่องจากเมื่อตอนบ่ายคนไข้ที่เป็นลูกค้าร้านอาหารเช้า..หนึ่งในผู้ตามอยู่เสพดราม่าเรื่องพี่สามีตระกูลหลี่ กับลูกสะใภ้แซ่ตั้ง...เสียงกระซิบแหบแห้งนินทาดังกระทบข้างหู ในขณะที่คุณหมอหนุ่มกำลังใช้สเต็ทโตสโคป หรือหูฟังแพ

  • back to 1950's ย้อนเวลาให้ดอกไม้ผลิบาน   บทที่22

    ตอนสองศรีพี่น้องเดินกลับมาถึงตึกแถวที่เป็นเรือนหอ ซุนเหยียนผู้เป็นมารดากำลังก้มหน้าก้มตาร้องไห้หลังจากหญิงวัยกลางคนนั่งทบทวนสิ่งที่ลูกเลี้ยงพูดมา..ไม่มีคำไหนเลยที่คนเป็นลูกจะพูดผิด..อารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์แม่ตอนนี้เต็มไปด้วยความสำนึกผิด..เจ็บปวดเธออ่อนแอขี้ขลาดจนเกินไป..เงินที่สามีทิ้งไว้ให้ก็เ

  • back to 1950's ย้อนเวลาให้ดอกไม้ผลิบาน   บทที่9

    ณ ตึกแถวหัวมุม"เจ่เจ้จินจิน ทำไมต้องซื้อข้าวของเยอะขนาดนี้ด้วย"น้องชายตัวผอมบ่นกระปอดกระแปด มือเล็กแต่หยาบช่วยบรรดาเฮียๆ ผู้ซึ่งเป็นลูกจ้างขนของเข้าบ้านมีทั้งหม้อ กระทะหลายขนาด ตะหลิวทัพพี อะไรที่ควรมียัยเจ่เจ้หน้าสวยตัวแสบขนซื้อมาหมด"ของมันต้องใช้"คนเป็นพี่ตอบเสียงเรียบ มือเรียวสวยจัดแจงแยกผัก แ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status