Masukบทที่2
ผมเดินมายังใต้ถุนคณะ ซึ่งเป็นที่รวมตัวของกลุ่มผม ที่ประกอบไปด้วย ไอ้กาว แค่คนเดียว
งงในงง?
ก็กลุ่มหมายถึงคนมากกว่าหนึ่งคนไง ซึ่งกลุ่มเราก็จะมีผมกับไอ้กาวแค่สองคน ไม่ใช่ไม่มีใครคบหรอก ความจริงก็รู้จักกับเพื่อนคนอื่นๆ อยู่หลายคนแหละ แต่ไอ้กาวนี่สนิทสุดแล้ว เพราะมาจากโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่มัธยม
“มึงตื่นสาย” คำทักทายแรกจากมันครับ
“แสนรู้ขนาดนี้ เป็นหมาเหรอครับคุณกาว”
“ดูจากเบ้าหน้า และก็เบ้าตามึงแล้ว ก็เดาไม่ยากหรอกครับ”
เออ ไอ้นี่มันแสนรู้ หูตั้ง หางกระดิกจริงๆ ยอมใจมันเลย
“กูนอนดึก”
“ดูซีรีส์ชัวร์”
“พูดอีกก็ถูกอีก”
“ถ้ามีแข่งแฟนพันธ์แท้จอมทัพนิเทศ ปี1 กูว่ากูได้แชมป์ชัวร์”
“จริงจังขนาดนั้น?”
“มีอะไรเกี่ยวกับมึงที่กูไม่รู้มั่งถามหน่อย นอกจากพี่นักรบแล้วก็กูนี่แหละรู้จักมึงดีกว่าใคร” มึงดูภูมิใจนะไอ้กาว โคตรจะไร้สาระเลย
“เออ มึงสบายใจกูก็ดีใจ” เอาที่มึงสบายใจเลยครับ
เราสองคนนั่งคุยเล่นกันได้แป๊บเดียว ก็พากันเข้าเรียนในคลาสแรก กว่าจะเลิกเรียนอีกทีก็กินเวลาเข้าไปสิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว พวกเราเลยพากันไปหาอะไรกินกันที่โรงอาหารกลาง เพราะเบื่อกับข้าวที่คณะเต็มที ในระหว่างทางที่จะไปโรงอาหารอยู่ดีๆ ก็ถูกเรียกจากทางด้านหลัง ผมกับไอ้กาวหันไปยังต้นเสียงโดยพร้อมเพียงกันในทันที
“ชื่อจอมทัพใช่ป่าวมึงอะ?” คำถามจากคนตรงหน้าที่ดูแล้วน่าจะไม่ใช่ปีหนึ่งอย่างพวกผม แถมสไตล์การแต่งตัวยังเหมือนพี่ชายสุดที่รักของผมอย่างกับก็อปปี้วาง แต่ก็เถียงไม่ได้เลยว่าดูรวมๆ แล้วโคตรหล่อ คนหล่อที่มันจะแต่งตัวยังไงก็หล่อจริงๆ ว่ะ
“ใช่ พี่มีอะไรกับผมหรือเปล่า”
“นี่มึงชวนกูมีอะไรด้วยตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเลยเหรอวะ”
สัด! นี่กวนตีนกูใช่ไหม?
“คือผมหมายถึง พี่มีเรื่องอะไรจะคุยกับผมหรือเปล่า” กูผิดเองที่ถามสั้นไป
“เปล่า ก็แค่แวะมาดูหน้า” พูดจบมันก็เดินจากไปหน้าตาเฉย
พี่ครับ มึงเดินเข้ามากวนตีนกูแล้วก็จากไปเฉยๆ แบบนี้เลยเหรอวะ
“ไอ้นี่ใครวะจอม”
“ไม่รู้ว่ะ กูก็เพิ่งเจอพร้อมกับมึงนี่แหละ แต่กวนตีนโคตร”
“เหมือนกูเห็นภาพซ้อนพี่นักรบในตัวมันเลยว่ะ กวนตีนเหมือนกันเด๊ะ แถมการแต่งตัวยังเหมือนกันอีก”
“ทำไมชีวิตกูต้องเจอแต่คนกวนตีนวะ?”
“เพราะมึงกวนตีนไง โลกเลยเหวี่ยงคนที่กวนตีนแบบเดียวกันมาให้”
“แล้วก็เหวี่ยงมึงมาด้วยนี่ไง สัด!”
“เขาเรียกว่าศีลเสมอกันครับเพื่อน ไปครับอย่าพูดเยอะกูหิวจะตายแล้วเนี่ย”
เราสองคนมาถึงโรงอาหารกลาง พร้อมกับมองหาที่นั่ง ที่นี่นักศึกษาโคตรเยอะ เพราะนักศึกษาเกือบทุกคณะมารวมตัวกันอยู่ที่นี่หมด กว่าจะหาที่นั่งได้ก็เกือบตาย เพราะหิวจนแสบท้อง
“กูจะไปกินข้าวหมูแดงร้านโน้น” ผมว่า พร้อมชี้มือไปยังร้านเป้าหมาย
“มึงล่ะจะกินอะไร”
“กูอยากกินข้าวมันไก่ร้านนั้น” ไอ้กาวชี้ไปที่ร้านอีกฝั่งนึงกับร้านข้าวหมูแดงที่ผมจะกิน
“แล้วใครจะเฝ้าโต๊ะ”
“งั้นมึงไปซื้อก่อนเลย เดี๋ยวกูนั่งเฝ้าเอง”
บทส่งท้ายปีหนึ่ง (เพื่อนกัน) “มึงมาสาย กูรอตั้งนาน”“โทษทีว่ะปาล์ม กูไปส่งน้องที่โรงเรียนแล้วเสือกเจอรถติด” ผมอธิบายกับเพื่อนสนิทที่มันบ่นที่ผมมาสายตั้งแต่เปิดเรียนวันแรกของเทอมสอง“ให้กูไปรับก็ไม่เอา บ้านกูก็อยู่แถวนั้น” ไอ้แมคมันรีบเสนอ ก็ไอ้นี่มันชอบจอมทัพน้องชายผมตั้งแต่มันเจอจอมทัพเมื่อเทอมที่แล้วโน่น ตอนนั้นผมไปส่งจอมทัพที่หน้าโรงเรียน ส่วนไอ้แมคมันก็ไปส่งแม่มันที่โรงเรียน เพราะแม่ของมันเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่นั่นแถมยังเป็นอาจารย์ที่จอมทัพน้องชายของผมเรียนพิเศษด้วยอีกต่างหาก“เงียบไปเลยมึงอะ กูไม่มีวันให้มึงไปรับไปส่งน้องกูแน่นอน อย่าหวังไปเลย” ผมรีบตัดบท ไอ้แมคมันเลยทำท่าเป็นหมาหงอยเลยคราวนี้“มึงก็ใจร้ายกับมันจังวะ ไอ้แมคมันก็แค่ชอบน้องมึง มันยังไม่ได้จะทำอะไรสักหน่อย” ไอ้ต๊อดรีบแก้ตัวแทนไอ้แมคทันที“กูไม่ไว้ใจ หน้าตามึงมันบอกไอ้แมค”“หน้ากูมันบอกว่าอะไร มึงพูดมานักรบ”“หน้ามึงมันบอกว่ามึงคิดไม่ดีกับน้องกูไง ถ้ากูให้มึงได้ใกล้ชิดกับจอมทัพ มึงต้องคิดจะทำอะไรที่ไม่ดีแน่ๆ”“มึงดูละครมากไปป่าวนักรบ นี่กูเพื่อนมึงไง จำกูไม่ได้เหรอ?” ไอ้แมคมันทำท่ากวนประสาทใส่ผม เพราะมันรู้ดีว่า
บทที่39หนึ่งอาทิตย์ต่อมา“เอาเสื้อผ้าจอมมาไว้ที่ห้องพี่ทำไมเนี่ย?” ผมถามไอ้คนที่จัดแจงเก็บเสื้อผ้าของผมยัดใส่เข้าไปในตู้เสื้อผ้าของตัวเองอย่างหน้าตาเฉย“ก็มึงต้องนอนห้องเดียวกับกู ก็ต้องเอาเสื้อผ้ามาไว้ที่นี่ก็ถูกแล้วไง”“ใครบอกพี่ว่าจอมจะนอนกับพี่เนี่ย” ก็ในเมื่อปกติผมก็นอนอีกห้องหนึ่ง“ไม่มี แต่กูจะให้มึงนอนกับกู ห้องนั้นกูจะเอาไว้เป็นห้องเก็บของ” พูดจบพี่มันก็ขนกระเป๋าและข้าวของต่างๆ ของผมเข้าไปไว้ที่ห้องนอนของพี่มันเสร็จสรรพ“พี่โคตรเอาแต่ใจเลย”ใช่แล้วครับ ตอนนี้ผมย้ายมาอยู่ที่คอนโดของพี่แมคเรียบร้อย ส่วนมาอยู่ได้ยังไงน่ะเหรอ ก็เพราะคนเจ้าแผนการอย่างพี่แมคมันจัดการยังไงล่ะช่วงนี้ที่คณะของผมเขามีงานละครเวที แล้วต้องการให้น้องๆ ปีหนึ่งได้มีส่วนร่วมก็เลยแบ่งงานให้น้องแต่ละคนได้รับผิดชอบกลุ่มของผมมีหน้าที่ดูแลเรื่องฉาก ช่วงเย็นเลยต้องอยู่ทำงานกันต่อ ซึ่งบางวันก็ต้องเลิกดึก พี่แมคมันเลยให้พี่ปาล์มช่วยพูดกับพี่นักรบเรื่องให้ผมมาอยู่กับพี่มันที่คอนโด ในระหว่างที่คณะผมทำกิจกรรม เพราะสงสารที่ผมต้องกลับบ้านดึกๆ แทบทุกวัน อีกอย่างคอนโดของพี่แมคมันอยู่ใกล้กับมหาลัยด้วยและโชคดีที่พี่นักร
บทที่38วันนี้เป็นวันที่พี่ปาล์มจะต้องบินกลับไปเรียนต่อ ไฟล์บินรอบดึก พี่นักรบมันเลยขอไปใช้เวลาด้วยกันที่คอนโดของพี่ปาล์ม เพราะกว่าพี่เขาจะกลับมาก็อีกตั้งหลายเดือนช่วงนี้พี่มันค่อนข้างจะปล่อยปะละเลยผมไปบ้าง เพราะต้องเอาเวลาส่วนใหญ่ไปให้กับพี่ปาล์มเพื่อชดเชยที่เคยทำผิดกับพี่เขาเอาไว้ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ว่าอะไรพี่มันหรอก ดีเสียอีกที่พี่มันเอาเวลาไปอยู่กับแฟน จะได้ไม่ต้องมาคอยตามวุ่นวายกับผมเหมือนที่ผ่านมาแต่ แต่ แต่ต่อให้พี่นักรบมันไม่มาวุ่นวายกับผม ก็ยังมีอีกคนที่มาวุ่นวายกับผมชนิดที่ว่าแทบจะสิงกันอยู่แล้ว แม้กระทั่งตอนนี้“พี่แมค”“ว่าไงครับ” พวกคุณชินกับคำพูดของพี่มันไหม? ผมเริ่มชินแล้ว ตั้งแต่เป็นแฟนกันก็พูดแบบนี้ตลอด แรกๆ ผมก็ไม่ชิดนะ แต่พอฟังทุกวันๆ ก็เลยชินแล้ว“พี่ไม่มีงานอื่นทำเลยเหรอ?”“ไม่มี”“แต่ผมมีไง แล้วการที่พี่มานอนหนุนตักผมแบบนี้ผมจะทำงานได้ยังไงเล่า” ผมว่า ก็ไอ้พี่แมคมันเล่นมานอนหนุนตักของผมอยู่อย่างนี้ งานของผมก็ไม่เสร็จซะทีเนี่ยตอนนี้ผมมาอยู่ที่คอนโดของพี่แมค หลังๆ มานี้ผมมาสิงอยู่ที่ห้องของพี่แมคบ่อย บางวันก็ค้างบางวันก็ไม่ได้ค้าง เช่นวันนี้ที่ผมต้องค้างกับพี่แมค
บทที่37ช่วงเที่ยง หลังจากที่ผมกับไอ้กาวกินข้าวกันเรียบร้อย ก็มาหาที่นั่งใต้ถุนตึกนั่งทำงานที่อาจารย์สั่งเมื่อช่วงเช้า แต่ไอ้ตัวดีก็เอาแต่เล่นเกม ไม่ได้ใส่ใจกับงานที่ต้องจับคู่ทำกันเลยแม้แต่น้อยกูไม่น่าคู่กับมึงเลยให้ตายเถอะ“ถ้ามึงยังไม่เลิกเล่น กูจะไปทำกับคนอื่นแล้วนะ”“แป๊บนึงๆ กูจะชนะแล้วเนี่ย”“ชนะในเกมกับไม่ได้คะแนนในห้องเรียน มึงจะเลือกอย่างไหน?” ผมขู่มัน“โอเคครับเพื่อน กูเลิกเล่นเกมก็ได้” แล้วมันก็หันมาสนใจงานที่กางอยู่เต็มโต๊ะ“จอมทัพ”“อะไรอีก” ผมถาม ขณะที่ก้มหน้าก้มตาทำงานตรงหน้าไปด้วย“กูหิวน้ำว่ะ เดี๋ยวไปหาน้ำเย็นๆ กินแป๊บนะ มึงจะเอาอะไรไหม?” กูละเหนื่อยใจกับมึงจริงๆ เลย เพิ่งจะเริ่มทำงานก็เรื่องเยอะขึ้นมาอีกแล้ว“กูเอานมเย็น รีบไปรีบมานะมึง”“เออน่า กูจะรีบไปรีบมาเลยครับเพื่อนรัก”กูจะเชื่อมึงได้แค่ไหนเนี่ยไอ้กาวไอ้กาวมันหายไปเกือบสิบนาที ก่อนที่อยู่ๆ ไอ้ติมโคนก็ถูกส่งมาที่ตรงหน้าผม“กูบอกว่าเอานมเย็นไง!” ผมว่า ก่อนที่จะเงยหน้ามองไอ้คนที่ยืนค้ำหัวผมอยู่อย่างหัวเสีย ที่สั่งอะไรไปไม่เคยได้ดั่งใจเลยสักอย่างแต่พอเห็นเจ้าของมือที่ถือไอติมเท่านั้นแหละ ผมก็หุบปากแทบไม่ทันเล
บทที่36เมื่อคืนหลังจากที่เราอยู่ที่คณะกันจนดึก ผมเลยต้องไปนอนค้างที่คอนโดของพี่แมคแบบเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้วันนี้ผมต้องใส่ชุดนักศึกษาของพี่แมคมันมาเรียน ถึงมันจะดูตัวใหญ่กว่าขนาดตัวของผมไปนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ถึงกับน่าเกลียด“มึงไม่ได้กลับบ้านใช่ไหม?” ไอ้กาวเอ่ยขึ้น หลังจากที่อาจารย์เพิ่งจะเดินออกจากห้องไปเมื่อตะกี้“ใครบอกมึง”“ไม่มี แต่กูเก่งไงเลยรู้ว่ามึงไม่ได้กลับบ้าน ดูจากเสื้อที่มึงใส่ก็รู้แล้วว่าไม่ใช่ของมึง” มึงนี่มันฉลาดจริงๆ กับเรื่องของคนอื่นเนี่ยมึงฉลาดจังเลยนะเพื่อนรัก“กูไปค้างที่คอนโดพี่แมคมา”“ใจแตกแล้วเหรอเพื่อนกู” ดูมันพูดเข้า“ใจแตกพ่องงง”“ก็ไปนอนค้างที่ห้องผู้ชายขนาดนั้น จะให้เรียกว่าอะไรครับเพื่อน”“กูแค่เห็นว่ามันดึกมากแล้วต่างหาก ก็เลยขี้เกียจกลับบ้าน”“ใช่ป่าววว แล้วพี่นักรบเขาไม่ว่าอะไรมึงเหรอวะ ที่ไปนอนค้างกับพี่แมคแบบนั้นน่ะ”“พี่กูเขาแยกแยะออกครับคุณกาว ว่าอะไรเป็นอะไร แล้วอีกอย่างกูก็แค่ไปนอนเฉยๆ แถมยังนอนคนละห้องอีกต่างหาก มึงเลิกคิดทะลึ่งได้แล้ว”“พี่แมคเขาไม่อัดอั้นตายเลยเหรอวะแบบนี้”“อัดอั้นเรื่องอะไร?”“ก็แหม แฟนอุตส่าห์มานอนด้วยที่ห้องทั้งที แต่ทำได
บทที่35ผมกับพี่แมคออกมาหาก๋วยเตี๋ยวหลังมหาลัยฯ กินกันนี่แหละ เพราะพี่แมคมันต้องรีบเข้าไปทำงานต่อ ถ้าออกไปกินข้างนอกก็อาจจะเสียเวลาเข้าไปอีก เห็นพี่มันบอกว่างานจะต้องส่งพรุ่งนี้ก่อนสิบโมงเช้าแล้วแบบนี้พี่มันจะได้กลับไปนอนกี่โมงกี่ยามกันละเนี่ย“พี่แมค พี่ไม่ต้องไปส่งผมที่บ้านก็ได้ เดี๋ยวผมโทรให้พี่นักรบมารับ พี่จะได้ไม่เสียเวลาทำงาน” ผมบอก หลังจากที่ก่อนหน้านั้น พี่แมคมันบอกว่ากินอิ่มแล้วจะพาผมไปส่งที่บ้าน“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูไปส่งเองแล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ”“ไม่เอาหรอก ถ้าอย่างนั้นผมว่าผมนั่งรอพี่อยู่ที่นี่ดีกว่า”“แต่กว่าจะเสร็จมันอาจจะดึกมาก กูกลัวมึงจะง่วง”“ไม่ง่วง ผมนอนดึกบ่อยจะตายไป ยิ่งช่วงที่มีซีรีส์ออน ผมเคยนอนเกือบเช้าเลยก็มี” แถมช่วงนั้นโดนไอ้กาวมันบอกว่าขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าอยู่บ่อยๆ“แล้วพรุ่งนี้มึงไม่มีเรียนเช้าเหรอ”“พรุ่งนี้มีเรียนเก้าโมง ไม่ต้องรีบตื่น”“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ แต่ถ้าง่วงก็บอกกูนะรู้ไหม?”“ครับผม”พี่แมคบอกว่างานชิ้นนี้เป็นงานที่จะส่งเข้าประกวดกับโครงการของบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ ถ้าผลงานผ่านการพิจรณาก็จะมีสิทธิ์ได้เข้าร่วมกับทางบริษัทด้วย แล้วมันก็จะเป็นการส







