เข้าสู่ระบบ2 ปี ต่อมาศรากรพาปาลิตาเดินทางท่องเที่ยวตามที่เคยตั้งใจเอาไว้ ชายหนุ่มแพลนไว้ว่าจะพาหญิงสาวไปยังสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ในหลายๆ ประเทศทั้งในเอเชียและยุโรป และยังมีแพลนที่จะเดินทางท่องเที่ยวไปอีกเรื่อยๆ จนกว่าที่ทั้งคู่จะพอใจ ตอนนี้ที่หมายแรกที่ทั้งคู่มาถึงก็คือเมืองเวนิส ประเทศอิตาลีช่วงบ่ายของวัน ณ โรงแรมแห่งหนึ่งในเวนิสปาลิตาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้าเซื่องซึมเล็กน้อย หญิงสาวยืนมองศรากรอยู่สักครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเห็นชายหนุ่มหันมามองที่เธอ“วันนี้เราจะไปเที่ยวไหนกันเหรอ” ปาลิตาเดินมานั่งที่เตียงนอนข้างๆ ศรากร เธอเอ่ยถามแพลนเที่ยวที่ชายหนุ่มวางเอาไว้“ไปล่องเรือกอนโดลาแบบส่วนตัวในเวนิส พี่ต้องชอบแน่ๆ ว่าแต่พี่เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมดูหน้าซีดๆ ล่ะ”“ก็กินอะไรไม่ค่อยลงนี่ นายก็รู้ฉันไม่คุ้นชินกับอาหารที่นี่เท่าไหร่”“ไหวมั้ย ไหนดูซิตัวร้อนหรือเปล่า” ศรากรรีบเอามือสัมผัสไปที่แก้มและหน้าผากของหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง แต่หญิงสาวไม่ได้ตัวร้อนเลยโล่งใจขึ้นมาได้บ้าง“ฉันไม่เป็นไร”“งั้นวันนี้ไปไม่ต้องไปไหนหรอก อยู่พักผ่อนก่อนแล้วกันพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”“ฉันไปได้
วันต่อมาศรากรและนเรศขับรถออกมาผ่อนคลายอยู่แถวนอกชานเมือง สถานที่นี้เป็นที่ที่ทั้งสองหนุ่มเคยมาด้วยกันบ่อยครั้ง นเรศก็เป็นอีกคนที่ศรากรให้ความสำคัญ ไม่ได้เจอหน้าเพื่อนชายเป็นเวลา3ปีก็คิดถึงมากเช่นกัน“ฉันมีอะไรจะบอกนายด้วย เดือนหน้าฉันจะไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสแล้วนะ”ศรากรหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าเพื่อนชายกำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ทั้งๆ ที่เขาก็พึ่งกลับมาเองยังไม่ได้อยู่เที่ยวเล่นด้วยกันให้หนำใจผู้เป็นเพื่อนชายก็จะเดินทางไกลเสียแล้ว แต่ถึงจะใจหายไปบ้างแต่ศรากรก็เคารพการตัดสินใจของนเรศเสมอ“พึ่งได้เจอกันเอง แต่ไม่เป็นไร นายจะทำอะไรฉันก็เห็นด้วยอยู่แล้ว”“นายจำได้มั้ยตอนที่นายบอกให้ฉันเรียนต่อ ตอนนั้นฉันเองก็ไม่เข้าใจว่าจะเรียนไปทำไมทั้งๆ ที่ฉันก็ไม่มีเป้าหมายในชีวิต ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยากทำอะไร อยากเป็นอะไร แต่กลับเป็นนายที่รู้ความฝันของฉัน ฉันรู้นะว่าที่นายเลือกเรียนภาพยนตร์ก็แค่อยากเรียนเป็นเพื่อนฉัน”“แต่ยังไงฉันก็ทิ้งนายไปอยู่ดี”“ไม่เลยเพื่อน นายไม่ได้ทิ้งฉันไปไหน นายยังอยู่ที่เดิมเสมอ จากกันครั้งนั้นมันทำให้ฉันภูมิใจในตัวนายมากรู้มั้ย เพราะมันทำให้ฉันได้รู้ว่านายอยู่ได้แล้
ศรากรยิ้มหวานเดินตรงมาหาปาลิตาด้วยความคิดถึง ชายหนุ่มกางมือทั้งสองข้างเพื่อจะเข้าไปกอดแต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อหญิงสาวถอยหลังออกไม่ยอมให้ชายหนุ่มเข้ามาสวมกอดได้ง่ายๆ“ผมกลับมาแล้วไงพี่ไม่ดีใจเหรอ อุตส่าห์มาแบบเซอร์ไพรส์อดใจไม่บอกพี่ก่อนนะเนี่ย”ปาลิตาไม่ตอบรับอะไรทั้งนั้น หญิงสาวมองไปที่ศรากรด้วยความขุ่นเคืองก่อนจะเดินเลี่ยงชายหนุ่มออกไปอีกทาง ศรากรเองก็พยายามเดินตามเพื่อจะรั้งหญิงสาวเอาไว้“ไม่ต้องมาจับฉัน!”ปาลิตาพยายามสลัดตัวออกจากศรากรที่เอาแต่พยายามโอบกอดเธอ แต่ไม่ว่าจะออกแรงแค่ไหนก็ไม่สามารถต้านทานพละกำลังของชายหนุ่มได้ ยิ่งเธอดิ้นเท่าไหร่เขาก็จะกอดเธอให้แน่นกว่าเดิม ไม่นานนักความรู้สึกที่หญิงสาวอัดอั้นเอาไว้ก็ไหลรินออกมาเป็นทาง เสียงสะอื้นของเธอทำชายหนุ่มกังวลนัก“ผมขอโทษ ผมทำให้พี่โกรธอีกแล้วใช่มั้ย พี่อย่าร้องไห้เลยนะ”“ไม่ต้องมากอดฉันเลย ฉันเกลียดนายแล้ว นายจะไปไหนก็ไป ไอ้คนนิสัยไม่ดี” ปาลิตาใช้กำปั้นทุบไปที่แผ่นหลังศรากรด้วยความน้อยใจ“ใช่ผมนิสัยไม่ดีจริงๆ นั่นแหละ งั้นพี่ทุบผมให้หนักๆ เลยผมจะได้จำ” ศรากรหลุดขำเมื่อเห็นท่าทีงอแงของหญิงสาว ไม่ว่าตอนนี้ปาลิตาอยากทุบตีเขามากแค่ไห
ช่วงค่ำของวันปาลิตาเดินออกมาจากห้องนอนก็เห็นปวีร์นั่งอยู่ที่โซฟา หญิงสาวเองรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นคนที่เธอไม่รู้จักเข้ามานั่งอยู่ในบ้านแบบนี้ พอเห็นจริญตาเดินออกมาจากห้องก็รีบเดินตรงไปหาเพื่อนสาวในทันที“หมอเอิร์น ใครเหรอ?”“คุณปวีร์”“ห๊ะ! คุณปวีร์ หมายถึงคุณทนายหนุ่มที่ทำให้เธอชอบแล้วทิ้งเธอไปนั่นเหรอ”“พูดบ้าอะไรของเธอ” จริญตารีบปิดปากเพื่อนสาวเอาไว้ปวีร์เองพอได้ยินที่ปาลิตาพูดออกมาก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ การได้ยินว่าจริญตานั้นชอบเขามันเหนือความคาดหมายสำหรับเขามากจริงๆ“จริงเหรอครับที่หมอเอิร์นชอบผม” ชายหนุ่มหันไปถามปาลิาเพื่อย้ำคำตอบอีกครั้ง“จริงสิคะ ฉันว่านะที่เพื่อนฉันไม่ยอมคบใครมาถึงตอนนี้ก็เพราะคงรอคุณกลับมาแน่เลย อ่อลืมแนะนำตัว ฉันขิงค่ะ…เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของหมอเอิร์น” ปาลิตาเดินเข้าไปนั่งคุยกับปวีร์อย่างสนิทสนม นานทีหยอกเย้าเพื่อนรักก็ดูจะมีความสุขมาก“คุณขิงน่าจะเข้าใจผิดนะครับ คนที่หมอเอิร์นชอบน่าจะไม่ใช่ผมนะ”“ถ้าคุณทนายหมายถึงหมอหมอกละก็เมื่อก่อนอาจจะใช่ค่ะ แต่ตอนนี้คนในใจหมอเอิร์นได้เปลี่ยนไปแล้ว นี่ถ้าคุณทนายกลับอเมริกาช้ากว่านี้นิดหนึ่ง คงได้รู้แล้วค่ะว่าคนที่หมอเอิร์
จริญตามาเยี่ยมดูอาการแม่ของนเรศที่เข้ามารักษาตัวด้วยไข้ขึ้นสูงเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมาในฐานะหมอเจ้าของไข้ หญิงสาวเปิดประตูเข้ามาในห้องก็ยิ้มทักทายคนไข้ที่นอนอยู่บนเตียงอย่างเป็นมิตร“เป็นยังไงบ้างคะคุณน้า หน้าตาดูสดชื่นขึ้นนะคะ”“ดีขึ้นอย่างที่หมอว่านั่นแหละ ตอนนี้น้าเองก็อยากจะกลับบ้านแล้ว นอนโรงพยาบาลนานๆ ไม่ค่อยชอบเลย”“นอนดูอาการคืนนี้ก่อนนะคะ ถ้าพรุ่งนี้ไข้ไม่ขึ้นเดี๋ยวหมอให้กลับ แล้วก้องไม่อยู่เหรอคะ”“ไปเชียงใหม่กับดีมน่ะ เห็นว่าไปทำธุระอะไรกันก็ไม่รู้ ปล่อยเขาไปเถอะสองคนนี้มักตัวติดกันตลอดแบบนี้แหละ ดีมเองก็พึ่งกลับมาก็คงหาเรื่องเที่ยวเล่นกันตามประสาหนุ่มๆ”“จริงด้วย แล้วนี่คุณน้าอยู่คนเดียวเหรอคะ”“อยู่กับหลานสาว พอดีออกไปซื้อของเดี๋ยวก็กลับมา”“โอเค งั้นหมอไปทำงานต่อแล้วกัน เดี๋ยวเย็นๆ จะมาใหม่ คุณน้าเองก็ต้องพักผ่อนให้เยอะๆ นะคะ” จริญตาบอกลาคนไข้ในความดูแลก่อนจะเดินออกจากห้องไปจริญตาเดินออกมาจากห้องพักฟื้นคนไข้ก็ตรงมายังเคาน์เตอร์ของโรงพยาบาล ระหว่างที่หญิงสาวหยิบแฟ้มเอกสารการรักษาคนไข้ขึ้นมาดูนั้นก็ถูกชายคนหนึ่งเดินตรงมากระชากแขนอย่างเต็มแรง โดยเธอไม่ทันได้ตั้งตัวจนต้องล้มลง
“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะพี่ต้อม” เพียงขวัญเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับพนักงานอีกหลายคนที่มาร่วมงานเลี้ยงวันนี้ ทุกคนได้ยินเสียงดังมาจากในบ้านก็เลยพากันเดินเข้ามาดู“ไม่มีอะไรหรอกพี่ทำขวดเหล้าแตกนะ ทุกคนไปสนุกกันต่อได้เลยเดี๋ยวทางนี้พี่จัดการเอง”พนักงานทุกคนที่เข้ามาในบ้านเมื่อสักครู่ต่างก็ออกไปตามที่ผู้เป็นเจ้านายบอก เหลือก็แค่เพียงขวัญ หญิงสาวเข้าไปช่วยวราวิทย์เก็บกวาดเศษขวดเหล้าด้วยความระมัดระวัง สายตาก็จับจ้องไปที่ชายหนุ่มอย่างไม่ลดล่ะ“ทำไมเอยมองพี่แบบนี้ล่ะ”“พี่ต้อมเมาเหรอคะ”“เปล่า พี่ยังไม่ได้ดื่มเลยจะเมาได้ไง”“แล้วขวดเหล้านี้ตกแตกได้ยังไงคะ”“พอดีเป็นแผนล่อเหยื่อของดีมน่ะ”“หมายถึงคุณดีมล่อขิงเหรอคะ”“พูดซะพี่ตกใจเลย เอาเป็นว่าเป็นแผนที่จะทำให้สองคนนั้นปรับความเข้าใจกัน แบบนี้โอเคมั้ย”“แล้วคุณดีมกับขิงตอนนี้ไปไหนแล้วคะ”“อยู่บนห้องน่ะ เรารีบเก็บรีบออกไปสนุกกับงานเลี้ยงข้างนอกดีกว่า”ระหว่างที่ทั้งคู่ช่วยกันเก็บกวาดเศษขวดอยู่นั้น เกศราก็เดินเข้ามาเพื่อตามหาศรากร เธอมั่นใจว่าชายหนุ่มต้องตามปาลิตาเข้ามาในบ้านอย่างแน่นอน“คุณดีมล่ะคะ”“ออกไปตามขิงข้างนอกแล้วค่ะ" เพียงขวัญชิงตอบแทนวราวิ







