แชร์

บทที่ 3

ผู้เขียน: ฟ้าดุษฎี
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-22 02:22:22

เช้าวันต่อมา...ฐิตาภามาถึงที่ทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ ทว่าวันนี้ดูแปลกกว่าทุกวันเพราะทุกคนในแผนกหน้าตาไม่สดชื่นหรือทักทายเธอเลย หญิงสาววางกระเป๋าสะพายและกล่องอาหารมื้อเช้าไว้บนโต๊ะ แล้วมองลูกน้องแต่ละคนที่เหมือนจะร้องไห้โดยเฉพาะศรีสมร

“เอาละทุกคน หันมาทางนี้จ้ะ” ฐิตาภาตบมือสองสามครั้งเป็นเชิงเรียก ทุกคนจึงเดินเข้ามารายล้อมเธอ “มีใครพอจะบอกพี่ได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น”

“ฮือ...ฮือ...” เจ้าแม่น้ำตาอย่างศรีสมรปล่อยโฮออกมาก่อนใครเพื่อนจนฐิตาภาตกใจ “เราไม่อยากให้คุณภาไปเลยค่ะ เราอยากให้คุณภาเป็นหัวหน้าเราต่อไป” ดราม่าเสร็จก็ปรี่เข้าไปกอดหัวหน้าสาว คนถูกกอดทำหน้างงๆ พร้อมกับจับบ่าอีกฝ่ายออกห่างเล็กน้อย

“ไปไหน ภายังอยู่นี่ไงคะพี่ศรี”

“ตะ...แต่...”

ศรีสมรพูดไม่ทันจบประโยคก็ปล่อยโฮออกมาอีกรอบ สาวๆ ในแผนกอีกสองคนจึงร้องตาม ฐิตาภายิ่งงงหนักกว่าเดิม แต่ก่อนที่เธอจะได้ไถ่ถาม เครื่องติดต่อภายในก็ดังแทรกขึ้น

“คุณภา คุณเรวัติเชิญที่ห้องทำงานท่านประธานค่ะ” เสียงหวานๆ ที่ดังมาตามสายนั้น ฐิตาภาจำได้ดีว่าเป็นเสียงปรียาเลขาหน้าห้องท่านประธาน เธอจึงรีบตอบกลับไป

“ได้ค่ะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” หญิงสาวหันไปมองเพื่อนร่วมงานแว๊บนึง ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพบเรวัติ ในใจหวั่นๆ ว่าคงเป็นเรื่องที่ไม่ดีสำหรับตนแน่ๆ เนื่องจากเมื่อวานเธอเถียงกับประธานคนใหม่อย่างถึงพริกถึงขิง

เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของอาคารซีอาร์กรุ๊ป ปรียาก็ยิ้มให้ฐิตาภาและรู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าคงจะกังวลไม่น้อยที่ถูกเรียกตัวขึ้นมากะทันหันแบบนี้ “ไม่ต้องกลัวจ้ะ เป็นเรื่องดี” เลขาหน้าห้องเอ่ยปลอบขณะเคาะประตูเบาๆ แล้วเปิดออก “เชิญด้านในเลยค่ะ”

ร่างบอบบางยืนกลางประตูพลางหลับตาลงเพื่อรวบรวมความกล้า พอลืมตาขึ้น...นัยน์ตากลมแป๋วก็สบประสานเข้ากับดวงตาคมวาวของเจ้าของห้องที่กำลังนั่งหมุ่นปากกาด้ามหรูไปมาอยู่บนมือ ก่อนที่เท้าเล็กๆ จะก้าวเข้าไปในห้องเพื่อประจันหน้าด้วยท่าทางพยศผยองสู้ตาย

“มาแล้วเหรอ”

“สวัสดีค่ะท่านประธาน” ฐิตาภาพนมมือไหว้เขาแล้วยืนกุมมืออยู่หน้าโต๊ะทำงาน รอให้เขาเชิญนั่ง แต่ไม่เลย ร่างผึ่งผายในสูทสีเข้มเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหา หญิงสาวจึงรีบถอยห่างและมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ อธิชาติเห็นท่าทีตื่นตระหนกของแม่กวางสาวก็ยิ่งอยากแกล้ง

“เรารู้จักกันนี่น่าภา และที่สำคัญเราก็เคย...” เขาเว้นคำพูด โลมเลียเธอทางสายตา และจับจ้องไปที่ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อ “...จูบกันด้วยอีกต่างหาก”

“บ้านะสิ ดิฉันไปจูบกับท่านประธานตอนไหนมิทราบ”

แม้จะโมโหแต่ฐิตาภาก็ยังควบคุมสติตัวเองได้ดี มือบางกำเข้าหากันแน่นเพื่อระบายความโกรธกรุ่น ร่างสูงใหญ่จึงต้อนหญิงสาวให้ไปชนขอบโต๊ะ ครั้นเธอจะเบี่ยงตัวออกก็ถูกเขาใช้แขนทั้งสองข้างตีกรอบล้อมคอกเอาไว้เสมือนกักขังเชลยนักโทษ

“จริงสินะ เวลาอาจจะทำให้คุณลืม งั้นผมคงต้องทบทวนความจำให้แล้วล่ะ” เขาลอยหน้าลอยตายั่วจนเธอหน้าแดงแปร๊ด มือเรียวพยายามดันบ่าแกร่งเป็นพัลวัน

“ท่านประธานมีอะไรจะคุยกับดิฉัน แล้วคุณเรวัติไปไหนคะ ฉันมาพบคุณเรวัตินะไม่ใช่ท่านประธาน” ฐิตาภาเบือนหน้าหนีเมื่อเขาเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ๆ

อธิชาติก็ไม่ยอมเสียโอกาสดีๆ วงแขนแข็งแรงแบบคนสุขภาพดีรีบรวบร่างอ้อนแอ้นเข้ามาสวมกอดแน่น ยังผลให้แผงอกกว้างซึ่งขวางเต็มไปด้วยมัดกล้ามบดเบียดทรวงอกอวบนุ่มที่ดันเสื้อยืดขึ้นมาให้เห็นเป็นเงากลมๆ จนบู้บี้

“ผมอยากพบคุณเอง ไม่ใช่คุณเรวัติหรอก”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อรู้ว่าตนถูกหลอก “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคะ!”

หญิงสาวฟึดฟัดดิ้น แต่ยิ่งดิ้น อ้อมกอดก็ยิ่งรัดแน่น และที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือจมูกโด่งฝังลงบนพวงขาวอมชมพูหนักๆ หนึ่งฟอด

“ยังหอมเหมือนเดิมเลยนะ...” เขาผละหน้าออกมายิ้มหวาน “เอ้า...ดิ้นเข้าไป ดิ้นแรงๆ ลูกชายผมจะได้ตื่น”

“คนบ้า! หยาบคายที่สุด! คุณต้องการอะไรกันแน่! หรือแค่อยากแกล้งฉัน!” ฐิตาภาอยากจะตบหน้าเขาสักฉาดให้หายโมโหนักถ้าทำได้

“ถ้าอยากรู้ก็หยุดดิ้นแล้วมาคุยกันดีๆ”

คำพูดนั้นได้ผล หญิงสาวหยุดดิ้นราวกับสั่งได้ ขณะที่ตามองเขาเขียวปั๊ด “คุณก็ปล่อยสิคะ จะมากอดฉันไว้ทำไม” เธอออกแรงแกะมือเขาออกจากเอว อธิชาติจึงหอมแก้มนวลอีกครั้ง

“จุ๊บ...จุ๊บ…”

“ว้าย!” ฐิตาภาเอียงหน้าหนีแต่ก็ไม่พ้น กำปั้นเล็กจึงทุบลงบนอกหนาแรงๆ ทีหนึ่ง “คุณถือสิทธิ์อะไรมากอดจูบคนอื่น”

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก แววตาคมเข้มวับวาวเหมือนเสือที่กำลังจะเขมือบเหยื่ออันโอชะ

“นี่อย่าบอกนะว่าตั้งแต่โดนผมจูบ คุณก็ไม่เคยทำแบบนี้กับผู้ชายคนไหนอีกเลย”

“ดิฉันไม่ได้ส่ำส่อนเหมือนคุณนี่คะ จะได้เที่ยวเร่ไปจูบกับคนอื่นเขาทั่ว” หญิงสาวทั้งอายทั้งโมโหคนขโมยจูบแรกของตัวเองไปเมื่อหลายปีก่อน

“กะว่าจะเลิกส่ำส่อน และมีแฟนเป็นตัวเป็นตนสักที คุณว่าเป็นยังไงบ้าง” เขาเลื่อนมือไปจับมือบาง พาเธอเดินไปนั่งที่โซฟา หญิงสาวบิดข้อมืออกแต่เขาไม่ยอม บังคับให้นั่งเบียดกันทั้งๆ ที่เหลือบริเวณตั้งเยอะ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาโทร.หาเรวัติ

“คุณเรวัติเข้ามาได้เลย” สั่งเสร็จก็ตัดสาย ขณะที่รอนั้นอธิชาติก็ไม่ยอมปล่อยมือเธอง่ายๆ “ผมบอกคุณเป็นคนแรกเลยนะที่จะหยุดเรื่องผู้หญิง”

“ไม่เกี่ยวกับฉันนี่ ที่เรียกฉันมามีอะไรหรือเปล่า ถ้าไม่มี ฉันจะกลับไปทำงาน เดี๋ยวจะถูกตำหนิว่าเอาเวลางานมาทำอย่างอื่น” คนที่อยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบยังมีน้ำคำประชดประชันได้อีก

อธิชาติหัวเราะหึๆ ในลำคอ ปากร้ายไม่ใช่เล่น ต่อไปคงต้องปราบพยศกันทุกวันกว่าจะเชื่อง ชายหนุ่มไม่ทันได้โต้ตอบอะไร ประตูก็เปิดเข้ามา ฐิตาภาตกใจรีบชักมือกลับอย่างว่องไว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • กรงสวาทสีชมพู (ภาคต่อ กรงสวาทสีเพลิง)   บทที่ 4

    “สวัสดีครับเจ้านาย คุณภา” เรวัติมองหน้าแดงๆ ของคนทั้งสอง “เอ่อ...คงตกลงกันเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ”“เดี๋ยวนะคะคุณเรวัติ ไม่ทราบว่าตกลงเรื่องอะไรคะ?” หญิงสาวออกอาการงงๆ“อ้าว” เรวัติอุทานเบาๆ แล้วหันหน้าไปมองเจ้านายหนุ่ม แต่คนถูกมองไม่คิดจะอธิบายต่อเลยสักคำ “คืออย่างนี้นะคุณภา เดือนหน้าคุณปรียาจะย้ายไปทำงานในตำแหน่งใหม่ ทำให้ตำแหน่งเลขาหน้าห้องว่างลง...” เลขาวัยกลางคนหยุดอธิบายเมื่อเห็นฐิตาภาเริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ“แต่เท่าที่ฟังมา มันไม่เกี่ยวกับฉันเลยนะคะ”“ครั้งนี้คงต้องเกี่ยวแล้วล่ะครับ เพราะท่านประธานอยากให้คุณภามารับตำแหน่งเลขาแทนคุณปรียา แล้วแต่งตั้งให้คุณศรีสมรเป็นหัวหน้าแผนกแทน”“อะไรนะคะ!!! จะให้ฉันเนี้ยนะมาทำงานเลขา ฉันจบบัญชีนะคะ ไม่ได้จบเลขา” หญิงสาวชี้นิ้วเข้าหาตัว แล้วหันขวับไปมองคนต้นเรื่องที่นั่งไขว่ห้างฟังอยู่อย่างสบายอารมณ์“แต่ปรียาจะเทรนงานให้จนกว่าคุณภาจะโอเคนะครับ”“ไม่ค่ะ ฉันไม่ตกลง และฝากบอกท่านประธานด้วยนะคะว่า ถ้าจะบีบฉันหรือแกล้งกันไม่ต้องคิดให้ปวดหัวหรอกค่ะ เพราะฉันขอลาออกตั้งแต่วันนี้” เสียงใสบอกอย่างเด็ดเดี่ยว พลางลุกพรวดขึ้น หมายจะเดินออกไปจากห้อง แต่จังหวะ

  • กรงสวาทสีชมพู (ภาคต่อ กรงสวาทสีเพลิง)   บทที่ 3

    เช้าวันต่อมา...ฐิตาภามาถึงที่ทำงานตั้งแต่เช้าตรู่ ทว่าวันนี้ดูแปลกกว่าทุกวันเพราะทุกคนในแผนกหน้าตาไม่สดชื่นหรือทักทายเธอเลย หญิงสาววางกระเป๋าสะพายและกล่องอาหารมื้อเช้าไว้บนโต๊ะ แล้วมองลูกน้องแต่ละคนที่เหมือนจะร้องไห้โดยเฉพาะศรีสมร“เอาละทุกคน หันมาทางนี้จ้ะ” ฐิตาภาตบมือสองสามครั้งเป็นเชิงเรียก ทุกคนจึงเดินเข้ามารายล้อมเธอ “มีใครพอจะบอกพี่ได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น”“ฮือ...ฮือ...” เจ้าแม่น้ำตาอย่างศรีสมรปล่อยโฮออกมาก่อนใครเพื่อนจนฐิตาภาตกใจ “เราไม่อยากให้คุณภาไปเลยค่ะ เราอยากให้คุณภาเป็นหัวหน้าเราต่อไป” ดราม่าเสร็จก็ปรี่เข้าไปกอดหัวหน้าสาว คนถูกกอดทำหน้างงๆ พร้อมกับจับบ่าอีกฝ่ายออกห่างเล็กน้อย“ไปไหน ภายังอยู่นี่ไงคะพี่ศรี”“ตะ...แต่...”ศรีสมรพูดไม่ทันจบประโยคก็ปล่อยโฮออกมาอีกรอบ สาวๆ ในแผนกอีกสองคนจึงร้องตาม ฐิตาภายิ่งงงหนักกว่าเดิม แต่ก่อนที่เธอจะได้ไถ่ถาม เครื่องติดต่อภายในก็ดังแทรกขึ้น“คุณภา คุณเรวัติเชิญที่ห้องทำงานท่านประธานค่ะ” เสียงหวานๆ ที่ดังมาตามสายนั้น ฐิตาภาจำได้ดีว่าเป็นเสียงปรียาเลขาหน้าห้องท่านประธาน เธอจึงรีบตอบกลับไป“ได้ค่ะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” หญิงสา

  • กรงสวาทสีชมพู (ภาคต่อ กรงสวาทสีเพลิง)   บทที่ 2

    “เอ่อ...คุณภาครับ นี่คุณอธิชาติ เจ้านายคนใหม่ของพวกเราครับ” เลขาวัยกลางคนแนะนำ หญิงสาวพยายามตั้งสติแล้วพนมมือขึ้นไหว้อย่างเสี่ยงไม่ได้“สวัสดีค่ะ ดิฉันฐิตาภาเป็นหัวหน้าแผนกคลังสินค้าค่ะ”ท่าทีเย็นชาเหมือนคนไม่เคยรู้จักกันของหญิงสาวทำเอาอธิชาติหน้าตึง ดวงตาคู่คมดั่งใบมีดจ้องเขม็งที่ใบหน้านวลเกลี้ยงแทบไม่กะพริบ ฐิตาภาเสมองไปทางอื่นทั้งๆ ที่หัวใจเต้นแรงระรัวด้วยความหวาดหวั่นพรั่นใจ“ที่นี่เรียบร้อยดีใช่ไหม” ริมฝีปากหยักลึกที่ครั้งหนึ่งเคยพรมจูบกลีบปากอันรั้นเผยอเมื่อสี่ปีก่อนขยับพูด“ค่ะ...” เธอตอบสั้นๆ ยิ่งทำให้อารมณ์ของอธิชาติเริ่มเดือดมากขึ้น“ถึงงานจะไม่มีปัญหา ผมก็ต้องการให้พนักงานทุกคนทำงานเต็มที่ ไม่ใช่เอาเวลางานไปเลี้ยงลูกหรือทำอย่างอื่น!” ประโยคต่อว่าตรงๆ ทำเอาทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน“ขอโทษนะคะท่านประธาน พนักงานที่คลังไม่เคยทำแบบนั้น ทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่ และที่ดิฉันมาต้อนรับช้าไม่ใช่ว่าเอาเวลาไปเลี้ยงลูก แต่วันนี้เป็นวันพักร้อนของดิฉัน และคุณเรวัติก็เป็นคนเซ็นอนุญาตค่ะ พอดีฉันอยู่แถวนี้ก็เลยมาต้อนรับท่าน” ฐิตาภาตอบด้วยความรู้สึกไม่พอใจที่ได้ยินคำกระแนะกระ

  • กรงสวาทสีชมพู (ภาคต่อ กรงสวาทสีเพลิง)   บทที่ 1

    ณ ห้างสรรพสินค้าสุดหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร ประเทศไทยช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์แบบนี้ ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ต่างคาคั่งไปด้วยผู้คนที่หอบลูกจูงหลานมาเที่ยวพักผ่อนและจับจ่ายซื้อของกันอย่างถ้วนหน้าฐิตาภาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่อาศัยช่วงวันหยุดมาเที่ยวพักผ่อนเหมือนคนอื่นๆ หากวันนี้เธอไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่มีสองแสบอย่างเด็กชายผักบุ้งกับเด็กหญิงปุ้งกี๋ เด็กกำพร้าฝาแฝดชายหญิงวัยสามขวบที่เธอรับอุปการะมาเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะ เพราะพ่อและแม่ของทั้งสองเสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้คลังสินค้าของซีอาร์กรุ๊ปที่เป็นข่าวดังครึกโครมตามหน้าสื่อต่างๆ เมื่อหลายเดือนก่อนเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างสนุกสนาน ดังสอดประสานกับเสียงเครื่องเล่นในสวนสนุกของห้าง เด็กๆ หลายคนวิ่งจากเครื่องเล่นอันหนึ่งไปยังอีกอันหนึ่งด้วยรอยยิ้มสดใส ท่ามกลางบรรดาคุณพ่อคุณแม่ที่มานั่งเฝ้าลูกๆ อยู่บริเวณโซนหน้าทางเข้า“แม่ภาขา...”เสียงเรียกเจื้อยแจ้วของปุ้งกี๋หรือจิรณา ดึงสายตากลมโตซึ่งกำลังไล่อ่านข้อความในโทรศัพท์ให้หันไปมองมือเล็กๆ ที่ยกโบกสะบัดในขณะเจ้าตัวนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกที่หมุนวนเป็นวงกลม“แม่ภาครับ…”เด็กชายผักบุ้งหรือภูมิ ก็ไม่น้อยหน้าน้องสาวฝ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status