เข้าสู่ระบบหมอติณณภพไม่อยากเจอหน้าชลลนี เพราะว่าตอนบ่ายวันนี้เขาก็โดนผู้อำนวยการโรงพยาบาลเรียกไปตีกลับใบลาออก เขาจึงยื่นขอลาพักร้อนเสียเลย เบื่อนักที่ต้องมาทนอยู่ที่นี่
เมื่อตรวจคนไข้ที่วอร์ดเสร็จหมด เขาจึงเคลียร์เคสทั้งหมดของเขาที่รับผิดชอบอยู่ ย้ายไปให้หมอเกียรติก้องทั้งหมด เมื่อคีย์เอกสารรวมทั้งไฟล์การตรวจประวัติคนไข้ ส่งให้กับหมอเกียรติก้องแล้ว เขาก็ยื่นใบลาพักร้อนทันที เพราะได้รับอนุมัติให้ไปพักผ่อน ค่อยมาให้คำตอบเรื่องลาออกทีหลัง แต่เขาคิดแล้วว่าอย่างไรก็ยังคงเป็นคำตอบเดิม
“คุณพยาบาลลักษณ์ครับ ตั้งแต่พรุ่งนี้ผมจะพักร้อนยาวครึ่งเดือน ผมส่งเอกสารทั้งหมดให้หมอก้องรับเคสต่อแล้ว ยังไงคุณช่วยประสานงานต่อด้วยนะครับ” เมื่อเซ็นเอกสารแผ่นสุดท้ายเสร็จเขาก็ยื่นแฟ้มทั้งหมดให้คุณพยาบาลสาวคนสวย ขวัญใจหมอก้องไปจัดการเรื่องต่อ
พยาบาลลักษณ์รับเอกสารมาด้วยสีหน้าครุ่นคิด ไม่รู้ว่าจะถามดีหรือไม่ แต่ความสงสัยทำให้เธอไม่อาจจะเก็บไว้ต่อไปได้
“หมอติณค่ะ หมอจะลาออกจริงๆ เหรอคะ” ในที่สุดเธอก็กลั้นใจถามออกไปจนได้ ก่อนหน้านี้ทั้งอึดอัด ทั้งอยากถามแต่ไม่กล้าพอ ขนาดถามจากหมอก้องหวานใจของเธอ ยังไม่รู้คำตอบแน่ชัดเลย
“ใช่ครับ ผมจะลาออก”
“หมอคะ ถ้าหมอออกไปพวกเราละคะ” พยาบาลลักษณ์เสียดายหมอฝีมือดี ทั้งยังเก่งหลายด้านอย่างหมอติณ แฟนเธอแม้จะเก่งแต่ก็ยังเป็นรองหมอติณอยู่มาก
“หมอก้องและหมอคนอื่นๆ ก็อยู่ครับ คุณต้องศรัทธาและเชื่อใจในเพื่อนร่วมทีมของคุณให้มากกว่านี้” หมอติณไม่วายสั่งสอนพยาบาลลักษณ์ไปหนึ่งดอกก่อนกลับบ้าน
“ค่ะ” พยาบาลลักษณ์เดินหน้ามุ่ยออกไปทันทีที่โดนดุ
หมอติณส่ายหน้าให้กับเหล่าพยาบาล แล้วหันไปหยิบเสื้อสูทเพื่อจะกลับบ้าน ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็นกว่าๆ เขาจึงไม่รีบมากเพราะว่า รถกำลังติดในช่วงนี้ เมื่อออกจากห้องพักแพทย์ ก็แวะซื้อกาแฟดื่มสักแก้ว ระหว่างทางกลับบ้านจะได้ไม่ง่วง
“อเมริกาโน่แก้วหนึ่งครับ” กาแฟเดียวที่เขาดื่มเห็นจะเป็นกาแฟรสนี้ ระหว่างยืนรอเขาตบที่ท้ายทอยเพื่อแก้อาการเมื่อยล้า แต่ทว่ากลับมีมือหนึ่งเข้ามานวดเขา
หือ!!!
เขาจับมือเล็กที่เข้ามาบีบนวดให้หยุด แล้วหันกลับมามองว่าเป็นใคร
“ชลนี่ยังไม่กลับอีกเหรอ” คนที่เขาไม่อยากพบก็มาอีกจนได้ แต่ทว่าหากเธอพูดเรื่องลาออกของเขาอีก เขาจะเดินหนีแล้วเช่นกัน
“ยังค่ะ เพิ่งเคลียร์งานเสร็จ พอดีเจอติณเลยเข้ามาทักสักหน่อย เป็นไงคะ งานหนักเหรอ” เธอไม่คุยเรื่องลาออกของเขาแล้ว แต่ได้ข่าวว่าเขาจะพักร้อน อย่างน้อยก็ดีกว่าที่ให้เขาลาออก
“ครับ ผมจะลาพักร้อนครึ่งเดือน” เขารับเครื่องกาแฟที่ได้พอดี เดินไปคุยไปกับชลนี่
“พักผ่อนให้สบายใจค่ะ แล้วค่อยกลับมาลุยงานกันใหม่” ชลนี่ ไม่เร้าหรือ กลัวว่าเขาจะยิ่งรำคาญใจ ให้เขาได้พักเสียบ้างเผื่อชาร์ตพลังเต็มที่แล้ว เขาอาจจะเปลี่ยนใจไม่ลาออกแล้ว
เธอตั้งใจว่าวันงานครบรอบจัดตั้งโรงพยาบาล จะประกาศเรื่องของเธอและเขา ในเมื่อเขาไม่ยอมรับรักเธอเสียที ก็จับมัดมือชกไปเลย ดูสิว่าเขาจะกล้าหักหน้าเธอต่อที่สาธารณะก็ลองดู หมอติณผู้เป็นชายหนุ่มสุภาพ ไม่เคยมีข่าวกับใคร ทั้งยังวางตัวดีมาตลอด เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ในโรงพยาบาลยังไม่มีให้พบเห็น นอกจากเธอแล้วไม่มีผู้หญิงคนเหมาะสมจะเคียงคู่เขาได้
“ครับ ผมขอตัวก่อน ป่านนี้ป้าพรเอาข้าวมาให้ที่บ้านแล้ว” ติณรู้สึกหิวข้าวขึ้นมา จึงขอตัวกลับก่อน
“ติดใจฝีมือป้าพรขนาดนั้นเลยหรือคะ ไม่ไปทานข้าวกับชลนี่สักมือหรือคะ” ชลนี่ไม่เคยได้ทานข้าวกับเขาแบบส่วนตัวสอง
ต่อสอง อย่างมากนัดกินเลี้ยงกัน ก็มีหมอพยาบาลไปหลายคน แล้วก็กินข้าวที่โรงอาหารของโรงพยาบาล นอกจากนั้นชีวิตเขา เธอไม่สามารถเข้าถึงได้เลย เขาค่อนข้างรักความเป็นส่วนตัวมากๆ
“ผมไม่ชอบกินข้าวนอกบ้านถ้าไม่จำเป็น ป้าพรทำกับข้าวได้เหมือนรสมือแม่ผม ผมจึงอยากกลับไปกินข้าวที่บ้านเหมือนได้กินข้าวกับแม่” เขาบอกเหตุผลเธอ แต่ไม่รู้ว่าเธอจะเข้าใจหรือไม่ อย่างไรเขาก็ไม่ค่อยชอบทานอาหารข้างนอก ผงปรุงรสมันเยอะ แต่ป้าพรไม่ได้ใส่ของพวกนั้น แต่ว่าอร่อยเป็นสูตรดั้งเดิม เหมือนที่แม่ของเขาทำ วัตถุดิบป้าพรก็เลือกสรรอย่างดี ทำให้เขาเชื่อมั่นว่าอาหารที่ได้กินนั้น อร่อยและสะอาด
ชายหนุ่มขับรถฝ่าการจราจรกรุงเทพ ที่ติดมากช่วงหนึ่งทุ่ม แต่เมื่อใกล้สองทุ่มก็ค่อยๆ ขยับได้ดีขึ้น นั่นทำให้เขาถึงบ้านเกือบสองทุ่มทุกวัน เมื่อเลี้ยวรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ก็จะมีแม่สาวน้อยที่ตอนนี้เจริญวัย เป็นสาวหน้าตาสะสวยมากขึ้น แต่ยังทำตัวเป็นเด็กกะโปโล แต่งตัวใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดตัวโคร่งๆ เหมือนที่เคยๆ มาส่งข้าวให้เขาทุกวัน
เขาเปิดประตูรถแล้วก็เดินไปหาสาวน้อย ที่ยืนรอเขาอยู่
“ไงเรา วันนี้มายืนรออา”
“แม่ไม่อยู่บ้านค่ะ ญาติที่ต่างจังหวัดเสียชีวิต แม่ต้องไปอยู่จัดงานศพหลายวัน มื้อนี้แม่ทำให้ทานค่ะ แต่ว่ามื้อต่อไปต้องเป็นฝีมือนีลาแล้วนะคะ” เธอส่งปิ่นโตให้เขา
“เหรอเดี๋ยวนี้ทำอาหารเก่งแล้วเหรอเรา” ติณณภพยิ้มละไมส่งไปให้สาวน้อยของเขา ที่เห็นมาตั้งแต่ม.ปลาย จนตอนนี้เรียนจบแล้ว ยิ่งโตเขาก็ยอมรับว่าเธอยิ่งสวย แต่ภาพกะโปโลของเธอ ยังสลัดไม่หลุด ทำให้เขาก็ยังมองเธอเป็นเด็กอยู่เรื่อย
“นิดหนึ่งค่ะ ได้จากแม่มานิดหน่อย” เธอไม่กล้าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับแม่
“งั้นพรุ่งนี้อาจะคอยชิมฝีมือ มาให้สายหน่อยก็ได้ อาพักร้อนครึ่งเดือน” ติณณภพบอกเธอ เขารู้ว่าเธอไม่ได้ตื่นเช้ามากนัก เพราะเขาเห็นเธอนั่งทำงานจนดึกทุกคืน เขาลอบมองตรงหน้าต่างบ่อยๆ ยิ่งเห็นเธอใจจดจ่อกับการทำงาน ก็ยิ่งมองอย่าง
เพลิดเพลิน เขาก็อ่านหนังสือจนดึกทุกคืน เพราะเป็นหมอต้องหมั่นทบทวนความรู้อยู่ตลอด คนไข้แต่ละเคสมาไม่เหมือนกัน ต้องหาสาเหตุแตกต่างกันไป
“ได้ค่ะ อาหมอรีบไปอาบน้ำไหมคะเดี๋ยวนีลาจัดอาหารใส่จานให้” เด็กสาวอาสาจัดอาหารให้เขา
“อาอาบน้ำแป๊บเดียว เดี๋ยวอาทานเลยหิวจะแย่ กินเป็นเพื่อนอาหน่อยสิ” ติณณภพชวนเธอ นึกอยากชวนหญิงสาวคุย เพราะว่าเขาอยากคุยว่าเธอจะทำงานที่ไหนต่อ เห็นรับงานเป็นฟรีแลนซ์มานานแล้ว แต่ก็ไม่มีเวลาคุยเป็นจริงเป็นจัง เขาเองก็มีเพื่อนเปิดบริษัทอยู่หลายคน หากจะฝากเด็กน้อยของเขาเข้าทำงานสักคนคิดว่าคงไม่ยาก
“ไม่เป็นไรค่ะอาหมอ เดี๋ยวนีลานั่งเป็นเพื่อน อาหมอทานเลยค่ะ”ที่จริงเธอจะดูว่าเขาจะกินกับข้าวฝีมือเธอได้หรือไม่ เพราะแม่บอกให้บอกอาหมอให้ทานที่ร้านอาหารสักอาทิตย์ เดี๋ยวกลับมาจะทำชดเชยให้
แต่เธอกลัวเขาจะหิวแล้วไม่มีอะไรกิน จึงแอบทำมาให้เขาหวังว่าเขาจะไม่สงสัยนะ เพราะว่าเธอเลียนแบบรสชาติแม่ทุกอย่าง โดยเฉพาะวันนี้มีห่อหมกปลาช่อน ที่สตรีสายอาร์ตอย่างเธอหาญกล้า ทำให้เขากินเป็นมื้อแรก เพราะเคยได้ยินเขาชมว่าแม่ทำห่อหมก ได้อร่อยที่สุด
“ไปเถอะเข้าบ้านกัน” บ้านของเขา มีเพียงนีลาและป้าพรที่เข้านอกออกในได้ เขาเองก็แปลกใจ ไม่รู้ทำไมแต่เขาไว้ใจสองคนนี้ คนอื่นแม้แต่หน้าบ้านก็ไม่อยากให้มา เพราะเขารักความเป็นส่วนตัว
เขาใช้ฝ่ามือหนาโอบที่ไหล่บางของเธอ ทำเหมือนกับที่เคยทำตั้งแต่เธอยังเด็ก แต่เมื่อคราวนี้ไม่ได้เหมือนแต่ก่อน ความรู้สึกกลับเปลี่ยนไป มันมีความรู้สึกเหมือนไฟซ็อตที่หัวใจ มันจั๊กกะจี้แปลกๆ
นีลาหดคอลงนิดหนึ่ง เธอรู้สึกสยิวหน่อยๆ เมื่อก่อนไม่เคยเป็น แต่ทว่าไม่รู้ทำไมเดี๋ยวนี้ความรู้สึกกับอาหมอของเธอกำลังเปลี่ยนไป ไม่เหมือนอีกแล้ว
นีลาเอาปิ่นโตมาจัดอาหารใส่จานให้เขา ทั้งยังล้างปิ่นโตไว้พร้อม เพื่อที่เวลาเขากินเสร็จเธอจะได้ยกกลับไปทันที
ชายหนุ่มเปิดน้ำให้ไหลผ่านร่างกาย ทำให้ร่างที่เหนื่อยล้ารู้สึกสดชื่นขึ้น ความร้อนเล็กๆ ในกายก็สงบลง เขาเพิ่งรู้สึกหลังจากที่ได้สัมผัสตัวเธอ นั่นทำให้เขาสลัดความคิดชั่วของตัวเองทิ้งไป
เธอเป็นเด็ก เขาโตแล้วต้องห้ามทำอะไร ให้เด็กมันถอนหงอกเอาได้ แต่ไหนแต่ไรก็ไม่มีความรู้สึกแบบนี้ เพราะว่างานแต่ละวันที่รับผิดชอบ ก็ไม่เหลือพลังไว้คิดเรื่องพวกนี้แล้ว
เมื่ออาบน้ำเสร็จเขาก็เช็ดหัวลวกๆ แล้วสะบัดผมไปมาสองสามที มันก็แห้งจนหมาดแล้ว เขาหยิบชุดลำลองมาแต่งตัวสบายๆ ยามอยู่บ้าน แล้วก็เดินลงมา ในชุดเสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้น
นีลาที่ยังไม่กลับ เพราะจะรอเขากินเสร็จก่อนค่อยกลับไป เมื่อได้ยินเสียงเขาเดินลงบันไดมาจากชั้นบน เธอจึงหันไปมอง แล้วภาพที่เห็นทำให้เธอกลืนน้ำลายเหนียวคอ
เอือก!!!
โอวว กำเดาจะไหล หุ่นเฟริมมาก เสื้อกล้ามที่แนบกับลำตัว ยิ่งมองลาดลงไปตรงหน้าท้องที่เห็นขนไรอ่อนๆ หายกลืนเข้าไปในกางเกงตัวสั้นนั้น ทำให้เธอเผลอมองอย่างเหม่อลอย และเลียริมฝีปากราวกับอยากกินบางอย่างตรงนั้น อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“นี่ยัยตัวแสบ มองอะไรอาใส่เสื้อผิดเหรอ” เขาถามพร้อมกับมองตัวเอง แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ
“อ่อ...เอ่อ...คือ...ว่าอาหมอหุ่นเฟริมมากค่ะ นีลาไม่เคยเห็นอาในลุคนี้เลยตะลึงไปหน่อยค่ะ” เธอยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ยิ้มแห้งๆ ให้กับเขา
“เป็นไงอาหล่อไหม”
“หล่อค่ะ หล่อมาก หล่อลากดินมาเลยค่ะ” นีลาแสร้งเป็นชมให้โอเวอร์เกินจริง เพื่อแก้อาการขวยเขินของตัวเอง แต่ชายวัยสามสิบห้า ที่หล่อเหลาเช่นเขาใช่จะหากันได้ง่ายๆ ทำงานหนักขนาดนี้เอาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกายก่อน
“แล้วเราล่ะ ตอนนี้ทำอะไรอยู่” เขาเริ่มถามชีวิตของเธอบ้าง
“รับงานฟรีแลนซ์ค่ะ”
“ทำอะไรบ้างล่ะ”
“รับออกแบบ กับรับวาดรูปค่ะ แล้วแต่ที่ว่าเขาสั่งให้ทำแบบไหน ทำได้หมดเลยค่ะ” ที่จริงเธอก็แอบรับวาดภาพประกอบนิยายอิโรติกอยู่ด้วย แต่ไม่กล้าบอกเขา นี่คือแหล่งทำเงินชั้นเยี่ยม เพราะเธอวาดได้เหมือนคนจริงๆ มาก จนผู้ว่าจ้างชอบใจให้ทิปกันบ่อยๆ แต่นี่คือความลับของเธอ แม้แต่แม่เธอก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ
“รายได้ล่ะ เป็นอย่างไร” เขาถามเพราะเป็นห่วง หากอนาคตยังไม่ลงหลักปักฐาน กลัวจะไม่มีงานที่ดีทำ
“โอ๊ย...อาไม่ต้องเป็นห่วงเลยค่ะ หนูเลี้ยงตัวเองได้สบายๆ เดือนๆ หนึ่งได้หลายหมื่นเชียว” เธออวดอ้าง เพราะว่ากลัวเขาไม่เชื่อ ที่จริงเธอวาดรูปอยู่บ้านอย่างเดียว ทำเงินเป็น
กอบเป็นกำ ไม่ต้องทำงานอื่นแล้ว ตอนนี้ยังมีเงินเก็บอยู่ก้อนใหญ่ ทำงานแค่ปีเดียวเอง
“ขนาดนั้นเชียวยัยตัวแสบ” เขาทำท่าเหมือนไม่อยากเชื่อ ทั้งยังหรี่ตาอย่างจับผิด
“เชื่อหนูสิคะ ถ้าหากไม่มีเงินเลี้ยงตัวเอง ป่านนี้นีลามาเกาะขาให้อาเลี้ยงไปแล้ว” เพราะค่อนข้างสนิทกัน เธอจึงกล้าพูดเล่นพูดหัว
“มีเงินพอใช้ก็ดี อาเป็นห่วงเห็นไม่ได้ออกไปทำงาน หากลำบากอะไรก็บอกอาได้ อาช่วยได้จะช่วย”
“จริงหรือเปล่าอา...ถ้าอาช่วยได้” นีลาตาลุกวาวทันที เธออยากได้เขาเป็นแบบวาดรูป แล้วหุ่นเขาราวกับนายแบบอย่างนี้ จะไปไหนเสียรับรองว่างงานนี้เธอได้เงินอื้อเลย
“ใช่บอกมาเลย ช่วงนี้อาว่าง ให้พาไปสมัครงานที่ไหนก็ได้นะ อามีคอนเน็คชั่นหากเราต้องการ” เขายื่นขอเสนอให้เธอ เพื่อที่เธอจะได้พักผ่อนในตอนกลางคืนบ้าง เห็นอดตาหลับขับตานอนเพื่อวาดภาพทุกค่ำคืน ก็อดสงสารไม่ได้
“ไม่เป็นไรค่ะอา นีลาอยากให้อาช่วยอย่างเดียว”
“อะไรว่ามาสิ” เขายินดีรับปากช่วยเธออยู่แล้วหากเธอต้องการ
“อาช่วยเป็นแบบวาดรูปให้หน่อยสิ นีลาวาดโครงคราวๆ ไม่นานหรอก ขอไปเอาไอแพดแป๊บนึง” เธอพูดจบพร้อมกับวิ่งออกไปทันที เพราะกลัวเขาเปลี่ยนใจ
ติณณภพกำลังจะบอกกว่าใช้ของเขาก็ได้ แต่ว่าจะเรียกเธอก็ไม่ทันเสียแล้ว แค่แวบเดียวก็วิ่งออกหน้าบ้านไปไกล ได้แต่ปล่อยให้เธอเอาไอแพดของเธอมา
เขาเร่งกินข้าวให้เสร็จโดยเร็ว เพราะว่าจะได้เป็นแบบให้เธอ วันนี้กับข้าวดูอร่อยเป็นพิเศษไม่รู้ว่าป้าพรปรับสูตรหรือเปล่า แต่ว่าเขาชอบรสชาตินี้เอามากๆ
นีลาวิ่งกระหืดกระหอบมาในบ้านชายหนุ่มอีกครั้ง เมื่อถึงที่โต๊ะกินข้าว กลับไม่เห็นกับข้าวเหลือสักอย่าง ข้าวทุกเม็ดถูกเก็บเกลี้ยงจนเธอตกใจ
“อาอิ่มไหม ท่าทางอาจะหิวนีลาไปเอากับข้าที่บ้านมาให้อีกไหม” เธอทำเผื่อของเธอไว้พรุ่งนี้ เห็นเขากินหมดขนาดนี้เริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่า ปริมาณที่เธอตักมาให้เพียงพอหรือเปล่า
“ไม่ต้องแล้ว อาอิ่มแล้ว แค่กับข้าวมันอร่อยเป็นพิเศษเลยเสียดาย ป้าพรนี่พัฒนาฝีมือขึ้นด้วย ดีจริงๆ ฝากชมป้าพรด้วยนะ”
นีลาคลี่ยิ้มเต็มใบหน้า ในตาฉายแววดีใจเป็นอย่างมาก นี่เป็นอาหารมื้อแรกที่เธอทำ เขากลับชอบ โอ๊ย...เธอก็มีฝีมือเหมือนกันนะ...เอาดีๆ
เมื่อคนถูกชมยืนยิ้มหน้าบาน จนทำให้เขาเริ่มสงสัยจึงเอ่ยถามขึ้น
“นี่ดีใจราวกับว่าเป็นคนทำอาหารนี้เสียเอง”
“ใช่แว้ววว...อาหมอถูกปากอาหมอแบบนี้ นีลาทำให้กินทุกมื้อเลย” นีลาที่ดีใจจนเสียอาการวิ่งเข้าไปจับแขนเขา ทั้งยังเอาหน้าสีไปมาตรงหัวไหล่ เหมือนตอนเด็กที่เขาให้ของขวัญหรือมีขนมของโปรดเธอมาฝาก
หมอติณณภพ เห็นกิริยาของเธอที่ทำกับเขา ก็รู้สึกสะอึกเล็กน้อย ไม่คิดว่าเธอจะยังไม่ทิ้งนิสัยขี้อ้อนเหมือนเดิม แต่ว่าเธอไม่รู้หรืออย่างไรว่าตอนนี้ได้เป็นสาวแล้ว จะมาทำตัวเป็นเด็กแบบนี้ได้อย่างไร
“พอแล้ว...อาเลอะไปหมดแล้ว ถูกแขนอาเนี่ย” เขาต้องปรามเธอก่อน ตอนนี้ในกายชายหนุ่มเริ่มเร่าร้อน ยามมีหญิงสาวมาอยู่ใกล้
“โห...เดี๋ยวนี้ทำรังเกียจนีลา มาค่ะ ถอดเสื้อ” นีลาบอกเขาพร้อมทั้งดึงเขาไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่
“ดะ...เดี๋ยวนะ...ถะ...ถอดเสื้อ ถอดทำไม” ชายหนุ่มผู้คิดไม่ซื่อตกใจ เพราะแค่ได้ยินว่าถอดเสื้อผ้าต่างๆ ในฉากร่วมรักก็แล่นเข้ามาในหัวโดยมิดได้นัดหมาย ทำให้ลำกายท่อนล่างที่หลับใหลอยู่เริ่มตื่นขึ้น แล้วมันก็เริ่มตุงๆ ที่เป้า
“ก็นีลาอยากได้กล้ามซิกแพคอาค่ะ เดี๋ยวนีลาร่างคราวๆ” ลมหายใจของชายหนุ่ม เริ่มถี่ขึ้นอย่างรุนแรง เพราะกายภายใน
ไม่ปกติ มันร้อนรุ่มต้องการปลดปล่อย แล้วมีหญิงร่างเล็กขาวเนียน แม้ว่าร่างกายเธอจะเล็กนิดเดียว แต่ทรงเธอก็โตใช่ย่อย
เขามองลึกลงไปด้านในจินตนาการตาม แล้วมันก็ยิ่งทำให้น้องชายของเขาคับแน่นมากขึ้น
“อาคะ...ช่วยกึ่งนั่งกึ่งนอนโชว์ซิกแพคหน่อยค่ะ นีลาอยากได้กล้ามชัดๆ” อิอิ...เธอจะเอาเขานี่แหละเป็นรูปแบบภาพ อิโรติก 18+ ที่มีคนมาจ้างวาดไว้ เธอกำลังจินตนาการพระเอกอยู่เชียว เมื่อได้เห็นอาหมอของเธอ ก็ได้นึกถึงงานที่ต้องส่งได้พอดี
น้ำพริกแม่มิ้นต์ไม่ได้ดังเพียงในไทยแล้วเท่านั้น ตอนนี้ยังส่งออกไปต่างประเทศ โดยที่กลุ่มคนก่อตั้งโรงงานน้ำพริกทุกคนได้รับหน้าที่ให้เป็นหัวหน้าที่มีเกียรติ เพราะหากไม่มีพวกป้า ๆ และรุ่นน้องของฉันก็จะไม่มีโรงงานน้ำพริกแม่มิ้นต์ รามนอกจากจะวิ่งไปทำงานที่บ้านสามวัน แล้ววิ่งมาดูโรงงานน้ำพริกสองวัน แต่ว่าหลัก ๆ นั้นอยู่เขาใหญ่เพราะหากทิ้งไปก็ไม่สบายใจ แม้กระทั่งอุ้มท้องลูกคนที่สองอยู่ก็ตาม “เมียจ๋า...น้องพอดาวดิ้นไหมครับ” ตอนนี้ในท้องของฉันมีลูกคนที่สองเป็นผู้หญิงคุณหมอซาวนด์เพศให้รู้แล้ว คุณพ่อก็เลยตั้งว่าพอดาว ส่วนพี่สาวดารินตอนนี้เป็นพี่ปอหนึ่งแล้วไปโรงเรียนโดยมีคุณปู่คุณย่ารับอาสาไปรับไปส่ง อ้อ...ฉันลืมบอกไปว่าบ้านที่เขาใหญ่สร้างเสร็จ คุณแม่ของรามก็ย้ายมาอยู่ที่นี่ช่วยแม่ของฉันเลี้ยงดาริน ส่วนพ่อของรามนั้นก็บ่นว่าไม่ชอบกรุงเทพฯ จึงเกษียณตัวเองให้สามีฉันรับหน้าที่แทน นั่นจึงเป็นที่มาของการต้องไปทำงานกรุงเทพฯ สามวันทำงานที่โรงงานน้ำพริกสองวัน ส่วนวันเสาร์และวันอาทิตย์เป็นเวลาครอบครัว เราตกลงว่าจะไม่ทำงานและมักหากิจกรรมมาทำกัน ซึ่งวันนี้เป็นวันศุกร์ รามที่จัดการเค
หลังเรียนจบโพรเจกต์ต่าง ๆ ที่วางไว้ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น คุณแม่ของรามช่วยฉันคุยกับห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่มีอยู่ทุกจังหวัด ทั้งดีลกับร้านสะดวกซื้อและทำน้ำพริกแบบคลุกข้าวถ้วยเล็ก ๆ เพื่อซื้อได้สะดวกพร้อมทานและวางขายในร้านนั้นด้วย ส่วนรามก็จ้างบริษัทของยักษ์ขยายโรงงานการผลิตเดิมที่เป็นโรงงานเล็ก ๆ ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับการผลิตที่มากขึ้น รวมทั้งสร้างเรือนหอไว้ด้วย เพราะฉันบ่ายเบี่ยงเรื่องแต่งงานมาหลายเดือน ทั้งที่ฉันเซย์เยสอำนาจเงินของบ้านรามก็พร้อมเนรมิตทุกอย่างให้อย่างที่ใจปรารถนาแต่ฉันติดเรื่องโรงงานยังไม่เรียบร้อย จึงขอผลัดไปก่อน “มิ้นต์จ๋า...รามคิดถึงจัง” รามที่บอกคิดถึงเพิ่งจะออกไปดูการก่อสร้างโรงงานกับดูช่างที่มาสร้างเรือนหอได้เพียงสองชั่วโมง ต่อให้จากกันแค่เพียงห้านาที คนที่ขยันอ้อนอย่างรามก็เข้ามาออเซาะทุกครั้งที่เดินออกไปข้างนอก “เหม็นเหงื่อค่ะ ไปอาบน้ำก่อนไหม” “อาบด้วยกัน” เขาส่งสายตาระยับมาให้รู้ว่ามันไม่ใช่แค่อาบน้ำ “ยังไม่มืดเลย” ฉันพยายามตีสีหน้าขรึมเพื่อไม่ให้เขินออกไป แต่รามก็ยังขยันพูดจาชวนขนลุก “ถ้ามืดแล้วก็
วันนี้นอกจากเป็นวันสุดท้ายที่จะได้เข้าสอบแล้ว ยังมีจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ กันที่บ้านของยักษ์ โดยแม่ของยักษ์ก็เข้ามาสมทบตอนเย็นเพื่อยินดีกับฉันแล้วพวงมาลัยแบงก์พันก็ห้อยระย้ามาเชียวทำเอาแม่ของรามเข่นเขี้ยวที่เอาหน้าเกินไป แต่มีเพียงพูดเล่นหยอกกันขำ ๆ เพราะสุดท้ายแล้วเงินพวกนี้ก็ตกไปเป็นของดารินอยู่ดี ยักษ์ที่ให้ของขวัญชิ้นใหญ่กับฉันมากกว่านั้น คือที่ดินสิบไร่รอบ ๆ บ้านและโรงงาน รวมทั้งบ้านหลังนี้ก็ยกให้ฉัน โดยที่ฉันไม่ได้ขอเลยด้วยซ้ำ “ยักษ์นายเล่นใหญ่ไปหรือเปล่า” “เปล๊า! พวกนี้เงินไอ้รามทั้งนั้น” “เงินราม???” ฉันไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร รามเอาเงินให้ยักษ์ตอนไหน แล้วคนที่มองหน้าเพื่อนอย่างเลือดเย็นก็เอ่ยขึ้น “ก็ดียี่สิบล้านของฉันจะได้ไม่สูญเปล่า” ยี่สิบล้าน โอ๊ยฉันฟังคนโน้นทีคนนี้ทีจนจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้ว ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่ แต่เจ้าตัวก็ไม่เล่าให้ฟัง เพียงบอกว่าเอาไว้เล่าคืนนี้ พวกเราชนแก้วกันจนดึก นั่งย้อนอดีตคิดถึงวันเก่า ๆ ผลัดกันเล่า ผลัดกันหัวเราะ รวมถึงน้อง ๆ ของฉันเองก็ด้วย รวมทั้งวีรกรรมเจอผีในหอพัก ตอนเจอน่ากลัวแต่
จากวันนั้นฉันก็ยังไม่ไปจดทะเบียนกับรามบ่ายเบี่ยงเขามาเรื่อย ๆ เพราะอีกแค่นิดเดียวฉันก็จะเรียนจบแล้ว ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงสอบปลายภาคที่ฉันแทบจะไม่ได้ไลฟ์ขายน้ำพริกเลย จึงรับน้องปีหนึ่งที่อยากหารายได้มาช่วยขาย ฉันและรุ่นน้องที่เรียนปีเดียวกันผลัดกันติวหนังสือ อ่านหนังสือสอบเรียกได้ว่าหามรุ่งหามค่ำ จนอยากเอาชีทที่เรียนนั้นมาต้มกินเสียให้รู้แล้วรู้รอด “เจ้ จริยธรรมอาจารย์จะออกอะไรบ้างอะ” ติ๊ช่าถามฉันผู้ที่เคยช่วยอาจารย์ปู่วิชากฎหมายยกของประจำ “กว้างมากเลย ข้อเขียนก็เขียนอ้อน ๆ อาจารย์ปู่แล้วกันเผื่ออาจารย์สงสารจะให้เอ” วิชาท่องจำเป็นวิชาปราบเซียนยิ่งกว่าวิชาที่ให้คิดคำนวณเสียอีก เพราะความรู้ต่าง ๆ มันกว้างมากจนพวกเราเดาใจอาจารย์ยากเหลือเกิน ขึ้นอยู่กับการวัดดวงแล้ว “เฮ้อ...สาธุขอให้อ่านตรงใจอาจารย์ปู่” “พี่ว่าจะไปบนหลวงพ่อสิงห์” หลวงพ่อสิงห์คือพระที่อยู่คู่มหาวิทยาลัยมานานแล้ว บนหลวงพ่อแล้วก็แก้บนด้วยการวิ่งรอบวงเวียนมหาวิทยาลัย “เจ้หนูยังวิ่งไม่หมดเลย บนไปรอบที่แล้ว” ติ๊ช่าผู้อ่านหนังสือเพียงสิบเปอร์เซ็นต์ แต่เลือกที่จะมูเก้าสิบ เปอร์เซ็นต์ดังนั
เช้าวันจันทร์ฉันมีเรียนแล้วดารินก็ต้องไปโรงเรียน แต่รามนี่สิกวนฉันทั้งคืนเพราะฉันไม่ให้นอนด้วย ไล่กลับไปคุยกับแม่ให้เรียบร้อย เดี๋ยวก็ไปโผล่หน้าต่างเป็นเงาตะคุ่ม ๆ เดี๋ยวก็มาเกาะประตูใช้เล็บขูดจนฉันใจอ่อน สุดท้ายต้องให้เข้าห้องไปนอนอีกฟากโดยมีดารินอยู่ตรงกลางแล้วคนขี้เซาแบบรามก็นอนไม่รู้จักตื่นเพราะเมื่อคืนกว่าจะหลับก็ตีหนึ่งตีสอง “ราม เดี๋ยวสาย” ฉันแต่งตัวให้ลูกสาวแล้วจึงให้แม่ป้อนข้าวรอ ส่วนฉันเข้ามาแต่งตัวในห้องพลางปลุกรามให้ตื่นไปด้วย ขณะที่กำลังกลัดกระดุม ไอ้คนหน้ามึนก็เข้ามารวบด้านหลังแล้วซุกไซ้ซอกคอ “ขอชื่นใจหน่อย” เขาไม่ยอมปล่อยจนเสื้อฉันยับและนั่นทำให้ฉันต้องแกะกระดุมออกแล้วเปลี่ยนตัวใหม่ พร้อมกับส่งสายตาคาดโทษ แต่เขากลับส่งสายตาโลมเลียร่างกายฉันกลับเพราะเนินอกใหญ่ ๆ ของฉันนี่ไง “หิว...” เขาลากเสียงยาว ฉันไม่ต้องเดาก็รู้ว่าหิวอะไร “ไปอาบน้ำจะไปมหาลัยแล้ว” ฉันเสียงแข็งใส่ ไม่ใจอ่อนหรอกนะ เรื่องแม่ยังไม่เคลียร์ไม่ต้องมาเข้าใกล้เลย ฉันไม่อยากขึ้นชื่อว่าพรากแม่พรากลูกเขา “ขอเอานิดเดียว” “ไม่!” ฉันพูดจบแล้วก็เดินออกจาก
ในครัวมินทากาทำแกงไก่ใส่ฟัก ไข่เจียวชะอม แล้วก็ตำน้ำพริกกะปิโดยมีคุณแม่ของเธอคอยช่วย ขณะที่กำลังโขกน้ำพริกอยู่นั้น คุณแม่ก็ถามขึ้นเกี่ยวกับครอบครัวของราม “บ้านเขาทำอะไรลูก” คำถามของแม่ทำให้ฉันรู้ว่าฉันแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับรามเลย รู้เพียงว่าเป็นบ้านนักธุรกิจที่ค่อนข้างรวย นึกถึงตรงนี้ไม่มีส่วนไหนเลยที่รามและฉันคู่ควรต่อการเป็นสามีภรรยากัน “เขาทำธุรกิจแล้วก็ยังรวยมาก ๆ แต่หนูก็ไม่รู้หรอกว่าธุรกิจอะไร เพราะคบกันเพียงเวลาสั้น ๆ” ฉันตอบตามความจริง เวลาของเราในช่วงปีสองเทอมหนึ่งมันแค่สามเดือนเท่านั้น แล้วเขาก็จากฉันไปเขาไม่เล่าเรื่องที่บ้าน ฉันก็ไม่ถามเซ้าซี้เพราะไม่ได้รักรามที่เงิน ส่วนรามก็ไม่ใส่ใจจะเล่าอะไรให้ฉันฟัง คงเพราะเขาไม่เคยคิดจริงจังล่ะมั้ง ฉันคิดว่าเป็นอย่างนั้นนะ“ดูเขาไม่ค่อยชอบเรา ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนใช่ไหม” คำถามนี้ฉันไม่ได้ตอบเพียงแค่พยักหน้า แล้วแม่ก็เงียบไปไม่ได้ถามฉันต่อนอกจากมีแกงฟักกับไก่ ไข่เจียวชะอม แล้วก็น้ำพริกแล้ว ฉันไปค้นผักในตู้มาเพิ่มจึงได้ทำต้มจืดอีกหนึ่งอย่าง วันนี้มากันหลายคนมีกับข้าวแค่นี้คงไม่ดีกระมัง เดี๋ยวเขาจะหาว่าฉันพาลูกชายเขาอย







