Home / วาย / กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ / บทที่ 3 ตื่นได้เสียที! มาช่วยข้ารื้อซากศพเร็ว (2/2)

Share

บทที่ 3 ตื่นได้เสียที! มาช่วยข้ารื้อซากศพเร็ว (2/2)

last update Last Updated: 2026-01-15 15:53:08

นอกจากรูปร่างที่แตกต่าง ทั้งเครื่องแบบทั้งอาวุธกลับเหมือนทหารคนอื่นๆ หากแต่ศพร่างนี้ห้อยต่างหูสีดำสนิทไว้คู่หนึ่ง ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มดึงต่างหูข้างซ้ายของศพชายร่างอ้วนท้วนออก เผยปานรูปเต่ากางสี่ขาโผล่หัวโผล่หางสีดำตัวจิ๋ว หากมองไกลๆ คงคล้ายรูเจาะหูหรือไม่ก็ไฝเม็ดโต

"เจอเสียที!" เจียงหยูหยางโห่ร้องยินดี "ว่าแต่พี่ชายเซียนจวินหาศพนี้ทำไมหรือ หรือว่าเป็นญาติท่าน?"

"ข้าบอกเจ้าได้" ผู้บำเพ็ญเพียรเหลือบสายตาเยียบเย็นมองคู่แฝดที่ดูจะชินกับความเย็นชาของเขาเสียแล้ว "แต่หลังจากที่รู้ เจ้าต้องตาย ยังอยากรู้หรือไม่"

เจียงหยูหยางอ้าปาก "ไม่เอาๆ เป็นความลับท่านก็บอกกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องขู่ฆ่ากันเลย!" มือเล็กแดงฉานด้วยคราบเลือดโบกปฏิเสธเป็นระวิง

"พบเขาแล้ว เราก็ไปกันได้แล้วใช่หรือไม่?" เจียงหยูหมิง เขกหัวน้องชาย ใครใช้ให้อยากรู้อยากเห็นไปทั่ว

ผู้บำเพ็ญเพียรยืนนิ่ง ดูเหมือนกำลังใช้ความคิด สายตากวาดไปโดยรอบ ก่อนเดินไปที่ศพร่างหนึ่งที่ใส่ชุดม่วงของสำนักมนตราคู่ ร่างสูงก้มลงคว้าถุงเฉียนคุนที่เหน็บอยู่ที่เอวของศพร่างนั้นมา "เจ้า เอาเสื่อมาให้ข้า"

เจียงหยูหมิงดึงเสื่อลงจากไหล่ของตนยื่นไปให้ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่ม

"ห่อ" ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มชี้ไปที่ศพชายอ้วน

"..."

คนอะไร! ดีแต่ใช้งานคนอื่น พูดจาก็สงวนถ้อยคำนัก เงินทั้งบ้านข้ายังซื้อคำพูดประโยคดีๆ จากปากเขาไม่ได้เลยกระมัง!

เจียงหยูหมิงได้แต่กระฟัดกระเฟียดอยู่ในใจ ก่อนจะลากน้องชายไปช่วยกันใช้เสื่อม้วนศพที่ทั้งตัวหนักทั้งเหม็นไส้และเครื่องในที่ไหลออกมา หลังพวกเขาห่อเสร็จผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มจึงนำห่อศพใส่ลงไปในถุงเฉียนคุน

"ไปกันได้แล้ว"

ทั้งสามเดินทางมุ่งหน้าไปยังวัดเสินเจี๋ย หนึ่งชายหนุ่มวัยสวมกวาน สองเด็กแฝดอายุสิบสองปี การเดินทางของทั้งสามเรียกได้ว่าทุลักทุเลยิ่ง ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มเดิมควรไปได้เร็วกว่าปัจจุบันถึงสองเท่า แต่มีสองเด็กน้อยแข้งขาสั้นคอยถ่วงแข้งถ่วงขา ในใจนึกอยากทิ้งไว้นัก แต่เขาไม่คิดจะทิ้งชาวบ้านไม่รู้อีโหน่อีเหน่ไว้ท่ามกลางไฟสงครามที่พวกเขาไม่ได้ก่อ จึงได้แต่อดทนอดกลั้น ก้าวเท้าเดินหน้าต่อไป

"พี่ชายเซียนจวิน ข้าเหนื่อยเหลือเกิน เดินต่อไปไม่ไหวแล้ว!" เจียงหยูหยางกล่าวเสียงยืดด้วยความเหนื่อยล้า

"เซียนจวิน ท่านเอาพวกข้าใส่ถุงวิเศษของท่านเถอะ ข้ายอมเดินทางร่วมกับศพ" เจียงหยูหมิงที่มีความอดทนมากกว่าก็ถึงขีดจำกัดแล้วเช่นเดียวกัน

เส้นเลือดที่ขมับของผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มเต้นตุบๆ "หากทำได้ข้าคงไม่ต้องมาคอยลูกเต่าอย่างพวกเจ้าหรอก พวกเจ้าไม่ใช่ทั้งของตายไม่ใช่ทั้งผู้บำเพ็ญเพียร เอาใส่ถุงเฉียนคุนไม่ถึงชั่วยามก็โดนดูดพลังลมปราณจนหมดร่างตายแล้ว" ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มแค่นเสียงเย็น เขาใช้ความพยายามอย่างล้มหลามเพื่อไม่ให้โทสะระเบิดออกมา

"ไอ้หยา เช่นนั้นก็แย่สิ...แต่ขาข้าไม่มีความรู้สึกแล้ว ไปต่อไม่ได้แล้วจริงๆ" เจียงหยูหยางทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างงอแง

เจียงหยูหมิงนับถือความกล้าของน้องชายจริงๆ อยู่กับคนน่ากลัวขนาดนี้ยังทำตัวงอแงดื้อดึงได้ นี่มันนิสัยของพวกตัวละครเอกไม่ก็ตัวละครแรกที่จะตาย...

"ไม่สู้วันนี้พักกินอาหารเร็วสักหน่อยเถิด น้องชายข้าไปต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ" เจียงหยูหมิงประสานมือคำนับ พยายามทำแววตาให้ดูน่าสงสารที่สุดเหมือนสุนัขจรจัดที่มาขอเศษปลาไปกิน

ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มจนใจ จะให้แบกเด็กสองคนเดินทางตัวเขาก็ไม่ยินยอม จึงได้แต่ถอนหายใจ หาที่หลบซ่อนแล้วนำเสบียงออกมาจากถุงเฉียนคุนสำหรับสามคน เดิมเขาพกเสบียงมาแค่สำหรับตัวเองอยู่ได้สามสี่วัน โชคดีในถุงเฉียนคุนที่ฉวยมาจากศพศิษย์สำนักมนตราคู่มีเสบียงอาหารอยู่ อีกทั้งระหว่างทางหากเจอของที่กินได้ก็จะฉวยลงถุงเฉียนคุนทันที ทำให้ทั้งสามไม่ขาดแคลนเสบียง มีอาหารให้กินครบทุกมื้อ

"แหวะ! กลิ่นเหมือนศพเน่าเลย" เจียงหยูหยางอ้าปากคายหมั่นโถวที่เพิ่งกัดคำแรกไป แม้อาหารของพวกเขาจะไม่ขาด แต่ภายในถุงเฉียนคุนไม่ได้มีเพียงอาหารและข้าวของเครื่องใช้ แต่ยังมีศพเละเทะอยู่อีกศพหนึ่งด้วย

"ห้ามคายทิ้ง! จำที่อาจารย์จงสอนไม่ได้รึไง ห้ามกินทิ้งขว้าง" เจียงหยูหมิงตะปบปากน้องชายไม่ให้คายหมั่นโถวออกมา รอจนกระทั่งเจียงหยูหยางกลืนลงไปจนหมดจึงค่อยคลายมือออก

"หยูหมิง! ทำไมเจ้าชอบอุดปากข้านัก ข้าเกือบหายใจไม่ออกตาย!" เจียงหยูหยางหน้าดำหน้าแดง รีบอ้าปากโกยอากาศเข้าไป

ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มจ้องสองพี่น้องฝาแฝดทะเลาะกันเงียบๆ พลางกล่าวขึ้นอย่างสงสัย "พวกเจ้าเป็นฝาแฝดกัน เจ้าเป็นน้อง เหตุใดเจ้าไม่เรียกเขาว่าพี่ใหญ่"

"มิได้ๆ พี่ชายเซียนจวิน เวลาครึ่งถ้วยชาจะมานับใหญ่นับเล็กได้อย่างไร" เจียงหยูหยางส่ายหน้าไม่ยินยอม

"ความจริงข้าพยายามสอนเขามาตั้งแต่ยังเล็ก แต่เจ้านี่ดันหัวสมองทึบ สอนอะไรไม่เคยจำ โอ้ย! อย่าดึงหน้าข้า!" 

ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มมองสองพี่น้องทะเลาะกันยกใหม่ เป็นเด็กช่างดีนัก ทั่วหล้าลุกเป็นไฟก็มิอาจแผดเผาตัวตนของพวกเขาได้

"พี่ชายเซียนจวิน ท่านมีพี่น้องหรือไม่?" เจียงหยูหยางลูบแก้มแดงเถือกจากการโดนพี่ชายหยิกคืนหันมาชวนผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มคุย

"ข้ามีน้องชายหนึ่งคน"

"งั้นท่านก็เป็นพี่ใหญ่ คงลำบากไม่น้อย ข้าเข้าใจๆ" เจียงหยูหมิงกอดอกพยักหน้าอย่างเห็นใจ ต่างก็เป็นพี่ใหญ่ด้วยกัน มีอะไรให้ไม่เข้าใจเล่า

ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มจึงได้นั่งมองสองฝาแฝดตีกันอีกยก

วันเวลาแห่งการเดินทางผ่านไปเช่นนี้ จนในวันที่สิบสี่ของการเดินทาง ทั้งสามย่างก้าวเข้าสู่เขตเมืองหลวงแห่งเกาะกุยเหว่ยในที่สุด สภาพของที่นี่ดูดีกว่าทุกที่ที่พวกเขาผ่านมา สิ่งปลูกสร้างทั้งหลายล้วนยังตั้งตระหง่าน ต้นไม้ใบหญ้ายังไม่ถูกเผาทำลาย เห็นทีสถานการณ์แนวหน้าที่สะพานทางฝ่ายเกาะกุยเหว่ยจะได้เปรียบ จึงยังไม่มีกองทัพแคว้นเสวียนอู่เข้ามาถึงเมืองหลวงได้สักนาย ผู้ร่วมทางทั้งสามไม่ต้องค่อยหลบซ่อนอีก การเดินทางในเมืองหลวงจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ถึงวัดเสินเจี๋ย ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มพาฝาแฝดเดินเข้าไปในอารามแห่งหนึ่ง ลึกเข้าไปที่หลังของพระพุทธรูปองค์ใหญ่มีทางเดินลับเข้าสู่ที่หลบภัยใต้ดินอยู่

"ไปหาบิดามารดาของพวกเจ้าเสีย"

"ขอบคุณพี่ชายเซียนจวินมาก! หากไม่มีท่านพวกข้าคงไม่รอดมาถึงที่นี่แน่"

"เซียนจวิน ขอบพระคุณท่านมาก บุญคุณครั้งนี้ ข้าและน้องชายจะไม่มีวันลืม!"

สองฝาแฝดคำนับผู้มีพระคุณแล้วเดินลงไปในทางเดินลับ

ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างนึกขัน

แม้แต่ชื่อแซ่ก็ไม่ถาม จะตอบแทนบุญคุณได้อย่างไร

เจียงหยูหมิงหันมาเห็นผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มยืนเปิดประตูลับอยู่ที่เดิม "เซียนจวิน ท่านไม่มาด้วยกันหรือ?"

ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มส่ายหน้า "ไปเถอะ ข้ามีธุระต้องไปจัดการ"

เจียงหยูหมิงพยักหน้ารับ คาดว่าเซียนจวินคงต้องไปรวมตัวกับเพื่อนร่วมสำนักเป็นแน่ ก่อนหันกลับไปจึงกุมหมัดคำนับอีกรอบ "ขอให้ท่านปลอดภัย"

ประตูปิดลง ผู้บำเพ็ญเพียรหนุ่มมองพื้นลวงที่เด็กฝาแฝดเดินเข้าไป ฝาแฝดจากไปแล้ว ช่วงเวลาอันสงบสุขของเขาจากไปแล้วเช่นกัน จากนี้ไปไม่มีโอกาสพักกินอาหารเหม็นหืน ดูเด็กไม่ยอมโตทะเลาะกันอีก

"เจ้าก็เช่นกัน"

ดวงตาสีดำสนิทหม่นแสง คิ้วคมเข้มดุจดาบเหล็กกล้าด้ามงามขมวดมุ่น เขาหันหลังเดินออกไปจากอาราม เสียเวลามานานได้เวลาทำสิ่งที่ควรต้องทำเสียที

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ   บทนำ ปฐมบทตำนานเทพศัสตราวุธ

    บทนำปฐมบทตำนานเทพศัสตราวุธ"ก็อย่างที่ข้าว่าไป ศิษย์น้องสะใภ้ เจ้าจะรับนางไว้หรือไม่?"คุณชายเฟิงจูยิ้มยิบหยีโบกพัดกลมอยู่ในเรือนน้ำหมึกดำ"เจ้าจะบอกว่าสุนัขทมิฬที่พวกข้าเคยสู้ด้วยในคุกวงกตใต้สมุทรนอกจากจะไม่โกรธที่พวกข้าทำมันตาบอดไปข้าง แต่ยังอยากจะติดตามรับใช้ข้าเนี่ยนะ?" เจียงหยูหมิงถามซ้ำด้วยความเหลือเชื่อ กับคนที่เคยทำร้ายตัวเองย่อมต้องหนีไปให้ไกลสิ คงไม่ใช่ว่าอยากจะหาโอกาสแก้แค้นหรอกนะ"ถูกแล้ว นางบอกว่าตอนนั้นนางโดนการกระตุ้นกู่เข้าครอบงำทำให้ขาดสติ อีกทั้งนางก็ตั้งครรภ์อยู่ด้วยจึงต้องการสารอาหารมาเลี้ยงลูกๆ ในท้อง สัญชาตญาณทำให้นางดุร้ายเป็นพิเศษ นางนึกถึงสภาพตัวเองในตอนนั้นก็ละอายใจนัก วางใจได้ นางเพียงแค่อยากตอบแทนบุญคุณเจ้า" คุณชายเฟิงจูเล่าสิ่งที่หมาป่าโลกันตร์แปลออกมาให้ฟังเมื่อตอนยังอยู่ที่หุบเขาร้อยอสูร"ตอบแทนบุญคุณ?" เจียงหยูหมิงยิ่งงงหนักกว่าเดิม นี่มิใช่ต้องเป็นความแค้นหรอกรึ"ข้าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่นางบอกว่าหากไม่ได้น้ำของเจ้าช่วยไว้คงถูกศิษย์น้องเล็กสังหารไปแล้ว ไม่มีโอกาสรอดชีวิตจนคลอดบุตรธิดาออกมาได้"เจียงหยูหมิงหันไปมองว่าที่ฆาตกรด้านข้างด้วยสายตาแห่งผู้ชน

  • กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ   บทพิเศษ ห้องหอที่แท้จริง (2/2) (NC18+)

    จิ้งจอกหิมะพรมจูบโลมเลียทั่วทั้งใบหน้างดงามของเจ้านาย มือที่เต็มไปด้วยกรงเล็บแหลมคมฉีกกระชากอาภรณ์ของตน แต่เมื่อวางลงบนร่างของอีกฝ่ายกลับประดิดประดอยถอดออกด้วยความทะนุถนอม เมื่อไม่มีส่วนใดของใบหน้าแดงก่ำที่เขายังไม่ได้ประทับริมฝีปากลงไปอีก ไป๋ซีหลางก็เลื่อนใบหน้าลากลิ้นที่เดี๋ยวเย็นเดี๋ยวร้อนเหมือนไอเย็นของยอดเขาหนันซานเริ่มจะต้านทานไฟวิญญาณที่ลุกโหมกระพือไว้ไม่อยู่ ลิ้นลากไล้ไปถึงใบหูแดงก่ำตวัดซอกซอนทุกซอกมุมและสันนูนของกระดูกอ่อนก่อนจะขบเม้มไปที่ติ่งหูนุ่มนิ่มปลายเขี้ยวแหลมคมที่ลากผ่านก่อนจะงับเข้าที่ติ่งหูกระตุ้นความรู้สึกแปลกใหม่ที่ทำให้เจียงหยูหยางสะดุ้งตัวโยน จิ้งจอกหิมะปลดอาภรณ์ของเขาไปจนถึงชั้นในแล้วมือซุกซนก็ลูบไล้บีบคลึงไปทั่วอย่างหิวกระหายดั่งจิ้งจอกที่อดอาหารมานาน แม้จะรุกรานอย่างหนักหน่วงแต่ไป๋ซีหลางก็ระมัดระวังเป็นอย่างดี ปลายกรงเล็บแหลมคมไม่เคยเฉียดกรายเกี่ยวเนื้อเนียนนุ่มเลยสักครั้งไป๋ซีหลางเห็นอีกฝ่ายตอบสนองก็รัวลิ้นโลมเลียดูดดุนติ่งหูทั้งสองข้างจนมันแดงช้ำ เจียงหยูหยางถูกกระตุ้นซ้ำๆ จนต้องแอ่นตัวขึ้นมารับสัมผัสเร่าร้อนของเขา มือน้อยกำใบหูจิ้งจอกไว้แน่นระบายความรู้ส

  • กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ   บทพิเศษ ห้องหอที่แท้จริง (1/2)

    บทพิเศษห้องหอที่แท้จริงทันทีที่ประตูเรือนสองบานปิดลงทั้งสี่ก็กลับไปสู่ห้องหอที่แท้จริงของตนที่เรือนนอนในเกาะน้ำหมึก สองร่างพัวพันเกี่ยวกระหวัดตั้งแต่เท้ายังไม่ถึงพื้น อาหารทิพย์ที่พวกเขากินเข้าไปละลายเป็นสารอาหารทันที ช่วยหล่อเลี้ยงร่างกายให้กระชุ่มกระชวยมากกว่าเก่า ลั่วถิงลู่ยกร่างของเจียงหยูหมิงขึ้นนั่งบนโต๊ะน้ำชาจนจอกสุรามงคลที่เตรียมไว้ตกกระจายเกลื่อนพื้น ถึงกระนั้นสองร่างก็ยังไม่แยกจากกัน ริมฝีปากร้อนรุ่มสองคู่ยังคงแย่งกันกลืนกินอีกฝ่ายอย่างหิวกระหายดั่งเมื่อสักครู่ไม่ได้เพิ่งจะกินมื้อใหญ่มาลั่วถิงลู่เอื้อมมือข้างหนึ่งไปหยิบป้านสุราที่ไม่ได้ตกกระเด็นไป แล้วเกี่ยวคล้องแขนกับอีกฝ่าย เจียงหยูหมิงที่ตกอยู่ในกองเพลิงร้อนเร่าเข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำอะไร มือข้างที่ถูกคล้องแขนจับป้านสุราร่วมกับลั่วถิงลู่ สุรามงคลรินรดระหว่างจุดประสานเชื่อมต่อ ทั้งสองผละจากกันเล็กน้อยเพื่อให้สุราได้มีช่องทางเข้าสู่โพรงปากที่เชื่อมประสาน ลิ้นร้อนทั้งสองยังคงพัวพันแย่งกันดูดกวักสุรามงคลที่รสชาติเหมือนกับร่างกายของอีกฝ่ายสองแขนเกี่ยวพันคล้องกันเพื่อร่วมดื่มสุรา ประสานสัญญาแห่งรักนิรันดร์ สัญญานี้กลับ

  • กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ   บทพิเศษ ฟ้าดินร่วมกราบฟ้าดิน (2/2)

    คำอวยพรจากแดนไกลจบลง ก็ได้ฤกษ์ยามแห่งงานมงคลบ่าวสาวสองคู่ร่วมถือผ้าแดงจูงคู่ของตนเดินเข้าเรือนหลักไปหยุดอยู่เบื้องหน้าผู้ใหญ่ที่พวกเขาเคารพรัก อาจารย์จงหานถึงกับออกจากการจำศีลชั่วคราวเพื่อมาช่วยดำเนินพิธีการแห่งชีวิต แม้เขาจะเหนื่อยล้าง่วงงุนเพราะยังจำศีลไม่เสร็จดี แต่สีหน้าและน้ำเสียงกลับเบิกบานเป็นอย่างยิ่ง"สองดวงใจโยงเป็นหนึ่ง ไม่แยกจากชั่วนิรันดร์ จากวันนี้ไป สามีภรรยามีใจเดียว เป็นตายมิพลัดพราก ผูกพันธนาแม้สิ้นลม บ่าวสาวคำนับ คำนับที่หนึ่ง คำนับฟ้าดิน"สองแฝดหันมามองหน้ากันแล้วก็หัวเราะออกมาก่อนจะหันหน้าเข้าหากันแล้วคำนับกันเอง เจ้าบ่าวทั้งสองเห็นเข้าก็ยิ้มอ่อนอย่างขบขันแล้วทำตามพวกเขา ฟ้าดินก็อยู่ตรงนี้แล้วไม่ใช่รึไง พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีสามหนังสือหกพิธีการยิ่งใหญ่คับฟ้าเพื่อประกาศให้ใต้หล้าได้รับรู้ เพราะฟ้าดินร่วมเป็นสักขีพยานด้วยกัน ณ ที่นี่แล้วแม้สองฝาแฝดจะไม่ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งกับฟ้าดิน แต่สำหรับพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเมื่อใดฟ้าดินนี้มีเพียงกันและกันเท่านั้น"คำนับที่สอง คำนับบิดามารดา บรรพบุรุษ"ทั้งสี่ลุกขึ้นยืนแล้วหันทิศทางไปยังสองสามีภรรยาสกุลเจียงที่นั่งอยู่ด้านหน้า ถัด

  • กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ   บทพิเศษ ฟ้าดินร่วมกราบฟ้าดิน (1/2)

    บทพิเศษฟ้าดินร่วมกราบฟ้าดิน"เหตุใดข้าต้องใส่ชุดเจ้าสาว"เจียงหยูหยางขมวดคิ้วมุ่น ปากพูดไปก็เคี้ยวซาลาเปาไส้เนื้อไป"นั่นสิ ทำไมไม่เป็นพวกเจ้าที่ใส่ชุดเจ้าสาวเล่า มาๆ แต่งเป็นสะใภ้ตระกูลเจียงให้พ่อสามีของพวกเจ้าซาบซึ้งใจเร็ว"เจียงหยูหมิงเองก็ยืนเท้าเอวอยู่เคียงข้างน้องชาย สองฝาแฝดกำลังต่อสู้สุดชีวิตเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายตระกูลเจียงจงหลินอี้ที่กลับมาเพื่อช่วยงานใหญ่ยืนกุมขมับ เขารู้อยู่แล้วว่าเจ้าสองแฝดตัวแสบต้องไม่ยอม "ก็พวกเจ้าทั้งคู่เป็นฝ่าย...""หา? ฝ่ายอะไร พูดให้มันดีๆ นะ พี่อี้!"ยังไม่ทันที่จงหลินอี้จะได้พูดจบประโยค แฝดน้องก็จับซาลาเปายัดปากเขา ส่วนแฝดพี่ก็แทบจะตีหัวด่าคนอยู่รอมร่อจงหลินอี้ปวดหัวจนอยากจะกลับไปท่องโลกยุทธภพต่อเสียตอนนี้ ไม่น่าจับสองฝาแฝดมาอยู่รวมกันเลย"น้องชายหมิง น้องชายหยาง พวกเจ้าใจเย็นก่อน เช่นนั้นพวกเจ้าก็แต่งตัวด้วยชุดเจ้าบ่าวแต่คลุมผ้าปิดหน้าไว้ดีหรือไม่?" เซียวซิงโหรวที่ตามติดญาติผู้น้องมาช่วยงานด้วยพยายามช่วยเกลี้ยกล่อมแฝดปลาที่ตีครีบตีหางใส่ทุกคน"จริงด้วย ความคิดเข้าท่านัก พวกท่านว่าอย่างไร?" หลิวจิ่นเหอเองก็ปิดภัตตาคารเพื่อมาช่วยงานและรับ

  • กระดาษขาว และ น้ำหมึกดำ   บทพิเศษ ในห้วงความฝัน

    บทพิเศษในห้วงความฝันหวังหยูหยางลืมตาโพลง เสียงนาฬิกาปลุกกรีดร้องบอกเวลาเริ่มต้นวันใหม่ หวังหยูหยางกดปิดเสียงแจ้งเตือนในโทรศัพท์มือถือแล้วกระเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟัน เขาเป็นพวกมีพลังงานเหลือล้นในตอนเช้า ซึ่งทำให้เขาไม่มีปัญหากับการตื่นเช้ากว่าเพื่อนสนิทบ้านข้างๆ เพื่อจะได้มากินโจ๊กปลาฝีมือแม่ ยังไงเรื่องปากท้องก็ต้องมาเป็นอันดับแรก!"ผมไปก่อนนะครับแม่""ตั้งใจเรียนนะลูก อย่าลืมข้าวกล่องด้วยล่ะ"หวังหยูหยางสะพายเป้ออกจากบ้าน เขาไม่ได้ตรงไปที่โรงเรียนโดยทันทีแต่กลับไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูบ้านหลังข้างๆ"หยูหมิง ไปโรงเรียนได้แล้ว!"ประตูบ้านสกุลเจียงเปิดออกมาโดยเพื่อนสนิทของเขาเป็นเจียงหยูหมิงที่ในปากยังคาบขนมปังอยู่ มือหนึ่งก็เกี่ยวดึงปลายถุงเท้าขึ้น กระโดดขาเดียวออกมาจากบ้าน"มาแล้วๆ บอกแล้วไงว่าอย่าตะโกน มันรบกวนเพื่อนบ้าน""งั้นวันหลังนายก็ออกมาให้ทันก่อนฉันจะตะโกนสิ" หวังหยูหยางเดินนำเพื่อนสนิทไปเจียงหยูหมิงที่ยังสวมรองเท้าไม่เสร็จดีกระโดดเหยงตามหลังหวังหยูหยาง เขาพ่นลมออกจมูกเพราะปากคาบขนมปังไว้อยู่ "เป็นไปไม่ได้ ฉันเคยตื่นก่อนนายซะที่ไหนล่ะ""ก็จริง"สองเพื่อนซี้เดิ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status