Share

บทที่ 2 ตอนที่ 3/4

last update Dernière mise à jour: 2026-01-23 09:03:25

เซี่ยอวิ๋นจ้องมองความงดงามนั้นด้วยสายตาพร่าเบลอ เขาเอื้อมมือมาจากทางด้านหลัง โอบอุ้มปทุมถันคู่งามไว้ในอุ้งมือหนา บีบเค้นความนุ่มหยุ่นที่อัดแน่นจนล้นง่ามนิ้ว

“ใต้เท้าเจ้าคะ...” นางเอียงใบหน้ามองเขา ดวงตาฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำแห่งกามารมณ์ ริมฝีปากสีชาดเผยอออกน้อยๆ เพื่อกอบโกยอากาศ “ลมหนาวเช่นนี้... ท่านช่วยมอบความอบอุ่นให้ข้าน้อยได้หรือไม่เจ้าคะ”

นางมิได้เพียงเอ่ยวาจา ทว่ากลับเริ่มขยับกายอย่างเย้ายวน ฮวาหลิงแอ่นอกรับสัมผัสจากมือหนามากขึ้น นางทับมือน้อยลงบนมือของเขา บังคับให้เซี่ยอวิ๋นบดขยี้ปลายยอดปทุมถันให้แรงขึ้นตามแรงอารมณ์ ความนุ่มหยุ่นที่บดเบียดและกระเพื่อมไหวทำให้เซี่ยอวิ๋นรู้สึกเหมือนสติกำลังจะขาดผึง ทรวงอกคู่นี้ช่างเต็มตึงและหอมหวานเกินต้านทาน

“เจ้ามัน... นางมารตัวน้อย ฮวาหลิง” เซี่ยอวิ๋นคำรามต่ำ โน้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอขาว ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนนางครางลั่น

“อ๊า... ใต้เท้า... มอบความร้อนของท่าน... มาให้ข้าน้อยที...”

นางเริ่มขยับสะโพกมนวนเวียนอยู่บนหน้าขาแกร่ง บดเบียดร่องรักที่เปียกชุ่มเข้ากับตัวตนที่แข็งขึงภายใต้เนื้อผ้าของเขา นางจงใจโยกกายให้ทรวงอกกระเพื่อมไหวเป็นจังหวะ ยอดปทุมถันสีทับทิมแกว่งไกวไปมาล่อสายตา จนเซี่ยอวิ๋นทนไม่ไหว เขาพลิกร่างนางให้หันมานั่งคร่อมบนตักแกร่ง ในท่าที่ทรวงอกคู่นั้นชูชันอยู่ตรงหน้าพอดี

“ในเมื่อเจ้าหนาวนัก... ข้าก็จะเผาเจ้าให้มอดไหม้คาอกข้า!”

เซี่ยอวิ๋นโถมใบหน้าเข้าหาความอวบอิ่ม ครอบครองยอดปทุมถันข้างหนึ่งเข้าสู่โพรงปาก ลิ้นร้อนบดขยี้จุดกระสันขณะที่มืออีกข้างบีบเค้นอกอีกข้างอย่างไม่ยอมน้อยหน้า นางแอ่นอกให้เขาได้ดูดซดน้ำหวานอย่างถึงใจ ความร้อนจากจุมพิตของเขากำลังแผ่ซ่านเข้าไปในอกนาง และลามลงไปยังจุดซ่อนเร้นที่โหยหาการรุกล้ำที่สุด

เซี่ยอวิ๋นถอนริมฝีปากจากยอดปทุมถันที่เปียกชุ่ม ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดลงบนผิวขาวเนียนที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่อด้วยไฟสวาท เขามิได้รีบร้อนจู่โจมเข้าหาความใคร่ที่รออยู่เบื้องล่าง ทว่านัยน์ตาคมกลับฉายแววเจ้าเล่ห์ เขาหยิบเม็ดหมากหยกขาวที่เย็นเยียบขึ้นมาวางทาบลงบนลำคอระหง

“อ๊ะ...” ฮวาหลิงสะดุ้งเฮือกกับความเย็นที่กะทันหัน

เซี่ยอวิ๋นหัวเราะในลำคอ เขาเริ่มลากไล้เม็ดหมากหยกทรงกลมมนนั้นไปตามสัดส่วนของนางอย่างเชื่องช้า ลากผ่านร่องอก ลอดใต้ปทุมถันคู่สวย จนมาหยุดอยู่ที่ยอดอกที่กำลังร้อนระอุ

“ใต้เท้า... มัน... มันเย็นเหลือเกินเจ้าค่ะ แต่เหตุใดในกายของข้ากลับยิ่งร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผาเช่นนี้”

“นั่นเพราะเจ้ากำลังลิ้มรสสุนทรียะแห่งความแตกต่างอย่างไรเล่า... ความเย็นจากหยกที่เจ้าคลั่งไคล้ กับความร้อนจากไฟที่ข้ากำลังจะสุมลงในตัวเจ้า สิ่งใดจะเย้ายวนกว่ากัน”

เซี่ยอวิ๋นใช้เม็ดหมากหยกเย็นเยียบกดคลึงลงบนยอดปทุมถันสีชาดที่ชูชัน ความเย็นของหยกที่บดขยี้ลงมานั้นตัดกับผิวเนื้อที่ร้อนรุ่ม ทำให้นางเสียวซ่านจนหยาดน้ำทิพย์เริ่มรินไหลออกมาจากใจกลางกายสาว

"ฮือ... ใต้เท้า... ท่านช่างใจร้ายนัก... ใช้ความเย็นรังแกข้าจนข้าแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว"

เซี่ยอวิ๋นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา เขาเลื่อนเม็ดหมากต่ำลงผ่านหน้าท้องนวล จนกระทั่งถึงจุดอ่อนไหวที่ลี้ลับที่สุด เขาใช้ปลายนิ้วแหวกกลีบผกาที่ชุ่มชื้นออก แล้วกดเม็ดหมากหยกแช่ลงไปท่ามกลางกระแสน้ำแห่งความปรารถนา

"อ๊าาาา! ใต้เท้า!... ตรงนั้น... อื้อออ..."

ฮวาหลิงหวีดร้องแผ่วเบา สองมือขยุ้มสาบเสื้อของเขาแน่นจนขึ้นรอยยับย่น

"ดูสิ... น้ำสวาทของเจ้าหลั่งออกมาอาบหมากหยกของข้าจนชุ่มโชกไปหมด" เขาเริ่มวนเม็ดหมากเข้าออกที่ปากทางรักอย่างเชื่องช้า หยอกเย้ากับติ่งเกสรสีระเรื่อที่ไวต่อความรู้สึกที่สุด

"ใต้เท้า... ข้าอยากได้หมากที่ร้อนแรงกว่านี้เจ้าค่ะ... "

นางยั่วยวนด้วยการแยกเรียวขาสวยออกกว้างกว่าเดิม เปิดทางให้เขาเห็นความฉ่ำเยิ้มที่อาบชโลมจนวาววับ

"ท่านดูสิเจ้าคะ... บุปผาของข้าเบ่งบานรอท่านถึงเพียงนี้... ท่านยังจะใจเย็นใช้หยกเย็นๆ นี่อยู่อีกหรือ"

เขาเอื้อมมือไปคว้าเอวบางของฮวาหลิง แล้วรั้งร่างของนางลงมาบนอาสนะนุ่มที่ปูลาดไว้ เม็ดหมากหยกขาวดำที่เคยวางเรียงรายบนกระดานร่วงกราวเกลื่อนพื้น กายสาวสั่นระริกเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับความนุ่มของอาสนะ ทว่าส่วนเบื้องหน้ากลับสัมผัสกับความร้อนแรงจากกายบุรุษที่ทาบทับลงมา

นางมิยอมให้เขาเป็นฝ่ายคุมเกมแต่เพียงผู้เดียว มือเรียวสวยเอื้อมไปเกาะกุมความแข็งขึงที่พองขยายอยู่ภายใต้ร่มผ้าของเขา นางเริ่มขยับกายอย่างช้าๆ ใช้ส่วนที่เปียกชุ่มและบอบบางที่สุดถูไถไปบนความแกร่งที่ร้อนผ่าวผ่านเนื้อผ้าบางเบา จังหวะที่นางบดเบียดสะโพกเข้าหาทำเอาเซี่ยอวิ๋นถึงกับครางต่ำในลำคอ

"เจ้ากำลังจะทำให้ข้าตบะแตกนะ หลิงเอ๋อร์..."

"ข้าเพียงแค่อยากให้ท่านรู้ว่าดอกบัวดอกนี้กระหายเพียงใด ดูสิเจ้าคะ... กายของท่านร้อนจนข้าจะละลายอยู่แล้ว"

นางคว้ามือหนาของเขามาวางทาบลงบนทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหว กดน้ำหนักมือของเขาให้บดขยี้ลงบนยอดถันสีหวานที่ชูชันท้าทายลมอารมณ์ เซี่ยอวิ๋นใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงยอดอกของนางอย่างหนักสลับเบา ความนุ่มหยุ่นที่เต็มไม้เต็มมือทำเอาเขาแทบคลั่ง

"อา... ใต้เท้า... แรงอีกเจ้าค่ะ... บดขยี้ข้าให้มลายไปกับมือของท่าน"

ฮวาหลิงครางกระเส่า นางขยับมือที่กุมความแกร่งของเขาไว้ให้ถนัดแล้วค่อยๆ ปลดเปลื้องผ้าพันกายของเขาออก จนมังกรยักษ์ผงาดปรากฏแก่สายตา แสงจันทร์ตกกระทบส่วนยอดที่มนวาวซึ่งบัดนี้มีน้ำหวานใสๆ ไหลเยิ้มออกมาเล็กน้อย

"ท่านดูสิ... มังกรของท่านก็หิวน้ำหวานของข้าจนหลั่งหยาดวสันต์ออกมาแล้ว"

นางใช้นิ้วเรียวแตะหยาดน้ำใสนั้นมาลิ้มรสอย่างยั่วยวน ก่อนจะนำความร้อนแรงนั้นมาจ่อที่ปากถ้ำที่ฉ่ำแฉะ ฮวาหลิงไม่รีบร้อนที่จะรับเขาเข้าไปทั้งหมด นางเพียงแค่ถูไถหัวมังกรไปตามร่องรอยแยกที่ชุ่มโชก ลากไล้ผ่านติ่งเกสรที่สั่นระริกอย่างหยอกเย้า ความร้อนปะทะความร้อน ความเปียกชื้นสอดประสานจนเกิดเสียงน้ำรักดังแผ่วเบาในความเงียบสงัด

"ใต้เท้า... มองข้านะเจ้าคะ... มองดูตอนที่ข้ากำลังพ่ายแพ้แก่ท่าน"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 6 ตอนที่ 2/3

    เซี่ยอวิ๋นในยามนี้ช่างมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ ความอ่อนโยนที่แผ่ออกมาเปรียบประดุจลำธารน้ำเย็นที่ไหลชโลมบาดแผลจากไฟป่า เขาดูเหมือนเทพบุตรที่ยอมก้าวลงมาในบ่อโคลนเพียงเพื่อฉุดรั้งนางไว้ เขาเชยคางมนของนางขึ้นช้าๆ ดวงตาฉ่ำน้ำของคณิกาสาวประสานเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูน ใบหน้าคมเข้มค่อยๆ โน้มลงมาหาจนสัมผัสถึงลมหายใจของกันและกันเซี่ยอวิ๋นประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากของนางอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่บุรุษคนหนึ่งจะกระทำได้ จุมพิตนี้ไร้ซึ่งการรุกราน ไร้ซึ่งอำนาจสั่งการ มีเพียงความละมุนละไมที่พยายามซึมซาบเข้าไปปลอบประโลมความบอบช้ำ เขาถอนริมฝีปากออกเพียงนิด แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาที่ข้างแก้มของนางอย่างทะนุถนอม“ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกิน... หลิงเอ๋อร์”เสียงน้ำกระเพื่อมไหวรุนแรงขึ้นเมื่อเซี่ยอวิ๋นมิได้หยุดอยู่เพียงขอบสระ บุรุษผู้สูงศักดิ์ก้าวลงมาในน้ำทั้งที่ยังสวมชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้มเต็มยศ ผ้าไหมปักลายเมฆามงคลที่มีน้ำหนักมหาศาลยามเปียกโชกกลับมิได้เป็นอุปสรรคต่อความมุ่งมั่นของเขาแม้แต่น้อย เขาสละสิ้นซึ่งมาดขุนนางผู้สุขุมเพื่อก้าวเข้ามาหาหญิงสาวที่เขาเทิดทูนเหนือสิ่งใดไอร้อนจากสระหยกโอบล้อมร

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 6 ตอนที่ 1/3

    ลำแสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องผ่านรอยแยกของบานหน้าต่าง ฮวาหลิงค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า นางพยายามจะขยับกายทว่าความเจ็บแปลบที่แล่นพล่านจากท้องน้อยลามไปถึงไขสันหลังกลับทำให้นางต้องนิ่วหน้าและครางแผ่วออกมาด้วยความระทมนางรู้สึกปวดร้าวประหนึ่งถูกขุนเขาบดทับ การเคลื่อนไหวแม้เพียงปลายนิ้วคือการตอกย้ำถึงความป่าเถื่อนที่เพิ่งผ่านพ้นไป ผิวพรรณของนางรู้สึกแห้งตึง อบอวลไปด้วยคราบไคลและคราบน้ำรักที่แห้งกรังติดกายเสี่ยวชุ่ย สาวใช้คนสนิทก้าวเข้ามาพร้อมตะเกียงดวงเล็ก แสงไฟสลัวกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล นางวางถาดน้ำแกงบำรุงลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างแผ่วเบา"พี่ฮวาหลิง... ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ"สาวใช้ตัวน้อยหลบสายตาทันทีเมื่อเหลือบเห็นรอยช้ำสีกุหลาบเข้มที่ซอกคอและลาดไหล่ซึ่งโผล่พ้นสาบเสื้อ แววตาของนางเต็มไปด้วยความเวทนาและหวาดกลัว ฮวาหลิงเห็นเงาสะท้อนนั้นแล้วก็ได้แต่แค่นยิ้มในใจ สภาพของนางในยามนี้มิอาจเรียกได้ว่าเป็นสตรีผู้เลอโฉม ผิวกายของนางมิต่างจากหนังสัตว์ที่ถูกพยัคฆ์ร้ายขย้ำจนยับเยินไม่นานนัก แม่เล้าแห่งหอชิงโหลวก็ก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามดั่งเช่นทุกวัน นางกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ยังคงอ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 5 ตอนที่ 3/3

    เจ้าเสวียนจินพ่นลมหายใจร้อนพร่าออกมาเมื่อความคับแน่นรุกรานเข้าสู่จุดที่ลึกที่สุดในโพรงปากของนาง ฮวาหลิงใช้จุดกระสันภายในดูดดึงมังกรยักษ์อย่างเป็นจังหวะถี่รัว สลับกับการใช้นิ้วเรียวคลึงวนที่ฐานอย่างรู้หน้าที่ ความชำนาญของนางทำให้ฮ่องเต้หนุ่มผู้เคยผ่านสตรีนับร้อยถึงกับต้องใช้มือแกร่งค้ำขอบโต๊ะไว้มั่น มัดกล้ามเนื้อตามท่อนแขนและลำคอเกร็งเขม็งจนเส้นเลือดปูดโปน"รสชาติของพระองค์... ช่างดุดันและดียิ่งนักเพคะ" นางผละริมฝีปากออกมาเพียงครู่เพื่อกระซิบด้วยเสียงที่พร่าระรวย หยาดน้ำหวานใสไหลย้อยจากมุมปากดูเย้ายวนใจเกินพรรณนา"หม่อมฉันอยากจะกลืนกินพระองค์ไว้ทั้งหมด... มิให้เหลือแม้เพียงหยดเดียว"แสงเทียนสลัวภายในห้องบรรทมส่องกระทบร่างเปลือยเปล่า ที่คุกเข่าหมอบราบอยู่แทบเท้าโอรสสวรรค์ เส้นผมสลวยที่เคยเกล้าไว้อย่างประณีตบัดนี้ยุ่งเหยิงปรกใบหน้าและลาดไหล่เนียน ทว่าความกระเซอะกระเซิงนั้นกลับขับเน้นให้นางดูงดงามปานเทพธิดาจำแลงที่กำลังทำเรื่องหยาบโลนที่สุดเพื่อปรนเปรอพระเจ้าในดวงใจ"นางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์... คณิกาเช่นเจ้าทำไมถึงได้ร้ายกาจถึงเพียงนี้"เจ้าเสวียนจินสบถคำหยาบออกมาด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานเ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 5 ตอนที่ 2/3

    เจ้าเสวียนจินคำรามกึกก้อง พระองค์ทรงกระชากสาบเสื้อของฮวาหลิงออกจนพ้นไหล่นวลอย่างมิใยดี ก่อนจะบีบปลายคางนางให้แหงนเงยจนลำคอระหงตึงเครียดเพื่อเพ่งมองรอยหมึกนั้นให้ชัด แววตาของมังกรคลั่งวาวโรจน์ไปด้วยความพิโรธ"อึก... ฝ่าบาท... หม่อมฉัน..."นางยังมิทันได้เอ่ยคำแก้ตัว เจ้าเสวียนจินก็ทรงฝังใบหน้าลงบนรอยหมึกนั้นอย่างป่าเถื่อน พระองค์ทรงใช้ริมฝีปากและไรฟันคมบดเค้น ดูดดึงผิวเนื้อขาวนวลอย่างรุนแรงประหนึ่งจะกระชากเอาสีหมึกนั้นออกไปจากผิวของนาง แรงดูดดึงมหาศาลทำให้ผิวเนื้อขึ้นห้อเลือดสีเข้มทับถมลงบนรอยหมึกของชายอื่นจนมิดสิ้น"เจ้ามันร่านนักนะ หลิงเอ๋อร์! ร่างกายนี้เป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว ร่องรอยของชายอื่นข้าจะขยี้มันให้จมดิน!"พระองค์สบถด่าทอนางด้วยวาจาหยาบโลนเพื่อกดให้นางสยบยอม ก่อนจะจับร่างของฮวาหลิงพลิกหันหลังให้อย่างรวดเร็ว ทรงกดแผ่นหลังนวลให้แอ่นรับแรงอารมณ์ในท่ายืนกลางห้อง ทรงงัดมังกรยักษ์ที่ร้อนระอุและขยายขนาดจนสุดขีดออกมา แล้วจ้วงแทงเข้าสู่ถ้ำวสันต์ที่ยังชุ่มโชกจากศึกก่อนหน้าอย่างอุกอาจ"อ๊าาาาาาา!"ฮวาหลิงหวีดร้องสุดเสียงเมื่อความใหญ่โตมหาศาลรุกรานเข้ามาโดยมิบอกกล่าว ในขณะที่ช่วงล่าง

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 5 ตอนที่ 1/3

    ภายในห้องนอนที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นหอมบุปผา บัดนี้กลับถูกยึดครองด้วยกลิ่นกำยานมังกรอันเข้มข้น กลิ่นไม้หอมและพิมเสนป่าอันแสนดุดันมอมเมาประสาทสัมผัสจนกลิ่นอายเดิมของเจ้าของห้องเลือนหายไปสิ้น ประหนึ่งเป็นการประกาศก้องว่าทุกอณูในเขตคามแห่งนี้คืออาณาเขตของจักรพรรดิเพียงผู้เดียวเจ้าเสวียนจินประทับยืนนิ่งอยู่กลางห้อง สุรเสียงทรงอำนาจสั่งไล่ข้าราชบริพารและองครักษ์ออกไปจนสิ้น เหลือเพียงพระองค์กับยอดคณิกาที่อยู่ในอาภรณ์แพรบางเบา ดูประหนึ่งลูกกวางหลงทางท่ามกลางรังพยัคฆ์พลาญฮวาหลิงสูดลมหายใจเข้าลึก บังคับความสั่นเทาให้แปรเปลี่ยนเป็นจริตจะก้านที่แสนสุนทรีย์ สะโพกมนส่ายไหวอย่างเย้ายวนภายใต้ผ้าแพรโปร่งในยามที่นางสืบเท้าเข้าหา ฮวาหลิงหยุดลงตรงหน้าพระองค์ในระยะที่ใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนของมังกรคลั่งรดรินลงบนนวลหน้าผากนางช้อนสายตาขึ้นสบพระเนตรด้วยแววตาหยาดเยิ้ม ขนตางอนหนาสั่นระริกดูน่าทะนุถนอมประหนึ่งบุปผาต้องหยาดพิรุณ"หม่อมฉันจะช่วยเปลื้องอาภรณ์นะเพคะ..."เรียวนิ้วสวยที่ได้รับการบำรุงด้วยน้ำมันหอมจนนุ่มละมุน ลูบไล้ผ่านสายคาดเอวหยกอย่างเชื่องช้า นางจงใจให้ปลายนิ้วกรีดกรายผ่านหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้า

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 4 ตอนที่ 4/4

    แรงเสียดทานที่เพิ่มขึ้นทำให้กลีบบุปผาที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำสังวาทส่งเสียงแฉะชื้น เร้าอารมณ์ยิ่งกว่าเสียงดนตรีใดในหอแดงแห่งนี้ เรียวขาที่พาดอยู่บนบ่าแกร่งมิได้วางไว้เฉยๆ ฮวาหลิงใช้ส้นเท้าจิกเกร็งลงบนแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากคมดาบของจักรพรรดิ แล้วออกแรงดึงรั้งให้ร่างหนาบดเบียดเข้ามาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น การกระทำนี้ช่วยให้มังกรยักษ์กระแทกเข้าถึงจุดตายที่ลึกที่สุดจนนางต้องจิกเกร็งปลายนิ้วเท้าแน่น ร่างกายเบื้องล่างสั่นระริกจากการถูกเติมเต็มจนล้นปรี่"มังกรของข้ามันใหญ่โตจนเจ้าจุกไปถึงทรวงเลยใช่ไหม! บอกข้าสิว่ามิมีบุรุษใดทำเจ้าได้ถึงใจเท่าข้าอีก!" เจ้าเสวียนจินคำรามพลางกดสะโพกเน้นย้ำลงไปซ้ำๆ จนตั่งไม้สั่นคลอน"อ๊าาา... ฝ่าบาท... ฮือออ... แรงกระแทกของพระองค์... มันจุกไปทั้งท้องน้อยเลยเพคะ..." ฮวาหลิงหวีดร้องออกมาอย่างมิอาจกลั้น "เสียวจน... เสียวจนหม่อมฉันจะกั้นน้ำไว้มิอยู่แล้วเพคะ!"ความจุกเสียดและความซ่านสยิวที่พุ่งทะยานทำให้นางรู้สึกวูบวาบประหนึ่งหยาดน้ำจะราดรดลงบนตั่งไม้ สะโพกมนแอ่นขึ้นรับแรงกระแทกอย่างลืมอาย สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านมือเรียวสวยเลื่อนขึ้นลูบไล

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status