공유

บทที่ 2 ตอนที่ 3/4

last update 게시일: 2026-01-23 09:03:25

เซี่ยอวิ๋นจ้องมองความงดงามนั้นด้วยสายตาพร่าเบลอ เขาเอื้อมมือมาจากทางด้านหลัง โอบอุ้มปทุมถันคู่งามไว้ในอุ้งมือหนา บีบเค้นความนุ่มหยุ่นที่อัดแน่นจนล้นง่ามนิ้ว

“ใต้เท้าเจ้าคะ...” นางเอียงใบหน้ามองเขา ดวงตาฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำแห่งกามารมณ์ ริมฝีปากสีชาดเผยอออกน้อยๆ เพื่อกอบโกยอากาศ “ลมหนาวเช่นนี้... ท่านช่วยมอบความอบอุ่นให้ข้าน้อยได้หรือไม่เจ้าคะ”

นางมิได้เพียงเอ่ยวาจา ทว่ากลับเริ่มขยับกายอย่างเย้ายวน ฮวาหลิงแอ่นอกรับสัมผัสจากมือหนามากขึ้น นางทับมือน้อยลงบนมือของเขา บังคับให้เซี่ยอวิ๋นบดขยี้ปลายยอดปทุมถันให้แรงขึ้นตามแรงอารมณ์ ความนุ่มหยุ่นที่บดเบียดและกระเพื่อมไหวทำให้เซี่ยอวิ๋นรู้สึกเหมือนสติกำลังจะขาดผึง ทรวงอกคู่นี้ช่างเต็มตึงและหอมหวานเกินต้านทาน

“เจ้ามัน... นางมารตัวน้อย ฮวาหลิง” เซี่ยอวิ๋นคำรามต่ำ โน้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอขาว ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนนางครางลั่น

“อ๊า... ใต้เท้า... มอบความร้อนของท่าน... มาให้ข้าน้อยที...”

นางเริ่มขยับสะโพกมนวนเวียนอยู่บนหน้าขาแกร่ง บดเบียดร่องรักที่เปียกชุ่มเข้ากับตัวตนที่แข็งขึงภายใต้เนื้อผ้าของเขา นางจงใจโยกกายให้ทรวงอกกระเพื่อมไหวเป็นจังหวะ ยอดปทุมถันสีทับทิมแกว่งไกวไปมาล่อสายตา จนเซี่ยอวิ๋นทนไม่ไหว เขาพลิกร่างนางให้หันมานั่งคร่อมบนตักแกร่ง ในท่าที่ทรวงอกคู่นั้นชูชันอยู่ตรงหน้าพอดี

“ในเมื่อเจ้าหนาวนัก... ข้าก็จะเผาเจ้าให้มอดไหม้คาอกข้า!”

เซี่ยอวิ๋นโถมใบหน้าเข้าหาความอวบอิ่ม ครอบครองยอดปทุมถันข้างหนึ่งเข้าสู่โพรงปาก ลิ้นร้อนบดขยี้จุดกระสันขณะที่มืออีกข้างบีบเค้นอกอีกข้างอย่างไม่ยอมน้อยหน้า นางแอ่นอกให้เขาได้ดูดซดน้ำหวานอย่างถึงใจ ความร้อนจากจุมพิตของเขากำลังแผ่ซ่านเข้าไปในอกนาง และลามลงไปยังจุดซ่อนเร้นที่โหยหาการรุกล้ำที่สุด

เซี่ยอวิ๋นถอนริมฝีปากจากยอดปทุมถันที่เปียกชุ่ม ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดลงบนผิวขาวเนียนที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่อด้วยไฟสวาท เขามิได้รีบร้อนจู่โจมเข้าหาความใคร่ที่รออยู่เบื้องล่าง ทว่านัยน์ตาคมกลับฉายแววเจ้าเล่ห์ เขาหยิบเม็ดหมากหยกขาวที่เย็นเยียบขึ้นมาวางทาบลงบนลำคอระหง

“อ๊ะ...” ฮวาหลิงสะดุ้งเฮือกกับความเย็นที่กะทันหัน

เซี่ยอวิ๋นหัวเราะในลำคอ เขาเริ่มลากไล้เม็ดหมากหยกทรงกลมมนนั้นไปตามสัดส่วนของนางอย่างเชื่องช้า ลากผ่านร่องอก ลอดใต้ปทุมถันคู่สวย จนมาหยุดอยู่ที่ยอดอกที่กำลังร้อนระอุ

“ใต้เท้า... มัน... มันเย็นเหลือเกินเจ้าค่ะ แต่เหตุใดในกายของข้ากลับยิ่งร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผาเช่นนี้”

“นั่นเพราะเจ้ากำลังลิ้มรสสุนทรียะแห่งความแตกต่างอย่างไรเล่า... ความเย็นจากหยกที่เจ้าคลั่งไคล้ กับความร้อนจากไฟที่ข้ากำลังจะสุมลงในตัวเจ้า สิ่งใดจะเย้ายวนกว่ากัน”

เซี่ยอวิ๋นใช้เม็ดหมากหยกเย็นเยียบกดคลึงลงบนยอดปทุมถันสีชาดที่ชูชัน ความเย็นของหยกที่บดขยี้ลงมานั้นตัดกับผิวเนื้อที่ร้อนรุ่ม ทำให้นางเสียวซ่านจนหยาดน้ำทิพย์เริ่มรินไหลออกมาจากใจกลางกายสาว

"ฮือ... ใต้เท้า... ท่านช่างใจร้ายนัก... ใช้ความเย็นรังแกข้าจนข้าแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว"

เซี่ยอวิ๋นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา เขาเลื่อนเม็ดหมากต่ำลงผ่านหน้าท้องนวล จนกระทั่งถึงจุดอ่อนไหวที่ลี้ลับที่สุด เขาใช้ปลายนิ้วแหวกกลีบผกาที่ชุ่มชื้นออก แล้วกดเม็ดหมากหยกแช่ลงไปท่ามกลางกระแสน้ำแห่งความปรารถนา

"อ๊าาาา! ใต้เท้า!... ตรงนั้น... อื้อออ..."

ฮวาหลิงหวีดร้องแผ่วเบา สองมือขยุ้มสาบเสื้อของเขาแน่นจนขึ้นรอยยับย่น

"ดูสิ... น้ำสวาทของเจ้าหลั่งออกมาอาบหมากหยกของข้าจนชุ่มโชกไปหมด" เขาเริ่มวนเม็ดหมากเข้าออกที่ปากทางรักอย่างเชื่องช้า หยอกเย้ากับติ่งเกสรสีระเรื่อที่ไวต่อความรู้สึกที่สุด

"ใต้เท้า... ข้าอยากได้หมากที่ร้อนแรงกว่านี้เจ้าค่ะ... "

นางยั่วยวนด้วยการแยกเรียวขาสวยออกกว้างกว่าเดิม เปิดทางให้เขาเห็นความฉ่ำเยิ้มที่อาบชโลมจนวาววับ

"ท่านดูสิเจ้าคะ... บุปผาของข้าเบ่งบานรอท่านถึงเพียงนี้... ท่านยังจะใจเย็นใช้หยกเย็นๆ นี่อยู่อีกหรือ"

เขาเอื้อมมือไปคว้าเอวบางของฮวาหลิง แล้วรั้งร่างของนางลงมาบนอาสนะนุ่มที่ปูลาดไว้ เม็ดหมากหยกขาวดำที่เคยวางเรียงรายบนกระดานร่วงกราวเกลื่อนพื้น กายสาวสั่นระริกเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับความนุ่มของอาสนะ ทว่าส่วนเบื้องหน้ากลับสัมผัสกับความร้อนแรงจากกายบุรุษที่ทาบทับลงมา

นางมิยอมให้เขาเป็นฝ่ายคุมเกมแต่เพียงผู้เดียว มือเรียวสวยเอื้อมไปเกาะกุมความแข็งขึงที่พองขยายอยู่ภายใต้ร่มผ้าของเขา นางเริ่มขยับกายอย่างช้าๆ ใช้ส่วนที่เปียกชุ่มและบอบบางที่สุดถูไถไปบนความแกร่งที่ร้อนผ่าวผ่านเนื้อผ้าบางเบา จังหวะที่นางบดเบียดสะโพกเข้าหาทำเอาเซี่ยอวิ๋นถึงกับครางต่ำในลำคอ

"เจ้ากำลังจะทำให้ข้าตบะแตกนะ หลิงเอ๋อร์..."

"ข้าเพียงแค่อยากให้ท่านรู้ว่าดอกบัวดอกนี้กระหายเพียงใด ดูสิเจ้าคะ... กายของท่านร้อนจนข้าจะละลายอยู่แล้ว"

นางคว้ามือหนาของเขามาวางทาบลงบนทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหว กดน้ำหนักมือของเขาให้บดขยี้ลงบนยอดถันสีหวานที่ชูชันท้าทายลมอารมณ์ เซี่ยอวิ๋นใช้นิ้วหัวแม่มือคลึงยอดอกของนางอย่างหนักสลับเบา ความนุ่มหยุ่นที่เต็มไม้เต็มมือทำเอาเขาแทบคลั่ง

"อา... ใต้เท้า... แรงอีกเจ้าค่ะ... บดขยี้ข้าให้มลายไปกับมือของท่าน"

ฮวาหลิงครางกระเส่า นางขยับมือที่กุมความแกร่งของเขาไว้ให้ถนัดแล้วค่อยๆ ปลดเปลื้องผ้าพันกายของเขาออก จนมังกรยักษ์ผงาดปรากฏแก่สายตา แสงจันทร์ตกกระทบส่วนยอดที่มนวาวซึ่งบัดนี้มีน้ำหวานใสๆ ไหลเยิ้มออกมาเล็กน้อย

"ท่านดูสิ... มังกรของท่านก็หิวน้ำหวานของข้าจนหลั่งหยาดวสันต์ออกมาแล้ว"

นางใช้นิ้วเรียวแตะหยาดน้ำใสนั้นมาลิ้มรสอย่างยั่วยวน ก่อนจะนำความร้อนแรงนั้นมาจ่อที่ปากถ้ำที่ฉ่ำแฉะ ฮวาหลิงไม่รีบร้อนที่จะรับเขาเข้าไปทั้งหมด นางเพียงแค่ถูไถหัวมังกรไปตามร่องรอยแยกที่ชุ่มโชก ลากไล้ผ่านติ่งเกสรที่สั่นระริกอย่างหยอกเย้า ความร้อนปะทะความร้อน ความเปียกชื้นสอดประสานจนเกิดเสียงน้ำรักดังแผ่วเบาในความเงียบสงัด

"ใต้เท้า... มองข้านะเจ้าคะ... มองดูตอนที่ข้ากำลังพ่ายแพ้แก่ท่าน"

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 14 ตอนที่ 3/3

    เรียวขาขาวผ่องบีบเข้าหากันแน่น นางค่อยๆ กดสะโพกมนลงหามังกรที่แท้จริงที่ยังคงผงาด ความคับแน่นที่สอดประสานจากด้านหลังทำให้ตัวตนของเขาเข้าลึกถึงจุดรัญจวนใจที่สุดจนนางต้องเชิดหน้าแหงนคอขึ้นรับความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุถึงขีดสุด“อ๊า... ลึกเหลือเกินเจ้าค่ะ...”เซี่ยอวิ๋นประคองเอวบางของนางไว้มั่น เขาออกแรงกระแทกเสยขึ้นไปสอดรับกับจังหวะขย่มของนางอย่างรู้ใจ สองมือหนาเอื้อมมาเบื้องหน้าขยำปทุมถันอวบอัดทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วง บดบี้ยอดถันที่แดงระเรื่อซ้ำๆ เพื่อกระตุ้นให้พญาหงส์ครางระงมด้วยความสุขสมที่ล้นปรี่แม้หยาดน้ำสวาทจะไหลย้อนซึมออกมาตามโคนขาและเปรอะเปื้อนบัลลังก์ทองคำที่เคยถือว่าศักดิ์สิทธิ์ ทว่าทั้งคู่กลับไม่มีทีท่าว่าจะเหนื่อยล้า เซี่ยอวิ๋นกระชากสะโพกนางเข้าหาอย่างแรงในทุกจังหวะที่นางกดกระแทกลงมาในจังหวะที่อารมณ์รักพุ่งสูงจนถึงจุดยอด ฮวาหลิงเอี้ยวตัวกลับมาสบตาเขา แววตานางส่องประกายด้วยความรักใคร่“ใต้เท้า... ฟังข้าน้อยให้ดีนะเจ้าค่ะ... ลูกในท้องของข้าน้อยคือลูกของท่าน... มีเพียงเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านเท่านั้นที่ข้าน้อยยอมให้หยั่งรากฝากชีวิตในกายนี้”คำสารภาพนั้นประหนึ่งโอสถทิพย์ที่ทำให้

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 14 ตอนที่ 2/3

    เซี่ยอวิ๋นประคองเรียวขาขาวผ่องของฮวาหลิงให้แยกออกกว้างยิ่งขึ้น แล้วสอดนิ้วเรียวยาวเข้าไปอย่างแช่มช้า เขาจงใจแทรกซอนเข้าไปทีละน้อยเพื่อให้ฮวาหลิงซึมซับความหฤหรรษ์"ดูสิ... รังรักของภรรยาข้าช่างน่าอภิรมย์ยิ่งนัก แม้เพียงปลายนิ้วยังต้อนรับข้าด้วยความอบอุ่นถึงเพียงนี้"เขาโน้มใบหน้าลงไปซุกไซ้กลางกายสาวอีกครั้ง ดูดกลีบเนื้อสีหวานทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วง สลับกับการใช้ริมฝีปากรวบเอาความอ่อนนุ่มนั้นไว้แล้วออกแรงดึงทึ้งเบาๆ เพื่อเร่งเร้าให้นางทะยานสู่ขอบสวรรค์บนบัลลังก์แห่งอำนาจนี้มือหนาแหวกกลีบบุปผาที่บวมเป่งออกจนเผยให้เห็นเนื้อนุ่มระเรื่อที่สั่นระริกอวดโฉม เซี่ยอวิ๋นใช้เรียวลิ้นสากปาดเลียซ้ำๆ ลงบนจุดไวสัมผัสที่สุดอย่างถี่รัว ลิ้นร้อนตวัดผ่านเนื้อนุ่มที่เต้นตุบตามชีพจร ทำให้ฮวาหลิงแอ่นสะโพกเข้าหาการรุกรานนั้น นางรั้งศีรษะของเขาไว้มั่น เกรงว่าเขาจะหยุดหย่อนการปรนนิบัติที่แสนรัญจวนนี้“ร่องรักของข้าปลิ้นออกมาสู้ลิ้นท่านถึงเพียงนี้แล้ว... ใต้เท้า... ได้โปรดอย่าหยุดนะเจ้าคะ”ฮวาหลิงมิได้เพียงแต่นอนนิ่งเป็นหงส์ในกรงทอง ทว่านางกลับแอ่นสะโพกมนให้ลอยเด่นขึ้นเหนืออาสน์มังกร จงใจจ่อจุดยุทธศาสตร์ที่กำ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 14 ตอนที่ 1/3

    ตำหนักเย็น ในเวลานี้ถูกกลบด้วยกลิ่นกำยาน ยาจันทราคลั่ง ยาพิษในคราบโอสถรัญจวนที่ฮวาหลิงปรุงขึ้นจากเกสรดอกไม้ต้องห้าม มีฤทธิ์กัดกร่อนสติสัมปชัญญะกลางห้องบรรทม ร่างของอดีตฮ่องเต้เจ้าเสวียนจินนั่งเอกเขนกอยู่บนตั่งไม้ที่ไร้ลวดลายมังกร สภาพของบุรุษผู้เคยเหยียบย่ำแผ่นดินบัดนี้ช่างน่าเวทนาจนหาที่เปรียบไม่ได้ฉลองพระองค์สีเหลืองที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจหลุดลุ่ยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันหอม เส้นผมที่เคยรวบตึงเป็นระเบียบสยายยุ่งเหยิง“อึก... หลิงเอ๋อร์... เจ้าอยู่ไหน...”สุรเสียงที่เคยทรงพลัง บัดนี้เหลือเพียงเสียงครางพร่าที่ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ พระองค์ทรงไขว่คว้าอากาศธาตุ พยายามจะคว้าชายเสื้อของสตรีที่พระองค์ทั้งรักและชังสุดหัวใจ นางกำนัลสี่ห้าคนที่ขยับกายเข้าหาตามคำสั่งของนางพญาผู้ครองอำนาจใหม่นางกำนัลเหล่านั้นปรนนิบัติพระองค์ด้วยท่วงท่าที่ไร้ชีวิตจิตใจ พวกนางเป็นเพียงเครื่องมือที่ฮวาหลิงทิ้งไว้เพื่อตอกย้ำความอัปยศ เจ้าเสวียนจินถูกกักขังอยู่ในภวังค์ความใคร่ที่ไม่มีวันสิ้นสุด ร่างกายของพระองค์ถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวตลอดเวลา พระองค์กระหายสัมผัสอย่างบ้าคลั่งที่มุมมืดหลังม่านฉากกั้น ฮวาหลิงจ้องมอง

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 13 ตอนที่ 2/2

    “อึก... หลิงเอ๋อร์...” เจ้าเสวียนจินคำรามแผ่วในลำพระศอ เมื่อความร้อนระอุภายในรังรักของนางโอบรัดตัวตนของพระองค์ไว้ประหนึ่งถูกกลืนกินลงสู่มหาสมุทรที่คับแน่นฮวาหลิงมิได้ขยับกายอย่างรวดเร็วเหมือนคราก่อนๆ ทว่านางกลับใช้ความอ่อนตัวที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงในหอคณิกา มารังสรรค์บทกวีแห่งกามารมณ์ที่วิจิตรยิ่งกว่าเดิมนางโน้มตัวไปข้างหน้าจนแผ่นหลังโค้งมนประหนึ่งคันศร ปล่อยให้ทรวงอกอิ่มบดเบียดแนบชิดไปกับพระอุระ ขณะที่ช่วงล่างยังคงบีบรัดเน้นย้ำทุกจังหวะการหายใจพระสนมรูปงามขยับสะโพกเป็นจังหวะที่เชื่องช้า ใช้เข่าทั้งสองข้างยันฟูกหนาไว้มั่น ก่อนจะแอ่นสะโพกขึ้นสูงจนแก่นกายแกร่งเกือบจะหลุดพ้นจากปากทางรัก แล้วจึงทิ้งน้ำหนักกระแทกลงไปใหม่รวดเดียว จังหวะที่ต่อเนื่องและสอดประสานกันอย่างมิขาดสายทำให้เจ้าเสวียนจินทรงรู้สึกประหนึ่งถูกมนตราสะกดให้ล่องลอยอยู่ในพายุพระหัตถ์แกร่งที่เคยถือดาบสังหารคน บัดนี้กลับทำได้เพียงยึดสะโพกนางไว้แน่นด้วยความรัญจวนฮวาหลิงพลิกเปลี่ยนท่วงท่าอย่างแนบเนียน นางเอนกายไปด้านหลังจนเส้นผมยาวสลวยกวาดผ่านแข้งของพญามังกร สองมือค้ำยันลงบนฟูกนุ่มข้างกายของเขา ท่าทางที่เปิดเปลือยทุ

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 13 ตอนที่ 1/2

    สายลมกระโชกแรงพัดผ่านพระตำหนักกลางน้ำ สถานที่ลี้ลับที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางสระโบกขรณีอันเงียบสงัด ม่านไหมสีขาวบางเบาปลิวไสวสะบัดไปตามแรงลมประหนึ่งปีกของดวงวิญญาณที่กำลังร่ำไห้อย่างโศกเศร้าฮ่องเต้เจ้าเสวียนจินประทับนั่งด้วยวรกายที่แผ่กลิ่นอายคุกคาม ดวงพระเนตรแดงก่ำด้วยเพลิงแห่งความระแวงสงสัย เบื้องหน้าของพระองค์คือฮวาหลิง นางถูกเรียกตัวมายามดึกสงัด ความงามของนางในยามนี้ดูเปราะบางประหนึ่งกลีบบุปผาที่กำลังจะปลิดปลิวเคร้ง!คมดาบวาววับพุ่งเข้าประชิดลำคอระหงของในชั่วพริบตา“โองการลับนั่นเป็นฝีมือเจ้าหรือไม่หลิงเอ๋อร์... จงบอกความจริงแก่ข้า ก่อนที่ดาบเล่มนี้จะกระชากวิญญาณของเจ้าออกไปเสีย” เสียงของเจ้าเสวียนจินเปี่ยมไปด้วยโทสะที่กดข่มไว้จนสั่นพร่าฮวาหลิงไม่ได้ขยับเขยื้อนกายหนีคมดาบที่จ่ออยู่ที่จุดตาย ดวงตาคู่สวยของนางไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวต่อมรณภัยตรงหน้า ทว่ากลับเต็มไปด้วยความร้าวรานอย่างสุดแสน นางช้อนสายตาขึ้นสบพระเนตรมังกรคลั่ง หยาดน้ำตาเม็ดใสเริ่มเอ่อล้นคลอหน่วยตา“ฝ่าบาท... ทรงดำริว่าหม่อมฉันจักกล้าทรยศพระองค์เพื่อสิ่งใดหรือเพคะ” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่บาดลึกเข้าไปในใจคนฟัง

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 12 ตอนที่ 2/2

    นางใช้น้ำมันหอมสูตรพิเศษที่เหลืออยู่บนฝ่ามือลูบไล้ไปตามยอดถันและหน้าพระนาภี (หน้าท้อง) ของพระองค์ สัมผัสที่ลื่นไหลทำเอาฮ่องเต้ทรงครางหอบออกมาอย่างหมดท่า แววตาที่พระองค์มองนางในยามนี้เต็มไปด้วยความบูชา ประหนึ่งนางคือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พระองค์ต้องกราบกรานเพื่อขอเศษเสี้ยวแห่งความสุขสม“เจ้ามันนางแม่มด... หลิงเอ๋อร์...”“หากหม่อมฉันเป็นแม่มด... พระองค์ก็คือเชลยที่หม่อมฉันจะกักขังไว้ในมนต์ขลังนี้ตลอดกาลเพคะ”ฮวาหลิงใช้ร่างกายส่วนล่างบดเบียดลงบนจุดกึ่งกลางของพระองค์อย่างจงใจ นางกดสะโพกสวมทับความยิ่งใหญ่ที่แข็งขืนแทรกซอนเข้าสู่กลีบกุหลาบที่แดงระเรื่อ นางจงใจหยุดค้างไว้ครู่หนึ่งเพื่อให้พระองค์สัมผัสถึงความคับแน่นที่ปากทางเข้าที่แสนเย้ายวน เมื่อนางทิ้งน้ำหนักตัวลงจนสุด ตัวตนของพระองค์ก็เข้าลึกถึงจุดที่รัญจวนใจที่สุดทุกครั้งที่ฮวาหลิงขยับโยกสะโพกขึ้นลง กลีบกุหลาบสีสดจะเผยอออกและโอบหุ้มลำมังกรไว้จนมิดชิด ผิวเนื้อที่เนียนละเอียดและนุ่มลื่นขยับรูดรั้งไปตามความยาวที่เส้นเลือดปูดโปน ประหนึ่งดอกไม้กระหายน้ำที่กำลังกลืนกินหยาดน้ำค้างอย่างตะกรุมตะกรามภาพของกลีบเนื้อที่ขยายและโอบรัดความแกร่งกร้าวไว้อย

  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 4 ตอนที่ 1/4

    ตามปกติแล้วยามพลบค่ำที่หอชิงโหลว มักจะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของแป้งร่ำและเสียงพิณที่หวานซึ้งชวนฝัน ทว่าในวันนี้ทุกสิ่งกลับแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง องครักษ์เสื้อแพรสวมชุดเกราะสีเข้มถือดาบยาวข้างกาย ยืนประจำจุดทุกๆ ห้าก้าวฮวาหลิงยืนอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องภายในห้องพักส่วนตัว เรียวนิ้วที่เคยฝนหมึกอย่

    last update최신 업데이트 : 2026-03-17
  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 3 ตอนที่ 2/2

    เซี่ยอวิ๋นโน้มใบหน้าลงต่ำจนปลายจมูกสัมผัสกับกลิ่นหอมกรุ่นของผิวเนื้อ ริมฝีปากของเขาแตะลงบนรอยเลอะที่เนินอกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะส่งปลายลิ้นร้อนผ่าวออกมาซับน้ำหมึกที่เปียกเยิ้มออกทีละจุด“ฮื่อ... ใต้เท้า...”ฮวาหลิงครางกระเส่าพลางเชิดหน้าขึ้น ลำคอระหงเกร็งจนเห็นเส้นสายสวยงาม รสชาติของหมึกกวางที่สกัดจาก

    last update최신 업데이트 : 2026-03-17
  • กลมังกร พ่ายกลอนบุปผา   บทที่ 4 ตอนที่ 3/4

    พระองค์ทรงเหวี่ยงร่างของนางลงบนตั่งไม้ อาภรณ์ที่เหลือเพียงไม่กี่ชั้นหลุดลุ่ยจนเห็นผิวขาวเนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ เจ้าเสวียนจินมิได้ให้เวลานางได้พักหายใจ ร่างสูงใหญ่กำยำประดุจขุนเขาถาโถมเข้าหาทันที พระองค์ทรงใช้มือหนาหยาบกร้านจับเข่าทั้งสองข้างของนางแยกออกกว้างจนสุดแรง"แหกขารับของข้าซะ อย่าทำให้ข้า

    last update최신 업데이트 : 2026-03-18
더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status