LOGINหลัวไป๋เย่ที่ถูกโบยไม้แล้วไม่เล่าก็ไม่คิดปริปากร้องขอความเมตตา นางยอมตายดีกว่าร้องขอความเมตตาจากคนพวกนี้ หญิงสาวกัดริมฝีปากจนเลือดซิบเพื่อไม่ให้ร้องออกมา หากนางร้องออกมาคนพวกนั้นก็จะได้ใจ ซึ่งนางไม่มีทางให้เป็นเช่นนั้น
“พวกเจ้าเฝ้าคุณหนูใหญ่เอาไว้ให้ดีอย่าให้นางออกจากที่นี่ก่อนสามวัน” พูดจบถังเจี่ยหมิงก็เดินออกไปพร้อมกับบุตรสาว คนที่มันกล้าลองดีกับนางจะต้องจะแบบนี้
หลัวไป๋เย่คุกเข่าอยู่ในศาลบรรพชนนานสามวัน นางไม่ได้รับอาหารแม้เพียงวันเดียว มีเพียงหลิงหลิงที่ที่คอยลอบเอาของกินและน้ำเข้ามาให้ จึงทำให้นางมีชีวิตรอดมาได้ แต่อาการก็หนักหนาเอาการ หญิงสาวฝืนเดินกลับเรือนด้วยตนเอง นางจะไม่ให้ผู้ใดเห็นสภาพที่หน้าอดสู่เช่นนี้
“คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” เมื่อมาถึงเรือนนางก็ล้มตัวลงนอนที่เตียงอย่างหมดแรง สาวใช้จึงเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง พอโดนตัวของเจ้านายก็รู้ได้ทันทีอีกฝ่ายกำลังป่วยอยู่ “คุณหนูไม่สบายหรือเจ้าคะ”
“ไม่ต้องพูดให้มาก เจ้าไปตามหมอมา” พูดจบก็สลบไปทันทีเพราะนางฝืนตัวเองมานานแล้ว หากไม่เพราะศักดิ์ศรีที่ค้ำคอนางคงไม่ฝืนมีสติมาจนถึงตอนนี้
หญิงสาวนอนซมอยู่หลายวันอาการก็ไม่ดีขึ้น และสิ้นใจไปในที่สุด
เพราะเช่นนี้นางจึงได้เข้ามาอยู่ในร่างของหลัวไป๋เย่แทนเจ้าของร่างที่สิ้นใจไป กรงเสือกรงจระเข้เช่นนี้อยู่นานไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะโชคดีแบบนี้อีกหรือไม่
“หลิงหลิง” นางเอ่ยเรียกสาวใช้ที่ออกไปเฝ้าอยู่หน้าประตูห้อง ตอนนี้นางต้องหาทางเอาตัวรอดให้ได้ก่อน
“คุณหนูมีอันใดหรือเจ้าคะ” หลิงหลิงรีบเข้ามาด้วยความรีบร้อน กลัวว่าเจ้านายมีเรื่องเรียกใช้ เพราะหลายวันมานี้เจ้านายของนางนอนซมไม่ได้สติ จนนางคิดว่าเจ้านายของนางจะไม่มีทางรอดเสียแล้ว จะไปร้องขอความช่วยเหลือจากนายท่าน นายท่านก็ยังไม่กลับมา จะไปที่จวนสกุลฟางก็ถูกกรีดกัน นางจึงทำได้เพียงเช็ดตัวแล้วป้อนยาให้เจ้านายเท่านั้น
“เจ้าเอาเครื่องประดับพวกนั้นไปขาย ซื้อยามา เอายารักษาแผลเป็นที่ดีที่สุด” ร่างกายของสตรีนั้นสำคัญหากปล่อยเอาไว้เฉย ๆ เช่นนี้ไม่ดีแน่ สองแม่ลูกนั้นไม่มีทางส่งยาดี ๆ มาให้นางหรอก
“จะดีหรือเจ้าคะ” หลิงหลิงลังเล เพราะหากขายพวกนี้แล้วไปซื้อยาคุณหนูก็จะไม่มีเครื่องประดับอีก
“ร่างกายย่อมสำคัญกว่า เจ้าอย่าได้กังวล ข้าเชื่อว่าวันหน้าพวกเราจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่านี้” ในเมื่อมาอยู่ในร่างนี้แล้ว นางก็จะใช้ชีวิตให้มีความสุข และสุขสบายไปทั้งชาติ นางเชื่อว่านางสามารถทำได้ นางจะต้องมีชีวิตที่สุขสบายให้ได้ หญิงสาวได้แต่หมายมั่นในใจ
แต่ตอนนี้ชีวิตของนางรันทดยิ่งนัก เป็นคุณหนูถึงคุณหนูใหญ่ของจวน แต่กลับไม่มีเงินทองใช้สอย ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก สินเดิมมารดาก็ถูกริบเอาไว้ เครื่องประดับเสื้อผ้าก็ถูกส่งมาแบบส่ง ๆ เทียบไม่ได้กับของน้องสาวเลยสักนิด นางเอกจึงได้เอาเครื่องประดับเก่า ๆ ออกไปขาย เพื่อซื้อของใหม่มาใช้ ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้าใจ
ครั้งนี้หลิงหลิงสามารถออกไปจากจวนได้อย่างง่ายดาย เพราะอีกไม่นานประมุขของจวนจะกลับมาแล้วจึงไม่อยากให้เป็นปัญหาในภายหลัง
หลัวไป๋เย่ใช้เวลารักษาตัวอยู่อีกหลายวันกว่าอาการจะดีขึ้น ขณะที่กำลังนอนรักษาตัวก็คิดหาทางออกว่าจะทำเช่นไรดี จะชิงสินเดิมของมารดามาก็มิใช่เรื่องง่าย นางคงต้องหาทางเอาตัวรอดด้วยตนเองไปก่อน
“หลิงหลิง เจ้าไปแจ้งท่านพ่อ ข้าต้องการออกไปถือศีลกินเจที่วัด เพื่อสำนึกผิด และอธิษฐานขอพรให้ท่านแม่” ตอนนี้นางต้องออกไปตั้งสติก่อน นางเชื่อว่าอย่างไรก็ต้องมีทางออก นางไม่เชื่อหรอกว่าจะหาเงินมาไม่ได้
“จะดีหรือเจ้าคะ” นางไม่เข้าใจเจ้านายของนางจริง ๆ เลยว่าจะทำเช่นนี้ไปทำไม ตั้งแต่ฟื้นคืนสติมาเจ้านางของนางก็ดูแปลกไปมาก
“ดี เจ้ารีบไปจัดการเถิด” เมื่อสาวใช้ออกไปนางก็เร่งเก็บของใช้ที่จำเป็นเพื่อออกไปที่อาราม นางเชื่อว่าอย่างไรบิดาก็ต้องยอมให้นางออกไปแน่
และก็เป็นไปตามที่นางคาดเอาไว้บิดายอมให้นางออกไปถือศีลที่อารามตามที่นางร้องขอ ทำให้นางอารมณ์ดีเป็นที่สุด
หึ ถือศีลกินเจหรือ อย่าหวังว่านางจะก้าวขาเข้าอารามเลย
“เจ้ากลับไปก่อนเถิด อีกสามวันค่อยมารับข้าที่นี่” หลังจากลงจากรถม้าหลัวไป๋เย่ก็หันไปพูดกับคนขับรถม้า นางจะให้คนอื่นรู้ไม่ได้ว่านางไม่ได้อยู่ในอาราม มิเช่นนั้นต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ ๆ สองแม่ลูกนั้นยิ่งจ้องจับผิดนางอยู่
“ขอรับ”
สองนายบ่าวมองรถม้าที่ค่อย ๆ วิ่งออกไป สามวันกับการอยู่ที่นี่ คงไม่เลวร้ายเท่าใดหรอกมั้ง
“เอาล่ะ หลิงหลิงเจ้าเข้าไปได้แล้ว” หลัวไป๋เย่หันไปบอกกับสาวใช้อย่างหน้าชื่นตาบาน
“แล้วคุณหนูล่ะเจ้าคะ” หลิงหลิงถามด้วยสีหน้างุนงง
“ข้าจะออกไปเที่ยว ส่วนเจ้าก็ถือศีลอยู่ที่นี่ดี ๆ” พูดจบก็เดินจากไปทันทีไม่ปล่อยให้สาวใช้ได้ทักท้วง ดีหน่อยที่อารามนี้อยู่ไม่ไกลจากในเมืองนางจึงสามารถเดินออกไปได้ง่าย ๆ
บทที่ 8แต่งงานป๋อเหวินจ้งที่ดื่มสุราจนเมามาย บวกกับฤทธิ์ของกำยานปลุกกำหนัดอ่อน ๆ ทำให้ยามที่เขาเห็นสตรีมาปรากฏตัวตรงหน้าก็ไม่อาจห้ามใจได้ รีบโผล่เข้าไปกอดอีกฝ่ายทันที เพราะคิดว่าเป็นนางโลมที่ตนเองเรียกมาหลัวไป๋เย่ที่ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวก็ตกใจในคราแรก ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความต้องการของเขา นางก็ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขา ปล่อยให้เขาทำตามใจตนเอง และคิดใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับผิดชอบตนเองระหว่างที่ทั้งหลัวซูอิงและป๋อเหวินจ้งเสพสุขร่วมกันอยู่นั้น สองหนุ่มสาวในห้องก็โต้เถียงกันไม่หยุดเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน“ท่านจะมานั่งฟังผู้อื่นร่วมเตียงกันเช่นนี้หรือ” หลัวไป๋เย่พูดเสียงดุ ทว่าใบหน้านั้นกลับแดงระเรื่อไม่สอดคล้องกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมาเลยสักนิด“ทำไม อายหรือ?” เขามองใบหน้าที่แดงระเรื่อด
เมื่อมาถึงโถงรับรองหญิงสาวก็ทำความเคารพผู้อาวุโสแล้วเดินนั่งลงยังที่ของตนเอง มองดูแล้วก็คงจะเป็นเช่นที่นางคิดเอาไว้ ตระกูลป๋อมาหารือเรื่องแต่งงาน และก็เป็นไปตามคาดคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยก็คือนางหลัวซูอิงที่รู้เช่นนั้นก็โมโหมาก เพราะคิดว่าอย่างไรคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยคือตนเอง ทว่าวันนี้เขากลับไม่ชายตาแลนางเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวได้แต่เก็บความขมขื่นเอาไว้ในใจส่วนหลัวไป๋เย่ก็กลับมาที่เรือนด้วยอารมณ์ขุ่นมัว นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาจูงจมูกแน่นอน งานแต่งนี้นางไม่มีวันยอม“หลิงหลิง ไปเรียกไป่ซูมา แล้วเจ้าก็ออกไปก่อน” ทางออกในตอนนี้ก็มีเพียงทางเดียวคือให้จางเข่อซินช่วย เดิมที่นางอยากจะไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลฟาง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้นางมีตัวช่วยที่ดีกว่าตระกูลฟางแล้ว เรื่องร้าย ๆ คนเช่นเขาคงทำมาไม่น้อย“เจ้าไปแจ้งเจ้านายของเจ้า ให้มาหาข้าที่เรือน ตระกูลป๋อต้องการแต่งงานกับข้าโดยเร็วที่สุด” ไป่ซูผู้นี้จางเข่อซินส่งมาอ
“สบายใจจริงนะ” ขณะที่หญิงสาวกำลังแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ จู่ ๆ เสียงเข้มก็ดังขึ้นทำให้หญิงสาวที่นอนแช่น้ำอยู่ถึงกลับสะดุ้ง“นายท่านมาหาเย่เอ๋อร์หรือเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าผู้ใดที่บุกรุกเข้ามาถึงในห้องอาบน้ำก็เอ่ยเสียงหวาน ส่งสายตายั่วยวนไปให้คนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ ทว่าคนที่บุรุษเข้ามากลับยืนนิ่งไม่หวั่นไหวไปกับท่าทางที่แสนยั่วยวนของนาง“เหตุใดนายท่านถึงได้หน้านิ่วคิ้วขมวดเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าเขายังคงนิ่งอยู่ก็พอจะเดาออกแล้วว่าต้องเกิดเรื่องไม่ปกติขึ้น หากให้เดาก็คงเป็นเรื่องที่นางออกไปเดินเล่นกับป๋อเหวินจ้งเขายังคงไม่ตอบและยื่นมองนางด้วยสายตานิ่ง ๆ จนคนตัวเล็กต้องลุกขึ้นแล้วยื่นมือไปดึงคนตัวโตให้เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ โดยไม่ได้เขินอายเลยว่าตอนนี้ตนเองได้โป๊เปลือยอยู่“มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น เย่เอ๋อร์ไม่ได้นัดพบกับบุรุษผู้นั้นนะเจ้าคะ” นางนั่งลงไปแช่น้ำเหมือนเดิม แต่ไม่ยอมปล่อยมือจากมือของเขายังคงจับ
บทที่ 7ขัดขวางหลัวไป๋เย่รู้สึกเบื่อหน่อยที่ต้องอยู่แต่ในจวนจึงได้ชวนสาวใช้ออกไปเดินเล่น อยู่ที่จวนวัน ๆ ก็ไม่ได้ทำอันใด เลยคิดว่าจะออกไปใช้เงินแก้เบื่อเสียหน่อย“คุณหนูวันนี้อยากได้อันใดเป็นพิเศษหรือไม่เจ้าคะ” พวกนางก็เดินมานานแล้วแต่ไม่เห็นว่าเจ้านายของนางจะสนใจสิ่งใดเป็นพิเศษ“ไม่มี หากถูกใจสิ่งใดค่อยซื้อ” นางยังคงเดินเลือกดูของเผื่อว่าจะเจอของที่ถูกใจ ทว่าในขณะที่กำลังเดินเลือกซื้อของอยู่นั้นก็มีเสียงเข้มเข้ามาทักทาย“คุณหนูใหญ่หลัว”“คุณชายใหญ่ป๋อ” หลัวไป๋เย่หันไปทางคนที่เขามาทักทาย เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดนางก็ทำได้เพียงยิ้มรับ เพราะก่อนหน้านี้ระหว่างนางและเขาไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอันใดกัน“มาเดินเล่นหรือ” ใบหน้าของเขายังคงประดับรอยยิ้ม วันนี้โชคดียิ่ง
“เช่นนั้นเจ้าก็ว่ามาเถิด” ตอนนี้นางกำลังกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ทั้งสองตระกูลได้ทำสัญญาหมั้นหมายกันเอาไว้ แต่ไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าเป็นผู้ใด เพราะเมื่อก่อนตระกูลหลัวมีนางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว ส่วนฝั่งนั้นก็วางตัวไว้เป็นคุณชายใหญ่ป๋อเหวินจ้ง“ข้าต้องการแต่งงานกับพี่เหวินจ้ง พวกเราสองคนต่างก็มีใจให้กัน เจ้าแต่งเข้าไปก็มีแต่เสียใจเปล่า ๆ เพราะเขาไม่มีทางรักเจ้า” หลัวซูอิงเชิดหน้าพูดอย่างมั่นใจ ที่ผ่านมาเขาใส่ใจเพียงนาง ไม่ได้สนใจพี่สาวตัวดีของนางเลยสักนิด“หากเจ้ามีปัญญาก็มาแย่งไปสิ” หากน้องสาวของนางทำได้ก็ดีไปนางจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ แต่หากให้นางเดาคนตระกูลป๋อไม่มีทางยอมรับหลัวซูอิงเด็ดขาด ที่ยอมตกลงเรื่องแต่งงานส่วนหนึ่งก็เพราะตระกูลเดิมของมารดานาง แต่ตระกูลป๋อคำนวณผิดไปหน่อย เพราะหลังจากมารดาของนางจากไปไม่กี่ปีก็พาภรรยาและบุตรสาวอีกคนเข้ามาในจวน“เจ้าไม่ต้องห่วงอย่างไรพี่เหวินจ้งต้องเลือกข้าแน่” หญิงสาวได้แ
เมื่อกลับมาถึงจวนหลัวไป๋เย่ก็ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด เอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือน ส่วนจางเข่อซินก็หายเงียบไปตักแต่กลับมาถึงเมืองหลวง เช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับนาง เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขาเอาแต่คอยรังแกนาง ให้นางพักผ่อนเสียหน่อยก็ดี“คุณหนูไม่ออกไปเดินเล่นหน่อยหรือเจ้าคะ” นี่ก็มาถึงเมืองหลวงหลายวันแล้วเจ้านายของนางก็ไม่ยอมออกไปไหนเสียที เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในเรือน นางอยากให้เจ้านายของนางออกไปเดินเล่นซื้อของเสียหน่อย เพราะวันนั้นเองแต่ซื้อของให้คุณชาย แต่มิได้หาซื้อของตนเองแม้แต่น้อย“ไม่ล่ะข้าอยากพักผ่อน” นางเหนื่อยเกินจะออกไปเดินเล่นด้านนอก ตอนนี้นางต้องคิดหาทางเอาตัวรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้เสียก่อน นางอยากออกไปใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่รู้ว่าจะใช้วิธีการใดได้บ้าง“แต่ว่าตอนนี้คุณหนูไม่มีเครื่องประดับเลยนะเจ้าคะ หรือแม้แต่ชุดงาม ๆ สักชุดก็ยังไม่มี” หลิงหลิงเอ่ยเสียงเศร้า ตอนนี้เจ้านายของนางก็พอมีเงินใช้สอยแล้ว นางอย







