LOGINรถม้าคันโอ่อ่ามาจอดอยู่ประตูหลังของหอกุ้ยโยว ก่อนที่ร่างโตของเจ้าของหอจะก้าวขาลงจากรถม้าด้วยความรีบร้อน ตอนนี้เขาแทบจะประคองสติตัวเองไม่อยู่แล้ว เขาต้องรีบจัดการฤทธิ์ยากำหนัดที่อยู่ในร่างกายให้เร็วที่สุด มิเช่นนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
“นายท่านเชิญทางนี้ขอรับ” คนที่ได้รับหน้าที่มาดูแลเจ้าของหอรีบมานำทางผู้เป็นนายทันที “ห้องชั้นบนสุดขอรับ”
“เจ้ามีอันใดก็ไปทำ ไม่ต้องตามมา” เขาเดินโซซัดโซเซขึ้นไปชั้นบนสุด ชั้นนี้ไม่ค่อยมีคนขึ้นมาใช้บริการ และมีเพียงไม่กี่ห้องเท่านั้น และก่อนเขาออกไปก็ยังไม่มีคนมาใช้บริการในชั้นนี้ เขาจึงได้เดินตรงไปที่ห้องที่ดีที่สุด โดยไม่รู้เลยว่าสตรีที่อยู่ในห้องนั้นมิใช่สตรีของหอกุ้ยโยว
ทันทีที่เข้าเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าสตรีผู้นั้นกินเหล้าเมามายอยู่ก่อน แม้จะไม่พอใจอยู่น้อย ๆ ที่สตรีผู้นั้นไม่รู้จักหน้าที่ของตนเอง แต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะมาต่อว่านาง เพราะตอนนี้เขามีอารมณ์อย่างอื่นมากกว่า
หลัวไป๋เย่ที่กำลังเมามายเมื่อมีคนเปิดประตูเข้ามาก็หันไปมอง พบว่าคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่หน้าตาหล่อเหลาถูกใจนางยิ่งนัก
“ไม่คิดว่าที่นี่จะมีบริการหนุ่มรูปงามด้วย” หญิงสาวยิ้มหวาน ถูกใจ ถูกใจนางยิ่งนัก “แต่ข้าไม่มีเงินจะจ่ายแล้ว”
นางมองคนที่เดินเข้ามาใกล้ ๆ ด้วยสายตาพร่ามัว ขนาดนางเมายังมองออกเลยว่าเขารูปงามเป็นอย่างมาก หล่อขนาดนี้นางยอมถวายตัวให้เลย
ชายหนุ่มที่เดินมาถึงตัวหญิงสาวก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงดึงตัวหญิงสาวเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแล้วฉกฉวยริมฝีปากบางอย่างหิวกระหาย เขาไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน เพียงแค่ได้กลิ่นกายที่หอมหวานของนางความต้องการของเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรง
หากจะบอกว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของยาปลุกกำหนัด เขาเองก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ได้ส่งผลรุนแรงกับเขามากถึงเพียงนี้
“อือออ” หญิงสาวที่ถูกจูบอย่างดูดดื่มก็ร้องประท้วงขึ้นเมื่อรู้สึกเหมือนว่ากำลังจะขาดอากาศหายใจ
จางเข่อซินถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ความหวานจากปากของนางช่างถูกใจเข้ายิ่งนัก ที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ใดทำให้เขาถูกใจได้มากเพียงนี้มาก่อน เพียงแค่ได้สัมผัสตัวนุ่มนิ่มของนางก็ทำให้เขาแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง
“รูปงามมาก ถูกใจข้ายิ่งนัก” หญิงสาวถือโอกาสที่เขาถอนริมฝีปากออกสำรวจใบหน้าของเขาอย่างละเอียด ยิ่งมองนางก็ยิ่งรู้สึกถูกใจ หลงลืมไปเลยว่าตนเองอยู่ในยุคที่ความบริสุทธิ์ของสตรีนั้นสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด
ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้างามอย่างหลงใหล ใบหน้านี้ของนางก็ถูกใจเขามิต่างจากร่างกายนุ่มนิ่มและริมฝีปากบางนั่นเลย ไม่คิดว่าเขาจะหลงใหลสตรีที่เพิ่งเจอหน้าเพียงครั้งเดียว
ดวงตาคมมองสำรวจใบหน้าหวานอีกครั้ง ใบหน้าอมชมพูระเรื่อ หน้าผากกลมนูน คิ้วเรียวเล็กได้รูป ดวงตากลมโต แก้มแดงระเรื่อจากฤทธิ์ของสุรา จมูกโด่งเรียวเล็ก ริมฝีปากอวบอิ่ม ทุกอย่างยามที่อยู่บนใบหน้าของนางช่างดูลงตัวยิ่งนัก
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอวบอิ่ม มันช่างดึงดูดเขายิ่งนัก เขาชกชิมริมฝีปากที่ถูกใจเขาอีกครั้ง ครั้งนี้ยิ่งทวีความร้อนแรงมากขึ้น ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงมาซุกซอกคอขาวผ่องแล้วสูดดมความหอมอย่างพอใจ ยิ่งได้กลิ่นหอมยั่วยวนของนางความต้องการของเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
เขาเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าอ่อนหวานที่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเย้ายวน เสื้อผ้าของทั้งสองถูกถอดออกไปด้วยความรีบร้อน เขาก้มหน้าลงไปดูดดึงหน้าอกอวบอิ่มอย่างเอาแต่ใจ มือหน้าก็ชักรูดแก่นกายของตนเองเพื่อเตรียมความพร้อม ทั้ง ๆ ที่มันก็พร้อมใช้งานเต็มที่แล้ว โดยที่ไม่คิดเล้าโลมสตรีด้านล่างเลยแม้แต่น้อย เพราะคิดว่านางเตรียมตัวเองมาพร้อมแล้ว สตรีเหล่านี้รู้ดีว่าต้องทำอย่างไรยามที่ต้องปรนนิบัติเขา
เมื่อพร้อมแล้วเขาก็จ่อแก่นกายไปที่บุปผางามและค่อย ๆ ดันเข้าไปช้า ๆ แต่รู้สึกว่ามันคับแน่นยิ่งนัก
“อื้ออ จะ เจ็บ พอก่อนได้หรือไม่” หญิงสาวได้แต่ครางเสียงหวาน แทนที่จะทำให้เขาเห็นใจ ทว่ามันกลับกระตุ้นความต้องการของเขาให้เพิ่มมากขึ้น
“ไม่ได้ มิเช่นนั้นข้าขาดใจตายเป็นแน่ อ่าาา” พูดจบเขาก็ดันแก่นกายเขาไปจนสุดลำ ทำให้หญิงสาวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ไม่ได้เรียกความเห็นใจจากเขาได้เลยแม้แต่น้อย
หลังจากที่หญิงสาวปรับตัวได้ บทรักร้อนแรงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องแบบไม่มีใครยอมใคร สองร่างแทบจะหลอมร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว กว่าภายในห้องนั้นจะสงบลงก็เกือบฟ้าสาง ทั้งสองนอนกอดก่ายสลบไสลอยู่บนเตียง
เป็นจางเข่อซินที่เป็นฝ่ายตื่นขึ้นมาก่อน เขาลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าเพื่อออกไปจากห้องนี้ ทว่ากลับไปเหยียบป้ายหยกยืนยันตัวตนที่ตกอยู่บนพื้นจึงได้หยิบขึ้นมาดู
หลัว
“ใช่หลัวเดียวกับเสนาบดีกรมขุนนางหรือไม่นะ” เขาได้แต่พึมพำกับตนเองแล้วเดินออกไปนอกห้อง “เฝ้าเอาไว้ให้ดี อย่าให้นางหนีไปได้”
ก่อนจะรู้เรื่องทุกอย่างเขาไม่มีทางปล่อยให้นางออกไปจากที่นี่ได้ เขาอยากจะรู้นักว่าสตรีผู้นี้แท้จริงแล้วคือผู้ใดกันแน่ และนางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
“ขอรับ” องครักษ์สองคนมายืนเฝ้าที่หน้าประตูห้องตามคำสั่งของเจ้านาย
บทที่ 8แต่งงานป๋อเหวินจ้งที่ดื่มสุราจนเมามาย บวกกับฤทธิ์ของกำยานปลุกกำหนัดอ่อน ๆ ทำให้ยามที่เขาเห็นสตรีมาปรากฏตัวตรงหน้าก็ไม่อาจห้ามใจได้ รีบโผล่เข้าไปกอดอีกฝ่ายทันที เพราะคิดว่าเป็นนางโลมที่ตนเองเรียกมาหลัวไป๋เย่ที่ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวก็ตกใจในคราแรก ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความต้องการของเขา นางก็ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขา ปล่อยให้เขาทำตามใจตนเอง และคิดใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับผิดชอบตนเองระหว่างที่ทั้งหลัวซูอิงและป๋อเหวินจ้งเสพสุขร่วมกันอยู่นั้น สองหนุ่มสาวในห้องก็โต้เถียงกันไม่หยุดเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน“ท่านจะมานั่งฟังผู้อื่นร่วมเตียงกันเช่นนี้หรือ” หลัวไป๋เย่พูดเสียงดุ ทว่าใบหน้านั้นกลับแดงระเรื่อไม่สอดคล้องกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมาเลยสักนิด“ทำไม อายหรือ?” เขามองใบหน้าที่แดงระเรื่อด
เมื่อมาถึงโถงรับรองหญิงสาวก็ทำความเคารพผู้อาวุโสแล้วเดินนั่งลงยังที่ของตนเอง มองดูแล้วก็คงจะเป็นเช่นที่นางคิดเอาไว้ ตระกูลป๋อมาหารือเรื่องแต่งงาน และก็เป็นไปตามคาดคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยก็คือนางหลัวซูอิงที่รู้เช่นนั้นก็โมโหมาก เพราะคิดว่าอย่างไรคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยคือตนเอง ทว่าวันนี้เขากลับไม่ชายตาแลนางเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวได้แต่เก็บความขมขื่นเอาไว้ในใจส่วนหลัวไป๋เย่ก็กลับมาที่เรือนด้วยอารมณ์ขุ่นมัว นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาจูงจมูกแน่นอน งานแต่งนี้นางไม่มีวันยอม“หลิงหลิง ไปเรียกไป่ซูมา แล้วเจ้าก็ออกไปก่อน” ทางออกในตอนนี้ก็มีเพียงทางเดียวคือให้จางเข่อซินช่วย เดิมที่นางอยากจะไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลฟาง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้นางมีตัวช่วยที่ดีกว่าตระกูลฟางแล้ว เรื่องร้าย ๆ คนเช่นเขาคงทำมาไม่น้อย“เจ้าไปแจ้งเจ้านายของเจ้า ให้มาหาข้าที่เรือน ตระกูลป๋อต้องการแต่งงานกับข้าโดยเร็วที่สุด” ไป่ซูผู้นี้จางเข่อซินส่งมาอ
“สบายใจจริงนะ” ขณะที่หญิงสาวกำลังแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ จู่ ๆ เสียงเข้มก็ดังขึ้นทำให้หญิงสาวที่นอนแช่น้ำอยู่ถึงกลับสะดุ้ง“นายท่านมาหาเย่เอ๋อร์หรือเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าผู้ใดที่บุกรุกเข้ามาถึงในห้องอาบน้ำก็เอ่ยเสียงหวาน ส่งสายตายั่วยวนไปให้คนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ ทว่าคนที่บุรุษเข้ามากลับยืนนิ่งไม่หวั่นไหวไปกับท่าทางที่แสนยั่วยวนของนาง“เหตุใดนายท่านถึงได้หน้านิ่วคิ้วขมวดเช่นนั้นเล่าเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าเขายังคงนิ่งอยู่ก็พอจะเดาออกแล้วว่าต้องเกิดเรื่องไม่ปกติขึ้น หากให้เดาก็คงเป็นเรื่องที่นางออกไปเดินเล่นกับป๋อเหวินจ้งเขายังคงไม่ตอบและยื่นมองนางด้วยสายตานิ่ง ๆ จนคนตัวเล็กต้องลุกขึ้นแล้วยื่นมือไปดึงคนตัวโตให้เขยิบเข้ามาใกล้ ๆ โดยไม่ได้เขินอายเลยว่าตอนนี้ตนเองได้โป๊เปลือยอยู่“มันก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น เย่เอ๋อร์ไม่ได้นัดพบกับบุรุษผู้นั้นนะเจ้าคะ” นางนั่งลงไปแช่น้ำเหมือนเดิม แต่ไม่ยอมปล่อยมือจากมือของเขายังคงจับ
บทที่ 7ขัดขวางหลัวไป๋เย่รู้สึกเบื่อหน่อยที่ต้องอยู่แต่ในจวนจึงได้ชวนสาวใช้ออกไปเดินเล่น อยู่ที่จวนวัน ๆ ก็ไม่ได้ทำอันใด เลยคิดว่าจะออกไปใช้เงินแก้เบื่อเสียหน่อย“คุณหนูวันนี้อยากได้อันใดเป็นพิเศษหรือไม่เจ้าคะ” พวกนางก็เดินมานานแล้วแต่ไม่เห็นว่าเจ้านายของนางจะสนใจสิ่งใดเป็นพิเศษ“ไม่มี หากถูกใจสิ่งใดค่อยซื้อ” นางยังคงเดินเลือกดูของเผื่อว่าจะเจอของที่ถูกใจ ทว่าในขณะที่กำลังเดินเลือกซื้อของอยู่นั้นก็มีเสียงเข้มเข้ามาทักทาย“คุณหนูใหญ่หลัว”“คุณชายใหญ่ป๋อ” หลัวไป๋เย่หันไปทางคนที่เขามาทักทาย เมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใดนางก็ทำได้เพียงยิ้มรับ เพราะก่อนหน้านี้ระหว่างนางและเขาไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอันใดกัน“มาเดินเล่นหรือ” ใบหน้าของเขายังคงประดับรอยยิ้ม วันนี้โชคดียิ่ง
“เช่นนั้นเจ้าก็ว่ามาเถิด” ตอนนี้นางกำลังกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ทั้งสองตระกูลได้ทำสัญญาหมั้นหมายกันเอาไว้ แต่ไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าเป็นผู้ใด เพราะเมื่อก่อนตระกูลหลัวมีนางเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียว ส่วนฝั่งนั้นก็วางตัวไว้เป็นคุณชายใหญ่ป๋อเหวินจ้ง“ข้าต้องการแต่งงานกับพี่เหวินจ้ง พวกเราสองคนต่างก็มีใจให้กัน เจ้าแต่งเข้าไปก็มีแต่เสียใจเปล่า ๆ เพราะเขาไม่มีทางรักเจ้า” หลัวซูอิงเชิดหน้าพูดอย่างมั่นใจ ที่ผ่านมาเขาใส่ใจเพียงนาง ไม่ได้สนใจพี่สาวตัวดีของนางเลยสักนิด“หากเจ้ามีปัญญาก็มาแย่งไปสิ” หากน้องสาวของนางทำได้ก็ดีไปนางจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงกับเรื่องไร้สาระพวกนี้ แต่หากให้นางเดาคนตระกูลป๋อไม่มีทางยอมรับหลัวซูอิงเด็ดขาด ที่ยอมตกลงเรื่องแต่งงานส่วนหนึ่งก็เพราะตระกูลเดิมของมารดานาง แต่ตระกูลป๋อคำนวณผิดไปหน่อย เพราะหลังจากมารดาของนางจากไปไม่กี่ปีก็พาภรรยาและบุตรสาวอีกคนเข้ามาในจวน“เจ้าไม่ต้องห่วงอย่างไรพี่เหวินจ้งต้องเลือกข้าแน่” หญิงสาวได้แ
เมื่อกลับมาถึงจวนหลัวไป๋เย่ก็ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด เอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือน ส่วนจางเข่อซินก็หายเงียบไปตักแต่กลับมาถึงเมืองหลวง เช่นนี้นับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับนาง เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาเขาเอาแต่คอยรังแกนาง ให้นางพักผ่อนเสียหน่อยก็ดี“คุณหนูไม่ออกไปเดินเล่นหน่อยหรือเจ้าคะ” นี่ก็มาถึงเมืองหลวงหลายวันแล้วเจ้านายของนางก็ไม่ยอมออกไปไหนเสียที เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในเรือน นางอยากให้เจ้านายของนางออกไปเดินเล่นซื้อของเสียหน่อย เพราะวันนั้นเองแต่ซื้อของให้คุณชาย แต่มิได้หาซื้อของตนเองแม้แต่น้อย“ไม่ล่ะข้าอยากพักผ่อน” นางเหนื่อยเกินจะออกไปเดินเล่นด้านนอก ตอนนี้นางต้องคิดหาทางเอาตัวรอดออกไปจากที่นี่ให้ได้เสียก่อน นางอยากออกไปใช้ชีวิตอย่างอิสระ ไม่รู้ว่าจะใช้วิธีการใดได้บ้าง“แต่ว่าตอนนี้คุณหนูไม่มีเครื่องประดับเลยนะเจ้าคะ หรือแม้แต่ชุดงาม ๆ สักชุดก็ยังไม่มี” หลิงหลิงเอ่ยเสียงเศร้า ตอนนี้เจ้านายของนางก็พอมีเงินใช้สอยแล้ว นางอย







