เข้าสู่ระบบวันนี้ฟองจันทร์ตื่นแต่เช้าเพราะแม่ปลุกตั้งแต่ไก่โห่ ป้านงค์บอกกับลูกสาวว่ามาอยู่บ้านเราจะเหลวไหลขนาดไหนก็เหลวไหลไป แต่สิ่งที่แม่ขออย่างเดียวคืออย่าตื่นสาย เต็มที่ไม่เกินหกโมงเช้า ฟองจันทร์จึงต้องรีบแหกขี้ตาลุกขึ้นมาจัดการธุระส่วนตัว เสร็จแล้วก็มารอใส่บาตรที่แม่เตรียมสำรับกับข้าวไว้ให้แล้ว ใส่บาตรเสร็จก็ช่วยแม่คัดมะม่วงแยกลูกดีลูกเสีย ลูกเล็กลูกใหญ่ไว้ เพราะวันนี้สาย ๆ จะมีคนมารับ ฟองจันทร์ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน กว่าจะเสร็จก็เกือบแปดโมงเช้า เหลือบมองโทรศัพท์เผื่อเจ้าของปั๊มน้ำมันโทรมาก็ยังไม่มีวี่แวว ถ้าสิบโมงของวันนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อมาเห็นทีเธอจะต้องเข้าไปสอบถามด้วยตัวเอง เมื่อคิดได้ดังนี้ก็ลงมือกินข้าวกินปลาเอาแรงไว้ กับข้าวฝีมือแม่นี่อร่อยสุด ๆ ไปเลย
"แม่ไปวัดก่อนนะ อยู่บ้านดี ๆ อย่าซนล่ะ" ป้านงค์กำชับลูกสาวก่อนจะหิ้วตะกร้าใบเล็กที่มีกับข้าวอยู่ในนั้น พร้อมทั้งขวดน้ำและแก้วน้ำใบเล็กเอาไว้สำหรับกรวดน้ำออกจากบ้านไป ฟองจันทร์หน้ามุ่ย นี่แม่ลืมไปหรือเปล่าว่าเธอน่ะอายุ 30 แล้ว ไม่ใช่เด็กสามขวบเหมือนเมื่อก่อน คิดอะไรเพลิน ๆ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เธอรีบคว้าโทรศัพท์มาและกดรับสาย "สวัสดีค่ะฟองจันทร์ค่ะ" กรอกเสียงลงไป 'จะคุยเรื่องเช่าที่ เข้ามาที่ปั๊มน้ำมันได้เลย' เสียงเข้มตอบมาตามสาย ฟองจันทร์ดีใจจนตัวลอย เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า คว้ากุญแจรถมอร์เตอร์ไซค์คันเก่าขับออกไป จุดหมายคือปั๊มน้ำมันแห่งนั้น ประมาณยี่สิบนาทีเธอก็มาถึง สอดส่ายสายตามองหาคนที่มีลักษณะท่าทางพอจะเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมัน ก็พอดีผู้ชายคนที่เธอให้เบอร์ไว้เมื่อวานเดินมาหาเธอ "เข้าไปข้างในกัน" พูดจบเขาก็เดินนำเธอเข้าไปตรงส่วนที่เป็นสำนักงาน ฟองจันทร์เดินตามเขาเข้าไป "นั่งรอตรงนี้ก่อน" พร้อมกับขยับเก้าอี้ให้เธอนั่ง แล้วตัวเขาก็เดินออกไป นั่งรอสักพักก็มีคนเดินเข้ามา พอฟองจันทร์เห็นว่าเป็นใครก็รีบยกมือไหว้ "ป้าอร สวัสดีค่ะ" ป้าเอมอรเมื่อเห็นว่าเป็นฟองจันทร์ก็รู้สึกแปลกใจ จึงเอ่ยถามเธอ "อ้าวหนูฟอง ไปไงมาไงนี่" "หนูมาติดต่อขอเช่าที่ในปั๊มน้ำมัน มีคนบอกให้หนูรอตรงนี้ค่ะป้า" "อย่าบอกนะว่าเป็นหนูเองที่จะมาขอเช่าเพื่อเปิดร้านกาแฟน่ะ" "ใช่ค่ะป้า" แล้วทั้งสองก็พูดคุยสอบถาม ซักถามถึงรายละเอียดในสัญญาเช่า และข้อตกลงต่าง ๆ อยู่ประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ "หนูขอบคุณ คุณป้าอรมากเลยนะคะ" พร้อมกับยกมือไหว้อย่างนอบน้อม "เดี๋ยวป้าจะรอชิมกาแฟร้านหนูนะ" เมื่อป้าอรพูดจบฟองจันทร์ก็เดินออกมาจากห้องนั้น ถือสัญญาเช่าอย่างระมัดระวัง ยิ้มอย่างสดใส ค่าเช่าเดือนละ 2000 บาท มัดจำสามเดือน และเธอจะต้องขายให้ครบหกเดือนก่อนถึงจะเลิกขายได้ ซึ่งก็ไม่มีปัญหาสำหรับฟองจันทร์อยู่แล้ว ส่วนจะตกแต่งร้านในแบบใหนก็แล้วแต่คนเช่าแค่อย่าไปรบกวนร้านเช่าร้านอื่น ๆ ก็พอ ต้องปรึกษาเรลี่ในเรื่องออกแบบและตกแต่งร้านเพราะเรลี่มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในเรื่องนี้ เพราะมัวแต่ดีใจและมัวแต่ก้มมองสัญญาเช่าในมือ ก็เลยไม่ได้ระวัง เดินไปชนกับวัตถุอะไรบางอย่างเข้า ฟองจันทร์กระเด็นกระดอนจนเกือบล้ม ดีที่มีมือใหญ่เอื้อมมาคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้ได้ทัน พอทรงตัวได้ก็ลูบจมูกป้อย ๆ และก็พอรู้ว่าวัตถุที่เธอชนก็คือหน้าอกของคนที่คว้าข้อมือเธอเอาไว้นั่นเอง เพราะกลิ่นโคโลญจน์สำหรับผู้ชายยังติดจมูกเธออยู่เลย "ขอบคุณ และ ขอโทษด้วยนะคะ พอดีฟองไม่ทันระวัง มัวแต่ดีใจอยู่" พูดจบก็เดินเลี่ยงเขาออกมา ฟองจันทร์แอบใจสั่นเล็กน้อย เพราะไม่เคยได้ใกล้ชิดผู้ชายขนาดนี้มาก่อน และอีกอย่างก็คือเหมือนระหว่างเธอกับเขานั้นมันมีกระแสอะไรบางอย่างที่คอยดึงดูดกันอยู่ตลอดเวลา เมื่อฟองจันทร์เดินลับตาไปแล้ว เพชรถึงได้เดินออกมาจากบริเวณนั้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าเป็นกลิ่นของน้ำหอมหรือว่ากลิ่นของน้ำยาปรับผ้านุ่มกันแน่ ยังตรึงอยู่ในจมูกของเขาอยู่เลย ตกลงเธอเป็นใครกันแน่นะผู้หญิงคนนี้ ในใจเขาร่ำร้องอยากรู้จักเธอ เฮ้อ..ถ้ามีวาสนาก็คงจะได้รู้จักกันแหละ เพชรคิดในใจและกระโดดขึ้นรถหกล้อดั๊มป์ เพื่อไปทำงานของเขาต่อ ครอบครัวของเพชรย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้เมื่อสิบปีที่แล้ว ตอนนั้นเพรชเรียนจบวิศวะยานยนต์ได้ประมาณสามปี ประจวบกับพ่อของเขาต้องมาจากครอบครัวไปด้วยอุบัติเหตุ แม่จึงพาน้องสาว พี่สาวและตัวเขาย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านนี้ เพราะลุงพี่ชายของแม่บอกให้มาอยู่ด้วย ท่านไม่มีครอบครัวและท่านก็มีกิจการรับถมที่และมีรถแบล๊คโฮลอยู่หลายคันพร้อมทั้งธุรกิจปั๊มน้ำมันและร้านขายส่งสินค้า เพชรจึงมาช่วยท่านบริหารจนกิจการเจริญเติบโต งานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างถนนในจังหวัด ล้วนเป็นบริษัทของเพรชเป็นผู้รับเหมา เพราะการทำงานที่รวดเร็วและมีคุณภาพนั่นเอง และลุงของเขาก็มาจากไปเมื่อหกเดือนที่แล้ว กิจการทั้งหมดจึงตกเป็นของครอบครัวเพชรเพราะถือว่าเป็นทายาทโดยชอบธรรม เพชรมีพี่สาวหนึ่งคนตอนนี้อยู่กับสามีที่กรุงเทพ ฯ และมีน้องสาวหนึ่งคนเป็นหมอเปิดคลีนิคในตัวจังหวัด นี่จึงเป็นสาเหตุให้ป้าเอมอรเดินทางเข้ากรุงเทพ ฯ และไป ๆ มา ๆ ระหว่างบ้านกับตัวจังหวัดบ่อย ๆ จึงไม่แปลกที่เพชรกับฟองจันทร์จะไม่รู้จักกัน แต่ทั้งสองจะรู้ไหมว่า..ในตอนนี้โชคชะตาและบุพเพกำลังเริ่มต้นทำงานแล้วเมื่อใส่บาตรกันเสร็จแล้วฟองจันทร์ก็มาปลุกเรลี่ เพื่อเตรียมตัวเก็บข้าวของกลับกรุงเทพ ฯ เพราะเที่ยวบินของเรลี่ได้รอบเที่ยง กินข้าวกินปลาเสร็จแล้วเพชรก็ขับรถพาสองสาวไปที่สนามบิน "แล้วมาใหม่นะเร"ฟองจันทร์บอกเพื่อนที่เธอรักที่สุดเสียงสั่น"มาแน่นอน แต่คงเป็นตอนรับขวัญหลานโน่นแหละ ไปนะคุณเพชร ดูแลนังฟองดี ๆ ด้วย"ฝากฝังหรือสั่งเสียก็ไม่แน่ใจ"เท่าชีวิต"เพชรรับปากเรลี่เสียงหนักแน่น เรลี่จึงได้วางใจเดินเข้าเกตไป ฟองจันทร์ใช้สายตาส่งเพื่อนจนแผ่นหลังของเรลี่ลับสายตา เพชรโอบไหล่ฟองจันทร์พาเดินออกมาที่รถ"แวะใหนมั้ยเดี๋ยวพี่พาแวะ"ฟองจันทร์พยักหน้า ของที่ร้านขาดหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นแก้วพลาสติก ถุงและหลอด เธอคิดระหว่างเดินจูงมือกันไปขึ้นรถ เมื่อเข้าไปในรถและขับออกมาจากสนามบินเพื่อแวะซื้อของที่แหล่งรวมสินค้าสำหรับอุปกรณ์การชงกาแฟ"พี่ไม่อยากให้ฟองขายกาแฟอีกเลย"แต่ก็ช่วยเธอถือของและเลือกของอย่างขันแข็ง"อ้าวทำไมล่ะคะ เป็นผู้หญิงต้องทำมาหากินสิ ถ้าเกิดถูกสามีทิ้งจะได้ไม่อดตาย"ฟองจันทร์ก็ตอบเขาไปตามความนึกคิดของตัวเอง"พี่ไม่มีวันทิ้งฟอง"บอกเธอเสียงดัง และยังพูดต่ออีก"แต่พี่เป็นห่วงถ้าเกิดว่า
หลังจากที่ฝนกับเรลี่ออกไปแล้วป้านงค์ก็มาเคาะประตูห้องลูกสาว ฟองจันทร์แง้มประตูออกมาคุยกับแม่"แม่ไปดูหมอลำก่อนนะ"บอกลูกสาวเสร็จก็สำรวจตรวจตราความเรียบร้อยของบ้านก่อนจะเดินไปชวนป้าข้างบ้านปั่นจักรยานไปดูหมอลำซิ่ง เพชรกับฟองจันทร์มองหน้ากันยิ้ม ๆ เพราะราวกับว่าทุกคนต่างอยากเปิดโอกาสให้ทั้งสองคนได้อยู่กันตามลำพัง"พี่เพชรหิวไหมคะ เดี๋ยวฟองทำอะไรให้กิน"เพราะตั้งแต่ตอนสู่ขวัญแล้วเธอสังเกตเห็นว่าเพชรไม่ได้ทานอะไรเลยนอกจากเบียร์สองสามแก้วที่เพื่อนของเขาเป็นคนยื่นให้ ส่วนฟองจันทร์นั้นฝนซื้อนมกับขนมมาให้ทำให้เธอได้พอมีอะไรรองท้องอยู่บ้าง"หิวนิดหน่อย แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ไม่ให้เราออกจากห้องไม่ใช่เหรอ จนกว่าจะเช้า""มันก็ต้องมีข้อยกเว้นบ้างแหละ ไม่งั้นเราจะกินข้าว กับเข้าห้องน้ำ อาบน้ำอาบท่ายังไง"ฟองจันทร์พูดอย่างมีเหตุผลเพชรพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย"เอางี้พี่เพชรไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวฟองทำอะไรให้กิน"ทั้งสองยังอยู่ในชุดแต่งงานอยู่เลย เพชรคิดจะสวีทหวานแหววกับฟองจันทร์ก็ตั้งหลายที แต่เพราะพวกเพื่อน ๆ ตัวดีของเขานั่นแหละทั้งคอยเคาะประตูใหนจะเคาะหน้าต่างก่อกวนไม่ล้มเลิก เพิ่งจะเงียบเสียงลงเมื่อตอนช่วงบ
และแล้วก็ถึงวันแต่งงาน เรลี่ปลุกสาว ๆ ตั้งแต่ตีสามเพื่อลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งหน้าทำผม ส่วนในครัวก็กำลังวุ่นวาย เพราะบรรดาแม่ครัวต่างก็กำลังเตรียมกับข้าวกับปลาไว้ต้อนรับแขก เสียงสับหมูสับไก่ เสียงโขลกน้ำพริก ผสมปนเปกัน ป้านงค์ปลาบปลื้มใจมากที่มีคนมาช่วยงานเยอะขนาดนี้ งานทุกอย่างออกมาราบรื่นดีมาก เสร็จงานแล้วคงต้องตบรางวัลให้แม่ครัวอย่างงามทุกคนในหมู่บ้านต่างออนซอนป้านงค์และลูกสาวที่ได้ค่าดอง (สินสอด)แพง ก็มีแซว ๆ ขำ ๆ กันเล่น ๆ ว่าป้านงค์เลี้ยงลูกด้วยอะไรถึงได้ค่าดองแพงขนาดนี้ ส่วนป้านงค์ก็ได้แต่ยิ้มแฉ่ง"ฉันก็เลี้ยงด้วยข้าวนี่แหละ"ป้านงค์บอกอย่างภูมิใจ ไม่นานกับข้าวกับปลาก็แล้วเสร็จ เหล้ายาปลาปิ้งพร้อมสรรพ ป้านงค์ทุ่มงบไม่อั้นแขกเหรื่อทุกคนต้องอิ่มหนำสำราญ"ตาสีเอ๊ยวันนี้วันแต่งงานของลูกแล้วนะ แกต้องอวยพรและคอยคุ้มครองลูกของเราด้วย"ป้านงค์จุดธูปบอกกล่าวแก่สามีผู้ล่วงลับด้วยความปลาบปลื้มใจ "เพชรแต่งตัวเสร็จหรือยังลูก"ป้าอรเข้ามาตามลูกชายถึงในห้องนอนเพราะกลัวลูกชายจะลุกไม่ไหว เมื่อคืนเพชรดื่มหนักไปหน่อย เพราะเพื่อน ๆ ที่เรียนวิศวะรุ่นเดียวกับเขาต่างหอบลูกจูงเมียมาร่วมงานแต่งเขาทุกคน เ
พรุ่งนี้ก็จะถึงวันสู่ขวัญแต่งงานของฟองจันทร์กับเพชรแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างจัดเตรียมไว้แล้วเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน ห้องนอนของเธอถูกจัดใหม่ทั้งหมด เธอรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อยกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิตในครั้งนี้ เพราะความจริงแล้วเธอกับเพชรไม่รู้จักกันแม้แต่น้อย จะใช้ชีวิตร่วมกันได้จริง ๆ หรือ แต่ฝนกับเรลี่ก็คอยให้กำลังใจ อย่าคิดอะไรมากมายทำตามเสียงของหัวใจก็พอแล้ว"คิดอะไรมากมายวะแก คุณเพชรรักแก แกรักคุณเพชรแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ส่วนเรื่องอื่นยังมาไม่ถึง คิดไปก็ปวดหัว ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ตอนนี้คือ แกกับคุณเพชรได้ใช้ชีวิตร่วมกันแล้วก็ต้องดูแลกันให้ดีที่สุด น่าอิจฉาจะตาย เนอะฝน"เรลี่พูดเป็นข้อคิดและให้กำลังใจเพื่อน ฝนก็พยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงเห็นด้วย ฝนมานอนค้างที่บ้านของฟองจันทร์ตั้งแต่เมื่อคืน ขออนุญาติพ่อกับแม่เรียบร้อย เธอให้แม่กับน้องมาขายของให้จนกว่างานแต่งของฟองจันทร์จะเสร็จ แต่ถ้าวันนี้ที่นี่ไม่มีอะไรเธอก็อาจจะแวะเข้าไปดูที่ร้านสักแว้บนึง"พรุ่งนี้เราคงต้องตื่นแต่เช้ากันหน่อย เพราะต้องแต่งหน้าทำผมให้คนตั้งสามคน เจ้าสาวหนึ่ง เพื่อนเจ้าสาวสองคน"เรลี่พูดคุยถึงเรื่องการแต่งหน้าในวันพรุ่งนี้
ฟองจันทร์ตื่นตีสี่เป็นเรื่องปกติป้านงค์ก็เช่นกัน วันนี้เธอไม่ได้ไปเปิดร้านกาแฟเพราะป้านงค์บอกว่าจะต้องเตรียมการอะไรหลายอย่างมาก การ์ดงานแต่งคงพิมพ์ไม่ทัน ป้านงค์จึงใช้วิธีการตามแบบสมัยโบราณก็คือการไปหาที่บ้านของคนที่สนิทหรือผู้หลักผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือและบอกกล่าวท่านว่าจะมีงานแต่งงาน อยากให้ไปเป็นเกียรติและผูกข้อไม้ข้อมือให้ลูกให้หลานหน่อย ป้านงค์ให้ฟองจันทร์ตระเวณขับมอร์เตอร์ไซค์พาท่านไปบอกกล่าวคนนั้นคนนี้ตลอดช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่ายก็ให้ผู้เฒ่าผู้แก่มาเย็บบายศรีสู่ขวัญ เตรียมของ 'สมมา' หรือของรับไหว้ ซึ่งทางอีสานส่วนมากจะเป็นพวก ผ้าขาวม้าไหม ซิ่นไหม โสร่งไหม เป็นต้น ส่วนกับข้าวเลี้ยงแขกนั้นก็ได้บรรดาแม่ครัวแถวบ้านมาช่วยโดยไม่ต้องว่าจ้าง เพราะป้านงค์เวลาที่มีบุญมีงาน ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานแต่ง หรือแม้กระทั่งงานศพ ท่านก็ไปช่วยไม่เคยขาด ถึงเวลามีงานบ้านตัวเองบ้างทุกคนจึงเต็มใจมาช่วยอย่างเต็มที่พวกผู้ชายและคนหนุ่ม ๆ ก็ช่วยกันมากางเต๊นท์ผ้าใบ จัดโต๊ะ จัดเก้าอี้ โชคดีที่บริเวณบ้านของฟองจันทร์มีพื้นที่กว้างขวางกับข้าวกับปลาที่ใช้เลี้ยงแขกนั้น ในงานแต่งแบบนี้ส่วนมากจะเป็นลาบ ไม่ลาบหมูก็ลาบวั
เพชรพาฟองจันทร์ไปที่บ้านของเขา ซึ่งตอนนี้ป้าอรและพราวน้องสาวของเพชรกำลังรออยู่ ฟองจันทร์เดินเข้าไปในบ้านที่ตอนนี้รู้สึกว่าจะมีผู้เฒ่าผู้แก่อยู่กันหลายคน ป้าอรรีบเดินออกมาหาเธอ"หนูฟอง วันนี้แม่จะพาผู้หลักผู้ใหญ่ไปตกลงพูดคุยเรื่องของหนูกับเพชร"พูดกับเธอเสร็จก็หันไปบอกกับลูกชาย"เพชรกับน้องล่วงหน้าไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่กับย่า ๆ ยาย ๆ จะตามไป ไปกินข้าวเที่ยงที่โน่นเลย กับข้าวกับปลาแม่เตรียมไว้หมดแล้ว"ก่อนจะไปเพชรพาเธอเดินเข้าไปหาหมอพราวที่กำลังตักกับข้าวใส่หม้ออยู่ในครัว"นี่ยัยพราว น้องสาวพี่เอง หน้าเหมือนกันมั้ย"หมอพราววางมือจากการตักกับข้าว"หวัดดีพี่สะใภ้"พราวเรียกเธออย่างให้เกียรติและยิ้มกว้างเป็นการทักทาย ทั้งที่ความจริงแล้วพราวแก่กว่าฟองจันทร์สองปี "นี่ถ้าเจอพี่พลอยนะฟองจะแยกแทบไม่ออกเลยล่ะ เราสามคนพี่น้องหน้าตาเหมือนกันมาก"พูดจบก็จับจูงมือฟองจันทร์เดินออกมาและเดินไปขึ้นรถมอร์เตอร์ไซค์สตาร์ทและขับพาเธอตรงไปที่บ้านป้าอรกับป้านงค์โทรคุยกันตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากที่ป้าอรวางสายจากเพชรแล้วท่านก็ต่อสายพูดคุยกับป้านงค์ทันที เพราะทนความใจร้อนของลูกชายตัวดีไม่ไหว เมื่อเพชรกับฟองจันทร์ม







