LOGINฟองจันทร์เริ่มศึกษาหาข้อมูลในการเปิดร้านกาแฟโดยมีเรลี่ที่อยู่กรุงเทพ ฯ คอยให้คำปรึกษา เธอนึกขอบคุณที่ตอนนี้คือยุค 5G ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การติดต่อสื่อสารล้วนสะดวกสบาย อยู่ไกลกันแค่ไหนก็สามารถพูดคุย เห็นหน้าเห็นตากันได้ ประมาณอาทิตย์นึง โครงการร้านกาแฟของฟองจันทร์ก็เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง พร้อมที่จะเปิดร้านได้ ระหว่างที่เธอตกแต่งร้านอยู่ในปั๊มน้ำมันนั้นเธอก็รู้จักคนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ฝนแม่ค้าขายน้ำปั่นคนสวย พี่ดาว แม่ค้าน้ำแข็งใส ป้ามลเจ้าของร้านลาบขมต้มแซบ ป้าสายเจ้าของร้านขายส้มตำ ป้าน้อยเจ้าของร้านขนมจีนน้ำยา ปั๊มน้ำมันแห่งนี้คนพลุกพล่านมาก และแต่ละร้านขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แม่ค้าแต่ละคนก็อัธยาศัยดีมาก ๆ ฟองจันทร์บอกกับตัวเองว่าเธอโชคดีที่สุดที่ได้มาเปิดร้านที่นี่ เธอลงทุนกับโปรเจ็คนี้ไปเกือบแสน เหลือเงินเก็บไว้ช็อปปิ้งออนไลน์อีกนิดหน่อย กว่าจะคืนทุนก็คงจะหลายเดือนอยู่ เอาน่าอย่างน้อยบ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อล่ะวะ ฟองจันทร์คิดปลอบใจตัวเองให้ฮึกเหิม
และแล้วก็ได้ฤกษ์เปิดร้าน ป้านงค์นิมนต์หลวงตาที่วัดมาทำพิธีเปิดร้านให้ด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคล เสียดายเรลี่งานยุ่งจึงไม่ได้มาด้วย แต่พื่อนสาวสัญญาว่าจะมาหาเธออย่างแน่นอน ลักษณะร้านกาแฟของฟองจันทร์จะเป็นเหมือนกระท่อมหลังเล็ก ๆ ในกระท่อมจะเป็นที่สำหรับวางอุปกรณ์การชงกาแฟ ด้านหน้าเป็นเคาเตอร์บาร์ไว้สำหรับให้คนนั่งทานกาแฟ ส่วนบริเวณหน้าร้านจะมีโต๊ะสำหรับนั่งชิวอีกสองโต๊ะ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของฟองจันทร์จะเน้นกลุ่มวัยรุ่น หนุ่มสาวในหมู่บ้าน ฟองจันทร์ชงกาแฟแจก 50 แก้วเป็นการประเดิมและลองให้แม่ค้าและลูกค้าในปั๊มลองชิมดู วันนี้ในปั๊มจึงคึกคักเป็นพิเศษ เธอนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เอากาแฟให้ป้าเอมอรเจ้าของปั๊มลองชิมดูเลย ฟองจันทร์จึงรีบชงกาแฟที่ไม่เข้มมาก และเดินไปทางห้องสำนักงาน เธอเห็นแว้บ ๆ เหมือนว่าป้าอรน่าจะอยู่ที่นั่น แต่ยังไม่ทันได้เดินไปถึงป้าอรก็เปิดประตูออกมา "คุณป้า สวัสดีค่ะ หนูเอากาแฟมาลองให้ชิม ติชมได้นะคะ" พูดจบฟองจันทร์ก็ยื่นแก้วกาแฟที่อยู่ในมือส่งให้ป้าเอมอร ท่านรับมาและดูดเข้าไปอึกนึง "กลมกล่อมจริง ขอบใจมากจ้ะ ขอให้ขายดี ๆ นะหนู" "ขอบคุณค่ะป้า" พนมมือไหว้ป้าเอมอรอย่างนอบน้อมและรีบเดินกลับไปยังร้านกาแฟ เพราะไม่มีคนเฝ้าร้าน "ว้าว หนึ่งพันสองร้อยบาท ก็ไม่เลวสำหรับยอดขายวันแรก" ฟองจันทร์นับเงินที่ขายกาแฟได้ เก็บเงินใส่กระเป๋าตังค์ สำรวจความเรียบร้อยของร้านและกำลังจะเดินออกมาจากร้าน เพราะได้เวลาปิดร้านแล้ว ฟองจันทร์เปิดร้านตอนแปดโมงเช้าและปิดในเวลาห้าโมงเย็น แต่กว่าจะเคลียส์บัญชี ล้างอุปกรณ์ ทำความสะอาดร้านเสร็จก็เกือบหกโมงเย็น "กาแฟเย็นแก้วนึง" ฟองจันทร์กำลังจะล็อคประตูกระท่อมร้านกาแฟของเธอ ก็ชะงักกับเสียงเข้ม เธอรีบหันกลับไปมอง "ขอโทษค่ะ ร้านปิดแล้ว" เจ้าของเสียงแสดงสีหน้าว่าผิดหวัง และกำลังจะหันหลังไป อะไรก็ไม่รู้ดลใจให้ฟองจันทร์รั้งเขาไว้ "เอ่อ เดี๋ยวชงให้ก็ได้ค่ะ" เขาจึงเดินไปที่โต๊ะที่อยู่หน้าร้าน ยกเก้าอี้ลงและทรุดตัวลงนั่ง ฟองจันทร์จำได้ว่าเขาคือผู้ชายคนที่ขอเบอร์เธอไว้ในวันนั้น เธอรีบลงมือชงกาแฟ หวังว่าคงจะเป็นแก้วสุดท้ายของวันนี้ ดีนะที่น้ำร้อนยังร้อนอยู่ น้ำแข็งก็พอเหลือ เมื่อเสร็จสรรพแล้ว เธอก็เดินถือแก้วกาแฟมาวางไว้ตรงหน้าเขา "ได้แล้ว ๆ 35 บาทค่ะ" ฟองจันทร์ลอบสังเกตเขาไปด้วย ผู้ชายคนนั้นก็ควักแบ๊งค์ห้าสิบให้เธอ "ไม่ต้องทอน" ใจป๋าซะด้วยแฮะ เมื่อรับเงินแล้วฟองจันทร์ก็กล่าวขอบคุณและจัดการล้างอุปกรณ์การชงกาแฟที่ชงให้เขาเมื่อกี้ เสร็จแล้วก็ออกจากร้าน ล็อคประตู "รบกวนยกเก้าอี้ขึ้นให้ด้วยนะคะ" บอกกับเขาและเดินออกไปเพื่อจะไปควบมอร์เตอร์ไซค์คันเก่าของเธอกลับบ้าน ระหว่างทางก็ทักทายแม่ค้าคนอื่น ๆ ไปด้วย ซึ่งตอนนี้ทุกคนก็กำลังเก็บร้านกันอยู่อย่างขะมักเขม้น เพชรนั่งดูดกาแฟจนหมดแก้วนั่นแหละ จึงลุกขึ้น ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำแบบนี้ทำไม พลางยกเก้าอี้เก็บไว้บนโต๊ะไปด้วย เอาแก้วกาแฟที่ดูดจนหมดแล้วเดินไปทิ้งถังขยะ เขารู้แค่ว่าอยากเห็นหน้า และอยากพูดคุยกับเธอ แต่พอมาเห็นหน้าเธอเข้าจริง ๆ กลับพูดอะไรไม่ออก จะชวนเธอคุยยังไม่กล้าเลย ทำเป็นไก่อ่อนริจีบสาวไปได้ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นหนุ่มใหญ่วัย 35 ปี ประสบการณ์ด้านผู้หญิงถึงจะไม่โชกโชนแต่ก็ถือว่าไม่น้อยเหมือนกัน แต่กับเธอเพชรกลับไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เขารู้ประวัติเธอคร่าว ๆ ว่าเป็นคนในหมู่บ้านนี้ และเพิ่งกลับจากกรุงเทพ ฯ โดยดูจากเอกสารที่เธอนำมาทำสัญญาเช่านั่นเอง และในนั้นระบุด้วยว่าเธอ 'โสด' เพชรนึกขำตัวเองในใจจะมีใครทำอะไรบ้า ๆ แบบเขาบ้างไหม เมื่อมาถึงบ้านฟองจันทร์ก็กระโดดโลดเต้นเข้าไปหาป้านงค์ "เป็นไงบ้าง ขายดีไหม" "ดีมากเลยแม่ ได้ตั้งพันสองห้าสิบบาทแน่ะ" "โฮ้.. เยอะเหมือนกันนะเนี่ย ไป ๆ อาบน้ำอาบท่ามากินข้าวกินปลา" ฟองจันทร์หอมแก้มแม่หนึ่งฟอดและก็เดินเข้าไปในบ้านเพื่ออาบน้ำ เดี๋ยวต้องเล่าให้เรลี่ฟัง เมื่อกินข้าว ล้างถ้วยล้างจานเรียบร้อยแล้ว ฟองจันทร์ก็เข้าห้องนอน และวีดีโอคอลเพื่อรายงานเรื่องราวต่าง ๆ ให้เรลี่ฟัง "แก..สนุกมากเลยนะขายกาแฟเนี่ย แต่เหนื่อยไปหน่อย" "ผู้หล่อ ๆ เยอะไหม" เรลี่กลับสนใจไปอีกเรื่อง ฟองจันทร์ค้อนเพื่อนตาคว่ำ "มี แต่แกต้องระวังข้อหาพรากผู้เยาว์ด้วยนะ" "ดีเลยชั้นชอบกินเด็ก" ทั้งสองคนคุยกันสัพเพเหระไปเรื่อย จนได้เวลาพอสมควรจึงวางสาย แยกย้ายกัน ฟองจันทร์ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งพร้อมป้านงค์ จัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็ประมาณตีห้า เสร็จแล้วก็ควบมอร์เตอร์ไซค์ออกจากบ้านไปเพื่อเปิดร้าน เมื่อมาถึงปั๊มร้านอื่น ๆ ก็ทยอยเปิดร้านกันแล้ว เธอเปิดร้านขายกาแฟได้ครบอาทิตย์แล้ว ก็ทั้งสนุกทั้งเหนื่อย และที่สำคัญยอดขายดีเป็นที่น่าพอใจ ฟองจันทร์เป็นคนช่างจำและช่างสังเกต เธอจะจำได้เกือบหมดว่าลูกค้าคนใหนทานเมนูอะไร จึงสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าเป็นอย่างมาก และด้วยความที่เธอเป็นคนหน้าตาน่ารักบวกกับอัธยาศัยดี พูดคุยสนุกสนาน ร้านของเธอก็ถูกพูดถึงปากต่อปาก จึงมีแต่ลูกค้าอยากลองมาชิมกาแฟที่ร้านของเธอ ส่งผลให้ร้านค้าอื่น ๆ ในปั๊มขายดีไปด้วยซึ่งปกติก็ขายดีอยู่แล้ววันนี้ฟองจันทร์ปิดร้านหนึ่งวันเพราะจะเข้าเมืองเพื่อไปซื้อรถมอร์เตอร์ไซค์ โดยเพชรอาสาจะพาเธอไป คราแรกฟองจันทร์ปฏิเสธ เธอกะว่าจะจ้างรถของป้าข้างบ้านที่เคยไปรับที่สนามบินเมื่อคราวก่อนให้พาไป อีกอย่างเธอเกรงใจเพรชด้วย แต่เขาก็ให้เหตุผลว่าให้เขาพาไปแหละดีแล้ว เธอจะได้รับส่วนลดเยอะ ๆ ที่สำคัญงานนี้เขาไม่ได้พาไปฟรี ๆ เพราะเขาก็ได้เปอร์เซ็นต์จากการแนะนำในครั้งนี้ด้วย ยิ่งเธอซื้อเงินสดด้วยงานนี้หวานหมู ฟองจันทร์ก็เลยจำนนต่อเหตุผลของเขา ตอนแรกเธอกะว่าจะชวนฝนไปเป็นเพื่อน ป้องกันคำครหาของชาวบ้าน หากเธอกับเขาไปกันสองต่อสองคงไม่พ้นคนนินทาแน่ ๆ แต่คิดไปคิดมาถ้าชวนฝนไป ฝนก็ต้องปิดร้านขาดรายได้อีก เธอจึงให้แม่ไปเป็นเพื่อน ซึ่งป้านงค์ก็ไม่ปฏิเสธ เพราะท่านก็ไม่อยากให้ลูกสาวเป็นขี้ปากชาวบ้าน อีกอย่างไม่ได้เข้าเมืองนานแล้วไปหาซื้อของใช้เข้าบ้านก็ดีเหมือนกัน สองแม่ลูกตื่นเช้ากันเป็นปกติอยู่แล้ว ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็มานั่งรอเพชรที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าบ้าน ประมาณเจ็ดโมงครึ่งเพชรก็ขับรถกระบะสี่ประตูของเขามารับ "สวัสดีครับป้านงค์ ไปกันเลยไหมครับ"เขายกมือไหว้ป้านงค์และส่งยิ้มให้ฟองจันทร์ด้วย"ไปกันเลย ป้ากับฟอง
"เรลี่ ตกลงสงกรานต์นี้แกจะมาเที่ยวหาฉันหรือเปล่า หยุดตั้งหลายวันไม่ใช่เหรอ"ฟองจันทร์วีดีโอคอลหาเรลี่ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว"ไปสิ ไปอยู่แล้ว ว่าแต่มีอะไรน่าเที่ยว ตอนแรกฉันกะว่าจะไปเที่ยวเชียงใหม่นะเนี่ย แต่ทนคิดถึงแกไม่ไหว ไปเที่ยวอุดรก็ได้""ดีมากเพื่อนเลิฟ อุดรบ้านฉันมีที่เที่ยวเยอะแยะ สาธยายไม่หมดหรอก แค่อำเภอหนองวัวซอนี่ก็เที่ยวไม่หวาดไม่ไหวแล้ว"โฆษณาบ้านตัวเองเสียหน่อย ให้อิเรลี่น้ำลายหกเล่น ๆ"หรือแกจะไปคำชะโนดมั้ยล่ะ อำเภอบ้านดุงไม่ไกลมาก สายมูต้องมาที่นี่เลยนะแก""เออ ! จริงด้วย 'คำชะโนด' ฉันอยากไปนานแล้ว บ้านแกนี่ของดีเยอะจริงว่ะ" ฟองจันทร์เดินผิวปากออกมาจากบ้านอย่างอารมณ์ดี เพราะอีกไม่กี่วันก็จะได้เจอหน้าเพื่อนรักอย่างเรลี่แล้ว ถ้าไปเที่ยวเดี๋ยวเธอจะชวนฝนไปด้วย แต่ไม่รู้ว่าฝนจะสะดวกไปด้วยหรือเปล่า เพราะต้องปิดร้านไป แต่ยังไงก็คงต้องลองชวนดู"ทำไมวันนี้ดูอารมณ์ดี มีหนุ่มมาจีบหรือไง"ป้านงค์อดแซวลูกสาวไม่ได้"แม่ขา..ไม่ต้องมีคนมาจีบหนูก็อารมณ์ดีตลอดอยู่แล้ว"พูดจบก็เดินไปกอดเอวแม่อย่างประจบ"แม่ สงกรานต์นี้เพื่อนหนูที่กรุงเทพ ฯ เค้าจะมาเที่ยวบ้านเรานะ""ก็ดีสิ มากันกี่
ฟองจันทร์แอบมองเพชรเป็นระยะ ๆ จนเขารู้ตัวว่าเธอแอบมองเขา จึงหันหน้ามาเผชิญหน้ากับเธอ"มีอะไร"ถามเธอเสียงเข้มอีกแล้ว"มะ ไม่มีอะไร มองเฉย ๆ"ตะกุกตะกักตอบเขาไป"รถยนต์ มันขับยากไหมอ้ะ"เธอก็เลยเฉไฉถามเขาไปอีกเรื่อง ลดความอึดอัดของบรรยากาศภายในรถ"ไม่ยากหรอก อย่าบอกนะว่าคุณขับไม่เป็น"ถามเธออย่างแปลกใจ ไม่น่าเชื่อว่าฟองจันทร์จะขับรถไม่เป็น ดูท่าทางของเธอแล้วเพชรไม่อยากจะเชื่อเลย"ใช่ ขับไม่เป็น ขับเป็นแต่มอเตอร์ไซค์""ขับไม่ยากหรอก เอางี้ไหมล่ะ ถ้าว่างผมจะสอนให้""จริงเหรอคะ แต่..ไม่เอาดีกว่า ฟองเกรงใจ"ออกจากหมู่บ้านของฟองจันทร์กับเพชรมาประมาณ 10 นาที ก็มาถึงหมู่บ้านของฝน "บ้านของฝนหลังใหนคะ"ถามเขา แต่เพชรไม่ตอบ เขาขับเข้าไปเรื่อย ๆ เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา กี่เลี้ยวฟองจันทร์ก็จำไม่ได้ จนกระทั่งมาจอดที่บ้านไม้สองชั้นหลังหนึ่งที่อยู่ค่อนข้างไกลออกมาทางทุ่งนาเพชรก็จอดรถ แต่ไม่ได้ดับเครื่อง เขาเปิดประตูรถและเดินเข้าไป ไฟในบ้านยังไม่ปิด เสียงหมาในบ้านเห่า และคนในบ้านก็เดินออกมา"อ้าว..พ่อเพชร ไปไงมาไง เข้ามาก่อน"ผู้ชายคนหนึ่งอายุน่าจะไม่เกิน 45 ปีน่าจะเป็นพ่อของฝนเปิดประตูรั้วออกมา"พี่สอน
"พี่ฟองอย่าพึ่ง ๆ ถ่ายรูปก่อน"ฝนตีมือฟองจันทร์เบา ๆ เป็นการปรามก่อนที่ฟองจันทร์จะหยิบปลาหมึกย่างเข้าปากเพราะต้องการจะถ่ายรูปอัพลงโซเชียล ฟองจันทร์จึงนึกได้หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาถ่ายรูปบ้าง ที่จริงแล้วเธอก็ชอบทำอะไรแบบนี้เหมือนกันเวลาที่ไปกินไปเที่ยวกับเรลี่ แต่พอมาอยู่ที่นี่แล้วเธอไม่ได้ไปไหนเลย และอีกอย่างไม่ค่อยมีเวลาว่างด้วย เธอจึงลืมนึกถึงข้อนี้ไปสองสาวถ่ายรูปจนพอใจและอัพลงโซเชี่ยลจนครบทุกแพล็ตฟอร์มนั่นแหละถึงได้ลงมือจิบเบียร์และเมาท์มอยกันต่อ "พี่ฟองเล่าเรื่องเกี่ยวกับกรุงเทพ ฯ ให้ฟังหน่อย" กระดกเบียร์ไปหลายแก้วแล้วฝนชักมึนและเกิดอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับเมืองกรุงขึ้นมา จึงขอให้ฟองจันทร์เล่าให้เธอฟัง"ทำไม ฝนอยากไปเหรอ"พูดจบก็ยกเบียร์ขึ้นกระดกจนหมดแก้ว รินเบียร์เพิ่มให้ตัวเองและเติมให้ฝนด้วย"ก็อยากไปนะพี่ แต่ไม่มีใครอยู่กับพ่อกับแม่ ใหนจะน้องอีก"ฝนบอกกับฟองจันทร์เชิงระบายมากกว่า"กรุงเทพ ฯ น่ะ ตามที่พี่ไปอยู่มาสิบกว่าปีนะ มันก็ดีแหละ สอนประสบการณ์อะไรหลาย ๆ อย่างให้พี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความอดทน ความมีระเบียบวินัย และที่สำคัญเราต้องเพิ่มศักยภาพและต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
เพชรกระโดดขึ้นรถหกล้อดั๊มพ์คันประจำของเขา ซึ่งวันนี้มีงานรับเหมาถมที่ 200 เที่ยวชิว ๆ เป็นโครงการของเทศบาลที่ต้องการปรับปรุงพื้นที่สาธารณะซึ่งว่างอยู่ให้เป็นสนามกีฬา ไว้เพื่อให้เด็กและเยาวชนมาใช้สำหรับเล่นกีฬาหรืออกกำลังกาย ซึ่งบังเอิญว่าอยู่ใกล้กับปั๊มน้ำมันของเขา เพชรจึงรู้สึกกระปรี้กระเปร่าเป็นพิเศษ เพราะจะได้กินกาแฟเจ้าอร่อย เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างอารมณ์ดี พลางนึกอนาถตัวเองอยู่ในใจ ผู้หญิงที่ตัวเองชอบอยู่ใกล้แค่นี้แต่เขากลับไม่กล้าคุยกับเธอ ได้แต่เฉียดไปเฉียดมาสั่งกาแฟวันหนึ่งสองสามแก้ว เพียงเพราะต้องการเห็นหน้าเธอเท่านั้น ไม่ไหว ๆ ขืนกินกาแฟวันละสองสามแก้วแบบนี้นอกจากจะนอนไม่ค่อยหลับแล้ว เบาหวานจะขึ้นเอาน่ะสิ ไม่ได้เขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ยิ่งได้ยินข่าวว่าร้านของเธอกำลังถูกพูดถึงปากต่อปากว่า กาแฟอร่อย บริการประทับใจ และที่สำคัญแม่ค้าสวย ทำให้พวกข้าราชการหนุ่ม ๆ ในอำเภออยากลองมาชิมกาแฟที่ร้านของเธอ ไม่ว่าจะเป็นผู้กอง ครูใหญ่ หรือแม้กระทั่งปลัดอำเภอ ก็เคยมาอุดหนุนร้านเธอกันทั้งนั้น แต่เขาจะทำยังไงดีล่ะ ยังคิดไม่ออกเลย"เอสเย็น เข้ม ๆ แก้วนึง"เสียงเข้มสั่งเมนูเดิมซึ่งฟองจันทร์ก็
ฟองจันทร์เริ่มศึกษาหาข้อมูลในการเปิดร้านกาแฟโดยมีเรลี่ที่อยู่กรุงเทพ ฯ คอยให้คำปรึกษา เธอนึกขอบคุณที่ตอนนี้คือยุค 5G ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การติดต่อสื่อสารล้วนสะดวกสบาย อยู่ไกลกันแค่ไหนก็สามารถพูดคุย เห็นหน้าเห็นตากันได้ ประมาณอาทิตย์นึง โครงการร้านกาแฟของฟองจันทร์ก็เสร็จเป็นรูปเป็นร่าง พร้อมที่จะเปิดร้านได้ ระหว่างที่เธอตกแต่งร้านอยู่ในปั๊มน้ำมันนั้นเธอก็รู้จักคนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ฝนแม่ค้าขายน้ำปั่นคนสวย พี่ดาว แม่ค้าน้ำแข็งใส ป้ามลเจ้าของร้านลาบขมต้มแซบ ป้าสายเจ้าของร้านขายส้มตำ ป้าน้อยเจ้าของร้านขนมจีนน้ำยา ปั๊มน้ำมันแห่งนี้คนพลุกพล่านมาก และแต่ละร้านขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แม่ค้าแต่ละคนก็อัธยาศัยดีมาก ๆ ฟองจันทร์บอกกับตัวเองว่าเธอโชคดีที่สุดที่ได้มาเปิดร้านที่นี่ เธอลงทุนกับโปรเจ็คนี้ไปเกือบแสน เหลือเงินเก็บไว้ช็อปปิ้งออนไลน์อีกนิดหน่อย กว่าจะคืนทุนก็คงจะหลายเดือนอยู่ เอาน่าอย่างน้อยบ้านก็ไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อล่ะวะ ฟองจันทร์คิดปลอบใจตัวเองให้ฮึกเหิมและแล้วก็ได้ฤกษ์เปิดร้าน ป้านงค์นิมนต์หลวงตาที่วัดมาทำพิธีเปิดร้านให้ด้วย เพื่อความเป็นสิริมงคล เสียดายเรลี่งานยุ่งจึงไม่ได้







