تسجيل الدخولตอนที่ 4
คนที่หายไป
บนโต๊ะอาหารเช้าที่มีทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า แต่รดากลับไม่ได้รับรู้รสชาติของข้าวต้มปลาที่แสนอร่อยนั้นเลยสักนิด ในเมื่อคนที่นั่งตรงข้ามกับเธอยังคงมีท่าทีเฉยชาใส่อยู่อย่างนั้น และยิ่งคิดถึงคำพูดที่เขาตอกกลับใส่หน้าเธอไปเมื่อคืน เธอก็ยิ่งรู้สึกว่ารสชาติของอาหารเช้าในวันนี้มันขมเหมือนก้อนสะอื้นที่เธอพยายามฝืนกลืนมันลงท้องไปด้วย
"รดา เรื่องบ้านของหนู ลุงจัดการให้เรียบร้อยแล้วนะ เฟอร์นิเจอร์ของใช้อะไรก็ครบละ แต่ไม่รู้ว่าหนูจะชอบหรือเปล่า ยังไงไปดูก่อนก็ได้นะ" ตุลธรเอ่ยบอกหญิงสาวเมื่อเขาช่วยเป็นธุระเรื่องบ้านที่รดาเพิ่งซื้อไป
และตอนนี้บ้านหลังนั้นก็เตรียมพร้อมหมดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว"ขอบคุณค่ะคุณลุง"
"จริง ๆ หนูรดาไม่เห็นจำเป็นต้องย้ายออกไปอยู่ที่อื่นเลยนี่ลูก บ้านหลังนี้ก็ออกใหญ่โต แล้วอีกหน่อยก็จะแต่งงานกับพี่วินแล้วก็ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่อยู่ดี" นารีบ่นอุบ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอพูดหว่านล้อมรดาให้อยู่ที่นี่
แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไร รดาก็ยังยืนกรานจะซื้อบ้านแล้วย้ายออกไปอยู่เองจนเธอเองก็จนใจ"ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณป้า ถ้าแต่งงานแล้ว..."
"ผมอิ่มแล้วครับ ขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ" ธาวินที่นิ่งเงียบอยู่นาน แต่พอคำว่าแต่งงานหลุดออกมาจากปากของรดาเขาก็ไม่อยากจะทนฟังอีกต่อไป
รดาได้แต่มองตามคนที่เดินออกจากห้องอาหารไปโดยไม่คิดจะสนใจเธอเลยสักนิด ในใจพลันตั้งคำถามกับตัวเองว่าเขารังเกียจเธอมากแค่ไหนทำไมถึงได้เย็นชาและเปลี่ยนเป็นคนละคนได้ขนาดนี้
สองวันแล้วที่ธาวินรู้สึกว่าเขาไม่เจอหน้ากับคนที่เขาไม่อยากเจอในตอนที่กลับมาถึงบ้าน ถึงแม้เขาไม่คิดจะสนใจว่ารดาจะมีความเป็นอยู่อย่างไรหรือจะสบายดีหรือเปล่า แต่ทุกวันที่เขาเข้าบ้านมาก็จะเจอกับเธอที่ต้องออกมาให้เขาเห็นหน้าอยู่เป็นประจำ จนเขาก็คิดไปว่ามันเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว
แต่เมื่อเธอหายไปไม่เห็นแม้แต่เงา แล้วคนในบ้านก็ยังไม่มีใครเอ่ยปากพูดถึงเธออีก ธาวินก็อดที่จะรู้สึกแปลกใจไม่ได้
"แล้ว...รดาล่ะครับ" ชายหนุ่มอ้อมแอ้มถามเมื่อเห็นว่าบนโต๊ะอาหารเช้าไม่มีเธอคนนั้นร่วมโต๊ะด้วยมาเป็นวันที่สามแล้ว และวันนี้ก็เป็นวันหยุดคงจะเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะไปมหาวิทยาลัยตั้งแต่เช้า
"น้องย้ายไปอยู่ข้างนอกแล้ว นี่เรายังไม่รู้อีกเหรอ" นารีตอบคำถามของลูกชาย
รดาตัดสินใจย้ายออกไปอยู่บ้านของตัวเองตั้งแต่วันที่ตุลธรบอกว่าบ้านของเธอพร้อมเข้าอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าลูกชายตัวดีจะยังไม่รู้เรื่องนี้
"ครับ" ธาวินรับคำแค่สั้น ๆ สายตาหลุบมองอาหารเช้าในจานของตัวเอง ใบหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีความรู้สึกใด ๆ กับการย้ายที่อยู่ของคู่หมั้น แต่สมองกลับคิดติงไปถึงคนที่ไม่อยู่ที่บ้านหลังนี้แล้ว
'จะย้ายออกก็ไม่บอกกันสักคำ ทีเรื่องอื่นพูดได้แต่พอจะไปกลับไม่พูด'
"เป็นคู่หมั้นประสาอะไร ไม่สนใจเลยว่าน้องจะอยู่หรือจะไป น้องตัวคนเดียวนะตาวิน เราเป็นคู่หมั้นเขาก็ดูแลเอาใจใส่เขาหน่อย เมื่อก่อนเห็นรักกันจนจับแยกกันแทบไม่ออก เดี๋ยวนี้ทำอย่างกับว่าน้องเป็นเหมือนคนไม่รู้จักอย่างไงอย่างงั้น" นารีต่อว่าลูกชาย แต่เจ้าตัวกลับทำเหมือนไม่สะทกสะท้านอะไร เอาแต่นั่งจิ้มไส้กรอกในจานเข้าปากไปเงียบ ๆ
บ้านเดี่ยวสีขาวชั้นเดียวขนาดกะทัดรัด บริเวณโดยรอบพอมีสนามหญ้าและต้นไม้น้อยใหญ่ให้ร่มรื่น ถึงจะดูว่าไม่น่าจะมีอันตรายอะไรเพราะเป็นบ้านในโครงการบ้านจัดสรรที่มีเวรยามเฝ้าตรวจตราอยู่เสมอ
แต่สำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวก็ดูไม่น่าไว้วางใจสักเท่าไหร่นักธาวินเพ่งมองเข้าไปในตัวบ้านผ่านทางกระจกรถที่จอดอยู่หน้าบ้านของรดา เขาเป็นคนเลือกบ้านหลังนี้ให้เธอด้วยตัวเอง แต่ตั้งแต่วันที่เธอตกลงแต่งงาน เขาก็ไม่เคยสนใจเรื่องบ้านหลังนี้อีกเลยปล่อยให้ผู้เป็นพ่อของเขาจัดการแทน
ร่างบางที่อยู่ในตัวบ้านกำลังก้มเงย ๆ จัดบ้านหลังใหม่ที่เธอก็เพิ่งจะได้มีเวลาจัดจริง ๆ จัง ๆ เพราะก่อนหน้านี้ต้องยุ่งกับการไปมหาวิทยาลัยจึงไม่ได้มีเวลาเต็มที่มากนัก วันนี้เธอจึงตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อทำความสะอาด
และตกแต่งบ้านหลังใหม่ถึงจะไม่ใหญ่โตและหรูหราเท่ากับบ้านหลังเดิม แต่เธอก็ยังรู้สึกสบายใจที่อย่างน้อยก็ยังมีบ้านเป็นของตัวเอง"ทำอะไร" เสียงห้าวทุ้มที่ดังมาจากประตูบ้านที่เธอเปิดค้างไว้เพื่อไล่ฝุ่นออกและให้อากาศได้ถ่ายเททำให้ร่างบางสะดุ้งตกใจเมื่ออยู่ ๆ เสียงนั้นก็ดังขึ้นมาในความเงียบ
"พี่วิน มาได้ไงคะ" มือบางยังกุมอยู่ที่หน้าอกด้านซ้าย จังหวะการเต้นของหัวใจยังกระหน่ำรัวจากอารามตกใจที่เขามาไม่ให้ซุ่มให้เสียง
"ขับรถมา" คนถูกถามตอบหน้าตาเฉย เหมือนจะกวนอยู่ในทีแต่เขาก็แค่ตอบไปตามตรง
"ออ ค่ะ" รดาหันไปมองรถที่จอดอยู่ด้านนอกบ้านแต่ตรงกับหน้าบ้านของเธอ ถึงว่าไม่ได้ยินเสียงว่ามีใครมา ถ้าบ้านหลังนี้มีรั้วรอบบ้านสักหน่อยก็คงดี อย่างน้อยจะได้ไม่มีใครเข้าออกบ้านของเธอได้สะดวกเกินไป
"แล้วทำอะไร" ธาวินถามย้ำเมื่อเธอยังไม่ตอบคำถามของเขา
"รดากำลังจัดบ้านค่ะ พี่วินนั่งก่อนสิคะ เดี๋ยวรดาไปเอาน้ำมาให้" หญิงสาววางอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านที่อยู่ในมือ เดินไปหยิบน้ำจากตู้เย็นรินใส่แก้วแล้วเอามาวางบนโต๊ะตรงหน้าคนที่กำลังมองไปรอบ ๆ บ้านของเธอ
"ย้ายมาทำไมไม่บอก" เสียงทุ้มเอ่ยถามจ้องหน้าเธอเขม็งคล้ายจะต่อว่าที่เธอไม่ยอมบอกก่อนที่จะออกมาอยู่ที่นี่
"ก็..."
รดาค้างปากแล้วหุบลงแค่นั้น จะให้เธอตอบไปได้อย่างไรในเมื่อแม้แต่หน้าเธอเขาก็ไม่เคยอยากจะมอง แล้วอยู่ ๆ จะให้เธอเดินไปบอกว่าจะย้ายบ้านทั้ง ๆ ที่เขาไม่เคยอยากจะปราศรัยกับเธอเลยสักนิดเนี่ยนะ
"ฟังอยู่" ธาวินเลิกคิ้วแล้วพูดเมื่อคนตรงหน้าไม่มีคำพูดต่อท้ายออกมาเพื่อตอบคำถามของเขา
"ก็พี่วินไม่อยากพูดกับรดา รดาก็เลยไม่กล้าบอก"
"ฉันไม่พูดก็ไม่ได้แปลว่าฉันจะฟังไม่ได้ แล้วเธอก็ไม่ได้เป็นใบ้ไม่ใช่เหรอ"
"ค่ะ" กลายเป็นความผิดของเธออีกจนได้ อุตส่าห์คิดว่าถ้าไม่สร้างความวุ่นวายให้เขาก็คงทำให้เขาไม่เกลียดเธอมากไปกว่านี้ แต่ดันกลายเป็นความผิดไปเสียอีก
ตอนพิเศษ 4 แม้จะปฏิเสธแต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับกระเส่าอย่างคนที่กำลังร้องขอ และร่างกายของเธอก็กำลังตอบรับเขา ซึ่งสวนทางกับคำคัดค้านอย่างสิ้นเชิง“อย่าห้ามพี่เลยนะรดา พี่จะไม่ทำให้ลูกของเราต้องเป็นอันตราย พี่สัญญา” น้ำเสียงที่กระซิบบอกกับเธอก็สั่นพร่าไม่แพ้กัน และตอนนี้เขาก็อยากจะปลดปล่อยความทรมานของตัวเองเต็มที“แต่พี่วินจะต้องห้ามตัวเองไม่ได้นะคะ รดากลัว” ใบหน้าสวยที่ถูกปลุกด้วยปลายนิ้วจนต้องตื่นจากนิทราเอียงมาบอกสามี“ไม่ต้องกลัวนะครับคนดี เขาก็เป็นลูกพี่เหมือนกัน พี่แค่จะแสดงความรักกับแม่ของเขา พี่ว่าลูกคงจะเข้าใจและเปิดทางให้พี่แน่นอน เชื่อพี่สิ” ถึงเธอไม่เชื่อเขาก็คงไม่ยอมปล่อยให้เธอนอนหลับอย่างสบายแน่“รอให้รดาคลอดลูกก่อนได้ไหมคะ” แม้จะไม่เห็นทางสำเร็จแต่รดาก็ยังพยายามที่จะต่อรองกับเขา“นานไปรดา พี่ทนรอนานขนาดนั้นไม่ได้หรอกนะ ตอนนี้พี่อยากจะรักรดาเต็มทนแล้ว ขอเถอะนะ” ไม่รอให้รดาปฏิเสธอีกครั้ง ธาวินประกบจูบเพื่อปิดเสียงค้านของเธอไว้ด้วยริมฝีปากของเขา และทำให้ร่างกายของเธอเลิกต่อต้านด้วยปลายนิ้วของเขาต่อเช่นกัน“อ๊ะ พี่วิน อื้ออ อา...” ในที่สุดเธอก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความช่ำชอง
ตอนพิเศษ 3คืนเข้าหอสองเดือนต่อมา...งานแต่งแบบเรียบง่ายที่มีแขกแค่เครือญาติและเพื่อนสนิท สิ้นสุดลงในเวลาเกือบสามทุ่ม หลังจากส่งตัวบ่าวสาวเข้าห้องหอเสร็จเรียบร้อย ผู้ใหญ่ทุกท่านก็พากันออกจากห้องเพื่อให้บ่าวสาวได้อยู่กันตามลำพัง ตามประเพณีของการแต่งงานรดาอยู่ในชุดเจ้าสาวเกาะอกชายกระโปรงยาวฟูฟ่องสีขาวสะอาดตา ไม่รัดรูปจนน่าอึดอัดเพราะกำลังท้องอ่อน ๆ แต่ก็ไม่หลวมโครกจนดูไม่งามตา น้องของขวัญถูกคุณปู่และคุณย่าพาตัวกลับไปนอนที่บ้านของพวกท่านด้วย บ้านหลังนี้จึงเหลือแค่เธอกับนาวินซึ่งเป็นเจ้าบ่าวเท่านั้น“พี่วินจะอาบน้ำก่อนก็ได้นะคะ รดาต้องแกะผมแกะชุดก่อน” รดาหันไปบอกสามีที่นอนตะแคงเท้าแขนหนุนหัวมองเธออยู่บนเตียงนอน“คืนนี้เป็นคืนเข้าหอนะรดา” แต่ธาวินกลับไม่สนใจปฏิบัติตามคำบอกกล่าวของเธอ แล้วยังพูดประโยคนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่ชวนขนลุกยังไงชอบกล“ค่ะ คืนเข้าหอ คืนแรกของการแต่งงานก็คือคืนเข้าหอไงคะ ทำไมเหรอคะ”“ก็ปกติคืนเข้าหอ เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวก็ต้องดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันไม่ใช่เหรอ” รดาเข้าใจความหมายของประโยคนั้นในทันที หญิงสาวส่งสายตามองค้อนไปให้สามีที่คงเริ่มจะหื่นขึ้นมาอีกแล้ว“ตามปกติก
ตอนพิเศษ 2แพ้ท้องอาการหงุดหงิดงุ่นง่านของธาวินหนักขึ้นเรื่อย ๆ เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด มีแต่รดากับลูกสาวที่เขาไม่กล้าจะโมโหใส่ นอกนั้นไม่ว่าจะเป็นที่ทำงานหรือเพื่อนของเขาก็พาลโดนกันไปทุกคน จนรดาเองก็เหนื่อยใจกับอาการเอาแต่ใจ ไร้เหตุผลที่หนักข้อขึ้นทุกวัน"พี่วินคะ พี่วินมีเหตุผลหน่อยได้ไหมคะ ช่วงนี้พี่เป็นอะไรทำไมถึงขี้โมโหแบบนี้" รดาต่อว่าสามีเมื่อกลับมาถึงบ้าน หลายวันมานี้ปรพลมักจะมาหาของขวัญที่ร้านบ่อย ๆ คงเพราะเหงา ๆ เลยอยากมาเล่นกับลูกสาวของเธอ และทำให้ธาวินโมโหและพาลใส่ปรพลได้ทุกครั้งที่เขามาหา ดีหน่อยที่ปรพลไม่ถือสาเพราะเห็นว่าเป็นพื่อนสนิทกัน ไม่อย่างนั้นคงได้มีเรื่องกันไปนานแล้วแน่ ๆ "โธ่ รดาก็ไอ้พลมันเล่นมาที่ร้านทุกวันเลย พี่ก็หึงสิ""แต่พี่ก็เห็นว่าคุณพลเขามาเล่นกับของขวัญนะคะ""แต่มันตั้งใจมาหารดาด้วย พี่รู้" "พี่วิน""พี่ว่ารดาปิดร้านไปเลยดีไหม ไอ้พลจะได้หมดข้ออ้างมาที่ร้านอีก" รดาถอนหายใจอย่างหนักอก สามีของเธอเป็นคนที่พูดไม่รู้เรื่องไปตั้งแต่เมื่อไหร่ "รดาไม่พูดกับพี่วินแล้วค่ะ" รดาหมุนตัวจะกลับเข้าห้องแต่ไม่รู้เป็นเพราะหมุนเร็วไปหรือเปล่า จึงทำให้เธอรู้ส
ตอนพิเศษ 1อ้อนพี่ได้คนเดียวครอบครัวแสนสุขของเด็กหญิงธารดาในยามเข้าช่างเป็นภาพที่น่ามอง สาวน้อยยืนยิ้มอยู่ท่ามกลางร่างของคนเป็นพ่อและแม่ที่กำลังโน้มตัวเข้าหาแล้วหอมแก้มกันในตอนเช้าก่อนจะออกจากบ้าน ใบหน้าเล็กแหงนเงยฉีกยิ้มกับภาพตรงหน้า ก่อนที่ทั้งธาวินและรดาจะก้มลงมองลูกสาวแล้วย่อตัวลงนั่ง"ยิ้มอะไรคะ คนสวยของคุณพ่อ" ธาวินกอดร่างเล็กที่อยู่ระหว่างขาของเขาทั้งสองข้าง เอ่ยถามยิ้ม ๆ เมื่อเห็นว่าลูกสาวของเขายังยิ้มไม่ยอมหยุด"คุณพ่อจุ๊บคุณแม่" เสียงเล็กเอ่ยบอกพร้อมกับใบหน้าเปื้อนยิ้มน่าเอ็นดู จนคนเป็นพ่ออดที่จะฝังจมูกลงกับแก้มเล็กไม่ได้"คุณพ่อจุ๊บของขวัญด้วยดีไหม""ดีค่ะ" ของขวัญรีบพยักหน้ารัว ๆ เอ่ยตอบน้ำเสียงดีใจ"จุ๊บตรงไหนดีน้าาา" ธาวินทำเป็นมองไปทั้งดวงหน้าน้อยก่อนจะยิ้มแล้วกดริมฝีปากลงบนหน้าผากเล็กของลูกสาว"หน้าผาก แก้ม จมูก แล้วก็ปากเล็ก ๆ" ริมฝีปากของคนเป็นพ่อพรมจูบไปทุกจุดที่เอ่ยพูด สาวน้อยได้แต่ยิ้มชอบใจ"คุณพ่อจุ๊บทุกวันได้ไหมคะ" "ได้สิคะ คุณพ่อจะจุ๊บของขวัญทุกวันเลยค่ะ""จุ๊บคุณแม่ด้วย""สำหรับคุณแม่คุณพ่อจุ๊บทุกวันและทั้งคืนอยู่แล้วค่ะ" ธาวินพูดบอกลูกสาวพร้อมทั้งส่งสายตาเจ
ตอนที่ 50ตลอดไปตั้งแต่กลับมาถึงบ้านจนถึงเวลาค่ำมืด รดาก็เอาแต่หน้าบึ้งไม่พูดไม่จากับสามี ธาวินเองก็พอจะรู้ว่าอาการแง่งอนของภรรยาเป็นเพราะอะไร เขาพยายามง้องอนหาทางพูดคุยทุกอย่างแล้ว แต่รดาก็ไม่มีทีท่าว่าจะเปิดปากพูดกับเขาสักคำแต่ก็ใช่ว่าจะหมดหนทางเสียทีเดียว ในเมื่อเขายังมีนางฟ้าตัวน้อยอยู่ทั้งคน ไม่พูดกับพ่อแต่ก็ต้องพูดกับลูกแน่ ธาวินจึงต้องเพิ่งความน่ารักของเด็กน้อยเข้าช่วยเสียแล้ว"ของขวัญคะ คุณแม่ไม่ยอมพูดกับคุณพ่อเลย ของขวัญช่วยคุณพ่อหน่อยได้ไหมคะ" ธาวินก้มพูดกับร่างน้อยที่อยู่บนเตียงนอน ตอนนี้ยังพอมีเวลาก่อนที่เด็กน้อยจะเข้านอน เขาจึงต้องใช้ลูกรักเป็นตัวช่วยให้คนเป็นแม่คืนดีกับเขาเสียก่อน ไม่อย่างนั้นคืนนี้...อด"ได้ค่ะ" เด็กน้อยพยักหน้ารับคำด้วยเสียงน่ารัก"ถ้าอย่างนั้นของขวัญไปบอกคุณแม่ว่าให้พูดกับคุณพ่อหน่อยนะคะ ถ้าคุณแม่ยังไม่ยอมพูดกับคุณพ่อแบบนี้คุณพ่อคงเศร้าแน่เลยค่ะ""ค่ะคุณพ่อ" ธาวินระบายยิ้มเมื่อต่อรองกับลูกสาวได้สำเร็จ แล้วยกร่างของลูกสาวขึ้นมาอุ้มก่อนจะพาไปยังห้องนอนของตัวเอง ซึ่งคนเป็นแม่หายเงียบเข้าไปได้สักพักแล้ว"คุณแม่ขา" เด็กน้อยส่งเสียงเรียกเมื่อเห็นร่างของค
ตอนที่ 49หวงเมียบรรยากาศในร้านก็คึกคัก ลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาหาเครื่องดื่มในแบบที่ตัวเองโปรด พนักงานของร้านต่างช่วยกันบริการลูกค้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ต่างกับเจ้าของร้านคนสวยที่ยังมีรอยยิ้มให้ลูกค้าอยู่ตลอดเวลาถึงแม้จะรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลียสักแค่ไหนก็ตาม"สวัสดีครับคุณรดา" เสียงทักคุ้นหูมาจากหน้าประตูร้าน รดาหันไปมองแล้วส่งยิ้มให้ชายหนุ่มที่กลายเป็นเพื่อนที่ค่อนข้างสนิทไปเสียแล้ว"สวัสดีค่ะคุณพล ทำไมวันนี้มาคนเดียวล่ะคะ""เปล่าครับ มากันเยอะ เดี๋ยวภัทรกับยัยแพรวก็ตามมา แล้วพรีมก็ใกล้จะถึงแล้วครับ""นัดกันมาเหรอคะ มากันครบทีมเชียว""ไอ้วินครับมันนัดผมกับพรีมมาเห็นบอกว่าอยากเจอ ส่วนภัทรกับแพรวเห็นว่าจะมาที่นี่อยู่พอดี มาแจกการ์ดน่ะครับ""ออค่ะ งั้นเชิญคุณพลด้านในก่อนแล้วกันค่ะ" ปรพลเล็งมองหาโต๊ะว่างสำหรับสมาชิกที่จะตามมา เลือกได้เป็นมุมโซฟาตัวยาวด้านในสุดของร้าน จึงเข้าไปนั่งรอเป็นคนแรกไม่กี่นาทีต่อมาภัทรและแพรววดีก็เข้ามาถึงร้าน หลังจากกล่าวทักทายเจ้าของร้านเสร็จก็เข้าไปสมทบกับปรพลที่อยู่ด้านในเหลือสองคนสุดท้ายธาวินและกิรณา แต่ไม่นานหญิงสาวหน้าสวยก็เดินยิ้มเข้ามา ขาดแต่ชาย







