เข้าสู่ระบบ“ผมไม่พูดก็ได้ครับ วันมะรืนจะมีทัวร์มาลงนะครับนายหัว”
“ของใคร”
“คุณศจีผู้จัดละครที่จะพาทีมงานมาปิดกล้องเลี้ยงฉลองอะไรนี่แหละครับ เขาต้องการบรรยากาศดี ๆ เป็นส่วนตัว เลยเลือกเกาะของเรา”
“โอเค นึกออกแล้ว ที่คุณนุชหาให้ใช่ไหม”
“ใช่ครับ” อังคารรับคำ นุชรีคือญาติผู้น้องของกุมภ์ คอยช่วยหาทัวร์มาลงให้พี่ชาย และนุชรียังเป็นญาติผู้น้องคนเดียวที่สนิทกับกุมภ์เหมือนพี่น้องคลานตามกันมา ด้วยว่ากันยามารดาของกุมภ์กับนารีมารดาของนุชรีเป็นพี่น้องกัน
“นายจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยด้วย อย่าให้มีอะไรผิดพลาดนะ” เรื่องงานเขาไม่อยากให้ผิดพลาดเพราะมันคือชื่อเสียงของเกาะ
“ได้ครับเจ้านาย แล้วคุณกุลธิดาล่ะครับ”
“น่าจะไม่เป็นอะไรแล้ว” กุมภ์เหลือบไปมองใบหน้าซีดเซียวของ หญิงสาวบนเตียงก่อนจะถอนใจอย่างหนักหน่วง
“นายหัวจะทำยังไงต่อไปครับ”
“ทำยังไงหมายความว่าอะไร” กุมภ์เอ่ยถามก่อนจะหรี่ตามองลูกน้องคนสนิท เขาชินเสียแล้วที่อังคารเรียกเขาว่าเจ้านายบ้าง นายหัวบ้าง ไม่อยากเอาอะไรกับคนบ้า ๆ บวม ๆ แบบมันนัก
“ผมหมายถึงเรื่องคุณกุลธิดาครับ นายหัวจะทำยังไงต่อไป”
“ยังไม่ทำอะไร ปล่อยไว้แบบนี้ก่อน” วาจาเหมือนงาช้าง เพราะความเมาแท้ ๆ ทำให้เขาลั่นวาจาออกไปแบบนั้น ถ้าวันนั้นเขากลับคำจะกลายเป็นเสียหมากับลูกน้องทันที
กุมภ์นั่งลงที่โต๊ะรับประทานอาหาร ตักข้าวต้มที่ลูกน้องยกมาให้เข้าปาก ก่อนจะพ่นออกมาแทบไม่ทัน
“แค่ก ๆ ๆ ไอ้อังคารมึง!!!” กุมภ์สำลักชี้หน้าลูกน้องมือไม้สั่นระริก ยกน้ำขึ้นดื่มแทบไม่ทัน
“ครับเจ้านาย เจ้านายเป็นอะไรครับ” อังคารรับคำด้วยสีหน้าแตกตื่นตกใจ
“มึงแดกดูสิ ถ้ามึงกินได้กูยอมกราบตีนมึงเลย” กุมภ์ผลักชามข้าวต้มไปให้ลูกน้อง
“ไม่อร่อยเหรอครับเจ้านาย ผมนี่ทำสุดฝีมือเลยนะคะ” อังคารทำน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจใส่เจ้านายหนุ่ม
“สุดฝีมือส้นตีนมึงสิ เอ้า... มึงแดกเข้าไป กูจะดูน้ำหน้ามึง” เพราะสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก กุมภ์เลยสามารถดุด่าอังคารได้อย่างใจ อังคารตักข้าวต้มชามนั้นมากิน ก่อนจะพ่นมันออกมาจากปาก
“แค่ก ๆ ๆ”
“อร่อยใช่ไหม”
“อร่อยครับ”
“อร่อยบ้านป้ามึงเหรอไอ้อังคาร” กุมภ์ยกเท้าขึ้นเตรียมจะเตะลูกน้องคนสนิท แต่อังคารไหวตัวทัน รีบวิ่งหนีออกไปจากกระท่อมเสียก่อน
อาการป่วยของกุลยาค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ เธอฟื้นขึ้นมาก็ซึมเศร้าไม่ยอมพูดยอมจา ทำเอากุมภ์ต้องทำเสียงดุใส่
“คุณควรกินข้าวกินปลาบ้างนะ”
“ฉันอยากกลับบ้าน”
“ถ้าคุณยอมกินข้าวกินปลา ผมอาจจะพาคุณกลับไปส่งบ้านก็ได้”
ประโยคของเขาทำให้เธอหูผึ่ง
“คุณพูดจริง ๆ ใช่ไหม”
“ใช่ แต่ก่อนที่คุณจะไปจากที่นี่ ผมอยากจะพาคุณไปพบใครคนหนึ่งก่อน” น้ำเสียงของกุมภ์เศร้าอย่างเห็นได้ชัด
“พบใครเหรอ”
“ไว้คุณหายดีก็จะรู้เอง” เขาตัดสินใจที่จะพาเธอไปพบกับเพื่อนของเขาที่ตายไปแล้ว หากเธอสำนึกในความผิดของตัวเอง เขาอาจจะปล่อยเธอไป
“มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ” เธอเอ่ยถามเหมือนไม่แน่ใจ
“นั่นสิ ผมก็กำลังคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ กับการที่ผมจะให้อภัยคนอย่างคุณ คนที่ทำให้คนคนหนึ่งต้องตาย” เขามองสบตาเธออย่างเจ็บปวด
“ฉันน่ะเหรอทำให้ใครคนหนึ่งต้องตาย” เธอครางออกมา
กุลยาไม่ได้คิดถึงตัวเองเลยในเวลานี้ แต่กลับคิดถึงน้องสาวฝาแฝด เพราะเขาเข้าใจว่าเธอเป็นกุลธิดาเลยจับตัวเธอมาข่มเหง
ความรู้สึกของกุลยาในเวลานี้คือความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย มันพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเอาเสียเลยว่าเธอควรจะทำอย่างไรต่อไปดี จะบอกเขาไปตรง ๆ ว่าไม่ใช่กุลธิดา เขาก็ต้องไปสืบหาความจริง แล้วถึงเวลานั้นน้องสาวของเธออาจจะไม่ปลอดภัย ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับน้องสาวมากนัก แต่มารดาก็ฝากฝังน้องสาวเอาไว้ก่อนตาย ในฐานะที่เธอเป็นพี่สาว เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องกุลธิดาให้ดีที่สุดเท่าที่พี่สาวคนหนึ่งจะทำได้
กุลยาคิดว่าเธอได้สูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิตไปแล้ว หากเขาจะปล่อยเธอไป เธอก็ควรที่จะทำใจยอมรับมันให้ได้ ชีวิตของคนเราไม่มีทางที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอดีตที่มันผ่านไปแล้วได้อีก
“คิดอะไรอยู่”
“อุ๊ย!” กุลยาสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเอ่ยถามของเขา
“คิดว่าถ้าผมปล่อยคุณไป คุณจะแจ้งตำรวจมาลากคอผมเข้าคุกงั้นสิ”
“ไม่หรอก”
“ทำไมล่ะ”
“คุณก็คงจะหนีไปแล้ว ที่สำคัญคุณเป็นผู้มีอิทธิพลของที่นี่ ถึงฉันแจ้งตำรวจจับคุณ พอตำรวจมาสอบปากคำ คนของคุณก็จะบอกว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ทราบ ฉันก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี”
“อ้อ... แสดงว่าคิดแบบนั้นจริง ๆ” เขาดักคอ
“ฉันแค่อยากกลับบ้านก็แค่นั้นเอง”
“เอาเถอะ” เขาตัดบท
“นั่นคุณจะไปไหน”
“ผมต้องไปทำงาน คุณก็ควรจะนอนพักให้หายดี คนอย่างผมรับปากอะไรใครเอาไว้ ก็จะทำตามอย่างที่พูดแน่นอน” เขาเอ่ยบอกก่อนจะเดินจากไป
กุลยาไม่คิดหนีอีกเพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าหนีออกไปจากที่นี่ไม่ได้ เธอทิ้งตัวลงนอนและหลับไปอีกครั้งอย่างมีความหวัง
ความหวังว่าเขาจะปล่อยเธอกลับบ้าน!!!
กุมภ์มาดูความเรียบร้อยของทัวร์ผู้จัดที่มาเลี้ยงฉลองปิดกล้องละครที่กำลังจะออนแอร์ในปีหน้า พอเดินมาถึงเขาก็ได้เจอกับน้องสาวคนสวยทันที
“คุณกุมภ์” นุชรีรีบปรี่เข้ามาหาพี่ชายด้วยท่าทางดีอกดีใจที่ได้เจอกัน
“ว่าไงคุณนุช ยิ้มหน้าระรื่นแบบนี้มีอะไรถูกใจเหรอ” เขาเอ่ยทักทายกลับไป
“วันนี้คุณนุชได้เจอกับคุณกุลธิดาด้วยค่ะ เธอแสดงเรื่องนี้ด้วย สวยมาก ๆ เลยนะคะคุณกุมภ์ ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะเคยเป็นแฟนกับพี่ณัฐ เพื่อนรักของพี่”
นุชรีพอจะรู้ว่าณัฐ เพื่อนของพี่ชายคบหาดูใจกับกุลธิดาอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะอกหักและคิดสั้นฆ่าตัวตาย แต่สำหรับเธอแล้ว เธอคิดว่าคนเราถ้าไปกันไม่รอดก็แค่เลิกกัน ไม่ควรเสียใจจนคิดทำร้ายตัวเองถึงขั้นฆ่าตัวตาย เพราะชีวิตของคนเรามีคุณค่า มีอะไรอีกหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตที่เรายังไม่ได้ทำ จะเอาชีวิตทั้งชีวิตไปทิ้งเพราะใครคนหนึ่งซึ่งไม่รักเราแล้ว มันเป็นเรื่องที่โง่มากเลยทีเดียว
“เจอใครนะ!” กุมภ์เอ่ยถามน้องสาวด้วยน้ำเสียงตกใจ
“คุณกุมภ์จะทำเสียงตกอกตกใจทำไมกันคะ คุณนุชบอกว่าวันนี้คุณนุชได้เจอดาราชื่อดังค่ะ”
“ดาราคนนั้นชื่ออะไรนะ” น้ำเสียงของกุมภ์ยังตกใจจนน้องสาวต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน
“เพิ่งรู้ว่าพี่ชายของคุณนุชก็สนใจดารานางแบบกับเขาเหมือนกัน คุณกุลธิดาไงคะ โน่นค่ะเดินมาโน่นแล้ว” นุชรีบุ้ยใบ้ไปทางด้านหลังของพี่ชาย
กุมภ์หันไปมองทางด้านหลัง เขาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งหน้าตาเหมือนกับผู้หญิงที่นอนป่วยอยู่ที่กระท่อมราวกับแกะ ความรู้สึกของกุมภ์ในเวลานี้คือตกใจและแปลกใจเป็นอันมาก
“นี่นายหัวกุมภ์ ธีรดลค่ะคุณกุลธิดา เป็นเจ้าของเกาะแห่งรักและเป็นพี่ชายของนุชด้วยค่ะ” นุชรีรีบเอ่ยแนะนำพี่ชายของตัวเองด้วยรอยยิ้ม สำหรับเธอแล้วการดูแลนักท่องเที่ยวให้ดีคือหัวใจของงานบริการ
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะนายหัวกุมภ์” กุลธิดายิ้มหวานให้ชายหนุ่มเจ้าของเกาะ สายตายั่วยวนของเธอทำให้กุมภ์มองเธอไม่วาง
“สวัสดีครับคุณ...”
“กุลธิดาค่ะ แหม... นายหัวคงอยู่แต่บนเกาะเลยไม่รู้จักธิดาใช่ไหมคะ” กุลธิดาพูดแล้วหันไปยิ้มขำ ๆ กับผู้จัดการส่วนตัวของหล่อนนามว่าปนัดดา
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณกุลธิดา ผมรู้จักคุณสิครับ ทำไมถึงจะไม่รู้จัก คุณเป็นถึงดาราดังของเมืองไทย” เวลานี้กุมภ์รู้สึกร้อนรุ่มในหัวใจเป็นที่สุด แล้วหญิงสาวที่อยู่กับเขาที่กระท่อม หญิงสาวที่คิดฆ่าตัวตายคนนั้นคือใครกัน!!!
อังคารได้แต่งงานกับมยุริญสมใจ ตอนนี้ก็มีทายาทแล้วเหมือนกัน อายุไล่เลี่ยกับลูกๆ ของเจ้านายเลยเป็นเพื่อนเล่นกันกันต์ธีร์ กายสิทธิ์ กชกร กิรณาวิ่งมากอดมารดาก่อนจะแนบหูไปกับหน้าท้องนูน ๆ เพื่อคุยกับน้อง“วันนี้น้องเงียบกริบเลยครับ” กันต์ธีร์เอ่ยขึ้น“ใช่ ๆ น้องทำอะไรอยู่น้า ท่าทางจะหลับ”“อุ๊ย!” ไม่ทันขาดคำ กุลยาก็อุทานเบา ๆ เพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกภายในท้องของเธอ เคลื่อนไหวคล้ายตอบโต้กับบรรดาพี่ ๆ“น้องดิ้นด้วยครับ สงสัยจะรู้ว่าพวกเรามาทักทาย ผมอยากเห็นหน้าน้องจัง” กายสิทธิ์ลูบท้องนูน ๆ ของมารดาไปมา“หนูก็อยากเห็นหน้าน้องเหมือนกันค่ะคุณแม่” กชกรพยักหน้ายิ้มแป้น“หนูก็ด้วยค่ะ” กิรณาก็เช่นเดียวกัน ก่อนจะอ้อนให้บิดาอุ้มไปนั่งตัก“สงสัยว่าน้องก็อยากจะเห็นหน้าทุกคนแล้วเหมือนกันจ้ะ พี่กุมภ์คะ คุณแม่คะ ปะ... ปวดท้องจังเลยค่ะ”เสียงของกุลยาที่ร้องบอกทุกคนว่าเจ็บท้องทำให้กุมภ์ตื่นเต้นไม่น้อย“ไอ้อังคาร ไอ้อังคาร เอารถออกเดี๋ยวนี้เลย!”“น้องจะออกมาแล้วเหรอคะ น้องจะออกมาแล้ว”เด็ก ๆ เดินวนไปวนมามาให้วุ่นเพราะตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าน้อง ทำเอานุชรีที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอดถึงกับอมยิ้ม“ทุกคนตั้งส
“เล่นซะเนียนเลย พี่ตกอกตกใจหมดเลย เล่นเอามีดจี้คอขนาดนั้น พี่ทำอะไรไม่ถูกน่ะสิจ๊ะ” กุลยายอมรับว่าวันนั้นเธอตกใจจริง ๆ เลยรับปากไปเสียทุกอย่างที่น้องสาวต้องการ“ก็คุณธิดาเป็นดารานี่คะ ถ้าเล่นไม่เนียนจะเป็นดาราดังได้ยังไงกัน” ไม่ว่ายังไงนุชรีก็ยังชื่นชมในฝีมือการแสดงของกุลธิดาอยู่ดี“แล้วนั่นพี่กุมภ์กับผู้กองจะพาคุณราฟไปไหนคะ” กุลยาเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าแต่ละคนเตรียมถังเตรียมคบเพลิงมุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้าน“มีรังผึ้งรังใหญ่อยู่หลังบ้านน่ะครับ พวกเราหนุ่ม ๆ อยากจะไปจับผึ้งกันเสียหน่อย น้ำผึ้งแท้น่ะ เอามากินบำรุงสุขภาพนะ” กุมภ์หันไปตอบเมียรัก“ไปจับผึ้งกันเหรอคะ แล้วนั่นต้องเอาปี่ไปด้วยเหรอคะ” กุลธิดาถามอย่างสงสัย“ใช่ครับ พี่น่ะมือวางอันดับหนึ่งในการจับผึ้งเลยนะครับ” กุมภ์ยืดอก ตบเบา ๆ อย่างภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง“คุณกุลคงยังไม่รู้ว่าพี่กุมภ์น่ะจับผึ้งเก่ง เป่าปี่ก็เก่งด้วยค่ะ ไม่ใช่เป่าปี่เรียกผีเสื้อสมุทรนะคะแต่เรียกผึ้งนี่แหละ คิก ๆ” นุชรีเล่าแล้วทำท่าขำ“ทำไมคุณนุชต้องทำท่าขำแบบนั้นด้วยล่ะคะ”“หยุดเลยคุณนุช เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนี้คุณกุมภ์เก่งแล้ว” ก
“พี่กุมภ์!” กุลยาถลาไปประคองร่างสามีเอาไว้ ทำเอาทุกคนตกใจกัน ยกใหญ่ สุดท้ายก็พากันไปโรงพยาบาลแทนที่จะไปสถานีตำรวจ“พี่กุมเป็นยังไงบ้างคะ” กุลยาเอ่ยถามสามีที่เดินขากะเผลก ๆ เพราะตกบันไดอย่างห่วงใย“ไกลหัวใจครับ แล้วคุณนุชเป็นยังไงบ้าง โดนคดีความมากไหม”“ผู้กองนะก็ทำตามหน้าที่น่ะค่ะ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก แต่พ่อหมอยอดยิ่งอะไรนั่นมีโจทย์เยอะนะคะ เพราะเที่ยวไปหลอกคนเอาไว้มากมาย เลยโดนดำเนินคดีทางกฎหมายข้อหาหลอกลวงและข้อหา อื่น ๆ อีกมากมายเลยค่ะพี่กุมภ์”“ดีแล้วครับ จะได้เข็ดหลาบไม่ทำอีก”“เพิ่งรู้นะคะว่าคืนนั้นคุณนุชให้ของขวัญเป็นชุดนอนไม่ได้นอน” กุลยานึกถึงแล้วอดที่จะขำปนหน้าแดงเสียไม่ได้ มารู้ในตอนหลังว่าคืนวันเข้าห้องหอนุชรีให้ชุดนอนวาบหวิวเพื่อให้เธอใส่ยั่วกุมภ์“คุณนุชทะเล้น แต่พี่ก็ว่าดีนะ อยากให้เมียใส่” เขากัดปากทำตาหวาน คนฟังถึงกับหน้าแดงลามไปถึงใบหู“กุมภ์เป็นไงบ้างลูก แม่ทำอาหารบำรุงให้กุมภ์เยอะแยะเลยนะ ทำกระเพาะปลาที่ลูกชอบด้วยนะจ๊ะ” เสียงหวาน ๆ ของมารดาทำให้กุมภ์โกรธไม่ลงเลยจริง ๆ ที่สำคัญก็รู้ว่ามารดานั้นเป็นห่วงเป็นใย อยากให้เขามีความสุขที่สุด จึง
“นาไม่กล้าแสดงความคิดเห็นค่ะพี่กันยา” นารีรีบตอบ“ไอ้อังคาร แทนที่แกจะมาช่วยฉัน แล้วนั่นแกชวนหลานสาวกับหลานเขยฉันไปดูคลิปอะไรห้ะ” คุณกันยาหันไปดุด่าลูกน้องเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่แอบถ้ำมองลูกชายกับลูกสะใภ้“ผมนั่งดูคลิปอยู่ครับคุณป้า โคตรมันเลยครับ” ชัยชนะเป็นคนเอ่ยตอบ“คลิปอะไรของแกที่บอกว่ามัน” คุณกันยาเดินขึ้นไปบนกระท่อม ในขณะที่กุมภ์กับกุลยารีบไปแต่งตัวในห้องน้ำให้เรียบร้อย“นี่ไงครับ สำนักอาจารย์ยอดยิ่งโดนปาระเบิดครับ ผมว่ามันคุ้น ๆ นะครับคุณป้า” ชัยชนะพูดออกมาก่อนทำท่านึก เหมือนเขาได้ยินชื่อสำนึกอาจารย์ยอดยิ่งที่ไหน“ห้ะ! เอามาให้ป้าดูสิ” คุณกันยารีบคว้าโทรศัพท์มาดูก่อนจะเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง“พี่กันยาคะ นี่มันสำนักอาจารย์ยอดยิ่งที่ดูดวงให้เรานี่คะ” นารีชะโงกหน้าไปดูก่อนจะอุทานเสียงดัง“ผมก็ดูวนไปวนมา คุ้น ๆ ชื่อสำนักอยู่เหมือนกันครับ ไปดูดวงที่นี่มาเหรอครับ ในข่าวบอกว่าโดนคนที่ไปดูดวงปาระเบิดใส่เพราะแค้นจัดที่ดูดวงไม่แม่น แถมยังไปแนะนำอะไรแปลกประหลาดด้วยครับ แต่รายละเอียดที่ลงลึกกว่านี้ผมไม่รู้นะครับ” อังคารสาธยายละเอียดยิบ“นี่แหละเรียกลงลึก” ชัยชนะกับนุชรีพูดประสานเสียงกัน“
“แล้วทำไมนายไม่ยุแยงตะแคงรั่วกันเล่า” นุชรีเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจ“ผมยุแยงตะแคงรั่วแล้วครับ แต่แพ้ทางนายหญิงจริง ๆ นายหญิงเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ขนาดนั้น ผมเป็นแค่ลูกน้องจะไปสู้ยังไงไหว นั่นเขาเป็นถึงเมียเลยนะครับ”“อดเอาคืนคุณกุมภ์น่ะสิ เซ็งเป็ดเลย”“คุณนุชนี่หน้าซื่อใจคดนะครับ”“นายว่าฉันเหรอ”“ผมพูดไปตามเนื้อผ้าครับ”“ไม่ได้การละ พรุ่งนี้ต้องไปยุแยงตะแคงรั่วต่อ”“จะดีเหรอจ๊ะแม่นุช”“เฮ้ย! คุณป้ากับนายแม่มาแอบฟังนุชตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” เสียงถามที่ดังขึ้นทำให้นุชรีหันไปมองก็เจอเข้ากับมารดาและผู้เป็นป้าที่กระซิบเข้ามาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น“นานแล้วครับ ตั้งแต่คุณนุชเรียกผมมาถามนั่นแหละครับ” อังคารช่วยตอบแทนบรรดาเจ้านายทั้งหลาย“แล้วทำไมนายไม่บอกฉัน”“ผมไม่กล้าครับ” ก็แต่ละคนเล่นจ้องเขาเหมือนจะปาดคอ เขาจะกล้าพูดอะไรได้“งั้นค่าสินสอดของมยุริญสองแสนนายก็อดนะอังคาร” นุชรีพูดอย่างงอน ๆ“นายแม่จ่ายให้ผมแล้วครับ”“ไอ้คนเห็นแก่เงิน” นุขรีด่าอย่างขัดใจ“ไม่ใช่นะครับ นายแม่มีบุญคุณ นายหัวก็มีบุญคุณ ผมหรือจะกล้าขัด”“หรา... อังคาร งั้นฉันขอให้นาย...” นุชรียังพูดไม่ทันจบประโยค ผู้ร้ายก็รีบสารภ
“กรี๊ด!!! ผีขี้โคลน” แล้วสติของหญิงสาวก็ดับวูบลงไปในทันที“เฮ้ย! ตายห่า นายหญิงหมดสติไปแล้ว”“มึงนี่แหละจะตาย ทำไมไม่บอกกูก่อนว่าเมียกูมา เป็นลมล้มฟุบไปแบบนี้ จะเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้” กุมภ์หันไปตบหัวลูกน้องเต็มแรง อังคารร้องเสียงหลง มึนลูกตบของเจ้านายจนแทบเข่าทรุด“ผมบอกไม่ทันครับ อย่าว่าแต่นายหญิงเลย ผมเห็นนายหัวครั้งแรกยังตกใจ”“มึงมาช่วยประคองเมียกูขึ้นเตียงก่อน เวรเอ๊ย!”“นายหัวด่านายหญิงทำไมครับ”“กูสบถไอ้นี่ เดี๋ยวถีบยอดอก”“ครับ ๆ” อังคารช่วยเจ้านายประคองร่างของกุลยาไปวางบนเตียง“มึงรีบไปหายาลมยาดมยาหม่องมาปฐมพยาบาลเมียกูเร็ว ๆ เลย”“ผมว่าเจ้านายไปอาบน้ำก่อนดีกว่าครับ”“เออ ๆ แต่มึงไปเอายามาก่อน” กุมภ์รีบสลัดเสื้อผ้าออกจากตัวและอาบน้ำเร็วที่สุดในชีวิต ก่อนจะรีบมาที่เตียงอย่างห่วงใย“เจ้านายดูเป็นห่วงนายหญิงมาก ๆ เลยนะครับ”“มึงเอาสักอย่างเถอะไอ้อังคาร จะเรียกกูว่านายหัวหรือเจ้านาย กูโคตรสับสน” เป็นประโยคเดิม ๆ ที่กุมภ์ด่าอังคารเป็นประจำ ซึ่งมันก็ยังเรียกเขาตามอารมณ์ และเขาก็ยังอยากจะด่ามันเช่นเดิม“นายหัวไม่คิดจะเล่นตัวสักนิดเลยเหรอครับ”“เล่นตัวอะไรของมึง”“ก็นายหญิงทิ้งนายห







