เข้าสู่ระบบ“โอ๊ย! คุณกัดผมทำไมนี่” กุมภ์ร้องเสียงหลงเมื่อโดนเธอกัดจนจมเขี้ยว
“ฉันหิว ไม่มีอะไรกินเพราะคนใจร้ายแบบคุณกินไปหมดแล้ว งั้นฉันขอกัดคุณให้สาแก่ใจหน่อยแล้วกัน” เธอพูดไปร้องไห้ไปเหมือนเด็ก ๆ เป็นครั้งแรกที่กุมภ์รู้สึกเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้าจับใจ
“ก็ยังมีข้าวเหลือ” เขาพูดเสียงอ่อย เมื่อเธอผละออกห่าง กุลยาเดินถอยกลับไปที่โต๊ะรับประทานอาหาร ก่อนจะหยิบน้ำปลามาคลุกกับข้าวและกินเงียบ ๆ อยู่ตรงนั้น
กุมภ์มองหญิงสาวตาปริบ ๆ เขาถึงกับลูบท้ายทอยไปมากับท่าทีของเธอ วูบหนึ่งเขาบังเกิดความสงสารเธอขึ้นมาเหลือเกิน
“คุณไม่คิดจะหาชุดชั้นในให้ฉันหรือไง” หลังจากกินข้าวกับน้ำปลาเสร็จ กุลยาก็เดินออกมาจากกระท่อม มองคนที่ยืนอยู่ข้างลำธารนิ่ง
ก่อนหน้านี้เธอไม่แน่ใจเหมือนกันว่าตัวเองใจกล้าทุบตีเขาไปได้ยังไงกัน ถ้าเขาโมโหหักคอเธอขึ้นมา เธอก็คงตายเปล่าอยู่ในป่าอันห่างไกลผู้คนแห่งนี้
“อยากได้เหรอ” เขาหันมาเอ่ยถาม มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า นั่นทำให้กุลยาต้องห่อไหล่เข้าหากัน ถลึงตาใส่คนลามกที่มองเธอไม่วางตา
“ใช่น่ะสิ”
“ผมกะไซซ์คุณไม่ถูก แม้จะลูบ ๆ คลำ ๆ แล้วก็ตาม” เขาทำท่าทำทาง กุลยาหน้าแดงรีบแหวใส่ทันที
“บ้า!”
“ไปสิจะพาไป อยากได้แบบไหนก็เลือกเอาแล้วกัน หรือจะให้ผมเลือกให้” เขาขยับใบหน้าเข้าไปถามใกล้ ๆ เธอถลึงตาเข้าใส่ ทำให้กุมภ์หัวเราะออกมาในทันที
“คุณพูดจริงหรือพูดเล่น” กุลยาเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ
“จริงสิ”
“คุณไม่กลัวฉันหนีหรือไง” เป็นประโยคที่มันหลุดออกมาเองโดยอัตโนมัติ เธอคิดว่ามันง่ายไปไหมที่เขาจะพาเธอไปเลือกเสื้อผ้าข้าวของที่อยากได้ โดยที่ไม่กลัวว่าเธอจะหนี เพราะยังไงเธอก็ต้องโวยวายหาทางหนีแน่ ๆ ถ้าได้ออกไปจากกระท่อมริมลำธารแห่งนี้
“ตามมาสิ โนบราขนาดนี้ถ้าหนีก็คงจะวิ่งนมโทง ๆ ให้ผู้ชายดูไปทั้งเกาะ”
คำว่าเกาะทำให้เธอหูผึ่งในทันที เบิกตากว้างเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะโดนจับมาขังเอาไว้ที่เกาะ
“ที่นี่เกาะอะไร”
“ไม่บอก”
“คนเฮงซวย”
“อย่าวิ่งเร็วนะ เดี๋ยว...” เขาแกล้งพูดแหย่เธอเล่น
“บ้า!” เธอแหวใส่ เขาหัวเราะหึ ๆ ก่อนจะพาเธอเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางเล็ก ๆ อย่างไม่รีบร้อน กุลยาเดินตามไปเงียบ ๆ เส้นทางนี้คือเส้นทางที่เธอเคยวิ่งหนีออกมาตอนที่โดนเขาจับตัวมาวันแรก เธอพยายามจดจำเส้นทางเอาไว้ให้ดีที่สุด หากหนีไม่ได้รอบนี้ ก็คิดว่าจะหนีให้ได้อีกในรอบหน้า
“ไม่ต้องคิดจะหาทางหนีทีไล่หรอก คุณหนีออกไปจากเกาะนี้ไม่ได้แน่นอน นอกจากว่าคุณจะเหาะออกไปเท่านั้น” เขาพูดดักคออย่างรู้ทัน
“ทำไมคุณต้องจับฉันมาขังเอาไว้ที่เกาะด้วย” กุลยาเอ่ยถามด้วยความเหนื่อย เดินจนเมื่อยก็ออกมาเจอเข้ากับชาวบ้านมากมายที่กำลังทำงานกันอยู่ มีการผลิตเสื้อผ้ามัดย้อม ข้าวของเครื่องใช้ ของฝากของที่ระลึก อาหารแห้งพวกปลาเค็ม ปลาแห้ง กุ้งแห้ง กระเป๋า รองเท้าจักสานและของกินอีกหลายชนิด กุมภ์ไม่ตอบคำถามของเธอ แต่เดินนำเธอไปก่อน
“สวัสดีค่ะนายหัว/สวัสดีครับนายหัว” ทุกคนบนเกาะยกมือไหว้คนหน้าดุด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ประโยคที่กุลยาจะตะโกนให้คนช่วยถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ สำนึกว่าคนที่นี่เป็นคนของเขาแทบทั้งสิ้น ถึงโวยวายออกไปก็คงไม่มีใครช่วยเธอได้ และดูเหมือนว่าทุกคนจะไม่แปลกใจที่เห็นเธอ
สมรู้ร่วมคิดชัด ๆ !!!
กุลยาคิดอย่างกลัดกลุ้มใจ ทอดสายตามองท้องทะเลเบื้องหน้าที่ไกลจนสุดลูกหูลูกตาด้วยความรู้สึกระทดท้อใจ หรือเธอจะหนีออกไปจากที่นี่ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
เธอครุ่นคิดเงียบ ๆ มองข้าวของทุกอย่างที่ชาวบ้านกำลังจัดเตรียมเอาไว้ขายอย่างสงสัย
“ที่นี่ไม่มีนักท่องเที่ยวเหรอ แล้วทำขายใคร” ประโยคของเธอทำให้กุมภ์หันมามอง
“เกาะที่นี่ปิดเป็นพัก ๆ ไม่ใช่จะให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้หรอกนะ จะมาก็ต้องมาเป็นทัวร์ ต้องมีการจองล่วงหน้าก่อนและทุกคนต้องทำตามกฎ” เขายังมีแก่ใจหันมาอธิบาย ทำให้เธอถึงบางอ้อ ดังนั้นที่นี่จึงมีแต่คนของเขาน่ะสินะ แบบนี้นี่เองที่เขาไม่กลัวเธอจะหนี
“แบบนี้เองใช่ไหมคุณถึงไม่กลัวฉันหนี ที่นี่มันบ้านป่าเมืองเถื่อน จับคนมากักขังหน่วงเหนี่ยวได้ตามอำเภอใจ แล้วก็มีแต่คนของคุณ”
“ผมไม่ได้ขังคุณเสียหน่อย คุณจะหนีก็หนีไปสิ!!!” นายหัวหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปใกล้ มองสบตาเธอในระยะกระชั้นชิด เธอเบี่ยงหลบรู้สึกแก้มร้อนผ่าวโดยไม่ทราบสาเหตุ
“ฉันหนีแน่ ช่วยด้วย ช่วยด้วยค่ะ นายคนนี้จับฉันมา ทุกคนช่วยฉันด้วย” กุลยาร้องตะโกนให้ทุกคนช่วย บางทีชาวบ้านพวกนี้อาจจะไม่รู้ว่าเธอโดนจับมาก็เป็นได้
ทุกคนหันมามองเธอเป็นตาเดียว เธอรีบเอ่ยขอความช่วยเหลือโดยเฉพาะผู้หญิงด้วยกัน แต่ผิดคาด พอทุกคนหันมามองเธอ แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงานกันต่อ บางคนก็หันไปคุยกันอย่างสนุกสนาน เหมือนเธอเป็นอากาศธาตุที่ไม่มีใครมองเห็น
กุลยารู้สึกอยากจะร้องไห้กับสิ่งที่ได้พบเจอ ทุกคนไม่มีใครสนใจเธอเลย มันเป็นเรื่องน่าเศร้าใจที่เธอหลงมาอยู่บ้านป่าเมืองเถื่อนแห่งนี้
“ไซซ์นี้คุณใส่ได้ไหม”
“ว้าย!” กุลยาอุทานเมื่อชุดชั้นในถูกยื่นมาตรงหน้า เธอรีบคว้ามาดูไซซ์ก่อนจะหน้าแดง
“เงียบแสดงว่า?” คนเอ่ยถามก็เหมือนจะลุ้นว่าเขากะไซซ์ถูกไหม พวกเสื้อผ้าและของใช้ต่าง ๆ นั้น เขาให้คนงานเปิดขายให้นักท่องเที่ยวที่ไม่ได้เตรียมอะไรมามาก หวังจะมาหาซื้อเอาดาบหน้า
เกาะของเขาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนวอนุรักษ์ธรรมชาติ จะเปิดให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ซื้อทัวร์มาเที่ยวเท่านั้นและบรรยากาศค่อนข้างเป็นส่วนตัว ใครมาที่นี่ต้องทำตามกฎคือห้ามทำลายทรัพยากรธรรมชาติเด็ดขาด ดำน้ำได้ ถ่ายรูปได้ ดื่มด่ำกับธรรมชาติได้เต็มที่ แต่ห้ามทำลายทุกอย่างบนเกาะรวมถึงการทิ้งขยะไม่เป็นที่ ไม่เช่นนั้นจะถูกปรับและขึ้นบัญชีดำเอาไว้ไม่ให้เหยียบมาที่นี่อีก
“ฉันใส่ไซซ์นี้” คนตอบหน้าแดงกัดปากตัวเองเบา ๆ
“แสดงว่าผมก็เก่งนะ พอจะกะไซซ์ของคุณได้”
“บ้า!!!” เธอแหวใส่เขา
“สักสี่ห้าชุดพอไหม คุณต้องอยู่ที่นี่อีกนาน”
“ฉันต้องอยู่จนถึงเมื่อไหร่”
“สักพัก” กุมภ์คิดว่าทุกอย่างผิดพลาดไปหมด แต่ทำไปแล้วเหมือนขึ้นหลังเสือจะลงก็ไม่ได้
เพื่อนรักมาด่วนจากไปอย่างไม่มีวันหวนคืน นี่คือความรู้สึกหดหู่ระคนเศร้าโศกเสียใจอย่างที่สุด
“มานี่เถอะ” เขารั้งแขนของหล่อนให้เดินตาม กุลยาเซถลาตามร่างสูงไปอย่างไม่ทันตั้งตัว
“นี่ปล่อยนะคนป่าเถื่อน”
“อ่อยผู้ชายพอหรือยัง”
“คุณเป็นบ้าอะไรของคุณ”
“ผมถามว่าคุณอ่อยผู้ชายพอหรือยัง”
“นี่ปล่อยนะ!” เมื่อกี้เขายังดี ๆ อยู่เลย
“คนงานบนเกาะมีหลายประเภท ประเภทแรกซื่อ ๆ คงตามไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของคุณหรอก”
“คะ?” เธอหลุดอุทานออกมา ไม่เข้าใจว่าเขากำลังพูดเรื่องอะไรอยู่
“ประเภทที่สองเป็นชายฉกรรจ์กลัดมันพร้อมทำอะไรคุณได้ทุกเมื่อ ถ้าคุณยังขืนชม้ายชายตามองผู้ชายไม่เลิกแบบนี้ ผมคิดว่าคุณน่าจะมีผัวเป็นโขยงเลยนะ”
“โอ๊ย!” กุลยาร้องเสียงหลงเมื่อโดนดึงให้เดินตามเร็วๆ
“ฉันเจ็บนะ ทำไมต้องฉุดกระชากลากถูกันด้วย ยังไงฉันก็ไม่มีทางสู้รบตบมือกับคนอย่างคุณได้อยู่แล้ว ฉันมันเป็นแค่ลูกไก่อยู่ในกำมือคุณอยู่แล้วนี่ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด”
“คิดได้แบบนั้นก็ดีแล้ว”
“ฉันเจ็บ”
“รีบตามมาเร็ว ๆ” เขาเร่ง
“คุณเป็นนายหัว หมายถึงเป็นคนคุมงานที่นี่เหรอ” เธอเอ่ยถามเพราะอยากหาข้อมูลเกี่ยวกับเขา
อังคารได้แต่งงานกับมยุริญสมใจ ตอนนี้ก็มีทายาทแล้วเหมือนกัน อายุไล่เลี่ยกับลูกๆ ของเจ้านายเลยเป็นเพื่อนเล่นกันกันต์ธีร์ กายสิทธิ์ กชกร กิรณาวิ่งมากอดมารดาก่อนจะแนบหูไปกับหน้าท้องนูน ๆ เพื่อคุยกับน้อง“วันนี้น้องเงียบกริบเลยครับ” กันต์ธีร์เอ่ยขึ้น“ใช่ ๆ น้องทำอะไรอยู่น้า ท่าทางจะหลับ”“อุ๊ย!” ไม่ทันขาดคำ กุลยาก็อุทานเบา ๆ เพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกภายในท้องของเธอ เคลื่อนไหวคล้ายตอบโต้กับบรรดาพี่ ๆ“น้องดิ้นด้วยครับ สงสัยจะรู้ว่าพวกเรามาทักทาย ผมอยากเห็นหน้าน้องจัง” กายสิทธิ์ลูบท้องนูน ๆ ของมารดาไปมา“หนูก็อยากเห็นหน้าน้องเหมือนกันค่ะคุณแม่” กชกรพยักหน้ายิ้มแป้น“หนูก็ด้วยค่ะ” กิรณาก็เช่นเดียวกัน ก่อนจะอ้อนให้บิดาอุ้มไปนั่งตัก“สงสัยว่าน้องก็อยากจะเห็นหน้าทุกคนแล้วเหมือนกันจ้ะ พี่กุมภ์คะ คุณแม่คะ ปะ... ปวดท้องจังเลยค่ะ”เสียงของกุลยาที่ร้องบอกทุกคนว่าเจ็บท้องทำให้กุมภ์ตื่นเต้นไม่น้อย“ไอ้อังคาร ไอ้อังคาร เอารถออกเดี๋ยวนี้เลย!”“น้องจะออกมาแล้วเหรอคะ น้องจะออกมาแล้ว”เด็ก ๆ เดินวนไปวนมามาให้วุ่นเพราะตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าน้อง ทำเอานุชรีที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอดถึงกับอมยิ้ม“ทุกคนตั้งส
“เล่นซะเนียนเลย พี่ตกอกตกใจหมดเลย เล่นเอามีดจี้คอขนาดนั้น พี่ทำอะไรไม่ถูกน่ะสิจ๊ะ” กุลยายอมรับว่าวันนั้นเธอตกใจจริง ๆ เลยรับปากไปเสียทุกอย่างที่น้องสาวต้องการ“ก็คุณธิดาเป็นดารานี่คะ ถ้าเล่นไม่เนียนจะเป็นดาราดังได้ยังไงกัน” ไม่ว่ายังไงนุชรีก็ยังชื่นชมในฝีมือการแสดงของกุลธิดาอยู่ดี“แล้วนั่นพี่กุมภ์กับผู้กองจะพาคุณราฟไปไหนคะ” กุลยาเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าแต่ละคนเตรียมถังเตรียมคบเพลิงมุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้าน“มีรังผึ้งรังใหญ่อยู่หลังบ้านน่ะครับ พวกเราหนุ่ม ๆ อยากจะไปจับผึ้งกันเสียหน่อย น้ำผึ้งแท้น่ะ เอามากินบำรุงสุขภาพนะ” กุมภ์หันไปตอบเมียรัก“ไปจับผึ้งกันเหรอคะ แล้วนั่นต้องเอาปี่ไปด้วยเหรอคะ” กุลธิดาถามอย่างสงสัย“ใช่ครับ พี่น่ะมือวางอันดับหนึ่งในการจับผึ้งเลยนะครับ” กุมภ์ยืดอก ตบเบา ๆ อย่างภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง“คุณกุลคงยังไม่รู้ว่าพี่กุมภ์น่ะจับผึ้งเก่ง เป่าปี่ก็เก่งด้วยค่ะ ไม่ใช่เป่าปี่เรียกผีเสื้อสมุทรนะคะแต่เรียกผึ้งนี่แหละ คิก ๆ” นุชรีเล่าแล้วทำท่าขำ“ทำไมคุณนุชต้องทำท่าขำแบบนั้นด้วยล่ะคะ”“หยุดเลยคุณนุช เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนี้คุณกุมภ์เก่งแล้ว” ก
“พี่กุมภ์!” กุลยาถลาไปประคองร่างสามีเอาไว้ ทำเอาทุกคนตกใจกัน ยกใหญ่ สุดท้ายก็พากันไปโรงพยาบาลแทนที่จะไปสถานีตำรวจ“พี่กุมเป็นยังไงบ้างคะ” กุลยาเอ่ยถามสามีที่เดินขากะเผลก ๆ เพราะตกบันไดอย่างห่วงใย“ไกลหัวใจครับ แล้วคุณนุชเป็นยังไงบ้าง โดนคดีความมากไหม”“ผู้กองนะก็ทำตามหน้าที่น่ะค่ะ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก แต่พ่อหมอยอดยิ่งอะไรนั่นมีโจทย์เยอะนะคะ เพราะเที่ยวไปหลอกคนเอาไว้มากมาย เลยโดนดำเนินคดีทางกฎหมายข้อหาหลอกลวงและข้อหา อื่น ๆ อีกมากมายเลยค่ะพี่กุมภ์”“ดีแล้วครับ จะได้เข็ดหลาบไม่ทำอีก”“เพิ่งรู้นะคะว่าคืนนั้นคุณนุชให้ของขวัญเป็นชุดนอนไม่ได้นอน” กุลยานึกถึงแล้วอดที่จะขำปนหน้าแดงเสียไม่ได้ มารู้ในตอนหลังว่าคืนวันเข้าห้องหอนุชรีให้ชุดนอนวาบหวิวเพื่อให้เธอใส่ยั่วกุมภ์“คุณนุชทะเล้น แต่พี่ก็ว่าดีนะ อยากให้เมียใส่” เขากัดปากทำตาหวาน คนฟังถึงกับหน้าแดงลามไปถึงใบหู“กุมภ์เป็นไงบ้างลูก แม่ทำอาหารบำรุงให้กุมภ์เยอะแยะเลยนะ ทำกระเพาะปลาที่ลูกชอบด้วยนะจ๊ะ” เสียงหวาน ๆ ของมารดาทำให้กุมภ์โกรธไม่ลงเลยจริง ๆ ที่สำคัญก็รู้ว่ามารดานั้นเป็นห่วงเป็นใย อยากให้เขามีความสุขที่สุด จึง
“นาไม่กล้าแสดงความคิดเห็นค่ะพี่กันยา” นารีรีบตอบ“ไอ้อังคาร แทนที่แกจะมาช่วยฉัน แล้วนั่นแกชวนหลานสาวกับหลานเขยฉันไปดูคลิปอะไรห้ะ” คุณกันยาหันไปดุด่าลูกน้องเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่แอบถ้ำมองลูกชายกับลูกสะใภ้“ผมนั่งดูคลิปอยู่ครับคุณป้า โคตรมันเลยครับ” ชัยชนะเป็นคนเอ่ยตอบ“คลิปอะไรของแกที่บอกว่ามัน” คุณกันยาเดินขึ้นไปบนกระท่อม ในขณะที่กุมภ์กับกุลยารีบไปแต่งตัวในห้องน้ำให้เรียบร้อย“นี่ไงครับ สำนักอาจารย์ยอดยิ่งโดนปาระเบิดครับ ผมว่ามันคุ้น ๆ นะครับคุณป้า” ชัยชนะพูดออกมาก่อนทำท่านึก เหมือนเขาได้ยินชื่อสำนึกอาจารย์ยอดยิ่งที่ไหน“ห้ะ! เอามาให้ป้าดูสิ” คุณกันยารีบคว้าโทรศัพท์มาดูก่อนจะเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง“พี่กันยาคะ นี่มันสำนักอาจารย์ยอดยิ่งที่ดูดวงให้เรานี่คะ” นารีชะโงกหน้าไปดูก่อนจะอุทานเสียงดัง“ผมก็ดูวนไปวนมา คุ้น ๆ ชื่อสำนักอยู่เหมือนกันครับ ไปดูดวงที่นี่มาเหรอครับ ในข่าวบอกว่าโดนคนที่ไปดูดวงปาระเบิดใส่เพราะแค้นจัดที่ดูดวงไม่แม่น แถมยังไปแนะนำอะไรแปลกประหลาดด้วยครับ แต่รายละเอียดที่ลงลึกกว่านี้ผมไม่รู้นะครับ” อังคารสาธยายละเอียดยิบ“นี่แหละเรียกลงลึก” ชัยชนะกับนุชรีพูดประสานเสียงกัน“
“แล้วทำไมนายไม่ยุแยงตะแคงรั่วกันเล่า” นุชรีเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจ“ผมยุแยงตะแคงรั่วแล้วครับ แต่แพ้ทางนายหญิงจริง ๆ นายหญิงเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ขนาดนั้น ผมเป็นแค่ลูกน้องจะไปสู้ยังไงไหว นั่นเขาเป็นถึงเมียเลยนะครับ”“อดเอาคืนคุณกุมภ์น่ะสิ เซ็งเป็ดเลย”“คุณนุชนี่หน้าซื่อใจคดนะครับ”“นายว่าฉันเหรอ”“ผมพูดไปตามเนื้อผ้าครับ”“ไม่ได้การละ พรุ่งนี้ต้องไปยุแยงตะแคงรั่วต่อ”“จะดีเหรอจ๊ะแม่นุช”“เฮ้ย! คุณป้ากับนายแม่มาแอบฟังนุชตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” เสียงถามที่ดังขึ้นทำให้นุชรีหันไปมองก็เจอเข้ากับมารดาและผู้เป็นป้าที่กระซิบเข้ามาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น“นานแล้วครับ ตั้งแต่คุณนุชเรียกผมมาถามนั่นแหละครับ” อังคารช่วยตอบแทนบรรดาเจ้านายทั้งหลาย“แล้วทำไมนายไม่บอกฉัน”“ผมไม่กล้าครับ” ก็แต่ละคนเล่นจ้องเขาเหมือนจะปาดคอ เขาจะกล้าพูดอะไรได้“งั้นค่าสินสอดของมยุริญสองแสนนายก็อดนะอังคาร” นุชรีพูดอย่างงอน ๆ“นายแม่จ่ายให้ผมแล้วครับ”“ไอ้คนเห็นแก่เงิน” นุขรีด่าอย่างขัดใจ“ไม่ใช่นะครับ นายแม่มีบุญคุณ นายหัวก็มีบุญคุณ ผมหรือจะกล้าขัด”“หรา... อังคาร งั้นฉันขอให้นาย...” นุชรียังพูดไม่ทันจบประโยค ผู้ร้ายก็รีบสารภ
“กรี๊ด!!! ผีขี้โคลน” แล้วสติของหญิงสาวก็ดับวูบลงไปในทันที“เฮ้ย! ตายห่า นายหญิงหมดสติไปแล้ว”“มึงนี่แหละจะตาย ทำไมไม่บอกกูก่อนว่าเมียกูมา เป็นลมล้มฟุบไปแบบนี้ จะเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้” กุมภ์หันไปตบหัวลูกน้องเต็มแรง อังคารร้องเสียงหลง มึนลูกตบของเจ้านายจนแทบเข่าทรุด“ผมบอกไม่ทันครับ อย่าว่าแต่นายหญิงเลย ผมเห็นนายหัวครั้งแรกยังตกใจ”“มึงมาช่วยประคองเมียกูขึ้นเตียงก่อน เวรเอ๊ย!”“นายหัวด่านายหญิงทำไมครับ”“กูสบถไอ้นี่ เดี๋ยวถีบยอดอก”“ครับ ๆ” อังคารช่วยเจ้านายประคองร่างของกุลยาไปวางบนเตียง“มึงรีบไปหายาลมยาดมยาหม่องมาปฐมพยาบาลเมียกูเร็ว ๆ เลย”“ผมว่าเจ้านายไปอาบน้ำก่อนดีกว่าครับ”“เออ ๆ แต่มึงไปเอายามาก่อน” กุมภ์รีบสลัดเสื้อผ้าออกจากตัวและอาบน้ำเร็วที่สุดในชีวิต ก่อนจะรีบมาที่เตียงอย่างห่วงใย“เจ้านายดูเป็นห่วงนายหญิงมาก ๆ เลยนะครับ”“มึงเอาสักอย่างเถอะไอ้อังคาร จะเรียกกูว่านายหัวหรือเจ้านาย กูโคตรสับสน” เป็นประโยคเดิม ๆ ที่กุมภ์ด่าอังคารเป็นประจำ ซึ่งมันก็ยังเรียกเขาตามอารมณ์ และเขาก็ยังอยากจะด่ามันเช่นเดิม“นายหัวไม่คิดจะเล่นตัวสักนิดเลยเหรอครับ”“เล่นตัวอะไรของมึง”“ก็นายหญิงทิ้งนายห




![เพลิงไข่มุก [NC30+] + [BDSM] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


