LOGINเมื่อออกมาจากห้องนั่งเล่น คุณหญิงทิพย์มณีก็หันไปพูดรำพึงรำพันกับสร้อย
“มันเป็นความผิดของฉันเอง เพราะฉันเลี้ยงเขามาอย่างตามใจมากจนเกินไป เทย่าถึงเป็นแบบนี้”
“เธอน่าสงสารออกค่ะ กำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่เล็ก ๆ”
“ก็เพราะฉันเคยคิดอย่างที่เธอคิดน่ะสิสร้อย ฉันถึงได้ตามใจเขามาตลอดจนเขาเกือบจะเสียผู้เสียคน ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะต้องดัดนิสัยเขา”
“ทำแบบนี้จะดีหรือคะคุณหญิง”
“มันเป็นสิ่งที่ฉันควรจะทำตั้งนานแล้วต่างหาก เธอก็เห็นข่าวแล้วนี่สร้อย ล่าสุดถึงกับโดนเล่นข่าวมั่วยาพร้อมคู่ควงคนใหม่”
“คุณหญิงเชื่อจริง ๆ หรือคะว่าคุณเทย่าจะใช้ยาเสพติดตามที่เป็นข่าว”
“ฉันสั่งสอนหลานสาวคนนี้มาด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นฉันรู้ดีว่าเขาไม่มีวันที่จะมั่วยาหรือมั่วเซ็กซ์อย่างที่เป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ถ้าฉันยังปล่อยให้เขาใช้ชีวิตอิสระ เสเพล ไร้แก่นสาร ไม่เอาถ่านเอาไฟอะไรสักอย่างแบบนี้ ต่อไปถ้าไม่มีฉันอยู่เขาจะลำบาก ให้เขาได้รับบทเรียนซะตั้งแต่ตอนนี้เหมาะสมที่สุดแล้ว”
“แต่คุณเทย่าไม่เคยลำบากมาก่อนเลยนะคะ”
“ไม่เคยก็เคยซะ ดีซะอีก...รอยหยักในสมองจะได้ทำงานบ้าง ประสบการณ์ และบทเรียนในครั้งนี้อาจจะนำเทย่าไปสู่เส้นทางที่เขาควรจะเดินสักที”
แม้อยากจะค้านเพราะรักและสงสารหญิงสาวที่ตัวเลี้ยงดูมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก แต่ดูจากท่าทางขึงขังและคำพูดเอาจริงเอาจังของคุณหญิงในวันนี้ ทำให้สร้อยรู้ว่างานนี้เจ้านายของเธอพูดจริง ทำจริง แม้จะรู้สึกสงสารและเห็นใจทรรศิกาแต่ก็จนปัญญาที่จะช่วย
หลังจากโดนคุณย่าดุไปเมื่อเช้า ทรรศิกาก็เลือกที่จะไปเดินซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง พร้อมกับกลุ่มเพื่อนไฮโซของตนเองเป็นการแก้เครียด หญิงสาวเลือกซื้อกระเป๋าและรองเท้าที่ร้านแบรนด์เนมยี่ห้อดัง โดยเลือกใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต แต่แล้วก็ต้องประสบกับปัญหา
เมื่อพนักงานแจ้งว่า “ขอโทษนะคะ บัตรใบนี้ไม่ผ่านค่ะ มีบัตรใบอื่นไหมคะ”
เกิดอะไรขึ้น! ทำไมบัตรของเธอถึงรูดไม่ผ่าน
ทรรศิกาไม่เคยหน้าแตกเช่นนี้มาก่อนเลยในชีวิต นี่เป็นครั้งแรก และเป็นการหน้าแตกท่ามกลางสายตากลุ่มเพื่อนไฮโซของตนเอง
เธอหยิบบัตรเครดิตใบใหม่ยื่นให้พนักงานคนเดิม แต่คำตอบก็ยังเป็นเช่นเดิม ผู้คนในร้านเริ่มหันมามองเธอ รวมถึงเพื่อนไฮโซของเธอด้วย บ้างก็ซุบซิบ บ้างก็ชี้นิ้วมาทางเธอ
ดวงหน้าสวยร้อนวูบวาบ อับอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี แต่ยังกัดฟันถามเสียงต่ำว่า “แล้วใบนี้ล่ะ”
พนักงานรับไปดำเนินการ ก่อนจะส่ายหน้า
“ไม่ผ่าน!” เธอเอ่ยเสียงสูง ใบหน้าสวยคมเริ่มบึ้งตึงจนเห็นได้ชัด บ่งบอกได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของเจ้าตัวในยามนี้ว่าเริ่มที่จะหงุดหงิดกับปัญหาที่เกิดขึ้น
“ค่ะ...ไม่ผ่าน”
“เป็นไปได้ยังไง” เธอพูดพร้อมกับหยิบบัตรใบใหม่ส่งให้อีกครั้ง แต่ไม่ว่าทรรศิกาจะยื่นบัตรใบไหนไป ผลที่ออกมาก็ยังคงเหมือนเดิม ขณะที่กำลังวุ่นวายกับบัตรเครดิตอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
“ว่าไงคุณสุชาติ”
“อะไรนะ!!...ถูกตัดออกจากกองมรดก” ทรรศิกาเผลอตะโกนออกมา ฉับพลันเธอก็รู้สึกตัว ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ ทุกคนในร้านต่างก็พร้อมใจกันหันมามองเธอ กลุ่มเพื่อนไฮโซยิ้มเยาะอย่างเปิดเผย พร้อมส่งสายตาเย้ยหยันเธอโดยไม่เกรงใจ หญิงสาวได้แต่กัดฟัน
เธอคืนกระเป๋าและรองเท้าที่เลือกไว้ให้กับพนักงานคนนั้นด้วยความรู้สึกเสียหน้า พร้อมทั้งเดินออกมาจากร้านด้วยอาการหงุดหงิดที่ทุกอย่างไม่ได้ดั่งใจ และรู้ว่าอีกไม่นานข่าวเรื่องที่เธอถูกตัดออกจากกองมรดกในครั้งนี้ จะต้องแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วราวกับไวรัส
“ต้องเป็นคำสั่งของคุณย่าแน่เลยที่สั่งระงับบัตรเครดิตของเรา” เธอบ่น
หลังจากวางสายจากทนายประจำตระกูล ทรรศิกาพยายามโทร.ติดต่อคุณหญิงทิพย์มณี แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ เธอจึงโทร.กลับไปหาทนายสุชาติอีกครั้ง และก็ได้รับคำตอบว่าตอนนี้เขากำลังคุยอยู่กับลูกค้าคนสำคัญไม่สะดวกที่จะรับสายเธอ และวางสายไปเลย
ทรรศิกาพยายามโทร.เข้ามือถือแต่กลับติดฝากข้อความ ทำให้เธอยิ่งกว่าหงุดหงิด อารมณ์ของเธอเดือดพล่านพร้อมที่จะเล่นงานใครสักคน
“กล้าดียังไงถึงไม่รับสาย ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราเจอกันแน่ คุณสุชาติ”
พูดจบก็วางสายพร้อมกับมองหาแท็กซี่ เพื่อให้ขับไปส่งเธอที่สำนักงานของทนายสุชาติ เมื่อทรรศิกาเห็นรถแท็กซี่ขับตรงเข้ามาจอดจึงรีบเดินเพื่อที่จะไปขึ้นรถคันดังกล่าว โดยไม่สนใจชายแปลกหน้าที่ยืนโบกแท็กซี่อยู่ก่อน เธอเบียดเขาเข้าไปบอกจุดหมายปลายทางกับคนขับ แต่ยังไม่ทันจะได้เข้าไปในรถ เพราะชายคนนั้นดันประตูไว้ไม่ยอมให้เธอขึ้นไปนั่ง เธอจึงตวัดสายตาจ้องมองเขาด้วยความไม่พอใจที่เขามาขวางทางเธอ
“ผมเรียกรถคันนี้ก่อน” ชายหนุ่มพูดด้วยเสียงห้าวดุ มองหญิงสาวที่เสียมารยาทด้วยสายตานิ่งลึกสีดำสนิท
อติรุจปัดป้องพลางหัวเราะพลาง กว่าจะสามารถรวบร่างเล็กบางของภรรยาตัวแสบเข้ามาในอ้อมกอดได้ “ผมเปล่า...” เขาปฏิเสธเสียงกลั้นหัวเราะ “ผมแค่ขำ” “ขำอะไรคะ” เธอถามอย่างนึกสงสัยจริง ๆ “ก็ขำว่าเมียผมหึงได้แม้กระทั่งหนังสือ” เขาตอบ และทิ้งตัวลงนอน พร้อมดึงร่างเล็กของภรรยามาเกยอยู่บนอก “ไม่ได้หึงซะหน่อย” เธอปฏิเสธเสียงเข้ม แต่นวลแก้มแดงเรื่อ อติรุจเขี่ยจมูกรั้นเบา ๆ อย่างนึกเอ็นดู “งั้นเทย่าของผมเรียกว่าอะไร” “เขาเรียกว่า...รำคาญใจต่างหาก” คนตัวเล็กยังปากแข็งไม่ยอมรับให้เสียฟอร์มว่าเธอหึงเขาจริง ๆ แถมยังหึงหนังสือวิชาการพวกนั้นด้วย “เทย่า...เทย่า...เทย่า” อติรุจเรียกอย่างนึกเอ็นดู ทรรศิกาขมวดคิ้วยุ่งนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเรียกชื่อเธอไม่หยุด “เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิคะ” อติรุจยิ้ม ชะโงกไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มแรงอย่างนึกหมั่นไส้ “ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้” คราวนี้คนที่ถูกชมยิ้มหวาน ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ สะบัดผมไปด้านหลังเบา ๆ อย่างมั่นใจตัวเอง
เมื่อวันสำคัญของอติรุจและทรรศิกามาถึง สองหนุ่มสาวถูกปลุกให้ลุกขึ้นมาแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมตั้งแต่เช้ามืด เพื่อจะได้เริ่มพิธีทางศาสนาในตอนเช้า ในงานนี้จะมีแต่แขกระดับวีไอพีและญาติผู้ใหญ่คนสำคัญของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่ได้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน หลังจากนั้นทั้งคู่มีเวลาพักเล็กน้อยก่อนจะต้องเริ่มเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และแต่งหน้าทำผมกันอีกครั้ง สำหรับเจ้าบ่าวใช้เวลาไม่นานเท่าไรก็จัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย แต่สำหรับเจ้าสาวนั้นต้องใช้เวลาในการแต่งตัว แต่งหน้า ทำผมกันนานนับชั่วโมงกว่าจะเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยทรรศิกาก็ถูกปล่อยให้นั่งพักอยู่เพียงลำพัง ในขณะนั้นเองที่นับดาวเดินเข้ามาภายในห้องของโรงแรมซึ่งใช้เป็นห้องแต่งตัว “รู้ตัวไหมว่าเทย่าเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในค่ำคืนนี้ และก็เป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดที่ได้แต่งงานกับเจ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอย่างหมอรุจ ดาวขออวยพรให้เทย่าและหมอรุจมีความสุขมาก ๆ และมีเจ้าตัวเล็กไว ๆ” “ผมเห็นด้วยกับความคิดของคุณดาวครับ คุณเทย่าสวยมากจริง ๆ ยิ่งอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ด้วยแล้วย
หลังจากการแจกรางวัลอันทรงคุณค่าผ่านพ้นไป อติรุจและทรรศิกาได้ถอดหน้ากากเพชรออก เพื่อให้ทีมงานนำไปโชว์ก่อนที่จะนำกลับมาประมูล และคุณหญิงก็เดินมาหยุดยืนตรงกลางระหว่างสองหนุ่มสาว เพื่อเอ่ยขอบคุณแขกที่มาร่วมงานในค่ำคืนนี้ “ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่สละเวลามาร่วมงานฉลองครบรอบห้าสิบปีของเรา หวังว่าทุกท่านจะพึงพอใจกับดีไซน์ของเครื่องประดับสุดหรูที่เรานำเสนอ และดิฉันขอถือโอกาสนี้แนะนำทรรศิกา เขมะสิริกุล ในฐานะผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะสานต่อสตาร์ไดมอนด์ให้มั่นคงต่อไปในอนาคตค่ะ” ทรรศิการู้สึกตกใจที่จู่ ๆ คุณย่าก็ประกาศให้เธอ เป็นผู้บริหารรุ่นต่อไปของสตาร์ไดมอนด์อย่างเป็นทางการต่อหน้าทุกคน นั่นหมายถึงคุณย่ายอมรับในความสามารถของเธอ “เราเปิดโอกาสให้ผู้บริหารรุ่นใหม่ได้กล่าวอะไรหน่อยดีไหมคะ” “เทย่าสัญญาว่าจะทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อทำหน้าที่บริหารสตาร์ไดมอนด์อย่างดีที่สุดให้สมกับที่คุณย่าไว้วางใจค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” “แขกผู้มีเกียรติท่านใดสนใจหน้ากากเพชรคู่นี้ก็ร่วมประมูลกับเราได้นะคะ เราจะนำเงินรายได้จากการประมูลไปบริ
“เฮ้อ! ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงไปได้ด้วยดี หวังว่าคงไม่มีเรื่องทำนองนี้มาทำให้รุจกับเทย่าต้องผิดใจกันอีกนะคะ” “ไม่มีแน่นอนครับแม่ ครั้งเดียวก็เกินพอ นี่ขนาดผมระวังตัวแล้วนะยังพลาดจนได้ เทย่าถึงขนาดขอหย่าขาดจากผมเลย บอกตรงๆ เข็ดจนตาย” “พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะคะ” ทรรศิกาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนอยู่แล้ว ผมมันเป็นพวกรักเดียวใจเดียวเหมือนพ่อ จริงไหมครับคุณพ่อ” อติรุจหันไปหาแนวร่วม “จริง!” อติเทพช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “รจหาฤกษ์แต่งงานให้รุจกับเทย่าได้แล้วนะคะน้าทิพย์ อีกสี่เดือนข้างหน้าค่ะ หวังว่าจะไม่กระชั้นชิดเกินไปนะคะ” “ช้าไปหรือเปล่าครับแม่ ผมเป็นคนใจร้อนอยากจะแต่งงานกับเทย่าซะวันนี้หรือพรุ่งนี้เลยด้วยซ้ำครับ” “มากไปพ่อคุณ” รสสุคนธ์เอ่ยปรามหลานชายตัวดี “เห็นใจกันหน่อยสิครับคุณยาย นอนคนเดียวมันเปล่าเปลี่ยวหัวใจ” ที่พูดเช่นนี้เพราะคุณย่าของทรรศิกาต้องการให้หลานสาวกลับไปอยู่กับตนเองจนกว่าจะเข้าพิธีแต่งงาน “แล้วที่ผ่านมาทำไมถึงนอนคนเดียวได้คะ เทย่าไม่เห็นว่
สายวันต่อมาอดุลย์ได้นำตัวอัญชิสาเดินทางมาเยี่ยมอติรุจที่โรงพยาบาล เพื่อต้องการมาเคลียร์เรื่องที่บุตรสาวของเขาได้ก่อไว้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปภายในห้องก็พบว่าอติรุจมิได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพ่อ แม่ ป้า และยายของเขา รวมถึงทรรศิกาและคุณหญิงทิพย์มณีอยู่ภายในห้องนั้นด้วย อดุลย์ทักทายทุกคนก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็น “อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เราจะได้เคลียร์กันให้จบไปทีเดียวเลย” อัญชิสาทำความเคารพผู้ใหญ่ก่อนจะตวัดสายตาขุ่นเคืองมองไปที่ทรรศิกา เพราะยังรับไม่ได้ที่อีกฝ่ายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่เธอหลงรัก “ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่ลูกสาวของผมมาก่อเรื่องเดือดร้อน และทำให้วุ่นวายกันไปหมด” อดุลย์เอ่ยขอโทษทุกคนจากใจก่อนจะหันไปจ้องหน้าบุตรสาว “อัญต้องกราบขอโทษคุณลุง คุณป้า และพี่รุจด้วยนะคะ” อัญชิสาไม่ยอมเอ่ยชื่อทรรศิกาซึ่งถือเป็นมารศัตรูหัวใจคนสำคัญของตนเอง เพราะทำใจไม่ได้จริงๆ ที่ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แล้วยังจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษอีก “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจผิดค่ะ ที่จริงแล้วอั
ในค่ำวันนั้นเอง ทรรศิกาขออยู่เฝ้าดูอาการของอติรุจที่โรงพยาบาล ทั้งที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามพูดทัดทาน เพราะเห็นว่าหญิงสาวเพิ่งจะหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ทรรศิกาก็ยังยืนยันคำเดิม ทำให้ทุกคนต้องยอมทำตามความต้องการของเธอ หญิงสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงอติรุจจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นไม่นานอติรุจก็เริ่มรู้สึกตัว เขาลืมตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบอบบางคุ้นตาที่นั่งฟุบหลับอยู่ข้างตัว รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาเอื้อมมือไปลูบไล้แก้มนวลใสเรื่อยมาจนถึงริมฝีปากบางสีกุหลาบ สัมผัสที่อ่อนโยนของเขาปลุกทรรศิกาขึ้นจากนิทรา “คุณรู้สึกตัวแล้ว” เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทรรศิกาเข้าไปช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งข้างตัวเขา อติรุจยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาที่ฉายชัดถึงความห่วงใยของทรรศิกา น้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มนวลใสอีกครั้ง “ยกโทษให้เทย่านะคะ เพราะเทย่าคุณถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้” “ร้องไห้ทำไม ผมไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย อีกอย่างมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกนะเทย่า”





![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

