เข้าสู่ระบบคนที่เพิ่งเคยรับงานครั้งแรกยืนขาสั่นอยู่หน้าลิฟต์ ซึ่งอยู่ภายในคอนโดสุดหรู กระทั่งก้าวเข้าไปในลิฟต์ เธอก็ยังสั่นอยู่เหมือนเดิม
ช่อใบบัวมองหมายเลขชั้นแบบดิจิตอลที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ จนถึงชั้นที่ลูกค้าอยู่
ประตูลิฟต์เปิดออก ห้องริมสุด ซ้ายมือ
เท้าบางก้าวอย่างไม่มั่นคงนัก ตรงไปยังห้องเป้าหมาย เมื่อไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องของลูกค้า เธอกดสัญญาณกริ่งที่หน้าห้อง แล้วถอยหลังมาหนึ่งก้าว
ในตอนที่รอประตูห้องเปิดออก ช่อใบบัวเกิดความลังเลขึ้นในใจ
หากกลับไปตอนนี้ยังทัน
แต่เธอจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่ารักษาแม่
ช่อใบบัวสูดลมหายใจลึก เธอตัดสินใจแน่วแน่แล้ว เธอไม่กลับ เธอจะทำงาน เธอต้องการเงิน
เมื่อประตูห้องเปิดออกกว้าง คนที่เพิ่งมาทำงานแรก ประนมมือไหว้โดยไม่มองหน้าลูกค้า
“ช่อใบบัว” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถาม
“ค่ะ” ช่อใบบัวตอบรับโดยไม่เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า เธอมองแค่อกกว้าง เขาคงสูงมาก เพราะเธอสูง 160 เซนติเมตร ระดับสายตาของเธอยังอยู่แค่อกกว้างของเขา
“เข้ามาสิ”
ร่างสูงถอยหลัง และเบี่ยงตัวเปิดทางให้หญิงสาวเดินเข้ามาในห้อง ตาคมมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอสวมเดรสสั้นเหนือเข่าสีขาว สวมคาร์ดิเกนสีน้ำตาลอ่อน รองเท้าผ้าใบสีชมพู
ก็น่ารักดี ตัวจริงน่ารักกว่าในรูปที่ต้นสังกัดของเธอส่งมาให้เขาดูเสียอีก
เสียงปิดประตูทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งตกใจ
คุณลูกค้าเห็นท่าทีของน้องคนสวยแล้วก็อมยิ้ม
ตกใจง่ายจริง แม่คนขวัญอ่อน
เขาทราบมาจากชมพู่แล้วว่า เธอยังไม่เคย เธอรับงานนี้งานแรก
“มานั่งตรงนี้ มาตกลงกันก่อน”
ธันวาเดินไปนั่งลงบนโซฟา เขาตบลงบนที่ว่างข้างกาย ส่งสายตาเป็นเชิงสั่งให้เธอมาหา
จริง ๆ แล้ว เขาก็ไม่ใช่คนใจเย็นเท่าไรหรอก ทุกทีที่สั่งเด็กมา เขาจับฟัดตั้งแต่หน้าประตูแล้ว แต่เห็นเธอทั้งกลัวทั้งตัวสั่น เขาจึงให้โอกาสเธอได้ทำใจสักหน่อย
ช่อใบบัวเดินก้มหน้าไปนั่งลงใกล้คุณลูกค้า แต่คงใกล้ไม่มากพอ คุณลูกค้าของเธอจึงโอบเอวบางดึงเธอไปนั่งจนสองกายแนบชิดกัน
คนที่ไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายขนาดนี้ตื่นตระหนก เธอเงยหน้ามองเขาเต็มสองตา เป็นครั้งแรกที่ช่อใบบัวได้เห็นหน้าลูกค้าชัด ๆ เขาหล่อมาก ดูดีจนเธอใจสั่น เขายิ้มอ่อนบาง เหมือนจะขำกับท่าทีของเธอ
“ผ่อนคลายหน่อย แตะนิดแตะหน่อยก็สะดุ้ง แบบนี้จะไหวเหรอ กลับไปตอนนี้ยังทันนะ”
“วะ...ไหวค่ะ บัวทำได้”
“งั้นก็ดี เธออายุเท่าไรแล้ว”
“ยะ...ยี่สิบค่ะ” พี่ชมพู่บอกว่า เธอจะต้องโกหกลูกค้าว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่เช่นนั้น หากลูกค้ารู้อายุจริงของเธอ เขาจะต้องไล่เธอกลับแน่
“ยังซิงอยู่เหรอ”
“ค่ะ”
“เคยมีแฟนไหม”
“ไม่เคยค่ะ”
“เคยช่วยตัวเองหรือเปล่า”
ช่อใบบัวกัดกลีบปากล่าง เธอหลบสายตาคู่คม ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบเขาว่า
“มะ...ไม่เคยค่ะ”
เธอโกหก เพราะถึงแม้เธอจะเรียบร้อย ไม่เคยมีแฟน แต่ความต้องการทางเพศตามประสาวัยรุ่น และฮอร์โมนพลุ่งพล่าน ประกอบกับสื่อต่าง ๆ ที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้เธอมีอารมณ์และรู้สึกไปตามครรลองธรรมชาติ เธอเคยช่วยตัวเอง แต่ก็ไม่บ่อยนัก เธอแค่ใช้นิ้วถูไถภายนอกเท่านั้น
ธันวาอมยิ้ม เขาใช้ข้อนิ้วชี้เชยคางเล็กขึ้นมา ให้เธอมองสบตากัน แล้วถามเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า
“โกหกใช่ไหม”
คนโกหกไม่เก่งเม้มปาก เธอหลุบตาลง และพยักหน้า ยอมรับว่าตัวเองโกหก
“ทีหลัง ถ้าฉันถามอะไร ต้องตอบความจริง ห้ามโกหก”
“ค่ะ บัวจะไม่โกหกคุณธันวา”
เขาไม่แปลกใจที่เธอรู้จักชื่อของเขา ชมพู่คงจะบอกเธอ
“จริง ๆ แล้ว ฉันเสียเปรียบนะ จ่ายเงินตั้งเยอะ แต่ได้คนไม่เป็นงานมาบริการ”
“บัวจะทำให้ดีที่สุดค่ะ บัวจะตั้งใจอม จะอ้าขากว้าง ๆ จะเด้งรับทุกครั้งที่คุณธันวากระแทกเข้ามา”
ช่อใบบัวกลัวเขาจะไล่เธอกลับ เพราะเธอไม่มีประสบการณ์ เธอจึงบอกสิ่งที่พี่ชมพู่สอน ว่าเธอต้องทำอะไรให้เขาบ้าง เพื่อที่เขาจะได้พอใจ
ธันวายิ้มขำ เขาโอบอุ้มเธอมานั่งบนตัก ให้เธอนั่งทับตัวตนแข็งกร้าวที่ขยับขยายเติบกล้า
ช่อใบบัวกลั้นหายใจ และเกร็งครู่หนึ่ง ก่อนจะคิดได้ว่า เธอต้องยินยอม เธอต้องทำ ไม่เช่นนั้น เธอจะไม่ได้เงิน
“เงยหน้าขึ้นมา”
ช่อใบบัวทำตามที่เขาสั่ง พอเขาก้มหน้าลงมาใกล้ เธอหลับตา และเผยอปากเล็กน้อย
ตาคู่สวยพริ้มหลับลงในตอนที่ปากอุ่นร้อนแนบลงบนกลีบปากอิ่ม ร่างสาวสะดุ้งน้อย ๆ สองมือที่วางอยู่บนต้นขากำแน่น
ธันวาค่อย ๆ จูบ ค่อย ๆ รุกล้ำ เขาใจเย็นมาก ใจเย็นอย่างที่ไม่เคยเย็นมาก่อน ทั้งที่ลำกายแข็งคึกจนแทบระเบิดแล้ว
ก็ไม่รู้ว่าความใจดีมันมาจากไหน แค่รับรู้ว่าเธอตัวสั่น แค่รู้ว่าเธอจูบไม่ประสา เขาก็ยอมที่จะไปอย่างช้า ๆ จูบอย่างอ่อนโยนอ่อนหวาน ค่อย ๆ ชักนำ ค่อย ๆ สอนให้เธอรู้จักวิธีจูบ
ช่อใบบัวเรียนรู้วิธีการจูบจากเขา ตอนแรกเธอตื่นตระหนก แต่พอเขาไปอย่างช้า ๆ เธอก็เริ่มคล้อยตาม และเรียนรู้ที่จะจูบตอบอย่างน่ารัก
ธันวาดูดปากอิ่มแรง ๆ ก่อนจะถอนจูบออกมา เขามองใบหน้านวล แล้วชมด้วยน้ำเสียงแตกพร่า
“เก่ง น่ารัก ทีนี้ก็ ลุกขึ้นแล้วถอดเสื้อผ้าออกให้หมด ฉันอยากมองเธอให้เต็มตา”
******
ธันวารับรู้ถึงอาการสั่นของหญิงสาว แต่เขาไม่คิดจะหยุด เขาสอดแขนลงใต้แผ่นหลังเนียน กอดเธอไว้แน่น แล้วค่อย ๆ ขยับบั้นเอว สอดใส่แก่นกายเข้าไปอย่างใจเย็น “คุณธันวา...” ช่อใบบัวเรียกด้วยน้ำเสียงสั่นเจือสะอื้น เขาใหญ่โตมาก การสอดแทรกเข้ามาในตัวเธอ ทำให้เธอเจ็บแสบจนน้ำตาไหลริน “แน่นเกินไปแล้ว อ่า...เสียวฉิบหาย” แม้เข้าไปยังไม่ทันถึงครึ่งลำ แต่ธันวาก็ถูกบีบรัดจนแทบหลั่งอยู่รอมร่อ “เจ็บเหรอ” “ค่ะ” “อย่าเกร็ง มันเข้ายาก” ช่อใบบัวสูดลมหายใจลึก เธอผ่อนคลายอย่างที่เขาบอก ธันวาขยับบั้นเอว ถอดถอน สอดใส่ เขาทำแบบนี้ซ้ำ ๆ อย่างใจเย็น เพราะไม่อยากให้เธอเจ็บมากเกินไป “คะ...คุณธันวาคะ” “หืม...” “เสียวค่ะ อยากได้แรง ๆ” ธันวายิ้มพอใจ เขาขยับบั้นเอวสอดใส่เข้าไปอีกนิด แล้วถอดถอนออกมา สูดลมหายใจลึก กัดฟัน แล้วกระแทกลำกายฝ่าปราการบางเบาเข้าใส่ร่องสาวสุดแรง หัวมนอวบแหวกร่องเนื้อเข้าสู่ช่องทางรักคับแน่น จมจ่อมและสลักลึกใจกลางความสาวสด เธอบีบรัดเขาทั้งลำอย่างเร้าใจ ช่อใบบัวสะท้านเฮือก หวีด
ตาคมจับจ้องเรือนกายขาวผ่องไม่วางตา เขามองลามเลียไปทั้งร่างสาว มองตั้งแต่หัวจรดเท้า พอเธอขึ้นมานั่งพับเพียบบนเตียง และช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างหวาดหวั่น ธันวาก็ยื่นมือไปจับแขนเรียว เขาออกแรงดึงเพียงนิดเดียว ช่อใบบัวก็ลงมานอนคว่ำอยู่บนเรือนกายแกร่ง “คุณธันวา...” ช่อใบบัวเรียกเขาด้วยความตกใจ เพราะยังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกเขาดึงเข้าไปหา แถมตอนนี้เขายังกอดเธอไว้แน่น ธันวายิ้มอ่อนบาง เขามองสบตาคู่ตื่นตระหนก “จูบฉัน” ช่อใบบัวทำตามคำสั่งของเขา เธอขยับตัวเลื่อนขึ้นไป จนใบหน้าเสมอกัน เรือนกายนวลนุ่มเสียดสีแนบชิดกับผิวเนื้อแข็งแกร่งและร้อนผะผ่าว สองมือบางจับบ่ากว้างเอาไว้ ในตอนที่เธอก้มหน้าลงไป กดปากอิ่มลงบนปากอุ่นร้อน เพียงแค่ปากนุ่มแตะแต้มผิวเผิน คนใจร้อนอย่างธันวาก็ไม่อาจรอได้ เขากดร่างสาวลงนอนหงาย แล้วขึ้นคร่อม ทาบทับเธอเอาไว้ใต้เรือนกายกำยำ เขาจูบอย่างรุนแรงเอาแต่ใจ พร้อมกับมือหนาฟอนเฟ้นลูบไล้ไปทั่วกายสาว ช่อใบบัวถูกล่อหลอกให้หลงไปกับจูบรุกเร้า ร่างกายของเธอถูกเรือนกายชายหนุ่มห่มเอาไว้ทั้งตัว มือร้อนผ่าวแตะต้องสัมผัสไปทั
“อื้อ!” คนที่เพิ่งถูกดึงเข้ามาในห้องส่งเสียงได้เพียงในลำคอ เพราะเธอถูกร่างใหญ่กดไว้กับประตูที่เพิ่งปิดลง ข้อมือบางสองข้างถูกจับด้วยมือแข็งแรง และกดเอาไว้ข้างศีรษะเล็ก ปากอิ่มถูกปากอุ่นร้อนจูบอย่างเอาแต่ใจ คนที่ถูกจูบโดยไม่ทันตั้งตัวเบิกตากว้าง และดิ้นรนอยู่ชั่วครู่ แต่พอได้ยินเสียงครางไม่พอใจของคนตัวสูง ช่อใบบัวก็หลับตาลง เธอแหงนเงยหน้ายอมรับจูบจากเขาด้วยความเต็มใจ และเอาอกเอาใจเขาด้วยการจูบตอบอย่างไม่ประสา ธันวาตะโบมจูบอย่างหื่นกระหาย เขากดปากแนบแน่น ดูดลิ้นเล็กจนเกิดเสียงดังหลายครั้ง ก่อนจะปล่อย แล้วสอดลิ้นควานลึก ดูดกลืนรสชาติความหวานซ่านในปากนุ่มจนพอใจแล้วจึงถอนจูบ เสียงหอบหายใจสองหนุ่มสาวดังประสานกัน คนหนึ่งหอบหายใจแรงเพราะยังจูบไม่ค่อยเป็น เลยหายใจไม่ทัน อีกคนหอบใจแรงเพราะร่างกายมันร้อนรุ่มพลุ่งพล่าน ยิ่งเห็นใบหน้าสาวแดงซ่าน ปากอิ่มบวมนิด ๆ เพราะฝีมือตัวเอง ความต้องการในกายหนุ่มก็ยิ่งพุ่งทะยานสูง “คุณธันวา” ช่อใบบัวครางเรียกเขาเสียงสั่นพร่า เมื่อใบหน้าหล่อเหลาซุกเข้าหาซอกคอ เขาสูดดมเสียงดัง แล้วลากลิ้นเลียลำคอขาวผ่อง ทำให้ขนอ่อนบนกายสาวลุกซู่
ณ มหาวิทยาลัยช่อใบบัวนั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนสนิท ไข่มุกและพลอยขวัญ ทั้งสามคนเพิ่งกินอาหารกลางวันเสร็จจ จึงมานั่งรอเรียนคาบบ่ายที่โต๊ะใต้ตึกของคณะ“บัวได้งานแล้วใช่ไหม” พลอยขวัญถามด้วยความเป็นห่วง เพราะช่อใบบัวเล่าเรื่องของครอบครัวให้เพื่อนรักฟังทั้งหมด เพื่อนทั้งสองจึงเป็นห่วงช่อใบบัวมาก“อือ...ได้แล้ว” ช่อใบบัวตอบไม่เต็มเสียง เธอเปิดหนังสือ แล้วทำทีก้มหน้าอ่าน เพราะไม่กล้ามองสบตาเพื่อน และไม่อยากเล่ารายละเอียดงานให้เพื่อนฟังไข่มุกยิ้มดีใจ เธอจับมือของช่อใบบัวแล้วบีบเบา ๆ“ถ้ามีอะไรให้มุกกับพลอยช่วย บัวบอกได้เลยนะ เราสองคนยินดีและเต็มใบช่วยมาก ๆ”ช่อใบบัวเงยหน้าขึ้นมา เธอยิ้มให้กับเพื่อนทั้งสอง“ขอบใจนะมุก ขอบใจนะพลอย”พลอยขวัญยื่นมือไปกุมมืออีกข้างของช่อใบบัว แล้วบอกว่า“บัวห้ามลืมเด็ดขาดว่า บัวยังมีพลอยกับมุกอยู่เคียงข้าง และจะคอยซัพพอร์ตบัวตลอดไป สู้ ๆ นะ”“อือ...สู้ ๆ” ช่อใบบัวพยักหน้า เธอยิ้มเต็มใบหน้า เธออาจจะโชคร้ายเรื่องครอบครัว แต่เธอโชคดีที่มีเพื่อนน่ารักและจริงใจ แต่อะไรที่มันหนักหนาเกินไป เธอก็ไม่คิดจะรบกวนเพื่อน “ขึ้นตึกกันเถอะ ไปจองที่นั่งเรียนกัน” ช่อใบบัวเปลี่ยนเรื่อง
หลังจากกินอาหารมื้อกลางวันกับครอบครัวแล้ว ธันวาขอตัวกลับคอนโด ระหว่างขับรถกลับ เขาผิวปากอย่างอารมณ์ดี กะว่าพอถึงห้องแล้ว จะทักแชทไปบอกเด็กเลี้ยงให้มาหา ทว่าความคิดนั้นก็ต้องเป็นหมัน เพราะภากรโทรมาบอกเขาว่า งานมีปัญหา ธันวาจึงต้องเปลี่ยนเส้นทางขับรถ จากที่จะไปคอนโด ก็ต้องไปที่บริษัทแทน… “วันนี้วันหยุดนะโว้ย!” ธันวาโวยวายทันทีที่เปิดประตูห้องทำงานของภากรเข้าไป สองหนุ่มที่นั่งอยู่ในห้องก่อนแล้ว หันไปมองไอ้คนขี้โวยวายด้วยสายตาเรียบเฉย ภากรนั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ อชิระนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตรงกันข้ามกับภากร ธันวาเดินไปลากเก้าอี้มานั่งข้างอชิระ เขาถอนหายใจ กอดอก แล้วถามเพื่อนว่า “มีปัญหาอะไร เล่ามา!” อชิระพยักพเยิดบอกให้ภากรเป็นคนพูด “ไซซ์งานที่เชียงใหม่มีปัญหานิดหน่อย มึงต้องไปตรวจสอบและแก้ไข” “ทำไมต้องเป็นกู” ธันวาถามเสียงแข็ง เขาไม่อยากไป เขางอแง เขาอยากกินตับสาวมากกว่าไปตรวจงานที่เชียงใหม่ ภากรกอดอก มองหน้าเพื่อนยิ้ม ๆ แล้วตอบว่า “เพราะมึงโสด กูมีเมียแล้ว ไอ้อชิก็มีคู่หมั้นแล้ว”
ช่อใบบัวนั่งมองยอดเงินที่โชว์ในแอปธนาคาร คุณธันวาโอนเงินให้เธอตั้งแต่เมื่อคืน เขาโอนเงินเข้าบัญชีทันทีหลังจากที่เธอกับเขาตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยเขาโอนเงินก้อนสามแสนบาทพร้อมกับเงินรายเดือนสี่หมื่นบาทให้ล่วงหน้า ตอนนี้เงินในบัญชีของเธอจึงมียอดรวมทั้งหมด สามแสนสี่หมื่นบาทช่อใบบัวถอนหายใจ เธอปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้วเงยหน้าขึ้นมา“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าลูก”แม่เบญญากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงคนไข้ โดยมีลูกสาวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง เมื่อครู่นางพักสายตา พอลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นลูกสาวเอาแต่ก้มหน้ามองจอโทรศัพท์ แล้วก็ถอนหายใจ คนเป็นแม่จึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย“เปล่าค่ะ” ช่อใบบัวตอบแล้วยิ้มสดใส เพื่อยืนยันว่า ไม่มีอะไรจริง ๆ “แล้วทำไมเมื่อกี้ สีหน้าไม่ดีเลยล่ะ”ช่อใบบัวจับมือเหี่ยวย่นตามกาลเวลาของแม่มากุมไว้ในสองมือ เธอมองหน้าแม่แล้วบอกว่า“บัวแค่เครียดเรื่องเรียนนิดหน่อยค่ะ พรุ่งนี้มีเทสย่อย บัวก็เลยหนักใจนิดหนึ่ง แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ลูกสาวแม่คนนี้เก่งอยู่แล้ว ยังไงบัวก็ต้องสอบผ่านแน่นอน”แม่เบญญายิ้มอ่อนโยน ทว่าใบหน้าซีดเซียวอย่างคนอ่อนล้าโรยแรงเพราะโรคร้าย“แม่ทำให้บัวลำบากมากเลยใช่ไห







