เข้าสู่ระบบ“นี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้นนะแม่เศษดิน เธอต้องเจอความร้ายกาจของฉันอีกเยอะ” เอ่ยเสียงเข้ม ผลักให้เจ้าสาวออกห่าง ก่อนจะร้องถามหาทะเบียนสมรส
“หมั้นแล้ว ไหนล่ะทะเบียนสมรสมันจะได้เสร็จเร็วๆ”
ราเชนลอบถอนหายใจนับสิบครั้ง รู้สึกสงสารลูกสะใภ้ ไม่รู้ว่าจะรับมือลูกชายของตนได้หรือไม่ งานนี้มีหวังลูกสะใภ้ต้องน้ำตาตก ช้ำใจเป็นแน่
ทันทีที่ทะเบียนสมรสวางอยู่ตรงหน้า รามันก็คว้าปากกาด้ามทองเซ็นชื่อลงไปทันที แล้วหันมาหาช้องนาง
“เซ็นซะสิ จะได้เป็นเมียที่ถูกต้องของไอ้รามันคนนี้” ยื่นปากกาให้ และเมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังนิ่ง ไม่ทำตามคำที่บอก ใบหน้าคมก็ก้มลงมาใกล้ใบหน้านวลอีกครั้ง
“จดซะ อยากเป็นเมียฉัน ก็รีบจด อย่าลีลาให้มาก ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ แล้วเธอจะไม่ได้เงินสิบล้านตามที่ตกลงกับแม่ฉัน” พูดเสียงห้วนใส่
ช้องนางเม้มริมฝีปากแน่น พลางเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนสั่ง
‘นี่เขาไม่คิดจะพูดดีๆ หรือให้เกียรติเธอบ้างหรืออย่างไร ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิงนะ ทำไมแต่ละคำที่พูดออกมามีแต่ถ้อยคำที่หยามเหยียดและดูถูก’ แต่ไม่นานก็ต้องหลบสายตาลงต่ำเพราะไม่อาจทนมองสายตาคู่นี้ได้
เมื่อเห็นว่าโรสพยักหน้าให้ทำตาม มือสวยก็จรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไป และแล้วทั้งคู่ก็ได้เป็นสามีภรรยากันอย่างถูกต้อง แต่ไม่ทันที่ช้องนางจะวางปากกาลง รามันก็คว้าทะเบียนสมรสมาไว้ที่ตัว มือหนาฉุดกระชากเจ้าสาวให้ลุกขึ้น พร้อมเอื้อนเอ่ยเสียงเข้ม
“หมั้นก็หมั้นแล้ว ทะเบียนสมรสก็จดแล้ว ผมหวังว่าแม่คงพอใจนะครับ ส่วนงานเลี้ยงตามสบายนะครับ ไร่ส้มกำลังยุ่ง ขอตัวกลับไปจัดการไร่ก่อน” พลันเหยียดยิ้มให้เจ้าสาว
“ส่วนเธอเตรียมตัวรับความเจ็บปวดได้เลย แม่คนไร้ค่า” พูดจบก็ฉุดกระชากให้เดินตาม
ฝ่ายโรสก็ลมแทบจับเมื่อได้ยินคำพูดของลูกชาย จนราเชนต้องรีบเข้ามาช่วยพยุงไว้ ผู้เป็นพ่อต้องถอนหายใจอีกหน หนักใจซะเหลือเกินกับสิ่งที่ลูกชายทำ และท่าทางงานนี้ลูกสะใภ้คงต้องรับศึกหนักอย่างแน่นอน
“อย่าทำเป็นสำออย โดนกระชากแค่นี้น้ำตาเล็ด มารยา” เสียงร้ายกาจถูกพ่นออกมาขณะที่ยังคงกระชากให้หญิงสาวเดินตาม ไม่หันมาสนใจเลยสักนิดว่าตอนนี้เจ้าหล่อนจะเจ็บแค่ไหนกับแรงกระชากที่ใส่ไม่ยั้ง
คนโดนกระชากเจ็บจนมีน้ำใสๆ คลอเบ้าตา ก็เขาทั้งฉุดทั้งกระชาก จนข้อมือสวยนั้นช้ำ แถมรองเท้าส้นสูงก็พลิกทำให้หกล้มหลายรอบ เป็นผลให้เจ็บข้อเท้า
“นางไม่ได้มารยา แต่นางเจ็บ” เสียงสั่นร้องบอก และต้องร้องเสียงหลงอีกหนเมื่อโดนผลักให้เข้าไปในลิฟต์
“ว้าย!!”
ชายหนุ่มกดหมายเลขไปยังชั้นที่รถของตนนั้นจอดอยู่ พลางยืนอารมณ์เสียที่ต้องมาเสียเวลากับผู้หญิงคนนี้ ปรายตาไปมองด้วยสายตาที่ขุ่นมัว พอลิฟต์เลื่อนไปได้สองชั้นก็มีชายรูปร่างสูงโปร่งเดินเข้ามา มือบางรีบยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่กำลังไหลรินนั้นทิ้งไป
เพราะไม่อยากให้คนอื่นมอง แต่ทว่าสายตาของผู้ชายคนนั้นกลับจับจ้องมองมา และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดมอง แถมมันยังเป็นสายตาของความหื่นกระหาย จนเจ้าหล่อนต้องขยับเข้าไปหาสามีจอมใจร้าย
ฝ่ายรามันก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่ไม่ประสงค์ดี แต่ก็ทำนิ่ง จนรู้สึกว่าทนไม่ไหว จึงตวัดสายคู่คมมองใบหน้าหื่นอย่างหาเรื่อง
“ถ้าจะมองถึงขนาดนี้ กูยกให้เอาไหม แต่ก็ต้องแลกกับลูกปืนกูก่อนนะ” ใบหน้านั้นบึ้งตึง ดวงตากร้าวแข็ง ถึงไม่ได้พิศวาสในตัวของเจ้าหล่อน แต่ก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับของของตน
ชายคนนั้นถึงกับขนลุกซู่เมื่อได้ยินน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม แถมพอเงยหน้าไปมอง ก็ต้องลอบกลืนน้ำลาย แข้งขาพานอ่อนเปลี้ย เพราะสายคู่นั้นช่างดุดันราวกับราชสีห์ที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ ชายคนนั้นรีบเผ่นออกจากลิฟต์ทันที
“เสน่ห์แรงจริงนะแม่คุณ ขนาดในลิฟต์ยังหว่านเสน่ห์ได้อีก”
คนฟังเม้มริมฝีปากแน่นและเบือนหน้าหนี ไม่อาจจะจ้องมองเจ้าของใบหน้าคมได้ ในใจแสนจะกรุ่นโกรธ แต่ก็เลือกไม่ตอบโต้ เพราะรู้ดีว่าเถียงไปก็ไม่มีอะไรดี สู้ใช้ความเย็นเข้าสู้จะดีกว่า แต่เจ้าหล่อนก็รู้สึกหนักใจไม่น้อย เพราะท่าทางงานนี้ หล่อนอาจจะใช้วิธีนี้ไม่ได้ผล เพราะเขาอารมณ์ร้อนและร้ายกาจซะเหลือเกิน
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเบือนหน้าหนี รามันก็ขบกรามนูนแน่น ไม่ชอบท่าทางที่ทำเหมือนไม่ใส่ใจ มือหนาออกแรงกระชากแขนสวย ทำให้ช้องนางถลามาชนกับอกแกร่ง
ก่อนริมฝีปากหนาจะก้มลงแล้วแนบหาริมฝีปากบางอย่างลงโทษ กดจูบร้อนๆ อย่างหนักหน่วง ดุดัน ไม่สนใจว่าช้องนางจะต่อต้านแค่ไหน เพราะรามันคิดว่ามันคือมารยา ช้องนาระรัวกำปั้นใส่ไม่ยั้ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายเจ็บสักนิด ใบหน้านวลนั้นแดงก่ำเมื่อประตูลิฟต์ถูกเปิดออก เพราะมีแต่คนยืนมองอย่างตกตะลึง อ้าปากค้าง ที่เห็นเขาและเธอแสดงบทเลิฟซีนกัน
ทันทีที่เป็นอิสระเจ้าหล่อนก็รีบก้มหน้า เพราะรู้สึกอับอาย คงมีแต่รามันคนเดียวเท่านั้นที่ทำสีหน้าเรียบตึง เหมือนไม่รู้สึกอะไร จนดูไม่ออกเลยว่าเขานั้นกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ก็สมแล้วกับคำร่ำลือที่ว่าเขานั้นเย็นชาและร้ายกาจยิ่งกว่าอสูร
รามันกระชากช้องนางมายังรถจี๊ปคู่ใจ จัดการดันร่างระหงให้ขึ้นไปนั่งบนรถ ก่อนมือหนาจะจัดการโยนทะเบียนสมรสไว้ด้านหลัง ทำเหมือนกับว่ามันเป็นแค่เศษกระดาษไร้ค่า จากนั้นก็ก้าวเดินมายังเบาะคนขับ อีกไม่กี่นาทีต่อมารถก็เคลื่อนตัวออกจากโรงแรมด้วยความเร็วและแรง ซึ่งทำให้ใบหน้านวลถลาไปกระแทกกับหน้ารถ จนเจ้าหล่อนร้องเสียงหลงออกมา
“โอ๊ย!!”
ฝ่ายคนทำก็ไม่ได้สนใจในเสียงร้อง มิหนำซ้ำยังหันมาตะคอกเสียงดัง
“คาดเข็มขัดซะสิ ถ้าไม่อยากตาย” แล้วเร่งความเร็วของรถ ทำให้ช้องนางต้องรีบคว้าเข็มขัดมาคาดเอาไว้ เพราะชายหนุ่มยังคงเร่งเครื่องยนต์ไม่หยุด แถมยังแซงรถคันโน้นทีคันนี้ที เล่นซะหล่อนใจหายใจคว่ำ ต้องภาวนาถึงพระเจ้าไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ
ตลอดทางมีแต่ความเงียบ ริมฝีปากคมไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมา ซึ่งก็ไม่ต่างจากช้องนางเช่นกัน หญิงสาวได้แต่เหล่มองใบหน้าคมในบางครั้ง อยากจะรู้จริงๆ ว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่ ทำไมอยู่ดีๆ ถึงเงียบ แต่เมื่อเห็นว่าเขานั้นหันกลับมามอง เจ้าหล่อนก็รีบหลบสายตา มันทำให้รามันแสยะยิ้ม เมื่อคิดว่าเจ้าหล่อนนั้นจงใจหว่านเสน่ห์
“อยากมากหรือไง ถึงจ้องฉันไม่เลิก อยากให้ฉันเอาเธอบนรถนักหรือไง” บอกเสียงเย้ยหยัน พลางหันไปมองใบหน้าหวานของภรรยาตีทะเบียน
คนฟังได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตา ต้องเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเจอคำพูดที่แสนจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ตอนนี้หล่อนรู้สึกถึงความร้ายกาจของเขาแล้ว นี่ขนาดยังไม่ได้เข้าไปอยู่ที่ไร่ เขายังสามารถพูดให้เธอน้ำตาตกได้ แล้วถ้าเข้าไปอยู่ หล่อนคงต้องนั่งกอดเข่าร้องไห้แน่ๆ
“ได้ยินฉันถามหรือเปล่า ช้องนาง” เขากดตะคอกถามซ้ำ
“ใครกันคะ ทำไมจึงต้องมาทำร้ายคุณรามันของป้าด้วย” ป้าน้อยถามด้วยความตกใจ ไม่คิดว่ามันจะเป็นการลอบทำร้าย พลันนึกสาปแช่งคนทำ“ยังไม่รู้ตัวคนร้ายครับ แล้วคุณนางไปไหนล่ะครับ”“นางพยาบาลพาไปตรวจสุขภาพคุณแม่ค่ะ กว่าเธอจะยอมไปได้ ป้าพูดซะเหนื่อยเลยค่ะ ทำท่าจะไม่ยอมห่างจากคุณรามัน” ตอนช้องนางลมล้มพับ กิจได้แจ้งกับพยาบาลว่าเจ้าหล่อนกำลังตั้งครรภ์ คุณหมอจึงสั่งให้ตรวจสุขภาพอย่างละเอียดฝ่ายโรสทันทีที่รับรู้ข่าวร้ายก็เป็นลมล้มพับไป ราเชนก็ตัวชา ทำอะไรไม่ถูก ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับลูกชาย กว่าจะตั้งสติได้ก็ร่วมสิบนาที ก่อนที่ทั้งสองจะรีบมายังโรงพยาบาล“เจ้ากิจ เจ้ารามันเป็นยังไงบ้างลูก” โรสร้องถามเสียงสั่นเจือสะอื้น พวงแก้มเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา หัวใจของคนเป็นแม่แทบหยุดเต้น จะมีอะไรทำให้ทุกข์ใจไปกว่าลูกเกิดปัญหา โดยราเชนต้องคอยช่วยประคองไว้ เพราะรู้ว่าภรรยานั้นไร้แรงจะหยัดยืน“พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่อาการยังไม่สู้ดี”“มันเกิดขึ้นได้ยังไง เจ้ากิจ บอกแม่ซิ”“ทางตำรวจบอกว่าเป็นการลอบทำร้ายครับ ไม่ใช่อุบัติเหตุ” แค่ได้ยินสิ่งที่หลานชายบอก โรสก็เป็นลมพับไปอีกหน เรียกความตกใจให้กิจและราเชน
กิจอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่นานกว่าจะตัดสินใจบอก“คุณช้องนางทำใจดีๆ ก่อนนะครับ อย่างเพิ่งตกใจสิ่งที่ผมบอกคือ…ไอ้รามันประสบอุบัติเหตุครับ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาลในตัวเมือง”คนรอฟังคำตอบตัวชา คำพูดของกิจสะท้อนเข้าไปในหัวใจ ราวกับว่ามันคือใบมีดคมกริบที่มาทิ่มแทงสักสิบยี่สิบครั้งให้หัวใจเป็นรูพรุน ทรมานจนแทบจะหยุดหายใจ แล้วปล่อยโฮออกมาสุดเสียง“ฮือๆ เขาเป็นอะไรมากไหมคะ นางจะไปหาเขาค่ะ” เธอร้องบอกปากคอสั่น น้ำตาใสไหลอาบแก้ม พลันลุกขึ้นอย่างเร็ว หวังที่จะไปหา แต่ทว่าก็ต้องเซเพราะเกิดอาการหน้ามืดขึ้นมา“ว้าย!! หนูนาง” ป้าชราร้องด้วยตกใจ รีบถลาเข้าไปดูอาการ แล้วต้องเอื้อนเอ่ยเพื่อปลอบประโลม“คุณรามันไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ เชื่อป้า คนดีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ใช่ไหมคะคุณกิจ” ใบหน้าเหี่ยวย่นไปตามวัยรีบหันมาหาหมอหนุ่มเพื่อเพิ่มความมั่นใจ แต่ทว่ากิจเลือกที่จะเงียบ เพราะมันไม่เป็นแบบนั้น“ทำไมถึงเงียบล่ะคะ ตอบป้าสิคะคุณกิจ”“อาการของมันไม่ดีสักเท่าไรครับ” เขาเลือกที่จะตอบตามความจริง เพราะอย่างไรแล้วคนทั้งสองก็ต้องรู้อยู่ดี ตอนนี้คุณหมอกำลังพยายามยื้อชีวิตอยู่“พานางไปหาคุณรามันหน่อยนะคะ นางจะไปหาเขา ฮือๆๆ นา
“นางก็อยากให้เขาเจอเรื่องดีๆ บ้าง แต่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะทำให้เขาดีใจหรือเสียใจ” เมื่อได้ยินหัวใจดวงน้อยก็เต้นระส่ำ น้ำตาคลอ แววตาเปล่งประกายดีใจ นึกอยากให้เป็นอย่างที่ป้าน้อยบอก แต่พอนึกว่าชายหนุ่มไม่เคยเอ่ยเรื่องลูกกับตนเองเลยสักครั้ง สีหน้าและแววตาของช้องนางก็แปรเปลี่ยนเป็นอมทุกข์“ทำไมคิดแบบนั้นล่ะคะหนูนาง คุณรามันก็ต้องดีใจสิคะที่กำลังจะมีลูก หนูนางไม่ต้องกังวลนะคะ คุณรามันก็ฟอร์มจัดปากแข็งไปแบบนั้นล่ะค่ะ ป้าว่าหนูนางกินข้าวก่อนดีกว่านะคะจะได้มีแรง”“นางก็ภาวนาให้เขาดีใจไม่ใช่เสียใจ” เธอบอกเสียงเจือสะอื้น กลัวว่าเขาจะไม่ต้องการลูก ก่อนจะลงมือรับประทานอาหารเพื่อเพิ่มพลัง พอกินเสร็จไม่นาน บานประตูก็ถูกเปิดออก“เป็นไงบ้างครับ ไอ้รามันโทรบอกผมให้รีบมาดูอาการของคุณนาง รู้สึกดีขึ้นบางหรือยังครับ” กิจเอ่ยถามพลางส่งยิ้มให้ช้องนางและป้าน้อย ก่อนวางกระเป๋าอุปกรณ์ลงข้างๆ ตัว“ดีขึ้นแล้วค่ะ”“งั้นป้าไปรอข้างนอกนะคะ” พูดจบป้าน้อยก็ยกถาดอาหารออกไป แต่ก่อนจะออกไปก็หันมาส่งยิ้มให้กำลังใจกับหญิงสาว และภาวนาให้เป็นข่าวดีเมื่อป้าน้อยออกไป หมอกิจก็เริ่มตรวจ โดยรู้อาการคร่าวๆ จากเพื่อนรัก และตนก็มีข
เช้าวันรุ่งขึ้นเสียงอาเจียนที่ดังเล็ดลอดออกมาจากในห้องน้ำ ทำให้รามันรีบเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน ก้าวฉับๆ ตรงไปยังต้นเสียง“อาเจียนอีกแล้วเหรอช้องนาง ทำไมอาเจียนมากขนาดนี้” เขาถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยปนไม่พอใจ ก็เดี๋ยวนี้เจ้าหล่อนนั้นป่วยบ่อย แถมพอบอกว่าจะพาไปหาหมอก็ไม่ยอม เจ้าหล่อนไม่รู้บ้างหรืออย่างไรว่าเขานั้นเป็นห่วง เห็นช้องนางป่วยทีไรหัวใจมันเจ็บตื้อๆ ทุกที พลอยทำให้ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร นอกจากเฝ้าดู พลันเข้าไปช่วยลูบหลัง ซึ่งใบหน้าหญิงสาวนั้นซีดเซียวไร้สีเลือดคนถูกถามส่ายหน้าเป็นคำตอบ เพราะหล่อนไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ทำไมถึงอาเจียนขนาดนี้ แถมยังรู้สึกมึนหัวไปหมด ก่อนจะหันไปโก่งคออาเจียนอีกครั้ง ฝ่ายรามันก็คอยลูบหลังให้อย่างสงสาร เมื่อเห็นหญิงสาวอาเจียนจนตัวโยน“ทำไมถึงไม่รู้ ตัวของตัวเองจะไม่รู้ได้ไงว่าเป็นอะไรฮึ” เขาถามเสียงดุ ไม่พอใจในคำตอบและโมโหที่เจ้าหล่อนชอบใส่ใจแต่คนอื่น จนลืมใส่ใจตัวเอง ก่อนช้อนร่างเล็กที่แทบจะทรงตัวไม่อยู่ไปที่เตียง เพื่อให้เธอได้พักผ่อน พลันส่งสายตาดุให้เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าจะลุกขึ้น“วันนี้นอนพักเลยนะ ห้ามออกไปช่วยคนงาน แล้วเดี๋ยวฉันจะตามไอ้กิจให
“มีคนลอบวางเพลิงไร่ของผมหรือครับ”“ครับ ทางเราตรวจพบถังแกลลอนน้ำมัน กับไฟแช็กครับ และจากการให้ปากคำของลูกน้องคุณที่ให้การว่าเห็นคนแปลกหน้ามาด้อมๆ มองๆ และแอบเข้ามาในไร่ ทางเราคิดว่าน่าจะเป็นอย่างที่เราสันนิษฐานกันครับ ทางเราจะติดตามหาตัวคนลอบวางเพลิงมาให้ได้เร็วที่สุดครับ คุณรามันไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ” ตำรวจนายหนึ่งเอ่ย“ครับ ผมขอบคุณมากๆ ครับ ยังไงก็ฝากด้วยนะครับ”เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไปแล้ว รามันจ้องมองไร่ส้มที่ถูกเผาจนวอดด้วยสายตาเศร้าหมอง ไม่นานก็แปรเปลี่ยนเป็นครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ทำไมเหตุการณ์ร้ายๆ มันช่างเกิดประจวบเหมาะกันขนาดนี่ ทั้งข่าวโจมตีฟาร์มโคนม ทั้งไร่ส้มที่ถูกลอบวางเพลิง เขาว่าสองเรื่องนี้มันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังและเชื่อมโยงกันเป็นแน่เหงื่อไคลท่วมทั้งตัวและใบหน้า แต่ทุกคนในไร่อิศวรเวชยังคงช่วยกันทำงานต่อ ไม่มีใครปริปากบ่นสักคำ ต่างทำงานด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้ว่าหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา พวกเขาจะต้องทำงานหนักมากขึ้นเป็นสองเท่า เพราะทั้งเก็บผลผลิต ทั้งปรับปรุงดิน และลงต้นกล้าส้มใหม่ทดแทนต้นที่ถูกไฟไหม้ไป เพราะไร่ส้มแห่งนี้คือบ้านของพวกเขา“ทุกคน วันนี้พอเท่านี้ละครั
“ฉัน…ฉันขอโทษ” เขาเอ่ยเสียงสั่น หัวใจแกร่งเจ็บราวถูกบีบ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมีอิทธิพลต่อหัวใจถึงขนาดนี้ ก่อนจะช้อนร่างเล็กไปที่เตียงนอน เมื่อถูกวางลงช้องนางรีบหันหลังหนีทันที หล่อนไม่อยากจะมองหน้าคม ยิ่งมองก็ยิ่งเจ็บรามันทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนอนนุ่มเช่นกัน ดึงหญิงสาวให้กลับมาเผชิญหน้า พอเห็นเจ้าหล่อนหันหนีก็ไม่อาจทนได้ มันเหมือนว่าเขากำลังขาดอากาศหายใจ รู้สึกใจหายวาบ จึงต้องดึงเจ้าหล่อนเข้ามากกกอด ช้องนางพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะสู้ ในที่สุดก็ยอมให้รามันกอดช้องนางยังคงไม่เลิกสะอื้นถึงแม้ว่าจะน้อยลงไปกว่าเดิม แต่ไหล่บางก็โยกขึ้นลง รามันไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะพูดไม่ออก ไม่รู้จะถ่ายทอดความรู้สึกที่มันอึดอัดนี้ไปอย่างไร ทำได้แต่กกกอดช้องนางเอาไว้“คุณไม่รักนางบ้างเลยหรือคะ” เธอร้องถามเสียงสะอื้น หัวใจดวงน้อยอยากรู้สิ่งนี้มากที่สุด พร้อมแหงนหน้าขึ้นมองคนนิ่งไม่ยอมตอบ ริมฝีปากบางเม้มแน่นเมื่อเห็นท่าทีเงียบเฉยนั้น สีหน้าเจื่อนลงแล้วหลับตาแน่นปล่อยให้ความเงียบคือคำตอบที่บาดลึกลงไปในจิตใจชายหนุ่มไม่รู้ว่าจะตอบคำถามว่าอย่างไร เขารักเจ้าหล่อนไหม เขาเองก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีอย
“นางทำอะไรให้คุณลำบากใจคะ ถ้าเป็นเรื่องแต่งงาน นางขอโทษ แต่นางจำเป็นที่ต้องแต่งงานกับคุณ นางต้องเอา...” ไม่ทันที่ถ้อยคำจะถูกถ่ายทอดออกมาหมด เสียงห้วนอันเย้ยหยันก็เอ่ยขัดขึ้นมา“จำเป็นหรือว่าหิวเงินกันแน่ ผู้หญิงที่แต่งงานได้เพื่อเงินอย่างเธอ มันน่าขยะแขยงที่สุด จำใส่กะโหล
“อย่าไปสนเลยครับ ก็แค่ผู้หญิงหิวเงินคนหนึ่ง ยังไงก็ฝากดูด้วยนะครับ ผมขอไปดูที่ไร่ส้มก่อน” พูดจบ รามันก็เดินจากไป ปล่อยให้ลุงชอบงงงวยกับเรื่องทั้งหมดเมื่อรถจี๊ปถูกขับออกไป ลุงชอบก็หันมาหาคนงานใหม่ที่มีดีกรีเป็นถึงภรรยาเจ้าของไร่ แววตาคมนั้นสงสัยและไม่เข้าใจในหลายๆ เรื่อง แต่ก็เลือกที่จะเก็บความสงสั
เมื่อรอแล้วรออีกก็ไม่มีวี่แววว่าช้องนางจะออกมา รามันจึงเดินปึงปังเข้ามาในห้อง กวาดสายตามองหา เมื่อไม่พบก็ตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำพร้อมกับผลักประตูให้เปิดออกอย่างแรง ริมฝีปากหนากำลังจะอ้าออกเพื่อเอ่ยต่อว่า แต่ก็ต้องอ้าค้าง เพราะตอนนี้ร่างกายของช้องนางนั้นมีเพียงบราเซียร์สีสวยและซับในตัวจิ๋วเท่านั้นภาพตร
“ได้ยินฉันถามหรือเปล่า ช้องนาง” เขากดตะคอกถามซ้ำช้องนางพยักหน้าตอบและนั่งก้มหน้างุดแบบเดิม ก่อนจะส่ายหน้าออกมาอีกครั้ง เมื่อเขาถามคำถามเก่า ทำให้รามันยิ่งโมโห เพราะคิดว่าเจ้าหล่อนไม่สนใจในสิ่งที่ตนถาม ที่สำคัญเขาไม่ชอบคนที่ถามแล้วไม่ตอบ มือร้อนกระชากแขนเล็กแล้วออกแรงบีบจนช้องนางร้องลั่นเพราะความเจ