แชร์

ของ(ตาย)มาเฟีย
ของ(ตาย)มาเฟีย
ผู้แต่ง: Story ปลายตะวัน

บทที่ 1

ผู้เขียน: Story ปลายตะวัน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-24 02:01:21

ณ บ้านเช่าหลังเล็ก

[เวลา 06.00 น.]

ในห้องนอนบนชั้นสองของบ้านไม้เก่า ๆ แสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้าลอดผ่านช่องว่างของหน้าต่างไม้เข้ามา ดวงตาคู่สวยกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับหาแสงสักครู่

“อือ…ตื่นก่อนนาฬิกาปลุกอีกแล้วเหรอ“ เธอเอ่ยพึมพำพลางบิดขี้เกียจไปมาอยู่บนเตียง ’ชีวิตเจ้ากรรมตื่นก่อนนาฬิกาทุกวัน’ เอวา ลลิตา ปัญญายิ่งทรัพย์ อายุ 25 ปี พริตตี้สาวสวยตัวท็อปของวงการ ตื่นแต่เช้าเพื่อที่จะอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงานอย่างเช่นทุกวันเธอบิดขี้เกียจไปมาบนเตียงก่อนจะรีบลุกออกจากเตียงเดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ในห้องนอน ร่างบางยืนเปลือยเปล่าอยู่ใต้ฝักบัวฮัมเพลงอย่างมีความสุข ผิวพรรณขาวนวลพอกด้วยฟองสบู่กลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งห้องน้ำขนาดเล็ก

“อ๊ะ! เจ็บหน้าอกจังประจำเดือนจะมาเหรอ” เธอร้องออกมาเสียงหลงขณะที่ลูบไล้ฟองสบู่ที่หน้าอกอวบใบหน้าสวยยู่หน้าลงเล็กน้อยด้วยความรู้สึกเจ็บ

“อื้อ! จริง ๆ ด้วยทำแต่งานจนลืมวันที่ประจำเดือนมาเลยเหรอนี่” เธอร้องเสียงหลงออกมาอีกครั้งเมื่อก้มลงมองเรียวขาขาวที่มีเลือดสีแดงไหลลงมาเป็นทางยาว เอวาถึงแม้ว่าจะตัวเล็กตัวน้อยแต่เธอก็อึดมากรับงานตลอดไม่เคยมีวันหยุดเลยสักวัน ความขยันอยู่คู่กับเธอเหมือนเงาตามตัวมาตั้งแต่อายุ 15 ปี หลังจากแม่จากไปด้วยโรคมะเร็งเมื่อ 10 ปีก่อนเธอก็ต้องทำงานไปด้วย เรียนไปด้วยแบบนี้ตลอดเพื่อช่วยพ่อหาเงินมาใช้จ่ายภายในบ้านและส่งเสียตัวเองเรียนจนจบปริญญาตรีอย่างที่เธอใฝ่ฝันเอาไว้

“เฮ้ย! เบื่อจังทำไมต้องมาวันนี้ด้วยนะ” เอวาบ่นพึมพำก่อนจะรีบล้างตัว มือบางหยิบผ้าขนหนูสีขาวสะอาดมาเช็ดตัว 20 นาทีผ่านไปร่างบางในชุดเดรสสีขาวยืนหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่หน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง เธอหยิบเครื่องสำอางแบรนด์ดังที่ต้องเจียดเงินจากค่าตัวมาเก็บหอมรอบริบซื้อเครื่องสำอางไว้แต่งหน้า อาชีพพริตตี้เครื่องสำอางก็เปรียบเหมือนกับอาวุธ โชคยังดีที่เธอมีหุ่นและผิวพรรณที่ดีมาแต่กำเนิดเลยไม่ต้องมานั่งเสียเงินกับเรื่องพวกนี้

“เรียบร้อย! วันนี้ต้องสวย เพราะงานแรกเงินค่าตัวหลักหมื่น สามงานวันนี้ฉันจะไหวไหม” เอวาหยิบน้ำหอมกลิ่นประจำขึ้นมาฉีดเป็นขั้นตอนสุดท้าย เธอมองตัวเองในกระจกอีกครั้งด้วยความภูมิใจ แม้ร่างกายจะอ่อนเพลียจากการทำงานหนักสะสม และความรู้สึกหน่วงท้องที่เริ่มทวีคูณขึ้น แต่ใบหน้าสวยหวานกลับถูกฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเมื่อคิดไปถึงเงินค่าตัวที่จะได้รับวันนี้ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้เดินไปหยิบยาแก้ปวดประจำเดือนผ้าอนามัยสำรองใส่ไว้ในกระเป๋า เธอก้าวลงจากชั้นสองของบ้าน เสียงไม้กระดานลั่นเอี๊ยดอ๊าด! ตามอายุการใช้งาน กลิ่นกาแฟจาง ๆ ลอยมาจากในครัวทำให้เธอรู้ว่าพ่อของเธอคงตื่นมาเตรียมตัวออกไปขับรถรับจ้างเหมือนทุกวัน

“พ่อเอวาไปก่อนนะ วันนี้เลิกดึกหน่อยนะคะ” เธอตะโกนบอกพลางสวมรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมมือสองที่เธอดูแลรักษาอย่างดี คมเดชทำเพียงปรายตามองลูกสาวเดินออกจากบ้านไปเงียบ ๆ ความสัมพันธ์ของสองพ่อลูกไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แต่ทว่า ครืด! ครืด! ครืด! เสียงมือถือกลางเก่ากลางใหม่ของคมเดชในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้น เขาล้วงมันออกมาดูมือไม้สั่นเทาเมื่อเห็นสายที่โทรเข้ามาตั้งแต่เช้าตรู่ ก่อนที่คมเดชจะตัดสินใจกดรับสาย

”เจ้าหนี้…“

“สะ สวัสดีครับพี่”

“วันนี้มึงมีนัดกับเจ้านายกู อย่าลืม!” เสียงคนในสายเอ่ยบอกเสียงเรียบแต่แฝงไว้ซึ่งความดุดันน่าเกรงขาม คมเดชกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

“ครับ ครับ ผมไม่ลืม” ก่อนที่เขาจะตบปากรับคำ กาแฟร้อน ๆ อีกครึ่งแก้วกลายเป็นของแสลงจนเขากินมันต่อไม่ลง คมเดชลุกออกจากเก้าอี้เดินไปหยิบกุญแจรถ แท็กซี่เขียวเหลืองขับออกจากหน้าบ้านไปด้วยความรวดเร็ว

“ห้าหมื่นกูจะไปหาจากที่ไหนได้วะ แม่งเอ๊ย!” ปัก! คมเดชตบพวงมาลัยรถอย่างแรงและสบถออกมาอย่างหัวเสีย วันนี้จะต้องจ่ายดอกเงินกู้ห้าหมื่นบาทเพราะเขาไม่มีจ่ายเลยผัดวันประกันพรุ่งมาร่วมสองเดือนแล้ว ช่วงนี้ขับแท็กซี่ก็ค่อนข้างยากรายได้ลดน้อยลงทุกวัน ไม่เหมือนแต่ก่อนที่มีลูกค้าตลอดรถแทบไม่ได้จอดพัก ดวงตาที่เริ่มเหี่ยวย่นกวาดสายตามองหาลูกค้าเที่ยวแรกแต่ก็ว่างเปล่า

ทางด้านเอวา หลังจากที่ฝ่ารถติดมาถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางเมือง เธอก็รีบวิ่งตรงไปยังสถานที่นัดหมาย

“เอวาทางนี้!” ชมพูเอ่ยเรียกเพื่อนเสียงดัง

“ชมพูมานานแล้วเหรอ รถติดมากเลยอะ”

“เพิ่งมาถึงเหมือนกัน เอานี่ซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งมาฝาก” ชมพูเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเอวา ทั้งสองคบกันมาตั้งแต่เรียนจนเรียนจบพากันหางานทำสู้ชีวิตพอกัน

“ขอบใจนะ เดี๋ยวเลี้ยงข้าวคืน”

“อืม ไปเถอะรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน”

“อิจฉาชมพูจังเลยบ้านอยู่ในเมืองมาทำงานง่าย กลับง่ายสะดวกไปหมด เราสิบ้านก็ไกล รถก็ติดแค่คิดก็เหนื่อยแล้วอะ”

“ย้ายออกมาอยู่หอสิ ถูก ๆ แบบอยู่คนเดียวเอาไว้นอนพักหยุดงานค่อยกลับบ้าน เราว่าถ้าคำนวนดี ๆ เวลาในการเดินทางกับค่ารถของเอวาจ่ายค่าเช่าหอได้แล้วนะ” ชมพูเอ่ยขึ้น เพื่อนเดินทางค่อนข้างไกลถ้านั่งรถประจำทางก็หลายต่อ ขึ้นแท็กซี่ก็หลายบาท สู้เก็บรวบรวมค่ารถมาเป็นค่าเช่าจะดีกว่าแถมประหยัดเวลาด้วย

“เราเป็นห่วงพ่อน่ะสิ ถึงความสัมพันธ์ของเรากับพ่อจะไม่ค่อยดี แต่เขาก็เหลือเราแค่คนเดียว” ชมพูเงียบไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้นของเพื่อน ทั้งสองเดินมายังห้องแต่งตัวที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้

“มากันแล้วเหรอ มาเร็วตลอดเลยสองคน” เสียงของโมเดลลิ่งคนสนิทเอ่ยทักสองสาวอย่างเป็นกันเอง

“พี่เกดสวัสดีค่ะ” ทั้งสองไม่ลืมที่จะยกมือไหว้อย่างมีมารยาท

“จ้า แต่เอ๊ะ! น้องเอวาวันนี้ทำไมหน้าซีดๆ” พี่เกดเอ่ยขึ้นทำให้ชมพูเองก็ต้องหันไปมองหน้าเพื่อน

“ใช่ เอวาไม่สบายหรือเปล่าทำไมหน้าซีดจัง”

“แค่ปวดท้องประจำเดือนนิดหน่อยนะ”

“อ้าว งั้นกินหมูปิ้งสิมียาไหม” ชมพูเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

“เราเอายามา”

“งั้นน้องเอวากินอะไรรองท้องก่อนจะได้กินยาเหลือเวลาอีกเยอะกว่างานจะเริ่ม” พี่เกดก้มลงไปมองนาฬิกาข้อมือและเอ่ยบอกเธอค่อนข้างชอบสองสาวที่เป็นคนง่าย ๆ ไม่งอแง ไม่เรื่องเยอะอย่างคนอื่น ๆ ทั้งสองเลยอยู่ในอาชีพนี้ได้นานจากพริตตี้หางแถวขึ้นมาเป็นตัวท็อปและที่สำคัญทั้งสองไม่เลือกงานรับหมดทุกอย่างจะงานถูกงานแพงไม่เคยเกี่ยงทั้งที่เอวามีค่าตัวสูงถึงหลักแสนบาทงานพันงานหมื่นเธอก็ไม่เคยปฏิเสธเลย เอวานั่งกินหมูปิ้งที่เพื่อนซื้อมาฝากเงียบ ๆ

“รีบกินเถอะ เดี๋ยวพี่ช่วยแต่งหน้ากลบความซีดให้ รับรองออกมาสวยพริ้ง” พี่เกดตบไหล่เอวาเบาๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะหันไปเตรียมเครื่องสำอางรอ

เธอฝืนยิ้มขอบคุณพลางเคี้ยวข้าวเหนียวหมูปิ้งในมือ แม้จะรู้สึกพะอืดพะอมจากอาการปวดมวนในท้องที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น แต่เธอก็ต้องบังคับตัวเองให้กินเข้าไปเพื่อรองท้องสำหรับยาแก้ปวดที่เตรียมมา

“ใส่ชุดนี้เหรอคะพี่เกด” ชมพูหยิบชุดจากราวหันมาถามโมเดลลิ่ง

“ใช่จ๊ะ! เจ้าของงานเขาขอสีนี้มานะหายากมาก”

“แดงได้ใจจริงๆ ค่ะพี่เกด” ชมพูอุทานพลางลูบเนื้อผ้า ชุดราตรีสั้นสีแดงเพลิง ตัดเย็บด้วยผ้าซาตินเนื้อดีที่เล่นกับแสงไฟ เสริมความเซ็กซี่ด้วยดีไซน์แหวกหน้าขาและโชว์แผ่นหลังกว้าง

“พี่ถึงบอกไงสีหายากมาก ส่งให้ลูกค้าดูหลายชุด หลายแดงมากจนมาจบที่ชุดนี้สีแดงแจ๊ดนี่” พี่เกดส่ายหัวไปมากับความเรื่องเยอะของเจ้าของงาน เธอหาชุดอยู่ร่วมสองอาทิตย์กว่าจะได้อย่างที่ลูกค้าต้องการ

“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” ชมพูเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

“ใช่สิ พี่ละเหนื่อย”

เอวานั่งกินหมูปิ้งฟังทั้งสองคุยกันเงียบๆ ทันทีที่เอวากินยาเสร็จสองสาวก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า

“ชุดรัดมาก อึดอัดจังวันนี้แกว่าฉันท้องป่องไหม” เอวาหันไปให้เพื่อนช่วยดูอาการปวดท้องก็ยังไม่หายแถมเหมือนจะท้องอืดขึ้นมาซะงั้น

“นิดนึงอะ แต่ไม่น่าเกลียดนะแกไหวไหม” ชมพูถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

“ไหวสิ แค่นี้สบายไปเถอะ“ เธอรู้สึกเหมือนอาหารที่เพิ่งทานเข้าไปกำลังจะตีกลับขึ้นมาที่ลำคอ แต่เธอก็พยายามกลืนมันลงไปและฝืนยิ้มเพราะไม่อยากให้เพื่อนและพี่เกดต้องเป็นห่วง

เอวาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามแขม่วพุงเพื่อให้ซิปที่รัดตึงดูเรียบเนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งสองเดินกลับออกมาหาพี่เกดที่เตรียมอุปกรณ์แต่งหน้าไว้พร้อมสแตนด์บาย

“โอ้โห! สวยฟาดมากลูกสาวพี่ สีนี้ขับผิวสุดๆ ไปเลยเอวา” พี่เกดตาโตเมื่อเห็นเอวาในชุดสีแดงเพลิง ก่อนจะจับร่างบางให้นั่งลงบนเก้าอี้

เธอลงมือสะบัดแปรงด้วยความชำนาญ พรางรอยคล้ำใต้ตาและแต่งแต้มใบหน้าของเอวาให้ดูโฉบเฉี่ยว ทรงพลังจนดูไม่ออกเลยว่าเจ้าตัวกำลังกัดฟันสู้กับอาการปวดมวนในท้องที่เริ่มบีบตัวแรงขึ้นเป็นระยะๆ

“วันนี้แขก VIP เยอะนะ โดยเฉพาะบอสใหญ่เจ้าของงานค่อนข้างเนี้ยบ ดูท่าจะเอาใจยากระหว่างรอก็อ่านรายละเอียดของงานไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวพี่จะออกไปดูด้านนอกว่าเขาจะเริ่มกันหรือยัง“ พี่เกดส่งรายละเอียดของโครงการคอนโดหรูให้สองสาวอ่าน

“โห! เริ่มต้นห้องละร้อยล้าน!!” ชมพูเบิกตากว้างหลังจากเห็นราคาเริ่มต้นของคอนโดหรู

“อยากมีแบบนี้สักห้องจังเราทำงานจนตายก็ไม่รู้จะพอค่าคอนโดนี้ไหม” เอวามองภาพคอนโดในมือยิ้ม ๆ ความฝันอยากมีบ้าน อยากมีรถ มีชีวิตที่ดีที่เธอฝันเอาไว้ตลอด เธออยากหลุดพ้นจากความจนที่คนเขาพูดกันว่า ความจนมันน่ากลัว มันคือเรื่องจริงเพราะเธอสัมผัสความน่ากลัวนั้นมาแล้ว

“จริงแกถ้ามีสักห้องนะ ฉันจะนอนทั้งวันไม่ทำอะไรเลย” ชมพูสมทบพลางหัวเราะเบาๆ เพื่อคลายความเครียด แต่เอวาทำได้เพียงยิ้มบางๆ มือหนึ่งยังคงลูบหน้าท้องที่ปั่นป่วน สายตากวาดมองรูปภาพส่วนกลางของคอนโดหรูที่มีทั้งสระว่ายน้ำลอยฟ้าและเลานจ์ระดับพรีเมียม ห้องนอนสุดหรูดูสวยหรูสมราคามากเหลือเกิน

“แต่ก็นั่นแหละคนระดับเรา แค่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้านให้ครบทุกเดือน ไม่โดนไล่ออกก็บุญแล้ว” เอวาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ความขมขื่นแล่นขึ้นมาจุกที่อกชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะรีบปัดมันทิ้งไปเมื่อเห็นพี่เกดกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับเข้ามาในห้องแต่งตัวด้วยท่าทางตื่นเต้น

“พร้อมกันไหม น้องเอวาไหวแน่นะ“

”ไหวค่ะ สบายมาก“

“จ๊ะ งั้นไปเถอะชั่วโมงนึงแป๊บเดียวเสร็จแล้วจะได้ไปหาที่พักเตรียมตัวไปงานที่สองกันต่อ” สองสาวเดินออกจากห้องแต่งตัวด้วยท่าทีสง่า จนมาถึงหน้างาน

“คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย มีแต่นักธุรกิจ ดาราคนดังทั้งนั้นเลย“ ชมพูเอ่ยขึ้นในขณะที่ยืนรอคิวอยู่ข้างเวที โดยบนเวทีมีพิธีกำลังกล่าวเปิดงาน

[พิธีกร] ลำดับต่อไป ขอเรียนเชิญเจ้าของโครงการผู้สร้างสรรค์นิยามใหม่ของที่อยู่อาศัยระดับเวิลด์คลาส ขึ้นกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการขอเสียงปรบมือให้กับ คุณอาเธอร์ คิมสันยัง ครับ!

เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วทั้งลานกิจกรรมร่างสูงของหนุ่มลูกครึ่งไทย อิตาลีในชุดสูทสีดำถูกตัดเย็บมาอย่างประณีต เนี้ยบไปทุกระเบียบนิ้วเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยท่วงท่าที่สง่างามแต่ทรงอำนาจ ใบหน้าคมคายดูเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับดูดุดันจนคนมองแทบไม่กล้าสบตา เขากวาดสายตามองไปรอบงานเพียงครู่เดียว ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางในชุดแดงเพลิงที่ยืนสแตนด์บายอยู่ข้างเวที กระทั่งการกล่าวเปิดงานก็จบลงเป็นหน้าที่ของสองสาวที่จะต้องขึ้นไปมอบดอกไม้และถ่ายภาพร่วมกันก่อนจะลงไปยังบริเวณจัดงานด้านล่างเวที

ร่างบางของสองสาวไปยืนขนาบข้างชายหนุ่มเจ้าของงาน

“คุณอาเธอร์ยิ้มหน่อยนะครับ” เสียงตากล้องตะโกนขึ้นมาจากด้านล่าง แสงแฟลชสว่างวาบไปทั่วทั้งงานจนตาพร่ามัว เอวาพยายามเหยียดแผ่นหลังให้ตรงที่สุดท่ามกลางความรู้สึกรัดตึงของชุดราตรีสีแดงที่เริ่มบีบรัดช่วงหน้าท้องที่กำลังประท้วงอย่างหนัก เธอฉีกยิ้มหวานที่ฝึกฝนมาอย่างดี ส่งสายตาให้กล้องแต่ละตัวอย่างเป็นมืออาชีพ

แต่แล้วจังหวะหนึ่งที่ อาเธอร์ หันมาสบตากับเธอเพื่อร่วมเฟรมถ่ายรูป แววตาคมกริบสีสนิมของเขากลับดูนิ่งลึกจนน่าขนลุก เขาไม่ได้ยิ้มตอบพริตตี้สาวเหมือนที่แขกคนอื่นทำ แต่กลับปรายตาไล่มองตั้งแต่ใบหน้าสวยที่ถูกแต่งแต้มจนคมเข้ม ไปจนถึงปลายนิ้วมือของเอวาที่จิกเกร็งอยู่ข้างลำตัว เอวายืนนิ่งราวกับโดนกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเธอรีบหลบสายตาดุดันคู่นั้นหันไปมองกล้อง เท้าเรียวถอยห่างเขาเล็กน้อยในใจได้แต่คิดว่า ‘คนอะไรหน้าตาก็ดีแต่สายตาน่ากลัวมาก’
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 50

    “ขออนุญาตครับนาย” ร่างหนาก้มหน้าให้เจ้านายที่นั่งอยู่ในรถหนึ่งทีผ่านประตูรถที่ปิดกั้นเอาไว้ ก่อนจะเดินตรงไปยังกลุ่มคนกลุ่มนั้น สายตาจับจ้องไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์หน้าบ่อนด้วยความรู้สึกไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ภาพของเอวาที่ยืนกำด้ามไม้กวาดแน่นจนนิ้วขาวซีด ใบหน้าสวยหวานที่บัดนี้ไร้สีเลือด สั่นระริกตามแรงส

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 49

    หลังจากฝืนกินข้าวชดเชยพลังงานที่สูญเสียไปพร้อมกับทานยาตามที่ป้าจันจัดไว้ให้ เอวาก็จัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดแม่บ้านที่ป้าจันไปหยิบมาให้ใหม่ มันเป็นชุดฟอร์มเรียบร้อยมิดชิด ทว่าด้วยรูปร่างที่สมส่วน โค้งเว้าเด่นชัด ต่อให้เป็นชุดคุณป้าขาทรงกระบอกยาวเลยเข่า ก็ยังไม่อาจซ่อนความอรชรของเธอได้ทั้งหมด เอวาร

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 48

    "อุ๊ย!" เอวาสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้ตัวว่าถูกจ้องมองในจุดไหน เธอรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาไขว้ปิดหน้าอกหน้าใจของตัวเองไว้แน่น ใบหน้าที่เคยซีดเซียวกลับแดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความอับอาย "คุณมองอะไรคะ!" "มองความ 'พยายาม' ของเธอยังไงล่ะ" อาเธอร์ไม่เพียงไม่หลบสายตา แต่เขากลับขยับเข้าไปใกล้จนปลายรองเท้าหนังขั

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 47

    เสียงฝีเท้าของไซที่เดินห่างออกไปทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่หน้าห้อง แต่ในห้องพักเล็กๆ นั้น ความอบอุ่นระหว่างคนแปลกหน้าสองวัยกลับค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ป้าจันลูบหัวเอวาเบาๆ จนหญิงสาวเริ่มสงบสติอารมณ์ได้ ร่างเล็กที่ดูบอบบางเหลือเกินในสายตาป้าแม่บ้านค่อยๆ เอนกายลงนอนตามคำรบเร้า "นอนพักเถอะลูก เดี๋ยวป้าไปหา

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 46

    “ฮึก…หนูไม่อยากได้มันแล้วค่ะป้า หนูไม่อยากมีชีวิตแบบนี้อีกแล้ว พ่อไม่เคยรักหนูเลย พ่อรักแต่ตัวเอง พ่อทำทุกอย่างได้เพื่อตัวเอง เขาคงไม่เห็นหนูเป็นลูกแล้วใช่ไหมคะ” เอวาร้องไห้ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ เธอเอ่ยถามป้าแม่บ้านเสียงสะอื้นจนคนฟัง นั่งน้ำตาคลอเบ้าตาม "โธ่..อย่าพูดแบบนั้นสิลูก" ป้าแม่บ้านสะอื้

  • ของ(ตาย)มาเฟีย   บทที่ 45

    แอ๊ด... เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้นเบาๆ ดึงให้ไซที่ยืนกอดอกพิงผนังรออยู่หน้าห้องหันไปมอง แม่บ้านวัยกลางคนเดินออกมาพร้อมกับกะละมังน้ำและผ้าขนหนูในมือ สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด "เรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับป้า อาการเธอเป็นยังไงบ้าง" ไซเอ่ยถามเสียงเรียบ แม้ภายนอกจะดูนิ่งเฉยตามสไตล์บอด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status