Partager

บทที่2

last update Date de publication: 2025-11-05 21:02:18

บทที่2

หลังจากลงมือกระชากขวัญของสตรีไร้ยางอายเช่นคุณหนูรองหลัว หลัวเฟยเฟิ่งแล้ว หลีเซี่ยงหลิ่วก็ตรงมายังตำหนักหงส์ทองซึ่งนับจากนี้จะเป็นตำหนักที่พักอาศัยของหลัวเฟยเมี่ยวสตรีที่เขารักและจริงใจด้วยเพียงผู้เดียวจนกว่าเขาจะขึ้นเป็นฮ่องเต้แทนผู้เป็นบิดา เท้าแกร่งของบุรุษวัยเพิ่งเต็มยี่สิบสองก้าวมั่นคง ใบหน้ายิ้มแย้ม เขามีความสุขจนไม่ทันสังเกตรอบกายของตนเองว่ามีบางสิ่งผิดปกติไปมากอาจเป็นเพราะเขาคิดว่านี่คือที่ทางของตนเองจึงไม่ทันระวังตัวอันใดแม้แต่น้อย

และอาจเป็นเพราะเขากำลังมีความสุข จึงลืมระวังตัวไป ต่อให้ในอดีต หลีเซี่ยงหลิ่วจะผ่านความยากลำบากมามากแม้แต่กินอาหารบูดเน่าในตำหนักเย็นเขาก็ผ่านมาแล้ว แต่เมื่อสิบสี่หนาวก่อนผู้เป็นบิดาก็ยินยอมให้อภัยให้มารดาของเขาถึงแม้สุดท้ายจะสายไป ทว่าฮ่องเต้ก็ยังคืนฐานะให้กับเขาที่เป็นบุตรชายซึ่งกำเนิดจากสตรีอันเป็นที่รักอยู่ดี ชายหนุ่มนึกไปถึงครั้งแรกที่พบหน้าหลัวเฟยเมี่ยว

ในวันนั้นเขายังอายุเพียงสิบแปดหนาวส่วนอีกฝ่ายยังมีวัยเพียงสิบสี่หนาวเท่านั้น นางถูกคัดเลือกมาเป็นสหายร่วมศึกษาของ องค์หญิงหนิงเจียวน้องสาวต่างมารดาอีกผู้หนึ่งของเขา ในวันนั้นนางเอาร่างกายตนเองที่แสนจะบอบบางปกป้องลูกธนูให้กับเขาอย่างไม่กลัวตาย ดังนั้นแล้วนับจากมารดา หลัวเฟยเมี่ยวจึงเป็นสตรีผู้เดียวที่เขาสนิทใจจะคบหาพูดคุย จากเด็กสาวจนเมื่อนางเติบใหญ่เป็นสาวเต็มกายเมื่อหนึ่งหนาวก่อนเขาจึงมั่นใจว่ารักนางมากจนคิดตบแต่งนางมาเป็นภรรยาเอก

แต่เพราะหนึ่งหนาวก่อนท่านย่าของนางถึงแก่กรรมจึงมิอาจจัดงานมงคลได้ มิคาดพอนางออกจากทุกข์กลับมีอุปสรรคใหญ่เป็นพี่สาวต่างมารดาของนางที่ไม่ยอมหลีกทางออกเรือน แต่ยืนยันจะแต่งงานเข้ามาคู่กับน้องสาวให้จงได้ หลัวเฟยเฟิ่งผู้นั้นถึงกับบีบบังคับบิดาด้วยชีวิตของตนเองและน้องสาวคนเล็กกับมารดาเลี้ยงที่รักใคร่เอ็นดูนางดังมารดาโดยแท้ เขาฟังแล้วก็ให้ชิงชังสตรีไร้ยางอายผู้นั้นอย่างยิ่งดังนั้นราตรีนี้ที่สั่งสอนนางไปเช่นนั้นจึงไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย

สตรีมักใหญ่ใฝ่สูงเขาพบเจอมามาก อาจทั้งชีวิต จึงชิงชังรังเกียจอย่างยิ่ง โดยที่ไท่จื่อหนุ่มไม่ทราบเลยว่าทั้งหมดทั้งมวลเป็นคำโกหกของหลัวเฟยเมี่ยวทั้งสิ้น นางเพียงต้องการเรียกคะแนนสงสารจากชายหนุ่มผู้เป็นเป้าหมายเท่านั้นจึงสร้างเรื่องใส่ร้ายป้ายสีพี่สาวต่างมารดาโดยไม่รู้สึกผิด เพราะสำหรับนางแล้วเพื่อบุรุษที่ตนเองรักกับฐานะฮองเฮาที่นางใฝ่ฝันต่อให้หลัวเฟยเฟิ่งต้องสละชีวิต นางก็ไม่คิดเสียใจ!

"เมี่ยวเอ๋อร์ ข้ามาแล้ว"

ความรักที่รอมานานถึงสองหนาววันนี้สิ้นสุดลงแล้วและเขากำลังจะได้ร่วมหอกับสตรีอันเป็นที่รัก อันใดจะสุขใจไปมากกว่านี้หลีเซี่ยงหลิ่วยากจะยกมาเปรียบเทียบ ชายหนุ่มก้าวตรงไปหาสตรีโฉมงามในอาภรณ์สีแดงเจิดจรัส ปักด้วยลดลายของหงส์สีทองเรืองรอง ปกติหลัวเฟยเมี่ยวก็งดงามจนเขายากจะมองสิ่งอื่นหากมีนางนั่งอยู่ตรงหน้า วันนี้พอนางแต่งกายและแต่งหน้าเต็มพิธีการกลับยิ่งงดงามจนเขารู้สึกว่านางเป็นเทพเซียนมากกว่ามนุษย์เดินดินไปเลย

"เช่นนั้นเรามาดื่มสุรามงคลกันเถิดนะ"

หลัวเฟยเมี่ยวเฝ้ารอเวลานี้มานานแสนนาน นางต้องอดทนมาถึงสี่หนาว ก็เพื่อที่จะมาให้ถึงวันนี้ ทั้งที่รู้สึกอยากจะระเบิดอารมณ์ใส่บุรุษผู้นี้อยู่หลายครั้งแต่เพื่อคนที่นางรักและเลือกแล้ว หลัวเฟยเมี่ยวก็อดทนผ่านมันมาได้ ยังดีว่าอีกฝ่ายนับเป็นบุรุษรูปงามผู้หนึ่งนางจึงไม่ต้องฝืนใจจำทนเมื่อเขาสัมผัสร่างกายหรือกอดจูบไปจนลึกซึ้งมากกว่านั้น หากเขารูปชั่วตัวดำหรืออวบอ้วนเช่นคุณชายหรือเชื้อพระวงศ์บางคนนางคงยากจะทนมาได้นานถึงสี่หนาวเช่นนี้

"กรี๊ด!"

โครม! เพล้ง! ฟู่...

"???"

หลีเซี่ยงหลิ่วมองภาพจอกบรรจุสุราตกลงบนพื้นเพราะถูกบางสิ่งพุ่งเข้าชนมือของตนเองและหลัวเฟยเมี่ยวขณะที่กำลังจะยกขึ้นดื่ม ซึ่งเขาจะไม่ตกใจเลยหากว่าสุรานั้นเมื่อหกลงบนพื้นก็กลายเป็นควันพวยพุ่งขึ้นมาเป็นสาย พรมปูพื้นตรงบริเวณหน้าเตียงที่สุราถ้วยนั้นกระเด็นไปโดนเห็นได้ชัดเจนที่สุดว่าสุราจอกของเขาเองมีปัญหา ชายหนุ่มที่กำลังมีความสุขราวกับว่าตนกำลังก้าวขึ้นไปบนดินแดนเทพเซียนคล้ายกับถูกเท้าขนาดยักษ์ที่มองไม่เห็นถีบจนพลัดตกลงมาในหุบเหวที่ทั้งมืดมิดแล้วเหน็บหนาวในทันทีทันใด!

ปัง! โครม! ตุ๊บ!

"ไท่จื่อกระหม่อมพบนางอยู่ด้านนอกตำหนักพ่ะย่ะค่ะ"

องครักษ์นาม'จูอิน'ที่ปกติจะติดตามอยู่เบื้องหลังของหลีเซี่ยงหลิ่วเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับผลักร่างเล็กในอาภรณ์ของนางกำนัลชั้นปลายแถวลงไป นอนฟุบอยู่แทบเท้าแกร่งของผู้เป็นนายด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนที่ร่างเล็กดังกล่าวนั้นจะค่อยๆ ขยับใบหน้ามาให้หลีเซี่ยงหลิ่วได้พบเห็น

"หลัวเหลียงตี้"

เป็นฉงหลินที่เดินตรวจตราดูความเรียบร้อยโดยทั่วไปร้องอุทานนามของสาวน้อยคนดังกล่าวออกมาเป็นคนแรก ฝ่ายของคนที่ลงไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงได้แต่ร้องในใจว่าแย่แล้ว แย่แล้ว เพราะไป๋ลู่โดยแท้ที่พานางมาพบจุดพบเช่นนี้ แล้วเหลือบสายตาไปมองเจ้าแมวโง่ตัวพาซวยแล้วอยากบีบคอของมันนัก ที่ให้เข้านั้นมีตั้งมากเจ้าแมวตัวร้ายของน้องสาวนางกลับไม่พุ่งเข้าไปแต่ดันพุ่งเข้ามาในห้องหอที่มีพญายมเซี่ยงหลิ่วอยู่กับนางมารเฟยเมี่ยวเสียได้

ตุ๊บ!

"ไป๋ลู่!"

คราวนี้หลัวเฟยเฟิ่งตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้วพุ่งไปคว้าร่างของแมวน้อยตัวอ้วนกลมที่เป็นของต่างหน้าของนางสาวคนเล็กด้วยกิริยาลืมรักตัวกลัวตาย นั่นก็เพราะเจ้าแมวน้อยขึ้นไปบนโต๊ะอาหารแล้วไม่อาจทราบได้ว่ามันเป็นอันใดไป ซึ่งเพียงแค่รับร่างของไป๋ลู่เอามาอุ้มในอ้อมแขนคนที่เป็นท่านหมอเช่นนางจะไม่กระจ่างได้อย่างไรว่าแมวที่น้องสาวฝากเอาไว้ตายเสียแล้ว มันตายด้วยยาพิษ!

"ยาพิษ! อาหารบนโต๊ะมียาพิษ ไท่จื่อ ไท่จื่อเฟย ทรงเสวยไปแล้วหรือยังเพคะ?"

เสียใจที่แมวน้อยตายจากไปนั้นมากล้น แต่ชีวิตของน้องสาวกับน้องเขยก็สำคัญ นางที่เป็นหมอจึงหันไปสอบถามทั้งสองคนอย่างไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง และเพียงนางร้องออกไปเช่นนั้นทหารองครักษ์ก็พุ่งเขามาภายในห้องหอจนเต็มไปหมด แต่ที่จะตกใจก็คือทหารองครักษ์เหล่านั้นดูแล้วไม่น่าจะเป็นคนขององค์ไท่จื่อสักเพียงคนเดียว!

"พี่ใหญ่...หลีซือหลาง"

หลีเซี่ยงหลิ่วพึมพำนามของพี่ชายต่างมารดาออกมาแผ่วเบาราวกับคนละเมอเหม่อลอย เมื่อแลเห็นร่างสูงใหญ่ของบุรุษที่อายุมากกว่าเขาอยู่สามหนาวและเป็นพี่ชายที่ดีต่อเขามาโดยตลอด ผิดกับพี่รองและพี่สามที่คอยแต่จะรังแกเขาในวัยเด็กกับแก่งแย่งชิงดีชิ่งเด่นกับเขาเมื่อเติบใหญ่คนที่วางใจกลับร้ายที่สุดไปแล้วจริงๆ

ไท่จื่อระวัง!/ องค์ไท่จื่อระวัง!”

ขวับ! ฉึก!

จูอินกับฉงหลินร้องขึ้นมาพร้อมกันแต่ก็ยังช้ากว่ามีดสั้นในมือของหลัวเฟยเมี่ยวที่แทงเข้าตรงหน้าอกด้านซ้ายซึ่งเป็นจุดตายในร่างกายมนุษย์จนทะลุออกไปยังแผ่นหลังของหลีเซี่ยงหลิ่วเข้าเสียก่อนชายหนุ่มยังคงยื่นนิ่งงันอย่างไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือความจริง

"เมี่ยวเอ๋อร์! เหตุใดกัน?"

หลีเซี่ยงหลิ่วสำลักโลหิตออกมาคำใหญ่จากพิษของบาดแผลซึ่งถูกสตรีอันเป็นที่รักแทงเข้ามาสุดกำลังแล้วกระชากมีดสั้นเล่มนั้นออกไปทันที ก่อนจะเอ่ยปากถามสตรีที่กล้าแทงมีดเข้าสู่หัวใจของตนเองทั้งที่นางดูทั้งอ่อนแอและบอบบางถึงเพียงนั้น พลางเหลือบสายตาก็จับจ้องไปที่นางอย่างไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็นหลัวเฟยเมี่ยวจริงๆ หากเป็นหลัวเฟยเฟิ่งพี่สาวของนางเขาจะไม่แปลกใจหรือสงสัยเลย แต่นี่คือนาง...

คือนางที่ลงมือ ก่อนที่สุดท้ายหลีเซี่ยงหลิ่วจะกระจ่างเมื่อหลัวเฟยเมี่ยวนั้นก้าวเท้าเข้าไปสู่อ้อมแขนของผู้เป็นพี่ชายที่เขาวางใจและเคารพรักดังกับอีกฝ่ายคือพี่ชายร่วมมารดากับเขาเช่น'หลีซือหลาง'องชายใหญ่ที่กำเกิดจากเหวินกุ้ยเฟยที่แท้เขาโง่เขลาให้สองคนนี้ปั่นหัวหลอกลวงมาตลอด สายตาจึงค่อยเหลือบไปมองบนพื้น ตั้งแต่สุรามงคลถ้วยนั้นหลัวเฟยเมี่ยวก็ตั้งใจเอาชีวิตของเขาแล้ว

ไหนจะอาหารบนโต๊ะนั้นที่แมวสีขาวตัวน้อยซึ่งเขาพอจะจดจำได้ว่าหลัวเฟยเฟิ่งอุ้มมันตลอดยกเว้นตอนกราบไว้ฟ้าดินกับยกน้ำชาให้ฮ่องเต้และเหวินกุ้ยเฟยที่เป็นมารดาแท้ๆ ของหลีซือหลางคนชั่วเท่านั้นที่นางยอมให้แมวน้อยห่างกายนั้นกินแล้วตายแทนเขาไปแล้วอีกเล่าเพียงเท่านี้ชายหนุ่มก็พลันตาสว่างแล้วว่าตนเองถูกหลอกมาหลายหนาวเต็มทน

"เฟยเมี่ยว นี่เจ้าทำอันใดน่ะ?"

หลัวเฟยเฟิ่งนั้นเพิ่งหาเสียงของตนเองพบนางจึงถามออกไปอย่างโง่งม ในอ้อมแขนยังกอดซากของแมวน้อยเอาไว้แนบหัวอก ใบหน้างดงามตื่นตกใจอยู่ถึงเก้าส่วน ยิ่งเห็นไท่จื่อกุมบาดแผลตรงหน้าอกด้านซ้ายที่บัดนั้นแดงฉานไปด้วยโลหิตซึ่งหลั่งรินออกมาจากบาดแผลนางนั้นก็ยิ่งตกใจ เดิมทีนางคิดเพียงหลบหลีกหนีหายจากไปไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนสกุลหลัวอีกหรือองค์ไท่จื่อรวมไปถึงราชวงศ์แซ่หลีอีกแต่ผู้ใดจะคาดเพียงแมวตัวน้อยของนางหนีออกจากห่อผ้าแล้วกระโดดเข้ามาภายในตำหนักหงส์ทองแห่งนี้ นางก็ต้องมาตกอยู่กลางเหตุการณ์ไม่คาดฝันไปเสียได้ ต้องสูญเสียแมวไปแม้แต่ชีวิตก็มองแล้วว่ายากจะรอดพ้นออกไปได้

"หุบปากไปเลยนังโง่ หากไม่ใช่เพราะแกกับเจ้าแมวชั่วนั่น เซี่ยงหลิ่วก็ตายไปแล้ว"

เผียะ!

กล่าวจบหลัวเฟยเมี่ยวก็ตรงเข้าไปตบหน้าของหลัวเฟยเฟิ่งจนหน้าหันไปตามแรงตบนั้น พอนางหันกลับมาก็พบเข้ากับบิดาที่มาพร้อมกำลังทหารใต้ปกครอง เท่านั้นหลัวเฟยเฟิ่งก็รู้แจ้งแล้วว่าบัดนี้คนสกุลหลัวทำเรื่องเลวทรามเข้าแล้ว ร่างน้อยจึงถอยหลังจนไปชนกับร่างของหลีเซี่ยงหลิ่วที่กำลังจะสิ้นใจ มีองครักษ์ของเขาหนึ่งคนและขันทีอีกหนึ่งคนเท่านั้นซึ่งคาดว่าจะต้องมาสังเวยชีวิตร่วมกันในไม่ช้า แม้แต่นางเองก็คาดว่าจะไม่รอดแล้วจริงๆ

"ซือหลาง เจ้าทำอันใดกับเสด็จพ่อ"

หลีเซี่ยงหลิ่วยังมีแก่ใจนึกไปถึงบิดากับพี่ชายอีกสองคน แต่เขามีกำลังสอบถามได้แค่เพียงบิดาเท่านั้น และไม่ต้องรอนาน ถุงผ้าที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตสามถุงก็ถูกโยนมาตรงหน้าของชายหนุ่มราวกับเศษสวะเท่านั้น

"ข้าส่งพวกเขาไปรอเจ้ากับพระชายารองคนงามของเจ้าแล้ว น้องสี่"

ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตุ๊บ!

ถึงผ้าใบหน้ากลิ้งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของหลัวเฟยเฟิ่ง แต่หญิงสาวไม่กล้าที่จะเปิดออกดู ตรงกันข้ามกับหลีเซี่ยงหลิ่วที่พยักหน้าให้จูอิงและฉงหลินเปิดออกดูทันที และสุดท้ายความอยากรู้อยากเห็นของนางก็ชนะ หลัวเฟยเฟิ่งจึงชะเง้อคอเมียงมองร่วมดูชมกับทั้งสามคนจนครบ ซึ่งแน่นอนว่านางเพิ่งจะยกน้ำชาให้ทุกคนไปยังไม่ทันข้ามวันข้ามคืนมีหรือจะจดจำทุกศีรษะในถุงผ้ามิได้

'ว่าแต่หลีเซี่ยงหลิ่วผู้นี้เขาถูกแทงยังจุดตายมิใช่หรือเหตุใดถึงยังไม่ตายอีกเล่า?'

ถึงจะเสียขวัญกับภาพศีรษะคนตายในถุงผ้าอยู่มากหากแต่นางเป็นหมอ เจอมาแล้วแม้แต่การถูกให้ไปผ่าศพคนตาย ดังนั้นหลัวเฟยเฟิ่งจึงจิตใจแข็งแกร่งในระดับหนึ่งและขณะนี้นางก็รู้สึกว่าอาการของไท่จื่อหลีเซี่ยงหลิ่วผิดปกติ ยังดีว่าฝ่ายองค์ชายใหญ่กับน้องสาวและบิดาของนางยังไม่ทันสงสัย หญิงสาวไม่รอช้าจับชีพจรของบุรุษข้างกายทันที

"บาดแผลไม่สาหัส"

นางพึมพำกับตนเองเพียงเท่านั้นสมองอันฉับไวก็คิดได้ว่าตนเองยังพอมีหนทางรอดชีวิต ขอเพียงทั้งสามคนนี้จะเป็นผู้นำทางพานางออกไปจากตำหนักเลือดแห่งนี้ เพราะให้นางหลบหนีไปผู้เดียวเห็นทีจะไม่รอดเพราะนางไม่รู้ทางหนีทีไล่เช่นพวกเขาทั้งสามคนที่คุ้นเคยกับสถานที่มากกว่า ส่วนนางเพิ่งมา เมื่อครู่ก็เดินหลงทางจนมาโผล่ยังหลังตำหนักแห่งนี้ สุดท้ายแมวที่น้องสาวให้ไว้ก็ต้องมาจบชีวิตลงในสถานการณ์ที่ย่ำแย่แห่งนี้จนได้ แต่หลัวเฟยเฟิ่งไม่มีเวลาเศร้าเสียใจขณะนี้ขอเพียงหนีออกไปจากวงล้อมของคนที่พร้อมจะสังหารชีวิตได้ก็นับว่านางมากวาสนาแล้ว

'ร่างกายของท่านยังหลบหนีได้ ข้าเป็นท่านหมอหญิง มีเงินทองติดกายสามารถสนับสนุนและช่วยเหลือท่านได้ ขอเพียงพวกท่านพาข้าหลบหนีออกไปด้วยเท่านั้น'

คราวแรกที่นางวาดตัวอักษรลงบนท้องแขนของเขา หลีเซี่ยวหลิ่วออกจะแปลกใจอยู่บ้างเพราะมิคาดว่านางที่เป็นคนสกุลหลัวเช่นกันจะต้องพึ่งพาอาศัยเขาพาหนีออกไปไย แต่พอเขาเห็นสายตาของบิดาของหลัวเฟยเฟิ่งจึงพอจะเข้าใจ บุรุษผู้นั้นแม้แต่ชีวิตบุตรสาวคนรองก็ไม่คิดจะเก็บรักษาเอาไว้แล้วเป็นแน่ เขาจึงหันไปมองประสานสายตากับจูอิงและฉงหลิน ถึงอย่างไรเขาก็ต้องการหมอ ในเมื่ออีกฝ่ายคือหมอต่อให้นางเป็นเพียงหมอหญิงและเป็นคนสกุลหลัวแต่เขาก็ยังจำเป็นต้องใช้งานนางอยู่ดี

ดังนั้นเอาอีกฝ่ายไปด้วยก็พอจะเป็นหนทางรอดให้กับตนเองได้

หมับ!

"แม่ทัพหลัว ท่านจะยอมให้บุตรสาวของตนเองตายเช่นนั้นหรือ?"

หากแต่คราวนี้หลีเซี่ยงหลิ่วมิอาจวางใจสตรีได้อีกแล้ว จึงกระชากมีดสั้นของฉงหลินมาจี้หมับเข้าที่ลำคอของหลัวเฟยเฟิ่งคิดว่าจะลองเอานางเป็นตัวต่อรองดูก็ไม่เสียหาย แต่หลัวเหยียนฟ่านกับหัวเราะออกมาอย่างคนใกล้เสียสติเสียอย่างนั้น

"เดิมทีนังเด็กนั่นมันก็ไม่ใช่สายเลือดของคนสกุลหลัวอยู่แล้ว ที่ยอมให้มันยังมีลมหายใจมาถึงสิบแปดหนาวเพราะหนึ่ง ท่านแม่ของข้าเมตตามัน สองแม้จะสิ้นท่านแม่ของข้าไปแล้วก็มีเหตุที่จะใช้มันเป็นตัวหลอกส่งมากับเมี่ยวเอ๋อร์ให้แผนการสมจริง ซึ่งบัดนี้มันก็หมดประโยชน์แล้ว พลธนูเตรียมพร้อม!"

พอเห็นว่าจวนตัวไม่ได้ผลหลีเซี่ยงหลิ่วจึงหันไปส่งสัญญาณกับจูอิงและฉงหลิน ค่อยๆ ถอยไปจนถึงจุดที่พวกเขาทั้งสามรู้ดีว่ามีกลไกซ่อนอยู่ เมื่อพลธนูขึ้นสายพุ่งตรงมาอย่างเตรียมพร้อมรอก็แค่เพียงคำสั่ง เขาก็ตบฝ่ามือลงไปตรงบริเวณโคมไฟข้างหัวเตียงทันที!...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ของหวงจอมทมิฬ   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษหลังจากผ่านเรื่องราววุ่นวายทั้งร้ายและดีร่วมกันมาถึงสิบเอ็ดเดือนนับจากวันที่บุกเข้าจู่โจมและยึดคืนราชบัลลังก์ บัดนี้ต้าเว่ยกลับมาสงบสุขอีกครั้งหลังจากเสร็จสิ้นพิธีครองราชย์หลีเซี่ยงหลิ่วก็ขึ้นเป็นฮ่องเต้พระองค์ใหม่ โดยมีนามว่าเซียวอู๋ตี้ฮ่องเต้และมีจางเยี่ยนจื่อเป็นฮองเฮาเคียงข้างที่ชาวต้าเว่ยและขุนนางทั้งหลายมิได้คัดค้านหรือไม่พึงใจเพราะเซียวอู๋ตี้ฮ่องเต้นั้นประกาศถึงคุณงามความดีของจางฮองเฮาว่านางคือสตรีเดียวที่อยู่เคียงข้างเขาในยามยากช่วยชีวิตจนเขาผ่านพ้นปรโลกมาได้ฝ่ายของจางเยี่ยนจื่อนั้นที่นางเลือกจะใช้แซ่จางต่อไปไม่เปลี่ยนกลับไปใช้แซ่เดิมของมารดาก็เพราะนางอยากจะยกย่องนางจางซื่อที่เลี้ยงดูตนเองมาแต่สุดท้ายกลับต้องมาจบชีวิตลงเพราะพี่ชายของตนเองซึ่งแน่นอนว่าหลีเซี่ยงหลิ่วนั้นตามใจนางอยู่แล้วและวันนี้นางก็มายืนอยู่หน้าป้ายหลุมศพขนาดเล็กที่สลักคำว่า'ไป๋ลู่'เอาไว้ด้วยแผ่นหินอย่างดี ซึ่งมันตั้งอยู่ที่ท้ายตำหนักหนิงเฟิ่งของและสามีด้วยฝีมือการขนย้ายของฉางเฉี่ยนกับจงเจิ้งที่จัดการมาให้ตามคำสั่งของเซียวอู๋ตี้ผู้เป็นนาย"ความจริงข้าอยากจะย้ายเอาไปไว้ที่สุสานของนางจางซื่อและหลัวเฟยล

  • ของหวงจอมทมิฬ   ตอนจบ

    ตอนจบและอีกหนึ่งเดือนต่อมากองทัพของไท่จื่อหลีเซี่ยงหลิ่วก็มาถึงตำบลฝูซานที่ตั้งอยู่นอกประตูเมืองอยู่หนึ่งร้อยลี้ด้วยกำลังทหารที่มากถึงสองแสนเจ็ดหมื่นสามพันคน เรียกว่าเพียงแค่ได้ข่าวถึงจะแค้นแสนแค้นหลัวเหยียนฟ่านก็ยังไม่กล้าเคลื่อนทัพออกมาเอาชีวิตของหลีเซี่ยงหลิ่วเช่นที่เขานั้นเคยลั่นวาจาเอาไว้แม้แต่น้อยภายในเมืองนั้นวุ่นวายไปด้วยครอบครัวขุนนางกังฉินที่ยืนอยู่ฝ่ายหลีซือหลางที่ต่างพากันเคลื่อนย้ายทรัพย์สินและผู้คนเนื่องจากคราวนี้แน่นอนว่าผู้ใดจะชนะแล้วต่อให้ทหารของไท่จื่อหลีเซี่ยงหลิ่วยังไม่ได้เข้าประตูเมืองมา เพราะชาวบ้านชาวเมืองนั้นแค่เพียงทราบข่าวว่าไท่จื่อเคลื่อนทัพมาทวงราชบัลลังก์คืนพวกเขาล้วนต่างยินดีปรีดาเตรียมพร้อมที่จะเปิดประตูเมืองต้อนรับฮ่องเต้ที่พวกเขาพึงใจมากกว่าหลีซือหลางที่เป็นเพียงกบฏอำมหิตสังหารบิดาและพี่น้องจนหมดสิ้นแต่เพียงขบวนหลบหนีของเหล่าขุนนางกังฉินและทหารหนีกองเคลื่อนออกพ้นประตูเมืองก็ถูกคนของหลีเซี่ยงหลิ่วจับกุมเอาไว้ได้ทั้งหมด บุรุษหากเป็นสายรองก็จะถูกส่งไปใช้แรงงานในเหมือง ส่วนสตรีนั้นจะถูกส่งไปทำนาเกลือรวมทั้งเด็กและคนชราส่วนบุรุษสายตรงล้วนถูกตัดสินประหารท

  • ของหวงจอมทมิฬ   บทที่40

    บทที่40ดังนั้นในยามสายของอีกวันต่อมาขณะที่จางเยี่ยนจื่อนั้นเตรียมตัวเก็บข้าวของเพื่อจะติดตามสามีของนางไปทำศึกใหญ่ในฐานะหมอหลวงประจำตัวของแม่ทัพใหญ่เช่นไท่จื่อหลีเซี่ยงหลิ่วอยู่นั่นเอง'ข่าว'ที่ท่านหญิงหยวนข้อมือขวาหายไปในยามถูกควบคุมตัวไปยังวัดบนเขาก็ลอยมาเข้าหูของหญิงสาวเข้าจนได้ครั้งแรกจางเยี่ยนจื่อก็เตรียมจะวางมือจากงานตรงหน้าแล้วไปต่อว่าหลีเซี่ยงหลิ่วที่ไม่รักษาสัญญาหกทบทวนจนถี่ถ้วนก็ค่อยกระจ่างเป็นนางที่ไม่รอบคอบเองเพราะนางเพียงถามเขาเท่านั้นว่า ‘ท่านจะไปเอาความหยวนโม่ซินหรือจะอยู่เอาความกับจื่อจื่อดีเล่า? ‘เท่านั้นนางไม่ได้สั่งห้ามเขาอย่างเด็ดขาดและจริงจังว่าห้ามไปเอาความกับหยวนโม่ซินอีก"มือก็ตัดไปแล้ว ดูแล้วก็คงหลายชั่วยามไปช่วยต่อให้ก็คงไม่ได้ผล เฮ้อ คืนนี้ก็ไม่ต้องเข้ามานอนให้ห้องกับข้าก็แล้วกัน!"ซึ่งจางเยี่ยนจื่อนั้นไม่ได้พูดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้นแต่นางจริงจังอย่างยิ่งดังนั้นตกดึกของค่ำคืนนั้นเรือนรับรองฝั่งของมู่หยางอ๋องจึงต้องต้อนรับหลานชายที่เดินหน้าบึ้งตึงราวกับหนังกลองที่แม้แต่อาหารมื้อค่ำก็ยังไม่ได้กิน คิ้วเข้มของหนุ่มใหญ่พลันขมวดไม่เข้าใจว่าเหตุหลีเซี่ยงหลิ่วผู้ไม่

  • ของหวงจอมทมิฬ   บทที่39

    บทที่39หลังจากตัดสินคดีความเรียบร้อยจางเยี่ยนจื่อนั้นก็แยกตัวไปรักษาอาการให้กับหยวนโม่ซินส่วนอดีตพระชายาเหลียงก็เป็นหน้าที่ของหมอหลวงประจำตำหนักเหลียงอ๋องไป ส่วนมู่หยางอ๋องนั้นก็มีตัวของซื่อจื่อน้อยไปเป็นภาระอีกหนึ่งคนมีเพียงหลีเซี่ยงหลิ่วที่ว่างแล้วเขาจึงติดตามภรรยาของตนเองไปทว่า..."รักษาด้วยการแช่น้ำสมุนไพรและฝังเข็มต้องปลดอาภรณ์ออกทั้งหมด ท่านจะไปช่วยอยู่หรือไม่?"จางเยี่ยนจื่อนั้นหันกลับมาถามอีกฝ่ายเสียงสงบ ทำเอาบุรุษตัวโตราวกับหมียักษ์ถึงกับยิ้มเจื่อนไม่กล้าขยับขาก้าวตามภรรยาตัวน้อยไปอีก"เช่นนั้นเจ้ารีบกลับนะ ข้าจะรอนอนพร้อมกับเจ้า""ดวงตาของเราใช้ร่วมกันหรือ?""ไม่ได้ใช้ร่วมกัน""เช่นนั้นจะรอหม่อมฉันด้วยเหตุอันใด ไปนอนเพคะ"จางเยี่ยนจื่อกล่าวแล้วก็ไม่ใส่ใจบุรุษผู้เป็นสามีของตนเองอีก ปล่อยให้หลีเซี่ยงหลิ่วหน้าตาบิดเบี้ยวเพราะรู้สึกขัดใจแต่จะทำสิ่งใดได้อยู่อีกนอกจากหันหลังกลับไปยังเรือนรับรองไปนอนดังที่ภรรยาออกคำสั่งด้วยกิริยากระฟัดกระเฟียดชวนขบขันยิ่งนักในสายตาขององครักษ์ทั้งสามชีวิตที่ติดตามองค์ไท่จื่อแห่งต้าเว่ยเช่นจงเจิ้ง หย่งเซิ่งและเกาเหิงยิ่งนัก"ข้าไม่ได้กลัวนางนะ ข้าแค

  • ของหวงจอมทมิฬ   บทที่38

    บทที่38ฝ่ายของซ่งฉู่เหอที่รับมอบหมายหน้าที่จากหลานชายให้มาชำระความกับเหลียงอ๋องและพระชายาของอีกฝ่ายบัดนี้เขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ของเหลียงอ๋องนั้นใช้ว่าราชการประจำโดยมีเหลียงอ๋องหยวนโม่เซียวกับพระชายาเอกและคนของเขาถูกทหารองครักษ์ของไท่จื่อกับของมู่หยางอ๋องควบคุมให้นั่งอยู่บนพื้นหน้าโถงทางเดินของท้องพระโรงด้วยใบหน้าสลดหดหู่ ส่วนขุนนางกับซื่อจื่อนั้นยืนร่วมเป็นพยานอยู่สองข้างของท้องพระโรงว่าราชการด้วยสีหน้าแตกตื่นกันถ้วนหน้า"เหลียงอ๋องหยวนโม่เซียวและพระชายาเหลียงคงรู้ความผิดของตนเองดีแล้วใช่หรือไม่"ขุนนางที่แต่เดิมเหลียงอ๋องนั้นตั้งใจเชิญมาเป็นพยานให้ตนเองกับบุตรสาวมิคาดบัดนี้กลับต้องมาเป็นพยานให้ฝ่ายของมู่หยางอ๋องแทนต่างก็เหลียวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ผิดกับซื่อจื่อหยวนโม่หวายวัยสิบห้าหนาวที่พยายามห้ามปรามทั้งพี่สาว มารดาและบิดาแล้วแต่กลับไม่มีผู้ใดหยุดฟังเขาเลยแม้แต่คนเดียวที่ยืนหน้าถอดสีมองตรงไปยังมู่หยางอ๋องด้วยความกังวลใจถึงเก้าส่วนว่าอาจได้รับโทษหนักอย่างแสนสาหัสเพียงใดก็ยากจะรู้แจ้งถึงความคิดของไท่จื่อหนุ่มนั้นจะตัดสินเช่นไร"หรือเหลียงอ๋องยังมีสิ่งใดอยากจะกล่าวแก้ตัวก็กล่าวออกมา

  • ของหวงจอมทมิฬ   บท37

    บทที่37ระหว่างทางที่ต้องเดินกลับเรือนรับรองมีหลายครั้งที่หลีเซี่ยงหลิ่วควบคุมตนเองไม่ได้พยายามจะจับเรือนร่างอรชรของจางเยี่ยนจื่อนั้นกดลงพื้นอยู่หลายครั้งจนจงเจิ้งนั้นต้องพุ่งเข้ามาแยกเขาคนตัวโตออกไปประคับประคองด้วยตนเองแทน จางเยี่ยนจื่อจึงใช้โอกาสนั้นล่วงหน้าไปเตรียมห้องอาบน้ำรอเอาไว้ก่อนเมื่อไท่จื่อหนุ่มไปถึงจะได้เริ่มแช่น้ำสมุนไพรได้เลย"ทรงมีสติก่อนพ่ะย่ะค่ะไท่จื่อ"จงเจิ้งถูกลวนลามหนักเข้าเขาก็จำต้องเอ่ยปากกรามอีกฝ่ายที่เป็นบุรุษตัวโตไม่ต่างจากตนเองเช่นกันให้เขาตั้งสติสักหน่อย หลีเซี่ยงหลิ่วจึงสะดุ้งคืนสติกลับมา ความทรมานที่ตนเองได้รับคราวนี้ชายหนุ่มจะขอจดจำเอาไว้เลยว่าสตรีนั้นอันตรายเพียงใดโดยเฉพาะสตรีสาวน้อยที่ดูบอบบางอ่อนหวานนั้นร้ายกาจกว่าสตรีที่ตรงไปตรงมาเช่นนางเยี่ยนจื่อมากนัก"พาเขามาทางนี้เลยข้าเตรียมทุกสิ่งเสร็จเรียบร้อยพอดี"พอไปถึงเรือนรับรอง จางเยี่ยนจื่อก็ออกมารอรับหลีเซี่ยงหลิ่วด้วยตนเอง ภายในห้องอาบน้ำไร้เงาของนางกำนัล พอจงเจิ้งประคองเรือนกายสูงใหญ่ของผู้เป็นนายมาส่งจนถึงหน้าบ่ออาบน้ำขนาดใหญ่ที่บัดนี้เต็มไปด้วยสมุนไพรหาใช่ดอกไม้หอมเช่นปกติแล้วจึงถอยออกไปรอด้านนอกเช

  • ของหวงจอมทมิฬ   บทที่9

    บทที่9ผ่านไปอีกสองวันอาการของคุณชายเซียวก็ดีขึ้นเป็นลำดับจน หย่งเซิ่ง หยุนเปียว กวนเหิง จงเจิ้ง และฉางเฉี่ยนนั้นอดจะยอมรับจากใจเสียมิได้ว่า จางฮองเฮามีฝีมือแพทย์ไม่ธรรมดาจริงๆ ส่วนสองผู้เฒ่าเจ้าสองกระท่อมนั้นรู้แจ้งมาสักพักแล้ว จึงไม่แปลกใจ พอห้าวันคุณชายเซียวของทุกคนก็ลุกออกมาเดินรอบข้างกระท่อมเป

  • ของหวงจอมทมิฬ   บทที่4

    บทที่4ฝ่ายของคนที่ถูกใส่ร้ายป้ายสีจนไม่เหลือความดีเช่นหลีเซี่ยงหลิ่วหรือบัดนี้คือ'เซียวอู๋เกอ'แล้วนั้นกำลังถูกจูอิงหรือจงเจิ้งแบกขึ้นหลังโดยมีจางเยี่ยนจื่อนำหน้าและฉางเฉี่ยน ปิดท้ายคอยคุ้มกันเดินลัดเลาะอยู่บนเขาเพราะต้องหลบทหารของหลีซือหลางทำให้จนป่านนี้เยี่ยนจื่อก็มิอาจลงไปยังชายเขาได้ทั้งที่แดดเ

  • ของหวงจอมทมิฬ   บทที่3

    บทที่3ครึกครื้น...หลังจากฝ่ามือแกร่งตบลงบนกลไก พื้นห้องตรงที่ทั้งสี่ชีวิตก็เลื่อนออกเปิดเป็นช่องทางลับ ทั้งหมดจึงตกลงไปในหลุมดังกล่าวโดยที่ทั้งสามชีวิตนั้นรู้แจ้งอยู่ก่อนแล้วว่าจะเกิดอันใดขึ้นมีเพียงหนึ่งเท่านั้นที่ไม่ทันรู้ตัวก็ต้องดิ่งลงที่ต่ำก็คือหลัวเฟยเฟิ่งเท่านั้นตุ๊บ! อึ้ก!ทว่าที่ยิ่งกว่

  • ของหวงจอมทมิฬ   บทนำ

    บทนำรัชศกไท่เฉิงที่19ของดินแดนต้าเว่ย ปกครองโดยฮ่องเต้นามว่า'หลีสือซาน'มังกรหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเก้าหนาวโดยไม่มีฮองเฮาเคียงข้างนอกจากกุ้ยเฟยกับเหล่าพระสนมทั้งหลายเท่านั้น นั่นก็เพราะอดีตฮองเฮาจากไปในวัยสาวหลังจากมีบุตรชายให้ฮ่องเต้หนุ่มในวันวานอายุเพียงเจ็ดหนาวนางก็ถึงแก่กรรมไป ทำให้ฮ่องเต้หนุ่มใหญ่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status